'แกล้งทำเป็นออกแรงไปงั้นแหละ'
ก่อนอื่น ขอสรุปสถานการณ์ตอนนี้คร่าวๆ ก่อน
เมื่อวาน ฮันเตอร์ระดับ B ไปจนถึงระดับ A มารุมทึ้งยื้อยุดฉุดกระชากไอ้ศิลาจารึกนี่ทั้งวัน แต่ก็คว้าน้ำเหลว
เช้าวันนี้ จองฮาซองแวะมาลองของแป๊บหนึ่ง ก็วืดกลับไป
และสุดท้าย ซอเอสเธอร์เพิ่งจะประกาศยอมแพ้ไปหยกๆ ต่อหน้าต่อตาฉันนี่เอง
'มุมไหนนักข่าวถึงจะถ่ายรูปออกมาดูดีนะ...'
เพราะงั้น ต่อให้ฉันล้มเหลวตามไปอีกคน ชาวบ้านเขาก็คงไม่มองว่าแปลกประหลาดอะไรหรอก
"ไหนดูซิ"
ตุบ
ฉันวางมือทาบลงบนด้านหน้าของยอดเสาหิน
แต่ทว่า... ทันทีที่สัมผัสโดนหินสีดำนั่น จู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกประหลาดวูบเข้ามา
'โอ๊ะ เจ็บ!'
สะดุ้ง
ปริมาณมันน้อยนิดเสียจนชาวโลกทั่วไปคงยากจะสังเกตเห็น แต่นี่มันความรู้สึกเฉพาะตัวเวลาถูกดูดมานาชัดๆ
'อะไรกัน?'
แปลกมาก
การมาดึงมานาออกไปแบบนี้ มันเหมือนกับการ...
เก็บหลักฐานระบุตัวตน อย่างพวกลายนิ้วมือหรือเลือดไม่ใช่หรือไง
"คุณกิรยอ เป็นอะไรไปคะ?"
เท่านี้ตัวจริงของศิลาสีดำก็กระจ่างชัด
'โธ่เว้ย นึกว่าหน้าตาเหมือนไอ้แท่งที่เคยโผล่มาที่บ้านเกิดฉัน แล้วมันจะทำหน้าที่เหมือนกันเสียอีก...'
ที่ไหนได้ เจ้าหินก้อนนี้มันคืออุปกรณ์สำหรับคัดเลือก 'ผู้ท้าชิง' ที่จะเข้าไปในดันเจี้ยนที่จะถูกสร้างขึ้นหลังจากนี้ต่างหาก
'คนละเรื่องเลยนี่หว่า!'
งานเข้าแล้วครับท่านผู้ชม
ตลอดมาฉันเข้าใจผิดว่าไอ้วัตถุนี้คือป้ายบอกทางเข้าเกตแห่งใหม่
แต่ความจริงที่เพิ่งเปิดเผยตอนนี้คือ ศิลานี่มันเป็นเครื่องมือเก็บข้อมูลคนที่มาสัมผัสเพื่อสุ่มเลือกผู้เข้าร่วมกิจกรรม!
'แม่เจ้า...'
อยู่ดีๆ ก็มีแววจะโดนลากเข้าดันเจี้ยนใหม่ซะงั้น
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น สมองฉันก็แล่นปรู้ดหาทางรอด
ถ้าตอนนี้รีบคว้าใครสักคนมาจับหินนี่ ตัวหารก็จะเพิ่มขึ้น โอกาสที่ฉันจะแจ็กพอตแตกก็จะลดลงไงล่ะ
"นะ... นี่ครับ! คุณซอนอูยอน! คุณเองก็ลองมาจับดูหน่อยไหม? หินนี่มันแข็งโป๊กเลย ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ดีนะครับ..."
ช่างเป็นความชั่วร้ายที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง!
