คิมกิรยอหรี่ตามองสำรวจไปทั่วเมือง แล้วจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
ว่าจะปลิดชีพ [ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] ซะ
เพราะขืนปล่อยมันไว้ก็มีแต่จะเป็นภัย และในอีก 15 นาทีที่เหลือ มันมีโอกาสสูงมากที่จะทำอันตรายต่อคังชางโฮที่กำลังหมดสติอยู่
“ตาต่อตา”
เขาตัดสินใจยอมรับความเสี่ยงบ้าง เพื่อตอบแทนฮันเตอร์ระดับ S ที่ช่วยปกป้องเขาไว้
“บุญคุณต้องทดแทน”
.
.
.
“ขุดดินให้ลึกกว่านี้!”
“กลบมันซะ! ยาวไปเลย!”
ในอีกด้านหนึ่ง
บริเวณใกล้เคียงกับ [ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] เหล่าฮันเตอร์จำนวนหนึ่งกำลังตั้งค่ายกลรับมืออยู่
เนื่องจากมีคำสั่งจากรัฐบาลให้ถ่วงเวลาเจ้านั่นไว้จนกว่าจองฮาซองจะมาถึง
“ได้แล้ว! ตรึงไว้แบบนี้แหละ!”
“สกิลพันธนาการก็เข้าเป้าจังๆ แล้วครับ!”
หินผาและดิน
เหล่าผู้ตื่นรู้ต่างเร่งควบคุมสสารที่ประกอบเป็นพื้นดินเพื่อสร้างคุกชั่วคราวขึ้นมา
ทว่า ลำพังแค่พลังของพวกเขา มันช่างห่างไกลจากการจะหยุดยั้งมอนสเตอร์ระดับ S ได้
“ก๊าซซซซซซซ!”
“อ๊ากกก!”
“ทะ ทำลายไอ้นั่นได้ยังไง!”
เจ้าความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงทำลายพันธนาการจนแหลกละเอียด และเริ่มโจมตีพวกเขาอย่างไม่เลือกหน้า
“แบบนี้ยื้อไว้ไม่ถึง 5 นาทีแน่...!”
จำนวนผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในพริบตา
เหล่าฮันเตอร์ต่างกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นสภาพท้องถนนที่เจิ่งนองไปด้วยเลือด
“ถ้าทีมเราโดนมันประทับตราขึ้นมาจะทำยังไงครับเนี่ย?”
สถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นมีคนตัวสั่นงันงกเพราะกลัวว่าจะตกเป็นเหยื่อของเจ้างูยักษ์นั่น
ถึงกระนั้น พวกเขาก็ไม่อาจถอยหนีได้ง่ายๆ
ไม่ใช่เพียงเพราะคำสั่งของสมาคม แต่เพราะเมืองแห่งนี้คือบ้านเกิดเมืองนอนที่พวกเขาอาศัยอยู่
“ถ้าโดนประทับตรา ก็แค่เข้าไปในปากมันแป๊บเดียวแล้วค่อยออกมา เขาบอกว่ามันจะหาย”
“หัวหน้าครับ!”
“ทำไม? ก็เรื่องจริงนี่หว่า แกไม่ได้ดูถ่ายทอดสดเมื่อกี้เหรอ?”
เหล่าฮันเตอร์เกาหลีต่างกำอาวุธในมือแน่น แม้เหงื่อกาฬจะไหลพลั่ก
“เอาเป็นว่ามีสมาธิกับการล่าหน่อยเว้ย!”
แต่ก็นั่นแหละ เรื่องทางโลกมักไม่เป็นไปตามใจหวังเสมอไป
“อึก!”
“อือออ!”
ตรงข้ามกับใจที่สู้ยิบตา เหล่าฮันเตอร์ต่างค่อยๆ ทรุดฮวบลงไปทีละคนสองคนอย่างหมดสภาพ
และเมื่อจำนวนฮันเตอร์ที่ล้มลงมีมากเกินกว่าครึ่ง ในที่สุดขบวนรบโดยรวมก็แตกกระเจิงจนกู่ไม่กลับ
“ฟ่ออออออ!”
“ฉิบหายแล้ว...!”
ในที่สุดเจ้าอีมูกิก็ได้รับอิสระโดยสมบูรณ์
มันเชิดหัวขึ้นสูงลิ่วราวกับจะทะยานขึ้นสู่สวรรค์ และเริ่มทำลายล้างรอบข้างอย่างบ้าคลั่ง
ตูม! ครืนนนนนนน.
