ฮันเจฮอน
ชื่อนี้ดูไม่ค่อยคุ้นหูนักหากจะมองว่าเป็นชื่อจริงตามทะเบียนราษฎร์ และก็คงยากที่จะมองว่าเกี่ยวข้องกับคำว่า ‘เจฮอน (การบัญญัติรัฐธรรมนูญ)’
เพราะมันคือคำย่อของ ‘ฮันเตอร์ที่อ่อนแอที่สุดในเกาหลี’ ต่างหาก
[ถ่ายทอดสด● : ฮันเจฮอน TV]
ฮันเจฮอนที่กำลังจะพูดถึงต่อจากนี้ คือชื่อในวงการของครีเอเตอร์สายวิดีโอคนหนึ่ง
เปิดช่องมาแล้ว 8 ปี
ยอดผู้ติดตามสูงถึง 763,000 คน
ถ้าอย่างนั้น ผู้คนหลงเสน่ห์อะไรในตัวฮันเจฮอนถึงได้คลั่งไคล้กันขนาดนี้?
[ฮาย~! ทุกคน ไม่ได้ไลฟ์นอกสถานที่ซะนานเลยเนอะ? วันนี้ผมมาตามล่าเจ้าแพะ... แพะภูเขาบ้าคลั่งที่ได้ชื่อว่าเป็นบอสลับระดับ F ตามที่สปอยล์ไว้เมื่ออาทิตย์ที่แล้วครับ!]
อย่างที่พอจะเดาได้จากชื่อช่อง หัวข้อคอนเทนต์ที่เขาทำคือ ‘ชีวิตประจำวันของผู้ตื่นรู้’
การฝึกใช้สกิล การใช้อุปกรณ์ และอื่นๆ
เขาใช้จุดเด่นที่ตนเองเป็นฮันเตอร์ เพื่อแชร์ข้อมูลที่คนธรรมดาทั่วไปเข้าถึงได้ยาก
แต่ที่น่าตกใจคือ ตัวเอกของช่องนี้มีค่าการตื่นรู้เพียงแค่ 1.02 Aw เท่านั้น
มายากลที่เขาพอจะแสดงให้ดูได้ ก็มีแค่การงอช้อนกินข้าว...
แต่ทว่า
ในตลาดโซเชียลมีเดีย ความอ่อนแอนั้นกลับกลายเป็นจุดขายยอดนิยม
เพราะถึงจะเป็นที่หนึ่งจากท้ายตาราง แต่มันก็ถือเป็น ‘ความพิเศษ’ ในรูปแบบหนึ่งอยู่ดี
[【อันดับ 1 อย่างเป็นทางการ】 Vlog ผู้ตื่นรู้ที่อ่อนแอที่สุดในเกาหลี]
[ยอดวิว 7.71 ล้านครั้ง · 7 ปีที่แล้ว]
ตอนนี้ค่าโฆษณาที่แปะอยู่ในคลิป ทำรายได้แซงหน้ากำไรจากการเคลียร์ดันเจี้ยนไปแบบไม่เห็นฝุ่น
กล้าฟันธงได้เลยว่า ฮันเจฮอน คือกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จที่สุดในหมู่ฮันเตอร์ระดับ F
และนี่คือปูมหลังของ ‘ไทยมุง 1’ ที่ดันเข้ามาพัวพันกับการต่อสู้ของคิมกิรยอ...
---
【 คนแรกในประวัติศาสตร์ที่โดนระดับ S ทำให้สลบถึง 2 ครั้ง 】
วันหนึ่ง
มีคลิปวิดีโอตัวหนึ่งถูกโพสต์ลงในอินเทอร์เน็ต เพื่อยุติข้อถกเถียงของชาวเน็ต
เนื้อหาในคลิปคือคำให้การจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จริง ตามที่เกริ่นไปข้างต้น
[ที่พวกเราสลบไปตอนนั้น เป็นเพราะท่านฮันเตอร์ปล่อยพลังเวทที่ซ่อนไว้ออกมาน่ะครับ]
ในคลิป ฮันเตอร์เจฮอนอ้างว่าเหตุการณ์คนเป็นลมหมู่ในวันนั้น เกิดจากค่าการตื่นรู้ของคิมกิรยอ
แน่นอนว่าตามตรรกะแล้ว มันไม่ใช่เรื่องแปลก
เมื่อเผชิญหน้ากับฮันเตอร์ระดับสูง คนที่ร่างกายอ่อนแอหรือคนแก่ มักจะทนแรงกดดันที่ผู้ตื่นรู้แผ่ออกมาไม่ไหวจนหมดสติไป
[ทุกคนครับ เอาจริงๆ แค่ผมไปยืนข้างระดับ C ผมก็... จะเรียกว่าเมารถดีไหมนะ? เอาเป็นว่ามันจะรู้สึกอึดอัดตุบๆ~ ขึ้นมาเลยน่ะครับ?]