ฉันหลอกล่อพนักงานสมาคมฯ ที่ยืนเฝ้าระวังอยู่ข้างๆ ให้มาร่วมจับฉลากมรณะอย่างหน้าด้านๆ
"ไม่เป็นไรค่ะ เมื่อกี้ฉันลองจับดูแล้ว"
แต่ซอนอูยอนดันเคยแตะหินไปแล้วนี่สิ
แถมพนักงานคนอื่นยังเริ่มปรึกษากันว่า ขนาดระดับ S ยังล้มเหลว งั้นรีบกางเขตอาคมปิดล้อมที่นี่กันเถอะ
"เดี๋ยวก่อนครับ เคยลองเรียกฮันเตอร์ที่มีสกิลเทเลพอร์ตมาหรือยัง? อะ หรือไม่ก็รวบรวมผู้ตื่นรู้สายควบคุมแรงโน้มถ่วงมายกมันลอยขึ้นไปบนฟ้า..."
ฉันดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อหาเพื่อนร่วมชะตากรรมเพิ่ม
แต่ความพยายามทั้งหมดก็ลงเอยด้วยความล้มเหลว
-เปรี๊ยะ
ข้อสันนิษฐานที่ว่าตัวอักษรบนศิลาอาจสื่อถึงคาบการหมุนรอบตัวเองของโลกกลายเป็นเรื่องไร้สาระไปทันที เมื่อมันเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในเวลาเพียง 21 ชั่วโมงเท่านั้น
"เอ๊ะ?"
เปรี๊ยะ, เปรี้ยะ
"เดี๋ยวสิ เฮ้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หว่า..."
วาบ!
แสงสว่างวาบพุ่งออกมาจากรอยแตกของศิลาที่แหลกละเอียด
และแล้ว การคัดเลือกผู้ท้าชิงก็ได้เริ่มต้นขึ้น
"ว้าย!"
พึ่บ
คนแรกที่โดนเลือกคือซอเอสเธอร์ผู้ยืนอยู่ใกล้ศิลาที่สุด
จะว่าไปก็สมควรอยู่ เพราะยังไงเธอก็เป็นหนึ่งในคนที่ปล่อยพลังเวทสัมผัสกับศิลาไปแล้ว
"หือ?"
คนที่ได้รับเลือกรายถัดมา ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นพนักงานที่ยืนอยู่นอกเส้นกั้นของตำรวจ
ซอนอูยอนยืนตัวแข็งทื่อ มองดูสัญลักษณ์สีแดงที่ลอยขึ้นเหนือศีรษะของตน...
"เวรเอ๊ย"
พึ่บ
ฉันหลับตาปี๋ทันทีที่เห็นสัญลักษณ์แบบเดียวกันปรากฏขึ้นบนตัว
ตามมาด้วยสัมผัสของการเคลื่อนย้ายมิติที่คุ้นเคย
'เหมือนตอนเขาวงกตสีขาวที่ผลักยุนซึงออกไป แล้วโดนจับตัวมาแทนเปี๊ยบเลย'
พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง เบื้องหน้าก็ปรากฏพื้นที่แปลกตาที่ดูยังไงก็ไม่ใช่เกาหลีแน่นอน
แสงไฟสลัว
อิฐเก่าคร่ำครึ
มองไปรอบๆ ดูเหมือนจะเป็นปราสาทในยุคกลางสักแห่ง
ฉันกวาดตามองสมาชิกที่มารวมตัวกันกลางห้อง แล้วก็ตระหนักได้ว่าการคัดเลือกผู้ท้าชิงนี้ไม่ใช่การสุ่มมั่วซั่ว
เพราะรายชื่อคนที่มารวมตัวกัน ดันเป็นสี่คนนี้พอดีเป๊ะ
"เฮ้อ"
ฉัน
ซอเอสเธอร์
ซอนอูยอน
และ...
"...?"
