ในที่สุดการก่อการร้ายของ 'วิหารรากษส' ก็ปะทุขึ้น
ทว่าสเกลของมันกลับเหนือจินตนาการไปไกลโข ต่อให้เป็นบอสที่สามารถวิวัฒนาการได้ แต่ใครจะไปนึกว่ามันจะไต่เต้าขึ้นไปถึงระดับ S ได้เชียว
-ชูรรรรรร...
ฉันหลับตาปี๋เมื่อเห็นภาพสัตว์ประหลาดมหึมากำลังเลื้อยพันตึกระฟ้า
.
.
.
ตึก ตึก ตึก ตึก
ทันทีที่ยืนยันการปรากฏตัวของ 'อีมูกิ' ร่างสมบูรณ์ ฉันก็พุ่งตัวออกจากสมาคมทันที
เพราะต้องรีบพาตัวเองไปอยู่ในเขตปลอดภัยให้เร็วที่สุด
'ต้องชิ่งออกจากเมืองนี้ด่วน!'
แต่พอออกมาข้างนอก ก็พบว่าสถานการณ์หน้าประตูสมาคมเข้าขั้นจลาจลไปเรียบร้อยแล้ว
"ช่วยอยู่ในความสงบด้วยค่ะ!"
"เฮ้ย ทำไมไม่ให้คนเข้าไปวะ!"
"ไอ้มอนสเตอร์ระดับ S นั่นมันตัวบ้าอะไรเนี่ย?"
"เรียกประธานสมาคมออกมาคุยดิ๊!"
ดูเหมือนข่าวการปรากฏตัวของมอนสเตอร์ระดับ S จะทำให้ชาวบ้านละแวกนี้เสียขวัญกันหมด
ซอนอูยอนชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อมองเห็นฝูงชนที่อออยู่หน้าประตู
"อะ-ดูเหมือนผู้คนจะตื่นตระหนกที่เห็นมอนสเตอร์ตัวนั้น เลยแห่กันมาที่สมาคมน่ะค่ะ"
"ทำไมต้องเจาะจงมาที่นี่ด้วย?"
"ก็เพราะเป็นสถานที่ที่มีฮันเตอร์เข้าออกเยอะยังไงล่ะคะ แต่ทางสมาคมก็ประกาศย้ำไปตั้งหลายรอบแล้วแท้ๆ ว่าที่นี่ไม่ใช่ศูนย์อพยพอย่างเป็นทางการ...!"
ต่อให้ตั้งกฎระเบียบไว้รัดกุมแค่ไหน จะไปมีความหมายอะไรเมื่ออยู่ต่อหน้า 'ดันเจี้ยนเบรกระดับ S'
วินาทีนี้ชาวบ้านต่างพากันปีนกำแพงสมาคมจนมืดฟ้ามัวดิน
พูดกันตามตรง ต่อให้ฝ่าดงมนุษย์ออกไปได้ ก็ใช่ว่าจะรอด
-ปรี๊น! ปรี๊นนนน!
-ปี๊บๆ!
-บรืนนนนน...!
สภาพการจราจรแบบนั้น อย่าว่าแต่รถส่วนตัวเลย การจะโบกแท็กซี่ว่างสักคันคงยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
'ซวยแล้วไง'
ฉันมองไปยังถนนฝั่งตรงข้ามที่เต็มไปด้วยเสียงแตรรถหนวกหูพลางครุ่นคิด
ถ้าเป็นแบบนี้ สู้ไม่ทำเรื่องเปล่าประโยชน์แล้วเกาะติดอยู่ที่สมาคมไม่ดีกว่าเหรอ?
'ใช่ ซอนอูยอนจัดว่าเป็นฮันเตอร์ระดับสูงนี่นา! เผลอๆ แค่เดินตามต้อยๆ อยู่ข้างหลังยัยนี่ อัตราการรอดชีวิตอาจจะพุ่งพรวดก็ได้'
ทว่าแผนการนั้นกลับพังทลายลงในพริบตา
"เอ๊ะ?"
ห้าวินาทีต่อจากนั้น
เจ้างูยักษ์อีมูกิที่อยู่ไกลลิบๆ ก็เริ่มเหาะเหินเดินอากาศพุ่งตรงมาทางนี้
"...บินได้, ด้วยแฮะ?"
ประชาชนที่ติดแหง็กอยู่หน้าประตูก็เริ่มหุบปากเงียบกริบเมื่อเห็นภาพนั้น
สัตว์มีชีวิตขนาดยักษ์ที่มนุษย์ไม่อาจเทียบติดกำลังบิดกายเลื้อยเข้ามาหา ราวกับฝันร้ายที่เป็นจริง
-ครืนนนน...
