Cover

111

งั้นในเมื่อซอนอูยอนหยุดพูดไปแล้ว คราวนี้ก็คงถึงตาที่ฝ่ายนี้จะเป็นคนเปิดประเด็นบ้างสินะ

‘ก่อนอื่นลองถามดูหน่อยดีไหมว่าซูเยฮวีที่ออกมาจากเกตเป็นยังไงบ้าง?’

คิมกิรยอมีเรื่องที่อยากจะคุยกับพนักงานสมาคมคนนี้อยู่ตั้งมากมาย แต่น่าเสียดายที่บทสนทนาหลังจากนั้นกลับไม่ราบรื่นอย่างที่คิด

จู่ๆ โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

“รอสักครู่นะครับ”

แถมพอรับสาย เนื้อหาที่ได้ยินกลับเป็นหัวข้อที่คาดไม่ถึงเลยสักนิด

-ครับผม~ นี่ขนส่งแพลนแทกแบนะครับ อีกเดี๋ยวผมจะเข้าไปส่งของ ไม่ทราบว่าตอนนี้อยู่บ้านหรือเปล่าครับ?

“พัสดุ? พัสดุอะไรครับ?”

-ส่งมาจากที่ชื่อ แฟชั่น แอนด์ ออมม์ น่ะครับ เอาเป็นว่าคุณคิมกิรยออยู่บ้านไหมครับเนี่ย

“เอ่อ ไม่ทราบสิครับ ตอนนี้ไม่อยู่แต่น่าจะกำลังกลับ……?”

-เครครับ งั้นผมวางไว้หน้าประตูนะคร้าบ~

“ด...เดี๋ยวครับ....... ห๊ะ?”

แล้วสายก็ตัดไป

เขาตื่นตระหนกกับคำพูดของพนักงานส่งพัสดุจนต้องรีบเตรียมตัวกลับบ้าน

ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร แต่ไอ้การวางพัสดุทิ้งไว้หน้าประตูเนี่ย สำหรับสามัญสำนึกของชาวอัลฟาวูรีแล้ว มันเป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจไม่ได้เลยจริงๆ

‘ถ้าคนอื่นมาหยิบไปจะทำยังไง ทำไมถึงทำแบบนั้นกันนะ?’

กิรยอเก็บมีดสั้นที่หยิบออกมากลับเข้าที่เดิมแล้วเอ่ยขึ้น

“เปล่าครับ ผมไม่ได้สั่งอะไรเลย แต่ดันมีของมาส่งเฉยเลย คุณซอนอูยอน ขอโทษด้วยนะครับแต่ผมคงต้องขอตัวกลับก่อน ไว้เจอกันคราวหน้านะครับ”

ซอนอูยอนปล่อยเขาไปโดยไม่ได้คิดอะไรมาก

มีพัสดุมาส่งเลยต้องกลับไปรับ ต่อให้อีกฝ่ายจะมีวิญญาณมาจากต่างดาว แต่นี่มันก็เป็นเหตุผลที่ดูธรรมดาโลกมนุษย์สุดๆ

“เดินทางปลอดภัยนะคะ”

แล้วคิมกิรยอก็รีบจ้ำอ้าวเดินผ่านโถงทางเดินไป

“อืม”

แต่ว่านะ พอมามองจากข้างหลังแบบนี้แล้วก็ยิ่งมั่นใจ

ซอนอูยอนมองตามหลังฮันเตอร์ระดับ S คนที่ 4 ที่กำลังเดินไกลออกไป เสื้อตัวนอกที่ผู้ชายคนนั้นใส่อยู่ เป็นดีไซน์ที่เธอพอจะคุ้นตาอยู่บ้าง

‘แบรนด์นั้นจริงๆ ด้วย’

แบรนด์แฟชั่นสัญชาติฝรั่งเศสที่ขึ้นต้นด้วยตัว M

แน่นอนว่าเสื้อคลุมของแบรนด์นั้น สำหรับคนหาเช้ากินค่ำอย่างเธอแล้ว ราคาค่าตัวของมันค่อนข้างหนักหนาเอาเรื่อง

ก็ราคาป้ายของเสื้อโค้ทขนสัตว์ที่กิรยอสวมอยู่นั่น ตัวเดียวก็ปาเข้าไปเท่ากับเงินเดือนพนักงานออฟฟิศสองเดือนรวมกันแล้วมั้ง

‘นึกครึ้มอะไรขึ้นมากันนะ?’

ซอนอูยอนเกิดความสงสัยขึ้นมาวูบหนึ่ง ว่าคนที่แต่งตัวซอมซ่อมาตลอด จู่ๆ ทำไมถึงหันมาใส่ของแพงระยับแบบนั้นได้

และอีกฝ่ายเอง ก็กำลังจะได้รู้ความลับเกี่ยวกับราคาค่าเสื้อของตัวเองในเร็วๆ นี้เช่นกัน.......

ไม่นานหลังจากนั้น

คิมกิรยอก็มาถึงบ้าน

[ผู้ส่ง : แฟชั่น แอนด์ ออมม์ สาขาอับกูจอง - ซอ โยฮัน]

เขาตกใจเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งที่ระบุไว้บนกล่อง

เพราะพัสดุปริศนาพวกนี้ ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นพี่ชายของเอสเธอร์ที่ส่งมาให้ทางไปรษณีย์นั่นเอง

‘มีแต่ชุดสูททั้งนั้นเลย’

ก๊อบแก๊บ ก๊อบแก๊บ

ภายในกล่องที่อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้า

บนกองเสื้อที่พับไว้อย่างเป็นระเบียบ มีการ์ดใบเล็กๆ เขียนด้วยลายมือแนบเอาไว้

[ของขวัญค่ะ ใส่ช่วงหน้าหนาวนะคะ ^-^ -เอสเธอร์]

ดูเหมือนว่าแม่หมอผีจอมสาปแช่งผู้ใจดีคนนั้น จะกลัวว่าเพื่อนบ้านต่างดาวจะหนาวตาย เลยอุตส่าห์เป็นห่วงเป็นใยกันขนาดนี้

“โอ้โห”

มิน่าล่ะถึงได้ถามที่อยู่ฉัน

คิมกิรยอเพิ่งจะเข้าใจเรื่องราวในอดีต แล้วก็ลงมือแกะห่อเสื้อผ้าอย่างทุลักทุเล

เขาจะให้ฟรีๆ เรื่องอะไรจะต้องปฏิเสธด้วยล่ะ

ยังไงซะ ตามข้อมูลที่ได้จากสมองของศพนี้ เสื้อผ้าในโลกใบนี้ก็มีมูลค่าแค่ประมาณ 1-2 หมื่นวอนเท่านั้น ไม่เห็นจะมีอะไรต้องเกรงใจ.......

