‘ทำไงดี?’
ฉันยังไม่เข้าใจโครงสร้างร่างกายของพวกชาวโลกอย่างถ่องแท้ นั่นยิ่งทำให้รู้สึกหวาดหวั่นเข้าไปใหญ่
เพราะฉันไม่อาจจำแนกได้เลยว่า คังชางโฮที่อยู่ตรงหน้ากำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤตระดับไหน
‘ถ้าเกิดเจ้าชาวโลกนี่ตายเพราะเรื่องแค่นี้ล่ะก็...!’
ฉันตื่นตระหนกกับการหมดสติของอีกฝ่าย จนเริ่มขยับตัวลนลานทำอะไรไม่ถูก
พูดให้ถูกคือ ฉันพยายามจะงัดร่างระดับ S ออกมาจากซากปรักหักพังนั่นแหละ
.
.
.
แต่ก็นะ อย่างที่รู้กัน...
พละกำลังของฮันเตอร์ระดับ F มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับแมลงหวี่แมลงวันที่บินผ่านเลยสักนิด
‘ฮึบ... ฮึบบบบบ!’
ให้ตายสิ น่าหงุดหงิดจนอยากจะบ้า
ผลักก็ไม่ได้
ยกก็ไม่ขึ้น
ฮันเตอร์ระดับ F อย่างฉันจะมีปัญญาเอาก้อนหินหนักอึ้งนั่นออกไปได้ยังไง?
‘อุตส่าห์ช่วยฉันแท้ๆ แต่ชาวโลกคนนี้กลับต้องมาอยู่ในสภาพ...’
ถึงจะยังไม่เห็นบาดแผลภายนอกที่ชัดเจน แต่ดูเหมือนซากตึกหนักๆ นั่นจะกดทับช่วงหน้าอกอยู่ เพราะเสียงหายใจของเขาแผ่วเบามาสักพักแล้ว
‘ขืนเป็นแบบนี้ต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่’
ฉันเริ่มกลัวเสียงลมหายใจอันรวยรินของคังชางโฮ จึงงัดทุกวิถีทางออกมาใช้
ถึงขั้นพยายามจะดึงตัวเขาออกมาจากใต้ซากตึกดื้อๆ
“อึ๊กกก!”
แต่ความพยายามครั้งสุดท้ายก็ไร้ผล ไม่ว่าจะดึงแขนที่โผล่ออกมาแรงแค่ไหน คังชางโฮก็ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
“หลุดออกมาสิโว้ย...!”
สุดท้ายฉันก็ได้แต่ตะโกนแหกปากรีดเค้นแรงเฮือกสุดท้ายออกมา
“บอกให้หลุดออกมาไงฟะ!!”
แต่ก็นั่นแหละ แค่เบ่งพลังเสียง ฮันเตอร์ระดับ F ก็คงไม่เก่งขึ้นมาปรู๊ดปร๊าดหรอก
แฮ่ก... แฮ่ก...
ฉันยืนเหยียบอยู่บนก้อนหินที่ทับร่างคังชางโฮพลางหอบหายใจอย่างหนัก บ้าเอ๊ย วิธีการปกติคงใช้ไม่ได้ผลสินะ
‘หรือจะขุดดินลงไปข้างล่างเพื่อเปิดช่องว่างดีนะ...’
โครม!
ตอนนั้นเอง
ฉันรีบเงยหน้าขวับเมื่อได้ยินเสียงดังสนั่นอีกครั้ง
จะว่าไป มัวแต่ห่วงคังชางโฮจนลืมไปเลยว่า ที่นี่คือใจกลางเมืองที่กำลังโดนดันเจี้ยนเบรกถล่มเละเทะอยู่
‘เวรเอ๊ย! ตรงไหนถล่มลงมาอีกวะ?’
แต่โชคดีที่เสียงรอบนี้ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับจุดที่ฉันยืนอยู่...
—แชะ!
แต่เสียงนี้สิ จะปล่อยผ่านไปไม่ได้
เสียงชัตเตอร์กล้องดังขึ้น หมายความว่ามีชาวโลกคนอื่นอยู่แถวนี้
‘หือ?’
