Cover

200

ระดับเอปิกงั้นเหรอ

ต่อให้ครอบครองไอเทมระดับเลเจนดารีอยู่ แต่ฮันเตอร์ก็ไม่มีทางจะมองข้ามมูลค่าของระดับเอปิกไปได้หรอก

เพราะสำหรับนักล่าแล้ว ทั้งสองอย่างล้วนเป็นของล้ำค่าที่หาไม่ได้ง่ายๆ จนแทบไม่มีใช้กันด้วยซ้ำ

"ระดับเอปิก... มิน่าล่ะถึงส่งผลกระทบกับผมได้ขนาดนี้"

เหงื่อกาฬไหลซึมลงมาตามใบหน้าซูบตอบของจองฮาซอง

แม้สีหน้าจะไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่เขาก็พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยอย่างเกรงใจ

"ถ้าอย่างนั้นต้องขอโทษด้วยครับ ไม่ทราบว่าพอจะให้ยืมโพชั่นแก้พิษสักขวดได้ไหมครับ?"

แต่ทางนี้เองก็ดันไม่มีสิ่งที่เขาต้องการจะให้นี่สิ

"ของแบบนั้นฉันไม่มีหรอก"

"...หมายความว่าคนที่ใช้อุปกรณ์พิษร้ายแรงระดับเอปิก ไม่พกยาระงับอาการติดตัวไว้เลยเหรอครับ?"

และนั่นก็ทำให้พวกเราได้พักผ่อนกันแบบไม่ได้ตั้งใจ

ให้ตายสิ ระหว่างการพิชิตที่กำลังไปได้สวยแท้ๆ นี่มันคราวซวยอะไรกันเนี่ย

---

ครู่ต่อมา

"ขอโทษด้วยครับ เห็นคุณฮันเตอร์คิมใช้งานมันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมก็นึกว่าเป็นแค่ระดับยูนิคซะอีก"

ตอนนี้พวกเขานั่งอยู่บนตอไม้ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ ณ จุดหนึ่งในดันเจี้ยน

รังของกรีนดราก้อนนั้นขึ้นชื่อเรื่องความกว้างใหญ่ไพศาลมาตั้งแต่ก่อนที่ดันเจี้ยนจะเริ่มขยายขนาดเสียอีก

ขอแค่กำจัดมอนสเตอร์ออกไปให้พ้นทาง ที่พักผ่อนก็มีถมเถ

"ดื่มน้ำเยอะๆ ก่อนไหม?"

คิมกิรยอได้รับบทเรียนจากเหตุการณ์หลงป่าคราวก่อน ช่วงนี้เวลาเข้าดันเจี้ยนเขาจึงพกเครื่องดื่มและของใช้จำเป็นติดตัวมาด้วยเสมอ

เขาเปิดกระเป๋าสะพายข้างที่สะพายไหล่ข้างหนึ่ง หยิบน้ำเปล่าออกมาส่งให้

จองฮาซองรับไปดูจะแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็รับไปดื่มอย่างขอบคุณในทันที

"เป็นไงบ้าง โอเคขึ้นไหม?"

"ครับ พักแบบนี้สักหน่อยก็น่าจะไม่มีปัญหาแล้วครับ"

ยังดีที่ผู้เสียหายเป็นระดับ S เลยไม่เกิดเรื่องใหญ่โตอะไรขึ้น

'ถ้าเกิดฮันเตอร์ตายเพราะเรื่องแบบนี้ ฉันจะโดนประเมินความผิดสักกี่เปอร์เซ็นต์กันนะ'

กริก

กิรยอเก็บ [ไฮดรา] ซึ่งเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้เข้าฝักอย่างแน่นหนา

แต่ทว่าในตอนนั้นเอง

จองฮาซองที่นั่งอยู่บนตอไม้กลับจ้องมองท่านั้นไม่วางตา

"ว่าแต่ คุณฮันเตอร์ไม่ใช้โฮลเดอร์เหรอครับ"

โฮลเดอร์ที่จองฮาซองพูดถึง หมายถึง 'เข็มขัดเสริมทำจากหนังที่สามารถเสียบดาบพร้อมฝักพกพาได้' ซึ่งมักเห็นกันทั่วไปในวงการฮันเตอร์

ตัวอย่างก็ไม่ต้องมองหาที่ไหนไกล

เพราะไอเทมที่ดรอปจากดันเจี้ยนส่วนใหญ่มักจะมีดีไซน์ที่พกพายากอยู่แล้ว

"อ๋อ อันนี้น่ะเหรอ"

กิรยอได้ยินดังนั้นก็ลดสายตาลงมองที่เอวของจองฮาซอง

ก็เห็นโฮลเดอร์รูปร่างซับซ้อนอย่างที่พูดโผล่ออกมาจากชายเสื้อโค้ตตัวยาวของอีกฝ่าย

แต่ถึงจะเห็นแบบนั้น เขาก็ไม่ได้รู้สึกอยากได้ขึ้นมาแต่อย่างใด

"ฉันสะดวกแบบนี้มากกว่าน่ะ ขอแค่ยึดไว้ในไอเทมบ็อกซ์ได้ก็พอแล้ว"

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะลักษณะเฉพาะของเผ่าอัลฟาวูรีหรือเปล่า

แต่การที่ไม่ได้กำอาวุธที่เปี่ยมด้วยพลังเวทไว้ในมือ แล้วต้องวางทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่ง มันทำให้กิรยอรู้สึกไม่มั่นคงแปลกๆ

ดังนั้นเขาจึงประกาศจุดยืนว่าจะพกพาแบบนี้ต่อไป

ไม่ว่าจะหนีบดาบยาวพร้อมฝักไว้ข้างเอว หรือถือแกว่งไปแกว่งมาในมือ

เอาจริงๆ ทางนี้ก็ไม่ได้ต่อสู้ดุเดือดอะไรขนาดนั้น แค่นี้ก็พอแล้วไม่ใช่หรือไง

'เรื่องการพกพา ตอนนี้มีไอเทมบ็อกซ์แล้วก็ถือว่าจบปัญหา'

แต่จองฮาซองที่ได้ฟังคำตอบนั้น จู่ๆ ก็เอ่ยประโยคถัดมา

"ดาบเล่มนั้นชื่ออะไรเหรอครับ?"