[₩1,900,000]

เดี๋ยวนะ ทำไมตรงนี้ถึงมีตัวเลขเหมือนราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าแปะอยู่ล่ะ

“…?”

กิรยอชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นป้ายราคาที่ติดอยู่กับเสื้อตัวใหม่

แต่พอลองเอาชื่อรุ่นไปค้นในอินเทอร์เน็ตเพื่อเช็กราคาดู ผลปรากฏว่า... เจ้าเสื้อกั๊กตัวนี้ตัวเดียว มันมีมูลค่าขนาดนั้นจริงๆ ด้วย

ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า.......

“หา?”

ในที่สุดเขาก็ตรัสรู้ความจริง

ร้านที่คุณพี่ชายของเอสเธอร์บริหารอยู่ แท้จริงแล้วเป็นร้านซีเล็กต์ช็อประดับไฮเอนด์ที่รวบรวมเฉพาะสินค้าแบรนด์หรู และสินค้าแบรนด์เนมเท่านั้น

และชุดสูทที่เขาใส่เดินไปเดินมาโดยไม่คิดอะไรพวกนั้น ก็เป็นสินค้าที่มีราคาสูงลิบลิ่วถึงหลักล้านวอน

“เสื้อแพงกว่าเครื่องในฉันอีกเหรอเนี่ย?”

เขาเหงื่อตกพลั่กเมื่อตระหนักถึงขนาดของความปรารถนาดีที่กิลด์มาสเตอร์หอคอยเวทมนตร์เกาหลีมอบให้

พูดตามตรง ด้วยราคาขนาดนี้ ใจจริงอยากจะเอาไปขายทิ้งให้หมดแล้วเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์เวทซะให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทว่า.......

ช่างเถอะ

ขืนทำแบบนั้น มีหวังได้ตายด้วยคำสาปที่สยดสยองที่สุดในโลกแหงๆ

---

ช่วงนี้ หน้าจอทีวีมีแต่ข่าวการปรากฏตัวของฮันเตอร์ระดับ S คนที่ 4 ดังกระหึ่มไม่เว้นแต่ละวัน

การที่มีระดับ S โผล่มาถึง 4 คนในประเทศที่มีพื้นที่เล็กแค่นี้ เขาว่ากันว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก

ก็นะ สัดส่วนของระดับ S มันก็ต้องแปลกอยู่แล้วสิ

ในเมื่อหนึ่งในนั้นดันมีไอ้คนปลอมแปลงค่าการตื่นรู้ ที่ได้ระดับนี้มาแบบฟลุคๆ ปนอยู่ด้วยคนนึงนี่นา

‘พอมีตำแหน่งสูงๆ พวกนักข่าวก็เลิกมาวุ่นวายเลยแฮะ’

ที่นี่คือห้องเช่ารูหนูของคิมกิรยอ

ฉันกลับเข้ามาอยู่ในที่พักอันปลอดภัยที่มีเขตอาคมกางเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

และตอนนี้ ก็กำลังง่วนอยู่กับการค้นหาข้อมูลในโทรศัพท์มือถือเหมือนเช่นทุกวัน

[เกาหลีเองก็พูดได้เต็มปากแล้วว่าเป็นมหาอำนาจด้านฮันเตอร์ พื้นที่แค่นี้แต่มีตัวท็อปตั้ง 4 คน.......]

[(ยินดีด้วย) จำนวนระดับ S ต่อประชากร ครองอันดับ 1 (ฉลอง)]

[คิมกิรยอมีค่าการตื่นรู้เท่าไหร่กันนะ?]

[อิจฉาพวกระดับ S จัง]

ยิ่งนานวัน ชื่อเสียงก็ยิ่งโด่งดัง!

ชาวเน็ตต่างพากันดีใจเนื้อเต้นว่าโลกนี้ปลอดภัยขึ้นแล้ว เพราะมีระดับ S ตั้ง 4 คนคอยคุ้มครอง

แต่น่าเศร้า ที่ความเป็นจริงมันไม่ได้สวยหรูขนาดนั้น

‘ฉันจะบ้าเหรอ? ให้เอาสังขารระดับ F ไปช่วยพวกแกเนี่ยนะ?’

แน่นอนว่าถ้าทำตามใจตัวเองแบบนี้ คงเลี่ยงไม่ได้ที่กระแสสังคมจะตีกลับจนเละเทะ

แต่ใครจะสนคำด่าทอที่จะถาโถมเข้ามาในอนาคตกันล่ะ

เพราะอีกเดี๋ยว ทางนี้ก็จะย้ายไปใช้ร่างกายใหม่แล้ว

“ไหนดูซิ ท่านประธานสมาคมโอนเงินมาหรือยังนะ?”

ฉันเปิดแอปธนาคารเพื่อเช็กยอดเงินในบัญชี

แน่นอนว่าเงินก้อนโตขนาด 3 พันล้านวอน (เงินสด) คงหามาทันทีได้ยาก ยอดเงินคงเหลือเลยยังไม่ขยับไปไหน

‘ยังเหลืออยู่แค่ 100 ล้านวอนเท่าเดิมแฮะ’

แต่เดี๋ยวนะ

คนทุ่มเงินจนหมดตัวเพื่อรับมือกับอีมูกิที่หายตัวไป ทำไมถึงยังมีเงินเหลือตั้ง 100 ล้านวอนอยู่อีกน่ะเหรอ?

บอกก่อนเลยว่าไม่ได้แตะต้องชุดสูทที่เอสเธอร์ให้มาแม้แต่นิดเดียว

ฉันไม่ได้ขายเศษผ้าพวกนั้น แต่ขายของมือสองที่ทนทานกว่านั้นต่างหาก

“เฮ้อ ให้ตายสิ ไม่นึกเลยว่าไอ้สิ่งที่เรียกว่าสัญญาอัศวินมันจะมีราคาแพงขนาดนั้น.......”

เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้

ฉันเอารองเท้าที่ใช้ในสถานที่เกิดเหตุอย่าง [รองเท้าแห่งเฮอร์มีส] ไปขายคืนในมาร์เก็ต

เพราะสัญญาที่จะใช้กับประธานสมาคมมันปาเข้าไปเกือบ 200 ล้านวอน ฉันเลยต้องการเงินด่วน

อีกอย่าง สังขารนี้มันอ่อนแอเกินไป ทนรับผลของไอเทมได้ไม่นานหรอก

อุปกรณ์เวทที่ไม่เข้ากับตัว รีบๆ ขายทิ้งไปน่ะดีแล้ว

‘ใส่ไปแค่ไม่กี่วันแท้ๆ แต่ราคามือสองตกฮวบไปตั้ง 10 ล้านวอน.......’

และตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมามัวอาลัยอาวรณ์กับพวกอุปกรณ์สวมใส่

ทางนี้กำลังจะได้รับเงิน 3 พันล้านภายใน 2 สัปดาห์ตามสัญญา และถ้าหาปอดอันใหม่ได้ ก็จะใช้วิชาเวทเคลื่อนย้ายวิญญาณสลับร่างได้ทันที

‘แค่รักษาปอดได้ ก็ลาก่อนไอ้ร่างกายเฮงซวยนี่!’

ฉันเริ่มมองหาร่างใหม่ที่จะย้ายไปสิงสู่

อาจจะเล็งศพของผู้ตื่นรู้ที่เพิ่งฝัง หรือไม่ก็ภาวนาให้มีคนตายตอนเกิดดันเจี้ยนเบรก

ยังไงซะ วิธีการมันก็มีถมเถไป

และไม่กี่วันต่อมา

【แอปเปิลเกาหลี สดใหม่】

“.......”

ประธานสมาคมส่งเงิน 3 พันล้านมาให้ตามสัญญา.......

ไอ้เรื่องที่ส่งมาเป็นเงินสดเพราะกลัวจะโดนตรวจสอบเส้นทางการเงินหรืออะไรนั่น ก็พอจะเข้าใจได้อยู่หรอก

ไอ้เรื่องที่มีเงินมหาศาลขนาดนี้ยัดอยู่ในลังกระดาษสำหรับใส่แอปเปิล ก็จะขอข้ามๆ มันไปก่อนแล้วกัน

ฉันหันกลับไปมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือ

[คำค้นหา : ปอดมังกร]

[ผลการค้นหา : 0 รายการ]

จิ้ม, จิ้ม, จิ้ม

ต่อให้กดรีเฟรชหน้าจอใหม่ เนื้อหาข้างในก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง

มาถึงขั้นนี้แล้ว ใครๆ ก็คงเดาปัญหาที่ฉันกำลังเผชิญอยู่ออกใช่ไหม

“สินค้า.......”

ไม่มีสินค้า

คนขาย [ปอดมังกร] ที่สำคัญที่สุด ต่อให้แหกตาดูยังไงก็หาไม่เจอ

“บ้าเอ๊ย!”

ฉันมองหน้าจอที่ว่างเปล่าด้วยความสิ้นหวัง

ชัดเจนว่าตอนที่ตัดสินใจจะซื้อปอดมังกร ในตลาดแลกเปลี่ยนมันยังมีของอยู่เลย

ถึงจะมีแค่ชิ้นเดียว แต่ปอดมังกรมันเป็นของที่คนต้องการน้อย จนค้างอยู่ในลิสต์มาตั้งหลายเดือนแล้วนะโว้ย!

แล้วทำไมจู่ๆ สินค้าค้างสต๊อกนั่นถึงมาขายออกเอาตอนนี้ แล้วไม่มีของใหม่เข้ามาเลยล่ะ?

‘ไอ้พวกเวรเอ๊ย!’

ความรู้สึกของคนลากรถลากในตำนานที่อุตส่าห์ซื้อซุปกระดูกวัวไปให้เมียแต่เมียดันตายไปก่อน มันเป็นแบบนี้เองสินะ

ฉันอุตส่าห์มีทรัพย์สมบัติเกิน 2.6 พันล้านแล้วแท้ๆ แต่กลับทำตามเป้าหมายไม่ได้ซะงั้น

หนึ่งวัน, สองวัน, สามวัน, สี่วัน

ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหน ไอเทมที่ต้องการก็ไม่โผล่มาในตลาดสักที

“เรื่องมันชักจะไปคนละทิศคนละทางกับที่คิดไว้แล้วแฮะ.......?”

ทว่า

ในวันจันทร์ของสัปดาห์ใหม่ที่เวียนมาถึง

ในที่สุด ที่ฮันเตอร์มาร์เก็ตของเกาหลีก็มีสินค้าที่น่าตื่นตะลึงปรากฏขึ้น

< ข้อความแจ้งเตือนภัยพิบัติฉุกเฉิน

[[สมาคมฮันเตอร์เกาหลี] วันนี้(28) พบวัตถุประหลาดไม่ทราบที่มาบนถนนหน้าฮันเตอร์มอลล์ เขตซอโช ขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบและวิเคราะห์ จึงขอปิดทำการมาร์เก็ตชั่วคราว จนถึงวันที่ 30 นี้]

ขอบอกไว้ก่อนนะ ว่าไอ้ของชิ้นนั้น ไม่ได้หมายความว่ามันคือปอดมังกรแต่อย่างใด

“.......”

ฉันอ่านข้อความแจ้งเตือนแล้วยกมือนวดสันจมูกเบาๆ

---

วันที่ 28 วันจันทร์

ผู้ประกาศข่าวรายงานข่าวด่วนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

มีวัตถุปริศนาปรากฏขึ้นที่ถนนของฮันเตอร์มอลล์ ซึ่งเป็นสถานที่ซื้อขายสินค้าจากเกต

“รูปร่างของมันเป็นแท่งหินสีดำสูงตระหง่าน ชวนให้ผมนึกถึงเสาโอเบลิสก์ของอียิปต์เลยครับ”

แถมเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่เกาหลีเท่านั้น

มองโกเลีย, เวียดนาม, สเปน, อังกฤษ.......

เสาหินสีดำปลายแหลมปรากฏให้เห็นในหลากหลายประเทศจนไล่เรียงกันไม่หวาดไม่ไหว

นี่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก

ยิ่งไปกว่านั้น เสาหินที่โผล่มาในแต่ละประเทศยังมีลักษณะเหมือนกันเป๊ะ

“เขาว่ากันว่าบนนั้นมีตัวเลขอารบิกเขียนไว้ว่า ‘86164’ ครับ มันหมายความว่ายังไงกันแน่นะ?”

ผู้คนต่างถกเถียงกันเพื่อหาความหมายของตัวเลขนั้น และสมมติฐานที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดในตอนนี้ก็คือ

“ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า นี่อาจจะหมายถึงคาบการหมุนรอบตัวเองของโลกในทางดาราศาสตร์ หรือก็คือ 86,164 วินาทีครับ”

ถ้าอย่างนั้น ทำไมเจ้าวัตถุประหลาดนั่นถึงต้องแสดงเวลาหนึ่งวันของที่นี่ด้วยล่ะ พอครบหนึ่งวันแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?

