งั้นในเมื่อซอนอูยอนหยุดพูดไปแล้ว คราวนี้ก็คงถึงตาที่ฝ่ายนี้จะเป็นคนเปิดประเด็นบ้างสินะ
‘ก่อนอื่นลองถามดูหน่อยดีไหมว่าซูเยฮวีที่ออกมาจากเกตเป็นยังไงบ้าง?’
คิมกิรยอมีเรื่องที่อยากจะคุยกับพนักงานสมาคมคนนี้อยู่ตั้งมากมาย แต่น่าเสียดายที่บทสนทนาหลังจากนั้นกลับไม่ราบรื่นอย่างที่คิด
จู่ๆ โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
“รอสักครู่นะครับ”
แถมพอรับสาย เนื้อหาที่ได้ยินกลับเป็นหัวข้อที่คาดไม่ถึงเลยสักนิด
-ครับผม~ นี่ขนส่งแพลนแทกแบนะครับ อีกเดี๋ยวผมจะเข้าไปส่งของ ไม่ทราบว่าตอนนี้อยู่บ้านหรือเปล่าครับ?
“พัสดุ? พัสดุอะไรครับ?”
-ส่งมาจากที่ชื่อ แฟชั่น แอนด์ ออมม์ น่ะครับ เอาเป็นว่าคุณคิมกิรยออยู่บ้านไหมครับเนี่ย
“เอ่อ ไม่ทราบสิครับ ตอนนี้ไม่อยู่แต่น่าจะกำลังกลับ……?”
-เครครับ งั้นผมวางไว้หน้าประตูนะคร้าบ~
“ด...เดี๋ยวครับ....... ห๊ะ?”
แล้วสายก็ตัดไป
เขาตื่นตระหนกกับคำพูดของพนักงานส่งพัสดุจนต้องรีบเตรียมตัวกลับบ้าน
ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร แต่ไอ้การวางพัสดุทิ้งไว้หน้าประตูเนี่ย สำหรับสามัญสำนึกของชาวอัลฟาวูรีแล้ว มันเป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจไม่ได้เลยจริงๆ
‘ถ้าคนอื่นมาหยิบไปจะทำยังไง ทำไมถึงทำแบบนั้นกันนะ?’
กิรยอเก็บมีดสั้นที่หยิบออกมากลับเข้าที่เดิมแล้วเอ่ยขึ้น
“เปล่าครับ ผมไม่ได้สั่งอะไรเลย แต่ดันมีของมาส่งเฉยเลย คุณซอนอูยอน ขอโทษด้วยนะครับแต่ผมคงต้องขอตัวกลับก่อน ไว้เจอกันคราวหน้านะครับ”
ซอนอูยอนปล่อยเขาไปโดยไม่ได้คิดอะไรมาก
มีพัสดุมาส่งเลยต้องกลับไปรับ ต่อให้อีกฝ่ายจะมีวิญญาณมาจากต่างดาว แต่นี่มันก็เป็นเหตุผลที่ดูธรรมดาโลกมนุษย์สุดๆ
“เดินทางปลอดภัยนะคะ”
แล้วคิมกิรยอก็รีบจ้ำอ้าวเดินผ่านโถงทางเดินไป
“อืม”
แต่ว่านะ พอมามองจากข้างหลังแบบนี้แล้วก็ยิ่งมั่นใจ
ซอนอูยอนมองตามหลังฮันเตอร์ระดับ S คนที่ 4 ที่กำลังเดินไกลออกไป เสื้อตัวนอกที่ผู้ชายคนนั้นใส่อยู่ เป็นดีไซน์ที่เธอพอจะคุ้นตาอยู่บ้าง
‘แบรนด์นั้นจริงๆ ด้วย’
แบรนด์แฟชั่นสัญชาติฝรั่งเศสที่ขึ้นต้นด้วยตัว M
แน่นอนว่าเสื้อคลุมของแบรนด์นั้น สำหรับคนหาเช้ากินค่ำอย่างเธอแล้ว ราคาค่าตัวของมันค่อนข้างหนักหนาเอาเรื่อง
ก็ราคาป้ายของเสื้อโค้ทขนสัตว์ที่กิรยอสวมอยู่นั่น ตัวเดียวก็ปาเข้าไปเท่ากับเงินเดือนพนักงานออฟฟิศสองเดือนรวมกันแล้วมั้ง
‘นึกครึ้มอะไรขึ้นมากันนะ?’
