ปี๊ป่อ- ปี๊ป่อ- ปี๊ป่อ-
ฉันยืนมองเหล่านักเรียนที่ถูกหามขึ้นรถพยาบาลไปอย่างเหม่อลอย
‘ไปดีมาดีละกันนะ’
จะอย่างไรก็ตาม ผู้สูญหายก็ได้รับการช่วยเหลือแล้ว และได้ยินว่าในระหว่างที่พวกเรากำลังลำบากแทบตายอยู่ในเกต คนร้ายก็ถูกจับกุมได้อย่างปลอดภัย
ตอนนี้ไม่มีอะไรให้ฉันต้องทำอีก
ส่วนที่เหลือพวกตำรวจคงจะจัดการกันเอง
‘พรุ่งนี้ก็ครบกำหนด 2 สัปดาห์ตามที่สัญญาไว้แล้วด้วย’
ขณะที่ฉันกำลังจัดระเบียบตารางงานในหัว ก็พลันนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
จะว่าไป เมื่อกี้ฉันเพิ่งจะลองยิ้มให้ซอนอูยอนเพื่อเป็นการขอบคุณที่ช่วยชีวิตไว้สินะ!
ปฏิกิริยาของคนท้องถิ่นที่ได้เห็นการแสดงออกทางอารมณ์ของฉันจะเป็นยังไงกันนะ?
‘ถึงจะแอบฝึกที่บ้านอยู่บ่อยๆ แต่ก็นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ลองใช้จริง’
ตึกตัก ตึกตัก
ฉันหันไปมองอย่างระมัดระวังด้วยความคาดหวัง
และที่ตรงนั้น ฉันก็ได้เห็นใบหน้าของซอนอูยอนจากระยะไกล
สีหน้าของเธอมันเหมือนกับ... กำลังตกตะลึงสุดขีด
‘มันดูแปลกขนาดนั้นเลยเหรอ?’
ทั้งที่ฉันอุตส่าห์ฝึกหนักมาตั้ง 10 วันแท้ๆ…….
ดูเหมือนว่าการใช้กล้ามเนื้อใบหน้าเพื่อสื่อสารความหมายจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีจริงๆ ด้วย
ฉันพยายามทำเป็นไม่สนใจซอนอูยอนที่กำลังจ้องมาทางนี้ พลางกล้ำกลืนความช้ำใจเอาไว้
บ้าเอ๊ย สักวันฉันจะต้องแสดงอารมณ์ที่แม้แต่คนบนโลกก็แยกไม่ออกให้ได้เลยคอยดู
***
คดีคนหายในเขตอึนพยองปิดตัวลง
วันนี้เป็นวันหยุดวันแรกหลังจากเหตุการณ์ในตอนนั้น
ซอนอูยอนเดินเข้าไปในคาเฟ่แบรนด์ดังใกล้กับสมาคมฮันเตอร์ และสั่งเมนูชุดพิเศษเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์
“อา! ฮันเตอร์ซอนอูยอน! สวัสดีครับ วันนี้อากาศดีจริงๆ เลยนะครับ”
หลังจากฆ่าเวลาอยู่ครู่หนึ่ง คนที่เธอนัดไว้ก็ปรากฏตัวออกมาทันที
ซอนอูยอนทักทายอย่างใจเย็น
“ค่ะ ฮันเตอร์อันยุนซึง”
วันนี้เธอนัดกับอันยุนซึง ฮันเตอร์ระดับ A เอาไว้
“จะว่าไป มีธุระอะไรถึงเรียกผมมาเหรอครับ? ปกติคุณไม่ค่อยนัดใครวันหยุดนี่นา”
อันยุนซึงเป็นฮันเตอร์สายลุยภาคสนามที่เน้นการรับมือกับดันเจี้ยนเบรกเป็นหลัก
ส่วนซอนอูยอนเอง ด้วยเหตุผลส่วนตัวทำให้เธอไม่สามารถเข้าเกตได้ จึงมักจะวนเวียนอยู่ข้างนอกบ่อยครั้ง
เมื่อเส้นทางการทำงานทับซ้อนกันแบบนี้ การที่ทั้งคู่จะสนิทสนมกันจนถึงขั้นนัดทานข้าวได้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก
“แค่อยากจะถามอะไรนิดหน่อยน่ะค่ะ”
ยุนซึงไม่ได้คิดอะไรมาก เขาตอบรับกาแฟฟรีที่ซอนอูยอนยื่นให้และดื่มมันทันที
“คุณสนิทกับฮันเตอร์คิมกิรยอหรือเปล่าคะ?”