[หรือว่ามันจะระเบิด? บรึ๋ยยย]

ในโลกใบนี้ ‘สิ่งที่ถูกอัญเชิญออกมาอย่างกะทันหัน’ มักจะเป็นลางร้ายเสมอ

แพทเทิร์นสุสานระเบิดของเกตวังน้ำแข็ง

สกิลหินจุดระเบิดของมอนสเตอร์ยักษ์ลาวา

เกตจำนวนมากหยิบยืมรูปแบบการโจมตีคล้ายๆ กันนี้มาใช้

และวิธีรับมือกับสกิลพวกนั้นก็มีจุดร่วมกันคือ ‘ถ้าทำลายสิ่งที่ถูกอัญเชิญออกมาก่อนที่จะเกิดเรื่อง ก็จะปลอดภัย’

สมาคมจึงอาศัยประสบการณ์ที่ผ่านมาเริ่มลงมือจัดการทันที

“ข่าวด่วนครับ ทางสมาคมฮันเตอร์ได้ออกคำสั่งระดมพลผู้ตื่นรู้จำนวนหนึ่ง.......”

แต่ทว่า เจ้าวัตถุปริศนานั่น แม้จะโดนพลังเหนือธรรมชาติสารพัดรูปแบบซัดใส่ ก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน

“ย้ากกกกกก!”

“เฮ้ย ดูทรงแล้วรอบนี้ก็คงไม่รอดว่ะ”

“ไอ้นั่นมันทำมาจากอะไรวะ ทำไมถึงแข็งขนาดนั้น?”

ในท้ายที่สุด สมาคมก็จำต้องเรียกตัวผู้ตื่นรู้กลุ่มน้อยนิดมา เพื่อเป็นขั้นตอนการตรวจสอบสุดท้าย

[[สมาคมฮันเตอร์เกาหลี] (เรียกตัว) เรียน ฮันเตอร์ระดับ S คุณจองฮาซอง โปรดตอบกลับหลังได้รับข้อความ]

เหล่าจอมเวทหนุ่มสาว ผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร

---

โอ้โห ให้ตายสิ ดาวเคราะห์ดวงนี้มันมีเรื่องวุ่นวายได้ไม่เว้นแต่ละวันจริงๆ

ความเสียหายจากอีมูกิยังฟื้นฟูไม่ทันเสร็จ ก็เกิดเรื่องบ้าบอขึ้นอีกแล้วเหรอเนี่ย

‘คนจากดาวอัลฟาวูรีอย่างฉัน มีสิทธิ์พูดแบบนี้ด้วยรึไงนะ’

เอาเป็นว่า ตอนนี้ภาพตรงหน้าฉันกำลังเกิดเรื่องน่าดูชมอยู่

ฮันเตอร์ระดับหายากที่มีอยู่แค่ 4 คนในเกาหลี กำลังตบตีอยู่กับก้อนหิน

“โว้ย หงุดหงิด!”

เคร้ง!

เอสเธอร์สบถออกมาอย่างหัวเสียพร้อมกับเตะอัดเสาหินนั่น

แต่ถึงกระนั้น เจ้าวัตถุสีดำก็ยังไร้รอยขีดข่วน ถ้าพูดกันตามตรง ขนาดระดับ S ยังทำอะไรไม่ได้ ก็คงหมดหนทางแล้วล่ะมั้ง

“คุณกิรยอก็ลองดูไหมคะ? โอ๊ย ฉันเจ็บมือไปหมดแล้ว ขอบายดีกว่า”

ดูจากบทสนทนานี้ก็น่าจะรู้ ตอนนี้ทางนี้เองก็ออกมาอยู่ที่จุดเกิดเหตุที่มีเสาหินสีดำโผล่มาเหมือนกัน

และเหตุผลที่ฉันมาที่นี่น่ะเหรอ.......

ง่ายมาก

ตอนนี้ฉันกำลังเล่นละครตบตา แสร้งทำเป็นระดับ S ตัวจริงอยู่ยังไงล่ะ

‘เมื่อไหร่จะมีคนเอามาขายนะ.......’

ดูจากสถานการณ์แล้ว การซื้อปอดมังกรคงต้องยืดเยื้อเป็นเกมยาวแน่ๆ

แต่ยิ่งย้ายร่างช้าเท่าไหร่ ชื่อเสียงของร่างกายนี้ก็ยิ่งดิ่งลงเหวเท่านั้น

ก็ประกาศกร้าวกับทางสมาคมไว้แล้วนี่นา ว่าต่อจากนี้ไม่ว่าจะมีดันเจี้ยนเบรกที่ไหน ฉันก็จะเมินมันให้หมด

‘ดูสิ่งที่คังชางโฮทำสิ ทำตัวตามอำเภอใจขนาดนั้น แต่เพราะเป็นระดับ S ก็เลยไม่มีใครกล้าแตะ’

ไม่มีอะไรจะป้องกันการหาเรื่องได้ดีไปกว่าบารมีที่กดข่มผู้อื่นอีกแล้ว

ในแง่นั้น เรื่องคราวนี้ถือว่าเข้าทางฉันพอดีเป๊ะ

มอนสเตอร์ก็ไม่มี ความอันตรายก็เป็นศูนย์

แถมพวกฮันเตอร์ระดับท็อปที่มาก่อนหน้า ก็พากันล้มเหลวในการทำลายเสาหินกันเป็นทิวแถว

‘ถ้าใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ฉันที่เป็นของปลอมก็จะสามารถทวงบุญคุณว่าเป็นระดับ S ได้เหมือนกัน’

ฉันตั้งใจจะใช้ภารกิจที่ปลอดภัยนี้ เพื่อเนียนไปอยู่ในกลุ่มเดียวกับคนพวกนั้น

เหล่าระดับ S ที่ทำลายเสาหินล้มเหลว!

ถ้าพาดหัวข่าวออกไปแบบนั้น ฉันก็น่าจะเกาะกระแสความแข็งแกร่งของเอสเธอร์ไปได้แบบเนียนๆ ไม่ใช่เหรอ?

‘หึหึหึ... ฉันนี่มันอัจฉริยะจริงๆ’

อาจจะเป็นวิธีที่ดูหน้าด้านไปหน่อย แต่ก็ไม่ถือสาหรอก

ยังไงซะ นี่ก็เป็นทางเลือกเพื่อปกป้องตัวเองจากความอันตรายของโลกใบนี้ เปรียบเสมือนหนามของเม่นนั่นแหละ

“ครับ ช่วยหลบไปข้างๆ หน่อยนะครับ ผมจะลองดูบ้าง”

ฉันก้าวออกไปข้างหน้า สร้างความชอบธรรมให้กับการสร้างภาพจอมปลอมนี้

ได้เวลาชุบมือเปิบแล้ว

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

111

20px

งั้นในเมื่อซอนอูยอนหยุดพูดไปแล้ว คราวนี้ก็คงถึงตาที่ฝ่ายนี้จะเป็นคนเปิดประเด็นบ้างสินะ

‘ก่อนอื่นลองถามดูหน่อยดีไหมว่าซูเยฮวีที่ออกมาจากเกตเป็นยังไงบ้าง?’