คำบรรยายตัวโตปรากฏขึ้นบนหน้าจอพร้อมกับคำอธิบายของเขา
[แต่ตอนที่เจอท่านฮันเตอร์ครั้งแรก ผมไม่รู้สึกแบบนั้นเลย! ผมเลยโล่งใจ! ว้าว โลกเรามันพัฒนาไปไกลแล้วสินะ? ถ้าใช้อุปกรณ์ดีๆ ก็ลดแรงกดดันได้ขนาดนี้เลยเหรอ? ผมเลยเดินดุ่มๆ เข้าไปข้างๆ ฮันเตอร์คิม... แต่พอรู้สึกตัวอีกที ผมก็... ทะ ที่โรงพยาบาลซะงั้น (555) มีพี่สาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ ด้วย]
แต่ถ้าลองคิดดูว่าระดับ S คนที่ 4 ของเกาหลีคนนี้ซุกซ่อนความลับอะไรไว้...
เรื่องนี้มันก็ออกจะแปลกๆ อยู่สักหน่อย
[ตอนนั้นสติหลุดไปเลย ผมกำลังทำท่าเหมือนพระเอกละครถามว่า “ที่นี่ที่ไหนครับ?” แล้วจู่ๆ ก็มีคนเดินเข้ามาในห้อง ใส่สูทเต็มยศเลย พอผมสบตากับฮันเตอร์คิมตอนนั้น ชีพจรผมนี่แบบ... เต้นตึกตึกตึกตึกเลยครับ]
[ฮ่าๆๆ!]
[เฮ้ย อย่าขำดิ! แล้วพี่สาวผมบอกว่า ถ้าตอนนั้นติดเครื่องวัดชีพจรอยู่ กราฟคงพุ่งทะลุ 180 ไปแล้วจริงๆ นะ]
เขาย้ำนักย้ำหนาว่าตัวเองสลบเพราะโดนแรงกดดันจากพลังเวท แต่ความจริงของชายผมทองที่ถูกกล่าวถึงในคลิปนั้น เป็นเพียงคนอ่อนแอระดับ F
สาเหตุที่แท้จริงของการสลบหมู่เมื่อวาน คือไอเทมระดับยูนีคที่ชื่อว่า ‘กล่องของขวัญเซอร์ไพรส์!’
แต่เจ้าของคลิปกลับเข้าใจผิดไปเองอย่างช่วยไม่ได้
[ถ้าคนดูคนไหนเคยสลบเพราะพวกระดับสูงน่าจะเข้าใจนะ ในหัวมันจะเย็นวาบ~ ขึ้นมา แล้วแรงในตัวก็จะหายวูบไปเลยใช่ไหมครับ?]
ก็แหม เอฟเฟกต์ของ กล่องของขวัญเซอร์ไพรส์! มันดันไปคล้ายกับความรู้สึกตอนโดนแรงกดดันเวทมนตร์เข้าจริงๆ นี่นา...!
เวียนหัว หนาวสั่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน
กล่องของขวัญเซอร์ไพรส์! จะกระตุ้นให้เกิดความกลัวขีดสุด จนร่างกายเข้าสู่ภาวะเป็นลมเนื่องจากประสาทเวกัสทำงานผิดปกติซึ่งสร้างความรู้สึกไม่สบายตัวคล้ายๆ กัน
และความรู้สึกพะอืดพะอมนี้ ก็ดันไปเหมือนกับแรงกดดันที่ผู้ตื่นรู้ระดับล่างรู้สึกเวลาเจอระดับสูงเป๊ะๆ
แน่นหน้าอก เหงื่อแตกพลั่ก
ในมุมของคนโดน จะสับสนก็ไม่แปลกหรอก
แถมเปลือกนอกที่ฮันเตอร์คิมกิรยอสวมอยู่เป็นยังไงล่ะ?