เมฆฝนก้อนย่อมๆ ก่อตัวขึ้นเหนือหัวพวกเรา
และในจังหวะที่แสงอาทิตย์ถูกบดบังด้วยเงาเมฆ เจ้างูยักษ์ก็อ้าปากกว้างเปล่งเสียงคำรามแรกออกมา
-ฟ่อออออออ!
"กรี๊ดดดดด!"
"อ๊ากกกกก!"
"ยะ-อย่าดันสิ...!"
"หนีเร็ว!"
ครึกโครม
ฝูงชนที่เกาะกลุ่มอยู่ริมกำแพงต่างวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่นเพื่อหลบหนีจากอีมูกิ
แต่ความเร็วในการเคลื่อนที่ของมันนั้นเทียบไม่ได้เลยกับการสับตีนแตกของมนุษย์
ทั้งที่มีร่างมหึมาขนาดนั้น แต่มันกลับใช้เวลาเพียง 9 วินาทีพุ่งมาถึงตึกสมาคม
"อึ้ก!"
เปรี้ยงงงงง!
สัตว์ประหลาดร่อนลงจอดเอาพุงกระแทกพื้นลานกว้างของสมาคมอย่างจัง
แรงกระแทกทำเอาถนนพังยับเยิน ฝุ่นควันฟุ้งกระจายจนมองไม่เห็นทาง
"แค่ก, แค่ก!"
"แม่! แม่จ๋าาาา!"
"กรี๊ดดดด."
ลานหน้าสมาคมกลายเป็นนรกบนดิน
แต่ซอนอูยอนยังคงตั้งสติได้อย่างมั่นคง ไม่ตื่นตระหนกและทำหน้าที่ของตัวเองอย่างรวดเร็ว
เธอรีบกางบาเรียเพื่อกันไม่ให้เศษซากจากการลงจอดของอีมูกิกระเด็นไปโดนชาวบ้าน
"ทุกคนตั้งสติไว้นะคะ!"
ซอนอูยอนใช้เวทลมพัดเศษฝุ่นออกไปพร้อมกับอพยพผู้คนอย่างใจเย็น
ทว่าการกระทำนั้นกลับกลายเป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์สำหรับตัวเธอเอง
เพราะไอ้สัตว์ร้ายสีทมิฬนั่น มันตามกลิ่น 'มานา' ของผู้ตื่นรู้มาที่นี่น่ะสิ
"ชูรรรรร..."
[ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] ที่ขดตัวอยู่พลันตอบสนองต่อมานาของฮันเตอร์คนหนึ่งแล้วผงกหัวขึ้นมาทันควัน
ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ซอนอูยอน
"ฟ่ออออออ!"
แต่ไม่เป็นไร
ผู้ตื่นรู้ผมดำที่พุ่งเข้าไปหาเธอ ไม่ได้มีแค่เจ้าอีมูกิเสียหน่อย
"นี่คุณ!"
"เฮือก!"
หมับ!
ฉันถีบตัวพุ่งออกไปคว้าแขนเธอกระชากกลับมาอย่างไว
ส่งผลให้เขี้ยวของอีมูกิเฉียดร่างซอนอูยอนไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด
"เป็นอะไรไหม?"
"ขะ-ขอบคุณค่ะ!"
F-Rank อย่างฉันหลบการโจมตีระดับ S ได้อย่างเฉียดฉิว
นี่แหละผลลัพธ์ของเงิน 300 ล้านที่ลงทุนไปเริ่มออกดอกออกผล
[รองเท้าแห่งเฮอร์มีส]
[ระดับ : ยูนิค]
[คำอธิบาย : รองเท้าที่สถิตด้วยพลังเวทธาตุลม เมื่อสวมใส่จะเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่อย่างมหาศาล]
เรื่องหลบหลีกต้องยกให้เครื่องมือเวทชิ้นนี้จริงๆ
"ช่วยคนอื่นมันก็ดีหรอก แต่หัดดูตาม้าตาเรือรอบตัวบ้าง"
"อะ, ค่ะ...!"
ซอนอูยอนลูบอกด้วยความโล่งใจ
และในระหว่างที่เธอกำลังปรับลมหายใจ เหล่าผู้ตื่นรู้คนอื่นๆ ก็เข้ามารวมตัวกัน
"ตัวบ้าอะไรใหญ่ขนาดนี้!"