คิมกิรยอมีเรื่องที่อยากจะคุยกับพนักงานสมาคมคนนี้อยู่ตั้งมากมาย แต่น่าเสียดายที่บทสนทนาหลังจากนั้นกลับไม่ราบรื่นอย่างที่คิด

จู่ๆ โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

“รอสักครู่นะครับ”

แถมพอรับสาย เนื้อหาที่ได้ยินกลับเป็นหัวข้อที่คาดไม่ถึงเลยสักนิด

-ครับผม~ นี่ขนส่งแพลนแทกแบนะครับ อีกเดี๋ยวผมจะเข้าไปส่งของ ไม่ทราบว่าตอนนี้อยู่บ้านหรือเปล่าครับ?

“พัสดุ? พัสดุอะไรครับ?”

-ส่งมาจากที่ชื่อ แฟชั่น แอนด์ ออมม์ น่ะครับ เอาเป็นว่าคุณคิมกิรยออยู่บ้านไหมครับเนี่ย

“เอ่อ ไม่ทราบสิครับ ตอนนี้ไม่อยู่แต่น่าจะกำลังกลับ……?”

-เครครับ งั้นผมวางไว้หน้าประตูนะคร้าบ~

“ด...เดี๋ยวครับ....... ห๊ะ?”

แล้วสายก็ตัดไป

เขาตื่นตระหนกกับคำพูดของพนักงานส่งพัสดุจนต้องรีบเตรียมตัวกลับบ้าน

ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร แต่ไอ้การวางพัสดุทิ้งไว้หน้าประตูเนี่ย สำหรับสามัญสำนึกของชาวอัลฟาวูรีแล้ว มันเป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจไม่ได้เลยจริงๆ

‘ถ้าคนอื่นมาหยิบไปจะทำยังไง ทำไมถึงทำแบบนั้นกันนะ?’

กิรยอเก็บมีดสั้นที่หยิบออกมากลับเข้าที่เดิมแล้วเอ่ยขึ้น

“เปล่าครับ ผมไม่ได้สั่งอะไรเลย แต่ดันมีของมาส่งเฉยเลย คุณซอนอูยอน ขอโทษด้วยนะครับแต่ผมคงต้องขอตัวกลับก่อน ไว้เจอกันคราวหน้านะครับ”

ซอนอูยอนปล่อยเขาไปโดยไม่ได้คิดอะไรมาก

มีพัสดุมาส่งเลยต้องกลับไปรับ ต่อให้อีกฝ่ายจะมีวิญญาณมาจากต่างดาว แต่นี่มันก็เป็นเหตุผลที่ดูธรรมดาโลกมนุษย์สุดๆ

“เดินทางปลอดภัยนะคะ”

แล้วคิมกิรยอก็รีบจ้ำอ้าวเดินผ่านโถงทางเดินไป

“อืม”

แต่ว่านะ พอมามองจากข้างหลังแบบนี้แล้วก็ยิ่งมั่นใจ

ซอนอูยอนมองตามหลังฮันเตอร์ระดับ S คนที่ 4 ที่กำลังเดินไกลออกไป เสื้อตัวนอกที่ผู้ชายคนนั้นใส่อยู่ เป็นดีไซน์ที่เธอพอจะคุ้นตาอยู่บ้าง

‘แบรนด์นั้นจริงๆ ด้วย’

แบรนด์แฟชั่นสัญชาติฝรั่งเศสที่ขึ้นต้นด้วยตัว M

แน่นอนว่าเสื้อคลุมของแบรนด์นั้น สำหรับคนหาเช้ากินค่ำอย่างเธอแล้ว ราคาค่าตัวของมันค่อนข้างหนักหนาเอาเรื่อง

ก็ราคาป้ายของเสื้อโค้ทขนสัตว์ที่กิรยอสวมอยู่นั่น ตัวเดียวก็ปาเข้าไปเท่ากับเงินเดือนพนักงานออฟฟิศสองเดือนรวมกันแล้วมั้ง

‘นึกครึ้มอะไรขึ้นมากันนะ?’

ซอนอูยอนเกิดความสงสัยขึ้นมาวูบหนึ่ง ว่าคนที่แต่งตัวซอมซ่อมาตลอด จู่ๆ ทำไมถึงหันมาใส่ของแพงระยับแบบนั้นได้

และอีกฝ่ายเอง ก็กำลังจะได้รู้ความลับเกี่ยวกับราคาค่าเสื้อของตัวเองในเร็วๆ นี้เช่นกัน.......

ไม่นานหลังจากนั้น

คิมกิรยอก็มาถึงบ้าน

[ผู้ส่ง : แฟชั่น แอนด์ ออมม์ สาขาอับกูจอง - ซอ โยฮัน]

เขาตกใจเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งที่ระบุไว้บนกล่อง

เพราะพัสดุปริศนาพวกนี้ ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นพี่ชายของเอสเธอร์ที่ส่งมาให้ทางไปรษณีย์นั่นเอง

‘มีแต่ชุดสูททั้งนั้นเลย’

ก๊อบแก๊บ ก๊อบแก๊บ

ภายในกล่องที่อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้า

บนกองเสื้อที่พับไว้อย่างเป็นระเบียบ มีการ์ดใบเล็กๆ เขียนด้วยลายมือแนบเอาไว้

[ของขวัญค่ะ ใส่ช่วงหน้าหนาวนะคะ ^-^ -เอสเธอร์]

ดูเหมือนว่าแม่หมอผีจอมสาปแช่งผู้ใจดีคนนั้น จะกลัวว่าเพื่อนบ้านต่างดาวจะหนาวตาย เลยอุตส่าห์เป็นห่วงเป็นใยกันขนาดนี้

“โอ้โห”

มิน่าล่ะถึงได้ถามที่อยู่ฉัน

คิมกิรยอเพิ่งจะเข้าใจเรื่องราวในอดีต แล้วก็ลงมือแกะห่อเสื้อผ้าอย่างทุลักทุเล

เขาจะให้ฟรีๆ เรื่องอะไรจะต้องปฏิเสธด้วยล่ะ

ยังไงซะ ตามข้อมูลที่ได้จากสมองของศพนี้ เสื้อผ้าในโลกใบนี้ก็มีมูลค่าแค่ประมาณ 1-2 หมื่นวอนเท่านั้น ไม่เห็นจะมีอะไรต้องเกรงใจ.......

