Cover

160

ฮันเจฮอน

ชื่อนี้ดูไม่ค่อยคุ้นหูนักหากจะมองว่าเป็นชื่อจริงตามทะเบียนราษฎร์ และก็คงยากที่จะมองว่าเกี่ยวข้องกับคำว่า ‘เจฮอน (การบัญญัติรัฐธรรมนูญ)’

เพราะมันคือคำย่อของ ‘ฮันเตอร์ที่อ่อนแอที่สุดในเกาหลี’ ต่างหาก

[ถ่ายทอดสด● : ฮันเจฮอน TV]

ฮันเจฮอนที่กำลังจะพูดถึงต่อจากนี้ คือชื่อในวงการของครีเอเตอร์สายวิดีโอคนหนึ่ง

เปิดช่องมาแล้ว 8 ปี

ยอดผู้ติดตามสูงถึง 763,000 คน

ถ้าอย่างนั้น ผู้คนหลงเสน่ห์อะไรในตัวฮันเจฮอนถึงได้คลั่งไคล้กันขนาดนี้?

[ฮาย~! ทุกคน ไม่ได้ไลฟ์นอกสถานที่ซะนานเลยเนอะ? วันนี้ผมมาตามล่าเจ้าแพะ... แพะภูเขาบ้าคลั่งที่ได้ชื่อว่าเป็นบอสลับระดับ F ตามที่สปอยล์ไว้เมื่ออาทิตย์ที่แล้วครับ!]

อย่างที่พอจะเดาได้จากชื่อช่อง หัวข้อคอนเทนต์ที่เขาทำคือ ‘ชีวิตประจำวันของผู้ตื่นรู้’

การฝึกใช้สกิล การใช้อุปกรณ์ และอื่นๆ

เขาใช้จุดเด่นที่ตนเองเป็นฮันเตอร์ เพื่อแชร์ข้อมูลที่คนธรรมดาทั่วไปเข้าถึงได้ยาก

แต่ที่น่าตกใจคือ ตัวเอกของช่องนี้มีค่าการตื่นรู้เพียงแค่ 1.02 Aw เท่านั้น

มายากลที่เขาพอจะแสดงให้ดูได้ ก็มีแค่การงอช้อนกินข้าว...

แต่ทว่า

ในตลาดโซเชียลมีเดีย ความอ่อนแอนั้นกลับกลายเป็นจุดขายยอดนิยม

เพราะถึงจะเป็นที่หนึ่งจากท้ายตาราง แต่มันก็ถือเป็น ‘ความพิเศษ’ ในรูปแบบหนึ่งอยู่ดี

[【อันดับ 1 อย่างเป็นทางการ】 Vlog ผู้ตื่นรู้ที่อ่อนแอที่สุดในเกาหลี]

[ยอดวิว 7.71 ล้านครั้ง · 7 ปีที่แล้ว]

ตอนนี้ค่าโฆษณาที่แปะอยู่ในคลิป ทำรายได้แซงหน้ากำไรจากการเคลียร์ดันเจี้ยนไปแบบไม่เห็นฝุ่น

กล้าฟันธงได้เลยว่า ฮันเจฮอน คือกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จที่สุดในหมู่ฮันเตอร์ระดับ F

และนี่คือปูมหลังของ ‘ไทยมุง 1’ ที่ดันเข้ามาพัวพันกับการต่อสู้ของคิมกิรยอ...

---

【 คนแรกในประวัติศาสตร์ที่โดนระดับ S ทำให้สลบถึง 2 ครั้ง 】

วันหนึ่ง

มีคลิปวิดีโอตัวหนึ่งถูกโพสต์ลงในอินเทอร์เน็ต เพื่อยุติข้อถกเถียงของชาวเน็ต

เนื้อหาในคลิปคือคำให้การจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จริง ตามที่เกริ่นไปข้างต้น

[ที่พวกเราสลบไปตอนนั้น เป็นเพราะท่านฮันเตอร์ปล่อยพลังเวทที่ซ่อนไว้ออกมาน่ะครับ]

ในคลิป ฮันเตอร์เจฮอนอ้างว่าเหตุการณ์คนเป็นลมหมู่ในวันนั้น เกิดจากค่าการตื่นรู้ของคิมกิรยอ

แน่นอนว่าตามตรรกะแล้ว มันไม่ใช่เรื่องแปลก

เมื่อเผชิญหน้ากับฮันเตอร์ระดับสูง คนที่ร่างกายอ่อนแอหรือคนแก่ มักจะทนแรงกดดันที่ผู้ตื่นรู้แผ่ออกมาไม่ไหวจนหมดสติไป

[ทุกคนครับ เอาจริงๆ แค่ผมไปยืนข้างระดับ C ผมก็... จะเรียกว่าเมารถดีไหมนะ? เอาเป็นว่ามันจะรู้สึกอึดอัดตุบๆ~ ขึ้นมาเลยน่ะครับ?]

คำบรรยายตัวโตปรากฏขึ้นบนหน้าจอพร้อมกับคำอธิบายของเขา

[แต่ตอนที่เจอท่านฮันเตอร์ครั้งแรก ผมไม่รู้สึกแบบนั้นเลย! ผมเลยโล่งใจ! ว้าว โลกเรามันพัฒนาไปไกลแล้วสินะ? ถ้าใช้อุปกรณ์ดีๆ ก็ลดแรงกดดันได้ขนาดนี้เลยเหรอ? ผมเลยเดินดุ่มๆ เข้าไปข้างๆ ฮันเตอร์คิม... แต่พอรู้สึกตัวอีกที ผมก็... ทะ ที่โรงพยาบาลซะงั้น (555) มีพี่สาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ ด้วย]

แต่ถ้าลองคิดดูว่าระดับ S คนที่ 4 ของเกาหลีคนนี้ซุกซ่อนความลับอะไรไว้...

เรื่องนี้มันก็ออกจะแปลกๆ อยู่สักหน่อย

[ตอนนั้นสติหลุดไปเลย ผมกำลังทำท่าเหมือนพระเอกละครถามว่า “ที่นี่ที่ไหนครับ?” แล้วจู่ๆ ก็มีคนเดินเข้ามาในห้อง ใส่สูทเต็มยศเลย พอผมสบตากับฮันเตอร์คิมตอนนั้น ชีพจรผมนี่แบบ... เต้นตึกตึกตึกตึกเลยครับ]

[ฮ่าๆๆ!]