จองฮาซอง
ลองคิดดูดีๆ ฮันเตอร์ที่ถูกเรียกมาจัดการศิลา เริ่มจากระดับ B ในวันแรก ไล่เรียงมาจนถึงระดับ S ในวันนี้
และคนที่มารวมตัวกัน ณ ที่นี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นระดับ S...
นั่นหมายความว่า กลไกของศิลาคือการเลือก 4 คนล่าสุดที่สัมผัสมันสินะ
'อ๋อ... 'คราวนี้' จะเล่นแบบนี้สินะ'
ฉันกำลังวิเคราะห์เวทมนตร์ที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกผู้ท้าชิงอย่างใจเย็น แต่ทันใดนั้นเสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นจากอีกฝั่ง
จองฮาซองเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย? ผมกำลังพิชิตเกตอื่นอยู่แท้ๆ..."
"เกตเหรอคะ?"
"ตายจริง มิน่าล่ะคุณฮาซองถึงมีเลือดติดตัวมาด้วย"
ระดับ S ผมดำรีบยกนาฬิกาขึ้นมาดูทันที
[เกตที่ยังไม่ระบุตัวตน]
[คำอธิบาย : ไม่มีข้อมูลเกต]
[ระดับ : EX]
ตัวอักษรสีน้ำเงินปรากฏขึ้นกลางอากาศ
ภาพแบบนี้... เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ
"ระดับ EX?"
"ต้องเป็นเพราะไอ้ก้อนหินนั่นแน่ๆ ค่ะ! ก่อนพวกเราจะโดนดูดเข้ามา จู่ๆ มันก็แตกแล้วส่องแสงออกมา!"
"สาเหตุมาจากที่ไปจับหินหรือเปล่าครับ...?"
"ผมไม่เคยแตะศิลานั่นโดยตรงนะครับ แค่ใช้สกิลจากระยะไกล"
เหล่าฮันเตอร์เริ่มสนทนากันเพื่อหาสาเหตุที่ถูกลากตัวมา
แต่ทว่าในตอนนั้นเอง
ซอนอูยอนมองดูสมาชิกกลุ่มด้วยสายตาเหม่อลอย ก่อนจะโพล่งออกมา
"ดะ... เดี๋ยวนะคะ ทุกคน"
นัยน์ตาของเธอสั่นระริก
"อย่าบอกนะว่าตอนนี้... เป็นระดับ S กันหมดเลยเหรอคะ?"
พอได้ยินคำนั้น ฉันถึงเพิ่งเข้าใจสถานการณ์
"นอกจากฉันแล้ว... ทุกคนเลยเหรอ?"
นี่มันสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ถ้ามองในมุมของเกาหลี นี่มันอุบัติเหตุร้ายแรงระดับชาติที่ระดับ S ถึง 3 ใน 4 คนหายสาบสูญไปพร้อมกันเลยนะ
"แถมคนที่เหลืออยู่ข้างนอก ดันเป็นไอ้คังชางโฮที่ไร้ประโยชน์คนนั้นซะได้!"
ซอเอสเธอร์ตะโกนลั่นเมื่อนึกขึ้นได้ แต่ปฏิกิริยาเกรี้ยวกราดนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน
เพราะสภาพของผู้ตื่นรู้ที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอนั้น...
"เฮือก ตายแล้ว! ดูหน้าพนักงานคนนี้สิคะ ซีดเผือดไปหมดแล้ว สงสัยจะเมาคลื่นเพราะพวกเราแน่ๆ!"
ซอนอูยอนหน้าซีดไร้สีเลือดจนพูดไม่ออก
สั่นพั่บๆ
แค่ระดับ S คนเดียวก็น่าอึดอัดจะแย่ นี่เล่นมารวมตัวกันถึงสองคน พลังเวทคงกดทับจนแทบหายใจไม่ออกเลยสินะ
'ระดับ B ผู้บริสุทธิ์... ทำไมต้องมาซวยติดร่างแหไปด้วยนะ...'