"ใครมีสกิลกางเขตแดนบ้าง?"
"ทำให้มันสลบก่อนเร็ว!"
เหล่าฮันเตอร์ในสมาคมเริ่มรับมือกับการปรากฏตัวของบอสแบบกะทันหันอย่างทุลักทุเล
แต่น่าเศร้า
ร่างที่วิวัฒนาการเป็นระดับ S ของอีมูกิทำให้การโจมตีธรรมดาไร้ผลโดยสิ้นเชิง
แม้แต่การโจมตีของระดับ A ที่เรียกว่าระดับหัวกะทิยังเด้งออกแทบทั้งหมด
"ขะ-แค่รอยขีดข่วนยังไม่มีเลยเรอะ...?"
เคร้ง!
หอกของฮันเตอร์ระดับ A หักสะบั้นเมื่อปะทะเกล็ดงู
จังหวะที่ฉันประเมินว่าพวกนั้นไม่มีทางชนะและเตรียมจะชิ่งหนี เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
วูบ...
"นั่นมันอะไรน่ะ?"
จงดูสัญลักษณ์สีม่วงที่ลอยอยู่เหนือหัวฮันเตอร์ระดับ A คนนั้นสิ
"คำสาปเหรอ?"
"ใครก็ได้ใช้สกิลลบล้างสถานะผิดปกติหน่อย!"
"เดี๋ยวฉันลองเอง"
คนอื่นดูงงเป็นไก่ตาแตก แต่มีแค่ฉันคนเดียวที่เข้าใจสถานการณ์นี้อย่างทะลุปรุโปร่ง
ก็เจ้า [ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] เดิมทีมันเป็นบอสของดันเจี้ยนอ่างเก็บน้ำระดับ A นี่นา
"ไม่นะ นั่นมันลบล้างไม่ได้!"
แพทเทิร์นหลักของอีมูกิ
คือการประทับตราใส่สมาชิกปาร์ตี้ ที่ภาษาเกมเมอร์เรียกว่า 'ติดเครื่องหมาย'
สัญลักษณ์สีม่วงนี้ใช้สกิลอะไรลบก็ไม่ออก เพราะมันไม่มีผลเสียอะไรเลยไงล่ะ
แล้วทำไมอีมูกิถึงใช้เวทแปะป้ายที่ไม่มีดาเมจแบบนี้?
ฟังก์ชันของมันมีไว้อย่างอื่นต่างหาก
"มันคือสัญลักษณ์ล่อเป้าโว้ย!"
นั่นคือเครื่องหมายที่อีมูกิใช้ล็อกเป้า 'เหยื่ออันดับ 1' ไงเล่า!
"ครับ?"
ฮันเตอร์ระดับ A คนนั้นเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจตามเสียงตะโกนของฉัน แต่มันสายไปเสียแล้ว
"อ๊ากกกกกกก!"
"อึ้ก! ทุกคนถอยออกมา!"
"ทำไมถึง...!"
ในพริบตาเดียว มอนสเตอร์ยักษ์ก็เขมือบฮันเตอร์ระดับ A ที่กำลังดิ้นรนเข้าไปทั้งตัว
'ขนาดระดับ A ยังโดนแดกแบบไม่มีทางสู้เนี่ยนะ...!'
ช่างเป็นความห่างชั้นที่น่าสิ้นหวัง
แต่ความฉิบหายยังไม่จบแค่นั้น
อย่างที่บอก สัญลักษณ์สีม่วงคือวิธีเลือกเหยื่อของมัน
"..."
พอกินจานแรกเสร็จ อีมูกิก็เลียริมฝีปากเตรียมแปะป้ายรายต่อไป
และเป้าหมายที่สองก็คือ...
"เฮ้ย... อย่าบอกนะ"
ขวับ
ฉันแหงนหน้ามองเหนือหัวตัวเอง
สิ่งที่เห็นคือสัญลักษณ์สีม่วงสะท้อนแสงแสบตาชัดเจนแจ่มแจ้ง
'...'
ชิบหายแล้ว
ขอย้ำอีกครั้งว่าฉันชิบหายแล้ว
'กรี๊ดดดดด!'
ทำไมเหยื่อรายต่อไปของงูยักษ์สุดโหดต้องเป็น F-Rank บอบบางอย่างฉันด้วยวะ...
"ชูรรรรรร..."
