Cover

121

งานเข้าแล้ว งานเข้า!

ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งชมวิวทะเลชิลๆ แล้วนะ

ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ได้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นจริงๆ แน่!

‘อ๊ากกกกก……!’

ในเช้าตรู่วันหนึ่ง

ฉันกุมหัวตัวเองพร้อมกับกรีดร้องอย่างโหยหวนแบบไร้เสียง

และสถานที่ที่ฉันกำลังนั่งอยู่ตอนนี้ก็คือบนรถไฟมุ่งหน้าสู่โซล

สรุปคือ ฉันเพิ่งมาถึงคัมโพได้ไม่กี่วัน ก็ต้องระเห็จกลับบ้านซะแล้ว

‘ทำไมเรื่องสำคัญขนาดนี้ถึงไม่เขียนแปะไว้ในที่ที่มันเห็นง่ายๆ ฟะ!’

การที่ฉันตัดสินใจกลับโซลปุบปับแบบนี้ มันมีเหตุผล

เพราะฉันเพิ่งจะตระหนักถึงเงื่อนไขสำคัญในการซื้อ ‘ปอดมังกร’ ได้เมื่อกี้นี้น่ะสิ

‘ไอ้ระบบแรงกิ้งเฮงซวย!’

มารู้เอาป่านนี้ว่า ประเทศเกาหลีมีกฎว่าหากต้องการซื้อ ‘ไอเทมนำเข้า’ ระดับยูนิคขึ้นไป จะต้องเป็นฮันเตอร์ที่มีลำดับแรงกิ้งถึงเกณฑ์ที่กำหนด

ถ้าจะพูดให้ชัดก็คือ เกณฑ์ขั้นต่ำในการยื่นเรื่องขอซื้ออุปกรณ์ระดับยูนิค คือต้องติดท็อป 50 ของประเทศเท่านั้น

และเมื่อฉันลองเช็กอันดับปัจจุบันของตัวเองดู...

[คิมกิรยอ [ระดับ S] - อันดับ 10 (New)]

อันดับ 10

บางคนอาจจะบอกว่า ก็ผ่านเกณฑ์แล้วนี่หว่า จะกังวลหาพระแสงอะไร

แต่ความจริงแล้ว อันดับที่เห็นอยู่ตอนนี้มันแทบไม่มีความหมายเลย

เพราะการคำนวณอันดับฮันเตอร์ มันคิดจากทั้งพรสวรรค์ที่มีมาแต่เกิด และความพยายามหลังจากนั้นประกอบกัน

‘คะแนนพิชิตเกตมันไม่พอ!’

ต่อให้เป็นผู้ตื่นรู้ระดับสูงแค่ไหน แต่ถ้าหยุดงานไปดื้อๆ โดยไม่มีเหตุผล ก็จะโดนหักคะแนนมหาศาล

และถ้าตลอด 3 เดือนที่มีการคำนวณคะแนนจัดอันดับ ไม่มีการลงดันเจี้ยนเลยแม้แต่ครั้งเดียว... แน่นอนว่าอันดับ 10 นี่ก็คงร่วงกรูดแน่

ถึงจะยังเดาไม่ได้ว่าจะร่วงไปถึงอันดับที่เท่าไหร่ก็เถอะ.......

[คังชางโฮ [ระดับ S] - อันดับ 814]

ดูจากสภาพของตาคนนี้แล้ว อย่างน้อยก็ยืนยันได้เรื่องหนึ่งว่า... มันไม่มีลิมิตของการร่วงหล่น

“เฮ้อ”

เพราะงั้น สรุปง่ายๆ

เพื่อป้องกันปัญหาตอนจะซื้อปอดมังกรในอนาคต ฉันต้องป้องกันอันดับของตัวเองเอาไว้

และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น ฉันต้องทำยอดขั้นต่ำเพื่อไม่ให้โดนหักคะแนน นั่นคือต้องเคลียร์เกตระดับ A ให้ได้ 5 ครั้ง.......

‘โธ่เว้ย!’

บอกตรงๆ ว่าโคตรจะเจ็บใจ!

ถ้ารู้แบบนี้ ตอนข่มขู่ประธานสมาคม ฉันน่าจะยกเรื่องอันดับขึ้นมาคุยด้วยซะก็ดี

ทำไมฉันถึงเพิ่งมาเจอไอ้กฎบ้าบอนี่เอาป่านนี้เนี่ย

ทำไมฉันจะต้องเอาตัวเข้าไปเสี่ยงในดงมอนสเตอร์ เพียงเพื่อรักษาไอ้อันดับบ้าๆ นี่ด้วย

‘อืออออ……!’

แต่ถึงจะบ่นไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ทางนี้เล่นไถเงินประธานสมาคมมาตั้ง 3,000 ล้านวอน กะว่าจะไม่มองหน้ากันอีกแล้วชาตินี้

ขืนไปเรียกร้องอะไรเพิ่มหลังจากทำวีรกรรมแบบนั้น มีหวังได้โดนดีข้อหาโลภมากลาภหายแน่

“บัดซบเอ๊ย”

การให้สมาคมช่วยจัดการให้ น่าจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากและไร้ประสิทธิภาพเปล่าๆ

ดังนั้น วิธีที่เหลืออยู่ก็คือ การทำกิจกรรมฮันเตอร์ตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดเท่านั้น

ตุบ

ฉันเอาหัวโขกกระจกรถไฟด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว

ในวินาทีนี้ ทิวทัศน์นอกหน้าต่างก็กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

.

.

.

ผู้ตื่นรู้ที่อ่อนแอปวกเปียกอย่างฉัน จะไปเคลียร์เกตระดับ A ได้ยังไงกัน?