แต่ต่อให้เป็นผู้ตื่นรู้ระดับ A ก็ไม่มีความสามารถพิเศษที่จะหยุดยั้งกาแฟที่พุ่งย้อนขึ้นจมูกได้
“พรืด!”
“นี่ยังไม่ทันเริ่มเลยนะคะ ทำเอาฉันเริ่มสงสัยแล้วสิ”
“อะ...เปล่าครับ แค่ตกใจที่จู่ๆ ก็พูดชื่อคนอื่นขึ้นมา……”
ซอนอูยอนหรี่ตาลง มองยุนซึงด้วยสายตาเย็นชา
“ฉันรู้อยู่แล้วล่ะค่ะว่าคุณกับคิมกิรยอรู้จักกันดี”
“เพราะเรื่องลักพาตัวตอนนั้นใช่ไหมครับ?”
“ตอนนั้นฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอกค่ะ แต่พอเห็นระดับ A กับระดับ F เดินออกมาจากเกตด้วยกัน มันก็อดคิดไม่ได้ว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่”
ซด.
ซอนอูยอนจิบอเมริกาโน่ร้อนหนึ่งอึกพลางเลือกคำพูด
“ไปรู้จักกับฮันเตอร์คิมกิรยอได้ยังไงคะ?”
เมื่อได้ยินแบบนั้น อันยุนซึงก็กอดอกหลบสายตา
“จู่ๆ ทำไมถึงถามเรื่องนั้นล่ะครับ?”
“ก็นะ ในสถานะของคุณยุนซึงคงจะลำบากใจน่าดู เอาเป็นว่าไม่ต้องกังวลนะคะ ทางสมาคมไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”
“จริงเหรอครับ?”
“มันเป็นความกังวลส่วนตัวของฉันเองค่ะ”
ท่าทางดูระวังตัวมากทีเดียว
ซอนอูยอนเอียงแก้วกาแฟพลางช้อนสายตามองผ่านขอบแก้ว
“ถ้าให้พูดตรงๆ ฉันมองว่าคิมกิรยอคนนั้นมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นอาชญากรค่ะ”
“หา?”
“เพราะงั้น ถ้าฮันเตอร์อันยุนซึงกำลังถูกผู้ตื่นรู้สันดานเสียหลอกใช้จนตกที่นั่งลำบากอยู่ ฉันก็อยากจะช่ว……”
“พูดอะไรน่ะครับ?”
อันยุนซึงที่นั่งฟังอยู่นานเกือบจะทุบโต๊ะ แต่เขาก็ยั้งมือไว้ได้ทันในเสี้ยววินาที
“ไม่ใช่นะครับ มันจะเป็นไปได้ยังไง! พี่เขาจะเป็นอาชญากรได้ยังไง! ท่านผู้นั้นเขา……!”
“เขากำลังปิดบังค่าการตื่นรู้ของตัวเองอยู่ไงคะ”
“ครับ?”
“การแจ้งระดับไม่ตรงกับความเป็นจริงก็ถือเป็นอาชญากรรมนะคะ”
กึก.
