Cover

103

คิมกิรยอหรี่ตามองสำรวจไปทั่วเมือง แล้วจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

ว่าจะปลิดชีพ [ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] ซะ

เพราะขืนปล่อยมันไว้ก็มีแต่จะเป็นภัย และในอีก 15 นาทีที่เหลือ มันมีโอกาสสูงมากที่จะทำอันตรายต่อคังชางโฮที่กำลังหมดสติอยู่

“ตาต่อตา”

เขาตัดสินใจยอมรับความเสี่ยงบ้าง เพื่อตอบแทนฮันเตอร์ระดับ S ที่ช่วยปกป้องเขาไว้

“บุญคุณต้องทดแทน”

.

.

.

“ขุดดินให้ลึกกว่านี้!”

“กลบมันซะ! ยาวไปเลย!”

ในอีกด้านหนึ่ง

บริเวณใกล้เคียงกับ [ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] เหล่าฮันเตอร์จำนวนหนึ่งกำลังตั้งค่ายกลรับมืออยู่

เนื่องจากมีคำสั่งจากรัฐบาลให้ถ่วงเวลาเจ้านั่นไว้จนกว่าจองฮาซองจะมาถึง

“ได้แล้ว! ตรึงไว้แบบนี้แหละ!”

“สกิลพันธนาการก็เข้าเป้าจังๆ แล้วครับ!”

หินผาและดิน

เหล่าผู้ตื่นรู้ต่างเร่งควบคุมสสารที่ประกอบเป็นพื้นดินเพื่อสร้างคุกชั่วคราวขึ้นมา

ทว่า ลำพังแค่พลังของพวกเขา มันช่างห่างไกลจากการจะหยุดยั้งมอนสเตอร์ระดับ S ได้

“ก๊าซซซซซซซ!”

“อ๊ากกก!”

“ทะ ทำลายไอ้นั่นได้ยังไง!”

เจ้าความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงทำลายพันธนาการจนแหลกละเอียด และเริ่มโจมตีพวกเขาอย่างไม่เลือกหน้า

“แบบนี้ยื้อไว้ไม่ถึง 5 นาทีแน่...!”

จำนวนผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในพริบตา

เหล่าฮันเตอร์ต่างกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นสภาพท้องถนนที่เจิ่งนองไปด้วยเลือด

“ถ้าทีมเราโดนมันประทับตราขึ้นมาจะทำยังไงครับเนี่ย?”

สถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นมีคนตัวสั่นงันงกเพราะกลัวว่าจะตกเป็นเหยื่อของเจ้างูยักษ์นั่น

ถึงกระนั้น พวกเขาก็ไม่อาจถอยหนีได้ง่ายๆ

ไม่ใช่เพียงเพราะคำสั่งของสมาคม แต่เพราะเมืองแห่งนี้คือบ้านเกิดเมืองนอนที่พวกเขาอาศัยอยู่

“ถ้าโดนประทับตรา ก็แค่เข้าไปในปากมันแป๊บเดียวแล้วค่อยออกมา เขาบอกว่ามันจะหาย”

“หัวหน้าครับ!”

“ทำไม? ก็เรื่องจริงนี่หว่า แกไม่ได้ดูถ่ายทอดสดเมื่อกี้เหรอ?”

เหล่าฮันเตอร์เกาหลีต่างกำอาวุธในมือแน่น แม้เหงื่อกาฬจะไหลพลั่ก

“เอาเป็นว่ามีสมาธิกับการล่าหน่อยเว้ย!”

แต่ก็นั่นแหละ เรื่องทางโลกมักไม่เป็นไปตามใจหวังเสมอไป

“อึก!”

“อือออ!”

ตรงข้ามกับใจที่สู้ยิบตา เหล่าฮันเตอร์ต่างค่อยๆ ทรุดฮวบลงไปทีละคนสองคนอย่างหมดสภาพ

และเมื่อจำนวนฮันเตอร์ที่ล้มลงมีมากเกินกว่าครึ่ง ในที่สุดขบวนรบโดยรวมก็แตกกระเจิงจนกู่ไม่กลับ

“ฟ่ออออออ!”

“ฉิบหายแล้ว...!”

ในที่สุดเจ้าอีมูกิก็ได้รับอิสระโดยสมบูรณ์

มันเชิดหัวขึ้นสูงลิ่วราวกับจะทะยานขึ้นสู่สวรรค์ และเริ่มทำลายล้างรอบข้างอย่างบ้าคลั่ง

ตูม! ครืนนนนนนน.

ตึกสูงระฟ้าที่เป็นดั่งผลึกแห่งเทคโนโลยีการก่อสร้างของมนุษยชาติ พังทลายลงมาเพียงแค่เจ้างูขยับตัวครั้งเดียว

หากนี่ไม่ใช่ภัยพิบัติ แล้วจะมีสิ่งใดเรียกว่าภัยพิบัติได้อีก

“ชูรูรูรูรู.......”

แม้เจ้าความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงจะใช้พละกำลังไปมากในการต่อสู้กับเอสเธอร์จนบินแทบไม่ขึ้นแล้วก็ตาม

แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังเป็นมังกร

สำหรับฮันเตอร์ ณ ที่แห่งนี้ เจ้าสิ่งมีชีวิตตรงหน้าให้ความรู้สึกเหมือนมังกรของจริงไม่มีผิด

“ฟ่ออออออ.”

เจ้าสัตว์ประหลาดแลบลิ้นแผล็บๆ อย่างพึงพอใจ ขณะก้มลงมองเหล่ามนุษย์ที่กำลังหวาดกลัวมัน

ตุบ

เสียงรบกวนนี้ดังขึ้น เป็นเหตุการณ์ถัดมา

“ฟ่ออออ.”