คำถามเกี่ยวกับอาร์ติแฟกต์ยิงมารัวๆ

"[ไฮดรา] ส่วนผลของมันก็น่าจะรู้แล้วเมื่อกี้ เกี่ยวกับดาเมจพิษน่ะ"

เจ้าของตอบกลับไปเรียบๆ จองฮาซองพยักหน้าหงึกหงักกับตัวเองแล้วชวนคุยต่ออย่างใจเย็น

"ทั้ง [ลิ่มกรีดร้อง] ทั้ง [ไฮดรา] ดูเหมือนคุณจะชอบใช้ของอันตรายๆ ทั้งนั้นเลยนะครับ ดูเหมือนจะเป็นอาวุธที่ส่งผลกระทบต่อเจ้าของทั้งนั้นเลย..."

"ก็... ประมาณนั้นแหละ"

เดี๋ยวนะ

ว่าแต่ทางนี้เคยบอกจองฮาซองตอนไหนว่าใช้ลิ่มกรีดร้อง?

'หืม?'

กิรยอสงสัยอยู่แวบหนึ่ง แต่ก็ปัดตกไป คิดว่าอีกฝ่ายคงเห็นจากในข่าวหรืออะไรเทือกนั้น แล้วก็ปล่อยผ่านไปแบบเนียนๆ

หารู้ไม่ว่าปรากฏการณ์เหล่านี้คือลางบอกเหตุของบางสิ่งที่เขาไม่รู้ตัว

"อืม..."

เอาเถอะ

จองฮาซองละสายตาจากดาบของกิรยอแล้วกระแอมเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้น

"แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมสงสัยครับ"

"อะไรล่ะ?"

"เวลาฮันเตอร์คิมกิรยอได้อุปกรณ์มา ปกติจะจ้างคนนอกตรวจสอบ หรือว่าเป็นคนประเมินด้วยตัวเองเหรอครับ?"

กิรยอพยักหน้ารับ

"งั้น... ถ้าไม่รังเกียจ ช่วยใช้สกิลประเมินดูดาบของผมหน่อยได้ไหมครับ"

แต่คำพูดต่อมาทำให้การพยักหน้านั้นชะงักกึก

ตัวตนที่แท้จริงของ 'ดาบของผม' ที่จองฮาซองเอ่ยถึง คือไอเทมระดับเลเจนดารีชิ้นแรกที่ถูกค้นพบในโลกใบนี้

สรุปง่ายๆ มันคือของที่เหล่านักวิชาการทั่วโลกต่างพากันยกธงขาว

"ผมรู้นะครับว่าผลลัพธ์ของสกิลที่นักประเมินใช้มันก็เหมือนๆ กันหมด แต่ถ้าเป็นฮันเตอร์คิมที่ผ่านเขาวงกตของหอคอยเวทมนตร์มาได้ อาจจะมีอะไรแตกต่างออกไปก็ได้..."

[ดาบอาทิตย์อัสดง] ที่ฮาซองครอบครองอยู่นั้น แม้จะมีคำร่ำลือว่าล้ำค่าแสนวิเศษ แต่ความจริงแล้วเป็นสมบัติที่ยุ่งยากซับซ้อนและยังไม่มีใครล่วงรู้ความสามารถที่แท้จริง

ทั้งนักประเมิน นักวิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่เจ้าของอย่างฮาซอง ต่างพยายามอย่างหนักเพื่อไขความลับของมัน แต่ก็ล้มเหลว

ดังนั้นในปัจจุบัน ทุกคนเลยมองว่าอาวุธชิ้นนี้เป็นแค่ของมีคมระดับ S ที่แข็งแกร่งทนทานขนาดโดนไฟเผาก็ไม่ละลายเท่านั้นเอง

"อืม"

เมื่อได้ยินดังนั้น กิรยอด้มลงมองดาบยาวที่ห้อยอยู่บนโฮลเดอร์ของฮาซอง

"เอาสิ ส่งมาแป๊บหนึ่ง"

บอกตามตรงว่าทางนี้เองก็สนใจระดับเลเจนดารีมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว คำตอบรับจึงหลุดออกไปอย่างง่ายดาย

แต่ทว่า ทันทีที่รับดาบสีแดงฉานนั้นมาถือไว้ในมือ ท่าทีของจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่บางคนก็เปลี่ยนไป

"......."

สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร

แต่ถ้ามองด้วยสายตาของฮันเตอร์ระดับ S ที่มีประสาทสัมผัสเฉียบคม คิมกิรยอหยุดหายใจไปชั่วขณะหนึ่งทันทีที่สัมผัสดาบ

"นี่มัน..."

ความเงียบปกคลุมเพียงชั่วพริบตา

กิรยอกลับมาหายใจอีกครั้งภายใน 3 วินาที แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันแฮะ"

คำตอบที่คาดเดาได้

ระดับเลเจนดารีคือสมบัติที่แม้แต่นักประเมินระดับ 1 จำนวนมากยังไขความลับไม่ออก

ตามสามัญสำนึกแล้ว คิมกิรยอวิเคราะห์ไม่ได้ก็ถือเป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ

"ไม่รู้เลยเหรอครับ?"

"เอ่อ อืม ใช่ ขอโทษทีนะ แต่อันนี้ฉันดูแล้วก็ไม่รู้เรื่องเลยว่ะ"

กิรยอเกาใบหูด้วยมือขวา แล้วรีบส่ง [ดาบอาทิตย์อัสดง] คืนให้เจ้าของ

ฮาซองก้มหน้าลงอย่างเสียดายพลางกล่าว

"เข้าใจแล้วครับ งั้นเราคงต้องกลับไปลุยกันต่อแล้วล่ะ"

แต่นักประเมินที่อยู่ข้างๆ กลับห้ามไว้

ถึงสีหน้าจะดูดีกว่าเมื่อครู่ แต่รอยสีม่วงคล้ำยังคงหลงเหลืออยู่ที่ปลายนิ้วของชายหนุ่ม

"เดี๋ยวก่อน พักอีกหน่อยดีกว่าไหม เดี๋ยวอาการกำเริบขึ้นมาจะแย่"

"แต่ว่า..."