แต่ว่าเสียงเมื่อกี้มัน... ดังมาจากระยะประชิดเกินไปหน่อยไหม?
ฉันหันขวับไปตามเสียงชัตเตอร์ที่ดังมาจากทางซ้าย
ภาพที่เห็นคือ กลุ่มชาวโลกทำหน้าตื่นตระหนกอยู่ไม่กี่คน
“อะไรน่ะ?”
“มีคนสู้กันเหรอ?”
“เฮ้ย! ข้างล่างมีคนอยู่”
เสียงอื้ออึงดังเซ็งแซ่
ดูทรงแล้วน่าจะเป็นพลเรือนที่กำลังอพยพ เพราะทุกคนล้วนเป็นผู้ที่ยังไม่ตื่นรู้ทั้งนั้น
‘ไม่หนีไปแล้วมายืนทำบ้าอะไรกันตรงนี้?’
ไม่รู้ทำไมพวกเขาถึงได้ยืนกล้าๆ กลัวๆ ชำเลืองมองมาทางนี้
แถมในกลุ่มนั้นยังมีคนยกมือถือขึ้นมาถ่าย พลางพึมพำอะไรบางอย่างที่ฟังไม่ได้ศัพท์
ฉันเลยลองเงี่ยหูฟังดูว่าพวกเขาพูดอะไรกัน...
—ตึกตึกตึก! ตึกตึกตึก!
“กรี๊ดดด!”
“เชี่ย ตรงนี้ก็มีด้วย!”
“หนีเร็ว!”
เสียงอึกทึกที่ตามมาหยุดการกระทำของฉันไว้ทันที
มันคือเสียงฝีเท้าที่บ่งบอกถึงการปรากฏตัวของมอนสเตอร์ตัวใหม่
‘แย่ล่ะ...!’
สิ่งที่โผล่มาคราวนี้คือลูกสมุนที่เจ้าตะพาบยักษ์เรียกออกมา... พวกตะพาบตัวเล็ก
แต่เห็นตัวเล็กแบบนี้ก็ประมาทไม่ได้ เพราะพวกมันจัดเป็นมอนสเตอร์ระดับ B เชียวนะ
ฉันรีบวิ่งหนีพวกตะพาบเล็กอย่างไม่คิดชีวิต
‘ขอโทษนะ!’
กลายเป็นว่าฉันทิ้งคังชางโฮไว้กลางถนนเฉยเลย แต่สถานการณ์แบบนี้มันช่วยไม่ได้จริงๆ
คนเป็นต้องรอดไว้ก่อนไม่ใช่รึไง
“แฮ่ก... แฮ่ก...”
สักพักใหญ่
หลังจากสลัดพวกตะพาบเล็กหลุด ฉันก็พิงกำแพงตรอกซอยหอบหายใจอย่างหนักหน่วง
เหนื่อยแทบขาดใจ มีอุปกรณ์เวทเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่แล้วจะมีประโยชน์อะไร ถ้าค่าความอึดพื้นฐานมันห่วยแตกขนาดนี้
‘เฮ้อ ให้ตายสิ...’
เอาเถอะ
ฉันปรับลมหายใจให้เข้าที่ครู่หนึ่งแล้วรีบหยิบมือถือออกมา
เพราะคังชางโฮที่หมดสติยังคงถูกทับอยู่ที่สี่แยกนั่น
“ก... ก่อนอื่นต้องแจ้งเหตุก่อน...!”
ฉันตัดสินใจแจ้งสถานการณ์ของคังชางโฮให้หน่วยกู้ภัยรับรู้
“ฮัลโหล? นั่นเบอร์ 119 ใช่ไหมครับ?”
โชคยังดีที่เมืองเละเทะขนาดนี้แต่สัญญาณโทรศัพท์ยังใช้ได้
เจ้าหน้าที่ปลายสายรับเรื่องและบอกว่าจะส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เป็นผู้ตื่นรู้ไปยังจุดที่คังชางโฮติดอยู่ แต่ปัญหาคือเวลาที่พวกเขากว่าจะมาถึงนี่สิ
“ครับ? มีคนแจ้งเหตุเข้ามาเยอะ ต้องรอคิวเหรอครับ?”