[เฮ้ย อย่าขำดิ! แล้วพี่สาวผมบอกว่า ถ้าตอนนั้นติดเครื่องวัดชีพจรอยู่ กราฟคงพุ่งทะลุ 180 ไปแล้วจริงๆ นะ]

เขาย้ำนักย้ำหนาว่าตัวเองสลบเพราะโดนแรงกดดันจากพลังเวท แต่ความจริงของชายผมทองที่ถูกกล่าวถึงในคลิปนั้น เป็นเพียงคนอ่อนแอระดับ F

สาเหตุที่แท้จริงของการสลบหมู่เมื่อวาน คือไอเทมระดับยูนีคที่ชื่อว่า ‘กล่องของขวัญเซอร์ไพรส์!’

แต่เจ้าของคลิปกลับเข้าใจผิดไปเองอย่างช่วยไม่ได้

[ถ้าคนดูคนไหนเคยสลบเพราะพวกระดับสูงน่าจะเข้าใจนะ ในหัวมันจะเย็นวาบ~ ขึ้นมา แล้วแรงในตัวก็จะหายวูบไปเลยใช่ไหมครับ?]

ก็แหม เอฟเฟกต์ของ กล่องของขวัญเซอร์ไพรส์! มันดันไปคล้ายกับความรู้สึกตอนโดนแรงกดดันเวทมนตร์เข้าจริงๆ นี่นา...!

เวียนหัว หนาวสั่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน

กล่องของขวัญเซอร์ไพรส์! จะกระตุ้นให้เกิดความกลัวขีดสุด จนร่างกายเข้าสู่ภาวะเป็นลมเนื่องจากประสาทเวกัสทำงานผิดปกติซึ่งสร้างความรู้สึกไม่สบายตัวคล้ายๆ กัน

และความรู้สึกพะอืดพะอมนี้ ก็ดันไปเหมือนกับแรงกดดันที่ผู้ตื่นรู้ระดับล่างรู้สึกเวลาเจอระดับสูงเป๊ะๆ

แน่นหน้าอก เหงื่อแตกพลั่ก

ในมุมของคนโดน จะสับสนก็ไม่แปลกหรอก

แถมเปลือกนอกที่ฮันเตอร์คิมกิรยอสวมอยู่เป็นยังไงล่ะ?

ต่อให้พูดจาสุภาพแค่ไหน สุดท้ายหนังกำพร้าที่หุ้มตัวเขาก็ยังฉายแววเย็นชาใส่พวกเดียวกันอยู่ดี

[เห็นท่านมาขอโทษเหยื่อทีละคน ผมว่าท่านคงเป็นคนดีมากๆ เลยแหละ แต่ไอ้เรื่องกลัวจนขาสั่นนี่มันช่วยไม่ได้จริงๆ...]

ตำแหน่งระดับ S

หน้าตา

บวกกับสถานการณ์พิเศษที่ทำให้คนลงไปนอนกองกับพื้นโดยไม่ได้แตะต้องตัว ยิ่งโหมกระพือความหวาดกลัวเข้าไปใหญ่

ด้วยเหตุนี้ ครีเอเตอร์เจ้าของคลิปจึงปักใจเชื่อจากความรู้สึกที่ตัวเองสัมผัส

เขาได้ข้อสรุปว่า คิมกิรยอคือระดับ S ที่ซ่อนพลังเวทมหาศาลเอาไว้ แต่เผลอปลดการควบคุมออกมาชั่วขณะเพื่อรับมือกับการถูกหาเรื่อง จนทำให้เกิดเหตุการณ์สลบหมู่ขึ้น

ประจวบเหมาะกับที่เหยื่อทุกคน ยกเว้นโจซังโอ ล้วนเป็นฮันเตอร์ระดับล่างด้วย

[พลังเวทเพียวๆ เลยเหรอ? ขนลุกสัส ㄷㄷ]

[ก็ระดับ S นี่หว่า เป็นงั้นก็ไม่แปลก]

แถมคำกล่าวอ้างของฮันเจฮอนยังดูน่าเชื่อถือขึ้นมาด้วยเหตุผลบางอย่าง

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่จองฮาซองเพิ่งตื่นรู้ได้ไม่นาน

ฮันเตอร์ระดับ S ผู้นั้นเคยตกอยู่ในสภาวะจิตใจไม่มั่นคง เพราะโดนเลือดมอนสเตอร์สาดใส่จนชุ่มโชกในเกต

ถึงจะรีบล้างเลือดออก แต่ความตื่นตัวที่พุ่งพล่านขึ้นมาแล้ว มันไม่ได้สงบลงง่ายๆ

[(ข่าวด่วน) ประชาชนที่มามุงดูจองฮาซองให้สัมภาษณ์ เป็นลมล้มพับกันเป็นแถบ... คาดว่าเกิดจากค่าการตื่นรู้]

[BJ ท่านหนึ่ง ภาพตัดกลางอากาศขณะไลฟ์สด]

การที่คนอ่อนแอสลบหมู่ไม่ใช่เรื่องใหม่ และฮันเจฮอนก็เป็นคนส่วนน้อยที่ผ่านประสบการณ์มาแล้วทั้งสองเคส

อีกทั้งสตรีมเมอร์คนนี้ยังหมั่นทำความดีสั่งสมบารมี ภาพลักษณ์ภายนอกจึงดูดีมาก

ดังนั้นคำพูดของเขาจึงได้รับความเชื่อถืออย่างหนักแน่น

[โห ฮันเตอร์ท่านนั้นค่าการตื่นรู้ต้องสูงขนาดไหน ถึงทำให้คนสลบง่ายขนาดนี้?]

[ระดับเดียวกับจองฮาซองป่ะ?]

[อยากรู้จนจะบ้าตายแล้วเนี่ย;; เจ้าหน้าที่สมาคมช่วยแกล้งทำเป็นหลุดข้อมูลมาหน่อยได้ไหม]

[เมื่อก่อนก็เปิดเผยค่าการตื่นรู้กันหมดแท้ๆ โอ๊ย กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ㅠ]

สิ่งที่เจตนาดีไม่ได้แปลว่าจะถูกต้องเสมอไป

คำให้การของอินฟลูเอนเซอร์คนหนึ่งดังกระฉ่อนจนกลายเป็นข่าว

เรื่องราวที่บิดเบี้ยวไปจากความจริง ได้แพร่กระจายออกไปแล้ว

---

ประสบการณ์ตรงที่พยานปากเอกเป็นคนปล่อยข่าว ไปเข้าหูคู่กรณีจนได้

“ฉันล้มตึงเพราะตกใจค่าการตื่นรู้เนี่ยนะ?”