ซอนอูยอนวางแก้วมัคในมือลงอย่างแรง
แววตาของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“ในวงการที่ระดับสูงขึ้นเพียงขั้นเดียวก็เปลี่ยนหลักตัวเลขของเงินเดือนได้แบบนี้ การแจ้งระดับให้ต่ำลงน่ะมัน……”
“อืมม”
“คนพวกนี้ส่วนใหญ่มักจะใช้การกระทำผิดกฎหมายนี้เพื่อหาผลประโยชน์อย่างอื่น”
“ก็จริงครับ”
“แบบนี้แล้ว การที่ฉันสงสัยว่าฮันเตอร์คิมกิรยอเป็นบุคคลอันตรายมันแปลกตรงไหนคะ?”
ซอนอูยอนผ่อนลมหายใจสั้นๆ และพูดต่ออย่างใจเย็น
เพราะดูเหมือนว่าอันยุนซึงจะเริ่มอึกอักจนพูดไม่ออก ซึ่งเธอไม่ได้ตั้งใจจะกดดันเขาขนาดนั้นตั้งแต่แรก
“ฉันไม่ได้บอกว่าจะไปจับตัวคุณหรือคิมกิรยอตอนนี้สักหน่อย……. แค่อยากจะยืนยันข้อเท็จจริงเท่านั้นเองค่ะ”
ยืนยันข้อเท็จจริง?
คำพูดนั้นทำให้อันยุนซึงเงยหน้าที่ก้มลงขึ้นมา
“ฮันเตอร์อันยุนซึงเป็นคนซื่อตรงและขยันขันแข็ง เรื่องนี้รู้กันไปทั่วทั้งสมาคม แต่พอคนแบบคุณมาคลุกคลีกับระดับ F คนนั้น……”
“เอ่อ”
“มันก็ทำให้ฉันคิดว่า การลงทะเบียนระดับเท็จนั้นอาจจะมีเหตุผลบางอย่างซ่อนอยู่ก็ได้”
“อืม”
“หรือในทางกลับกัน คนคนนั้นอาจจะเป็นผู้ตื่นรู้ที่แม้แต่ระดับ A ก็ยังรับมือไม่ไหว จนอันยุนซึงผู้จิตใจอ่อนแอไม่กล้าบอกใครและถูกหลอกใช้อยู่ก็ได้”
ในใจของเธอตอนนี้มีข้อสันนิษฐานผุดขึ้นมามากมาย
เพราะผู้ตื่นรู้ระดับ F คนนั้นไม่เคยเผยความในใจออกมาเลย ทำให้ยากต่อการแยกแยะดีชั่ว
บางครั้งก็ให้คำแนะนำเรื่องการใช้ทักษะ แต่พอถึงช่วงสุดท้ายจริงๆ กลับเพิ่งจะยอมเผยพลังที่ซ่อนไว้ออกมาทำเอาคนอื่นอึ้งไปตามๆ กัน
พฤติกรรมก็ดูน่าสงสัยไปหมด
“ฉันต้องการข้อมูลค่ะ ข้อมูลที่จะใช้ตัดสินว่าคิมกิรยอเป็นคนยังไง”
ซอนอูยอนถอนหายใจยาว
“นั่นคือเหตุผลที่ฉันเรียกคุณยุนซึงมา เพราะคุณที่ยังติดต่อกับฮันเตอร์คิมกิรยออยู่น่าจะรู้อะไรบ้าง”
แต่ทว่า ตรงข้ามกับใบหน้าที่เคร่งเครียดของเธอ อันยุนซึงกลับมีสีหน้าดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
เขานึกว่าพนักงานสมาคมจะมาขุดคุ้ยเรื่องคิมกิรยอเพื่อหาเรื่องจับผิดเสียอีก
‘เฮ้อ ไม่ใช่เพราะเหตุผลแบบนั้นสินะ’
เขาเริ่มใช้ความคิด
หากพิจารณาจากปฏิกิริยาของพนักงานสมาคมแล้ว ดูเหมือนว่าค่าการตื่นรู้ที่แท้จริงของคิมกิรยอจะถูกเปิดเผยไปบ้างแล้วไม่ใช่หรือ?