ต่อให้พูดจาสุภาพแค่ไหน สุดท้ายหนังกำพร้าที่หุ้มตัวเขาก็ยังฉายแววเย็นชาใส่พวกเดียวกันอยู่ดี
[เห็นท่านมาขอโทษเหยื่อทีละคน ผมว่าท่านคงเป็นคนดีมากๆ เลยแหละ แต่ไอ้เรื่องกลัวจนขาสั่นนี่มันช่วยไม่ได้จริงๆ...]
ตำแหน่งระดับ S
หน้าตา
บวกกับสถานการณ์พิเศษที่ทำให้คนลงไปนอนกองกับพื้นโดยไม่ได้แตะต้องตัว ยิ่งโหมกระพือความหวาดกลัวเข้าไปใหญ่
ด้วยเหตุนี้ ครีเอเตอร์เจ้าของคลิปจึงปักใจเชื่อจากความรู้สึกที่ตัวเองสัมผัส
เขาได้ข้อสรุปว่า คิมกิรยอคือระดับ S ที่ซ่อนพลังเวทมหาศาลเอาไว้ แต่เผลอปลดการควบคุมออกมาชั่วขณะเพื่อรับมือกับการถูกหาเรื่อง จนทำให้เกิดเหตุการณ์สลบหมู่ขึ้น
ประจวบเหมาะกับที่เหยื่อทุกคน ยกเว้นโจซังโอ ล้วนเป็นฮันเตอร์ระดับล่างด้วย
[พลังเวทเพียวๆ เลยเหรอ? ขนลุกสัส ㄷㄷ]
[ก็ระดับ S นี่หว่า เป็นงั้นก็ไม่แปลก]
แถมคำกล่าวอ้างของฮันเจฮอนยังดูน่าเชื่อถือขึ้นมาด้วยเหตุผลบางอย่าง
ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่จองฮาซองเพิ่งตื่นรู้ได้ไม่นาน
ฮันเตอร์ระดับ S ผู้นั้นเคยตกอยู่ในสภาวะจิตใจไม่มั่นคง เพราะโดนเลือดมอนสเตอร์สาดใส่จนชุ่มโชกในเกต
ถึงจะรีบล้างเลือดออก แต่ความตื่นตัวที่พุ่งพล่านขึ้นมาแล้ว มันไม่ได้สงบลงง่ายๆ
[(ข่าวด่วน) ประชาชนที่มามุงดูจองฮาซองให้สัมภาษณ์ เป็นลมล้มพับกันเป็นแถบ... คาดว่าเกิดจากค่าการตื่นรู้]
[BJ ท่านหนึ่ง ภาพตัดกลางอากาศขณะไลฟ์สด]
การที่คนอ่อนแอสลบหมู่ไม่ใช่เรื่องใหม่ และฮันเจฮอนก็เป็นคนส่วนน้อยที่ผ่านประสบการณ์มาแล้วทั้งสองเคส
อีกทั้งสตรีมเมอร์คนนี้ยังหมั่นทำความดีสั่งสมบารมี ภาพลักษณ์ภายนอกจึงดูดีมาก
ดังนั้นคำพูดของเขาจึงได้รับความเชื่อถืออย่างหนักแน่น
[โห ฮันเตอร์ท่านนั้นค่าการตื่นรู้ต้องสูงขนาดไหน ถึงทำให้คนสลบง่ายขนาดนี้?]
[ระดับเดียวกับจองฮาซองป่ะ?]
[อยากรู้จนจะบ้าตายแล้วเนี่ย;; เจ้าหน้าที่สมาคมช่วยแกล้งทำเป็นหลุดข้อมูลมาหน่อยได้ไหม]
[เมื่อก่อนก็เปิดเผยค่าการตื่นรู้กันหมดแท้ๆ โอ๊ย กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ㅠ]
สิ่งที่เจตนาดีไม่ได้แปลว่าจะถูกต้องเสมอไป
คำให้การของอินฟลูเอนเซอร์คนหนึ่งดังกระฉ่อนจนกลายเป็นข่าว
เรื่องราวที่บิดเบี้ยวไปจากความจริง ได้แพร่กระจายออกไปแล้ว
---
ประสบการณ์ตรงที่พยานปากเอกเป็นคนปล่อยข่าว ไปเข้าหูคู่กรณีจนได้
“ฉันล้มตึงเพราะตกใจค่าการตื่นรู้เนี่ยนะ?”