แต่คนที่น่าสงสารที่สุดในกลุ่มนี้ ก็คือท่านคิมกิรยอผู้นี้ต่างหาก
ฉันคือแกะในคราบหมาป่า
หรือพูดให้ถูกคือ ฉันเป็นแค่ระดับ F ที่รับหน้าที่เป็นชนชั้นล่างสุดของสังคมฮันเตอร์ไงล่ะ
'กรรมของฉันล้วนๆ'
ใช่แล้ว
นี่คือข้อยกเว้นในสัญญาที่ทำไว้กับคังชางโฮ 'การเข้าเกตโดยไม่สมัครใจ'
ทั้งการติดอยู่ในเกตระดับ EX
ทั้งสมาชิกปาร์ตี้ที่มีแต่พวกสัตว์ประหลาด
'รู้งี้ไม่น่าอวดฉลาดแกล้งทำเท่เลย'
ทั้งหมดนี้ไม่ได้มาจากความตั้งใจของฉันเลยสักนิด
---
ในเวลาเดียวกัน
โลกภายนอกกำลังโกลาหลถึงขีดสุด
ตามเวลามาตรฐานกรีนิช ประมาณตี 4 จู่ๆ ฮันเตอร์จำนวนมากก็หายตัวไป แถมศิลาที่ไม่มีใครสัมผัสยังลากประชาชนทั่วไปเข้าไปอย่างไม่เลือกหน้า
"คนธรรมดาเข้าไปในเกต?"
"มีรายงานมาจากอังกฤษ ที่นั่นระดับ D สายตรวจสอบคนเดียวก็..."
"เกาหลีใต้เกิดความโกลาหลเพราะผู้ตื่นรู้ระดับสูงหายไปจำนวนมาก...!"
องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศมองว่าสถานการณ์นี้วิกฤต จึงทำการติดตามและตั้งชื่อเกตระดับ EX ที่เกิดขึ้นทันที
เกตที่ถูกขนานนามว่า 'เขาวงกตเดือนสิบสาม'
[เกตที่ยังไม่ระบุตัวตน]
[คำอธิบาย : ไม่มีข้อมูลเกต]
แต่สำหรับผู้พิชิตที่ติดอยู่ข้างใน พวกเขาไม่ได้รับข้อมูลอัปเดตใดๆ และต้องเผชิญหน้ากับความไม่รู้เพียงลำพัง
'ฮันเตอร์อันดับ 1 และอันดับ 2 มาอยู่ทีมเดียวกัน ถ้าโครงสร้างดันเจี้ยนไม่บังคับให้สู้กันเอง ก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว'
ถึงอย่างนั้น กิรยอก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียสติ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ
โถงขนาดใหญ่
ประตูเหล็กจำนวนมากที่เรียงรายในระยะประชิด
และศิลาจารึกที่ตั้งอยู่ตรงกลาง
"นี่มันเหมือนกับอันที่ตั้งอยู่หน้ามาร์เก็ตเลยไม่ใช่เหรอครับ?"
ระหว่างที่ซอนอูยอนกำลังปรับลมหายใจอยู่มุมห้อง
จองฮาซองและเอสเธอร์ก็เข้าไปตรวจสอบศิลาสีดำนั้น
[ห้าม! ห้ามเกินห้องละ 2 คน จงรวบรวมกุญแจ เวลาจำกัด 86164]
อืม
รู้สึกว่าไวยากรณ์บนศิลามันดูแปร่งๆ ชอบกล...
"หรือว่าในประตูเหล็กพวกนั้น จะมีกุญแจที่ว่าเตรียมไว้ให้เหรอคะ?"
"ไม่รู้สิครับ"
"แล้วห้องต้องเข้าได้แค่ 2 คนเท่านั้น?"