แต่ถึงตรงนี้ก็ยังพอรับได้
เพราะบอสที่หลุดออกมา นอกจากเจ้าอีมูกิแล้ว ตัวอื่นๆ ก็ต่ำกว่าระดับ B ทั้งนั้น
‘เฮ้อ’
ในสถานการณ์ปัจจุบัน โอกาสที่ฮันเตอร์ระดับ S อย่างคังชางโฮจะโดนมอนสเตอร์ทั่วไปทำดาเมจได้นั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
สรุปคือต้องระวังแค่เจ้างูยักษ์สีดำนั่นตัวเดียว
‘งั้นค่อยๆ กลับไปดูแถวที่ชางโฮอยู่ดีกว่า’
ฟู่ว
ฉันเตรียมตัวออกเดินหลังจากฟื้นฟูแรงกายจนพร้อมวิ่งหนีได้ทุกเมื่อ
แต่ในมือยังคงกำโทรศัพท์ไว้แน่น
เพราะยังมีธุระต้องใช้เจ้านี่อยู่
‘ไหนดูซิ เมื่อกี้ในคลิปถ่ายให้เห็นเอสเธอร์นี่นา...’
ตึ๊ด ตึ๊ด ตึ๊ด
นิ้วของฉันขยับกดเข้าไปในเว็บไซต์ที่คุ้นเคย
[(ถ่ายทอดสด) ฉากล่า 'ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง'!]
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอคือการถ่ายทอดสดสถานการณ์ภัยพิบัติในขณะนี้
‘โอ้!’
ฉันคิดว่ายิ่งสถานการณ์โกลาหล ข้อมูลยิ่งสำคัญ จึงกดดูไลฟ์สดอย่างไม่ลังเล
‘ตอนนี้เอสเธอร์สู้กันถึงไหนแล้วนะ?’
แต่ทว่า ภาพที่ปรากฏในวิดีโอนั้นกลับเป็น...
—กรรรรร!
—ท่านประธาน!
—กรี๊ด! ทำยังไงดี!
—ทุกคนอย่าโจมตีที่หัว! ห้ามยุ่งตรงส่วนหัว!
ผู้หญิงร่างเล็กคนหนึ่งกำลังถูกงูยักษ์ขนาดเท่าถ้ำงับคาปาก
เธอใช้แขนทั้งสองข้างยันขากรรไกรของมันไว้ไม่ให้หุบลงมา แต่การขัดขืนนั้นคงอยู่ได้ไม่นาน
ดูเหมือนเอสเธอร์จะถึงขีดจำกัดแล้ว แขนทั้งสองข้างของเธอสั่นระริก
—ไม่นะ แบบนี้... ฮ่าๆ ฮ่าๆๆ!
จอมคำสาปในหน้าจอหัวเราะออกมาอย่างคนสิ้นหวัง ใบหน้าอาบย้อมไปด้วยเลือดสีแดงฉาน
—ไม่ไหวแล้ว!
สิ้นเสียงนั้น เขี้ยวของงูยักษ์ก็เจาะทะลุหน้าท้องของเธอเข้าอย่างจัง
กร๊อบ!
ถึงฉันจะเป็นมนุษย์ต่างดาวเลยไม่รู้กฎเกณฑ์ที่แน่ชัด แต่รู้สึกว่าเรตของไลฟ์นี้มันจะดูเถื่อนไปหน่อยนะ
“อ๋อ”
พอดูดีๆ ถึงรู้ว่านี่ไม่ใช่การถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ แต่เป็นไลฟ์ส่วนตัวของพลเรือน
มิน่าล่ะ ฉากเลือดสาดถึงได้โผล่ออกมาเต็มตาไม่มีเซนเซอร์
แต่ช่างเถอะ นั่นไม่ใช่ประเด็น
สิ่งที่วิดีโอนี้สื่อออกมา มีเพียงความจริงเดียวเท่านั้น
‘ฮันเตอร์ระดับ S แพ้แล้วเหรอ...?’