"ไม่เป็นไรหรอก จำนวนที่นายจัดการไปจนถึงตอนนี้ ต่อให้พวกหอคอยเวทมนตร์ตามมาก็ยังต้องใช้เวลาอีกนาน"

กิรยอพูดพลางหยิบของกินอย่างใหม่ออกมาจากกระเป๋าสะพาย

มันคือช็อกโกแลตให้พลังงานสูงที่กำลังฮิตในหมู่ฮันเตอร์ช่วงนี้

พวกเขาใช้เวลาพักผ่อนเพิ่มเติมอีกหลายนาทีเพื่อเติมพลังงานที่เสียไป

แล้วในระหว่างที่พวกเขากำลังใช้เวลาอย่างสบายอารมณ์อยู่นั้น หน่วยพิชิตของหอคอยเวทมนตร์เกาหลีกำลังทำอะไรกันอยู่?

---

ในขณะเดียวกัน

หน่วยพิชิตของหอคอยเวทมนตร์เกาหลี

"ข้างหลังมีกรีนดราก้อน 1 ตัว! ข้างหลัง กรีนดราก้อน 1 ตัว!"

"พวกที่มีสกิลวงกว้างรีบสาดสกิลไปทางนั้นเร็ว!"

"ยกเลิกสถานะล่องหนแล้วครับ~"

"อ๊าก! โล่ฉัน!"

เป็นไปตามที่จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่บางคนคาดการณ์ไว้ แม้พวกเขาจะขยันขันแข็งไม่ได้หยุดพัก แต่ผลงานก็ยังตามหลังจองฮาซองอยู่ไกลโข

มังกรถือเป็นตัวตนที่ถูกจัดว่าแข็งแกร่งเป็นพิเศษแม้ในหมู่มอนสเตอร์ระดับ A ด้วยกัน เกล็ดของมันแข็งแกร่งจนดาเมจแทบจะเจาะไม่เข้า ทำให้ความเร็วในการล่าช้าลงอย่างช่วยไม่ได้

ช้าเป็นเรือเกลือ

อารมณ์เหมือนถือค้อนอันเดียวไปไล่ทุบช้างแมมมอธยังไงยังงั้น

"เฮ้อ เรียบร้อย"

แต่บรรพบุรุษในอดีตยังล่าแมมมอธตัวมหึมานั่นได้ แล้วทำไมคนยุคปัจจุบันอย่างเราจะทำไม่ได้ล่ะ

เปรี๊ยะ!

ผู้ตื่นรู้สายน้ำแข็งระดมใช้สกิลแช่แข็งผิวหนังของมัน

จากนั้นก็เผาซ้ำด้วยไฟ สลับไปมาเพื่อทำลายโครงสร้างโปรตีนที่เปลี่ยนแปลงสภาพ แล้วระดมยิงพร้อมกัน

เหล่านักล่าแห่งยุคปัจจุบันระดมโจมตีอย่างชำนาญโดยใช้ข้อมูลที่สั่งสมมา

ในที่สุด บนทุ่งหญ้าสีเขียวที่เคยว่างเปล่าก็เริ่มมีของดรอปเพิ่มขึ้นทีละชิ้นสองชิ้น

"ทุกคนหยุดโจมตี! หยุด! ของดรอปแล้ว ยืนยันเป้าหมายเสียชีวิต"

ฝูงกรีนดราก้อนถูกกวาดล้างจนหมด

ปกติแล้วช่วงที่ทีมของจองฮาซองพักผ่อนน่าจะเป็นโอกาสทองเดียวที่จะทำแต้มแซง แต่คนทางฝั่งนี้เองก็เริ่มคิดจะพักกันบ้างแล้ว

ทั้งเรื่องอาหารการกิน ทั้งเรื่องห้องน้ำ

เพราะชาวโลกยังมีร่างกายที่ไม่เหมาะสมกับการใช้แรงงานตลอดทั้งวันโดยไม่พัก

"โอย~ จะตายเอา เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ไอ้นิสัยเจ้าเล่ห์ของพวกกรีนดราก้อนนี่มันอะไรกันนักกันหนา"

"ฮ่าๆ! นั่นสิครับ เผลอนิดเดียวก็ล่องหนมาตบหัวทิ่มเลย"

สมาชิกกิลด์หอคอยเวทมนตร์เกาหลีรีบเคลียร์พื้นที่ปลอดภัยแล้วเริ่มพักทานมื้อเที่ยง

อาหารที่พวกเขาหยิบออกมาก็เป็นอาหารกระป๋องให้พลังงานสูง ไม่ต่างจากของที่คิมกิรยอพกมาเท่าไหร่นัก

"อืม"

แต่ผ่านไปไม่กี่นาที

ฮันเตอร์ระดับ A ที่นั่งอยู่บนตอไม้คนนี้คงจะเบื่อเนื้อแดดเดียวที่ต้องกินทุกวันหรือเปล่าไม่ทราบ

จู่ๆ เขาก็ทำหน้าทะเล้นแล้วกระซิบกระซาบกับลูกทีม

"นี่ ว่าแต่ฮันเตอร์คิมกิรยอน่ะ"

แน่นอนว่าหัวข้อการนินทาคือผู้ตื่นรู้ระดับ S ที่มากับพวกเขา

"ดูยังไงก็เหมือนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับท่านหัวหน้ากิลด์ของเราเลยว่าไหม?"

ฮันเตอร์สาวรุ่นใหม่ที่เป็นผู้ฟังเคี้ยวคิมบับตุ้ยๆ พลางนึกในใจ

หัวหน้าทีม A-1 ของหอคอยเวทมนตร์เกาหลี ชายวัยกลางคนคนนี้ ปกติก็เป็นคนดีอยู่หรอก

ติดอยู่อย่างเดียวคือมีข้อเสียร้ายแรงเรื่องชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของชาวบ้านนี่แหละ

"ก็แบบว่า ก่อนหน้านี้มีคนเห็นเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าด้วยกันไม่ใช่เหรอ? แถมไปกันแค่สองต่อสองด้วย!"

