Cover

105

เมื่อลองเช็กดูทีหลัง ปรากฏว่าเว็บไซต์ที่ลงข่าวนั้นเป็นสื่อเกรดต่ำที่มีความน่าเชื่อถือต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนขึ้นชื่อ

ดังนั้นคนอื่น ๆ ก็น่าจะดูออกได้ในทันทีว่าข่าวนั้นเป็นของปลอม แต่ทว่า...

‘บ้าเอ๊ย’

ปัญหามันอยู่ที่ตัวอักษรที่พาดหัวข่าวต่างหาก

คิมกิรยอ ในที่สุดชื่อของร่างกายนี้ก็ถูกสื่อเปิดเผยจนได้

แถมโลกใบนี้ยังไม่ยอมให้เวลาฉันได้ตื่นตระหนกเลยด้วยซ้ำ ทันทีหลังจากนั้น ก็มีสายเรียกเข้าใหม่ดังขึ้นที่โทรศัพท์มือถือในมือ

‘อย่าบอกนะว่าเบอร์โทรก็หลุดไปด้วย?’

ฉันก้มมองหน้าจออย่างระแวดระวัง

สิ่งที่ปรากฏคือการเรียงตัวของตัวเลข 8 หลักอันเป็นเอกลักษณ์

ฉันจำได้ทันทีว่าเบอร์นี้เชื่อมต่อกับหน่วยงานไหน

‘ตอนเรื่องบารอนสวนดอกไม้ ก็เคยโทรมาครั้งหนึ่งนี่นา’

นี่มันเบอร์กลางของสมาคมฮันเตอร์เกาหลีไม่ใช่หรือไง

---

สักพักต่อมา

คิมกิรยอก็เดินทางมาถึงสมาคมฮันเตอร์ตามคำเรียกตัว

แต่ใครจะไปนึกว่าการติดต่อครั้งนี้จะเป็นการเรียกพบจากผู้หลักผู้ใหญ่ระดับนี้

คนที่นั่งอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นถึงหัวเรือใหญ่ขององค์กรแห่งนี้

ประธานโกบยองโด

“เอาล่ะ นั่งตามสบายเลยครับ”

ประธานสมาคมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยสีหน้าเมตตาอารี

“ไอ้หยา! ข้างนอกอากาศหนาวจะตาย แต่งตัวมาแค่นี้ไม่หนาวแย่เหรอครับ?”

“เอ่อ...”

“พ่อหนุ่มคนนี้สมกับที่เป็นวัยรุ่น ร่างกายยังฟิตปั๋งเลือดลมสูบฉีดสินะ ฮ่ะๆๆ”

ท่าทีช่างแตกต่างจากคราวก่อนที่หน้าดำหน้าแดงใส่กันเรื่องอินแชนเตอร์อย่างสิ้นเชิง

ประธานโกปฏิบัติกับคิมกิรยออย่างเป็นกันเองถึงขนาดเล่นมุกตลกฝืด ๆ แต่ภายใต้เสียงหัวเราะนั้น ประเด็นสำคัญค่อย ๆ ผงาดขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ

“เอาเถอะ ที่ผมเรียกฮันเตอร์คิมกิรยอมาวันนี้ ไม่ใช่เรื่องอื่นไกลหรอก”

สิ่งที่ตามมาคือถ้อยคำเรียบง่ายของประธานสมาคม

“เห็นข่าววันนี้หรือยังครับ? ที่ว่า... ตอนนี้ผู้คนแตกตื่นกันใหญ่เลยไม่ใช่เหรอ? มารู้ทีหลังว่าฮันเตอร์คิมกิรยอของเราแอบไปทำความดีความชอบไว้ตั้งมากมายโดยไม่มีใครรู้”

แม้เขาจะใช้น้ำเสียงอ่อนโยน แต่ก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยราวกับจะตำหนิกลาย ๆ

“ทั้ง [บารอนสวนดอกไม้] หรือ [ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] เอาเป็นว่าเรื่องพวกนั้นมันก็ดีแหละครับ พูดกันตามตรง นายพรานจะออกล่า ใครมันจะไปห้ามได้ จริงไหม”

“....”

“แต่ก็นะ ถึงอย่างนั้นคุณก็ไม่ควรจะปิดบังระดับของตัวเองแบบนั้นสิครับคุณ”

ตึก ตึก

ประธานสมาคมเคาะโต๊ะเบา ๆ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณมีเหตุผลอะไร แต่ตั้งแต่วันนี้ไป ช่วยลงทะเบียนค่าการตื่นรู้ให้ถูกต้องตามความเป็นจริงเถอะครับ”

ลงทะเบียนตามความเป็นจริง?

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเอียงคอเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำนั้น แต่ประธานสมาคมกลับสานต่อบทสนทนาโดยไม่สนใจ

“ถ้าครั้งนี้ยอมลงทะเบียนค่าการตื่นรู้ให้เรียบร้อย ผมจะใช้ดุลยพินิจพิเศษมองข้ามเรื่องที่ผ่าน ๆ มาให้”

“ครับ?”

“ผมกำลังจะบอกว่า จะไม่เอาผิดเรื่องที่แล้วมาน่ะสิครับ”

ทางสมาคมยื่นข้อเสนอให้กิรยอ

“ถ้าเรื่องแดงออกไปว่า S ระดับใหม่เป็นพวกปลอมแปลงระดับ ชื่อเสียงมีแต่จะแย่ลงกันทั้งสองฝ่าย แบบนี้ปล่อยให้เรื่องมันผ่านไปเงียบ ๆ ไม่ดีกว่าเหรอครับ?”

“....”

“บอกไปว่าจริง ๆ แล้วที่คุณปิดบังระดับเป็นเพราะคำสั่งของผม... อะไรทำนองนั้น เดี๋ยวประชาชนก็เข้าใจได้เองแหละครับ”

สรุปความต้องการของเขาได้สั้น ๆ ว่า

“เพราะงั้นคุณกิรยอทำตัวเหมือนเดิมต่อไปก็พอ เข้าใจไหม? ถ้าเกิดดันเจี้ยนเบรก ก็ช่วยออกมาสนับสนุนเหมือนเมื่อวานบ้างเป็นครั้งคราวก็พอครับ ตกลงไหม?”