ก็ต้องงัดจุดแข็งที่มีออกมาใช้ให้หมดน่ะสิ

ไม่ว่าจะเป็นความรู้เรื่องหุ่นศิลาเวทมนตร์ (โกเลม)

หรือจะเป็นความต้านทานสถานะผิดปกติอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

อะไรที่ใช้ได้ ฉันต้องขุดมาใช้ให้หมดหน้าตัก

“ไหนดูซิ”

และในระหว่างที่กำลังเฟ้นหาเกตที่เหมาะสมกับเทคนิคเหล่านี้ ฉันก็เจอเข้ากับที่แห่งหนึ่ง

ที่นี่เป็นประเด็นร้อนที่สื่อพูดถึงกันไม่เว้นแต่ละวันในช่วงนี้

[เนินนางเงือก]

แหม แค่ชื่อก็ดูมีความเป็นเทพนิยายดีนี่

ติดอยู่แค่ว่า ของจริงข้างในดันมีสัตว์ประหลาดที่ทำให้เด็กๆ ต้องผวากันจนจับไข้นี่แหละ

“อืม”

เนินนางเงือก คือชื่อของเกตที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ในเดือนนี้

และจุดนี้เองที่ลักษณะใหม่ของโลกได้ปรากฏขึ้น

‘คาตาคลิสม์’ (Cataclysm)

เดือนมกราคมของที่นี่...

เป็นเดือนพิเศษที่มีเกตชนิดใหม่ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด

ประชากรของดาวดวงนี้เรียกปรากฏการณ์ที่เหมือนกับการอัปเดตแพทช์ใหญ่ของเกมนี้ว่า ‘คาตาคลิสม์’ หรือ ‘มหาอุบัติการณ์’

และตอนนี้ เกาหลีก็กำลังปวดเศียรเวียนเกล้ากับไอ้เจ้า ‘คาตาคลิสม์’ นี่อยู่พอดี

[(หนังสือพิมพ์ซอนฮัน) ประกาศเตือนภัยไซเรนทั่วประเทศ….]

อธิบายก่อนว่า เนินนางเงือกเป็นเกตที่มีสัตว์อสูรธาตุน้ำปรากฏตัวออกมา 2 ชนิด

แถมยังเกิดขึ้นแค่ในคาบสมุทรเกาหลีเท่านั้นด้วย

แต่ปัญหาก็คือ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครพิชิตเกตนี้ได้เลย ซึ่งสาเหตุก็มาจากสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่า ‘ไซเรน’ ที่อาศัยอยู่ในนั้น

“ให้ตายสิ มีเรื่องวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวันเลยนะ”

ไซเรน

ฟังจากปากคำของฮันเตอร์ที่เคยเข้าไปในเกต พวกลักษณะของมันก็ประมาณว่า...

“อยู่ดีๆ ก็ได้ยินเสียงแม่เรียกมาจากในหมอกครับ”

“ไม่รู้สิครับ จู่ๆ สาวในฝันของผมก็กวักมือเรียกจากในดันเจี้ยน!”

“เป็นเสียงเพลงที่ไพเราะมากครับ ฟังแล้วเคลิ้มจนเผลอทำอาวุธหลุดมือไปเลย”

สรุปได้ว่า หลังม่านหมอกนั่นมีสัตว์อสูรประเภทโจมตีทางจิตอยู่แน่นอน

เพราะคนที่รอดกลับมาได้ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าโดนอะไรบางอย่างสะกดจิต

‘สัตว์ประหลาดร้องเพลงงั้นเรอะ?’

เสียงเพลงที่ลอยแว่วมาจากที่ไกลๆ

นี่คือสาเหตุที่ [เนินนางเงือก] ยังไม่ถูกพิชิต

‘ไซเรนทำให้หมดสภาพต่อสู้ แล้วเมอร์แมนที่โผล่มาทีหลังก็รุมยำสินะ แบ่งงานกันทำดีนี่หว่า’

ปกติแล้ว การโจมตีทางจิตของมอนสเตอร์ มักจะถูกเรียกว่า ‘แพทเทิร์นแจกแต้ม’ เพราะผลลัพธ์มันเบาบางมาก

แต่จอมเวทของโลกนี้กลับตั้งตัวไม่ติดเมื่อต้องเจอกับสถานะผิดปกติที่รุนแรงแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน

ขนาดอุดหูแล้ว เสียงเพลงของไซเรนก็ยังส่งผลอยู่ดี

[อุปกรณ์แพงๆ ก็ไร้ค่า... ฮันเตอร์กุมขมับรับมือไซเรนไม่ถูก]

เรียกได้ว่าเป็นสถานการณ์ที่จนปัญญา

แต่ความวุ่นวายอันยาวนานนี้กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว

‘หึ’

เพราะท่านผู้นี้ สามารถทำลายเสียงเพลงของไซเรนได้ยังไงล่ะ

‘ช่วยไม่ได้แฮะ ท่านจอมมหาเวทผู้นี้จะช่วยสงเคราะห์ให้สักครั้ง จงสำนึกบุญคุณซะล่ะ’

ก็เลย...

สรุปคือ ฉันมาที่นี่เพื่อรักษาอันดับ และถือโอกาสพิชิตเนินนางเงือกไปด้วยในตัว

แน่นอนว่า ฉันเรียกเพื่อนร่วมทีมมาช่วยจัดการพวกตัวแถมอย่างเมอร์แมนไว้เรียบร้อยแล้ว

---

ไม่กี่นาทีต่อมา

“ยุนซึง!”

ฉันโบกมือเรียกคนที่ยืนรออยู่หน้าเกต

ชายหัวโล้นคนนั้นจึงหันมาทางนี้และร้องทัก

“อ๊ะ! มาถึงแล้วเหรอครับ?”

เดี๋ยว

เมื่อกี้เหมือนเห็นควันขาวๆ ลอยออกมาจากปากยุนซึงหรือเปล่า?

“หือ?”

แถมยังมีกลิ่นสังเคราะห์แปลกๆ ลอยฟุ้งอยู่รอบตัว นี่มันเหมือนกับ.......

“ยุนซึง ในมือนายนั่นอะไร?”

“ครับ?”

“อย่าบอกนะว่าบุหรี่?”

พอฉันถาม ยุนซึงก็ยิ้มเจื่อนๆ พลางแบมือให้ดู

เขาเผยให้เห็นของที่รีบซ่อนเมื่อครู่

“ฮะๆๆ อ๋อ เอ่อ คือ... ครับ บุหรี่ไฟฟ้าน่ะครับ นึกว่าลูกพี่จะมาช้า ผมรอคนเดียวเลยกะว่าจะสูบสักหน่อ......”