หายนะสีทมิฬที่ชื่อว่า 'ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง' ลดตัวต่ำลงจ้องเขม็งมาทางนี้
บรรยากาศเงียบสงัดจนน่าอึดอัด
ในเมื่อระดับ A ยังตายในทีเดียว คนอื่นก็ไม่กล้าเสนอหน้าเข้ามา
"คุณคิมกิรยอ!"
ท่ามกลางความสิ้นหวัง มีเพียงคนเดียว
ซอนอูยอนมายืนขวางหน้าฉัน พยายามจะหยุดยั้งอีมูกิ
ฉันรู้สึกซาบซึ้งใจกับภาพตรงหน้าอยู่แวบหนึ่ง
"คุณซอนอูยอน..."
แต่ก็นะ
ซึ้งก็ส่วนซึ้ง มาถึงขั้นนี้ก็ต้องทำตัวให้สมกับความเป็นจริง
ทางนี้คือนักวิชาการที่ยึดถือเหตุผลมากกว่าอารมณ์
ใช่ เพราะฉันคือ 'นักมาโดศาสตร์' นี่นา
"หลบไป"
"คะ?"
ฉันผลักเจ้าหน้าที่สมาคมที่ยืนขวางหน้าออกไปด้านข้างแล้วพูดสั้นๆ
"ถ้าไม่อยากตายฟรีก็ไสหัวไปจากเส้นทางของอีมูกิซะ"
"ก๊าซซซซ!"
ทันใดนั้นอีมูกิก็พุ่งสวนเข้ามาด้วยความเร็วสูง
ฉันสัมผัสได้ถึงปากขนาดมหึมาที่ใกล้เข้ามา จึงกดใช้ไอเทมในกระเป๋าเสื้อทันที
===================
☆ pixywiki
ชื่อไอเทม : แฝดผู้พิทักษ์
สถานที่ได้รับ : เขาวงกตสีขาว (EX)
ประเภท : อุปกรณ์สวมใส่
คำอธิบาย : ไอเทมรูปแบบกำไลข้อมือ ป้องกันความเสียหายทั้งหมดได้ 2 ครั้ง
===================
[แฝดผู้พิทักษ์] ทำงาน
และอย่างที่เคยเห็นสรรพคุณของมัน พลังป้องกันที่ยอดเยี่ยมเกินไปทำให้เกิดผลข้างเคียงบางอย่าง
เคร้ง!
นั่นคือการทำลายอาวุธของบอส!
อีมูกิกะจะฝังเขี้ยวพิษใส่ฉัน แต่กลับต้องซวยซ้ำซ้อน
เมื่อฟันกระทบเข้ากับเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งของไอเทม กลายเป็นว่าฝ่ายที่ได้รับความเสียหายกลับเป็นตัวมันเอง
"ก๊าซซซซ!"
ทันทีที่เห็นเขี้ยวซ้ายของอีมูกิหักสะบั้น ฉันก็ใส่เกียร์หมาวิ่งสุดฝีเท้า
---
"แฮ่ก, แฮ่ก!"
ขืนโดนอีมูกิกลืนเข้าไป บาเรียใช้แล้วทิ้งแค่นี้เอาไม่อยู่แน่
ฉันเลยใช้มันเพื่อเปิดจังหวะเสยหน้ามันก่อน แล้วอาศัยทีเผลอนี้ทิ้งระยะห่างให้มากที่สุด
ทิ้งระยะแล้วจะไปไหน?
แน่นอนว่ามีจุดหมายอยู่แล้ว แถมอยู่ใกล้ซะด้วย
'กลับบ้านโว้ย!'
ที่ห้องเช่าของคิมกิรยอมีเขตแดนที่ใช้ 'แกนพลังงานจลน์นิรันดร์' เป็นศูนย์กลางติดตั้งอยู่นี่นา
'ถ้าเข้าไปในเขตแดนได้ น่าจะพอยื้อเวลากับระดับ S ได้สักพัก ระหว่างนั้นก็รอเอสเธอร์มาช่วย...!'
ฉันกะจะกลับไปตั้งหลักที่บ้าน
แต่แผนนี้กลับมองข้ามสิ่งสำคัญไปอย่างหนึ่ง นั่นคือความสามารถในการไล่ล่าอันน่าสะพรึงของอีมูกิ
"อื๋ออ!"
สัมผัสมานาอันน่าขนลุกที่ไล่หลังมาทำเอาฉันสะดุ้งเฮือก
ฟันหักขนาดนั้นน่าจะเจ็บเจียนตายแท้ๆ ทำไมตั้งตัวแล้วไล่ตามมาเร็วขนาดนี้วะ
'ช่วย F-Rank ด้วยคร้าบ!'