จะเริ่มตอนนี้ก็ยังไม่สาย เปิดเผยมาซะดี ๆ ว่าตัวเองเป็นคลาส S

และต่อจากนี้ คุณต้องตอบรับคำสั่งระดมพลของสมาคมเหมือนพวกฮันเตอร์ระดับสูงคนอื่น ๆ

ประธานโกยื่นข้อเสนอพื้นฐานโดยอ้างอิงตามกฎหมาย

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่คาดคิดเลยว่าจะได้รับคำตอบเช่นนี้กลับมา

“ขอโทษนะครับ แต่คุณกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่...”

ฮันเตอร์ผมทองปฏิเสธข้อกล่าวหาทันทีที่ประธานพูดจบ

“ผมไม่ใช่คลาส S นะครับ”

คิมกิรยออธิบายอย่างสุภาพ

เรื่องความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงนั่น เขาแค่ฉวยโอกาสตอนมอนสเตอร์อ่อนแอใช้ลูกไม้ตุกติกนิดหน่อย

เรื่องบารอนสวนดอกไม้ก็เหมือนกัน มันเป็นเหตุการณ์ที่อาศัยดวงล้วน ๆ

เขารีบชี้แจงว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรเลย

“ข่าวลือในอินเทอร์เน็ตมันเกินจริงไปหมดแหละครับ ที่บอกว่าสู้กับจองฮาซอง หรืออะไรนั่นก็เรื่องไร้สาระทั้งเพ”

เป็นการอธิบายที่ซื่อสัตย์สุด ๆ

แต่รู้ไหมว่าปฏิกิริยาของฝั่งสมาคมเป็นอย่างไร?

“เฮอะ ให้ตายสิ!”

ประธานสมาคมตะโกนออกมาอย่างเหลืออด

“หลักฐานโผล่มาเยอะขนาดนี้แล้ว ยังจะบอกว่าตัวเองเป็นคลาส F อยู่อีกเหรอ?”

ใช่

ตรรกะน่ะถูก ตรรกะมันใช่

สิ่งที่กิรยอพูดล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง จึงแทบไม่มีจุดให้จับผิด

แต่ถึงอย่างนั้น ประธานสมาคมก็ไม่อาจเชื่อคำพูดของกิรยอได้ลง

เพราะผู้ชายคนนี้ยังมีประวัติอื่นที่ยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนอยู่อีก

“ถ้างั้นเรื่องที่เคยแอบเข้าไปในเกตระดับ A เมื่อก่อนล่ะครับ? ไหนลองอธิบายเรื่องนั้นซิ”

“ครับ?”

“ก็ที่เคยไปเคลียร์เกตที่มีโกเลมกับฮันเตอร์ที่ชื่ออันยุนซึงไง”

กึก กิรยอแสดงความตื่นตระหนกออกมาวูบหนึ่งเมื่อคดีเก่าที่ลืมไปแล้วถูกขุดคุ้ยขึ้นมา

“...เรื่องนั้นสรุปกันไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ ว่าผมแค่ลืมติดป้ายคนแบกของน่ะ?”

ดูยังไงนั่นก็ไม่ใช่ปฏิกิริยาของคลาส F ผู้บริสุทธิ์ชัด ๆ

ด้วยเหตุนี้ ประธานสมาคมจึงมั่นใจ

ผู้ชายตรงหน้าคือผู้ตื่นรู้ระดับสูง และคำแก้ตัวเมื่อครู่ก็เป็นเพียงการตบตาอันแนบเนียนเพื่อปกปิดระดับของตัวเองเท่านั้น

‘แต่งเรื่องได้สมเหตุสมผลจนน่าหมั่นไส้จริง ๆ!’

ปึง!

ประธานสมาคมทุบกำปั้นลงบนโต๊ะ สีหน้าดูไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง

“นี่คุณ ทางสมาคมกำลังหยิบยื่นโอกาสให้อยู่นะครับ ทำไมถึงเอาแต่โกหกพ่นไฟอยู่ได้?”

“ครับ?”

“ถ้ายังเป็นแบบนี้ ทางเราจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดนะครับ การที่คุณปลอมแปลงระดับแบบนี้ เราคงช่วยปกปิดให้ตลอดไปไม่ได้หรอกนะ”

แต่ยิ่งพวกเขาแสดงท่าทีแข็งกร้าว ฮันเตอร์บางคนก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม

ก็คนตรงหน้านี้มันคลาส F ที่ไม่มีพลังห่านอะไรเลยจริง ๆ นี่หว่า...!

“ไม่สิ แล้วตอนนี้คุณมีหลักฐานเหรอครับว่าผมเป็นแบบนั้น?”

“อะไรนะ?”

“ก็จริงไหมล่ะ ไอ้ข้อความที่ว่อนเน็ตอยู่ก็มีแต่การคาดเดามั่วซั่ว สุดท้ายสิ่งที่พิสูจน์ค่าการตื่นรู้ได้ก็มีแค่เครื่องตรวจสอบของสมาคมไม่ใช่เหรอ”

ในเมื่อจับไม่ได้คาหนังคาเขา จะมาตัดสินว่าคนอื่นเป็นอาชญากรจากสถานการณ์แวดล้อมงั้นเหรอ?

ไม่ยุติธรรมเลย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในดาวเคราะห์ที่มีระบบกฎหมายชัดเจนแบบนี้

“ท่านประธานครับ ให้ผมเข้าเครื่องตรวจตอนนี้เลยก็ได้ ยังไงมันก็ขึ้นคลาส F อยู่ดี จริง ๆ นะครับ”

กิรยอพูดด้วยความมั่นใจในแบบของเขา

ตัวเขาไม่มีทางตอบรับคำสั่งระดมพลได้เด็ดขาด เพราะไม่ว่าจะตรวจยังไง ผลลัพธ์ก็ต้องออกมาเป็นคลาส F วันยังค่ำ

“เพราะงั้นพวกคุณเลิกสนใจพวกไร้ค่าอย่างผม แล้วไปทำงานของตัวเองเถอะครับ...”

กิรยอพยายามเกลี้ยกล่อมเจ้าหน้าที่สมาคมจนเหงื่อตกด้วยความอึดอัดใจ

ทว่า

โดยธรรมชาติแล้ว จิตใจของมนุษย์ยากนักที่จะสื่อสารถึงกันได้อย่างสมบูรณ์

“เฮอะ!”