ตุบ

นี่มันเรื่องอะไรกัน

จู่ๆ ก็มีก้อนหินเล็กๆ ลอยมาจากไหนก็ไม่รู้

ตุบ

การปาหินใส่แค่นั้นมันเบาหวิวเกินกว่าจะเจาะเกล็ดของอีมูกิได้ แต่ถึงอย่างนั้น อีกฝ่ายก็ยังไม่หยุดโจมตี

เพราะเป้าหมายของทางนี้อยู่ที่อื่นยังไงล่ะ

“อะ อะไรของคนคนนั้นน่ะ”

ผมกัดสีบลอนด์ทอง

รองเท้าบูทหนัง

และชายหนุ่มในชุดที่ดูบางเบาเกินไปสำหรับฤดูหนาว กำลังยืนขว้างก้อนหินใส่อีมูกิ

“ก๊าซซซซซซซ!”

เจ้าอีมูกิทนรำคาญการปาหินไม่ไหว มันระเบิดอารมณ์และจัดการประทับตราใส่ชายหนุ่มไร้มารยาทคนนั้นทันที

พอสกิลของมอนสเตอร์ทำงาน ชายคนนั้นก็พูดขึ้นว่า

“โอ๊ะ ไวเสร็จกว่าที่คิดแฮะ”

และทันทีที่ตราประทับปรากฏขึ้น เขาก็เริ่มออกตัววิ่งแน่บราวกับได้สิ่งที่ต้องการแล้ว

-ตึง! ครืดดดดด.

เมื่อผู้ถูกประทับตราหนี แน่นอนว่าเจ้าอีมูกิต้องเลื้อยไล่ตามไป

“เอ่อ...”

เหล่าฮันเตอร์ที่รอดชีวิตต่างพากันปรับลมหายใจด้วยสีหน้ามึนงง จับต้นชนปลายไม่ถูก

“อย่าบอกนะว่าคนคนนั้นจงใจให้โดนประทับตรา?”

“น่าจะใช่นะครับ”

“ทะ ทำไปทำไมวะนั่น?”

“ไม่รู้เหมือนกันครับ”

ภาพที่เห็นมันเกินกว่าสามัญสำนึกของพวกเขาจะเข้าใจได้

ถ้าอย่างนั้น เจ้าฮันเตอร์ระดับ F ที่ใจกล้าลากอีมูกิไป กำลังทำอะไรอยู่ล่ะ?

ความจริงแล้ว การเผชิญหน้าของพวกเขาไม่ได้ยาวนานอะไรเลย

เพราะสิ่งที่กิรยอจะทำมีเพียงอย่างเดียวตั้งแต่แรก

“นั่นแหละ”

เขาล่ออีมูกิให้ตามหลังมา แล้วเลี้ยวเข้าสู่ตรอกมืดสลัวแห่งหนึ่งในเมือง

เส้นทางที่เป็นเส้นตรงแบบนี้ ช่างเหมาะเจาะกับการดำเนินแผนการของเขาเหลือเกิน

อ้าาา

เมื่อเจ้างูอ้าปากเตรียมจะงาบเขา นั่นจะทำให้เขายิงเวทมนตร์ได้แม่นยำยิ่งขึ้น

“เสร็จฉันล่ะ!”

กิรยอเปิดใช้งานกับดักที่เตรียมไว้ทันทีที่อีกฝ่ายอ้าขากรรไกร

-จี๊ดๆ!

-กรู้ววว.

-แง๊ววว!

หนู นก แมว

บรรดาซากศพสัตว์น้อยใหญ่ที่เขาให้สแตนด์บายรอไว้ตามมุมมืดของตรอก กระโดดพุ่งเข้าใส่ปากของเจ้างูราวกับรอเวลานี้มานาน

‘ความช่วยเหลือของพวกแก... ฉันจะไม่ลืมเลย!’

และแล้ว ซากศพที่ถูกปลุกชีพเหล่านั้นก็พากันมุดเข้าไปในหลอดลมของงูอย่างไม่รีรอใคร ต่างพากันพองตัวและพันกันยุ่งเหยิง

“────!”

ไม่ว่าเจ้างูชั่วร้ายจะดิ้นรนอย่างไร มันก็ไม่อาจคายพวกสัตว์ออกมาได้ เพราะพวกมันเกาะหนึบแน่นอยู่เต็มลำคอ

อึก

ช่างเป็นเวทมนตร์ที่โหดร้ายและละเอียดอ่อนเสียจริง

มิหนำซ้ำ เพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะสิ้นลมจริงๆ กิรยอยังงัดทุกวิธีการมาใช้

-อึก อึก

เพื่อเตรียมรับมือกับการก่อการร้ายในวันนี้ เขาถึงขนาดยอมขูดเงินในบัญชีที่เหลืออยู่ไปซื้อมานาโพชั่นมาตุนไว้

‘ขนาดนี้อย่างน้อยก็น่าจะยื้อได้จนกว่ามันจะขาดอากาศหายใจตายแหละน่า’

กิรยอควบคุมซากศพทั้งหมดอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมกับกระดกโพชั่นระดับต่ำที่ซื้อมาราวกับดื่มน้ำเปล่า

แน่นอนว่าเจ้าหน้าที่สมาคมบางคนเข้าใจผิดไปว่าคิมกิรยอเป็นพ่อหนุ่มจิตใจงามที่เห็นคุณค่าแม้กระทั่งซากแรคคูนข้างทาง ถ้ามาเห็นฉากนี้คงได้น้ำลายฟูมปากสลบเหมือดแน่ๆ...

