ย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน
หุ่นศิลาเวทมนตร์
สารดูดซับมานา
ทันทีที่เห็นสิ่งที่คุ้นตาจากบ้านเกิดปรากฏขึ้นในระบบสุริยะ ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวฉันก็คือ
‘ให้ตายสิ สัตว์อสูรของอัลฟาวูรีแผ่ขยายมาถึงโลกแล้วเรอะ! รีบกัดลิ้นตายก่อนจะโดนจับได้ดีกว่า!’
ในตอนนั้น ทั้งร่างกายและจิตใจของฉันกำลังอ่อนล้าจากการทำงานล่วงเวลาซ้ำซาก
โบราณว่าไว้ คนที่เคยตกใจเต่า เห็นฝาหม้อก็นึกว่าเต่าแล้วตกใจ
ฉันตื่นตระหนกเพราะคิดว่าพวกชาวอัลฟาวูรีตามมาถึงที่นี่แล้ว
‘ฮี๊ออออ!’
แต่พอตั้งสติแล้วลองคิดดูดีๆ นี่มันเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี
ฉันมาที่โลกนี้ได้ยังไงนะ?
ก็ใช้วิชาเวทมนตร์จุติใหม่มาน่ะสิ
แล้วใครเป็นคนคิดค้นเวทมนตร์จุติใหม่ล่ะ? ก็ฉันนี่ไง เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์เลยนะ
เอาเถอะ ถึงตอนนี้จะติดอยู่ในร่างขยะของคิมกิรยอจนความน่าเกรงขามมลายหายไปหมดแล้วก็เถอะ...
ขอย้ำอีกครั้ง ฉันคือจอมเวทอัจฉริยะอันดับหนึ่งของบ้านเกิด
แล้วการที่มีใครสักคนแซงหน้ามหาจอมเวทอย่างฉัน แล้วยื่นมือเข้ามายังดาวเคราะห์อันห่างไกลดวงนี้ มันจะเป็นไปได้จริงดิ?
‘ไม่มีทาง’
จะเป็นไปได้ยังไง
ในฐานะที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเวทมนตร์ศาสตร์ทุกแขนง ฉันกล้าฟันธงเลยว่า การข้ามกาแล็กซีของชาวอัลฟาวูรีนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ 100%
ขนาดแค่จะส่องดูโลกด้วยข้อจำกัดทางเทคโนโลยี พวกนั้นยังทำได้ยากลำบากเลย แล้วจะมาบอกว่าตอนนี้สร้างสิ่งที่เรียกว่าเกตเพื่อส่งอิทธิพลมาถึงนี่เนี่ยนะ?
พูดตามตรง ถ้าพวกนั้นจะทำเรื่องแบบนี้ได้ คงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยหลายร้อยปี
‘แถมเกตมันก็มีอยู่ที่นี่ตั้งแต่ก่อนฉันจะมาจุติใหม่แล้ว ช่วงเวลามันไม่ตรงกัน’
ถ้าอย่างนั้น เจ้าของเกตที่แท้จริงคือใครกันแน่?
ตอนนี้เหลือสมมติฐานอยู่เพียงข้อเดียว
“อืม”
ฉันขยับแขนล้วงเอาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าออกมา จากนั้นก็นิ้วจิ้มพิมพ์คำบางคำลงในช่องค้นหา
[สารานุกรมมอนสเตอร์ในเกต]
ไม่นานผลลัพธ์ก็แสดงภาพถ่ายออกมาไม่กี่ใบ
‘นั่นไง’
ในบรรดาภาพเหล่านั้น สิ่งมีชีวิตที่มีข้อต่อบานพับและเปล่งแสงสีฟ้าดึงดูดสายตาฉันที่สุด
แค่เห็นภาพนี้ภาพเดียว ฉันก็มั่นใจในตัวคนร้ายที่สร้างเกตขึ้นมาทันที
‘ไอ้พวกที่บงการสัตว์ประหลาดตัวนี้ ต้องเป็นไอ้เวรพวกนั้นไม่ผิดแน่’
จะเรียกกลุ่มนั้นด้วยภาษาของที่นี่ยังไงดีนะ?