ซอนอูยอนเกิดความสงสัยขึ้นมาวูบหนึ่ง ว่าคนที่แต่งตัวซอมซ่อมาตลอด จู่ๆ ทำไมถึงหันมาใส่ของแพงระยับแบบนั้นได้
และอีกฝ่ายเอง ก็กำลังจะได้รู้ความลับเกี่ยวกับราคาค่าเสื้อของตัวเองในเร็วๆ นี้เช่นกัน.......
ไม่นานหลังจากนั้น
คิมกิรยอก็มาถึงบ้าน
[ผู้ส่ง : แฟชั่น แอนด์ ออมม์ สาขาอับกูจอง - ซอ โยฮัน]
เขาตกใจเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งที่ระบุไว้บนกล่อง
เพราะพัสดุปริศนาพวกนี้ ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นพี่ชายของเอสเธอร์ที่ส่งมาให้ทางไปรษณีย์นั่นเอง
‘มีแต่ชุดสูททั้งนั้นเลย’
ก๊อบแก๊บ ก๊อบแก๊บ
ภายในกล่องที่อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้า
บนกองเสื้อที่พับไว้อย่างเป็นระเบียบ มีการ์ดใบเล็กๆ เขียนด้วยลายมือแนบเอาไว้
[ของขวัญค่ะ ใส่ช่วงหน้าหนาวนะคะ ^-^ -เอสเธอร์]
ดูเหมือนว่าแม่หมอผีจอมสาปแช่งผู้ใจดีคนนั้น จะกลัวว่าเพื่อนบ้านต่างดาวจะหนาวตาย เลยอุตส่าห์เป็นห่วงเป็นใยกันขนาดนี้
“โอ้โห”
มิน่าล่ะถึงได้ถามที่อยู่ฉัน
คิมกิรยอเพิ่งจะเข้าใจเรื่องราวในอดีต แล้วก็ลงมือแกะห่อเสื้อผ้าอย่างทุลักทุเล
เขาจะให้ฟรีๆ เรื่องอะไรจะต้องปฏิเสธด้วยล่ะ
ยังไงซะ ตามข้อมูลที่ได้จากสมองของศพนี้ เสื้อผ้าในโลกใบนี้ก็มีมูลค่าแค่ประมาณ 1-2 หมื่นวอนเท่านั้น ไม่เห็นจะมีอะไรต้องเกรงใจ.......
[₩1,900,000]
เดี๋ยวนะ ทำไมตรงนี้ถึงมีตัวเลขเหมือนราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าแปะอยู่ล่ะ
“…?”
กิรยอชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นป้ายราคาที่ติดอยู่กับเสื้อตัวใหม่
แต่พอลองเอาชื่อรุ่นไปค้นในอินเทอร์เน็ตเพื่อเช็กราคาดู ผลปรากฏว่า... เจ้าเสื้อกั๊กตัวนี้ตัวเดียว มันมีมูลค่าขนาดนั้นจริงๆ ด้วย
ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า.......
“หา?”
ในที่สุดเขาก็ตรัสรู้ความจริง
ร้านที่คุณพี่ชายของเอสเธอร์บริหารอยู่ แท้จริงแล้วเป็นร้านซีเล็กต์ช็อประดับไฮเอนด์ที่รวบรวมเฉพาะสินค้าแบรนด์หรู และสินค้าแบรนด์เนมเท่านั้น
และชุดสูทที่เขาใส่เดินไปเดินมาโดยไม่คิดอะไรพวกนั้น ก็เป็นสินค้าที่มีราคาสูงลิบลิ่วถึงหลักล้านวอน
“เสื้อแพงกว่าเครื่องในฉันอีกเหรอเนี่ย?”
เขาเหงื่อตกพลั่กเมื่อตระหนักถึงขนาดของความปรารถนาดีที่กิลด์มาสเตอร์หอคอยเวทมนตร์เกาหลีมอบให้
พูดตามตรง ด้วยราคาขนาดนี้ ใจจริงอยากจะเอาไปขายทิ้งให้หมดแล้วเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์เวทซะให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทว่า.......