ช่างเรื่องนั้นเถอะ

“อุ๊บ”

ตึง! ตึง! ตึง!

ไม่นานนัก อีมูกิที่หายใจไม่ออกก็เริ่มดิ้นพล่าน บิดลำตัวไปมาอย่างบ้าคลั่ง

‘ฮึ้ย!’

แต่นี่คือการต่อสู้ที่รู้ผลแพ้ชนะตั้งแต่แรกแล้ว เพราะเจ้าภัยพิบัติสีทมิฬตนนี้เพิ่งผ่านมือสองยอดฝีมืออย่างคังชางโฮและเอสเธอร์มาหมาดๆ

มันไม่มีแรงจะขัดขืนอีกต่อไป

“กี๊ซซซ.”

สิ้นเสียงร้องไห้อันน่าเวทนา

[ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] ที่สิ้นเรี่ยวแรง ก็ขาดอากาศหายใจตายด้วยน้ำมือของเวทมนตร์ระดับ F ในที่สุด

-ครืนนน.......

และแล้ว มอนสเตอร์เทียมตนนั้นก็ถึงแก่ความตาย

“เฮ้อ~”

เมื่อเห็นของรางวัลสำหรับการกำจัดบอสที่จะมอบให้ผู้ที่มีความดีความชอบสูงปรากฏขึ้น ก็มั่นใจได้เลยว่าบอสตายแล้วจริงๆ

วิ้ง

กิรยอมองลูกแก้วแสงที่ลอยตุ๊บป่องอยู่ข้างตัวเขา แล้วตะโกนออกมาอย่างโล่งอก

“ไอ้งูเวรนี่ ในที่สุดก็จับได้สักที!”

แต่เดี๋ยวนะ

เมื่อกี้เจ้าอีมูกิมันอาละวาดหนักไปหน่อยเลยไม่ทันสังเกต แต่พอดูดีๆ แล้ว ตรงกระดูกจมูกของงูมีดาบยาวเล่มหนึ่ง...

‘อะไรน่ะ?’

กิรยอให้ความสนใจกับวัตถุที่ปักอยู่บนซากศพบอส

แน่นอนว่าตัวตนของดาบนั้นถูกเปิดเผยในไม่ช้า เพราะไอเทมชิ้นนั้นเป็นอุปกรณ์ที่เขาคุ้นเคยดี

“อ้อ [ดาบต้องสาป]?”

นี่คือร่องรอยการต่อสู้ของหอคอยเวทมนตร์เกาหลีที่เพิ่งเกิดขึ้น

เอสเธอร์ใช้ดาบเล่มนี้กรีดปากบนของงูเพื่อช่วยสมาชิกกิลด์ และในขณะเดียวกันเธอก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนไม่สามารถเก็บกู้ไอเทมกลับไปได้

‘เก็บไว้ก่อนแล้วค่อยเอาไปคืนดีไหมนะ?’

กิรยอตัดสินใจจะตามหาเจ้าของของสิ่งนี้ด้วยความหวังดีล้วนๆ

แต่เพื่อการนั้น ก่อนอื่นต้องปีนขึ้นไปบนซากบอสเสียก่อน

เพราะดั้งจมูกของเจ้างูตัวนี้มันสูงขนาดต้องแหงนคอตั้งบ่าถึงจะมองเห็น

“ฮึบ”

เขาปีนขึ้นไปบนหัวงูอย่างทุลักทุเล แล้วดึงดาบที่ปักคาอยู่ออกมา

“หื้ม?”

แต่ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงเอะอะดังมาจากด้านหลัง

“ตรงนี้เหรอ?”

“ตรงนี้แหละ!”

“อะไรกัน ตายแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย?”

กรู

ในที่สุด เหล่าฮันเตอร์ก็แห่กันเข้ามาในตรอกเล็กๆ แห่งนี้

“เอ๊ะ?”

พวกเขาตามมาที่ส่วนหัวเพราะเห็นหางของ [ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] หยุดนิ่ง จึงอยากตรวจสอบสถานการณ์...

แต่พอเข้ามาในตรอก กลับเห็นภาพที่คาดไม่ถึง

มีชายหนุ่มหน้าตาเย็นชาคนหนึ่ง ยืนอยู่บนซากมอนสเตอร์ระดับ S และกำลังหันมามองทางนี้อย่างเงียบเชียบ

“.......”

ที่สำคัญ ชายปริศนาคนนั้นถือดาบยาวเปื้อนเลือดงูอยู่ในมือ

แถมข้างๆ ตัวยังมีดรอปไอเทมที่ลอยอยู่ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเป็นผู้พิชิตบอส

ถ้าอย่างนั้น สิ่งนี้จะหมายความว่าอะไรได้อีก

“เฮือก”

เหล่าฮันเตอร์พากันเงียบกริบด้วยสีหน้าตื่นตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนที่ผู้ตื่นรู้คนหนึ่งจะเอ่ยทักชายที่เหยียบหัวบอสอยู่เป็นคำแรก

“...สวัสดีครับ?”

แถมยังทักด้วยท่าทางเอียงคออย่างสงสัยอีกต่างหาก

---

ผ่านไปกี่นาทีแล้วนะ

หลังจากสถานการณ์สงบลง

ตอนนี้ผมกลับมายืนอยู่ที่สี่แยกเจ้าปัญหานั่นอีกครั้ง

เพราะคังชางโฮที่สลบไปเพิ่งจะได้สติเมื่อกี้นี้เอง

‘อะไรวะ! ฟื้นโคตรเร็วเลยแฮะ?’