คิมกิรยอระดับ S ส่วนเขาคือระดับ A

พูดตามตรง ในความสัมพันธ์ที่ห่างกันแค่ขั้นบันไดเดียว โจซังโอไม่เชื่อหรอกว่าจะเกิดเรื่องพรรค์นั้นขึ้นได้

ในที่สุด โจซังโอก็ละสายตาจากมือถือด้วยท่าทีเหมือนช่างหัวมัน

ไม่ว่าพวกผู้เชี่ยวชาญกำมะลอจะพล่ามอะไร แต่เขามั่นใจว่าตัวเองโดนเล่นงานด้วยวิธีสกปรกแน่นอน

แต่ปัญหาก็คือ หนทางเอาคืนมันช่างมืดมนเหลือเกิน...

‘สรุปแล้ว ไอ้ที่ทำให้ฉันขยับตัวไม่ได้คืออะไรกันแน่?’

อย่างน้อยก็มั่นใจว่าเป็นสถานะผิดปกติประเภทอัมพาตไม่ก็ทำให้สลบ ถ้าเตรียมตัวป้องกันสองอย่างนี้ให้ดี ก็น่าจะไม่โดนลูกไม้เดิมซ้ำสอง

แต่หลังจากกันสถานะสลบได้แล้วไงต่อ? จะเอาปัญญาที่ไหนไปสู้กับระดับ S?

‘ไอเทมที่มีตอนนี้ก็คัดมาแต่เกรดท็อปสุดเพื่อเน้นคอมโบกันทั้งนั้น ขืนเปลี่ยนอุปกรณ์หลักสุ่มสี่สุ่มห้า...’

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด

ตอนนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนก็ดังเข้าหูโจซังโอที่กำลังจมอยู่ในความคิด หน้าจอโชว์เบอร์ที่ขึ้นต้นด้วย 010

“อะไรวะ?”

ดูแล้วไม่น่าใช่เบอร์ขายประกัน ซังโอเลยกดรับสายไปตามสัญชาตญาณ

แต่เสียงที่ดังออกมาจากปลายสาย กลับทำเอาเขาช็อกตาตั้ง

ใช่เบอร์คุณโจซังโอไหมครับ?

“...?!”

ในสถานการณ์แบบนี้ จังหวะแบบนี้ คิมกิรยอโทรหาฉันงั้นเหรอ?

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา

โจซังโอยังคงนั่งงงเป็นไก่ตาแตก

แค่ฝ่ายนั้นเป็นคนโทรมาหาก่อนก็น่าตกใจพออยู่แล้ว แต่รู้ไหมว่าอีกฝ่ายพูดว่าอะไรในสาย?

“เชิญครับ”

ซังโอเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียก

ณ สถานที่แห่งนั้น ชายอันดับ 1 และอันดับ 9 ของเกาหลียืนเคียงคู่กันอยู่อย่างน่าประหลาดใจ

คิมกิรยอเรียกคู่กรณีมาที่โรงยิมฝึกซ้อมเจ้าเดิมนั่นเอง

“อย่างที่บอกไปเมื่อกี้ครับ เรื่องคราวก่อนผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ ก็แหม พอการควบรวมกิลด์ถูกยกเลิก คุณคงเสียใจแย่ ถึงได้ทำลงไปขนาดนั้น”

“อะ อะไรนะ?”

อย่างที่เห็น ชายผมทองเปลี่ยนท่าทีไปเป็นคนละคนอย่างกะทันหัน

“อาจจะช้าไปหน่อย แต่ช่วงที่ผ่านมาผมได้หารือกับฮันเตอร์จองเรียบร้อยแล้ว ฮาซองเองก็บอกว่าถ้าเงื่อนไขลงตัว ก็อยากจะร่วมงานกับคุณซังโอเหมือนกันครับ”

“เหอะ!”

“เพราะงั้นถ้าคุณผ่านการทดสอบง่ายๆ ได้ เราก็จะเปิดตำแหน่งในทีมให้ทันทีเลยครับ”

น่าสงสัยชะมัด

ไอ้หมอนี่ที่ทำตัวเย็นชาใส่เมื่อไม่กี่วันก่อน จู่ๆ จะมายอมตามใจกันง่ายๆ งี้เหรอ

“ขอแจ้งนิดนึงว่าการทดสอบนี้ เหมือนกับการสัมภาษณ์เข้าการิออนเป๊ะเลยครับ”

“ว่าไงนะ?”

“แค่ทนความร้อนจากสกิลของฮันเตอร์จองให้ได้ก็จบ รู้ใช่ไหมครับ?”

แต่ถ้าเงื่อนไขมาแบบนี้ เรื่องมันก็พลิกตาลปัตร

บังเอิญว่าทางนี้ก็เคยผ่านการสัมภาษณ์รอบสุดท้ายของการิออนมาแล้ว

และจากประสบการณ์ครั้งนั้น ขอแค่มีเซต อิฟรีท ต่อให้โดนท่าของฮาซองเข้าไปจังๆ สักทีสองที ก็ไม่ระคายผิวหรอก

“พูดจริงเหรอ?”

พอโจซังโอถามย้ำราวกับจะจับผิด วีรบุรุษแห่งชาติที่ยืนอยู่ตรงปลายสายตาก็พยักหน้ารับ

“ไม่มีคำโกหกครับ...”

ดูเหมือนอีกฝ่ายจะดูกังวลนิดหน่อย สงสัยจะเป็นห่วงว่าผู้เข้าสอบจะบาดเจ็บเพราะประเมินระดับ A ต่ำไปล่ะมั้ง

ไม่รู้หรอกว่ามีแผนอะไรในใจ แต่ถ้าฮันเตอร์คิมกิรยอเล่นตุกติกอะไรขึ้นมา เขาก็แค่ใช้มันเป็นอาวุธเล่นงานกลับก็จบ

โจซังโอแอบเอามือไพล่หลัง ซ่อนกล้องจิ๋วทรงนาฬิกาข้อมือไว้อย่างแนบเนียน

แล้วก็ตอบรับข้อเสนอ

“...เข้าใจแล้วครับ แต่จบการทดสอบแล้วห้ามคืนคำนะ”

.

.

.

นั่นคือเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 5 นาทีก่อนหน้านี้

“อ๊ากกกกกก!”

ขอเริ่มจากข่าวดีก่อน ในการสอบครั้งนี้ไม่มีปัญหาอย่างที่โจซังโอกังวลเลยสักนิด

คิมกิรยอไม่ได้วางกับดักอะไรเลย แถมยังยืนคุมสถานการณ์อยู่อย่างยุติธรรมที่สุด

หนำซ้ำ สกิลที่ฮาซองใช้ก็ยังเป็นสกิลที่เขาเคยเห็นมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน [การจุดระเบิด]

มันเป็นแค่การจุดไฟขึ้นมาดื้อๆ โดยไม่ได้บีบอัดพลังเวทอะไรด้วยซ้ำแท้ๆ

“ร้อน! อืออออ!”