ช่างเถอะ
ขืนทำแบบนั้น มีหวังได้ตายด้วยคำสาปที่สยดสยองที่สุดในโลกแหงๆ
---
ช่วงนี้ หน้าจอทีวีมีแต่ข่าวการปรากฏตัวของฮันเตอร์ระดับ S คนที่ 4 ดังกระหึ่มไม่เว้นแต่ละวัน
การที่มีระดับ S โผล่มาถึง 4 คนในประเทศที่มีพื้นที่เล็กแค่นี้ เขาว่ากันว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก
ก็นะ สัดส่วนของระดับ S มันก็ต้องแปลกอยู่แล้วสิ
ในเมื่อหนึ่งในนั้นดันมีไอ้คนปลอมแปลงค่าการตื่นรู้ ที่ได้ระดับนี้มาแบบฟลุคๆ ปนอยู่ด้วยคนนึงนี่นา
‘พอมีตำแหน่งสูงๆ พวกนักข่าวก็เลิกมาวุ่นวายเลยแฮะ’
ที่นี่คือห้องเช่ารูหนูของคิมกิรยอ
ฉันกลับเข้ามาอยู่ในที่พักอันปลอดภัยที่มีเขตอาคมกางเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
และตอนนี้ ก็กำลังง่วนอยู่กับการค้นหาข้อมูลในโทรศัพท์มือถือเหมือนเช่นทุกวัน
[เกาหลีเองก็พูดได้เต็มปากแล้วว่าเป็นมหาอำนาจด้านฮันเตอร์ พื้นที่แค่นี้แต่มีตัวท็อปตั้ง 4 คน.......]
[(ยินดีด้วย) จำนวนระดับ S ต่อประชากร ครองอันดับ 1 (ฉลอง)]
[คิมกิรยอมีค่าการตื่นรู้เท่าไหร่กันนะ?]
[อิจฉาพวกระดับ S จัง]
ยิ่งนานวัน ชื่อเสียงก็ยิ่งโด่งดัง!
ชาวเน็ตต่างพากันดีใจเนื้อเต้นว่าโลกนี้ปลอดภัยขึ้นแล้ว เพราะมีระดับ S ตั้ง 4 คนคอยคุ้มครอง
แต่น่าเศร้า ที่ความเป็นจริงมันไม่ได้สวยหรูขนาดนั้น
‘ฉันจะบ้าเหรอ? ให้เอาสังขารระดับ F ไปช่วยพวกแกเนี่ยนะ?’
แน่นอนว่าถ้าทำตามใจตัวเองแบบนี้ คงเลี่ยงไม่ได้ที่กระแสสังคมจะตีกลับจนเละเทะ
แต่ใครจะสนคำด่าทอที่จะถาโถมเข้ามาในอนาคตกันล่ะ
เพราะอีกเดี๋ยว ทางนี้ก็จะย้ายไปใช้ร่างกายใหม่แล้ว
“ไหนดูซิ ท่านประธานสมาคมโอนเงินมาหรือยังนะ?”
ฉันเปิดแอปธนาคารเพื่อเช็กยอดเงินในบัญชี
แน่นอนว่าเงินก้อนโตขนาด 3 พันล้านวอน (เงินสด) คงหามาทันทีได้ยาก ยอดเงินคงเหลือเลยยังไม่ขยับไปไหน
‘ยังเหลืออยู่แค่ 100 ล้านวอนเท่าเดิมแฮะ’
แต่เดี๋ยวนะ
คนทุ่มเงินจนหมดตัวเพื่อรับมือกับอีมูกิที่หายตัวไป ทำไมถึงยังมีเงินเหลือตั้ง 100 ล้านวอนอยู่อีกน่ะเหรอ?
บอกก่อนเลยว่าไม่ได้แตะต้องชุดสูทที่เอสเธอร์ให้มาแม้แต่นิดเดียว
ฉันไม่ได้ขายเศษผ้าพวกนั้น แต่ขายของมือสองที่ทนทานกว่านั้นต่างหาก
“เฮ้อ ให้ตายสิ ไม่นึกเลยว่าไอ้สิ่งที่เรียกว่าสัญญาอัศวินมันจะมีราคาแพงขนาดนั้น.......”
เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้
ฉันเอารองเท้าที่ใช้ในสถานที่เกิดเหตุอย่าง [รองเท้าแห่งเฮอร์มีส] ไปขายคืนในมาร์เก็ต
เพราะสัญญาที่จะใช้กับประธานสมาคมมันปาเข้าไปเกือบ 200 ล้านวอน ฉันเลยต้องการเงินด่วน
อีกอย่าง สังขารนี้มันอ่อนแอเกินไป ทนรับผลของไอเทมได้ไม่นานหรอก
อุปกรณ์เวทที่ไม่เข้ากับตัว รีบๆ ขายทิ้งไปน่ะดีแล้ว
‘ใส่ไปแค่ไม่กี่วันแท้ๆ แต่ราคามือสองตกฮวบไปตั้ง 10 ล้านวอน.......’
และตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมามัวอาลัยอาวรณ์กับพวกอุปกรณ์สวมใส่
ทางนี้กำลังจะได้รับเงิน 3 พันล้านภายใน 2 สัปดาห์ตามสัญญา และถ้าหาปอดอันใหม่ได้ ก็จะใช้วิชาเวทเคลื่อนย้ายวิญญาณสลับร่างได้ทันที
‘แค่รักษาปอดได้ ก็ลาก่อนไอ้ร่างกายเฮงซวยนี่!’
ฉันเริ่มมองหาร่างใหม่ที่จะย้ายไปสิงสู่
อาจจะเล็งศพของผู้ตื่นรู้ที่เพิ่งฝัง หรือไม่ก็ภาวนาให้มีคนตายตอนเกิดดันเจี้ยนเบรก
ยังไงซะ วิธีการมันก็มีถมเถไป
และไม่กี่วันต่อมา
【แอปเปิลเกาหลี สดใหม่】
“.......”
ประธานสมาคมส่งเงิน 3 พันล้านมาให้ตามสัญญา.......
ไอ้เรื่องที่ส่งมาเป็นเงินสดเพราะกลัวจะโดนตรวจสอบเส้นทางการเงินหรืออะไรนั่น ก็พอจะเข้าใจได้อยู่หรอก
ไอ้เรื่องที่มีเงินมหาศาลขนาดนี้ยัดอยู่ในลังกระดาษสำหรับใส่แอปเปิล ก็จะขอข้ามๆ มันไปก่อนแล้วกัน
ฉันหันกลับไปมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือ
[คำค้นหา : ปอดมังกร]
[ผลการค้นหา : 0 รายการ]
จิ้ม, จิ้ม, จิ้ม
ต่อให้กดรีเฟรชหน้าจอใหม่ เนื้อหาข้างในก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง
มาถึงขั้นนี้แล้ว ใครๆ ก็คงเดาปัญหาที่ฉันกำลังเผชิญอยู่ออกใช่ไหม
“สินค้า.......”
ไม่มีสินค้า
คนขาย [ปอดมังกร] ที่สำคัญที่สุด ต่อให้แหกตาดูยังไงก็หาไม่เจอ
“บ้าเอ๊ย!”
ฉันมองหน้าจอที่ว่างเปล่าด้วยความสิ้นหวัง
ชัดเจนว่าตอนที่ตัดสินใจจะซื้อปอดมังกร ในตลาดแลกเปลี่ยนมันยังมีของอยู่เลย
ถึงจะมีแค่ชิ้นเดียว แต่ปอดมังกรมันเป็นของที่คนต้องการน้อย จนค้างอยู่ในลิสต์มาตั้งหลายเดือนแล้วนะโว้ย!
แล้วทำไมจู่ๆ สินค้าค้างสต๊อกนั่นถึงมาขายออกเอาตอนนี้ แล้วไม่มีของใหม่เข้ามาเลยล่ะ?
‘ไอ้พวกเวรเอ๊ย!’
ความรู้สึกของคนลากรถลากในตำนานที่อุตส่าห์ซื้อซุปกระดูกวัวไปให้เมียแต่เมียดันตายไปก่อน มันเป็นแบบนี้เองสินะ
ฉันอุตส่าห์มีทรัพย์สมบัติเกิน 2.6 พันล้านแล้วแท้ๆ แต่กลับทำตามเป้าหมายไม่ได้ซะงั้น
หนึ่งวัน, สองวัน, สามวัน, สี่วัน
ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหน ไอเทมที่ต้องการก็ไม่โผล่มาในตลาดสักที
“เรื่องมันชักจะไปคนละทิศคนละทางกับที่คิดไว้แล้วแฮะ.......?”
ทว่า
ในวันจันทร์ของสัปดาห์ใหม่ที่เวียนมาถึง
ในที่สุด ที่ฮันเตอร์มาร์เก็ตของเกาหลีก็มีสินค้าที่น่าตื่นตะลึงปรากฏขึ้น
< ข้อความแจ้งเตือนภัยพิบัติฉุกเฉิน
[[สมาคมฮันเตอร์เกาหลี] วันนี้(28) พบวัตถุประหลาดไม่ทราบที่มาบนถนนหน้าฮันเตอร์มอลล์ เขตซอโช ขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบและวิเคราะห์ จึงขอปิดทำการมาร์เก็ตชั่วคราว จนถึงวันที่ 30 นี้]
ขอบอกไว้ก่อนนะ ว่าไอ้ของชิ้นนั้น ไม่ได้หมายความว่ามันคือปอดมังกรแต่อย่างใด
“.......”