ประธานสมาคมเริ่มตีความคำพูดของผู้ตื่นรู้ตรงหน้าไปในทางร้ายแบบสุดกู่

ไอ้ตาเรียวรีเหมือนลูกงูนั่น แถมตายังขวางโลกแบบนั้น พูดจาแบบนี้ออกมา ใครจะไปมองในแง่ดีได้ลง

‘หลักฐาน? ถามหาหลักฐานงั้นเหรอ? จะบอกว่าเทคโนโลยีของพวกแกไม่มีปัญญาพิสูจน์การปลอมแปลงระดับของฉันได้ ก็หุบปากไปซะ อย่างงั้นสินะ?’

ประธานโกคิดว่าผู้ตื่นรู้คนนี้กำลังเยาะเย้ยเขาอยู่อย่างหน้าด้าน ๆ

เขาเกือบจะแผดเสียงตะคอกออกไปแล้ว แต่จังหวะนั้นกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงรบกวนเสียก่อน

- ติ๊ด ติ๊ด ♩

เสียงแจ้งเตือนที่ดังเกินกว่าจะเมินเฉยได้

“สักครู่นะครับ”

ฟึ่บ

กิรยอแอบเช็กโทรศัพท์มือถือ แล้วลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันที

ดูเหมือนข้อความที่เพิ่งเข้ามาจะเป็นเรื่องสำคัญมากทีเดียว

“เอ่อ... ไม่ทราบว่าพูดธุระจบหรือยังครับ? ต้องขอโทษด้วย พอดีผมมีเรื่องด่วนคงต้องขอตัวก่อน”

แล้วคิมกิรยอก็หายวับไปอย่างรวดเร็ว

ประธานสมาคมได้แต่มองตาม พลางหายใจฟึดฟัดด้วยความโมโห

“จะ เจ้า! เจ้าคนเห็นแก่ตัว หมั่นไส้มาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วเชียว!”

ถ้างั้นแค่นี้อาจจะจบแค่การนินทาลับหลัง แต่ปัญหามันอยู่ที่ประโยคถัดมา

“ไอ้พวกสันดานเสียแบบนี้ พอเราทำดีด้วยก่อน ก็ดันคิดว่าเป็นสิทธิที่ตัวเองพึงได้ซะงั้น...!”

ประธานสมาคมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดโทรหาใครบางคน

[นักข่าวหยาง ☎]

.

.

.

ชั้นบนสุดของกิลด์มาทัพ

หญิงสาวที่นั่งอยู่บนโซฟามองนาฬิกาพลางถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เพราะเธอกำลังรอแขกคนสำคัญอยู่อย่างใจจดใจจ่อ

- แอ๊ด

“อา!”

“ขออนุญาตครับ”

ผู้ที่ปรากฏตัวคือผู้ตื่นรู้ผมสีเหลืองทอง

เอสเธอร์ยิ้มกว้างด้วยความดีใจเมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามา

“ฮันเตอร์คิมกิรยอ!”

ใช่แล้ว จริง ๆ แล้วข้อความที่คิมกิรยอได้รับเมื่อครู่คือการเรียกตัวจากเอสเธอร์

ในเมื่อผู้ใช้คำสาประดับ S เรียกหา มีหรือที่คลาส F กระจอกงอกง่อยจะไม่รีบวิ่งแจ้นมาจนตีนพลิก

“ฮันเตอร์เอสเธอร์ ร่างกายเป็นยังไงบ้างครับ?”

“อย่างที่เห็นค่ะ แข็งแรงดี”

ถ้าอย่างนั้นประเด็นสำคัญคือทำไมเธอถึงเรียกเขามา

ตึง

กิรยอวางอุปกรณ์ลงบนโต๊ะ โดยคิดเอาเองว่าอีกฝ่ายคงเรียกมาเพราะเรื่องดาบต้องสาปแน่นอน

แต่ปฏิกิริยาที่ได้กลับเมินเฉย

เอสเธอร์ทำเมินไอเทมระดับยูนิค แล้วเริ่มบทสนทนาทันที

“ว่าแต่เห็นข่าวหรือยังคะ! ที่เขาว่าคนที่จัดการมอนสเตอร์ระดับ S ตัวนั้นคือคุณ เรื่องจริงเหรอคะเนี่ย?”

เธอถึงกับอึ้งไปเลย

ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงที่ใคร ๆ ก็คิดว่าจองฮาซองจะเป็นคนปราบ กลับถูกคลาส F จัดการ

แถมคลาส F คนนั้นยังเป็นพวกปลอมแปลงระดับที่ซ่อนเขี้ยวเล็บมาตลอดอีกต่างหาก?

‘ถ้าเกิดเขาโกรธขึ้นมาจะทำยังไงดีนะ?’

จะว่าไปเรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะเธอจัดการบอสไม่ได้ในทีเดียว

เอสเธอร์รู้สึกผิดลึก ๆ ต่อฮันเตอร์ตรงหน้า

แน่นอน การที่เขาหนีไปต่อหน้าอีมูกินั้นไม่ใช่เรื่องแปลก

พวกผู้แข็งแกร่งระดับใกล้เคียงคลาส S มักจะไม่ร่วมมือกันเพราะพลังที่มหาศาลเกินไป การที่เขาถอยออกไปเว้นระยะห่างก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้

‘ไม่ใช่แค่คำสาปใช้ไม่ได้ผลแล้วจบกันไป บางทีเขาอาจจะไม่มั่นใจว่าจะทนพลังของทางนี้ได้หรือเปล่า...’

เป็นไปได้ไหมว่าหลังจากที่คิมกิรยอถอยออกไป เขาอาจจะคอยช่วยจัดการศัตรูอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้ใครเห็น?

‘ต้องใช่แน่ ๆ เหตุการณ์ครั้งนี้จำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายน้อยผิดปกติเมื่อเทียบกับความรุนแรง!’