ตึกสูงระฟ้าที่เป็นดั่งผลึกแห่งเทคโนโลยีการก่อสร้างของมนุษยชาติ พังทลายลงมาเพียงแค่เจ้างูขยับตัวครั้งเดียว
หากนี่ไม่ใช่ภัยพิบัติ แล้วจะมีสิ่งใดเรียกว่าภัยพิบัติได้อีก
“ชูรูรูรูรู.......”
แม้เจ้าความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงจะใช้พละกำลังไปมากในการต่อสู้กับเอสเธอร์จนบินแทบไม่ขึ้นแล้วก็ตาม
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังเป็นมังกร
สำหรับฮันเตอร์ ณ ที่แห่งนี้ เจ้าสิ่งมีชีวิตตรงหน้าให้ความรู้สึกเหมือนมังกรของจริงไม่มีผิด
“ฟ่ออออออ.”
เจ้าสัตว์ประหลาดแลบลิ้นแผล็บๆ อย่างพึงพอใจ ขณะก้มลงมองเหล่ามนุษย์ที่กำลังหวาดกลัวมัน
ตุบ
เสียงรบกวนนี้ดังขึ้น เป็นเหตุการณ์ถัดมา
“ฟ่ออออ.”
ตุบ
นี่มันเรื่องอะไรกัน
จู่ๆ ก็มีก้อนหินเล็กๆ ลอยมาจากไหนก็ไม่รู้
ตุบ
การปาหินใส่แค่นั้นมันเบาหวิวเกินกว่าจะเจาะเกล็ดของอีมูกิได้ แต่ถึงอย่างนั้น อีกฝ่ายก็ยังไม่หยุดโจมตี
เพราะเป้าหมายของทางนี้อยู่ที่อื่นยังไงล่ะ
“อะ อะไรของคนคนนั้นน่ะ”
ผมกัดสีบลอนด์ทอง
รองเท้าบูทหนัง
และชายหนุ่มในชุดที่ดูบางเบาเกินไปสำหรับฤดูหนาว กำลังยืนขว้างก้อนหินใส่อีมูกิ
“ก๊าซซซซซซซ!”
เจ้าอีมูกิทนรำคาญการปาหินไม่ไหว มันระเบิดอารมณ์และจัดการประทับตราใส่ชายหนุ่มไร้มารยาทคนนั้นทันที
พอสกิลของมอนสเตอร์ทำงาน ชายคนนั้นก็พูดขึ้นว่า
“โอ๊ะ ไวเสร็จกว่าที่คิดแฮะ”
และทันทีที่ตราประทับปรากฏขึ้น เขาก็เริ่มออกตัววิ่งแน่บราวกับได้สิ่งที่ต้องการแล้ว
-ตึง! ครืดดดดด.
เมื่อผู้ถูกประทับตราหนี แน่นอนว่าเจ้าอีมูกิต้องเลื้อยไล่ตามไป
“เอ่อ...”
เหล่าฮันเตอร์ที่รอดชีวิตต่างพากันปรับลมหายใจด้วยสีหน้ามึนงง จับต้นชนปลายไม่ถูก
“อย่าบอกนะว่าคนคนนั้นจงใจให้โดนประทับตรา?”
“น่าจะใช่นะครับ”
“ทะ ทำไปทำไมวะนั่น?”
“ไม่รู้เหมือนกันครับ”
ภาพที่เห็นมันเกินกว่าสามัญสำนึกของพวกเขาจะเข้าใจได้
ถ้าอย่างนั้น เจ้าฮันเตอร์ระดับ F ที่ใจกล้าลากอีมูกิไป กำลังทำอะไรอยู่ล่ะ?
ความจริงแล้ว การเผชิญหน้าของพวกเขาไม่ได้ยาวนานอะไรเลย
เพราะสิ่งที่กิรยอจะทำมีเพียงอย่างเดียวตั้งแต่แรก
“นั่นแหละ”
เขาล่ออีมูกิให้ตามหลังมา แล้วเลี้ยวเข้าสู่ตรอกมืดสลัวแห่งหนึ่งในเมือง
เส้นทางที่เป็นเส้นตรงแบบนี้ ช่างเหมาะเจาะกับการดำเนินแผนการของเขาเหลือเกิน
อ้าาา
เมื่อเจ้างูอ้าปากเตรียมจะงาบเขา นั่นจะทำให้เขายิงเวทมนตร์ได้แม่นยำยิ่งขึ้น
“เสร็จฉันล่ะ!”
กิรยอเปิดใช้งานกับดักที่เตรียมไว้ทันทีที่อีกฝ่ายอ้าขากรรไกร
-จี๊ดๆ!