ฉันอ่านข้อความแจ้งเตือนแล้วยกมือนวดสันจมูกเบาๆ
---
วันที่ 28 วันจันทร์
ผู้ประกาศข่าวรายงานข่าวด่วนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
มีวัตถุปริศนาปรากฏขึ้นที่ถนนของฮันเตอร์มอลล์ ซึ่งเป็นสถานที่ซื้อขายสินค้าจากเกต
“รูปร่างของมันเป็นแท่งหินสีดำสูงตระหง่าน ชวนให้ผมนึกถึงเสาโอเบลิสก์ของอียิปต์เลยครับ”
แถมเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่เกาหลีเท่านั้น
มองโกเลีย, เวียดนาม, สเปน, อังกฤษ.......
เสาหินสีดำปลายแหลมปรากฏให้เห็นในหลากหลายประเทศจนไล่เรียงกันไม่หวาดไม่ไหว
นี่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก
ยิ่งไปกว่านั้น เสาหินที่โผล่มาในแต่ละประเทศยังมีลักษณะเหมือนกันเป๊ะ
“เขาว่ากันว่าบนนั้นมีตัวเลขอารบิกเขียนไว้ว่า ‘86164’ ครับ มันหมายความว่ายังไงกันแน่นะ?”
ผู้คนต่างถกเถียงกันเพื่อหาความหมายของตัวเลขนั้น และสมมติฐานที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดในตอนนี้ก็คือ
“ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า นี่อาจจะหมายถึงคาบการหมุนรอบตัวเองของโลกในทางดาราศาสตร์ หรือก็คือ 86,164 วินาทีครับ”
ถ้าอย่างนั้น ทำไมเจ้าวัตถุประหลาดนั่นถึงต้องแสดงเวลาหนึ่งวันของที่นี่ด้วยล่ะ พอครบหนึ่งวันแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?
[หรือว่ามันจะระเบิด? บรึ๋ยยย]
ในโลกใบนี้ ‘สิ่งที่ถูกอัญเชิญออกมาอย่างกะทันหัน’ มักจะเป็นลางร้ายเสมอ
แพทเทิร์นสุสานระเบิดของเกตวังน้ำแข็ง
สกิลหินจุดระเบิดของมอนสเตอร์ยักษ์ลาวา
เกตจำนวนมากหยิบยืมรูปแบบการโจมตีคล้ายๆ กันนี้มาใช้
และวิธีรับมือกับสกิลพวกนั้นก็มีจุดร่วมกันคือ ‘ถ้าทำลายสิ่งที่ถูกอัญเชิญออกมาก่อนที่จะเกิดเรื่อง ก็จะปลอดภัย’
สมาคมจึงอาศัยประสบการณ์ที่ผ่านมาเริ่มลงมือจัดการทันที
“ข่าวด่วนครับ ทางสมาคมฮันเตอร์ได้ออกคำสั่งระดมพลผู้ตื่นรู้จำนวนหนึ่ง.......”
แต่ทว่า เจ้าวัตถุปริศนานั่น แม้จะโดนพลังเหนือธรรมชาติสารพัดรูปแบบซัดใส่ ก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน
“ย้ากกกกกก!”
“เฮ้ย ดูทรงแล้วรอบนี้ก็คงไม่รอดว่ะ”
“ไอ้นั่นมันทำมาจากอะไรวะ ทำไมถึงแข็งขนาดนั้น?”
ในท้ายที่สุด สมาคมก็จำต้องเรียกตัวผู้ตื่นรู้กลุ่มน้อยนิดมา เพื่อเป็นขั้นตอนการตรวจสอบสุดท้าย
[[สมาคมฮันเตอร์เกาหลี] (เรียกตัว) เรียน ฮันเตอร์ระดับ S คุณจองฮาซอง โปรดตอบกลับหลังได้รับข้อความ]
เหล่าจอมเวทหนุ่มสาว ผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร
---
โอ้โห ให้ตายสิ ดาวเคราะห์ดวงนี้มันมีเรื่องวุ่นวายได้ไม่เว้นแต่ละวันจริงๆ
ความเสียหายจากอีมูกิยังฟื้นฟูไม่ทันเสร็จ ก็เกิดเรื่องบ้าบอขึ้นอีกแล้วเหรอเนี่ย
‘คนจากดาวอัลฟาวูรีอย่างฉัน มีสิทธิ์พูดแบบนี้ด้วยรึไงนะ’
เอาเป็นว่า ตอนนี้ภาพตรงหน้าฉันกำลังเกิดเรื่องน่าดูชมอยู่
ฮันเตอร์ระดับหายากที่มีอยู่แค่ 4 คนในเกาหลี กำลังตบตีอยู่กับก้อนหิน
“โว้ย หงุดหงิด!”