เอสเธอร์ซึ่งไม่รู้รายละเอียดวีรกรรมของคังชางโฮ จึงอดไม่ได้ที่จะเข้าใจผิดไปไกล

และนั่นทำให้เธอตีความเหตุการณ์ครั้งนี้ผิดเพี้ยนไป

ฮันเตอร์ตรงหน้าทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ในเงามืด แต่ต้องมาความแตกเพราะต้องคอยตามเช็ดล้างความผิดพลาดของหอคอยเวทมนตร์

“ก่อนอื่นขอเข้าเรื่องเลยนะคะ”

เอสเธอร์จึงยื่นข้อเสนอด้วยสีหน้าจริงจัง

“รีบแก้ข่าวลือกันเถอะค่ะ”

“ครับ?”

“ถ้าขืนปล่อยให้ข่าวลือว่าเป็นคลาส S แพร่กระจายต่อไป คุณกิรยอจะลำบากแย่ ใช่ไหมคะ?”

“ใช่ครับ”

“เพราะฉะนั้นถ้าคุณกิรยอโอเค ฉันว่าจะจัดงานแถลงข่าวค่ะ”

วิธีแก้ปัญหาของเธอก็คือ เธอมีนักข่าวที่สนิทอยู่สองสามคน สามารถรวบรวมคนพวกนั้นมาเพื่อชักจูงกระแสสังคมได้

‘แถลงข่าว?’

เรื่องนี้กิรยอยินดีต้อนรับจนอยากจะอ้าแขนรับ

เพราะทางนี้เองก็ต้องการโอกาสแก้ต่างแบบนั้นอยู่พอดี

“คุณกิรยอ ไม่ต้องห่วงนะคะ เรื่องนี้ฉันจะจัดการให้เอง”

“แต่ว่าทำไมคุณต้องทำถึงขนาดนั้น...”

“ก็เป็นเพราะมอนสเตอร์ที่หอคอยเวทมนตร์ปล่อยหลุดไป เรื่องมันถึงได้บานปลายขนาดนี้ไงคะ! ฉันอยากจะรับผิดชอบค่ะ”

เอสเธอร์อธิบายต่อว่างานแถลงข่าวยิ่งจัดเร็วยิ่งดี จะได้คุมสถานการณ์ได้ง่าย

กิรยอจึงตอบตกลง

เขามีข้อมูลเตรียมไว้แก้ต่างให้ตัวเองเพียบอยู่แล้ว

“งั้นเตรียมการตอนนี้เลยได้ไหมครับ?”

“ตอนนี้เลยเหรอคะ? ก็ได้อยู่นะคะ แต่ว่า...!”

เอสเธอร์ที่กำลังคุยอย่างกระตือรือร้น จู่ ๆ ก็หุบปากเงียบกริบ

“คุณเอสเธอร์?”

ทำไมแม่สาวผู้ใช้คำสาปถึงเงียบไปดื้อ ๆ?

คำตอบมันอยู่ที่นี่ จริง ๆ แล้ววันนี้คิมกิรยอแต่งตัวแบบนี้มาทั้งวันแล้ว

“...การเตรียมสถานที่ไม่ใช่เรื่องยากค่ะ แต่ก่อนหน้านั้นฉันให้เวลาคุณกลับไปที่บ้านสักหน่อยดีไหมคะ”

“ทำไมต้องกลับด้วยครับ?”

“มะ ไม่จำเป็นเหรอคะ? เอ้อ อืม คือว่าไอ้นั่นน่ะ”

ตัวการ์ตูนไก่ตัวผู้ดีไซน์พิลึก

พื้นหลังสีเขียวอ่อนที่ทำร้ายสายตา

แถมด้วยตัวหนังสือฟอนต์โบราณที่สกรีนไว้อย่างเชยสะบัด

<ไก่ทอดมัดโจานาดือรี>

เสื้อสเวตเตอร์ที่คิมกิรยอสวมอยู่คือของแถมจากงานอีเวนต์ยี่ห้อไก่ทอดชื่อดัง

และคุณภาพก็อย่างที่เห็น

“กะ ก็จริงที่การเข้าถึงประชาชนด้วยลุคที่เป็นกันเองมันก็ไม่เลว แต่คอนเซ็ปต์นี้มันจะไม่ล้ำเกินไปหน่อยเหรอคะ...”

ไก่ตัวผู้ยกนิ้วโป้งโชว์ฟันขาววิ้ง

ไอ้ภาพวาดน่าขนลุกพรรค์นี้มันออกมาจากหัวสมองของใครกัน

“งานแถลงข่าวทั้งที เปลี่ยนชุดหน่อยน่าจะดีกว่าไหมคะ?”

เอสเธอร์คิดว่าขืนปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ได้การ จึงรวบรวมความกล้าพูดออกไป

แต่คิมกิรยอเองก็มีเหตุผลที่เลี่ยงไม่ได้เหมือนกัน

“ชุดอื่น... ไม่มีแล้วครับ”

เขาก็ไม่ได้พิศวาสอยากจะใส่มันนักหรอก

“คะ?”

การเผชิญหน้ากับบิกินเนอร์คิลเลอร์

ถูกลักพาตัว

นักล่าฮันเตอร์

การก่อการร้าย

คิมกิรยอผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน และทุกครั้งเสื้อผ้าที่จะใส่ได้ก็ค่อย ๆ ลดจำนวนลง

ถลอก ขาดวิ่น เป็นรู

บาดแผลมักจะมาพร้อมกับความเสียหายของเสื้อผ้าเสมอ

“พอดีทำอาชีพแบบนี้ เสื้อผ้ามันเลยไม่ค่อยเหลือดีน่ะครับ”

ชุดดี ๆ ที่พอเหลืออยู่ ก็ดันแขนขาดตอนล้มครูดไปกับถนนตอนวิ่งหนีความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

ขอย้ำอีกครั้ง ตอนนี้คิมกิรยอเหลือแค่เสื้อท่อนบนลายไก่ทอดร้านนี้เท่านั้น

“แต่ไม่เป็นไรครับ เสื้อตัวนี้ที่บ้านยังมีของใหม่อยู่อีกตั้ง 5 ตัว”

ในฐานะวิญญาณจากต่างดาว เขาไม่เข้าใจแฟชั่นของโลกมนุษย์แม้แต่ขี้เล็บ

แค่รักษาคอนเซ็ปต์ว่าต้องเอาใยสังเคราะห์มาปกปิดผิวหนังก็บุญโขแล้ว...