ถึงระหว่างทางจะมีเรื่องวุ่นวายบ้าง แต่สุดท้ายก็จบสวย

ยังไงซะมอนสเตอร์ก็ถูกจัดการแล้ว

แถมซูเยฮวีก็โดนกล้อง CCTV ที่ติดตั้งไว้ถ่ายติดไปแล้ว ตำรวจคงเริ่มสืบสวนทันที

และที่สำคัญที่สุด เจ้าชาวโลกคนนี้ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก

“ฉันสลบไปกี่นาที?”

“ไม่รู้สิครับ สัก 15 นาทีมั้ง? อ้อ จริงสิ ผมจอดมอเตอร์ไซค์ของคุณชางโฮไว้ตรงโน้นนะครับ”

คังชางโฮลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ในมุมมองของอีกฝ่าย คงรู้สึกแปลกใจที่หลับไปงีบหนึ่งตื่นมาทุกอย่างก็จบแล้ว

แต่เจ้าตัวก็ดูไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นเท่าไหร่

หลังจากนั้นคังชางโฮก็แค่เหลือบมองเช็กว่าผมปลอดภัยดีไหม แล้วก็เดินจากไปตามทางของตัวเองอย่างเย็นชา

‘ไม่ตายก็ดีแล้ว’

ถ้าอย่างนั้นจะมีเหตุผลอะไรให้ฮันเตอร์ระดับ F ต้องอยู่ตรงนี้อีกล่ะ

หลังจากส่งคังชางโฮเสร็จ

ผมก็เดินต๊อกต๋อยกลับบ้าน

และวันต่อมา

ผมลืมตาตื่นรับแสงแดดอันสดใส แล้วเริ่มกิจวัตรประจำวันอีกครั้ง

บิดขี้เกียจ ล้างหน้า แปรงฟัน

นี่มันเช้าวันใหม่ที่ไม่ต่างอะไรจากพวกชาวโลกเลยสักนิดไม่ใช่รึไง?

‘อ้อ’

กลั้วๆๆๆ

ผมคิดขึ้นมาได้สั้นๆ ขณะบ้วนปากล้างฟองยาสีฟัน

จะว่าไป เมื่อวานผมส่งข้อความหาเอสเธอร์เรื่องดาบต้องสาปไปแล้ว ป่านนี้คงตอบกลับมาแล้วมั้ง

ถุย

ผมคายน้ำที่อมไว้ออกแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู

และสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอพักก็คือ.......

[สายที่ไม่ได้รับ (8)]

[ข้อความใหม่ (21)]

“หื้ม?”

นี่มันเรื่องอะไรกัน?

มีการติดต่อเข้ามาเป็นภูเขาเลากา แต่ผมกลับไม่รู้เรื่องเลยสักนิด

ดูท่าตอนเล่นมือถือคราวก่อนคงเผลอไปกดเปิดโหมดห้ามรบกวนเข้าแน่ๆ

“ใครส่งข้อความมาเยอะแยะขนาดนี้.......”

ผมรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีแปลกๆ จึงรีบเปิดกล่องข้อความดูทันที

【ผู้ส่ง : กูซอฮยอง]

[ฉันเห็นในเน็ตแล้ว นี่มันเรื่องอะไรกัน]

[นายเป็นระดับ F จริงดิ???]

[รับโทรศัพท์ก่อนเถอะ]

[ช่วยรับโทรศัพท์หน่อยเถอะ ได้โปรด]

[อย่าบอกนะว่านายบาดเจ็บ?]

ทว่า สายที่ไม่ได้รับส่วนใหญ่กลับเป็นข้อความจากอินแชนเตอร์ที่ชื่อกูซอฮยอง

‘เห็นในเน็ตเหรอ?’

ผมไม่เข้าใจว่ากูซอฮยองกำลังพูดเรื่องอะไร เลยลองเปิดอินเทอร์เน็ตตามเนื้อหาในข้อความดู

“อ้าว?”

และการกระทำนี้เอง ที่ทำให้ผมเริ่มปะติดปะต่อสถานการณ์ได้

ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผมหลับไป ตามเว็บพอร์ทัลต่างๆ เรียกได้ว่า.... กำลังแตกตื่นกันยกใหญ่

“เอ๊ะ? อะ อะไรนะ”

ชาวเน็ตต่างพากันตั้งกระทู้เกี่ยวกับดันเจี้ยนเบรคระดับ S ที่เกิดขึ้นเมื่อวานอย่างไม่ขาดสาย

แต่ปัญหาก็คือ ความสนใจของพวกเขากลับพุ่งเป้าไปที่หัวข้อที่ผมคาดไม่ถึง

“ห๊ะ?”

กระทู้ที่ถูกโพสต์จนเต็มหน้าฟีด ล้วนเป็นข้อมูลเกี่ยวกับฮันเตอร์ระดับ F คนหนึ่ง

ใช่ ตอนนี้ผมกำลังถูกผู้คนพูดถึงกันปากต่อปากแบบเรียลไทม์เลยน่ะสิ!

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!”

แถมเนื้อหาในกระทู้พวกนั้นยังอาการหนัก

ในนั้นเต็มไปด้วยการคาดเดาที่ผมไม่รู้เรื่อง และที่แย่กว่านั้นคือไม่มีความจริงเลยสักนิด

“คุณพระช่วย”

ก่อนอื่น

ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังเดือดพล่าน กระทู้ที่กลายเป็นประเด็นถกเถียงมากที่สุดก็คือกระทู้นี้

===========================

กระทู้แนะนำ: ‘ฮันเตอร์คนนั้น’ ขนาดคังชางโฮยังโดนซ้อมเลย

(มีคลิป)

===========================

ทันทีที่เห็นหัวข้อกระทู้นั้น ผมก็หลับตาปี๋

เฮ้ย เดี๋ยวสิ นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย.......