-กรู้ววว.
-แง๊ววว!
หนู นก แมว
บรรดาซากศพสัตว์น้อยใหญ่ที่เขาให้สแตนด์บายรอไว้ตามมุมมืดของตรอก กระโดดพุ่งเข้าใส่ปากของเจ้างูราวกับรอเวลานี้มานาน
‘ความช่วยเหลือของพวกแก... ฉันจะไม่ลืมเลย!’
และแล้ว ซากศพที่ถูกปลุกชีพเหล่านั้นก็พากันมุดเข้าไปในหลอดลมของงูอย่างไม่รีรอใคร ต่างพากันพองตัวและพันกันยุ่งเหยิง
“────!”
ไม่ว่าเจ้างูชั่วร้ายจะดิ้นรนอย่างไร มันก็ไม่อาจคายพวกสัตว์ออกมาได้ เพราะพวกมันเกาะหนึบแน่นอยู่เต็มลำคอ
อึก
ช่างเป็นเวทมนตร์ที่โหดร้ายและละเอียดอ่อนเสียจริง
มิหนำซ้ำ เพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะสิ้นลมจริงๆ กิรยอยังงัดทุกวิธีการมาใช้
-อึก อึก
เพื่อเตรียมรับมือกับการก่อการร้ายในวันนี้ เขาถึงขนาดยอมขูดเงินในบัญชีที่เหลืออยู่ไปซื้อมานาโพชั่นมาตุนไว้
‘ขนาดนี้อย่างน้อยก็น่าจะยื้อได้จนกว่ามันจะขาดอากาศหายใจตายแหละน่า’
กิรยอควบคุมซากศพทั้งหมดอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมกับกระดกโพชั่นระดับต่ำที่ซื้อมาราวกับดื่มน้ำเปล่า
แน่นอนว่าเจ้าหน้าที่สมาคมบางคนเข้าใจผิดไปว่าคิมกิรยอเป็นพ่อหนุ่มจิตใจงามที่เห็นคุณค่าแม้กระทั่งซากแรคคูนข้างทาง ถ้ามาเห็นฉากนี้คงได้น้ำลายฟูมปากสลบเหมือดแน่ๆ...
ช่างเรื่องนั้นเถอะ
“อุ๊บ”
ตึง! ตึง! ตึง!
ไม่นานนัก อีมูกิที่หายใจไม่ออกก็เริ่มดิ้นพล่าน บิดลำตัวไปมาอย่างบ้าคลั่ง
‘ฮึ้ย!’
แต่นี่คือการต่อสู้ที่รู้ผลแพ้ชนะตั้งแต่แรกแล้ว เพราะเจ้าภัยพิบัติสีทมิฬตนนี้เพิ่งผ่านมือสองยอดฝีมืออย่างคังชางโฮและเอสเธอร์มาหมาดๆ
มันไม่มีแรงจะขัดขืนอีกต่อไป
“กี๊ซซซ.”
สิ้นเสียงร้องไห้อันน่าเวทนา
[ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] ที่สิ้นเรี่ยวแรง ก็ขาดอากาศหายใจตายด้วยน้ำมือของเวทมนตร์ระดับ F ในที่สุด
-ครืนนน.......
และแล้ว มอนสเตอร์เทียมตนนั้นก็ถึงแก่ความตาย
“เฮ้อ~”
เมื่อเห็นของรางวัลสำหรับการกำจัดบอสที่จะมอบให้ผู้ที่มีความดีความชอบสูงปรากฏขึ้น ก็มั่นใจได้เลยว่าบอสตายแล้วจริงๆ
วิ้ง
กิรยอมองลูกแก้วแสงที่ลอยตุ๊บป่องอยู่ข้างตัวเขา แล้วตะโกนออกมาอย่างโล่งอก
“ไอ้งูเวรนี่ ในที่สุดก็จับได้สักที!”
แต่เดี๋ยวนะ
เมื่อกี้เจ้าอีมูกิมันอาละวาดหนักไปหน่อยเลยไม่ทันสังเกต แต่พอดูดีๆ แล้ว ตรงกระดูกจมูกของงูมีดาบยาวเล่มหนึ่ง...
‘อะไรน่ะ?’
กิรยอให้ความสนใจกับวัตถุที่ปักอยู่บนซากศพบอส
แน่นอนว่าตัวตนของดาบนั้นถูกเปิดเผยในไม่ช้า เพราะไอเทมชิ้นนั้นเป็นอุปกรณ์ที่เขาคุ้นเคยดี
“อ้อ [ดาบต้องสาป]?”