ผู้เร่ร่อนแห่งดวงดาว?
ฟังดูเป็นกวีไปหน่อย
ชนเผ่าพเนจร?
ห่วยแตกชะมัด
ดังนั้นหลังจากคิดอยู่นาน ฉันเลยตัดสินใจแปลชื่อพวกมันว่า ‘คีชิมเช’
มาจากคำว่า คี (飢) ที่แปลว่าหิวโหย และ ชิม (心) ที่แปลว่าหัวใจ
หมายถึง เผ่าพันธุ์ที่หิวโหยในจิตใจของมนุษย์
และลักษณะเด่นของเจ้าพวกคีชิมเชพวกนี้ก็คือ...
ถ้าจะให้สรุปสั้นๆ ก็คือ
ตอนนี้โลกกำลังถูกกลุ่มปรสิตประหลาดที่ร่อนเร่ไปทั่วจักรวาลเพื่อกัดกินความเจ็บปวดทางจิตใจของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาหมายหัว และกำลังถูกเกาะกินอยู่ จบข่าว
‘ชัวร์ป้าบ’
ไม่สิ ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก แต่พอดูตอนนี้ พฤติกรรมการตกเหยื่อของไอ้พวกบ้านี่มันเหมือนเดิมเปี๊ยบ
ไอเทมล้ำค่าที่ค้นพบในเกต ใครดูไม่ออกบ้างว่านี่มันแผนการใช้อเหยื่อล่อชัดๆ!
แถมพวกคีชิมเชยังมีแนวโน้มชอบสร้างกล่องเหยื่อโดยอิงข้อมูลจากดาวเคราะห์ที่พวกมันเคยผ่านไปมา
ดูเหมือนว่าสาเหตุที่มักจะเห็นวัตถุหรือสัตว์ของอัลฟาวูรีในเกตบ่อยๆ ก็คงเป็นเพราะเหตุนี้แหละ
‘ให้ตายสิ...’
อดีตผู้รุกรานที่เคยจ้องจะงาบบ้านเกิดฉัน คราวนี้ดันมาคุกคามดาวเคราะห์ที่เต็มไปด้วยน้ำนมและน้ำผึ้งแห่งนี้ซะได้
แต่พวกมันคงไม่รู้น่ะสิว่าเรื่องมันจะกลายเป็นแบบนี้
‘อยู่ยาวๆ แล้วรอดูดีกว่าแฮะ’
ทำไมฉันถึงรู้จักพวกคีชิมเชดีขนาดนี้น่ะเหรอ?
และทำไมผู้รุกรานที่ฉันเคยเจอที่อัลฟาวูรี ถึงได้อพยพมาไกลถึงระบบสุริยะนี้ได้?
คำตอบทั้งหมดสรุปรวบยอดได้ในข้อเดียว
เพราะพวกมันเคยเกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้วครั้งหนึ่งที่อัลฟาวูรี
พูดให้ชัดก็คือ...
ด้วยฝีมือของมหาจอมเวทคนหนึ่ง
‘หึ’
ฉันคืออดีตผู้นำหอคอยเวทมนตร์ลำดับที่หนึ่งแห่งอัลฟาวูรี
บทบาทหลักที่ได้รับมอบหมายคือการป้องกันดาวเคราะห์
แล้วผลลัพธ์จะเป็นยังไงเมื่อปรสิตแห่งจักรวาลบังอาจมาเยือนบ้านเกิดของมหาจอมเวทระดับนั้น?