หมัดของฉันพุ่งออกไปพร้อมกับคำพูดนั้น

ผัวะ!

“……!”

“…….”

ชั่วพริบตาเดียว

ทันทีที่สมองประมวลผลได้ว่านั่นคือบุหรี่ ฉันก็ปัดมันทิ้งทันที

ปฏิกิริยารีเฟลกซ์ระดับไขสันหลังนี้มันรวดเร็วเสียจนแม้แต่ระดับ A อย่างเขายังตอบสนองไม่ทัน

‘มะ... มองไม่ทันเลย……!’

ติ๋ง

ในขณะที่อันยุนซึงเหงื่อตกด้วยความตื่นตระหนก

เจ้าบุหรี่ไฟฟ้าทรงสี่เหลี่ยมก็ร่วงลงไปกระแทกพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบดังแกร๊กอย่างน่าเวทนา

“เฮ้ย! โทษที มือมันไปเอง”

ฉันที่เพิ่งได้สติรีบขอโทษขอโพยยกใหญ่

ไปปัดของชาวบ้านเขาตก ก็ต้องรับผิดชอบเก็บขึ้นมาคืน.......

แต่ในจังหวะนั้นเอง

ขณะที่ยื่นของคืนให้ยุนซึง ฉันก็พูดด้วยแววตาที่ไร้ประกายชีวิตชีวาว่า

“แต่ถ้าเอาไอ้พรรค์นี้มาสูบต่อหน้าฉันอีกครั้งเดียว พ่อจะฆ่าให้ตายเลยคอยดู”

เป็นความจริงใจที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้ง

การที่ฉันต้องมาติดอยู่ในร่างระดับ F แบบนี้... มองในมุมหนึ่งก็เป็นเพราะไอ้สิ่งประดิษฐ์ขยะพวกนี้นั่นแหละ

“คะ... ครับ รับทราบครับ”

ยุนซึงตัวสั่นงันงกรับคำ เพราะเพิ่งเคยเจอกับท่าทีดุดันแบบนี้เป็นครั้งแรก

ฉันจับตัวยุนซึงมาเทศนาเรื่องการเลิกบุหรี่อยู่พักใหญ่ กว่าจะเริ่มคุยเรื่องดันเจี้ยนได้

‘เฮ้อ’

วันนี้เริ่มต้นได้ไม่สวยเลยจริงๆ

อุตส่าห์ร้องขอความช่วยเหลือ แล้วเขาก็รีบวิ่งมาหาแท้ๆ ไม่ได้อยากจะทำตัวแย่ๆ ใส่พันธมิตรที่พึ่งพาได้แบบนี้เลยนะ

“อะแฮ่ม”

สักพักต่อมา

ฉันสูดหายใจลึกแล้วหันไปพูดกับยุนซึง

ขอบคุณที่อุตส่าห์มาหาทั้งที่เรียกตัวกะทันหัน

“ถ้าไม่ได้นาย ฉันคงกังวลจนไม่กล้าเข้าดันเจี้ยนแน่ ขอบใจนะ”

“ไม่หรอกครับ! ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณที่เรียกใช้! ลูกพี่คงไม่รู้หรอกครับ ว่าถึงจะเป็นแค่ตำแหน่งชั่วคราว แต่งานนี้มันมีความหมายกับผมแค่ไหน……!”

และการลงดันครั้งนี้ ในฐานะที่ฉันกลายเป็นระดับ S อย่างเป็นทางการแล้ว ฉันเลยต้องรับหน้าที่หัวหน้าทีม... ซึ่งบอกตรงๆ ว่าไม่ใช่ตำแหน่งที่น่าภูมิใจสักเท่าไหร่

เพราะถึงจะเป็นหัวหน้าทีม แต่ฉันดันเลือกลูกทีมตามใจชอบไม่ได้นี่สิ

“ว่าแต่ ไปกันแค่กับลูกพี่สองคนเหรอครับ?”

“เปล่า มีมาอีกคน”

ถ้าอย่างนั้น สมาชิกคนสุดท้ายที่จะมาร่วมศึกพิชิตไซเรนคือใครกัน?

เขาว่านินทาใคร คนนั้นก็จะมา

ไม่ทันขาดคำ ผู้ตื่นรู้หน้าตาคุ้นเคยก็เดินออกมาจากตรอกฝั่งตรงข้าม

รูปร่างสูงใหญ่สะดุดตา เครื่องหน้าคมเข้มแบบลูกครึ่ง และดวงตาสีเขียวมรกต... ที่ว่ากันว่าได้มาจากการฉีกกระชากมังกร

“สวัสดีครับ”

ใช่แล้ว วันนี้ฉันต้องทำงานร่วมกับระดับ S คนนี้

“คุณฮันเตอร์คังชางโฮ”

ยังไม่ทันไร ก็อยากกลับบ้านซะแล้วสิ

---

ช่วงนี้คังชางโฮอารมณ์ไม่ดี

ก็แน่ล่ะ โดนคนอื่นหลอกต้มเปื่อยขนาดนั้น เป็นใครก็ต้องอารมณ์เสียทั้งนั้น

[(ข่าวด่วน) เกาหลีใต้ พบระดับ S คนที่ 4!]

พูดตรงๆ ตอนเห็นข่าวลือในอินเทอร์เน็ต คังชางโฮก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

แถมตอนโทรคุยกันหลังจากนั้น เจ้าตัวยังปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ใช่ระดับ S เขาก็เลยปล่อยเลยตามเลย

แต่ใครจะไปคิดว่าคู่สัญญาที่ไว้ใจจะหักหลังกันได้ลงคอแบบนี้

“…….”

คังชางโฮเอียงคอมองประกาศของสมาคมที่ฉายอยู่บนทีวี

ความคิดเดียวที่ผุดขึ้นมาในหัวตอนนั้นคือ

“มันเป็นใครกันแน่”

คิมกิรยอ หมอนั่นเป็นใครกันแน่

ตัดกลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน

ขอย้ำอีกครั้ง ช่วงนี้คังชางโฮอารมณ์บ่จอยสุดๆ

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมไอ้หนุ่มหัวทองนั่นต้องโกหกพรรค์นั้นออกมา

และถ้าเป็นระดับ S จริงๆ ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องให้ใครมาคุ้มครอง แล้วทำไมถึงยอมรับสัญญาแบบนั้น เขาเดาใจไม่ถูกเลยจริงๆ

‘มีเจตนาอะไร?’