นี่คือร่องรอยการต่อสู้ของหอคอยเวทมนตร์เกาหลีที่เพิ่งเกิดขึ้น
เอสเธอร์ใช้ดาบเล่มนี้กรีดปากบนของงูเพื่อช่วยสมาชิกกิลด์ และในขณะเดียวกันเธอก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนไม่สามารถเก็บกู้ไอเทมกลับไปได้
‘เก็บไว้ก่อนแล้วค่อยเอาไปคืนดีไหมนะ?’
กิรยอตัดสินใจจะตามหาเจ้าของของสิ่งนี้ด้วยความหวังดีล้วนๆ
แต่เพื่อการนั้น ก่อนอื่นต้องปีนขึ้นไปบนซากบอสเสียก่อน
เพราะดั้งจมูกของเจ้างูตัวนี้มันสูงขนาดต้องแหงนคอตั้งบ่าถึงจะมองเห็น
“ฮึบ”
เขาปีนขึ้นไปบนหัวงูอย่างทุลักทุเล แล้วดึงดาบที่ปักคาอยู่ออกมา
“หื้ม?”
แต่ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงเอะอะดังมาจากด้านหลัง
“ตรงนี้เหรอ?”
“ตรงนี้แหละ!”
“อะไรกัน ตายแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย?”
กรู
ในที่สุด เหล่าฮันเตอร์ก็แห่กันเข้ามาในตรอกเล็กๆ แห่งนี้
“เอ๊ะ?”
พวกเขาตามมาที่ส่วนหัวเพราะเห็นหางของ [ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] หยุดนิ่ง จึงอยากตรวจสอบสถานการณ์...
แต่พอเข้ามาในตรอก กลับเห็นภาพที่คาดไม่ถึง
มีชายหนุ่มหน้าตาเย็นชาคนหนึ่ง ยืนอยู่บนซากมอนสเตอร์ระดับ S และกำลังหันมามองทางนี้อย่างเงียบเชียบ
“.......”
ที่สำคัญ ชายปริศนาคนนั้นถือดาบยาวเปื้อนเลือดงูอยู่ในมือ
แถมข้างๆ ตัวยังมีดรอปไอเทมที่ลอยอยู่ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเป็นผู้พิชิตบอส
ถ้าอย่างนั้น สิ่งนี้จะหมายความว่าอะไรได้อีก
“เฮือก”
เหล่าฮันเตอร์พากันเงียบกริบด้วยสีหน้าตื่นตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนที่ผู้ตื่นรู้คนหนึ่งจะเอ่ยทักชายที่เหยียบหัวบอสอยู่เป็นคำแรก
“...สวัสดีครับ?”
แถมยังทักด้วยท่าทางเอียงคออย่างสงสัยอีกต่างหาก
---
ผ่านไปกี่นาทีแล้วนะ
หลังจากสถานการณ์สงบลง
ตอนนี้ผมกลับมายืนอยู่ที่สี่แยกเจ้าปัญหานั่นอีกครั้ง
เพราะคังชางโฮที่สลบไปเพิ่งจะได้สติเมื่อกี้นี้เอง
‘อะไรวะ! ฟื้นโคตรเร็วเลยแฮะ?’
ถึงระหว่างทางจะมีเรื่องวุ่นวายบ้าง แต่สุดท้ายก็จบสวย
ยังไงซะมอนสเตอร์ก็ถูกจัดการแล้ว
แถมซูเยฮวีก็โดนกล้อง CCTV ที่ติดตั้งไว้ถ่ายติดไปแล้ว ตำรวจคงเริ่มสืบสวนทันที
และที่สำคัญที่สุด เจ้าชาวโลกคนนี้ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก
“ฉันสลบไปกี่นาที?”
“ไม่รู้สิครับ สัก 15 นาทีมั้ง? อ้อ จริงสิ ผมจอดมอเตอร์ไซค์ของคุณชางโฮไว้ตรงโน้นนะครับ”
คังชางโฮลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ในมุมมองของอีกฝ่าย คงรู้สึกแปลกใจที่หลับไปงีบหนึ่งตื่นมาทุกอย่างก็จบแล้ว
แต่เจ้าตัวก็ดูไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นเท่าไหร่
หลังจากนั้นคังชางโฮก็แค่เหลือบมองเช็กว่าผมปลอดภัยดีไหม แล้วก็เดินจากไปตามทางของตัวเองอย่างเย็นชา
‘ไม่ตายก็ดีแล้ว’
ถ้าอย่างนั้นจะมีเหตุผลอะไรให้ฮันเตอร์ระดับ F ต้องอยู่ตรงนี้อีกล่ะ
หลังจากส่งคังชางโฮเสร็จ
ผมก็เดินต๊อกต๋อยกลับบ้าน
และวันต่อมา
ผมลืมตาตื่นรับแสงแดดอันสดใส แล้วเริ่มกิจวัตรประจำวันอีกครั้ง
บิดขี้เกียจ ล้างหน้า แปรงฟัน
นี่มันเช้าวันใหม่ที่ไม่ต่างอะไรจากพวกชาวโลกเลยสักนิดไม่ใช่รึไง?