สรุปสั้นๆ ก็คือ เผ่าพันธุ์นั้นถูกฉันสังหารหมู่ขนานใหญ่
ไม่สิ จะเรียกว่าสังหารหมู่ก็ดูโหดร้ายไปหน่อย
ยังไงซะทางฝั่งนั้นก็เป็นฝ่ายล่วงล้ำพรมแดนคนอื่นเข้ามาก่อนเองนี่นา
‘โดนฉันสั่งสอนไปขนาดนั้น ก็นึกว่าหนีไปไหน ที่แท้หนีข้ามกาแล็กซีมาไกลลิบถึงนี่เองสินะ’
คีชิมเช (飢心體)
พอรู้ตัวตนที่แท้จริงของพวกมัน ความหมายของเกตก็อนุมานได้ไม่ยาก
อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ พวกคีชิมเชเคยโชคร้ายมาเจอฉันจนเกือบสิ้นเผ่าพันธุ์
‘พวกมันกำลังระวังตัวอยู่นั่นเอง’
เกตก็เปรียบเสมือนหลอดดูดอาหาร
พวกคีชิมเชจงใจสร้างพื้นที่ที่เรียกว่าดันเจี้ยนขึ้นมาเพื่อรักษาระยะห่างจากโลก
เพราะถ้าเผลอเผยร่างต้นออกมา อาจจะโดนเชือดล้างบางเหมือนคราวก่อนก็ได้
‘ช่วงนี้ก็เชิญดูดผ่านหลอดนั่นไปพลางๆ ก่อนเถอะ’
เมื่อพิจารณาถึงขีดจำกัดของพวกมัน
ถ้าฉันยึดร่างที่สมประกอบมาได้เมื่อไหร่ คงสามารถเปิดมหกรรมสังหารหมู่ภาค 2 ได้สบายๆ
พอนึกขึ้นได้ ฉันเลยใช้โทรศัพท์เช็กรายการสินค้าในฮันเตอร์มาร์เก็ต
[คำค้นหา : ปอดมังกร]
[ผลการค้นหา : 0 รายการ]
‘โธ่เอ๊ย’
แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว การจะได้กลับมาเจอหน้าพวกมันอีกครั้งคงเป็นเรื่องในอนาคตอันไกลโพ้น
---
เที่ยงวันต่อมา
ประมาณหนึ่งวันหลังจากที่เกตประตูเหล็กปรากฏขึ้น
[ข่าวด่วนครับ ในที่สุดเขาวงกตเดือนสิบสามในแถบแอฟริกาที่ยังไม่มีใครกลับออกมา ก็ถูกยืนยันแล้วว่าการพิชิตล้มเหลวครับ]
ฉันคาบมันฝรั่งทอดไว้ในปากพลางฟังข่าวด่วนผ่านหูไปอย่างไม่ยี่หระ
ก็ไม่ใช่ข่าวที่น่าตกใจอะไรนักหนานี่นา
‘เหมือนที่ฉันชอบกินขนมนี้ พวกคีชิมเชก็คงรู้สึกว่าอารมณ์แห่งความหวาดกลัวมันอร่อยเหมือนกันสินะ?’
เมื่อก่อนฉันเคยทำการวิจัยสั้นๆ เพื่อทำความเข้าใจระบบนิเวศของพวกมัน
เจ้าพวกคีชิมเชพวกนี้มีรสนิยมการกินที่เรื่องมากชะมัด
แค่การได้รับพลังงานจากกิจกรรมทางจิตของผู้อื่นก็น่าทึ่งแล้ว แต่พวกมันดันชอบความเจ็บปวดและความหวาดกลัวของสิ่งมีชีวิตมากที่สุดนี่สิ
‘อารมณ์จำพวกความปิติยินดีเนี่ย ถูกจัดเป็นสารอาหารรองด้วยซ้ำ’
รู้ไหมว่าความหมายของการมีอยู่ของดันเจี้ยนระดับ EX คืออะไร?