หัวหน้าทีมคนนี้จะรู้ตัวไหมนะ ว่าลับหลังเขาโดนเรียกว่า 'ตาแก่น้ำลายแตกฟอง'

ลูกน้องทำหน้าปูเลี่ยนๆ แล้วตอบกลับหัวหน้าไป

"หัวหน้าชอบจับคู่คนโน้นคนนี้ไปทั่วตลอดเลยนะคะ"

แต่อีกฝ่ายกลับไม่สะทกสะท้าน

"ก็ชายหญิงเป็นเพื่อนกันไม่ได้นี่นา รุ่นราวคราวเดียวกันแบบฮันเตอร์คิมกับหัวหน้ากิลด์ติดต่อกันบ่อยขนาดนั้น จะไม่ให้สงสัยได้ยังไง?"

"โธ่ เพื่อนชายหญิงทำไมจะเป็นไม่ได้ล่ะคะ"

"เหอะๆ เมื่อก่อนฉันก็เคยคิดแบบเธอนั่นแหละ แต่พอใช้ชีวิตมาจนป่านนี้ ไอ้คำว่ามิตรภาพระหว่างชายหญิงเนี่ย มันเชื่อถือยากจริงๆ นะ~"

นิสัยช่างเม้าท์นี้มีสาเหตุมาจาก

"เริ่มจากเมียเก่าฉันที่แอบคบชู้กับไอ้คนที่บอกว่าเป็นเพื่อนชายมา 5 ปี จนฉันจับได้คาหนังคาเขานั่นแหละ..."

"อ่า"

ความเงียบเข้าปกคลุม

สมาชิกกิลด์หอคอยเวทมนตร์ต่างพากันก้มหน้าก้มตากินข้าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่ตอนนั้นเองหัวหน้าทีมตัวปัญหาก็พูดต่อ

"แต่ก็นะ พอลองสังเกตดูดีๆ ก็จินตนาการไม่ออกเลยว่าเพื่อนคิมกิรยอเขาจะไปเจ้าชู้ประตูดินที่ไหนได้"

ในฐานะผู้บัญชาการหลักของการพิชิตครั้งนี้ เขาเป็นคนของหอคอยเวทมนตร์ที่ได้คุยกับคิมกิรยอมากที่สุด

"หน้าตาหาเรื่องอย่างกับนักเลงแท้ๆ แต่มารยาทดีชะมัด ตอนฉันลองเข้าไปคุยด้วยนี่ตกใจหมดเลยนะรู้ไหม?"

ฮันเตอร์ที่กินคิมบับอยู่นึกขึ้นมาแวบหนึ่งว่า ถ้าคำบรรยายรูปร่างหน้าตาเมื่อกี้ไปเข้าหูฮันเตอร์ระดับ S หัวหน้าทีมคงศพไม่สวยแน่

"แถมยังแต่งตัวเนี้ยบใส่สูทเหมือนพนักงานบริษัททุกวัน ดูเป็นคนเอาการเอางาน บุคลิกน่าประทับใจจริงๆ"

"อืม"

"หรือฉันจะลองซื้อสูทมาใส่บ้างดีนะ"

ได้ยินประโยคนี้แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ต่อให้ซื้อสูทมาใส่ สภาพก็คงออกมาไม่เหมือนกัน...

แถมหัวหน้าทีมไม่ใช่ระดับ S ขืนใส่สูทที่พลังป้องกันต่ำ คงได้บาดเจ็บสาหัสในพริบตา แต่ฮันเตอร์สาวที่กินคิมบับอยู่ก็เลือกที่จะไม่พูดออกไป

"ข้างหน้ามีกรีนดราก้อน 1 ตัว!"

ในตอนนั้นเอง

สมาชิกกิลด์คนหนึ่งที่คอยเฝ้าระวังด้วยเครื่องตรวจจับก็ตะโกนลั่น

เหล่าฮันเตอร์ของหอคอยต่างยกอาวุธขึ้นพร้อมกัน ท่ามกลางเสียงกระทบของอาวุธเย็นเฉียบ ชายคนหนึ่งก็พูดขึ้น

"เดี๋ยวฉันจะไปยันไว้ก่อน! พวกที่ยังเคี้ยวไม่หมดก็ค่อยๆ กลืน เดี๋ยวจะสำลักเอา แล้วค่อยตามมา!"

อาสาเสียสละเวลาพักออกไปลุยก่อน มองแค่มุมนี้เขาก็ดูเป็นผู้นำในอุดมคติจริงๆ

"จริงสิ ไหนๆ ก็ได้โอกาสแล้ว ลองไอ้นี่หน่อยดีกว่า..."

ทันใดนั้น

สมาชิกกิลด์หอคอยคนหนึ่งก็สังเกตเห็นว่าหัวหน้าทีมหยิบอาวุธหน้าตาไม่คุ้นเคยออกมา

อาวุธที่มีด้ามจับไม้ดูโบราณ ปลายติดใบมีดแหลมคมคล้ายมีดสั้น

"[ลิ่มกรีดร้อง]? นั่นไปซื้อมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?"

นั่นมันไอเทมระดับยูนิคที่โด่งดังเพราะฮันเตอร์ระดับ S คนหนึ่งใช้ไม่ใช่เหรอ

"ปะ เปล่า ไม่ได้ซื้อตามใครสักหน่อย~ แค่คิดว่าน่าจะเป็นไพ่ตายจัดการกับพวกพลังป้องกันสูงๆ ได้ ก็เลยซื้อมาลองน่ะ"

รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลยแฮะ

หัวหน้าทีม 1 กำ [ลิ่มกรีดร้อง] ไว้แน่น แล้วใช้สกิลวงกว้าง 'สโตนสไปค์' ของตัวเองทำลายการล่องหนของศัตรู

จากนั้นก็แทงมีดสั้นเข้าใส่ศัตรูที่เผยตัวออกมา

และภาพที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือ...

"ก๊าซซซซซซซซซ!"

"อุ๊ยตาย!"