‘เห็นว่าเกิดอุบัติเหตุเกตขึ้นระหว่างการค้นหาในคดีเขตอึนพยองด้วยนี่นา’
อา... ท่านพี่คงต้องยอมเผยฝีมือออกมาเพื่อปกป้องซอนอูยอนกับพวกผู้สูญหายแน่ๆ…….
เรื่องแค่นี้ไม่ต้องเห็นก็เดาได้ไม่ยาก
ในเมื่อการตบตาว่าเป็นระดับ F ก็ถูกทำลายไปแล้ว การที่เขาจะเก็บความลับทุกอย่างไว้ต่อไปมันจะมีประโยชน์อะไรอีกล่ะ
‘หืม……’
อันยุนซึงลองคิดเรื่องนี้ในมุมกลับกัน
จะดีกว่าไหมถ้าเขาเปิดเผยความจริงเพื่อแก้ความเข้าใจผิด?
เขามองว่านั่นจะเป็นประโยชน์ต่อกิรยอมากกว่า
เพราะตัวคิมกิรยอเองก็คงไม่อยากถูกพนักงานสมาคมจับจ้องด้วยสายตาที่เฉียบคมแบบนี้ไปตลอดเหมือนกัน
“ถ้าอย่างนั้น ผมจะเล่าเรื่องพี่กิรยอให้ฟังครับ แต่ต้องสัญญานะว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ?”
ยุนซึงตัดสินใจยื่นข้อเสนอ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซอนอูยอนก็พยักหน้าด้วยสายตามั่นคง
“แน่นอนค่ะ ฉันสัญญา”
เธอเป็นคนรักษาความลับได้ดีเยี่ยมเป็นอันดับต้นๆ อยู่แล้ว คำสัญญาจึงเป็นสิ่งที่เชื่อถือได้
เวลาผ่านไป 5 นาที
“เรื่องที่ผมได้พบกับท่านพี่น่ะ มันเริ่มขึ้นในวันหนึ่งช่วงฤดูร้อนครับ……”
ฮันเตอร์ระดับ A เริ่มบรรยายถึงการพบกันครั้งแรกด้วยน้ำเสียงที่ลุ่มลึก
“คุณคงรู้ใช่ไหมครับว่าทีมของผมเคยเกือบพินาศในเกตที่เกิดปรากฏการณ์กลายพันธุ์ผิดปกติ?”
“ทราบค่ะ เป็นอุบัติเหตุที่ค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว”
“แต่ตอนนั้นเอง! ที่ผมรอดกลับมาได้ ทั้งหมดเป็นเพราะท่านผู้นั้นเลยครับ!”
ซอนอูยอนตั้งใจฟังคำพูดของเขาโดยไม่ไหวติง
“ผมยังลืมภาพนั้นไม่ได้เลย ท่านจัดการหุ่นศิลาเวทมนตร์ที่แม้แต่ผมยังแตะต้องไม่ได้อย่างง่ายดาย แล้วก็กระชากหัวใจมันออกมาเลยล่ะครับ!”
คำบรรยายที่ยืดยาวดำเนินไปพักหนึ่ง แต่ถ้าสรุปสาเหตุที่ฮันเตอร์อันยุนซึงกับคิมกิรยอมาพบกันได้ในประโยคเดียวก็คือ
‘ฆ่ามอนสเตอร์ที่คาดว่าเป็นระดับบอสซึ่งอันยุนซึงรับมือไม่ได้ในพริบตา? ยืนยันว่าอย่างต่ำต้องระดับ A’
ตาคนนี้ไปโกงระดับมาตั้งกี่ขั้นกันแน่เนี่ย
แววตาของซอนอูยอนเริ่มดูหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อย
“เอ่อ หรือว่าคุณยังติดใจเรื่องค่าการตื่นรู้ของพี่กิรยออยู่เหรอครับ?”