น่าตกใจจริงๆ
ซอเอสเธอร์พ่ายแพ้ในการดวลกับอีมูกิอย่างยับเยิน
---
[ขณะนี้ ฮันเตอร์ระดับสูง 6 คน นำโดยระดับ S ซอเอสเธอร์ ซึ่งสวมใส่อุปกรณ์ต้านทานคำสาป กำลังเข้าสกัดกั้นสัตว์อสูรอยู่ครับ ขอให้ประชาชนในละแวกใกล้เคียงโปรดระมัดระวัง เพื่อไม่ให้โดนลูกหลงจากสกิลของผู้ตื่นรู้...]
ในขณะที่เสียงรายงานข่าวอันราบเรียบของผู้ประกาศดังมาจากทีวี
เหล่าฮันเตอร์ในพื้นที่จริงกำลังต่อสู้เดิมพันด้วยชีวิตกับมอนสเตอร์อย่างดุเดือด
“ตกลงจุดอ่อนมันอยู่ตรงไหนกันแน่?”
“ใช้ไฟเผามัน! เหมือนมันจะแพ้ทางไฟที่สุด!”
“โธ่เว้ย นี่มันงานถนัดของจองฮาซองชัดๆ!”
ตูมมม!
ตั้งแต่เปลวเพลิงที่ลุกโชนไปจนถึงสายฟ้าฟาด
สกิลที่เหล่าฮันเตอร์ระดมใส่ "ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง" เพื่อสังหารมันนั้น สว่างไสวเจิดจ้าไปทั่วบริเวณ
แต่ท่ามกลางการโจมตีทั้งหมด ฮันเตอร์ที่สร้างความเสียหายให้ศัตรูได้มากที่สุด ต้องยกให้คนคนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
“หื้ม ถ้าทำดีๆ เผลอๆ จะจบงานได้ก่อนคุณฮาซองมาถึงอีกนะเนี่ย?”
ฮันเตอร์ระดับ S ของเกาหลี ซอเอสเธอร์
ความสามารถในการตื่นรู้ของเธอนั้นทรงพลังจนน่าหวาดหวั่น
เจ้าอีมูกิที่โดนคำสาปของเธอเข้าไป ตอนนี้สภาพร่อแร่เต็มที
“กรรรร...”
ร่างกายเต็มไปด้วยหนองเลือดและดวงตาที่เน่าเฟะ
พวกเขาจ้องมองสัตว์ประหลาดที่บาดเจ็บสาหัส พลางคิดว่าบางทีแค่พวกเราก็น่าจะจบเรื่องนี้ได้
...แค่ชั่ววูบหนึ่งเท่านั้นที่คิดแบบนั้น
“ฟ่อออออ!”
“เฮ้ย?”
แต่อีมูกิที่ถูกกดดันด้วยไอเทมสารพัดชนิด จู่ๆ ก็ชูคอขึ้นและเริ่มอาละวาด
เหตุผลเดียวคือ มันต้องการเขมือบ "ผู้ถูกตีตรา" คนใหม่ที่มันเลือกไว้
“อ๊าก!”
“ไม่นะ!”
ฮันเตอร์ที่มีสัญลักษณ์ปรากฏบนหัว พลาดท่าให้กับการโจมตีอันกัดไม่ปล่อยของเจ้างูยักษ์จนได้
หมายความว่าเขาถูกปากขนาดมหึมานั่นกลืนลงไปแล้ว
“บ้าจริง...!”
ถ้าใจแข็งยอมเสียสละสักคนก็คงดี
มองในแง่หนึ่ง นี่คือความผิดพลาดของเอสเธอร์
เธอเลือกใช้วิธีที่เสี่ยงเกินไปเพื่อช่วยสมาชิกกิลด์ที่ถูกกลืนกิน
เคร้ง
เอสเธอร์ชัก [ดาบต้องคำสาป] ไอเทมระดับยูนิคที่พกติดตัวมาเผื่อฉุกเฉิน และจ่ายค่าตอบแทนให้มันอย่างไม่อั้น
คมดาบที่ถูกลับจนคมกริบถูกใช้เพื่อการกระทำนี้
“ฮึบ!”