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

103

20px

คิมกิรยอหรี่ตามองสำรวจไปทั่วเมือง แล้วจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

ว่าจะปลิดชีพ [ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] ซะ

เพราะขืนปล่อยมันไว้ก็มีแต่จะเป็นภัย และในอีก 15 นาทีที่เหลือ มันมีโอกาสสูงมากที่จะทำอันตรายต่อคังชางโฮที่กำลังหมดสติอยู่

“ตาต่อตา”

เขาตัดสินใจยอมรับความเสี่ยงบ้าง เพื่อตอบแทนฮันเตอร์ระดับ S ที่ช่วยปกป้องเขาไว้

“บุญคุณต้องทดแทน”

.

.

.

“ขุดดินให้ลึกกว่านี้!”

“กลบมันซะ! ยาวไปเลย!”

ในอีกด้านหนึ่ง

บริเวณใกล้เคียงกับ [ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] เหล่าฮันเตอร์จำนวนหนึ่งกำลังตั้งค่ายกลรับมืออยู่

เนื่องจากมีคำสั่งจากรัฐบาลให้ถ่วงเวลาเจ้านั่นไว้จนกว่าจองฮาซองจะมาถึง

“ได้แล้ว! ตรึงไว้แบบนี้แหละ!”

“สกิลพันธนาการก็เข้าเป้าจังๆ แล้วครับ!”

หินผาและดิน

เหล่าผู้ตื่นรู้ต่างเร่งควบคุมสสารที่ประกอบเป็นพื้นดินเพื่อสร้างคุกชั่วคราวขึ้นมา

ทว่า ลำพังแค่พลังของพวกเขา มันช่างห่างไกลจากการจะหยุดยั้งมอนสเตอร์ระดับ S ได้

“ก๊าซซซซซซซ!”

“อ๊ากกก!”

“ทะ ทำลายไอ้นั่นได้ยังไง!”

เจ้าความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงทำลายพันธนาการจนแหลกละเอียด และเริ่มโจมตีพวกเขาอย่างไม่เลือกหน้า

“แบบนี้ยื้อไว้ไม่ถึง 5 นาทีแน่...!”

จำนวนผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในพริบตา

เหล่าฮันเตอร์ต่างกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นสภาพท้องถนนที่เจิ่งนองไปด้วยเลือด

“ถ้าทีมเราโดนมันประทับตราขึ้นมาจะทำยังไงครับเนี่ย?”

สถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นมีคนตัวสั่นงันงกเพราะกลัวว่าจะตกเป็นเหยื่อของเจ้างูยักษ์นั่น

ถึงกระนั้น พวกเขาก็ไม่อาจถอยหนีได้ง่ายๆ

ไม่ใช่เพียงเพราะคำสั่งของสมาคม แต่เพราะเมืองแห่งนี้คือบ้านเกิดเมืองนอนที่พวกเขาอาศัยอยู่

“ถ้าโดนประทับตรา ก็แค่เข้าไปในปากมันแป๊บเดียวแล้วค่อยออกมา เขาบอกว่ามันจะหาย”

“หัวหน้าครับ!”

“ทำไม? ก็เรื่องจริงนี่หว่า แกไม่ได้ดูถ่ายทอดสดเมื่อกี้เหรอ?”

เหล่าฮันเตอร์เกาหลีต่างกำอาวุธในมือแน่น แม้เหงื่อกาฬจะไหลพลั่ก

“เอาเป็นว่ามีสมาธิกับการล่าหน่อยเว้ย!”

แต่ก็นั่นแหละ เรื่องทางโลกมักไม่เป็นไปตามใจหวังเสมอไป

“อึก!”

“อือออ!”

ตรงข้ามกับใจที่สู้ยิบตา เหล่าฮันเตอร์ต่างค่อยๆ ทรุดฮวบลงไปทีละคนสองคนอย่างหมดสภาพ

และเมื่อจำนวนฮันเตอร์ที่ล้มลงมีมากเกินกว่าครึ่ง ในที่สุดขบวนรบโดยรวมก็แตกกระเจิงจนกู่ไม่กลับ

“ฟ่ออออออ!”

“ฉิบหายแล้ว...!”

ในที่สุดเจ้าอีมูกิก็ได้รับอิสระโดยสมบูรณ์

มันเชิดหัวขึ้นสูงลิ่วราวกับจะทะยานขึ้นสู่สวรรค์ และเริ่มทำลายล้างรอบข้างอย่างบ้าคลั่ง

ตูม! ครืนนนนนนน.

ตึกสูงระฟ้าที่เป็นดั่งผลึกแห่งเทคโนโลยีการก่อสร้างของมนุษยชาติ พังทลายลงมาเพียงแค่เจ้างูขยับตัวครั้งเดียว

หากนี่ไม่ใช่ภัยพิบัติ แล้วจะมีสิ่งใดเรียกว่าภัยพิบัติได้อีก

“ชูรูรูรูรู.......”

แม้เจ้าความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงจะใช้พละกำลังไปมากในการต่อสู้กับเอสเธอร์จนบินแทบไม่ขึ้นแล้วก็ตาม

แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังเป็นมังกร

สำหรับฮันเตอร์ ณ ที่แห่งนี้ เจ้าสิ่งมีชีวิตตรงหน้าให้ความรู้สึกเหมือนมังกรของจริงไม่มีผิด

“ฟ่ออออออ.”

เจ้าสัตว์ประหลาดแลบลิ้นแผล็บๆ อย่างพึงพอใจ ขณะก้มลงมองเหล่ามนุษย์ที่กำลังหวาดกลัวมัน

ตุบ

เสียงรบกวนนี้ดังขึ้น เป็นเหตุการณ์ถัดมา

“ฟ่ออออ.”