‘อ้อ’
กลั้วๆๆๆ
ผมคิดขึ้นมาได้สั้นๆ ขณะบ้วนปากล้างฟองยาสีฟัน
จะว่าไป เมื่อวานผมส่งข้อความหาเอสเธอร์เรื่องดาบต้องสาปไปแล้ว ป่านนี้คงตอบกลับมาแล้วมั้ง
ถุย
ผมคายน้ำที่อมไว้ออกแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู
และสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอพักก็คือ.......
[สายที่ไม่ได้รับ (8)]
[ข้อความใหม่ (21)]
“หื้ม?”
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
มีการติดต่อเข้ามาเป็นภูเขาเลากา แต่ผมกลับไม่รู้เรื่องเลยสักนิด
ดูท่าตอนเล่นมือถือคราวก่อนคงเผลอไปกดเปิดโหมดห้ามรบกวนเข้าแน่ๆ
“ใครส่งข้อความมาเยอะแยะขนาดนี้.......”
ผมรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีแปลกๆ จึงรีบเปิดกล่องข้อความดูทันที
【ผู้ส่ง : กูซอฮยอง]
[ฉันเห็นในเน็ตแล้ว นี่มันเรื่องอะไรกัน]
[นายเป็นระดับ F จริงดิ???]
[รับโทรศัพท์ก่อนเถอะ]
[ช่วยรับโทรศัพท์หน่อยเถอะ ได้โปรด]
[อย่าบอกนะว่านายบาดเจ็บ?]
ทว่า สายที่ไม่ได้รับส่วนใหญ่กลับเป็นข้อความจากอินแชนเตอร์ที่ชื่อกูซอฮยอง
‘เห็นในเน็ตเหรอ?’
ผมไม่เข้าใจว่ากูซอฮยองกำลังพูดเรื่องอะไร เลยลองเปิดอินเทอร์เน็ตตามเนื้อหาในข้อความดู
“อ้าว?”
และการกระทำนี้เอง ที่ทำให้ผมเริ่มปะติดปะต่อสถานการณ์ได้
ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผมหลับไป ตามเว็บพอร์ทัลต่างๆ เรียกได้ว่า.... กำลังแตกตื่นกันยกใหญ่
“เอ๊ะ? อะ อะไรนะ”
ชาวเน็ตต่างพากันตั้งกระทู้เกี่ยวกับดันเจี้ยนเบรคระดับ S ที่เกิดขึ้นเมื่อวานอย่างไม่ขาดสาย
แต่ปัญหาก็คือ ความสนใจของพวกเขากลับพุ่งเป้าไปที่หัวข้อที่ผมคาดไม่ถึง
“ห๊ะ?”
กระทู้ที่ถูกโพสต์จนเต็มหน้าฟีด ล้วนเป็นข้อมูลเกี่ยวกับฮันเตอร์ระดับ F คนหนึ่ง
ใช่ ตอนนี้ผมกำลังถูกผู้คนพูดถึงกันปากต่อปากแบบเรียลไทม์เลยน่ะสิ!
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!”
แถมเนื้อหาในกระทู้พวกนั้นยังอาการหนัก
ในนั้นเต็มไปด้วยการคาดเดาที่ผมไม่รู้เรื่อง และที่แย่กว่านั้นคือไม่มีความจริงเลยสักนิด
“คุณพระช่วย”
ก่อนอื่น
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังเดือดพล่าน กระทู้ที่กลายเป็นประเด็นถกเถียงมากที่สุดก็คือกระทู้นี้
===========================
กระทู้แนะนำ: ‘ฮันเตอร์คนนั้น’ ขนาดคังชางโฮยังโดนซ้อมเลย
(มีคลิป)
===========================
ทันทีที่เห็นหัวข้อกระทู้นั้น ผมก็หลับตาปี๋
เฮ้ย เดี๋ยวสิ นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย.......