แน่นอนว่าส่วนหนึ่งมีไว้เพื่อทดสอบสติปัญญาของมนุษยชาติ แต่บทบาทที่สำคัญกว่านั้นคือการวิเคราะห์โครงสร้างทางอารมณ์ของชาวโลก
ว่าเรารักอะไร
และเราหวงแหนสิ่งไหน
พวกมันจะสะสมข้อมูลเหล่านี้ทีละเล็กทีละน้อย เพื่อบีบเค้นจิตใจของโฮสต์ให้โหดร้ายยิ่งขึ้น
‘อืม’
แต่ดูจากการที่พวกมันยังหยั่งเชิงด้วยดันเจี้ยนระดับ EX ง่ายๆ อยู่ แสดงว่าทางฝั่งนั้นก็น่าจะเพิ่งมาถึงโลกได้ไม่นานเท่าไหร่
แต่เพราะเป็นเป้าหมายที่เคยวิจัยจนเอียนแล้ว ฉันเลยไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
ฉันนอนเอกเขนกกินมันฝรั่งทอดที่เหลือจนหมด
-ตึ๊ง♪
แต่ถ้ามีเสียงที่กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นแบบนี้ดังขึ้น เรื่องมันก็เปลี่ยนไป
“ข้อความเหรอ?”
ติ๊ก
ฉันหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมาตรวจสอบที่มาของการแจ้งเตือน
<ข้อความ>
[ผู้ส่ง : ซอเอสเธอร์]
[ลองเช็กสมุดบัญชีดูนะคะ เพิ่งโอนส่วนแบ่งค่าพิชิตให้เมื่อกี้ค่ะ (*∩_∩*)]
โอ๊ะโอ๋
---
‘เอสเธอร์ชอบเติมสัญลักษณ์แปลกๆ ท้ายข้อความบ่อยๆ มันแปลว่าอะไรไม่เห็นจะเข้าใจเลยแฮะ’
สวบ สวบ
ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่ำลงไป มีเสียงน้ำแข็งบางๆ แตกกระจายดังมาจากพื้น
‘แต่ถ้าอยู่ๆ ไปถามเพราะสงสัย เดี๋ยวจะดูเป็นมนุษย์ต่างดาวไปซะเปล่าๆ...’
พอออกมาข้างนอก ถนนหนทางก็ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะจนขาวโพลนไปหมดแล้ว
ผลึกน้ำแข็งที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า
อาจเป็นเพราะที่บ้านเกิดมักจะเจอแต่ภูเขาน้ำแข็งที่จมอยู่ใต้น้ำ ปรากฏการณ์แบบนี้เลยดูแปลกตาดี
‘โอ้ ตอนนี้ก็ยังตกอยู่หน่อยๆ แฮะ’
คิมกิรยอเดินดุ่มๆ ไปข้างหน้าพลางชมเกล็ดหิมะที่โปรยปราย
และเหตุผลเดียวที่เขาดันทุรังออกมาข้างนอกในวันที่หนาวเหน็บแบบนี้
ก็คือเขาตั้งใจจะใช้เงินส่วนแบ่งที่เพิ่งโอนเข้ามาทันทีนั่นเอง
แค่เงินขาดมือเท่านั้นแหละ ทางนี้มีของที่อยากได้ล้นสต็อกอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว
‘ไอ้ 3,000 ล้านที่ไถมาจากประธานสมาคม ก็ตีซะว่าเป็นงบสำหรับค่าปอดมังกรเผื่อๆ ไว้ก่อน...’
ตอนนี้เงินเย็นที่เขามีอยู่คือประมาณ 200 ล้านวอน
‘ถือโอกาสนี้ซื้อไอเทมไปให้กูซอฮยองเสริมแกร่งเพิ่มดีไหมนะ?’
เขากลายเป็นคลาส S คนที่ 4 อันดับฮันเตอร์ก็พุ่งกระฉูดจนสามารถเดินเข้าชั้น VIP ได้คนเดียวสบายๆ ตอนนี้เหลือแค่ถลุงเงินให้หนำใจเท่านั้น
ทว่า ยิ่งเข้าใกล้ฮันเตอร์มาร์เก็ต บรรยากาศกลับยิ่งดูแปลกพิกล...
‘แถวอะไรน่ะ?’
คิมกิรยอชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นฝูงคนอออยู่ที่ประตูหน้า
แต่พอดูดีๆ แล้ว แถวนั่นก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับมาร์เก็ตสักเท่าไหร่
เพราะพวกนั้นเอาแต่เดินวนเวียนอยู่ที่เดิมแทบไม่ขยับไปไหนเลยตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว
‘วันนี้วันอะไรหรือเปล่า?’
กิรยอเอียงคอสงสัยขณะเดินผ่านข้างๆ พวกเขาไป
“อ้อ”
แต่พอเดินมาถึงด้านหน้าสุด ถึงได้เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด
ที่ปลายสุดของกลุ่มคนปริศนา มีฮันเตอร์ที่น่าจะโด่งดังที่สุดในประเทศนี้ยืนอยู่
‘จองฮาซอง?’
ฮาซองถูกผู้คนห้อมล้อมและกำลังพูดอะไรบางอย่าง แต่บทสนทนานั้นไม่ได้น่าสนใจสักเท่าไหร่
กิรยอแกล้งทำเมินอีกฝ่าย
แต่ทว่าตอนนั้นเอง
“-ฮันเตอร์กิรยอครับ!”
ไม่น่าเชื่อ จองฮาซองรีบทักทายเสียงดังลั่นด้วยความตกใจทันทีที่เห็นกิรยอ
กิรยอหยุดเดินด้วยความงุนงงเมื่อถูกเรียก ต่อจากนั้นฮาซองก็เดินปรี่เข้ามาหาและเอ่ยถามอย่างเกรงใจ
เมื่อวานกลับดีไหมครับ
วันนี้หิมะตกหนักนะครับ
ทานข้าวหรือยังครับ
ผิดคาด เป็นคำถามที่หาสาระไม่ได้เลย
“อือ”
แต่จะให้พวกสิบแปดมงกุฎมาเมินเฉยใส่คลาส S ตัวจริงก็คงไม่ได้การ กิรยอเลยจำใจแสดงท่าทีให้ความร่วมมือ
“นายกินแล้วเหรอ?”
“อ๊ะ ครับ ทานแล้วครับ...”
แต่ถ้าบทสนทนายืดเยื้อไปกว่านี้คงลำบากแน่
พ่อหนุ่มผมดำคนนี้เป็นฝ่ายเข้ามาทักเองแท้ๆ แต่กลับเอาแต่อ้ำๆ อึ้งๆ มาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว
“ทำไม? มีอะไรอยากจะพูดเป็นพิเศษหรือเปล่า?”
ในที่สุดกิรยอก็ทนไม่ไหวจนต้องเร่งรัด
จองฮาซองได้ยินดังนั้นจึงยอมเข้าเรื่อง
“ฮันเตอร์คิมกิรยอครับ พอจะเป็นไปได้ไหมครับที่จะเข้ามาร่วมกิลด์ของพวกเรา?”
แต่พอได้ยินประโยคแรก ก็รู้สึกว่านี่มันข้ามขั้นตอนไปหน่อยไหม
“หา? กิลด์?”
“ความจริงผมคิดจะชวนตั้งแต่จบเรื่องเขาวงกตเดือนสิบสามแล้วครับ แต่เรื่องนี้ผมคิดว่าเสนอตอนที่บังเอิญเจอกันแบบนี้น่าจะดีกว่า”
“...”
“เพราะที่ผ่านมาผมสร้างความเดือดร้อนไว้ ถ้าจะให้ผมนัดเวลาคุยต่างหาก มันรู้สึกผิดต่อมโนธรรมน่ะครับ...”
กิรยอขัดจังหวะอีกฝ่ายเล็กน้อย เพราะมีส่วนที่ต้องตรวจสอบก่อน
“ฮาซอง นายมีกิลด์ด้วยเหรอ?”