[₩1,900,000]

เดี๋ยวนะ ทำไมตรงนี้ถึงมีตัวเลขเหมือนราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าแปะอยู่ล่ะ

“…?”

กิรยอชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นป้ายราคาที่ติดอยู่กับเสื้อตัวใหม่

แต่พอลองเอาชื่อรุ่นไปค้นในอินเทอร์เน็ตเพื่อเช็กราคาดู ผลปรากฏว่า... เจ้าเสื้อกั๊กตัวนี้ตัวเดียว มันมีมูลค่าขนาดนั้นจริงๆ ด้วย

ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า.......

“หา?”

ในที่สุดเขาก็ตรัสรู้ความจริง

ร้านที่คุณพี่ชายของเอสเธอร์บริหารอยู่ แท้จริงแล้วเป็นร้านซีเล็กต์ช็อประดับไฮเอนด์ที่รวบรวมเฉพาะสินค้าแบรนด์หรู และสินค้าแบรนด์เนมเท่านั้น

และชุดสูทที่เขาใส่เดินไปเดินมาโดยไม่คิดอะไรพวกนั้น ก็เป็นสินค้าที่มีราคาสูงลิบลิ่วถึงหลักล้านวอน

“เสื้อแพงกว่าเครื่องในฉันอีกเหรอเนี่ย?”

เขาเหงื่อตกพลั่กเมื่อตระหนักถึงขนาดของความปรารถนาดีที่กิลด์มาสเตอร์หอคอยเวทมนตร์เกาหลีมอบให้

พูดตามตรง ด้วยราคาขนาดนี้ ใจจริงอยากจะเอาไปขายทิ้งให้หมดแล้วเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์เวทซะให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทว่า.......

ช่างเถอะ

ขืนทำแบบนั้น มีหวังได้ตายด้วยคำสาปที่สยดสยองที่สุดในโลกแหงๆ

---

ช่วงนี้ หน้าจอทีวีมีแต่ข่าวการปรากฏตัวของฮันเตอร์ระดับ S คนที่ 4 ดังกระหึ่มไม่เว้นแต่ละวัน

การที่มีระดับ S โผล่มาถึง 4 คนในประเทศที่มีพื้นที่เล็กแค่นี้ เขาว่ากันว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก

ก็นะ สัดส่วนของระดับ S มันก็ต้องแปลกอยู่แล้วสิ

ในเมื่อหนึ่งในนั้นดันมีไอ้คนปลอมแปลงค่าการตื่นรู้ ที่ได้ระดับนี้มาแบบฟลุคๆ ปนอยู่ด้วยคนนึงนี่นา

‘พอมีตำแหน่งสูงๆ พวกนักข่าวก็เลิกมาวุ่นวายเลยแฮะ’

ที่นี่คือห้องเช่ารูหนูของคิมกิรยอ

ฉันกลับเข้ามาอยู่ในที่พักอันปลอดภัยที่มีเขตอาคมกางเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

และตอนนี้ ก็กำลังง่วนอยู่กับการค้นหาข้อมูลในโทรศัพท์มือถือเหมือนเช่นทุกวัน

[เกาหลีเองก็พูดได้เต็มปากแล้วว่าเป็นมหาอำนาจด้านฮันเตอร์ พื้นที่แค่นี้แต่มีตัวท็อปตั้ง 4 คน.......]

[(ยินดีด้วย) จำนวนระดับ S ต่อประชากร ครองอันดับ 1 (ฉลอง)]

[คิมกิรยอมีค่าการตื่นรู้เท่าไหร่กันนะ?]

[อิจฉาพวกระดับ S จัง]

ยิ่งนานวัน ชื่อเสียงก็ยิ่งโด่งดัง!

ชาวเน็ตต่างพากันดีใจเนื้อเต้นว่าโลกนี้ปลอดภัยขึ้นแล้ว เพราะมีระดับ S ตั้ง 4 คนคอยคุ้มครอง

แต่น่าเศร้า ที่ความเป็นจริงมันไม่ได้สวยหรูขนาดนั้น

‘ฉันจะบ้าเหรอ? ให้เอาสังขารระดับ F ไปช่วยพวกแกเนี่ยนะ?’

แน่นอนว่าถ้าทำตามใจตัวเองแบบนี้ คงเลี่ยงไม่ได้ที่กระแสสังคมจะตีกลับจนเละเทะ

แต่ใครจะสนคำด่าทอที่จะถาโถมเข้ามาในอนาคตกันล่ะ

เพราะอีกเดี๋ยว ทางนี้ก็จะย้ายไปใช้ร่างกายใหม่แล้ว

“ไหนดูซิ ท่านประธานสมาคมโอนเงินมาหรือยังนะ?”

ฉันเปิดแอปธนาคารเพื่อเช็กยอดเงินในบัญชี

แน่นอนว่าเงินก้อนโตขนาด 3 พันล้านวอน (เงินสด) คงหามาทันทีได้ยาก ยอดเงินคงเหลือเลยยังไม่ขยับไปไหน

‘ยังเหลืออยู่แค่ 100 ล้านวอนเท่าเดิมแฮะ’

แต่เดี๋ยวนะ

คนทุ่มเงินจนหมดตัวเพื่อรับมือกับอีมูกิที่หายตัวไป ทำไมถึงยังมีเงินเหลือตั้ง 100 ล้านวอนอยู่อีกน่ะเหรอ?

บอกก่อนเลยว่าไม่ได้แตะต้องชุดสูทที่เอสเธอร์ให้มาแม้แต่นิดเดียว

ฉันไม่ได้ขายเศษผ้าพวกนั้น แต่ขายของมือสองที่ทนทานกว่านั้นต่างหาก

“เฮ้อ ให้ตายสิ ไม่นึกเลยว่าไอ้สิ่งที่เรียกว่าสัญญาอัศวินมันจะมีราคาแพงขนาดนั้น.......”

เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้

ฉันเอารองเท้าที่ใช้ในสถานที่เกิดเหตุอย่าง [รองเท้าแห่งเฮอร์มีส] ไปขายคืนในมาร์เก็ต

เพราะสัญญาที่จะใช้กับประธานสมาคมมันปาเข้าไปเกือบ 200 ล้านวอน ฉันเลยต้องการเงินด่วน

อีกอย่าง สังขารนี้มันอ่อนแอเกินไป ทนรับผลของไอเทมได้ไม่นานหรอก

อุปกรณ์เวทที่ไม่เข้ากับตัว รีบๆ ขายทิ้งไปน่ะดีแล้ว

‘ใส่ไปแค่ไม่กี่วันแท้ๆ แต่ราคามือสองตกฮวบไปตั้ง 10 ล้านวอน.......’

และตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมามัวอาลัยอาวรณ์กับพวกอุปกรณ์สวมใส่

ทางนี้กำลังจะได้รับเงิน 3 พันล้านภายใน 2 สัปดาห์ตามสัญญา และถ้าหาปอดอันใหม่ได้ ก็จะใช้วิชาเวทเคลื่อนย้ายวิญญาณสลับร่างได้ทันที

‘แค่รักษาปอดได้ ก็ลาก่อนไอ้ร่างกายเฮงซวยนี่!’

ฉันเริ่มมองหาร่างใหม่ที่จะย้ายไปสิงสู่

อาจจะเล็งศพของผู้ตื่นรู้ที่เพิ่งฝัง หรือไม่ก็ภาวนาให้มีคนตายตอนเกิดดันเจี้ยนเบรก

ยังไงซะ วิธีการมันก็มีถมเถไป

และไม่กี่วันต่อมา

【แอปเปิลเกาหลี สดใหม่】

“.......”

ประธานสมาคมส่งเงิน 3 พันล้านมาให้ตามสัญญา.......

ไอ้เรื่องที่ส่งมาเป็นเงินสดเพราะกลัวจะโดนตรวจสอบเส้นทางการเงินหรืออะไรนั่น ก็พอจะเข้าใจได้อยู่หรอก

ไอ้เรื่องที่มีเงินมหาศาลขนาดนี้ยัดอยู่ในลังกระดาษสำหรับใส่แอปเปิล ก็จะขอข้ามๆ มันไปก่อนแล้วกัน

ฉันหันกลับไปมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือ

[คำค้นหา : ปอดมังกร]

[ผลการค้นหา : 0 รายการ]

จิ้ม, จิ้ม, จิ้ม

ต่อให้กดรีเฟรชหน้าจอใหม่ เนื้อหาข้างในก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง

มาถึงขั้นนี้แล้ว ใครๆ ก็คงเดาปัญหาที่ฉันกำลังเผชิญอยู่ออกใช่ไหม

“สินค้า.......”

ไม่มีสินค้า

คนขาย [ปอดมังกร] ที่สำคัญที่สุด ต่อให้แหกตาดูยังไงก็หาไม่เจอ

“บ้าเอ๊ย!”

ฉันมองหน้าจอที่ว่างเปล่าด้วยความสิ้นหวัง

ชัดเจนว่าตอนที่ตัดสินใจจะซื้อปอดมังกร ในตลาดแลกเปลี่ยนมันยังมีของอยู่เลย

ถึงจะมีแค่ชิ้นเดียว แต่ปอดมังกรมันเป็นของที่คนต้องการน้อย จนค้างอยู่ในลิสต์มาตั้งหลายเดือนแล้วนะโว้ย!

แล้วทำไมจู่ๆ สินค้าค้างสต๊อกนั่นถึงมาขายออกเอาตอนนี้ แล้วไม่มีของใหม่เข้ามาเลยล่ะ?

‘ไอ้พวกเวรเอ๊ย!’

ความรู้สึกของคนลากรถลากในตำนานที่อุตส่าห์ซื้อซุปกระดูกวัวไปให้เมียแต่เมียดันตายไปก่อน มันเป็นแบบนี้เองสินะ

ฉันอุตส่าห์มีทรัพย์สมบัติเกิน 2.6 พันล้านแล้วแท้ๆ แต่กลับทำตามเป้าหมายไม่ได้ซะงั้น

หนึ่งวัน, สองวัน, สามวัน, สี่วัน

ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหน ไอเทมที่ต้องการก็ไม่โผล่มาในตลาดสักที

“เรื่องมันชักจะไปคนละทิศคนละทางกับที่คิดไว้แล้วแฮะ.......?”

ทว่า

ในวันจันทร์ของสัปดาห์ใหม่ที่เวียนมาถึง

ในที่สุด ที่ฮันเตอร์มาร์เก็ตของเกาหลีก็มีสินค้าที่น่าตื่นตะลึงปรากฏขึ้น

< ข้อความแจ้งเตือนภัยพิบัติฉุกเฉิน

[[สมาคมฮันเตอร์เกาหลี] วันนี้(28) พบวัตถุประหลาดไม่ทราบที่มาบนถนนหน้าฮันเตอร์มอลล์ เขตซอโช ขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบและวิเคราะห์ จึงขอปิดทำการมาร์เก็ตชั่วคราว จนถึงวันที่ 30 นี้]

ขอบอกไว้ก่อนนะ ว่าไอ้ของชิ้นนั้น ไม่ได้หมายความว่ามันคือปอดมังกรแต่อย่างใด

“.......”

ฉันอ่านข้อความแจ้งเตือนแล้วยกมือนวดสันจมูกเบาๆ

---

วันที่ 28 วันจันทร์

ผู้ประกาศข่าวรายงานข่าวด่วนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

มีวัตถุปริศนาปรากฏขึ้นที่ถนนของฮันเตอร์มอลล์ ซึ่งเป็นสถานที่ซื้อขายสินค้าจากเกต

“รูปร่างของมันเป็นแท่งหินสีดำสูงตระหง่าน ชวนให้ผมนึกถึงเสาโอเบลิสก์ของอียิปต์เลยครับ”

แถมเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่เกาหลีเท่านั้น

มองโกเลีย, เวียดนาม, สเปน, อังกฤษ.......

เสาหินสีดำปลายแหลมปรากฏให้เห็นในหลากหลายประเทศจนไล่เรียงกันไม่หวาดไม่ไหว

นี่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก

ยิ่งไปกว่านั้น เสาหินที่โผล่มาในแต่ละประเทศยังมีลักษณะเหมือนกันเป๊ะ

“เขาว่ากันว่าบนนั้นมีตัวเลขอารบิกเขียนไว้ว่า ‘86164’ ครับ มันหมายความว่ายังไงกันแน่นะ?”

ผู้คนต่างถกเถียงกันเพื่อหาความหมายของตัวเลขนั้น และสมมติฐานที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดในตอนนี้ก็คือ

“ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า นี่อาจจะหมายถึงคาบการหมุนรอบตัวเองของโลกในทางดาราศาสตร์ หรือก็คือ 86,164 วินาทีครับ”

ถ้าอย่างนั้น ทำไมเจ้าวัตถุประหลาดนั่นถึงต้องแสดงเวลาหนึ่งวันของที่นี่ด้วยล่ะ พอครบหนึ่งวันแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?