มาถึงขั้นนี้ เขาชักอยากจะผ่ากะโหลกอีกฝ่ายออกมาดูให้รู้แล้วรู้รอดว่าคิดอะไรอยู่ข้างใน

แต่คังชางโฮก็ดึงสติกลับมาได้อย่างเยือกเย็น

ยังไงซะ เขาก็บรรลุเป้าหมายของตัวเองแล้ว

‘แปลกแฮะ ต่อให้เป็นระดับ S ก็เถอะ……. แต่จะละเมิดสัญญาอัศวินไม่ได้นี่นา ไม่มีทาง ฉันเห็นกับตาตัวเองแล้วนี่’

คังชางโฮตัดสินใจว่าจะลองจับตาดูไปก่อน เพราะตอนนี้ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้

แถมยังประจวบเหมาะพอดี

เขามีเงินเหลือเฟือ พละกำลังก็ล้นเหลือ เวลาว่างก็มีถมเถ

แม้ในยุคดันเจี้ยนช็อกแบบนี้ ชีวิตของเขาก็ไม่ได้มีความยากลำบากอะไร

‘ลองเฝ้าดูไปสักพักดีกว่า’

เขาเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตที่เรียบง่ายเกินไป และแวบหนึ่งเขาก็คิดว่า การฆ่าเวลาด้วยการอยู่กับฮันเตอร์แปลกๆ ที่นานๆ จะเจอที ก็น่าสนุกดีเหมือนกัน

ความเบื่อหน่าย การฆ่าเวลา

เขาให้อภัยคำโกหกหลอกลวงที่ได้รับ ด้วยเหตุผลที่ค่อนข้างเบาหวิว

แต่พอลองคิดดูดีๆ อีกฝ่ายก็คงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ต่างกันมากนัก

คิมกิรยอ

ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า ถึงจะดูเป็นแบบนั้น แต่ก็เป็นผู้แข็งแกร่งที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษยชาติไปไกลโข.......

‘นี่น่ะเหรอ คนที่ 4 ของเกาหลี’

หรือว่า เขากำลังควบคุมความเบื่อหน่ายที่มีมากเกินไปตามประสาคนระดับ S ไม่ได้เหมือนกัน?

เลยต้องหาเรื่องทำอะไรที่คาดเดาไม่ได้แบบนี้ตลอดเวลา?

คังชางโฮหลับตาลงพร้อมกับข้อสันนิษฐานสั้นๆ นั้น

---

ทำไมในทีมฮันเตอร์ทีมเดียว ถึงมีระดับ S มารวมตัวกันได้ถึงสองคน

ความจริงนั้นเรียบง่ายมาก

ตอนที่คิมกิรยอแจ้งเรื่องจะเข้าบลูเกตกับอันยุนซึง

คังชางโฮเกิดนึกสนุกขึ้นมา เลยยืนกรานหัวชนฝาว่าจะขอตามมาด้วย

‘บ้าเอ๊ย! ในสัญญาก็เขียนไว้ชัดเจนว่าไม่ต้องมาก็ได้ ฉันอนุญาตไปตั้งกี่รอบแล้ว แต่ก็ยังจะตะบี้ตะบันตามมาให้ได้…….’

ด้วยเหตุนี้ ทั้งสามคนจึงต้องมาเผชิญหน้ากันในสถานการณ์ที่เรียกได้ว่าบรรยากาศมาคุสุดๆ

“คะ... คุณคังชางโฮ ช่วงนี้สบายดีไหมครับ?”

กิรยอลอบสังเกตท่าทีแล้วลองเกริ่นทักทาย แต่คำตอบที่ได้รับกลับเชือดเฉือนน่าดู

“ก็ดีกว่านายแล้วกัน”

คังชางโฮมองคู่สัญญาที่เผลอแป๊บเดียวก็เอาตัวเข้าไปพัวพันกับเรื่องวุ่นวายอีกแล้วด้วยสายตาไม่ชอบใจ

ตามมาด้วยถ้อยคำเหน็บแนม

“ยังไงก็ขอบใจนะที่ให้ฉันติดสอยห้อยตามมาด้วยวันนี้ แน่นอนว่า ‘ระดับ S’ อย่างคุณคงไม่ได้ต้องการความช่วยเหลืออะไรหรอก แต่สัญญาก็คือสัญญานี่นะ”

“….”

“อ๊ะ แต่แบบนี้ฉันจะไปเกะกะหรือเปล่าน้า? ก็คุณฮันเตอร์กิรยอออกจะเก่งกาจขนาดไล่ล่ามอนสเตอร์ ‘ระดับ S’ ด้วยตัวคนเดียวได้นี่นา”

นี่มันด่ายิ้มๆ ชัดๆ

“ชักเริ่มกังวลแล้วสิว่าฉันจะตามมาตรฐานของทางนั้นทันหรือเปล่า”

ดูเหมือนคังชางโฮจะเก็บกดมานาน เลยจงใจเน้นคำว่าผู้แข็งแกร่งระดับ S กระแทกหน้าอีกฝ่ายรัวๆ เพื่อระบายความแค้น

“เฮือก!”

แต่ทว่า

อันยุนซึงกลับตาลุกวาวเมื่อได้ยินคำพูดของคังชางโฮ

“ลูกพี่ได้รับการยอมรับขนาดนี้ แม้แต่ในหมู่ระดับ S ด้วยกันเองสินะครับเนี่ย……!”

มนุษย์ต่างดาวบางคนได้แต่มองระดับ A คนนั้นด้วยสีหน้าปลาตาย และไม่ได้ตอบโต้อะไร

เพราะตอนนี้ แม้แต่จะแก้ความเข้าใจผิดเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังขี้เกียจ

“งั้นเราออกเดินทางกันเลยไหมครับ?”

กิรยอรีบชวนย้ายที่ เพื่อให้ช่วงเวลาแห่งความทรมานกับทีมนี้จบลงโดยเร็วที่สุด

เป้าหมายคือ... เนินนางเงือก

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

121

20px

งานเข้าแล้ว งานเข้า!

ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งชมวิวทะเลชิลๆ แล้วนะ

ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ได้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นจริงๆ แน่!

‘อ๊ากกกกก……!’

ในเช้าตรู่วันหนึ่ง

ฉันกุมหัวตัวเองพร้อมกับกรีดร้องอย่างโหยหวนแบบไร้เสียง

และสถานที่ที่ฉันกำลังนั่งอยู่ตอนนี้ก็คือบนรถไฟมุ่งหน้าสู่โซล

สรุปคือ ฉันเพิ่งมาถึงคัมโพได้ไม่กี่วัน ก็ต้องระเห็จกลับบ้านซะแล้ว

‘ทำไมเรื่องสำคัญขนาดนี้ถึงไม่เขียนแปะไว้ในที่ที่มันเห็นง่ายๆ ฟะ!’

การที่ฉันตัดสินใจกลับโซลปุบปับแบบนี้ มันมีเหตุผล

เพราะฉันเพิ่งจะตระหนักถึงเงื่อนไขสำคัญในการซื้อ ‘ปอดมังกร’ ได้เมื่อกี้นี้น่ะสิ

‘ไอ้ระบบแรงกิ้งเฮงซวย!’

มารู้เอาป่านนี้ว่า ประเทศเกาหลีมีกฎว่าหากต้องการซื้อ ‘ไอเทมนำเข้า’ ระดับยูนิคขึ้นไป จะต้องเป็นฮันเตอร์ที่มีลำดับแรงกิ้งถึงเกณฑ์ที่กำหนด

ถ้าจะพูดให้ชัดก็คือ เกณฑ์ขั้นต่ำในการยื่นเรื่องขอซื้ออุปกรณ์ระดับยูนิค คือต้องติดท็อป 50 ของประเทศเท่านั้น

และเมื่อฉันลองเช็กอันดับปัจจุบันของตัวเองดู...

[คิมกิรยอ [ระดับ S] - อันดับ 10 (New)]

อันดับ 10

บางคนอาจจะบอกว่า ก็ผ่านเกณฑ์แล้วนี่หว่า จะกังวลหาพระแสงอะไร

แต่ความจริงแล้ว อันดับที่เห็นอยู่ตอนนี้มันแทบไม่มีความหมายเลย

เพราะการคำนวณอันดับฮันเตอร์ มันคิดจากทั้งพรสวรรค์ที่มีมาแต่เกิด และความพยายามหลังจากนั้นประกอบกัน

‘คะแนนพิชิตเกตมันไม่พอ!’

ต่อให้เป็นผู้ตื่นรู้ระดับสูงแค่ไหน แต่ถ้าหยุดงานไปดื้อๆ โดยไม่มีเหตุผล ก็จะโดนหักคะแนนมหาศาล

และถ้าตลอด 3 เดือนที่มีการคำนวณคะแนนจัดอันดับ ไม่มีการลงดันเจี้ยนเลยแม้แต่ครั้งเดียว... แน่นอนว่าอันดับ 10 นี่ก็คงร่วงกรูดแน่

ถึงจะยังเดาไม่ได้ว่าจะร่วงไปถึงอันดับที่เท่าไหร่ก็เถอะ.......

[คังชางโฮ [ระดับ S] - อันดับ 814]

ดูจากสภาพของตาคนนี้แล้ว อย่างน้อยก็ยืนยันได้เรื่องหนึ่งว่า... มันไม่มีลิมิตของการร่วงหล่น

“เฮ้อ”

เพราะงั้น สรุปง่ายๆ

เพื่อป้องกันปัญหาตอนจะซื้อปอดมังกรในอนาคต ฉันต้องป้องกันอันดับของตัวเองเอาไว้

และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น ฉันต้องทำยอดขั้นต่ำเพื่อไม่ให้โดนหักคะแนน นั่นคือต้องเคลียร์เกตระดับ A ให้ได้ 5 ครั้ง.......

‘โธ่เว้ย!’

บอกตรงๆ ว่าโคตรจะเจ็บใจ!

ถ้ารู้แบบนี้ ตอนข่มขู่ประธานสมาคม ฉันน่าจะยกเรื่องอันดับขึ้นมาคุยด้วยซะก็ดี

ทำไมฉันถึงเพิ่งมาเจอไอ้กฎบ้าบอนี่เอาป่านนี้เนี่ย

ทำไมฉันจะต้องเอาตัวเข้าไปเสี่ยงในดงมอนสเตอร์ เพียงเพื่อรักษาไอ้อันดับบ้าๆ นี่ด้วย

‘อืออออ……!’

แต่ถึงจะบ่นไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ทางนี้เล่นไถเงินประธานสมาคมมาตั้ง 3,000 ล้านวอน กะว่าจะไม่มองหน้ากันอีกแล้วชาตินี้

ขืนไปเรียกร้องอะไรเพิ่มหลังจากทำวีรกรรมแบบนั้น มีหวังได้โดนดีข้อหาโลภมากลาภหายแน่

“บัดซบเอ๊ย”

การให้สมาคมช่วยจัดการให้ น่าจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากและไร้ประสิทธิภาพเปล่าๆ

ดังนั้น วิธีที่เหลืออยู่ก็คือ การทำกิจกรรมฮันเตอร์ตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดเท่านั้น

ตุบ

ฉันเอาหัวโขกกระจกรถไฟด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว

ในวินาทีนี้ ทิวทัศน์นอกหน้าต่างก็กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

.

.

.

ผู้ตื่นรู้ที่อ่อนแอปวกเปียกอย่างฉัน จะไปเคลียร์เกตระดับ A ได้ยังไงกัน?