ฮันเตอร์อันดับ 1 จึงรีบตอบทันควัน
ความจริงเขาเป็นประธานบริษัทที่ชื่อ [การิออน]
ที่นั่นมีพนักงานส่วนใหญ่เป็นบุคลากรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือภารกิจระดับ S เท่านั้น รูปแบบเลยค่อนข้างต่างจากกิลด์ทั่วไป
“ขอแค่มาอยู่ที่กิลด์เรา ไม่ว่าเงื่อนไขอะไรผมก็ยอมให้ได้หมดเลยครับ”
จองฮาซองยกมือทาบอกแล้วพูด
“แน่นอนว่าเรื่องส่วนแบ่งรายได้ก็จะให้สิทธิพิเศษกับฮันเตอร์ด้วยครับ”
“นี่นายกำลังจะจ้างฉันงั้นเหรอ?”
“อ๊ะ! เปล่าครับ ผมรีบไปหน่อยเลยพูดชวนสับสน ทางกิลด์แค่จะคอยซัพพอร์ตฮันเตอร์เฉยๆ ครับ ไม่ได้หักค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก”
ตามมาด้วยคำขอร้องที่กระตือรือร้นสุดๆ
“ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ ผมอยากลองทำงานเป็นทีมเดียวกับคุณคิมกิรยอครับ”
แต่ว่า อย่างที่รู้กัน ชายหนุ่มผมทองที่ยืนอยู่ตรงนี้เป็นแค่ของเก๊ที่ดูดีแต่ภายนอก
แน่นอนว่าไม่มีปัญญาเข้าไปในเกตที่คลาส S เข้าไปเดินเล่นได้หรอก
กิรยอตั้งใจจะปฏิเสธข้อเสนอของอีกฝ่าย แต่เพราะสถานการณ์มันกะทันหันเกินไป ปากเลยเผลอตอบความจริงออกไปตามสัญชาตญาณ
“ขอบคุณที่ชวนนะ แต่คงยากมั้ง? ยังไงระดับของเรามันก็ต่างกันเกินป...”
กึก
กิรยอเพิ่งรู้ตัวว่าพลาดก็ตอนที่พ่นประโยคออกมาเกือบจบแล้ว
ตัวเขาคือคลาส S คนที่ 4
นั่นหมายความว่า ในทางพฤตินัย เขาถูกตั้งค่าไว้ว่าระดับไม่ได้ต่างจากฮันเตอร์ตรงหน้ามากนักนี่นา...!
‘อ๊ากกก! เผลอพูดโดยยึดระดับจริงๆ ไปซะได้!’
แต่น้ำที่หกไปแล้วย่อมกวาดคืนไม่ได้
ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงใช้วิชาล้างสมองลบความทรงจำฮาซองไปแล้ว แต่ในร่างคลาส F ใช้เวทมนตร์ระดับนั้นไม่ได้
มาถึงขั้นนี้ หัวสมองขาวโพลนไปหมด
ด้วยความตกใจ กิรยอเลยงัดไม้ตายสุดคลาสสิกออกมาใช้
“อะ เอาเป็นว่าฉันยุ่ง ขอตัวก่อนนะ!”
ตัดบทมั่วๆ แล้วโกยแน่บหนีไปตามระเบียบสามสิบหกกลยุทธ์
แล้วจุดจบของผู้ลงทะเบียนเถื่อนที่ยังแก้ตัวไม่จบจะเป็นเช่นไร
เป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว การหลุดปากของกิรยอในครั้งนั้น ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนมหาศาลจริงๆ
【 Hunternet > เวบอร์ดพูดคุยอิสระ 】
[j*** : เมื่อกี้ฉันเห็นอะไรวะนั่น]
[k***** : สองคนนั้นไม่ถูกกันเหรอครับ??]
[บล*** : [ข่าวด่วน] เกณฑ์เข้ากิลด์การิออนต้องคลาส S [ข่าวด่วน] เกณฑ์เข้ากิลด์การิออนต้องคลาส S [ข่าวด่วน] เกณฑ์เข้ากิลด์การิออนต้องคลาส S]
เพียงแต่ว่า กระแสมันไปในทิศทางที่แปลกประหลาดนิดหน่อย