คิมกิรยอระดับ S ส่วนเขาคือระดับ A
พูดตามตรง ในความสัมพันธ์ที่ห่างกันแค่ขั้นบันไดเดียว โจซังโอไม่เชื่อหรอกว่าจะเกิดเรื่องพรรค์นั้นขึ้นได้
ในที่สุด โจซังโอก็ละสายตาจากมือถือด้วยท่าทีเหมือนช่างหัวมัน
ไม่ว่าพวกผู้เชี่ยวชาญกำมะลอจะพล่ามอะไร แต่เขามั่นใจว่าตัวเองโดนเล่นงานด้วยวิธีสกปรกแน่นอน
แต่ปัญหาก็คือ หนทางเอาคืนมันช่างมืดมนเหลือเกิน...
‘สรุปแล้ว ไอ้ที่ทำให้ฉันขยับตัวไม่ได้คืออะไรกันแน่?’
อย่างน้อยก็มั่นใจว่าเป็นสถานะผิดปกติประเภทอัมพาตไม่ก็ทำให้สลบ ถ้าเตรียมตัวป้องกันสองอย่างนี้ให้ดี ก็น่าจะไม่โดนลูกไม้เดิมซ้ำสอง
แต่หลังจากกันสถานะสลบได้แล้วไงต่อ? จะเอาปัญญาที่ไหนไปสู้กับระดับ S?
‘ไอเทมที่มีตอนนี้ก็คัดมาแต่เกรดท็อปสุดเพื่อเน้นคอมโบกันทั้งนั้น ขืนเปลี่ยนอุปกรณ์หลักสุ่มสี่สุ่มห้า...’
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
ตอนนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนก็ดังเข้าหูโจซังโอที่กำลังจมอยู่ในความคิด หน้าจอโชว์เบอร์ที่ขึ้นต้นด้วย 010
“อะไรวะ?”
ดูแล้วไม่น่าใช่เบอร์ขายประกัน ซังโอเลยกดรับสายไปตามสัญชาตญาณ
แต่เสียงที่ดังออกมาจากปลายสาย กลับทำเอาเขาช็อกตาตั้ง
ใช่เบอร์คุณโจซังโอไหมครับ?
“...?!”
ในสถานการณ์แบบนี้ จังหวะแบบนี้ คิมกิรยอโทรหาฉันงั้นเหรอ?
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
โจซังโอยังคงนั่งงงเป็นไก่ตาแตก
แค่ฝ่ายนั้นเป็นคนโทรมาหาก่อนก็น่าตกใจพออยู่แล้ว แต่รู้ไหมว่าอีกฝ่ายพูดว่าอะไรในสาย?
“เชิญครับ”
ซังโอเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียก
ณ สถานที่แห่งนั้น ชายอันดับ 1 และอันดับ 9 ของเกาหลียืนเคียงคู่กันอยู่อย่างน่าประหลาดใจ
คิมกิรยอเรียกคู่กรณีมาที่โรงยิมฝึกซ้อมเจ้าเดิมนั่นเอง
“อย่างที่บอกไปเมื่อกี้ครับ เรื่องคราวก่อนผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ ก็แหม พอการควบรวมกิลด์ถูกยกเลิก คุณคงเสียใจแย่ ถึงได้ทำลงไปขนาดนั้น”
“อะ อะไรนะ?”
อย่างที่เห็น ชายผมทองเปลี่ยนท่าทีไปเป็นคนละคนอย่างกะทันหัน
“อาจจะช้าไปหน่อย แต่ช่วงที่ผ่านมาผมได้หารือกับฮันเตอร์จองเรียบร้อยแล้ว ฮาซองเองก็บอกว่าถ้าเงื่อนไขลงตัว ก็อยากจะร่วมงานกับคุณซังโอเหมือนกันครับ”
“เหอะ!”
“เพราะงั้นถ้าคุณผ่านการทดสอบง่ายๆ ได้ เราก็จะเปิดตำแหน่งในทีมให้ทันทีเลยครับ”
น่าสงสัยชะมัด
ไอ้หมอนี่ที่ทำตัวเย็นชาใส่เมื่อไม่กี่วันก่อน จู่ๆ จะมายอมตามใจกันง่ายๆ งี้เหรอ
“ขอแจ้งนิดนึงว่าการทดสอบนี้ เหมือนกับการสัมภาษณ์เข้าการิออนเป๊ะเลยครับ”
“ว่าไงนะ?”
“แค่ทนความร้อนจากสกิลของฮันเตอร์จองให้ได้ก็จบ รู้ใช่ไหมครับ?”