[หรือว่ามันจะระเบิด? บรึ๋ยยย]

ในโลกใบนี้ ‘สิ่งที่ถูกอัญเชิญออกมาอย่างกะทันหัน’ มักจะเป็นลางร้ายเสมอ

แพทเทิร์นสุสานระเบิดของเกตวังน้ำแข็ง

สกิลหินจุดระเบิดของมอนสเตอร์ยักษ์ลาวา

เกตจำนวนมากหยิบยืมรูปแบบการโจมตีคล้ายๆ กันนี้มาใช้

และวิธีรับมือกับสกิลพวกนั้นก็มีจุดร่วมกันคือ ‘ถ้าทำลายสิ่งที่ถูกอัญเชิญออกมาก่อนที่จะเกิดเรื่อง ก็จะปลอดภัย’

สมาคมจึงอาศัยประสบการณ์ที่ผ่านมาเริ่มลงมือจัดการทันที

“ข่าวด่วนครับ ทางสมาคมฮันเตอร์ได้ออกคำสั่งระดมพลผู้ตื่นรู้จำนวนหนึ่ง.......”

แต่ทว่า เจ้าวัตถุปริศนานั่น แม้จะโดนพลังเหนือธรรมชาติสารพัดรูปแบบซัดใส่ ก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน

“ย้ากกกกกก!”

“เฮ้ย ดูทรงแล้วรอบนี้ก็คงไม่รอดว่ะ”

“ไอ้นั่นมันทำมาจากอะไรวะ ทำไมถึงแข็งขนาดนั้น?”

ในท้ายที่สุด สมาคมก็จำต้องเรียกตัวผู้ตื่นรู้กลุ่มน้อยนิดมา เพื่อเป็นขั้นตอนการตรวจสอบสุดท้าย

[[สมาคมฮันเตอร์เกาหลี] (เรียกตัว) เรียน ฮันเตอร์ระดับ S คุณจองฮาซอง โปรดตอบกลับหลังได้รับข้อความ]

เหล่าจอมเวทหนุ่มสาว ผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร

---

โอ้โห ให้ตายสิ ดาวเคราะห์ดวงนี้มันมีเรื่องวุ่นวายได้ไม่เว้นแต่ละวันจริงๆ

ความเสียหายจากอีมูกิยังฟื้นฟูไม่ทันเสร็จ ก็เกิดเรื่องบ้าบอขึ้นอีกแล้วเหรอเนี่ย

‘คนจากดาวอัลฟาวูรีอย่างฉัน มีสิทธิ์พูดแบบนี้ด้วยรึไงนะ’

เอาเป็นว่า ตอนนี้ภาพตรงหน้าฉันกำลังเกิดเรื่องน่าดูชมอยู่

ฮันเตอร์ระดับหายากที่มีอยู่แค่ 4 คนในเกาหลี กำลังตบตีอยู่กับก้อนหิน

“โว้ย หงุดหงิด!”

เคร้ง!

เอสเธอร์สบถออกมาอย่างหัวเสียพร้อมกับเตะอัดเสาหินนั่น

แต่ถึงกระนั้น เจ้าวัตถุสีดำก็ยังไร้รอยขีดข่วน ถ้าพูดกันตามตรง ขนาดระดับ S ยังทำอะไรไม่ได้ ก็คงหมดหนทางแล้วล่ะมั้ง

“คุณกิรยอก็ลองดูไหมคะ? โอ๊ย ฉันเจ็บมือไปหมดแล้ว ขอบายดีกว่า”

ดูจากบทสนทนานี้ก็น่าจะรู้ ตอนนี้ทางนี้เองก็ออกมาอยู่ที่จุดเกิดเหตุที่มีเสาหินสีดำโผล่มาเหมือนกัน

และเหตุผลที่ฉันมาที่นี่น่ะเหรอ.......

ง่ายมาก

ตอนนี้ฉันกำลังเล่นละครตบตา แสร้งทำเป็นระดับ S ตัวจริงอยู่ยังไงล่ะ

‘เมื่อไหร่จะมีคนเอามาขายนะ.......’

ดูจากสถานการณ์แล้ว การซื้อปอดมังกรคงต้องยืดเยื้อเป็นเกมยาวแน่ๆ

แต่ยิ่งย้ายร่างช้าเท่าไหร่ ชื่อเสียงของร่างกายนี้ก็ยิ่งดิ่งลงเหวเท่านั้น

ก็ประกาศกร้าวกับทางสมาคมไว้แล้วนี่นา ว่าต่อจากนี้ไม่ว่าจะมีดันเจี้ยนเบรกที่ไหน ฉันก็จะเมินมันให้หมด

‘ดูสิ่งที่คังชางโฮทำสิ ทำตัวตามอำเภอใจขนาดนั้น แต่เพราะเป็นระดับ S ก็เลยไม่มีใครกล้าแตะ’

ไม่มีอะไรจะป้องกันการหาเรื่องได้ดีไปกว่าบารมีที่กดข่มผู้อื่นอีกแล้ว

ในแง่นั้น เรื่องคราวนี้ถือว่าเข้าทางฉันพอดีเป๊ะ

มอนสเตอร์ก็ไม่มี ความอันตรายก็เป็นศูนย์

แถมพวกฮันเตอร์ระดับท็อปที่มาก่อนหน้า ก็พากันล้มเหลวในการทำลายเสาหินกันเป็นทิวแถว

‘ถ้าใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ฉันที่เป็นของปลอมก็จะสามารถทวงบุญคุณว่าเป็นระดับ S ได้เหมือนกัน’

ฉันตั้งใจจะใช้ภารกิจที่ปลอดภัยนี้ เพื่อเนียนไปอยู่ในกลุ่มเดียวกับคนพวกนั้น

เหล่าระดับ S ที่ทำลายเสาหินล้มเหลว!

ถ้าพาดหัวข่าวออกไปแบบนั้น ฉันก็น่าจะเกาะกระแสความแข็งแกร่งของเอสเธอร์ไปได้แบบเนียนๆ ไม่ใช่เหรอ?

‘หึหึหึ... ฉันนี่มันอัจฉริยะจริงๆ’

อาจจะเป็นวิธีที่ดูหน้าด้านไปหน่อย แต่ก็ไม่ถือสาหรอก

ยังไงซะ นี่ก็เป็นทางเลือกเพื่อปกป้องตัวเองจากความอันตรายของโลกใบนี้ เปรียบเสมือนหนามของเม่นนั่นแหละ

“ครับ ช่วยหลบไปข้างๆ หน่อยนะครับ ผมจะลองดูบ้าง”

ฉันก้าวออกไปข้างหน้า สร้างความชอบธรรมให้กับการสร้างภาพจอมปลอมนี้

ได้เวลาชุบมือเปิบแล้ว