ก็ต้องงัดจุดแข็งที่มีออกมาใช้ให้หมดน่ะสิ

ไม่ว่าจะเป็นความรู้เรื่องหุ่นศิลาเวทมนตร์ (โกเลม)

หรือจะเป็นความต้านทานสถานะผิดปกติอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

อะไรที่ใช้ได้ ฉันต้องขุดมาใช้ให้หมดหน้าตัก

“ไหนดูซิ”

และในระหว่างที่กำลังเฟ้นหาเกตที่เหมาะสมกับเทคนิคเหล่านี้ ฉันก็เจอเข้ากับที่แห่งหนึ่ง

ที่นี่เป็นประเด็นร้อนที่สื่อพูดถึงกันไม่เว้นแต่ละวันในช่วงนี้

[เนินนางเงือก]

แหม แค่ชื่อก็ดูมีความเป็นเทพนิยายดีนี่

ติดอยู่แค่ว่า ของจริงข้างในดันมีสัตว์ประหลาดที่ทำให้เด็กๆ ต้องผวากันจนจับไข้นี่แหละ

“อืม”

เนินนางเงือก คือชื่อของเกตที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ในเดือนนี้

และจุดนี้เองที่ลักษณะใหม่ของโลกได้ปรากฏขึ้น

‘คาตาคลิสม์’ (Cataclysm)

เดือนมกราคมของที่นี่...

เป็นเดือนพิเศษที่มีเกตชนิดใหม่ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด

ประชากรของดาวดวงนี้เรียกปรากฏการณ์ที่เหมือนกับการอัปเดตแพทช์ใหญ่ของเกมนี้ว่า ‘คาตาคลิสม์’ หรือ ‘มหาอุบัติการณ์’

และตอนนี้ เกาหลีก็กำลังปวดเศียรเวียนเกล้ากับไอ้เจ้า ‘คาตาคลิสม์’ นี่อยู่พอดี

[(หนังสือพิมพ์ซอนฮัน) ประกาศเตือนภัยไซเรนทั่วประเทศ….]

อธิบายก่อนว่า เนินนางเงือกเป็นเกตที่มีสัตว์อสูรธาตุน้ำปรากฏตัวออกมา 2 ชนิด

แถมยังเกิดขึ้นแค่ในคาบสมุทรเกาหลีเท่านั้นด้วย

แต่ปัญหาก็คือ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครพิชิตเกตนี้ได้เลย ซึ่งสาเหตุก็มาจากสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่า ‘ไซเรน’ ที่อาศัยอยู่ในนั้น

“ให้ตายสิ มีเรื่องวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวันเลยนะ”

ไซเรน

ฟังจากปากคำของฮันเตอร์ที่เคยเข้าไปในเกต พวกลักษณะของมันก็ประมาณว่า...

“อยู่ดีๆ ก็ได้ยินเสียงแม่เรียกมาจากในหมอกครับ”

“ไม่รู้สิครับ จู่ๆ สาวในฝันของผมก็กวักมือเรียกจากในดันเจี้ยน!”

“เป็นเสียงเพลงที่ไพเราะมากครับ ฟังแล้วเคลิ้มจนเผลอทำอาวุธหลุดมือไปเลย”

สรุปได้ว่า หลังม่านหมอกนั่นมีสัตว์อสูรประเภทโจมตีทางจิตอยู่แน่นอน

เพราะคนที่รอดกลับมาได้ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าโดนอะไรบางอย่างสะกดจิต

‘สัตว์ประหลาดร้องเพลงงั้นเรอะ?’

เสียงเพลงที่ลอยแว่วมาจากที่ไกลๆ

นี่คือสาเหตุที่ [เนินนางเงือก] ยังไม่ถูกพิชิต

‘ไซเรนทำให้หมดสภาพต่อสู้ แล้วเมอร์แมนที่โผล่มาทีหลังก็รุมยำสินะ แบ่งงานกันทำดีนี่หว่า’

ปกติแล้ว การโจมตีทางจิตของมอนสเตอร์ มักจะถูกเรียกว่า ‘แพทเทิร์นแจกแต้ม’ เพราะผลลัพธ์มันเบาบางมาก

แต่จอมเวทของโลกนี้กลับตั้งตัวไม่ติดเมื่อต้องเจอกับสถานะผิดปกติที่รุนแรงแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน

ขนาดอุดหูแล้ว เสียงเพลงของไซเรนก็ยังส่งผลอยู่ดี

[อุปกรณ์แพงๆ ก็ไร้ค่า... ฮันเตอร์กุมขมับรับมือไซเรนไม่ถูก]

เรียกได้ว่าเป็นสถานการณ์ที่จนปัญญา

แต่ความวุ่นวายอันยาวนานนี้กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว

‘หึ’

เพราะท่านผู้นี้ สามารถทำลายเสียงเพลงของไซเรนได้ยังไงล่ะ

‘ช่วยไม่ได้แฮะ ท่านจอมมหาเวทผู้นี้จะช่วยสงเคราะห์ให้สักครั้ง จงสำนึกบุญคุณซะล่ะ’

ก็เลย...

สรุปคือ ฉันมาที่นี่เพื่อรักษาอันดับ และถือโอกาสพิชิตเนินนางเงือกไปด้วยในตัว

แน่นอนว่า ฉันเรียกเพื่อนร่วมทีมมาช่วยจัดการพวกตัวแถมอย่างเมอร์แมนไว้เรียบร้อยแล้ว

---

ไม่กี่นาทีต่อมา

“ยุนซึง!”

ฉันโบกมือเรียกคนที่ยืนรออยู่หน้าเกต

ชายหัวโล้นคนนั้นจึงหันมาทางนี้และร้องทัก

“อ๊ะ! มาถึงแล้วเหรอครับ?”

เดี๋ยว

เมื่อกี้เหมือนเห็นควันขาวๆ ลอยออกมาจากปากยุนซึงหรือเปล่า?

“หือ?”

แถมยังมีกลิ่นสังเคราะห์แปลกๆ ลอยฟุ้งอยู่รอบตัว นี่มันเหมือนกับ.......

“ยุนซึง ในมือนายนั่นอะไร?”

“ครับ?”

“อย่าบอกนะว่าบุหรี่?”

พอฉันถาม ยุนซึงก็ยิ้มเจื่อนๆ พลางแบมือให้ดู

เขาเผยให้เห็นของที่รีบซ่อนเมื่อครู่

“ฮะๆๆ อ๋อ เอ่อ คือ... ครับ บุหรี่ไฟฟ้าน่ะครับ นึกว่าลูกพี่จะมาช้า ผมรอคนเดียวเลยกะว่าจะสูบสักหน่อ......”