แต่ถ้าเงื่อนไขมาแบบนี้ เรื่องมันก็พลิกตาลปัตร
บังเอิญว่าทางนี้ก็เคยผ่านการสัมภาษณ์รอบสุดท้ายของการิออนมาแล้ว
และจากประสบการณ์ครั้งนั้น ขอแค่มีเซต อิฟรีท ต่อให้โดนท่าของฮาซองเข้าไปจังๆ สักทีสองที ก็ไม่ระคายผิวหรอก
“พูดจริงเหรอ?”
พอโจซังโอถามย้ำราวกับจะจับผิด วีรบุรุษแห่งชาติที่ยืนอยู่ตรงปลายสายตาก็พยักหน้ารับ
“ไม่มีคำโกหกครับ...”
ดูเหมือนอีกฝ่ายจะดูกังวลนิดหน่อย สงสัยจะเป็นห่วงว่าผู้เข้าสอบจะบาดเจ็บเพราะประเมินระดับ A ต่ำไปล่ะมั้ง
ไม่รู้หรอกว่ามีแผนอะไรในใจ แต่ถ้าฮันเตอร์คิมกิรยอเล่นตุกติกอะไรขึ้นมา เขาก็แค่ใช้มันเป็นอาวุธเล่นงานกลับก็จบ
โจซังโอแอบเอามือไพล่หลัง ซ่อนกล้องจิ๋วทรงนาฬิกาข้อมือไว้อย่างแนบเนียน
แล้วก็ตอบรับข้อเสนอ
“...เข้าใจแล้วครับ แต่จบการทดสอบแล้วห้ามคืนคำนะ”
.
.
.
นั่นคือเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 5 นาทีก่อนหน้านี้
“อ๊ากกกกกก!”
ขอเริ่มจากข่าวดีก่อน ในการสอบครั้งนี้ไม่มีปัญหาอย่างที่โจซังโอกังวลเลยสักนิด
คิมกิรยอไม่ได้วางกับดักอะไรเลย แถมยังยืนคุมสถานการณ์อยู่อย่างยุติธรรมที่สุด
หนำซ้ำ สกิลที่ฮาซองใช้ก็ยังเป็นสกิลที่เขาเคยเห็นมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน [การจุดระเบิด]
มันเป็นแค่การจุดไฟขึ้นมาดื้อๆ โดยไม่ได้บีบอัดพลังเวทอะไรด้วยซ้ำแท้ๆ
“ร้อน! อืออออ!”
ฮันเตอร์ในชุดเกราะสีส้มร้องโหยหวนพลางกลิ้งไปกับพื้น
ชัดเจนว่าสวมใส่อุปกรณ์กันไฟรุ่นใหม่ล่าสุดมาครบชุด แต่กลับทนความร้อนไม่ไหวจนแทบขาดใจ
“ทะ ทำไม...!!?”
เป็นไปไม่ได้ ตอนนี้อีกฝ่ายไม่ได้ถืออาวุธด้วยซ้ำ แล้วทำไม!
ถ้าตัดเรื่องยาโด๊ปกับอาร์ติแฟกต์ออกไป
พลังเวทโดยกำเนิดของฮันเตอร์ไม่มีทางเปลี่ยน แปลว่าต่อให้ฝึกแทบตาย อย่างมากก็แค่ควบคุมได้ดีขึ้น ผู้ตื่นรู้ทั่วไปไม่มีทางที่จู่ๆ พลังทำลายของสกิลจะพุ่งพรวดพราดภายในเวลาไม่กี่ปี
แต่กรณีของจองฮาซองนั้นต่างออกไป
เพราะเขาเพิ่งจะจ้างครูดีๆ มาคนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ไงล่ะ
“ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะความพยายามไงครับ จะมีวิธีอื่นอีกเหรอ”
ถูกต้อง
กิรยอใช้เวลาฝึกฝนเพียงไม่กี่วัน เปลี่ยนรากฐานของจองฮาซองไปจนหมดสิ้น
เวทมนตร์ที่อันดับ 1 เคยใช้มาตลอด ล้วนถูกกดทับด้วยความหวาดกลัวบางอย่าง
นั่นหมายความว่า วีรบุรุษผู้ไม่มั่นคง ไม่เคยได้ปลดปล่อยศักยภาพของตัวเองออกมาจนสุดขอบเลยสักครั้ง
ฮาซองไม่ได้เก่งขึ้น แต่เพิ่งจะหลุดพ้นจากความอ่อนแอตามคำชี้แนะของใครบางคนต่างหาก
แถมการเติบโตของเขาเพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น เสียงกระซิบอันเปี่ยมภูมิปัญญาจากสิ่งมีชีวิตต่างโลก แฝงไว้ด้วยอานุภาพที่พร้อมจะพลิกสามัญสำนึกของโลกใบนี้
“ไอหยา เป็นไรไหมครับเนี่ย? นึกไม่ถึงเลยว่าคุณโจซังโอจะทนไม่ได้ แต่ถ้าเป็นแบบนี้คงยากที่จะมาร่วมทีมกับเรา...”