เคร้ง!
เอสเธอร์สบถออกมาอย่างหัวเสียพร้อมกับเตะอัดเสาหินนั่น
แต่ถึงกระนั้น เจ้าวัตถุสีดำก็ยังไร้รอยขีดข่วน ถ้าพูดกันตามตรง ขนาดระดับ S ยังทำอะไรไม่ได้ ก็คงหมดหนทางแล้วล่ะมั้ง
“คุณกิรยอก็ลองดูไหมคะ? โอ๊ย ฉันเจ็บมือไปหมดแล้ว ขอบายดีกว่า”
ดูจากบทสนทนานี้ก็น่าจะรู้ ตอนนี้ทางนี้เองก็ออกมาอยู่ที่จุดเกิดเหตุที่มีเสาหินสีดำโผล่มาเหมือนกัน
และเหตุผลที่ฉันมาที่นี่น่ะเหรอ.......
ง่ายมาก
ตอนนี้ฉันกำลังเล่นละครตบตา แสร้งทำเป็นระดับ S ตัวจริงอยู่ยังไงล่ะ
‘เมื่อไหร่จะมีคนเอามาขายนะ.......’
ดูจากสถานการณ์แล้ว การซื้อปอดมังกรคงต้องยืดเยื้อเป็นเกมยาวแน่ๆ
แต่ยิ่งย้ายร่างช้าเท่าไหร่ ชื่อเสียงของร่างกายนี้ก็ยิ่งดิ่งลงเหวเท่านั้น
ก็ประกาศกร้าวกับทางสมาคมไว้แล้วนี่นา ว่าต่อจากนี้ไม่ว่าจะมีดันเจี้ยนเบรกที่ไหน ฉันก็จะเมินมันให้หมด
‘ดูสิ่งที่คังชางโฮทำสิ ทำตัวตามอำเภอใจขนาดนั้น แต่เพราะเป็นระดับ S ก็เลยไม่มีใครกล้าแตะ’
ไม่มีอะไรจะป้องกันการหาเรื่องได้ดีไปกว่าบารมีที่กดข่มผู้อื่นอีกแล้ว
ในแง่นั้น เรื่องคราวนี้ถือว่าเข้าทางฉันพอดีเป๊ะ
มอนสเตอร์ก็ไม่มี ความอันตรายก็เป็นศูนย์
แถมพวกฮันเตอร์ระดับท็อปที่มาก่อนหน้า ก็พากันล้มเหลวในการทำลายเสาหินกันเป็นทิวแถว
‘ถ้าใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ฉันที่เป็นของปลอมก็จะสามารถทวงบุญคุณว่าเป็นระดับ S ได้เหมือนกัน’
ฉันตั้งใจจะใช้ภารกิจที่ปลอดภัยนี้ เพื่อเนียนไปอยู่ในกลุ่มเดียวกับคนพวกนั้น
เหล่าระดับ S ที่ทำลายเสาหินล้มเหลว!
ถ้าพาดหัวข่าวออกไปแบบนั้น ฉันก็น่าจะเกาะกระแสความแข็งแกร่งของเอสเธอร์ไปได้แบบเนียนๆ ไม่ใช่เหรอ?
‘หึหึหึ... ฉันนี่มันอัจฉริยะจริงๆ’
อาจจะเป็นวิธีที่ดูหน้าด้านไปหน่อย แต่ก็ไม่ถือสาหรอก
ยังไงซะ นี่ก็เป็นทางเลือกเพื่อปกป้องตัวเองจากความอันตรายของโลกใบนี้ เปรียบเสมือนหนามของเม่นนั่นแหละ
“ครับ ช่วยหลบไปข้างๆ หน่อยนะครับ ผมจะลองดูบ้าง”
ฉันก้าวออกไปข้างหน้า สร้างความชอบธรรมให้กับการสร้างภาพจอมปลอมนี้
ได้เวลาชุบมือเปิบแล้ว