หมัดของฉันพุ่งออกไปพร้อมกับคำพูดนั้น

ผัวะ!

“……!”

“…….”

ชั่วพริบตาเดียว

ทันทีที่สมองประมวลผลได้ว่านั่นคือบุหรี่ ฉันก็ปัดมันทิ้งทันที

ปฏิกิริยารีเฟลกซ์ระดับไขสันหลังนี้มันรวดเร็วเสียจนแม้แต่ระดับ A อย่างเขายังตอบสนองไม่ทัน

‘มะ... มองไม่ทันเลย……!’

ติ๋ง

ในขณะที่อันยุนซึงเหงื่อตกด้วยความตื่นตระหนก

เจ้าบุหรี่ไฟฟ้าทรงสี่เหลี่ยมก็ร่วงลงไปกระแทกพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบดังแกร๊กอย่างน่าเวทนา

“เฮ้ย! โทษที มือมันไปเอง”

ฉันที่เพิ่งได้สติรีบขอโทษขอโพยยกใหญ่

ไปปัดของชาวบ้านเขาตก ก็ต้องรับผิดชอบเก็บขึ้นมาคืน.......

แต่ในจังหวะนั้นเอง

ขณะที่ยื่นของคืนให้ยุนซึง ฉันก็พูดด้วยแววตาที่ไร้ประกายชีวิตชีวาว่า

“แต่ถ้าเอาไอ้พรรค์นี้มาสูบต่อหน้าฉันอีกครั้งเดียว พ่อจะฆ่าให้ตายเลยคอยดู”

เป็นความจริงใจที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้ง

การที่ฉันต้องมาติดอยู่ในร่างระดับ F แบบนี้... มองในมุมหนึ่งก็เป็นเพราะไอ้สิ่งประดิษฐ์ขยะพวกนี้นั่นแหละ

“คะ... ครับ รับทราบครับ”

ยุนซึงตัวสั่นงันงกรับคำ เพราะเพิ่งเคยเจอกับท่าทีดุดันแบบนี้เป็นครั้งแรก

ฉันจับตัวยุนซึงมาเทศนาเรื่องการเลิกบุหรี่อยู่พักใหญ่ กว่าจะเริ่มคุยเรื่องดันเจี้ยนได้

‘เฮ้อ’

วันนี้เริ่มต้นได้ไม่สวยเลยจริงๆ

อุตส่าห์ร้องขอความช่วยเหลือ แล้วเขาก็รีบวิ่งมาหาแท้ๆ ไม่ได้อยากจะทำตัวแย่ๆ ใส่พันธมิตรที่พึ่งพาได้แบบนี้เลยนะ

“อะแฮ่ม”

สักพักต่อมา

ฉันสูดหายใจลึกแล้วหันไปพูดกับยุนซึง

ขอบคุณที่อุตส่าห์มาหาทั้งที่เรียกตัวกะทันหัน

“ถ้าไม่ได้นาย ฉันคงกังวลจนไม่กล้าเข้าดันเจี้ยนแน่ ขอบใจนะ”

“ไม่หรอกครับ! ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณที่เรียกใช้! ลูกพี่คงไม่รู้หรอกครับ ว่าถึงจะเป็นแค่ตำแหน่งชั่วคราว แต่งานนี้มันมีความหมายกับผมแค่ไหน……!”

และการลงดันครั้งนี้ ในฐานะที่ฉันกลายเป็นระดับ S อย่างเป็นทางการแล้ว ฉันเลยต้องรับหน้าที่หัวหน้าทีม... ซึ่งบอกตรงๆ ว่าไม่ใช่ตำแหน่งที่น่าภูมิใจสักเท่าไหร่

เพราะถึงจะเป็นหัวหน้าทีม แต่ฉันดันเลือกลูกทีมตามใจชอบไม่ได้นี่สิ

“ว่าแต่ ไปกันแค่กับลูกพี่สองคนเหรอครับ?”

“เปล่า มีมาอีกคน”

ถ้าอย่างนั้น สมาชิกคนสุดท้ายที่จะมาร่วมศึกพิชิตไซเรนคือใครกัน?

เขาว่านินทาใคร คนนั้นก็จะมา

ไม่ทันขาดคำ ผู้ตื่นรู้หน้าตาคุ้นเคยก็เดินออกมาจากตรอกฝั่งตรงข้าม

รูปร่างสูงใหญ่สะดุดตา เครื่องหน้าคมเข้มแบบลูกครึ่ง และดวงตาสีเขียวมรกต... ที่ว่ากันว่าได้มาจากการฉีกกระชากมังกร

“สวัสดีครับ”

ใช่แล้ว วันนี้ฉันต้องทำงานร่วมกับระดับ S คนนี้

“คุณฮันเตอร์คังชางโฮ”

ยังไม่ทันไร ก็อยากกลับบ้านซะแล้วสิ

---

ช่วงนี้คังชางโฮอารมณ์ไม่ดี

ก็แน่ล่ะ โดนคนอื่นหลอกต้มเปื่อยขนาดนั้น เป็นใครก็ต้องอารมณ์เสียทั้งนั้น

[(ข่าวด่วน) เกาหลีใต้ พบระดับ S คนที่ 4!]

พูดตรงๆ ตอนเห็นข่าวลือในอินเทอร์เน็ต คังชางโฮก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

แถมตอนโทรคุยกันหลังจากนั้น เจ้าตัวยังปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ใช่ระดับ S เขาก็เลยปล่อยเลยตามเลย

แต่ใครจะไปคิดว่าคู่สัญญาที่ไว้ใจจะหักหลังกันได้ลงคอแบบนี้

“…….”

คังชางโฮเอียงคอมองประกาศของสมาคมที่ฉายอยู่บนทีวี

ความคิดเดียวที่ผุดขึ้นมาในหัวตอนนั้นคือ

“มันเป็นใครกันแน่”

คิมกิรยอ หมอนั่นเป็นใครกันแน่

ตัดกลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน

ขอย้ำอีกครั้ง ช่วงนี้คังชางโฮอารมณ์บ่จอยสุดๆ

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมไอ้หนุ่มหัวทองนั่นต้องโกหกพรรค์นั้นออกมา

และถ้าเป็นระดับ S จริงๆ ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องให้ใครมาคุ้มครอง แล้วทำไมถึงยอมรับสัญญาแบบนั้น เขาเดาใจไม่ถูกเลยจริงๆ

‘มีเจตนาอะไร?’