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของซอนอูยอนไม่ค่อยดีนัก ยุนซึงจึงรีบช่วยออกตัวปกป้องกิรยอหนักยิ่งกว่าเดิม
“แต่นั่นก็น่าจะมีเหตุผลนะครับ ช่วยผ่อนปรนให้หน่อยไม่ได้เหรอ……”
“เหตุผลอะไรคะ”
“ผมก็ไม่เคยถามตรงๆ หรอก แต่คิดว่าคงเป็นเพราะกังวลเรื่องการแทรกแซงจากโลกภายนอกล่ะมั้ง……”
อันยุนซึงเอามือลูบคางพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกอะไรออกและพูดขึ้น
“แล้วปกติท่านพี่เขาก็คอยปรับมานาให้ดูเหมือนแมลงหวี่อยู่ตลอดเลยด้วยนะครับ”
แมลงหวี่
ก็จริงอยู่หรอก แต่คำที่ใช้มัน...
“ดูเหมือนท่านจะทุ่มเทกับการกดข่มพลังมาก บางทีอาจจะเป็นกรณีเดียวกับจองฮาซองก็ได้นะครับ”
“จองฮาซอง?”
“ก็แบบว่า ระวังเพราะไม่อยากให้คนรอบข้างรู้สึกอึดอัดไงครับ อันดับ 1 คนนั้นก็เคยมีเรื่องตอนสัมภาษณ์นั่นไง”
อา...
เมื่อได้ยินคำว่าสัมภาษณ์ ซอนอูยอนก็เริ่มเข้าใจ
ฮันเตอร์อันดับ 1 ตลอดกาลคนนั้น ขึ้นชื่อเรื่องการมีค่าการตื่นรู้ที่สูงจนน่าขนลุก
“เคยมีกรณีที่คนธรรมดาเป็นลมพร้อมกันเพราะพลังมานาของเขาด้วยนี่นะ”
แน่นอนว่าต่อให้ไม่ถึงขั้นนั้น แต่ตั้งแต่ฮันเตอร์ระดับ A ขึ้นไปก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งรอบข้างได้มากพออยู่แล้ว
“ฮะๆ แต่ที่ท่านพี่ถูกจับได้ว่าแจ้งระดับเท็จเนี่ย จะว่าไปก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ”
“ก็เพราะตอนที่อยู่ข้างๆ คุณ เขาก็ไม่ได้มีทีท่าลำบากใจอะไรเลยนี่คะ”
“ขนาดอยู่ต่อหน้าระดับ S ท่านยังไม่เกรงกลัวเลย แล้วจะไปหวังอะไรล่ะครับ”
อันยุนซึงดื่มอเมริกาโน่ที่น้ำแข็งละลายไปครึ่งหนึ่งเพื่อดับกระหาย
“สรุปที่ผมอยากจะพูดก็คือ ท่านไม่ใช่คนที่จะร่วมก่ออาชญากรรมแน่นอนครับ”
“….”
“ถ้าจะหลอกระดับเพื่อจุดประสงค์ร้าย ก็ต้องสนใจเรื่องการฆ่าฟันหรือเงินสกปรกสิ แต่นี่ก็ไม่ใช่นี่นา?”
“แสดงว่าเขาเป็นคนไม่มีความโลภในทรัพย์สินงั้นเหรอคะ?”
“ปกติท่านพี่เขาก็ทานแต่ซุปเนื้อทานกับข้าวนี่แหละครับ!”