"อ๊า อีตาแก่น้ำลายแตกฟองนั่น"

กรีนดราก้อนที่ถูกกระตุ้นด้วยความเจ็บปวดเริ่มอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง เหยียบย่ำทุกอย่างที่ขวางหน้า

สมาชิกกิลด์หอคอยเห็นดังนั้นก็รีบวางตะเกียบแล้ววิ่งแจ้นไปยังที่เกิดเหตุทันที

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

200

20px

ระดับเอปิกงั้นเหรอ

ต่อให้ครอบครองไอเทมระดับเลเจนดารีอยู่ แต่ฮันเตอร์ก็ไม่มีทางจะมองข้ามมูลค่าของระดับเอปิกไปได้หรอก

เพราะสำหรับนักล่าแล้ว ทั้งสองอย่างล้วนเป็นของล้ำค่าที่หาไม่ได้ง่ายๆ จนแทบไม่มีใช้กันด้วยซ้ำ

"ระดับเอปิก... มิน่าล่ะถึงส่งผลกระทบกับผมได้ขนาดนี้"

เหงื่อกาฬไหลซึมลงมาตามใบหน้าซูบตอบของจองฮาซอง

แม้สีหน้าจะไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่เขาก็พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยอย่างเกรงใจ

"ถ้าอย่างนั้นต้องขอโทษด้วยครับ ไม่ทราบว่าพอจะให้ยืมโพชั่นแก้พิษสักขวดได้ไหมครับ?"

แต่ทางนี้เองก็ดันไม่มีสิ่งที่เขาต้องการจะให้นี่สิ

"ของแบบนั้นฉันไม่มีหรอก"

"...หมายความว่าคนที่ใช้อุปกรณ์พิษร้ายแรงระดับเอปิก ไม่พกยาระงับอาการติดตัวไว้เลยเหรอครับ?"

และนั่นก็ทำให้พวกเราได้พักผ่อนกันแบบไม่ได้ตั้งใจ

ให้ตายสิ ระหว่างการพิชิตที่กำลังไปได้สวยแท้ๆ นี่มันคราวซวยอะไรกันเนี่ย

---

ครู่ต่อมา

"ขอโทษด้วยครับ เห็นคุณฮันเตอร์คิมใช้งานมันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมก็นึกว่าเป็นแค่ระดับยูนิคซะอีก"

ตอนนี้พวกเขานั่งอยู่บนตอไม้ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ ณ จุดหนึ่งในดันเจี้ยน

รังของกรีนดราก้อนนั้นขึ้นชื่อเรื่องความกว้างใหญ่ไพศาลมาตั้งแต่ก่อนที่ดันเจี้ยนจะเริ่มขยายขนาดเสียอีก

ขอแค่กำจัดมอนสเตอร์ออกไปให้พ้นทาง ที่พักผ่อนก็มีถมเถ

"ดื่มน้ำเยอะๆ ก่อนไหม?"

คิมกิรยอได้รับบทเรียนจากเหตุการณ์หลงป่าคราวก่อน ช่วงนี้เวลาเข้าดันเจี้ยนเขาจึงพกเครื่องดื่มและของใช้จำเป็นติดตัวมาด้วยเสมอ

เขาเปิดกระเป๋าสะพายข้างที่สะพายไหล่ข้างหนึ่ง หยิบน้ำเปล่าออกมาส่งให้

จองฮาซองรับไปดูจะแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็รับไปดื่มอย่างขอบคุณในทันที

"เป็นไงบ้าง โอเคขึ้นไหม?"

"ครับ พักแบบนี้สักหน่อยก็น่าจะไม่มีปัญหาแล้วครับ"

ยังดีที่ผู้เสียหายเป็นระดับ S เลยไม่เกิดเรื่องใหญ่โตอะไรขึ้น

'ถ้าเกิดฮันเตอร์ตายเพราะเรื่องแบบนี้ ฉันจะโดนประเมินความผิดสักกี่เปอร์เซ็นต์กันนะ'

กริก

กิรยอเก็บ [ไฮดรา] ซึ่งเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้เข้าฝักอย่างแน่นหนา

แต่ทว่าในตอนนั้นเอง

จองฮาซองที่นั่งอยู่บนตอไม้กลับจ้องมองท่านั้นไม่วางตา

"ว่าแต่ คุณฮันเตอร์ไม่ใช้โฮลเดอร์เหรอครับ"

โฮลเดอร์ที่จองฮาซองพูดถึง หมายถึง 'เข็มขัดเสริมทำจากหนังที่สามารถเสียบดาบพร้อมฝักพกพาได้' ซึ่งมักเห็นกันทั่วไปในวงการฮันเตอร์

ตัวอย่างก็ไม่ต้องมองหาที่ไหนไกล

เพราะไอเทมที่ดรอปจากดันเจี้ยนส่วนใหญ่มักจะมีดีไซน์ที่พกพายากอยู่แล้ว

"อ๋อ อันนี้น่ะเหรอ"

กิรยอได้ยินดังนั้นก็ลดสายตาลงมองที่เอวของจองฮาซอง

ก็เห็นโฮลเดอร์รูปร่างซับซ้อนอย่างที่พูดโผล่ออกมาจากชายเสื้อโค้ตตัวยาวของอีกฝ่าย

แต่ถึงจะเห็นแบบนั้น เขาก็ไม่ได้รู้สึกอยากได้ขึ้นมาแต่อย่างใด

"ฉันสะดวกแบบนี้มากกว่าน่ะ ขอแค่ยึดไว้ในไอเทมบ็อกซ์ได้ก็พอแล้ว"

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะลักษณะเฉพาะของเผ่าอัลฟาวูรีหรือเปล่า

แต่การที่ไม่ได้กำอาวุธที่เปี่ยมด้วยพลังเวทไว้ในมือ แล้วต้องวางทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่ง มันทำให้กิรยอรู้สึกไม่มั่นคงแปลกๆ

ดังนั้นเขาจึงประกาศจุดยืนว่าจะพกพาแบบนี้ต่อไป

ไม่ว่าจะหนีบดาบยาวพร้อมฝักไว้ข้างเอว หรือถือแกว่งไปแกว่งมาในมือ

เอาจริงๆ ทางนี้ก็ไม่ได้ต่อสู้ดุเดือดอะไรขนาดนั้น แค่นี้ก็พอแล้วไม่ใช่หรือไง

'เรื่องการพกพา ตอนนี้มีไอเทมบ็อกซ์แล้วก็ถือว่าจบปัญหา'

แต่จองฮาซองที่ได้ฟังคำตอบนั้น จู่ๆ ก็เอ่ยประโยคถัดมา

"ดาบเล่มนั้นชื่ออะไรเหรอครับ?"