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

105

20px

เมื่อลองเช็กดูทีหลัง ปรากฏว่าเว็บไซต์ที่ลงข่าวนั้นเป็นสื่อเกรดต่ำที่มีความน่าเชื่อถือต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนขึ้นชื่อ

ดังนั้นคนอื่น ๆ ก็น่าจะดูออกได้ในทันทีว่าข่าวนั้นเป็นของปลอม แต่ทว่า...

‘บ้าเอ๊ย’

ปัญหามันอยู่ที่ตัวอักษรที่พาดหัวข่าวต่างหาก

คิมกิรยอ ในที่สุดชื่อของร่างกายนี้ก็ถูกสื่อเปิดเผยจนได้

แถมโลกใบนี้ยังไม่ยอมให้เวลาฉันได้ตื่นตระหนกเลยด้วยซ้ำ ทันทีหลังจากนั้น ก็มีสายเรียกเข้าใหม่ดังขึ้นที่โทรศัพท์มือถือในมือ

‘อย่าบอกนะว่าเบอร์โทรก็หลุดไปด้วย?’

ฉันก้มมองหน้าจออย่างระแวดระวัง

สิ่งที่ปรากฏคือการเรียงตัวของตัวเลข 8 หลักอันเป็นเอกลักษณ์

ฉันจำได้ทันทีว่าเบอร์นี้เชื่อมต่อกับหน่วยงานไหน

‘ตอนเรื่องบารอนสวนดอกไม้ ก็เคยโทรมาครั้งหนึ่งนี่นา’

นี่มันเบอร์กลางของสมาคมฮันเตอร์เกาหลีไม่ใช่หรือไง

---

สักพักต่อมา

คิมกิรยอก็เดินทางมาถึงสมาคมฮันเตอร์ตามคำเรียกตัว

แต่ใครจะไปนึกว่าการติดต่อครั้งนี้จะเป็นการเรียกพบจากผู้หลักผู้ใหญ่ระดับนี้

คนที่นั่งอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นถึงหัวเรือใหญ่ขององค์กรแห่งนี้

ประธานโกบยองโด

“เอาล่ะ นั่งตามสบายเลยครับ”

ประธานสมาคมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยสีหน้าเมตตาอารี

“ไอ้หยา! ข้างนอกอากาศหนาวจะตาย แต่งตัวมาแค่นี้ไม่หนาวแย่เหรอครับ?”

“เอ่อ...”

“พ่อหนุ่มคนนี้สมกับที่เป็นวัยรุ่น ร่างกายยังฟิตปั๋งเลือดลมสูบฉีดสินะ ฮ่ะๆๆ”

ท่าทีช่างแตกต่างจากคราวก่อนที่หน้าดำหน้าแดงใส่กันเรื่องอินแชนเตอร์อย่างสิ้นเชิง

ประธานโกปฏิบัติกับคิมกิรยออย่างเป็นกันเองถึงขนาดเล่นมุกตลกฝืด ๆ แต่ภายใต้เสียงหัวเราะนั้น ประเด็นสำคัญค่อย ๆ ผงาดขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ

“เอาเถอะ ที่ผมเรียกฮันเตอร์คิมกิรยอมาวันนี้ ไม่ใช่เรื่องอื่นไกลหรอก”

สิ่งที่ตามมาคือถ้อยคำเรียบง่ายของประธานสมาคม

“เห็นข่าววันนี้หรือยังครับ? ที่ว่า... ตอนนี้ผู้คนแตกตื่นกันใหญ่เลยไม่ใช่เหรอ? มารู้ทีหลังว่าฮันเตอร์คิมกิรยอของเราแอบไปทำความดีความชอบไว้ตั้งมากมายโดยไม่มีใครรู้”

แม้เขาจะใช้น้ำเสียงอ่อนโยน แต่ก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยราวกับจะตำหนิกลาย ๆ

“ทั้ง [บารอนสวนดอกไม้] หรือ [ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] เอาเป็นว่าเรื่องพวกนั้นมันก็ดีแหละครับ พูดกันตามตรง นายพรานจะออกล่า ใครมันจะไปห้ามได้ จริงไหม”

“....”

“แต่ก็นะ ถึงอย่างนั้นคุณก็ไม่ควรจะปิดบังระดับของตัวเองแบบนั้นสิครับคุณ”

ตึก ตึก

ประธานสมาคมเคาะโต๊ะเบา ๆ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณมีเหตุผลอะไร แต่ตั้งแต่วันนี้ไป ช่วยลงทะเบียนค่าการตื่นรู้ให้ถูกต้องตามความเป็นจริงเถอะครับ”

ลงทะเบียนตามความเป็นจริง?

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเอียงคอเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำนั้น แต่ประธานสมาคมกลับสานต่อบทสนทนาโดยไม่สนใจ

“ถ้าครั้งนี้ยอมลงทะเบียนค่าการตื่นรู้ให้เรียบร้อย ผมจะใช้ดุลยพินิจพิเศษมองข้ามเรื่องที่ผ่าน ๆ มาให้”

“ครับ?”

“ผมกำลังจะบอกว่า จะไม่เอาผิดเรื่องที่แล้วมาน่ะสิครับ”

ทางสมาคมยื่นข้อเสนอให้กิรยอ

“ถ้าเรื่องแดงออกไปว่า S ระดับใหม่เป็นพวกปลอมแปลงระดับ ชื่อเสียงมีแต่จะแย่ลงกันทั้งสองฝ่าย แบบนี้ปล่อยให้เรื่องมันผ่านไปเงียบ ๆ ไม่ดีกว่าเหรอครับ?”

“....”

“บอกไปว่าจริง ๆ แล้วที่คุณปิดบังระดับเป็นเพราะคำสั่งของผม... อะไรทำนองนั้น เดี๋ยวประชาชนก็เข้าใจได้เองแหละครับ”

สรุปความต้องการของเขาได้สั้น ๆ ว่า

“เพราะงั้นคุณกิรยอทำตัวเหมือนเดิมต่อไปก็พอ เข้าใจไหม? ถ้าเกิดดันเจี้ยนเบรก ก็ช่วยออกมาสนับสนุนเหมือนเมื่อวานบ้างเป็นครั้งคราวก็พอครับ ตกลงไหม?”