ฮันเตอร์ในชุดเกราะสีส้มร้องโหยหวนพลางกลิ้งไปกับพื้น

ชัดเจนว่าสวมใส่อุปกรณ์กันไฟรุ่นใหม่ล่าสุดมาครบชุด แต่กลับทนความร้อนไม่ไหวจนแทบขาดใจ

“ทะ ทำไม...!!?”

เป็นไปไม่ได้ ตอนนี้อีกฝ่ายไม่ได้ถืออาวุธด้วยซ้ำ แล้วทำไม!

ถ้าตัดเรื่องยาโด๊ปกับอาร์ติแฟกต์ออกไป

พลังเวทโดยกำเนิดของฮันเตอร์ไม่มีทางเปลี่ยน แปลว่าต่อให้ฝึกแทบตาย อย่างมากก็แค่ควบคุมได้ดีขึ้น ผู้ตื่นรู้ทั่วไปไม่มีทางที่จู่ๆ พลังทำลายของสกิลจะพุ่งพรวดพราดภายในเวลาไม่กี่ปี

แต่กรณีของจองฮาซองนั้นต่างออกไป

เพราะเขาเพิ่งจะจ้างครูดีๆ มาคนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ไงล่ะ

“ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะความพยายามไงครับ จะมีวิธีอื่นอีกเหรอ”

ถูกต้อง

กิรยอใช้เวลาฝึกฝนเพียงไม่กี่วัน เปลี่ยนรากฐานของจองฮาซองไปจนหมดสิ้น

เวทมนตร์ที่อันดับ 1 เคยใช้มาตลอด ล้วนถูกกดทับด้วยความหวาดกลัวบางอย่าง

นั่นหมายความว่า วีรบุรุษผู้ไม่มั่นคง ไม่เคยได้ปลดปล่อยศักยภาพของตัวเองออกมาจนสุดขอบเลยสักครั้ง

ฮาซองไม่ได้เก่งขึ้น แต่เพิ่งจะหลุดพ้นจากความอ่อนแอตามคำชี้แนะของใครบางคนต่างหาก

แถมการเติบโตของเขาเพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น เสียงกระซิบอันเปี่ยมภูมิปัญญาจากสิ่งมีชีวิตต่างโลก แฝงไว้ด้วยอานุภาพที่พร้อมจะพลิกสามัญสำนึกของโลกใบนี้

“ไอหยา เป็นไรไหมครับเนี่ย? นึกไม่ถึงเลยว่าคุณโจซังโอจะทนไม่ได้ แต่ถ้าเป็นแบบนี้คงยากที่จะมาร่วมทีมกับเรา...”

ตอนนั้นเอง ชายผมทองที่ยืนดูสถานการณ์อยู่มุมหนึ่งของโรงยิมก็ค่อยๆ เดินเข้ามา

มุมปากที่ยกขึ้น

แววตาที่แห้งผาก

“เพราะสิ่งที่คุณเพิ่งเจอไปวันนี้ คือ ‘เปลวเพลิงที่เย็นเยียบที่สุด’ ในบรรดาไฟที่จองฮาซองจะจุดขึ้นมาหลังจากนี้แล้วล่ะครับ”

ทันใดนั้น ชายหนุ่มก็ประกาศความมั่นใจพร้อมแจ้งผลสอบว่าตกรอบ

แล้วหันกลับไปพูดกับวีรบุรุษที่กำลังทำหน้าจ๋อย

“ฮาซอง ลำบากหน่อยนะ ไปหาข้าวกินกันเถอะ”

“ฮันเตอร์คิมกิรยอครับ ไหนบอกว่าเขาเก่ง ยิงไปตามที่สอนได้เลยไงครับ...”

“ก็ยังไม่ตาย แปลว่าไม่เป็นไรน่า เอาเถอะ วันนี้กินไก่ทอดไหม?”

แม้แต่บทสนทนาสัพเพเหระพวกนี้ จริงๆ แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการทั้งหมด

เป้าหมายคือการโชว์ความสัมพันธ์กับจองฮาซอง

ถ้าแสร้งทำเป็นซี้ปึ้กกับระดับ S ไว้ ใครหน้าไหนก็คงไม่กล้าฝันถึงการแก้แค้น

‘แน่นอนว่ามีทางเลือกให้คังชางโฮช่วยจัดการก็ได้ แต่ถ้ากันไว้ก่อนได้ก็ดีกว่า’

กิรยอเหงื่อตกพลางเข้าไปกอดคอวีรบุรุษอย่างเก้ๆ กังๆ

และการป้องกันตัวครั้งนี้ก็ได้ผลชะงัด

ติดอยู่นิดเดียว ตรงที่มันได้ผลดีเกินคาดนี่สิ

‘นะ นี่มัน...’

สั่นกึกๆ

‘ไอ้เรื่องที่บอกว่าฉันโดนกดดันจนตัวแข็งทื่อ นั่นคือเรื่องจริงสินะ?’

สมาชิกกิลด์ฮันชินที่กำลังครุ่นคิด พลางลูบผิวหนังที่ยังหลงเหลือร่องรอยของการชดใช้ความโอหัง

‘คิมกิรยอ ไอ้หมอนั่นก็เป็นระดับ S เหมือนจองฮาซอง แปลว่าถ้าเอาจริงขึ้นมา ก็ปล่อยพลังระดับนี้ได้เหมือนกันสินะ...!’

การทดสอบครั้งนี้ทำให้เขาซึ้งถึงศักยภาพของระดับ S เข้ากระดูกดำ คนที่หาเรื่องคิมกิรยอโดยไม่คิดหน้าคิดหลังอย่างเขา จะไม่ให้ตกอยู่ในความหวาดกลัวได้ยังไงไหว

สถานการณ์ที่การด่วนสรุปนำไปสู่ความเข้าใจผิด

ท้ายที่สุด แม้จะผ่านเรื่องวุ่นวายมามากมาย แต่ภาพลักษณ์ระดับ S ก็ยังไม่แตกสลาย มองในมุมหนึ่งก็นับว่าเป็นการจบงานที่ยอดเยี่ยมสำหรับกิรยอ

แต่จะวางใจตอนนี้ยังเร็วไป

“อ๊ะ คุณซังโอก็ไปทานมื้อเที่ยงกับพวกเราไหมครับ? จะไปกินไก่ทอดรสโชยุกันครับ ไก่ทอดโชยุ”