คำถามเกี่ยวกับอาร์ติแฟกต์ยิงมารัวๆ

"[ไฮดรา] ส่วนผลของมันก็น่าจะรู้แล้วเมื่อกี้ เกี่ยวกับดาเมจพิษน่ะ"

เจ้าของตอบกลับไปเรียบๆ จองฮาซองพยักหน้าหงึกหงักกับตัวเองแล้วชวนคุยต่ออย่างใจเย็น

"ทั้ง [ลิ่มกรีดร้อง] ทั้ง [ไฮดรา] ดูเหมือนคุณจะชอบใช้ของอันตรายๆ ทั้งนั้นเลยนะครับ ดูเหมือนจะเป็นอาวุธที่ส่งผลกระทบต่อเจ้าของทั้งนั้นเลย..."

"ก็... ประมาณนั้นแหละ"

เดี๋ยวนะ

ว่าแต่ทางนี้เคยบอกจองฮาซองตอนไหนว่าใช้ลิ่มกรีดร้อง?

'หืม?'

กิรยอสงสัยอยู่แวบหนึ่ง แต่ก็ปัดตกไป คิดว่าอีกฝ่ายคงเห็นจากในข่าวหรืออะไรเทือกนั้น แล้วก็ปล่อยผ่านไปแบบเนียนๆ

หารู้ไม่ว่าปรากฏการณ์เหล่านี้คือลางบอกเหตุของบางสิ่งที่เขาไม่รู้ตัว

"อืม..."

เอาเถอะ

จองฮาซองละสายตาจากดาบของกิรยอแล้วกระแอมเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้น

"แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมสงสัยครับ"

"อะไรล่ะ?"

"เวลาฮันเตอร์คิมกิรยอได้อุปกรณ์มา ปกติจะจ้างคนนอกตรวจสอบ หรือว่าเป็นคนประเมินด้วยตัวเองเหรอครับ?"

กิรยอพยักหน้ารับ

"งั้น... ถ้าไม่รังเกียจ ช่วยใช้สกิลประเมินดูดาบของผมหน่อยได้ไหมครับ"

แต่คำพูดต่อมาทำให้การพยักหน้านั้นชะงักกึก

ตัวตนที่แท้จริงของ 'ดาบของผม' ที่จองฮาซองเอ่ยถึง คือไอเทมระดับเลเจนดารีชิ้นแรกที่ถูกค้นพบในโลกใบนี้

สรุปง่ายๆ มันคือของที่เหล่านักวิชาการทั่วโลกต่างพากันยกธงขาว

"ผมรู้นะครับว่าผลลัพธ์ของสกิลที่นักประเมินใช้มันก็เหมือนๆ กันหมด แต่ถ้าเป็นฮันเตอร์คิมที่ผ่านเขาวงกตของหอคอยเวทมนตร์มาได้ อาจจะมีอะไรแตกต่างออกไปก็ได้..."

[ดาบอาทิตย์อัสดง] ที่ฮาซองครอบครองอยู่นั้น แม้จะมีคำร่ำลือว่าล้ำค่าแสนวิเศษ แต่ความจริงแล้วเป็นสมบัติที่ยุ่งยากซับซ้อนและยังไม่มีใครล่วงรู้ความสามารถที่แท้จริง

ทั้งนักประเมิน นักวิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่เจ้าของอย่างฮาซอง ต่างพยายามอย่างหนักเพื่อไขความลับของมัน แต่ก็ล้มเหลว

ดังนั้นในปัจจุบัน ทุกคนเลยมองว่าอาวุธชิ้นนี้เป็นแค่ของมีคมระดับ S ที่แข็งแกร่งทนทานขนาดโดนไฟเผาก็ไม่ละลายเท่านั้นเอง

"อืม"

เมื่อได้ยินดังนั้น กิรยอด้มลงมองดาบยาวที่ห้อยอยู่บนโฮลเดอร์ของฮาซอง

"เอาสิ ส่งมาแป๊บหนึ่ง"

บอกตามตรงว่าทางนี้เองก็สนใจระดับเลเจนดารีมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว คำตอบรับจึงหลุดออกไปอย่างง่ายดาย

แต่ทว่า ทันทีที่รับดาบสีแดงฉานนั้นมาถือไว้ในมือ ท่าทีของจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่บางคนก็เปลี่ยนไป

"......."

สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร

แต่ถ้ามองด้วยสายตาของฮันเตอร์ระดับ S ที่มีประสาทสัมผัสเฉียบคม คิมกิรยอหยุดหายใจไปชั่วขณะหนึ่งทันทีที่สัมผัสดาบ

"นี่มัน..."

ความเงียบปกคลุมเพียงชั่วพริบตา

กิรยอกลับมาหายใจอีกครั้งภายใน 3 วินาที แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันแฮะ"

คำตอบที่คาดเดาได้

ระดับเลเจนดารีคือสมบัติที่แม้แต่นักประเมินระดับ 1 จำนวนมากยังไขความลับไม่ออก

ตามสามัญสำนึกแล้ว คิมกิรยอวิเคราะห์ไม่ได้ก็ถือเป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ

"ไม่รู้เลยเหรอครับ?"

"เอ่อ อืม ใช่ ขอโทษทีนะ แต่อันนี้ฉันดูแล้วก็ไม่รู้เรื่องเลยว่ะ"

กิรยอเกาใบหูด้วยมือขวา แล้วรีบส่ง [ดาบอาทิตย์อัสดง] คืนให้เจ้าของ

ฮาซองก้มหน้าลงอย่างเสียดายพลางกล่าว

"เข้าใจแล้วครับ งั้นเราคงต้องกลับไปลุยกันต่อแล้วล่ะ"

แต่นักประเมินที่อยู่ข้างๆ กลับห้ามไว้

ถึงสีหน้าจะดูดีกว่าเมื่อครู่ แต่รอยสีม่วงคล้ำยังคงหลงเหลืออยู่ที่ปลายนิ้วของชายหนุ่ม

"เดี๋ยวก่อน พักอีกหน่อยดีกว่าไหม เดี๋ยวอาการกำเริบขึ้นมาจะแย่"

"แต่ว่า..."