จะเริ่มตอนนี้ก็ยังไม่สาย เปิดเผยมาซะดี ๆ ว่าตัวเองเป็นคลาส S

และต่อจากนี้ คุณต้องตอบรับคำสั่งระดมพลของสมาคมเหมือนพวกฮันเตอร์ระดับสูงคนอื่น ๆ

ประธานโกยื่นข้อเสนอพื้นฐานโดยอ้างอิงตามกฎหมาย

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่คาดคิดเลยว่าจะได้รับคำตอบเช่นนี้กลับมา

“ขอโทษนะครับ แต่คุณกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่...”

ฮันเตอร์ผมทองปฏิเสธข้อกล่าวหาทันทีที่ประธานพูดจบ

“ผมไม่ใช่คลาส S นะครับ”

คิมกิรยออธิบายอย่างสุภาพ

เรื่องความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงนั่น เขาแค่ฉวยโอกาสตอนมอนสเตอร์อ่อนแอใช้ลูกไม้ตุกติกนิดหน่อย

เรื่องบารอนสวนดอกไม้ก็เหมือนกัน มันเป็นเหตุการณ์ที่อาศัยดวงล้วน ๆ

เขารีบชี้แจงว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรเลย

“ข่าวลือในอินเทอร์เน็ตมันเกินจริงไปหมดแหละครับ ที่บอกว่าสู้กับจองฮาซอง หรืออะไรนั่นก็เรื่องไร้สาระทั้งเพ”

เป็นการอธิบายที่ซื่อสัตย์สุด ๆ

แต่รู้ไหมว่าปฏิกิริยาของฝั่งสมาคมเป็นอย่างไร?

“เฮอะ ให้ตายสิ!”

ประธานสมาคมตะโกนออกมาอย่างเหลืออด

“หลักฐานโผล่มาเยอะขนาดนี้แล้ว ยังจะบอกว่าตัวเองเป็นคลาส F อยู่อีกเหรอ?”

ใช่

ตรรกะน่ะถูก ตรรกะมันใช่

สิ่งที่กิรยอพูดล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง จึงแทบไม่มีจุดให้จับผิด

แต่ถึงอย่างนั้น ประธานสมาคมก็ไม่อาจเชื่อคำพูดของกิรยอได้ลง

เพราะผู้ชายคนนี้ยังมีประวัติอื่นที่ยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนอยู่อีก

“ถ้างั้นเรื่องที่เคยแอบเข้าไปในเกตระดับ A เมื่อก่อนล่ะครับ? ไหนลองอธิบายเรื่องนั้นซิ”

“ครับ?”

“ก็ที่เคยไปเคลียร์เกตที่มีโกเลมกับฮันเตอร์ที่ชื่ออันยุนซึงไง”

กึก กิรยอแสดงความตื่นตระหนกออกมาวูบหนึ่งเมื่อคดีเก่าที่ลืมไปแล้วถูกขุดคุ้ยขึ้นมา

“...เรื่องนั้นสรุปกันไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ ว่าผมแค่ลืมติดป้ายคนแบกของน่ะ?”

ดูยังไงนั่นก็ไม่ใช่ปฏิกิริยาของคลาส F ผู้บริสุทธิ์ชัด ๆ

ด้วยเหตุนี้ ประธานสมาคมจึงมั่นใจ

ผู้ชายตรงหน้าคือผู้ตื่นรู้ระดับสูง และคำแก้ตัวเมื่อครู่ก็เป็นเพียงการตบตาอันแนบเนียนเพื่อปกปิดระดับของตัวเองเท่านั้น

‘แต่งเรื่องได้สมเหตุสมผลจนน่าหมั่นไส้จริง ๆ!’

ปึง!

ประธานสมาคมทุบกำปั้นลงบนโต๊ะ สีหน้าดูไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง

“นี่คุณ ทางสมาคมกำลังหยิบยื่นโอกาสให้อยู่นะครับ ทำไมถึงเอาแต่โกหกพ่นไฟอยู่ได้?”

“ครับ?”

“ถ้ายังเป็นแบบนี้ ทางเราจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดนะครับ การที่คุณปลอมแปลงระดับแบบนี้ เราคงช่วยปกปิดให้ตลอดไปไม่ได้หรอกนะ”

แต่ยิ่งพวกเขาแสดงท่าทีแข็งกร้าว ฮันเตอร์บางคนก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม

ก็คนตรงหน้านี้มันคลาส F ที่ไม่มีพลังห่านอะไรเลยจริง ๆ นี่หว่า...!

“ไม่สิ แล้วตอนนี้คุณมีหลักฐานเหรอครับว่าผมเป็นแบบนั้น?”

“อะไรนะ?”

“ก็จริงไหมล่ะ ไอ้ข้อความที่ว่อนเน็ตอยู่ก็มีแต่การคาดเดามั่วซั่ว สุดท้ายสิ่งที่พิสูจน์ค่าการตื่นรู้ได้ก็มีแค่เครื่องตรวจสอบของสมาคมไม่ใช่เหรอ”

ในเมื่อจับไม่ได้คาหนังคาเขา จะมาตัดสินว่าคนอื่นเป็นอาชญากรจากสถานการณ์แวดล้อมงั้นเหรอ?

ไม่ยุติธรรมเลย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในดาวเคราะห์ที่มีระบบกฎหมายชัดเจนแบบนี้

“ท่านประธานครับ ให้ผมเข้าเครื่องตรวจตอนนี้เลยก็ได้ ยังไงมันก็ขึ้นคลาส F อยู่ดี จริง ๆ นะครับ”

กิรยอพูดด้วยความมั่นใจในแบบของเขา

ตัวเขาไม่มีทางตอบรับคำสั่งระดมพลได้เด็ดขาด เพราะไม่ว่าจะตรวจยังไง ผลลัพธ์ก็ต้องออกมาเป็นคลาส F วันยังค่ำ

“เพราะงั้นพวกคุณเลิกสนใจพวกไร้ค่าอย่างผม แล้วไปทำงานของตัวเองเถอะครับ...”

กิรยอพยายามเกลี้ยกล่อมเจ้าหน้าที่สมาคมจนเหงื่อตกด้วยความอึดอัดใจ

ทว่า

โดยธรรมชาติแล้ว จิตใจของมนุษย์ยากนักที่จะสื่อสารถึงกันได้อย่างสมบูรณ์

“เฮอะ!”