ชูรรรรร...
[ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] พ่นลมหายใจน่าสยดสยองรดต้นคอฉันติดๆ
"ไอ้สัตว์เลื้อยคลานเฮงซวย!"
ยังดีที่คาดการณ์สถานการณ์นี้ไว้เลยซื้อไอเทมช่วยวิ่งเตรียมไว้...
"อึ้ก!"
แต่ไอเทมเทพแค่ไหนก็มีขีดจำกัด
ร่างกายขยะเปียกที่ปอดพังเพราะบุหรี่มันวิ่งทนได้ที่ไหนกัน
สุดท้ายแรงข้าวต้มก็หมดก่อนจะถึงบ้านซะงั้น
"อือออ!"
ไอ้เจ้าคิมกิรยอมันจะสูบบุหรี่หาพระแสงอะไรนักหนา
ไม่สิ ก่อนหน้านั้น ทำไมฉันต้องมาสิงอยู่ในร่างพรรค์นี้ด้วยวะเนี่ย
ฉันสบถคำหยาบสารพัดพลางหอบหายใจแฮ่กๆ จังหวะนั้นอีมูกิก็ราดน้ำมันลงบนกองเพลิง
ใครจะไปนึกว่าไอ้งูเวรนี่จะฉลาดถึงขั้นใช้วิธีดักทางเหยื่อแบบนี้
-ตึง!
มันใช้หางฟาดพื้นเต็มแรงจนถนนยางมะตอยที่ปูไว้อย่างดียุบตัวลงจนเสียรูปทรง
พอถนนแยกออกเป็นสองเสี่ยง การทรงตัวก็พังพินาศ...
พลั่ก!
ฉันที่กำลังมือสั่นพยายามกดโทรหาเอสเธอร์ ก็หน้าทิ่มลงไปจูบพื้นถนนเต็มรัก
'บัดซบ!'
มาล้มหัวทิ่มในสถานการณ์แบบนี้เนี่ยนะ?
รู้ไหมว่าการหยุดฝีเท้าโดยมีมอนสเตอร์ระดับ S ไล่กวดมันหายนะขนาดไหน?
เหงื่อเย็นๆ ไหลพรากทั่วร่าง ความหวาดกลัวระดับนี้เป็นครั้งที่สองในชีวิตนับตั้งแต่เกิดมา
ครั้งแรกก็ตอนเจอ 'บิกินเนอร์คิลเลอร์' นั่นแหละ นี่คือความกลัวที่แท้จริง
'ฉิบหายของแท้'
และก็เป็นไปตามคาด พอตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาได้ อีมูกิก็ประชิดตัวเข้ามาแล้ว
"ก๊าซซซซซ!"
สัตว์ประหลาดตัวมหึมาที่บดบังท้องฟ้าคำรามลั่นพร้อมพุ่งเข้ามาขย้ำ
'ชีวิตฉันคงจบแค่นี้สินะ...'
ทว่าในตอนนั้นเอง
ท่ามกลางเสียงคำรามของสัตว์ร้าย กลับมีเสียงรบกวนที่ผิดที่ผิดทางแทรกเข้ามา
บรืนนนนนน.
แรงสั่นสะเทือนจางๆ พร้อมกับเสียงนี้มัน... เสียงเครื่องยนต์?
'มอเตอร์ไซค์มาจากไหน?'
หาต้นตอของเสียงได้ไม่ยาก
ทันใดนั้น รถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากตรอกข้างๆ ราวกับกระสุนปืน
สิงห์นักบิดปริศนาบิดคันเร่งมุ่งหน้าตรงเข้ามายังถนนใหญ่ แล้วฉกตัวฉันขึ้นไปซ้อนท้ายอย่างแม่นยำ
"อึ้ก!"
บรืนนนนน!
ต้องขอบคุณไบค์เกอร์คนนี้ที่ทำให้รอดคมเขี้ยวอีมูกิมาได้อย่างเฉียดฉิว
'เอ๊ะ?'
ฉันเบิกตากว้างเมื่อตรวจสอบค่าการตื่นรู้ของคนคนนี้
พลังเวทมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในร่างกายแบบนี้ มันเป็นของฮันเตอร์ระดับ S ชัดๆ
"ข้างนอกโกลาหลขนาดนี้ ยังจะออกมาเดินเพ่นพ่านทำไมอีก?"
สิ้นเสียงนั้น เสียงอันเปี่ยมไปด้วยความผ่อนคลายของคังชางโฮก็ดังมาจากที่นั่งคนขับ