ตุบ

นี่มันเรื่องอะไรกัน

จู่ๆ ก็มีก้อนหินเล็กๆ ลอยมาจากไหนก็ไม่รู้

ตุบ

การปาหินใส่แค่นั้นมันเบาหวิวเกินกว่าจะเจาะเกล็ดของอีมูกิได้ แต่ถึงอย่างนั้น อีกฝ่ายก็ยังไม่หยุดโจมตี

เพราะเป้าหมายของทางนี้อยู่ที่อื่นยังไงล่ะ

“อะ อะไรของคนคนนั้นน่ะ”

ผมกัดสีบลอนด์ทอง

รองเท้าบูทหนัง

และชายหนุ่มในชุดที่ดูบางเบาเกินไปสำหรับฤดูหนาว กำลังยืนขว้างก้อนหินใส่อีมูกิ

“ก๊าซซซซซซซ!”

เจ้าอีมูกิทนรำคาญการปาหินไม่ไหว มันระเบิดอารมณ์และจัดการประทับตราใส่ชายหนุ่มไร้มารยาทคนนั้นทันที

พอสกิลของมอนสเตอร์ทำงาน ชายคนนั้นก็พูดขึ้นว่า

“โอ๊ะ ไวเสร็จกว่าที่คิดแฮะ”

และทันทีที่ตราประทับปรากฏขึ้น เขาก็เริ่มออกตัววิ่งแน่บราวกับได้สิ่งที่ต้องการแล้ว

-ตึง! ครืดดดดด.

เมื่อผู้ถูกประทับตราหนี แน่นอนว่าเจ้าอีมูกิต้องเลื้อยไล่ตามไป

“เอ่อ...”

เหล่าฮันเตอร์ที่รอดชีวิตต่างพากันปรับลมหายใจด้วยสีหน้ามึนงง จับต้นชนปลายไม่ถูก

“อย่าบอกนะว่าคนคนนั้นจงใจให้โดนประทับตรา?”

“น่าจะใช่นะครับ”

“ทะ ทำไปทำไมวะนั่น?”

“ไม่รู้เหมือนกันครับ”

ภาพที่เห็นมันเกินกว่าสามัญสำนึกของพวกเขาจะเข้าใจได้

ถ้าอย่างนั้น เจ้าฮันเตอร์ระดับ F ที่ใจกล้าลากอีมูกิไป กำลังทำอะไรอยู่ล่ะ?

ความจริงแล้ว การเผชิญหน้าของพวกเขาไม่ได้ยาวนานอะไรเลย

เพราะสิ่งที่กิรยอจะทำมีเพียงอย่างเดียวตั้งแต่แรก

“นั่นแหละ”

เขาล่ออีมูกิให้ตามหลังมา แล้วเลี้ยวเข้าสู่ตรอกมืดสลัวแห่งหนึ่งในเมือง

เส้นทางที่เป็นเส้นตรงแบบนี้ ช่างเหมาะเจาะกับการดำเนินแผนการของเขาเหลือเกิน

อ้าาา

เมื่อเจ้างูอ้าปากเตรียมจะงาบเขา นั่นจะทำให้เขายิงเวทมนตร์ได้แม่นยำยิ่งขึ้น

“เสร็จฉันล่ะ!”

กิรยอเปิดใช้งานกับดักที่เตรียมไว้ทันทีที่อีกฝ่ายอ้าขากรรไกร

-จี๊ดๆ!

-กรู้ววว.

-แง๊ววว!

หนู นก แมว

บรรดาซากศพสัตว์น้อยใหญ่ที่เขาให้สแตนด์บายรอไว้ตามมุมมืดของตรอก กระโดดพุ่งเข้าใส่ปากของเจ้างูราวกับรอเวลานี้มานาน

‘ความช่วยเหลือของพวกแก... ฉันจะไม่ลืมเลย!’

และแล้ว ซากศพที่ถูกปลุกชีพเหล่านั้นก็พากันมุดเข้าไปในหลอดลมของงูอย่างไม่รีรอใคร ต่างพากันพองตัวและพันกันยุ่งเหยิง

“────!”

ไม่ว่าเจ้างูชั่วร้ายจะดิ้นรนอย่างไร มันก็ไม่อาจคายพวกสัตว์ออกมาได้ เพราะพวกมันเกาะหนึบแน่นอยู่เต็มลำคอ

อึก

ช่างเป็นเวทมนตร์ที่โหดร้ายและละเอียดอ่อนเสียจริง

มิหนำซ้ำ เพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะสิ้นลมจริงๆ กิรยอยังงัดทุกวิธีการมาใช้

-อึก อึก

เพื่อเตรียมรับมือกับการก่อการร้ายในวันนี้ เขาถึงขนาดยอมขูดเงินในบัญชีที่เหลืออยู่ไปซื้อมานาโพชั่นมาตุนไว้

‘ขนาดนี้อย่างน้อยก็น่าจะยื้อได้จนกว่ามันจะขาดอากาศหายใจตายแหละน่า’

กิรยอควบคุมซากศพทั้งหมดอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมกับกระดกโพชั่นระดับต่ำที่ซื้อมาราวกับดื่มน้ำเปล่า

แน่นอนว่าเจ้าหน้าที่สมาคมบางคนเข้าใจผิดไปว่าคิมกิรยอเป็นพ่อหนุ่มจิตใจงามที่เห็นคุณค่าแม้กระทั่งซากแรคคูนข้างทาง ถ้ามาเห็นฉากนี้คงได้น้ำลายฟูมปากสลบเหมือดแน่ๆ...