ประธานสมาคมเริ่มตีความคำพูดของผู้ตื่นรู้ตรงหน้าไปในทางร้ายแบบสุดกู่

ไอ้ตาเรียวรีเหมือนลูกงูนั่น แถมตายังขวางโลกแบบนั้น พูดจาแบบนี้ออกมา ใครจะไปมองในแง่ดีได้ลง

‘หลักฐาน? ถามหาหลักฐานงั้นเหรอ? จะบอกว่าเทคโนโลยีของพวกแกไม่มีปัญญาพิสูจน์การปลอมแปลงระดับของฉันได้ ก็หุบปากไปซะ อย่างงั้นสินะ?’

ประธานโกคิดว่าผู้ตื่นรู้คนนี้กำลังเยาะเย้ยเขาอยู่อย่างหน้าด้าน ๆ

เขาเกือบจะแผดเสียงตะคอกออกไปแล้ว แต่จังหวะนั้นกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงรบกวนเสียก่อน

- ติ๊ด ติ๊ด ♩

เสียงแจ้งเตือนที่ดังเกินกว่าจะเมินเฉยได้

“สักครู่นะครับ”

ฟึ่บ

กิรยอแอบเช็กโทรศัพท์มือถือ แล้วลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันที

ดูเหมือนข้อความที่เพิ่งเข้ามาจะเป็นเรื่องสำคัญมากทีเดียว

“เอ่อ... ไม่ทราบว่าพูดธุระจบหรือยังครับ? ต้องขอโทษด้วย พอดีผมมีเรื่องด่วนคงต้องขอตัวก่อน”

แล้วคิมกิรยอก็หายวับไปอย่างรวดเร็ว

ประธานสมาคมได้แต่มองตาม พลางหายใจฟึดฟัดด้วยความโมโห

“จะ เจ้า! เจ้าคนเห็นแก่ตัว หมั่นไส้มาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วเชียว!”

ถ้างั้นแค่นี้อาจจะจบแค่การนินทาลับหลัง แต่ปัญหามันอยู่ที่ประโยคถัดมา

“ไอ้พวกสันดานเสียแบบนี้ พอเราทำดีด้วยก่อน ก็ดันคิดว่าเป็นสิทธิที่ตัวเองพึงได้ซะงั้น...!”

ประธานสมาคมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดโทรหาใครบางคน

[นักข่าวหยาง ☎]

.

.

.

ชั้นบนสุดของกิลด์มาทัพ

หญิงสาวที่นั่งอยู่บนโซฟามองนาฬิกาพลางถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เพราะเธอกำลังรอแขกคนสำคัญอยู่อย่างใจจดใจจ่อ

- แอ๊ด

“อา!”

“ขออนุญาตครับ”

ผู้ที่ปรากฏตัวคือผู้ตื่นรู้ผมสีเหลืองทอง

เอสเธอร์ยิ้มกว้างด้วยความดีใจเมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามา

“ฮันเตอร์คิมกิรยอ!”

ใช่แล้ว จริง ๆ แล้วข้อความที่คิมกิรยอได้รับเมื่อครู่คือการเรียกตัวจากเอสเธอร์

ในเมื่อผู้ใช้คำสาประดับ S เรียกหา มีหรือที่คลาส F กระจอกงอกง่อยจะไม่รีบวิ่งแจ้นมาจนตีนพลิก

“ฮันเตอร์เอสเธอร์ ร่างกายเป็นยังไงบ้างครับ?”

“อย่างที่เห็นค่ะ แข็งแรงดี”

ถ้าอย่างนั้นประเด็นสำคัญคือทำไมเธอถึงเรียกเขามา

ตึง

กิรยอวางอุปกรณ์ลงบนโต๊ะ โดยคิดเอาเองว่าอีกฝ่ายคงเรียกมาเพราะเรื่องดาบต้องสาปแน่นอน

แต่ปฏิกิริยาที่ได้กลับเมินเฉย

เอสเธอร์ทำเมินไอเทมระดับยูนิค แล้วเริ่มบทสนทนาทันที

“ว่าแต่เห็นข่าวหรือยังคะ! ที่เขาว่าคนที่จัดการมอนสเตอร์ระดับ S ตัวนั้นคือคุณ เรื่องจริงเหรอคะเนี่ย?”

เธอถึงกับอึ้งไปเลย

ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงที่ใคร ๆ ก็คิดว่าจองฮาซองจะเป็นคนปราบ กลับถูกคลาส F จัดการ

แถมคลาส F คนนั้นยังเป็นพวกปลอมแปลงระดับที่ซ่อนเขี้ยวเล็บมาตลอดอีกต่างหาก?

‘ถ้าเกิดเขาโกรธขึ้นมาจะทำยังไงดีนะ?’

จะว่าไปเรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะเธอจัดการบอสไม่ได้ในทีเดียว

เอสเธอร์รู้สึกผิดลึก ๆ ต่อฮันเตอร์ตรงหน้า

แน่นอน การที่เขาหนีไปต่อหน้าอีมูกินั้นไม่ใช่เรื่องแปลก

พวกผู้แข็งแกร่งระดับใกล้เคียงคลาส S มักจะไม่ร่วมมือกันเพราะพลังที่มหาศาลเกินไป การที่เขาถอยออกไปเว้นระยะห่างก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้

‘ไม่ใช่แค่คำสาปใช้ไม่ได้ผลแล้วจบกันไป บางทีเขาอาจจะไม่มั่นใจว่าจะทนพลังของทางนี้ได้หรือเปล่า...’

เป็นไปได้ไหมว่าหลังจากที่คิมกิรยอถอยออกไป เขาอาจจะคอยช่วยจัดการศัตรูอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้ใครเห็น?

‘ต้องใช่แน่ ๆ เหตุการณ์ครั้งนี้จำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายน้อยผิดปกติเมื่อเทียบกับความรุนแรง!’