เพราะ ณ ตอนนี้ ที่อีกฟากหนึ่งของโลก ยังคงมีคนที่สงสัยในตัวตนที่แท้จริงของเขาอยู่

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

160

20px

ฮันเจฮอน

ชื่อนี้ดูไม่ค่อยคุ้นหูนักหากจะมองว่าเป็นชื่อจริงตามทะเบียนราษฎร์ และก็คงยากที่จะมองว่าเกี่ยวข้องกับคำว่า ‘เจฮอน (การบัญญัติรัฐธรรมนูญ)’

เพราะมันคือคำย่อของ ‘ฮันเตอร์ที่อ่อนแอที่สุดในเกาหลี’ ต่างหาก

[ถ่ายทอดสด● : ฮันเจฮอน TV]

ฮันเจฮอนที่กำลังจะพูดถึงต่อจากนี้ คือชื่อในวงการของครีเอเตอร์สายวิดีโอคนหนึ่ง

เปิดช่องมาแล้ว 8 ปี

ยอดผู้ติดตามสูงถึง 763,000 คน

ถ้าอย่างนั้น ผู้คนหลงเสน่ห์อะไรในตัวฮันเจฮอนถึงได้คลั่งไคล้กันขนาดนี้?

[ฮาย~! ทุกคน ไม่ได้ไลฟ์นอกสถานที่ซะนานเลยเนอะ? วันนี้ผมมาตามล่าเจ้าแพะ... แพะภูเขาบ้าคลั่งที่ได้ชื่อว่าเป็นบอสลับระดับ F ตามที่สปอยล์ไว้เมื่ออาทิตย์ที่แล้วครับ!]

อย่างที่พอจะเดาได้จากชื่อช่อง หัวข้อคอนเทนต์ที่เขาทำคือ ‘ชีวิตประจำวันของผู้ตื่นรู้’

การฝึกใช้สกิล การใช้อุปกรณ์ และอื่นๆ

เขาใช้จุดเด่นที่ตนเองเป็นฮันเตอร์ เพื่อแชร์ข้อมูลที่คนธรรมดาทั่วไปเข้าถึงได้ยาก

แต่ที่น่าตกใจคือ ตัวเอกของช่องนี้มีค่าการตื่นรู้เพียงแค่ 1.02 Aw เท่านั้น

มายากลที่เขาพอจะแสดงให้ดูได้ ก็มีแค่การงอช้อนกินข้าว...

แต่ทว่า

ในตลาดโซเชียลมีเดีย ความอ่อนแอนั้นกลับกลายเป็นจุดขายยอดนิยม

เพราะถึงจะเป็นที่หนึ่งจากท้ายตาราง แต่มันก็ถือเป็น ‘ความพิเศษ’ ในรูปแบบหนึ่งอยู่ดี

[【อันดับ 1 อย่างเป็นทางการ】 Vlog ผู้ตื่นรู้ที่อ่อนแอที่สุดในเกาหลี]

[ยอดวิว 7.71 ล้านครั้ง · 7 ปีที่แล้ว]

ตอนนี้ค่าโฆษณาที่แปะอยู่ในคลิป ทำรายได้แซงหน้ากำไรจากการเคลียร์ดันเจี้ยนไปแบบไม่เห็นฝุ่น

กล้าฟันธงได้เลยว่า ฮันเจฮอน คือกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จที่สุดในหมู่ฮันเตอร์ระดับ F

และนี่คือปูมหลังของ ‘ไทยมุง 1’ ที่ดันเข้ามาพัวพันกับการต่อสู้ของคิมกิรยอ...

---

【 คนแรกในประวัติศาสตร์ที่โดนระดับ S ทำให้สลบถึง 2 ครั้ง 】

วันหนึ่ง

มีคลิปวิดีโอตัวหนึ่งถูกโพสต์ลงในอินเทอร์เน็ต เพื่อยุติข้อถกเถียงของชาวเน็ต

เนื้อหาในคลิปคือคำให้การจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จริง ตามที่เกริ่นไปข้างต้น

[ที่พวกเราสลบไปตอนนั้น เป็นเพราะท่านฮันเตอร์ปล่อยพลังเวทที่ซ่อนไว้ออกมาน่ะครับ]

ในคลิป ฮันเตอร์เจฮอนอ้างว่าเหตุการณ์คนเป็นลมหมู่ในวันนั้น เกิดจากค่าการตื่นรู้ของคิมกิรยอ

แน่นอนว่าตามตรรกะแล้ว มันไม่ใช่เรื่องแปลก

เมื่อเผชิญหน้ากับฮันเตอร์ระดับสูง คนที่ร่างกายอ่อนแอหรือคนแก่ มักจะทนแรงกดดันที่ผู้ตื่นรู้แผ่ออกมาไม่ไหวจนหมดสติไป

[ทุกคนครับ เอาจริงๆ แค่ผมไปยืนข้างระดับ C ผมก็... จะเรียกว่าเมารถดีไหมนะ? เอาเป็นว่ามันจะรู้สึกอึดอัดตุบๆ~ ขึ้นมาเลยน่ะครับ?]

คำบรรยายตัวโตปรากฏขึ้นบนหน้าจอพร้อมกับคำอธิบายของเขา

[แต่ตอนที่เจอท่านฮันเตอร์ครั้งแรก ผมไม่รู้สึกแบบนั้นเลย! ผมเลยโล่งใจ! ว้าว โลกเรามันพัฒนาไปไกลแล้วสินะ? ถ้าใช้อุปกรณ์ดีๆ ก็ลดแรงกดดันได้ขนาดนี้เลยเหรอ? ผมเลยเดินดุ่มๆ เข้าไปข้างๆ ฮันเตอร์คิม... แต่พอรู้สึกตัวอีกที ผมก็... ทะ ที่โรงพยาบาลซะงั้น (555) มีพี่สาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ ด้วย]

แต่ถ้าลองคิดดูว่าระดับ S คนที่ 4 ของเกาหลีคนนี้ซุกซ่อนความลับอะไรไว้...

เรื่องนี้มันก็ออกจะแปลกๆ อยู่สักหน่อย

[ตอนนั้นสติหลุดไปเลย ผมกำลังทำท่าเหมือนพระเอกละครถามว่า “ที่นี่ที่ไหนครับ?” แล้วจู่ๆ ก็มีคนเดินเข้ามาในห้อง ใส่สูทเต็มยศเลย พอผมสบตากับฮันเตอร์คิมตอนนั้น ชีพจรผมนี่แบบ... เต้นตึกตึกตึกตึกเลยครับ]

[ฮ่าๆๆ!]