"ไม่เป็นไรหรอก จำนวนที่นายจัดการไปจนถึงตอนนี้ ต่อให้พวกหอคอยเวทมนตร์ตามมาก็ยังต้องใช้เวลาอีกนาน"

กิรยอพูดพลางหยิบของกินอย่างใหม่ออกมาจากกระเป๋าสะพาย

มันคือช็อกโกแลตให้พลังงานสูงที่กำลังฮิตในหมู่ฮันเตอร์ช่วงนี้

พวกเขาใช้เวลาพักผ่อนเพิ่มเติมอีกหลายนาทีเพื่อเติมพลังงานที่เสียไป

แล้วในระหว่างที่พวกเขากำลังใช้เวลาอย่างสบายอารมณ์อยู่นั้น หน่วยพิชิตของหอคอยเวทมนตร์เกาหลีกำลังทำอะไรกันอยู่?

---

ในขณะเดียวกัน

หน่วยพิชิตของหอคอยเวทมนตร์เกาหลี

"ข้างหลังมีกรีนดราก้อน 1 ตัว! ข้างหลัง กรีนดราก้อน 1 ตัว!"

"พวกที่มีสกิลวงกว้างรีบสาดสกิลไปทางนั้นเร็ว!"

"ยกเลิกสถานะล่องหนแล้วครับ~"

"อ๊าก! โล่ฉัน!"

เป็นไปตามที่จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่บางคนคาดการณ์ไว้ แม้พวกเขาจะขยันขันแข็งไม่ได้หยุดพัก แต่ผลงานก็ยังตามหลังจองฮาซองอยู่ไกลโข

มังกรถือเป็นตัวตนที่ถูกจัดว่าแข็งแกร่งเป็นพิเศษแม้ในหมู่มอนสเตอร์ระดับ A ด้วยกัน เกล็ดของมันแข็งแกร่งจนดาเมจแทบจะเจาะไม่เข้า ทำให้ความเร็วในการล่าช้าลงอย่างช่วยไม่ได้

ช้าเป็นเรือเกลือ

อารมณ์เหมือนถือค้อนอันเดียวไปไล่ทุบช้างแมมมอธยังไงยังงั้น

"เฮ้อ เรียบร้อย"

แต่บรรพบุรุษในอดีตยังล่าแมมมอธตัวมหึมานั่นได้ แล้วทำไมคนยุคปัจจุบันอย่างเราจะทำไม่ได้ล่ะ

เปรี๊ยะ!

ผู้ตื่นรู้สายน้ำแข็งระดมใช้สกิลแช่แข็งผิวหนังของมัน

จากนั้นก็เผาซ้ำด้วยไฟ สลับไปมาเพื่อทำลายโครงสร้างโปรตีนที่เปลี่ยนแปลงสภาพ แล้วระดมยิงพร้อมกัน

เหล่านักล่าแห่งยุคปัจจุบันระดมโจมตีอย่างชำนาญโดยใช้ข้อมูลที่สั่งสมมา

ในที่สุด บนทุ่งหญ้าสีเขียวที่เคยว่างเปล่าก็เริ่มมีของดรอปเพิ่มขึ้นทีละชิ้นสองชิ้น

"ทุกคนหยุดโจมตี! หยุด! ของดรอปแล้ว ยืนยันเป้าหมายเสียชีวิต"

ฝูงกรีนดราก้อนถูกกวาดล้างจนหมด

ปกติแล้วช่วงที่ทีมของจองฮาซองพักผ่อนน่าจะเป็นโอกาสทองเดียวที่จะทำแต้มแซง แต่คนทางฝั่งนี้เองก็เริ่มคิดจะพักกันบ้างแล้ว

ทั้งเรื่องอาหารการกิน ทั้งเรื่องห้องน้ำ

เพราะชาวโลกยังมีร่างกายที่ไม่เหมาะสมกับการใช้แรงงานตลอดทั้งวันโดยไม่พัก

"โอย~ จะตายเอา เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ไอ้นิสัยเจ้าเล่ห์ของพวกกรีนดราก้อนนี่มันอะไรกันนักกันหนา"

"ฮ่าๆ! นั่นสิครับ เผลอนิดเดียวก็ล่องหนมาตบหัวทิ่มเลย"

สมาชิกกิลด์หอคอยเวทมนตร์เกาหลีรีบเคลียร์พื้นที่ปลอดภัยแล้วเริ่มพักทานมื้อเที่ยง

อาหารที่พวกเขาหยิบออกมาก็เป็นอาหารกระป๋องให้พลังงานสูง ไม่ต่างจากของที่คิมกิรยอพกมาเท่าไหร่นัก

"อืม"

แต่ผ่านไปไม่กี่นาที

ฮันเตอร์ระดับ A ที่นั่งอยู่บนตอไม้คนนี้คงจะเบื่อเนื้อแดดเดียวที่ต้องกินทุกวันหรือเปล่าไม่ทราบ

จู่ๆ เขาก็ทำหน้าทะเล้นแล้วกระซิบกระซาบกับลูกทีม

"นี่ ว่าแต่ฮันเตอร์คิมกิรยอน่ะ"

แน่นอนว่าหัวข้อการนินทาคือผู้ตื่นรู้ระดับ S ที่มากับพวกเขา

"ดูยังไงก็เหมือนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับท่านหัวหน้ากิลด์ของเราเลยว่าไหม?"

ฮันเตอร์สาวรุ่นใหม่ที่เป็นผู้ฟังเคี้ยวคิมบับตุ้ยๆ พลางนึกในใจ

หัวหน้าทีม A-1 ของหอคอยเวทมนตร์เกาหลี ชายวัยกลางคนคนนี้ ปกติก็เป็นคนดีอยู่หรอก

ติดอยู่อย่างเดียวคือมีข้อเสียร้ายแรงเรื่องชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของชาวบ้านนี่แหละ

"ก็แบบว่า ก่อนหน้านี้มีคนเห็นเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าด้วยกันไม่ใช่เหรอ? แถมไปกันแค่สองต่อสองด้วย!"