เอสเธอร์ซึ่งไม่รู้รายละเอียดวีรกรรมของคังชางโฮ จึงอดไม่ได้ที่จะเข้าใจผิดไปไกล

และนั่นทำให้เธอตีความเหตุการณ์ครั้งนี้ผิดเพี้ยนไป

ฮันเตอร์ตรงหน้าทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ในเงามืด แต่ต้องมาความแตกเพราะต้องคอยตามเช็ดล้างความผิดพลาดของหอคอยเวทมนตร์

“ก่อนอื่นขอเข้าเรื่องเลยนะคะ”

เอสเธอร์จึงยื่นข้อเสนอด้วยสีหน้าจริงจัง

“รีบแก้ข่าวลือกันเถอะค่ะ”

“ครับ?”

“ถ้าขืนปล่อยให้ข่าวลือว่าเป็นคลาส S แพร่กระจายต่อไป คุณกิรยอจะลำบากแย่ ใช่ไหมคะ?”

“ใช่ครับ”

“เพราะฉะนั้นถ้าคุณกิรยอโอเค ฉันว่าจะจัดงานแถลงข่าวค่ะ”

วิธีแก้ปัญหาของเธอก็คือ เธอมีนักข่าวที่สนิทอยู่สองสามคน สามารถรวบรวมคนพวกนั้นมาเพื่อชักจูงกระแสสังคมได้

‘แถลงข่าว?’

เรื่องนี้กิรยอยินดีต้อนรับจนอยากจะอ้าแขนรับ

เพราะทางนี้เองก็ต้องการโอกาสแก้ต่างแบบนั้นอยู่พอดี

“คุณกิรยอ ไม่ต้องห่วงนะคะ เรื่องนี้ฉันจะจัดการให้เอง”

“แต่ว่าทำไมคุณต้องทำถึงขนาดนั้น...”

“ก็เป็นเพราะมอนสเตอร์ที่หอคอยเวทมนตร์ปล่อยหลุดไป เรื่องมันถึงได้บานปลายขนาดนี้ไงคะ! ฉันอยากจะรับผิดชอบค่ะ”

เอสเธอร์อธิบายต่อว่างานแถลงข่าวยิ่งจัดเร็วยิ่งดี จะได้คุมสถานการณ์ได้ง่าย

กิรยอจึงตอบตกลง

เขามีข้อมูลเตรียมไว้แก้ต่างให้ตัวเองเพียบอยู่แล้ว

“งั้นเตรียมการตอนนี้เลยได้ไหมครับ?”

“ตอนนี้เลยเหรอคะ? ก็ได้อยู่นะคะ แต่ว่า...!”

เอสเธอร์ที่กำลังคุยอย่างกระตือรือร้น จู่ ๆ ก็หุบปากเงียบกริบ

“คุณเอสเธอร์?”

ทำไมแม่สาวผู้ใช้คำสาปถึงเงียบไปดื้อ ๆ?

คำตอบมันอยู่ที่นี่ จริง ๆ แล้ววันนี้คิมกิรยอแต่งตัวแบบนี้มาทั้งวันแล้ว

“...การเตรียมสถานที่ไม่ใช่เรื่องยากค่ะ แต่ก่อนหน้านั้นฉันให้เวลาคุณกลับไปที่บ้านสักหน่อยดีไหมคะ”

“ทำไมต้องกลับด้วยครับ?”

“มะ ไม่จำเป็นเหรอคะ? เอ้อ อืม คือว่าไอ้นั่นน่ะ”

ตัวการ์ตูนไก่ตัวผู้ดีไซน์พิลึก

พื้นหลังสีเขียวอ่อนที่ทำร้ายสายตา

แถมด้วยตัวหนังสือฟอนต์โบราณที่สกรีนไว้อย่างเชยสะบัด

<ไก่ทอดมัดโจานาดือรี>

เสื้อสเวตเตอร์ที่คิมกิรยอสวมอยู่คือของแถมจากงานอีเวนต์ยี่ห้อไก่ทอดชื่อดัง

และคุณภาพก็อย่างที่เห็น

“กะ ก็จริงที่การเข้าถึงประชาชนด้วยลุคที่เป็นกันเองมันก็ไม่เลว แต่คอนเซ็ปต์นี้มันจะไม่ล้ำเกินไปหน่อยเหรอคะ...”

ไก่ตัวผู้ยกนิ้วโป้งโชว์ฟันขาววิ้ง

ไอ้ภาพวาดน่าขนลุกพรรค์นี้มันออกมาจากหัวสมองของใครกัน

“งานแถลงข่าวทั้งที เปลี่ยนชุดหน่อยน่าจะดีกว่าไหมคะ?”

เอสเธอร์คิดว่าขืนปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ได้การ จึงรวบรวมความกล้าพูดออกไป

แต่คิมกิรยอเองก็มีเหตุผลที่เลี่ยงไม่ได้เหมือนกัน

“ชุดอื่น... ไม่มีแล้วครับ”

เขาก็ไม่ได้พิศวาสอยากจะใส่มันนักหรอก

“คะ?”

การเผชิญหน้ากับบิกินเนอร์คิลเลอร์

ถูกลักพาตัว

นักล่าฮันเตอร์

การก่อการร้าย

คิมกิรยอผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน และทุกครั้งเสื้อผ้าที่จะใส่ได้ก็ค่อย ๆ ลดจำนวนลง

ถลอก ขาดวิ่น เป็นรู

บาดแผลมักจะมาพร้อมกับความเสียหายของเสื้อผ้าเสมอ

“พอดีทำอาชีพแบบนี้ เสื้อผ้ามันเลยไม่ค่อยเหลือดีน่ะครับ”

ชุดดี ๆ ที่พอเหลืออยู่ ก็ดันแขนขาดตอนล้มครูดไปกับถนนตอนวิ่งหนีความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

ขอย้ำอีกครั้ง ตอนนี้คิมกิรยอเหลือแค่เสื้อท่อนบนลายไก่ทอดร้านนี้เท่านั้น

“แต่ไม่เป็นไรครับ เสื้อตัวนี้ที่บ้านยังมีของใหม่อยู่อีกตั้ง 5 ตัว”

ในฐานะวิญญาณจากต่างดาว เขาไม่เข้าใจแฟชั่นของโลกมนุษย์แม้แต่ขี้เล็บ

แค่รักษาคอนเซ็ปต์ว่าต้องเอาใยสังเคราะห์มาปกปิดผิวหนังก็บุญโขแล้ว...