ช่างเรื่องนั้นเถอะ

“อุ๊บ”

ตึง! ตึง! ตึง!

ไม่นานนัก อีมูกิที่หายใจไม่ออกก็เริ่มดิ้นพล่าน บิดลำตัวไปมาอย่างบ้าคลั่ง

‘ฮึ้ย!’

แต่นี่คือการต่อสู้ที่รู้ผลแพ้ชนะตั้งแต่แรกแล้ว เพราะเจ้าภัยพิบัติสีทมิฬตนนี้เพิ่งผ่านมือสองยอดฝีมืออย่างคังชางโฮและเอสเธอร์มาหมาดๆ

มันไม่มีแรงจะขัดขืนอีกต่อไป

“กี๊ซซซ.”

สิ้นเสียงร้องไห้อันน่าเวทนา

[ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] ที่สิ้นเรี่ยวแรง ก็ขาดอากาศหายใจตายด้วยน้ำมือของเวทมนตร์ระดับ F ในที่สุด

-ครืนนน.......

และแล้ว มอนสเตอร์เทียมตนนั้นก็ถึงแก่ความตาย

“เฮ้อ~”

เมื่อเห็นของรางวัลสำหรับการกำจัดบอสที่จะมอบให้ผู้ที่มีความดีความชอบสูงปรากฏขึ้น ก็มั่นใจได้เลยว่าบอสตายแล้วจริงๆ

วิ้ง

กิรยอมองลูกแก้วแสงที่ลอยตุ๊บป่องอยู่ข้างตัวเขา แล้วตะโกนออกมาอย่างโล่งอก

“ไอ้งูเวรนี่ ในที่สุดก็จับได้สักที!”

แต่เดี๋ยวนะ

เมื่อกี้เจ้าอีมูกิมันอาละวาดหนักไปหน่อยเลยไม่ทันสังเกต แต่พอดูดีๆ แล้ว ตรงกระดูกจมูกของงูมีดาบยาวเล่มหนึ่ง...

‘อะไรน่ะ?’

กิรยอให้ความสนใจกับวัตถุที่ปักอยู่บนซากศพบอส

แน่นอนว่าตัวตนของดาบนั้นถูกเปิดเผยในไม่ช้า เพราะไอเทมชิ้นนั้นเป็นอุปกรณ์ที่เขาคุ้นเคยดี

“อ้อ [ดาบต้องสาป]?”

นี่คือร่องรอยการต่อสู้ของหอคอยเวทมนตร์เกาหลีที่เพิ่งเกิดขึ้น

เอสเธอร์ใช้ดาบเล่มนี้กรีดปากบนของงูเพื่อช่วยสมาชิกกิลด์ และในขณะเดียวกันเธอก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนไม่สามารถเก็บกู้ไอเทมกลับไปได้

‘เก็บไว้ก่อนแล้วค่อยเอาไปคืนดีไหมนะ?’

กิรยอตัดสินใจจะตามหาเจ้าของของสิ่งนี้ด้วยความหวังดีล้วนๆ

แต่เพื่อการนั้น ก่อนอื่นต้องปีนขึ้นไปบนซากบอสเสียก่อน

เพราะดั้งจมูกของเจ้างูตัวนี้มันสูงขนาดต้องแหงนคอตั้งบ่าถึงจะมองเห็น

“ฮึบ”

เขาปีนขึ้นไปบนหัวงูอย่างทุลักทุเล แล้วดึงดาบที่ปักคาอยู่ออกมา

“หื้ม?”

แต่ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงเอะอะดังมาจากด้านหลัง

“ตรงนี้เหรอ?”

“ตรงนี้แหละ!”

“อะไรกัน ตายแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย?”

กรู

ในที่สุด เหล่าฮันเตอร์ก็แห่กันเข้ามาในตรอกเล็กๆ แห่งนี้

“เอ๊ะ?”

พวกเขาตามมาที่ส่วนหัวเพราะเห็นหางของ [ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] หยุดนิ่ง จึงอยากตรวจสอบสถานการณ์...

แต่พอเข้ามาในตรอก กลับเห็นภาพที่คาดไม่ถึง

มีชายหนุ่มหน้าตาเย็นชาคนหนึ่ง ยืนอยู่บนซากมอนสเตอร์ระดับ S และกำลังหันมามองทางนี้อย่างเงียบเชียบ

“.......”

ที่สำคัญ ชายปริศนาคนนั้นถือดาบยาวเปื้อนเลือดงูอยู่ในมือ

แถมข้างๆ ตัวยังมีดรอปไอเทมที่ลอยอยู่ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเป็นผู้พิชิตบอส

ถ้าอย่างนั้น สิ่งนี้จะหมายความว่าอะไรได้อีก

“เฮือก”

เหล่าฮันเตอร์พากันเงียบกริบด้วยสีหน้าตื่นตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนที่ผู้ตื่นรู้คนหนึ่งจะเอ่ยทักชายที่เหยียบหัวบอสอยู่เป็นคำแรก

“...สวัสดีครับ?”

แถมยังทักด้วยท่าทางเอียงคออย่างสงสัยอีกต่างหาก

---

ผ่านไปกี่นาทีแล้วนะ

หลังจากสถานการณ์สงบลง

ตอนนี้ผมกลับมายืนอยู่ที่สี่แยกเจ้าปัญหานั่นอีกครั้ง

เพราะคังชางโฮที่สลบไปเพิ่งจะได้สติเมื่อกี้นี้เอง

‘อะไรวะ! ฟื้นโคตรเร็วเลยแฮะ?’