ตอนนั้นเอง ชายผมทองที่ยืนดูสถานการณ์อยู่มุมหนึ่งของโรงยิมก็ค่อยๆ เดินเข้ามา
มุมปากที่ยกขึ้น
แววตาที่แห้งผาก
“เพราะสิ่งที่คุณเพิ่งเจอไปวันนี้ คือ ‘เปลวเพลิงที่เย็นเยียบที่สุด’ ในบรรดาไฟที่จองฮาซองจะจุดขึ้นมาหลังจากนี้แล้วล่ะครับ”
ทันใดนั้น ชายหนุ่มก็ประกาศความมั่นใจพร้อมแจ้งผลสอบว่าตกรอบ
แล้วหันกลับไปพูดกับวีรบุรุษที่กำลังทำหน้าจ๋อย
“ฮาซอง ลำบากหน่อยนะ ไปหาข้าวกินกันเถอะ”
“ฮันเตอร์คิมกิรยอครับ ไหนบอกว่าเขาเก่ง ยิงไปตามที่สอนได้เลยไงครับ...”
“ก็ยังไม่ตาย แปลว่าไม่เป็นไรน่า เอาเถอะ วันนี้กินไก่ทอดไหม?”
แม้แต่บทสนทนาสัพเพเหระพวกนี้ จริงๆ แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการทั้งหมด
เป้าหมายคือการโชว์ความสัมพันธ์กับจองฮาซอง
ถ้าแสร้งทำเป็นซี้ปึ้กกับระดับ S ไว้ ใครหน้าไหนก็คงไม่กล้าฝันถึงการแก้แค้น
‘แน่นอนว่ามีทางเลือกให้คังชางโฮช่วยจัดการก็ได้ แต่ถ้ากันไว้ก่อนได้ก็ดีกว่า’
กิรยอเหงื่อตกพลางเข้าไปกอดคอวีรบุรุษอย่างเก้ๆ กังๆ
และการป้องกันตัวครั้งนี้ก็ได้ผลชะงัด
ติดอยู่นิดเดียว ตรงที่มันได้ผลดีเกินคาดนี่สิ
‘นะ นี่มัน...’
สั่นกึกๆ
‘ไอ้เรื่องที่บอกว่าฉันโดนกดดันจนตัวแข็งทื่อ นั่นคือเรื่องจริงสินะ?’
สมาชิกกิลด์ฮันชินที่กำลังครุ่นคิด พลางลูบผิวหนังที่ยังหลงเหลือร่องรอยของการชดใช้ความโอหัง
‘คิมกิรยอ ไอ้หมอนั่นก็เป็นระดับ S เหมือนจองฮาซอง แปลว่าถ้าเอาจริงขึ้นมา ก็ปล่อยพลังระดับนี้ได้เหมือนกันสินะ...!’
การทดสอบครั้งนี้ทำให้เขาซึ้งถึงศักยภาพของระดับ S เข้ากระดูกดำ คนที่หาเรื่องคิมกิรยอโดยไม่คิดหน้าคิดหลังอย่างเขา จะไม่ให้ตกอยู่ในความหวาดกลัวได้ยังไงไหว
สถานการณ์ที่การด่วนสรุปนำไปสู่ความเข้าใจผิด
ท้ายที่สุด แม้จะผ่านเรื่องวุ่นวายมามากมาย แต่ภาพลักษณ์ระดับ S ก็ยังไม่แตกสลาย มองในมุมหนึ่งก็นับว่าเป็นการจบงานที่ยอดเยี่ยมสำหรับกิรยอ
แต่จะวางใจตอนนี้ยังเร็วไป
“อ๊ะ คุณซังโอก็ไปทานมื้อเที่ยงกับพวกเราไหมครับ? จะไปกินไก่ทอดรสโชยุกันครับ ไก่ทอดโชยุ”
เพราะ ณ ตอนนี้ ที่อีกฟากหนึ่งของโลก ยังคงมีคนที่สงสัยในตัวตนที่แท้จริงของเขาอยู่