“รีบจับมือฉันแล้วออกมาเร็ว!”
ฉัวะ!
เอสเธอร์กระโจนเข้าปากสัตว์ร้าย งัดปากที่ปิดสนิทของมันออก และดึงสมาชิกกิลด์คนนั้นออกมา
“อึก!”
แต่อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ นี่คือความผิดพลาดมหันต์ของเอสเธอร์
เพราะเมื่อเทียบกับสายเสริมแกร่งร่างกายอย่างคังชางโฮแล้ว พละกำลังทางกายภาพของเธอด้อยกว่ามาก
‘ไม่นะ ไอ้ดูงูบ้านี่!’
ปัง!
อีมูกิไม่สนว่าปากตัวเองจะฉีกไปถึงไหน มันหุบกรามลงมาอีกครั้ง
แรงกระแทกนั้นทำให้ร่างของเอสเธอร์ติดแหง็กอยู่ในปากของมัน
นี่คือฉากยื้อยุดฉุดกระชากที่เป็นปัญหาในไลฟ์ Y-Tube เมื่อครู่นี้
“อ๊ากกก!”
ยิ่งไปกว่านั้น เอสเธอร์ที่ทุ่มเทพลังเวทไปกับดาบเพื่อช่วยคน ไม่มีทางชนะได้เลย
และผลลัพธ์ที่ตามมาก็เป็นไปตามคาด
กร๊อบ!
เธอไม่อาจต้านทานแรงกัดของสัตว์ประหลาดได้ ร่างกายจึงถูกคมเขี้ยวทะลวง
“ท่านประธาน!”
“กรี๊ด! ทำยังไงดี!”
ยังนับว่าโชคดีที่เจ้าอีมูกิคงเห็นว่าเอสเธอร์รสชาติไม่ถูกปาก มันจึงคายเธอออกมาทันที แต่ทว่า...
“ท่านประธาน ไหวไหมคะ?”
เอสเธอร์โดนพิษของมอนสเตอร์ระดับ S เล่นงาน จนไม่สามารถสู้ต่อได้อีก
การต่อสู้ยกแรกจบลงด้วยความพ่ายแพ้
“โอ๊ย เจ็บชะมัด”
“ทนหน่อยนะคะ! ใช้โพชั่นไปแล้ว เดี๋ยวก็ดีขึ้...!”
“คนสวยมักอายุสั้นจริงๆ ด้วยแฮะ โบราณว่าไว้ไม่ผิดสักคำ”
“สถานการณ์แบบนี้ยังจะมาเพ้อเจ้ออีกเหรอคะ! พอได้แล้ว!”
ประชาชนที่ดูไลฟ์นี้ต่างตกอยู่ในความสิ้นหวัง
เพราะสัญลักษณ์แห่งวงการฮันเตอร์เกาหลีถูกโค่นลงอย่างน่าอนาถ
[ข่าวด่วนครับ ขณะนี้ ฮันเตอร์ซอเอสเธอร์ ตัวแทนกิลด์หอคอยเวทมนตร์เกาหลี ได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างรับมือกับมอนสเตอร์ระดับ S...]
ประชาชนที่ได้ยินข่าวต่างพากันคิดในทันที
(แชทสด)
[ไอ้เ_ี้ยจองฮาซองมัวทำซากอะไรอยู่]
[ต้องรอให้ประเทศล่มจมก่อนเหรอถึงจะเสนอหน้ามา]
[ช่วยด้วย]
อันดับ 1 ที่หายตัวไป
ถ้าฮันเตอร์จองฮาซองอยู่ในที่เกิดเหตุ สถานการณ์คงเปลี่ยนไปแล้วใช่ไหม?
ปกติฮันเตอร์ผู้นี้มักจะสร้างผลงานใหญ่โตในภัยพิบัติระดับนี้เสมอ
ต่อให้อีกฝ่ายกำลังพักฟื้นอยู่ แต่ความคาดหวังของประชาชนก็ห้ามกันไม่ได้
[เห็นว่ามอนสเตอร์แพ้ไฟ แล้วตอนนี้ฮันเตอร์จองฮาซองไปมุดหัวอยู่ที่ไหนครับ?]