[เฮ้ย อย่าขำดิ! แล้วพี่สาวผมบอกว่า ถ้าตอนนั้นติดเครื่องวัดชีพจรอยู่ กราฟคงพุ่งทะลุ 180 ไปแล้วจริงๆ นะ]

เขาย้ำนักย้ำหนาว่าตัวเองสลบเพราะโดนแรงกดดันจากพลังเวท แต่ความจริงของชายผมทองที่ถูกกล่าวถึงในคลิปนั้น เป็นเพียงคนอ่อนแอระดับ F

สาเหตุที่แท้จริงของการสลบหมู่เมื่อวาน คือไอเทมระดับยูนีคที่ชื่อว่า ‘กล่องของขวัญเซอร์ไพรส์!’

แต่เจ้าของคลิปกลับเข้าใจผิดไปเองอย่างช่วยไม่ได้

[ถ้าคนดูคนไหนเคยสลบเพราะพวกระดับสูงน่าจะเข้าใจนะ ในหัวมันจะเย็นวาบ~ ขึ้นมา แล้วแรงในตัวก็จะหายวูบไปเลยใช่ไหมครับ?]

ก็แหม เอฟเฟกต์ของ กล่องของขวัญเซอร์ไพรส์! มันดันไปคล้ายกับความรู้สึกตอนโดนแรงกดดันเวทมนตร์เข้าจริงๆ นี่นา...!

เวียนหัว หนาวสั่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน

กล่องของขวัญเซอร์ไพรส์! จะกระตุ้นให้เกิดความกลัวขีดสุด จนร่างกายเข้าสู่ภาวะเป็นลมเนื่องจากประสาทเวกัสทำงานผิดปกติซึ่งสร้างความรู้สึกไม่สบายตัวคล้ายๆ กัน

และความรู้สึกพะอืดพะอมนี้ ก็ดันไปเหมือนกับแรงกดดันที่ผู้ตื่นรู้ระดับล่างรู้สึกเวลาเจอระดับสูงเป๊ะๆ

แน่นหน้าอก เหงื่อแตกพลั่ก

ในมุมของคนโดน จะสับสนก็ไม่แปลกหรอก

แถมเปลือกนอกที่ฮันเตอร์คิมกิรยอสวมอยู่เป็นยังไงล่ะ?

ต่อให้พูดจาสุภาพแค่ไหน สุดท้ายหนังกำพร้าที่หุ้มตัวเขาก็ยังฉายแววเย็นชาใส่พวกเดียวกันอยู่ดี

[เห็นท่านมาขอโทษเหยื่อทีละคน ผมว่าท่านคงเป็นคนดีมากๆ เลยแหละ แต่ไอ้เรื่องกลัวจนขาสั่นนี่มันช่วยไม่ได้จริงๆ...]

ตำแหน่งระดับ S

หน้าตา

บวกกับสถานการณ์พิเศษที่ทำให้คนลงไปนอนกองกับพื้นโดยไม่ได้แตะต้องตัว ยิ่งโหมกระพือความหวาดกลัวเข้าไปใหญ่

ด้วยเหตุนี้ ครีเอเตอร์เจ้าของคลิปจึงปักใจเชื่อจากความรู้สึกที่ตัวเองสัมผัส

เขาได้ข้อสรุปว่า คิมกิรยอคือระดับ S ที่ซ่อนพลังเวทมหาศาลเอาไว้ แต่เผลอปลดการควบคุมออกมาชั่วขณะเพื่อรับมือกับการถูกหาเรื่อง จนทำให้เกิดเหตุการณ์สลบหมู่ขึ้น

ประจวบเหมาะกับที่เหยื่อทุกคน ยกเว้นโจซังโอ ล้วนเป็นฮันเตอร์ระดับล่างด้วย

[พลังเวทเพียวๆ เลยเหรอ? ขนลุกสัส ㄷㄷ]

[ก็ระดับ S นี่หว่า เป็นงั้นก็ไม่แปลก]

แถมคำกล่าวอ้างของฮันเจฮอนยังดูน่าเชื่อถือขึ้นมาด้วยเหตุผลบางอย่าง

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่จองฮาซองเพิ่งตื่นรู้ได้ไม่นาน

ฮันเตอร์ระดับ S ผู้นั้นเคยตกอยู่ในสภาวะจิตใจไม่มั่นคง เพราะโดนเลือดมอนสเตอร์สาดใส่จนชุ่มโชกในเกต

ถึงจะรีบล้างเลือดออก แต่ความตื่นตัวที่พุ่งพล่านขึ้นมาแล้ว มันไม่ได้สงบลงง่ายๆ

[(ข่าวด่วน) ประชาชนที่มามุงดูจองฮาซองให้สัมภาษณ์ เป็นลมล้มพับกันเป็นแถบ... คาดว่าเกิดจากค่าการตื่นรู้]

[BJ ท่านหนึ่ง ภาพตัดกลางอากาศขณะไลฟ์สด]

การที่คนอ่อนแอสลบหมู่ไม่ใช่เรื่องใหม่ และฮันเจฮอนก็เป็นคนส่วนน้อยที่ผ่านประสบการณ์มาแล้วทั้งสองเคส

อีกทั้งสตรีมเมอร์คนนี้ยังหมั่นทำความดีสั่งสมบารมี ภาพลักษณ์ภายนอกจึงดูดีมาก

ดังนั้นคำพูดของเขาจึงได้รับความเชื่อถืออย่างหนักแน่น

[โห ฮันเตอร์ท่านนั้นค่าการตื่นรู้ต้องสูงขนาดไหน ถึงทำให้คนสลบง่ายขนาดนี้?]

[ระดับเดียวกับจองฮาซองป่ะ?]

[อยากรู้จนจะบ้าตายแล้วเนี่ย;; เจ้าหน้าที่สมาคมช่วยแกล้งทำเป็นหลุดข้อมูลมาหน่อยได้ไหม]

[เมื่อก่อนก็เปิดเผยค่าการตื่นรู้กันหมดแท้ๆ โอ๊ย กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ㅠ]

สิ่งที่เจตนาดีไม่ได้แปลว่าจะถูกต้องเสมอไป

คำให้การของอินฟลูเอนเซอร์คนหนึ่งดังกระฉ่อนจนกลายเป็นข่าว

เรื่องราวที่บิดเบี้ยวไปจากความจริง ได้แพร่กระจายออกไปแล้ว

---

ประสบการณ์ตรงที่พยานปากเอกเป็นคนปล่อยข่าว ไปเข้าหูคู่กรณีจนได้

“ฉันล้มตึงเพราะตกใจค่าการตื่นรู้เนี่ยนะ?”