คำตอบในแง่บวกไหลออกมาไม่ขาดสาย
แต่ซอนอูยอนก็ยังไม่คลายสีหน้าเคร่งเครียดลงง่ายๆ
“ทำไมคุณถึงให้ราคาบุคลิกภาพของคิมกิรยอสูงขนาดนั้นล่ะคะ? ทั้งที่เพิ่งเจอกันได้ไม่นานแท้ๆ”
ยุนซึงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มเจื่อนๆ
“นั่นก็เพราะผมได้รับความช่วยเหลือมามากเหลือเกินน่ะครับ”
ยุนซึงย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อคราวก่อน
ตอนที่จับกุม 'กบ' ฮันเตอร์ที่ออกล่าฮันเตอร์ด้วยกันเอง
“ผมคิดว่าพี่กิรยอคงจะกังวลว่าผมจะใช้ชีวิตจมอยู่กับความล้มเหลวในอดีตครับ”
“กังวล?”
“วันหนึ่ง ท่านก็เลยมาช่วยให้ผมเรียกความมั่นใจกลับคืนมาด้วยตัวเองครับ”
“….”
“โดยยอมเสียสละแม้กระทั่งร่างกายของตัวเองอย่างไม่ใยดี”
จะให้สงสัยคนแบบนี้ได้ยังไงกันครับ?
คำพูดนี้ทำให้ซอนอูยอนไม่สามารถโต้แย้งได้เลย
เพราะถ้าพิจารณาดูแล้ว เธอก็เคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน
‘การที่ฉันกลับมาใช้ความสามารถได้ ก็เป็นเพราะเขาจงใจทำให้ตัวเองบาดเจ็บ……’
จู่ๆ ภาพของเขาที่เลือดออกจนเสื้อเชิ้ตย้อมไปด้วยสีแดงก็ผุดขึ้นมาในหัว
‘ตอนนั้นยาฟื้นฟูก็ไม่มี ฉันกังวลแทบตายว่าฮันเตอร์คิมกิรยอจะเป็นอะไรไป’
แต่ใครขอให้ทำถึงขนาดนั้นเพื่อให้เธอใช้ทักษะได้กันล่ะ?
พอคิดถึงความกังวลในตอนนั้นแล้ว มันก็น่าโมโหจริงๆ
ซอนอูยอนจึงพูดจาหาเรื่องด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“ไม่รู้สิคะ ฉันก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี ผู้ตื่นรู้คนนั้นมีพฤติกรรมเข้าทำร้ายฮันเตอร์คนอื่นในเกตด้วยนะคะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อันยุนซึงก็รีบถามเลียบเคียงเพราะความสงสัย
“นั่นหมายถึงเรื่องตอนที่เขาวงกตสีขาวหรือเปล่าครับ? เรื่องของคุณจองฮาซองน่ะ”
“……!”
“เท่าที่ผมรู้ ท่านพี่เคยซัดฮันเตอร์ด้วยกันก็แค่เรื่องนั้นเรื่องเดียวนะครับ”
ซัดฮันเตอร์ด้วยกัน... น้ำเสียงนั้นช่างเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ถ้าอย่างนั้น เรื่องที่ระดับ F คนนั้นทำอันดับ 1 ของประเทศสลบไปก็เป็นความจริงงั้นเหรอ
“ไม่ใช่เรื่องที่ถูกคังชางโฮจ้างมาอะไรแบบนั้น แต่เป็นสิ่งที่คิมกิรยอทำด้วยตัวเองจริงๆ สินะคะ?”
ซอนอูยอนพูดพลางเหงื่อตก ยุนซึงจึงรีบแก้ต่างให้กิรยอเป็นการใหญ่
“เดี๋ยวครับ! อย่าเข้าใจผิดนะ ผมรู้เบื้องลึกเบื้องหลังดี! เรื่องนั้นไม่ได้สู้กับฮันเตอร์จองฮาซองนะครับ……”
เขามีท่าทางร้อนรนราวกับไม่ได้รับความเป็นธรรม
ไม่นานนัก คำอธิบายเกี่ยวกับเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็ไหลออกมาจากปากของฮันเตอร์อันยุนซึง