แต่ความจริงแล้ว อันดับ 1 คนนั้นได้เริ่มเคลื่อนไหวมานานแล้ว
อย่างที่ทุกคนคาดเดา ทันทีที่จองฮาซองได้รับคำสั่งระดมพลจากสมาคม เขาก็มุ่งหน้าสู่โซลโดยไม่ลังเล
[ทางสมาคมแจ้งว่า กว่าคุณจองฮาซองจะมาถึงที่เกิดเหตุ ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 15 นาทีครับ]
จองฮาซองก็พยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว
ติดแค่ปัญหาเรื่องระยะทางที่ไกลเกินไปเท่านั้น
‘15 นาที?’
15 นาทีนี่ "ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง" คงถล่มตึกราบเป็นหน้ากลองไปหลายหลังแล้วมั้ง
แถมเจ้ามอนสเตอร์นั่นยังมีสกิลกินสิ่งมีชีวิตเพื่อวิวัฒนาการตัวเองอีกต่างหาก
“15 นาทีบ้านป๊ะมึงสิ? โว้ยยย เพราะงี้ไงพวกจอมเวทป่าเถื่อนถึงใช้เวทเคลื่อนย้ายมิติกันไม่เป็นสักที!”
คิมกิรยอวางโทรศัพท์ลงแล้วเงยหน้าขึ้นอย่างหัวเสีย
‘โอ๊ย ปวดหัว เอสเธอร์อุตส่าห์นวดจนน่วมแล้วแท้ๆ แค่หาใครสักคนมาชุบมือเปิบปิดงานก็จบแล้วเชียว...’
น่าเสียดายจริงๆ
ดูจากคลิปถ่ายทอดสดก็รู้ว่าตอนนี้อีมูกิอยู่ในสภาพปางตาย
แต่กิรยอคาดการณ์ว่า ในอีก 15 นาทีข้างหน้า เจ้ามอนสเตอร์นั่นอาจจะวิวัฒนาการจนแกร่งขึ้นแบบก้าวกระโดดเลยก็ได้ แถมเส้นทางที่มันมุ่งหน้าไปก็แย่สุดๆ ดันเป็นทางเดียวกับสี่แยกที่คังชางโฮนอนอยู่ซะด้วย
ขืนยื้อเวลาไว้นาน สถานการณ์มีแต่จะแย่ลง
‘ใช่ นี่มันงานชุบมือเปิบชัดๆ แค่มีคนปิดเกม...’
กิรยอที่กำลังหงุดหงิดงุ่นง่าน จู่ๆ ก็ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้
‘หือ?’
จะว่าไป มันก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีฆ่าอีมูกิเดี๋ยวนี้นี่นา
‘ทำให้ขาดอากาศหายใจตาย’
อาจจะฟังดูโหดร้ายไปหน่อย แต่ต่อให้ระดับสูงแค่ไหน สุดท้ายมันก็เป็นสิ่งมีชีวิต
มันต้องหายใจ
ดังนั้น ถ้าใช้ "วิชาเชิดโกเลม" ซึ่งเป็นเวทถนัดของเขา รวบรวมซากศพของพวกสัตว์ต่างๆ มาอัดให้แน่น...
แล้วยัดเข้าไปในหลอดลมของมันล่ะก็
‘จะตายไหมนะ?’
มีความเป็นไปได้
อีมูกิเคลื่อนไหวช้าลงมากจากการต่อสู้กับเอสเธอร์ แถมตัวมันใหญ่เบ้อเริ่มเทึ่มขนาดนั้น การเล็งไปที่รูจมูกหรือช่องหายใจน่าจะทำได้ง่าย
“อืม”
และตอนนี้ก็ประจวบเหมาะพอดี...
รอบๆ ตัวมี "วัสดุ" ให้เลือกใช้เกลื่อนกลาดไปหมดเลยด้วยสิ