คิมกิรยอระดับ S ส่วนเขาคือระดับ A

พูดตามตรง ในความสัมพันธ์ที่ห่างกันแค่ขั้นบันไดเดียว โจซังโอไม่เชื่อหรอกว่าจะเกิดเรื่องพรรค์นั้นขึ้นได้

ในที่สุด โจซังโอก็ละสายตาจากมือถือด้วยท่าทีเหมือนช่างหัวมัน

ไม่ว่าพวกผู้เชี่ยวชาญกำมะลอจะพล่ามอะไร แต่เขามั่นใจว่าตัวเองโดนเล่นงานด้วยวิธีสกปรกแน่นอน

แต่ปัญหาก็คือ หนทางเอาคืนมันช่างมืดมนเหลือเกิน...

‘สรุปแล้ว ไอ้ที่ทำให้ฉันขยับตัวไม่ได้คืออะไรกันแน่?’

อย่างน้อยก็มั่นใจว่าเป็นสถานะผิดปกติประเภทอัมพาตไม่ก็ทำให้สลบ ถ้าเตรียมตัวป้องกันสองอย่างนี้ให้ดี ก็น่าจะไม่โดนลูกไม้เดิมซ้ำสอง

แต่หลังจากกันสถานะสลบได้แล้วไงต่อ? จะเอาปัญญาที่ไหนไปสู้กับระดับ S?

‘ไอเทมที่มีตอนนี้ก็คัดมาแต่เกรดท็อปสุดเพื่อเน้นคอมโบกันทั้งนั้น ขืนเปลี่ยนอุปกรณ์หลักสุ่มสี่สุ่มห้า...’

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด

ตอนนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนก็ดังเข้าหูโจซังโอที่กำลังจมอยู่ในความคิด หน้าจอโชว์เบอร์ที่ขึ้นต้นด้วย 010

“อะไรวะ?”

ดูแล้วไม่น่าใช่เบอร์ขายประกัน ซังโอเลยกดรับสายไปตามสัญชาตญาณ

แต่เสียงที่ดังออกมาจากปลายสาย กลับทำเอาเขาช็อกตาตั้ง

ใช่เบอร์คุณโจซังโอไหมครับ?

“...?!”

ในสถานการณ์แบบนี้ จังหวะแบบนี้ คิมกิรยอโทรหาฉันงั้นเหรอ?

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา

โจซังโอยังคงนั่งงงเป็นไก่ตาแตก

แค่ฝ่ายนั้นเป็นคนโทรมาหาก่อนก็น่าตกใจพออยู่แล้ว แต่รู้ไหมว่าอีกฝ่ายพูดว่าอะไรในสาย?

“เชิญครับ”

ซังโอเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียก

ณ สถานที่แห่งนั้น ชายอันดับ 1 และอันดับ 9 ของเกาหลียืนเคียงคู่กันอยู่อย่างน่าประหลาดใจ

คิมกิรยอเรียกคู่กรณีมาที่โรงยิมฝึกซ้อมเจ้าเดิมนั่นเอง

“อย่างที่บอกไปเมื่อกี้ครับ เรื่องคราวก่อนผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ ก็แหม พอการควบรวมกิลด์ถูกยกเลิก คุณคงเสียใจแย่ ถึงได้ทำลงไปขนาดนั้น”

“อะ อะไรนะ?”

อย่างที่เห็น ชายผมทองเปลี่ยนท่าทีไปเป็นคนละคนอย่างกะทันหัน

“อาจจะช้าไปหน่อย แต่ช่วงที่ผ่านมาผมได้หารือกับฮันเตอร์จองเรียบร้อยแล้ว ฮาซองเองก็บอกว่าถ้าเงื่อนไขลงตัว ก็อยากจะร่วมงานกับคุณซังโอเหมือนกันครับ”

“เหอะ!”

“เพราะงั้นถ้าคุณผ่านการทดสอบง่ายๆ ได้ เราก็จะเปิดตำแหน่งในทีมให้ทันทีเลยครับ”

น่าสงสัยชะมัด

ไอ้หมอนี่ที่ทำตัวเย็นชาใส่เมื่อไม่กี่วันก่อน จู่ๆ จะมายอมตามใจกันง่ายๆ งี้เหรอ

“ขอแจ้งนิดนึงว่าการทดสอบนี้ เหมือนกับการสัมภาษณ์เข้าการิออนเป๊ะเลยครับ”

“ว่าไงนะ?”

“แค่ทนความร้อนจากสกิลของฮันเตอร์จองให้ได้ก็จบ รู้ใช่ไหมครับ?”

แต่ถ้าเงื่อนไขมาแบบนี้ เรื่องมันก็พลิกตาลปัตร

บังเอิญว่าทางนี้ก็เคยผ่านการสัมภาษณ์รอบสุดท้ายของการิออนมาแล้ว

และจากประสบการณ์ครั้งนั้น ขอแค่มีเซต อิฟรีท ต่อให้โดนท่าของฮาซองเข้าไปจังๆ สักทีสองที ก็ไม่ระคายผิวหรอก

“พูดจริงเหรอ?”

พอโจซังโอถามย้ำราวกับจะจับผิด วีรบุรุษแห่งชาติที่ยืนอยู่ตรงปลายสายตาก็พยักหน้ารับ

“ไม่มีคำโกหกครับ...”

ดูเหมือนอีกฝ่ายจะดูกังวลนิดหน่อย สงสัยจะเป็นห่วงว่าผู้เข้าสอบจะบาดเจ็บเพราะประเมินระดับ A ต่ำไปล่ะมั้ง

ไม่รู้หรอกว่ามีแผนอะไรในใจ แต่ถ้าฮันเตอร์คิมกิรยอเล่นตุกติกอะไรขึ้นมา เขาก็แค่ใช้มันเป็นอาวุธเล่นงานกลับก็จบ

โจซังโอแอบเอามือไพล่หลัง ซ่อนกล้องจิ๋วทรงนาฬิกาข้อมือไว้อย่างแนบเนียน

แล้วก็ตอบรับข้อเสนอ

“...เข้าใจแล้วครับ แต่จบการทดสอบแล้วห้ามคืนคำนะ”

.

.

.

นั่นคือเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 5 นาทีก่อนหน้านี้

“อ๊ากกกกกก!”

ขอเริ่มจากข่าวดีก่อน ในการสอบครั้งนี้ไม่มีปัญหาอย่างที่โจซังโอกังวลเลยสักนิด

คิมกิรยอไม่ได้วางกับดักอะไรเลย แถมยังยืนคุมสถานการณ์อยู่อย่างยุติธรรมที่สุด

หนำซ้ำ สกิลที่ฮาซองใช้ก็ยังเป็นสกิลที่เขาเคยเห็นมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน [การจุดระเบิด]

มันเป็นแค่การจุดไฟขึ้นมาดื้อๆ โดยไม่ได้บีบอัดพลังเวทอะไรด้วยซ้ำแท้ๆ

“ร้อน! อืออออ!”