มาถึงขั้นนี้ เขาชักอยากจะผ่ากะโหลกอีกฝ่ายออกมาดูให้รู้แล้วรู้รอดว่าคิดอะไรอยู่ข้างใน

แต่คังชางโฮก็ดึงสติกลับมาได้อย่างเยือกเย็น

ยังไงซะ เขาก็บรรลุเป้าหมายของตัวเองแล้ว

‘แปลกแฮะ ต่อให้เป็นระดับ S ก็เถอะ……. แต่จะละเมิดสัญญาอัศวินไม่ได้นี่นา ไม่มีทาง ฉันเห็นกับตาตัวเองแล้วนี่’

คังชางโฮตัดสินใจว่าจะลองจับตาดูไปก่อน เพราะตอนนี้ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้

แถมยังประจวบเหมาะพอดี

เขามีเงินเหลือเฟือ พละกำลังก็ล้นเหลือ เวลาว่างก็มีถมเถ

แม้ในยุคดันเจี้ยนช็อกแบบนี้ ชีวิตของเขาก็ไม่ได้มีความยากลำบากอะไร

‘ลองเฝ้าดูไปสักพักดีกว่า’

เขาเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตที่เรียบง่ายเกินไป และแวบหนึ่งเขาก็คิดว่า การฆ่าเวลาด้วยการอยู่กับฮันเตอร์แปลกๆ ที่นานๆ จะเจอที ก็น่าสนุกดีเหมือนกัน

ความเบื่อหน่าย การฆ่าเวลา

เขาให้อภัยคำโกหกหลอกลวงที่ได้รับ ด้วยเหตุผลที่ค่อนข้างเบาหวิว

แต่พอลองคิดดูดีๆ อีกฝ่ายก็คงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ต่างกันมากนัก

คิมกิรยอ

ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า ถึงจะดูเป็นแบบนั้น แต่ก็เป็นผู้แข็งแกร่งที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษยชาติไปไกลโข.......

‘นี่น่ะเหรอ คนที่ 4 ของเกาหลี’

หรือว่า เขากำลังควบคุมความเบื่อหน่ายที่มีมากเกินไปตามประสาคนระดับ S ไม่ได้เหมือนกัน?

เลยต้องหาเรื่องทำอะไรที่คาดเดาไม่ได้แบบนี้ตลอดเวลา?

คังชางโฮหลับตาลงพร้อมกับข้อสันนิษฐานสั้นๆ นั้น

---

ทำไมในทีมฮันเตอร์ทีมเดียว ถึงมีระดับ S มารวมตัวกันได้ถึงสองคน

ความจริงนั้นเรียบง่ายมาก

ตอนที่คิมกิรยอแจ้งเรื่องจะเข้าบลูเกตกับอันยุนซึง

คังชางโฮเกิดนึกสนุกขึ้นมา เลยยืนกรานหัวชนฝาว่าจะขอตามมาด้วย

‘บ้าเอ๊ย! ในสัญญาก็เขียนไว้ชัดเจนว่าไม่ต้องมาก็ได้ ฉันอนุญาตไปตั้งกี่รอบแล้ว แต่ก็ยังจะตะบี้ตะบันตามมาให้ได้…….’

ด้วยเหตุนี้ ทั้งสามคนจึงต้องมาเผชิญหน้ากันในสถานการณ์ที่เรียกได้ว่าบรรยากาศมาคุสุดๆ

“คะ... คุณคังชางโฮ ช่วงนี้สบายดีไหมครับ?”

กิรยอลอบสังเกตท่าทีแล้วลองเกริ่นทักทาย แต่คำตอบที่ได้รับกลับเชือดเฉือนน่าดู

“ก็ดีกว่านายแล้วกัน”

คังชางโฮมองคู่สัญญาที่เผลอแป๊บเดียวก็เอาตัวเข้าไปพัวพันกับเรื่องวุ่นวายอีกแล้วด้วยสายตาไม่ชอบใจ

ตามมาด้วยถ้อยคำเหน็บแนม

“ยังไงก็ขอบใจนะที่ให้ฉันติดสอยห้อยตามมาด้วยวันนี้ แน่นอนว่า ‘ระดับ S’ อย่างคุณคงไม่ได้ต้องการความช่วยเหลืออะไรหรอก แต่สัญญาก็คือสัญญานี่นะ”

“….”

“อ๊ะ แต่แบบนี้ฉันจะไปเกะกะหรือเปล่าน้า? ก็คุณฮันเตอร์กิรยอออกจะเก่งกาจขนาดไล่ล่ามอนสเตอร์ ‘ระดับ S’ ด้วยตัวคนเดียวได้นี่นา”

นี่มันด่ายิ้มๆ ชัดๆ

“ชักเริ่มกังวลแล้วสิว่าฉันจะตามมาตรฐานของทางนั้นทันหรือเปล่า”

ดูเหมือนคังชางโฮจะเก็บกดมานาน เลยจงใจเน้นคำว่าผู้แข็งแกร่งระดับ S กระแทกหน้าอีกฝ่ายรัวๆ เพื่อระบายความแค้น

“เฮือก!”

แต่ทว่า

อันยุนซึงกลับตาลุกวาวเมื่อได้ยินคำพูดของคังชางโฮ

“ลูกพี่ได้รับการยอมรับขนาดนี้ แม้แต่ในหมู่ระดับ S ด้วยกันเองสินะครับเนี่ย……!”

มนุษย์ต่างดาวบางคนได้แต่มองระดับ A คนนั้นด้วยสีหน้าปลาตาย และไม่ได้ตอบโต้อะไร

เพราะตอนนี้ แม้แต่จะแก้ความเข้าใจผิดเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังขี้เกียจ

“งั้นเราออกเดินทางกันเลยไหมครับ?”

กิรยอรีบชวนย้ายที่ เพื่อให้ช่วงเวลาแห่งความทรมานกับทีมนี้จบลงโดยเร็วที่สุด

เป้าหมายคือ... เนินนางเงือก