ถึงระหว่างทางจะมีเรื่องวุ่นวายบ้าง แต่สุดท้ายก็จบสวย

ยังไงซะมอนสเตอร์ก็ถูกจัดการแล้ว

แถมซูเยฮวีก็โดนกล้อง CCTV ที่ติดตั้งไว้ถ่ายติดไปแล้ว ตำรวจคงเริ่มสืบสวนทันที

และที่สำคัญที่สุด เจ้าชาวโลกคนนี้ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก

“ฉันสลบไปกี่นาที?”

“ไม่รู้สิครับ สัก 15 นาทีมั้ง? อ้อ จริงสิ ผมจอดมอเตอร์ไซค์ของคุณชางโฮไว้ตรงโน้นนะครับ”

คังชางโฮลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ในมุมมองของอีกฝ่าย คงรู้สึกแปลกใจที่หลับไปงีบหนึ่งตื่นมาทุกอย่างก็จบแล้ว

แต่เจ้าตัวก็ดูไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นเท่าไหร่

หลังจากนั้นคังชางโฮก็แค่เหลือบมองเช็กว่าผมปลอดภัยดีไหม แล้วก็เดินจากไปตามทางของตัวเองอย่างเย็นชา

‘ไม่ตายก็ดีแล้ว’

ถ้าอย่างนั้นจะมีเหตุผลอะไรให้ฮันเตอร์ระดับ F ต้องอยู่ตรงนี้อีกล่ะ

หลังจากส่งคังชางโฮเสร็จ

ผมก็เดินต๊อกต๋อยกลับบ้าน

และวันต่อมา

ผมลืมตาตื่นรับแสงแดดอันสดใส แล้วเริ่มกิจวัตรประจำวันอีกครั้ง

บิดขี้เกียจ ล้างหน้า แปรงฟัน

นี่มันเช้าวันใหม่ที่ไม่ต่างอะไรจากพวกชาวโลกเลยสักนิดไม่ใช่รึไง?

‘อ้อ’

กลั้วๆๆๆ

ผมคิดขึ้นมาได้สั้นๆ ขณะบ้วนปากล้างฟองยาสีฟัน

จะว่าไป เมื่อวานผมส่งข้อความหาเอสเธอร์เรื่องดาบต้องสาปไปแล้ว ป่านนี้คงตอบกลับมาแล้วมั้ง

ถุย

ผมคายน้ำที่อมไว้ออกแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู

และสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอพักก็คือ.......

[สายที่ไม่ได้รับ (8)]

[ข้อความใหม่ (21)]

“หื้ม?”

นี่มันเรื่องอะไรกัน?

มีการติดต่อเข้ามาเป็นภูเขาเลากา แต่ผมกลับไม่รู้เรื่องเลยสักนิด

ดูท่าตอนเล่นมือถือคราวก่อนคงเผลอไปกดเปิดโหมดห้ามรบกวนเข้าแน่ๆ

“ใครส่งข้อความมาเยอะแยะขนาดนี้.......”

ผมรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีแปลกๆ จึงรีบเปิดกล่องข้อความดูทันที

【ผู้ส่ง : กูซอฮยอง]

[ฉันเห็นในเน็ตแล้ว นี่มันเรื่องอะไรกัน]

[นายเป็นระดับ F จริงดิ???]

[รับโทรศัพท์ก่อนเถอะ]

[ช่วยรับโทรศัพท์หน่อยเถอะ ได้โปรด]

[อย่าบอกนะว่านายบาดเจ็บ?]

ทว่า สายที่ไม่ได้รับส่วนใหญ่กลับเป็นข้อความจากอินแชนเตอร์ที่ชื่อกูซอฮยอง

‘เห็นในเน็ตเหรอ?’

ผมไม่เข้าใจว่ากูซอฮยองกำลังพูดเรื่องอะไร เลยลองเปิดอินเทอร์เน็ตตามเนื้อหาในข้อความดู

“อ้าว?”

และการกระทำนี้เอง ที่ทำให้ผมเริ่มปะติดปะต่อสถานการณ์ได้

ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผมหลับไป ตามเว็บพอร์ทัลต่างๆ เรียกได้ว่า.... กำลังแตกตื่นกันยกใหญ่

“เอ๊ะ? อะ อะไรนะ”

ชาวเน็ตต่างพากันตั้งกระทู้เกี่ยวกับดันเจี้ยนเบรคระดับ S ที่เกิดขึ้นเมื่อวานอย่างไม่ขาดสาย

แต่ปัญหาก็คือ ความสนใจของพวกเขากลับพุ่งเป้าไปที่หัวข้อที่ผมคาดไม่ถึง

“ห๊ะ?”

กระทู้ที่ถูกโพสต์จนเต็มหน้าฟีด ล้วนเป็นข้อมูลเกี่ยวกับฮันเตอร์ระดับ F คนหนึ่ง

ใช่ ตอนนี้ผมกำลังถูกผู้คนพูดถึงกันปากต่อปากแบบเรียลไทม์เลยน่ะสิ!

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!”

แถมเนื้อหาในกระทู้พวกนั้นยังอาการหนัก

ในนั้นเต็มไปด้วยการคาดเดาที่ผมไม่รู้เรื่อง และที่แย่กว่านั้นคือไม่มีความจริงเลยสักนิด

“คุณพระช่วย”

ก่อนอื่น

ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังเดือดพล่าน กระทู้ที่กลายเป็นประเด็นถกเถียงมากที่สุดก็คือกระทู้นี้

===========================

กระทู้แนะนำ: ‘ฮันเตอร์คนนั้น’ ขนาดคังชางโฮยังโดนซ้อมเลย

(มีคลิป)

===========================

ทันทีที่เห็นหัวข้อกระทู้นั้น ผมก็หลับตาปี๋

เฮ้ย เดี๋ยวสิ นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย.......