ฮันเตอร์ในชุดเกราะสีส้มร้องโหยหวนพลางกลิ้งไปกับพื้น

ชัดเจนว่าสวมใส่อุปกรณ์กันไฟรุ่นใหม่ล่าสุดมาครบชุด แต่กลับทนความร้อนไม่ไหวจนแทบขาดใจ

“ทะ ทำไม...!!?”

เป็นไปไม่ได้ ตอนนี้อีกฝ่ายไม่ได้ถืออาวุธด้วยซ้ำ แล้วทำไม!

ถ้าตัดเรื่องยาโด๊ปกับอาร์ติแฟกต์ออกไป

พลังเวทโดยกำเนิดของฮันเตอร์ไม่มีทางเปลี่ยน แปลว่าต่อให้ฝึกแทบตาย อย่างมากก็แค่ควบคุมได้ดีขึ้น ผู้ตื่นรู้ทั่วไปไม่มีทางที่จู่ๆ พลังทำลายของสกิลจะพุ่งพรวดพราดภายในเวลาไม่กี่ปี

แต่กรณีของจองฮาซองนั้นต่างออกไป

เพราะเขาเพิ่งจะจ้างครูดีๆ มาคนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ไงล่ะ

“ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะความพยายามไงครับ จะมีวิธีอื่นอีกเหรอ”

ถูกต้อง

กิรยอใช้เวลาฝึกฝนเพียงไม่กี่วัน เปลี่ยนรากฐานของจองฮาซองไปจนหมดสิ้น

เวทมนตร์ที่อันดับ 1 เคยใช้มาตลอด ล้วนถูกกดทับด้วยความหวาดกลัวบางอย่าง

นั่นหมายความว่า วีรบุรุษผู้ไม่มั่นคง ไม่เคยได้ปลดปล่อยศักยภาพของตัวเองออกมาจนสุดขอบเลยสักครั้ง

ฮาซองไม่ได้เก่งขึ้น แต่เพิ่งจะหลุดพ้นจากความอ่อนแอตามคำชี้แนะของใครบางคนต่างหาก

แถมการเติบโตของเขาเพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น เสียงกระซิบอันเปี่ยมภูมิปัญญาจากสิ่งมีชีวิตต่างโลก แฝงไว้ด้วยอานุภาพที่พร้อมจะพลิกสามัญสำนึกของโลกใบนี้

“ไอหยา เป็นไรไหมครับเนี่ย? นึกไม่ถึงเลยว่าคุณโจซังโอจะทนไม่ได้ แต่ถ้าเป็นแบบนี้คงยากที่จะมาร่วมทีมกับเรา...”

ตอนนั้นเอง ชายผมทองที่ยืนดูสถานการณ์อยู่มุมหนึ่งของโรงยิมก็ค่อยๆ เดินเข้ามา

มุมปากที่ยกขึ้น

แววตาที่แห้งผาก

“เพราะสิ่งที่คุณเพิ่งเจอไปวันนี้ คือ ‘เปลวเพลิงที่เย็นเยียบที่สุด’ ในบรรดาไฟที่จองฮาซองจะจุดขึ้นมาหลังจากนี้แล้วล่ะครับ”

ทันใดนั้น ชายหนุ่มก็ประกาศความมั่นใจพร้อมแจ้งผลสอบว่าตกรอบ

แล้วหันกลับไปพูดกับวีรบุรุษที่กำลังทำหน้าจ๋อย

“ฮาซอง ลำบากหน่อยนะ ไปหาข้าวกินกันเถอะ”

“ฮันเตอร์คิมกิรยอครับ ไหนบอกว่าเขาเก่ง ยิงไปตามที่สอนได้เลยไงครับ...”

“ก็ยังไม่ตาย แปลว่าไม่เป็นไรน่า เอาเถอะ วันนี้กินไก่ทอดไหม?”

แม้แต่บทสนทนาสัพเพเหระพวกนี้ จริงๆ แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการทั้งหมด

เป้าหมายคือการโชว์ความสัมพันธ์กับจองฮาซอง

ถ้าแสร้งทำเป็นซี้ปึ้กกับระดับ S ไว้ ใครหน้าไหนก็คงไม่กล้าฝันถึงการแก้แค้น

‘แน่นอนว่ามีทางเลือกให้คังชางโฮช่วยจัดการก็ได้ แต่ถ้ากันไว้ก่อนได้ก็ดีกว่า’

กิรยอเหงื่อตกพลางเข้าไปกอดคอวีรบุรุษอย่างเก้ๆ กังๆ

และการป้องกันตัวครั้งนี้ก็ได้ผลชะงัด

ติดอยู่นิดเดียว ตรงที่มันได้ผลดีเกินคาดนี่สิ

‘นะ นี่มัน...’

สั่นกึกๆ

‘ไอ้เรื่องที่บอกว่าฉันโดนกดดันจนตัวแข็งทื่อ นั่นคือเรื่องจริงสินะ?’

สมาชิกกิลด์ฮันชินที่กำลังครุ่นคิด พลางลูบผิวหนังที่ยังหลงเหลือร่องรอยของการชดใช้ความโอหัง

‘คิมกิรยอ ไอ้หมอนั่นก็เป็นระดับ S เหมือนจองฮาซอง แปลว่าถ้าเอาจริงขึ้นมา ก็ปล่อยพลังระดับนี้ได้เหมือนกันสินะ...!’

การทดสอบครั้งนี้ทำให้เขาซึ้งถึงศักยภาพของระดับ S เข้ากระดูกดำ คนที่หาเรื่องคิมกิรยอโดยไม่คิดหน้าคิดหลังอย่างเขา จะไม่ให้ตกอยู่ในความหวาดกลัวได้ยังไงไหว

สถานการณ์ที่การด่วนสรุปนำไปสู่ความเข้าใจผิด

ท้ายที่สุด แม้จะผ่านเรื่องวุ่นวายมามากมาย แต่ภาพลักษณ์ระดับ S ก็ยังไม่แตกสลาย มองในมุมหนึ่งก็นับว่าเป็นการจบงานที่ยอดเยี่ยมสำหรับกิรยอ

แต่จะวางใจตอนนี้ยังเร็วไป

“อ๊ะ คุณซังโอก็ไปทานมื้อเที่ยงกับพวกเราไหมครับ? จะไปกินไก่ทอดรสโชยุกันครับ ไก่ทอดโชยุ”

เพราะ ณ ตอนนี้ ที่อีกฟากหนึ่งของโลก ยังคงมีคนที่สงสัยในตัวตนที่แท้จริงของเขาอยู่