หัวหน้าทีมคนนี้จะรู้ตัวไหมนะ ว่าลับหลังเขาโดนเรียกว่า 'ตาแก่น้ำลายแตกฟอง'

ลูกน้องทำหน้าปูเลี่ยนๆ แล้วตอบกลับหัวหน้าไป

"หัวหน้าชอบจับคู่คนโน้นคนนี้ไปทั่วตลอดเลยนะคะ"

แต่อีกฝ่ายกลับไม่สะทกสะท้าน

"ก็ชายหญิงเป็นเพื่อนกันไม่ได้นี่นา รุ่นราวคราวเดียวกันแบบฮันเตอร์คิมกับหัวหน้ากิลด์ติดต่อกันบ่อยขนาดนั้น จะไม่ให้สงสัยได้ยังไง?"

"โธ่ เพื่อนชายหญิงทำไมจะเป็นไม่ได้ล่ะคะ"

"เหอะๆ เมื่อก่อนฉันก็เคยคิดแบบเธอนั่นแหละ แต่พอใช้ชีวิตมาจนป่านนี้ ไอ้คำว่ามิตรภาพระหว่างชายหญิงเนี่ย มันเชื่อถือยากจริงๆ นะ~"

นิสัยช่างเม้าท์นี้มีสาเหตุมาจาก

"เริ่มจากเมียเก่าฉันที่แอบคบชู้กับไอ้คนที่บอกว่าเป็นเพื่อนชายมา 5 ปี จนฉันจับได้คาหนังคาเขานั่นแหละ..."

"อ่า"

ความเงียบเข้าปกคลุม

สมาชิกกิลด์หอคอยเวทมนตร์ต่างพากันก้มหน้าก้มตากินข้าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่ตอนนั้นเองหัวหน้าทีมตัวปัญหาก็พูดต่อ

"แต่ก็นะ พอลองสังเกตดูดีๆ ก็จินตนาการไม่ออกเลยว่าเพื่อนคิมกิรยอเขาจะไปเจ้าชู้ประตูดินที่ไหนได้"

ในฐานะผู้บัญชาการหลักของการพิชิตครั้งนี้ เขาเป็นคนของหอคอยเวทมนตร์ที่ได้คุยกับคิมกิรยอมากที่สุด

"หน้าตาหาเรื่องอย่างกับนักเลงแท้ๆ แต่มารยาทดีชะมัด ตอนฉันลองเข้าไปคุยด้วยนี่ตกใจหมดเลยนะรู้ไหม?"

ฮันเตอร์ที่กินคิมบับอยู่นึกขึ้นมาแวบหนึ่งว่า ถ้าคำบรรยายรูปร่างหน้าตาเมื่อกี้ไปเข้าหูฮันเตอร์ระดับ S หัวหน้าทีมคงศพไม่สวยแน่

"แถมยังแต่งตัวเนี้ยบใส่สูทเหมือนพนักงานบริษัททุกวัน ดูเป็นคนเอาการเอางาน บุคลิกน่าประทับใจจริงๆ"

"อืม"

"หรือฉันจะลองซื้อสูทมาใส่บ้างดีนะ"

ได้ยินประโยคนี้แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ต่อให้ซื้อสูทมาใส่ สภาพก็คงออกมาไม่เหมือนกัน...

แถมหัวหน้าทีมไม่ใช่ระดับ S ขืนใส่สูทที่พลังป้องกันต่ำ คงได้บาดเจ็บสาหัสในพริบตา แต่ฮันเตอร์สาวที่กินคิมบับอยู่ก็เลือกที่จะไม่พูดออกไป

"ข้างหน้ามีกรีนดราก้อน 1 ตัว!"

ในตอนนั้นเอง

สมาชิกกิลด์คนหนึ่งที่คอยเฝ้าระวังด้วยเครื่องตรวจจับก็ตะโกนลั่น

เหล่าฮันเตอร์ของหอคอยต่างยกอาวุธขึ้นพร้อมกัน ท่ามกลางเสียงกระทบของอาวุธเย็นเฉียบ ชายคนหนึ่งก็พูดขึ้น

"เดี๋ยวฉันจะไปยันไว้ก่อน! พวกที่ยังเคี้ยวไม่หมดก็ค่อยๆ กลืน เดี๋ยวจะสำลักเอา แล้วค่อยตามมา!"

อาสาเสียสละเวลาพักออกไปลุยก่อน มองแค่มุมนี้เขาก็ดูเป็นผู้นำในอุดมคติจริงๆ

"จริงสิ ไหนๆ ก็ได้โอกาสแล้ว ลองไอ้นี่หน่อยดีกว่า..."

ทันใดนั้น

สมาชิกกิลด์หอคอยคนหนึ่งก็สังเกตเห็นว่าหัวหน้าทีมหยิบอาวุธหน้าตาไม่คุ้นเคยออกมา

อาวุธที่มีด้ามจับไม้ดูโบราณ ปลายติดใบมีดแหลมคมคล้ายมีดสั้น

"[ลิ่มกรีดร้อง]? นั่นไปซื้อมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?"

นั่นมันไอเทมระดับยูนิคที่โด่งดังเพราะฮันเตอร์ระดับ S คนหนึ่งใช้ไม่ใช่เหรอ

"ปะ เปล่า ไม่ได้ซื้อตามใครสักหน่อย~ แค่คิดว่าน่าจะเป็นไพ่ตายจัดการกับพวกพลังป้องกันสูงๆ ได้ ก็เลยซื้อมาลองน่ะ"

รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลยแฮะ

หัวหน้าทีม 1 กำ [ลิ่มกรีดร้อง] ไว้แน่น แล้วใช้สกิลวงกว้าง 'สโตนสไปค์' ของตัวเองทำลายการล่องหนของศัตรู

จากนั้นก็แทงมีดสั้นเข้าใส่ศัตรูที่เผยตัวออกมา

และภาพที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือ...

"ก๊าซซซซซซซซซ!"

"อุ๊ยตาย!"

"อ๊า อีตาแก่น้ำลายแตกฟองนั่น"

กรีนดราก้อนที่ถูกกระตุ้นด้วยความเจ็บปวดเริ่มอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง เหยียบย่ำทุกอย่างที่ขวางหน้า

สมาชิกกิลด์หอคอยเห็นดังนั้นก็รีบวางตะเกียบแล้ววิ่งแจ้นไปยังที่เกิดเหตุทันที