"ถ้าคิดตามปกติ ก็คงเป็นอย่างนั้นแหละครับ"
เหล่าระดับ S ตกลงที่จะลุยเกตหลังจากปรึกษากันสั้นๆ
เวลาจำกัดก็เรื่องหนึ่ง แต่สำหรับสิ่งมีชีวิตอย่างพวกเขา ปัญหาเรื่องความหิวโหยย่อมตามมา
"แบบนี้จะมัวโอ้เอ้ไม่ได้แล้วสิ~"
"ถูกต้องครับ"
"งั้นเริ่มจากส่งทีมลาดตระเวนไปก่อน 2 คนดีไหมคะ? อีก 2 คนรอที่โถงกลาง"
ขณะที่เอสเธอร์กับฮาซองกำลังหารือกัน
กิรยอที่สังเกตการณ์อยู่ก็เดินเข้าไปทักคนที่อยู่ตรงมุมห้อง
"ดีขึ้นหรือยังครับ?"
ซอนอูยอนพยักหน้าเงียบๆ
"ค่ะ ขอบคุณที่ช่วยดูแลนะคะ ตอนนี้เริ่มดีขึ้นเร็วมากเลย..."
พนักงานสมาคมฯ เริ่มปรับตัวเข้ากับคลื่นพลังเวทรอบข้างได้แล้ว
คิมกิรยอจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
อธิบายคร่าวๆ ว่าเกตนี้มีข้อจำกัดอะไร พวกเขาวางแผนกันยังไง อะไรทำนองนั้น
"อ๋า... ขอบคุณค่ะ"
นี่เหรอความแตกต่างระหว่างฮันเตอร์ชั้นยอดกับผู้ตื่นรู้ทั่วไป?
ซอนอูยอนรู้สึกนับถือในท่าทีที่ไม่ตื่นตระหนกของเขา ทั้งที่ถูกลากตัวมากะทันหัน
แถมคิมกิรยอยังสมกับเป็นระดับ S เพราะแม้จะเข้าใกล้ขนาดนี้ เธอกลับไม่สัมผัสถึงพลังเวทกดดันจากเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
'คนเดียวที่ทำให้รู้สึกหายใจโล่ง...'
ในสถานการณ์แบบนี้ ฮันเตอร์คนนี้ช่างเป็นที่พึ่งได้จริงๆ ซอนอูยอนแอบคิดในใจ
"ถ้าต้องแบ่งทีมละ 2 คน จะจัดทีมยังไงดีคะ?"
แต่หลังจากนั้นไม่นาน
เมื่อผู้ตื่นรู้ทั้งสี่มารวมตัวเพื่อหารือ
คิมกิรยอก็ประกาศจุดยืนชัดเจนกลางวง
ตัวเขากับเอสเธอร์
จองฮาซองกับซอนอูยอน
เขาเสนอให้แบ่งกลุ่มตามนี้
ระหว่างอันดับ 1 กับระดับ S คนที่ 4 เคยมีเรื่องราวกันมาเยอะ การจะเลี่ยงจองฮาซองก็พอเข้าใจได้ แต่...
ปัญหาคือจะเอายังไงกับระดับ B
ซอนอูยอนดูท่าทางอยากจะไปกับฮันเตอร์ที่เธอรู้สึกสบายใจด้วย แต่กิรยอไม่สามารถตามใจเธอได้
'ให้ SS คู่กับ BF มันดูไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่ไหม?'
ความจริงแล้ว การที่เขาจับคู่กับซอนอูยอนต่างหาก คือหายนะของจริง
"พนักงานคนนี้ให้ไปกับอันดับ 1 น่าจะดีกว่าไหมครับ?"
"คะ?"
"ในที่นี้ คุณจองฮาซองมีประสบการณ์พิชิตเกตมากที่สุด น่าจะรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้เชี่ยวชาญกว่า"
"..."
"สถานการณ์แบบนี้ เชื่อมือฮันเตอร์ที่มีผลงานเยอะๆ ไว้ก่อนน่าจะดีกว่านะครับ"
กิรยอพยายามหว่านล้อมอย่างสุดความสามารถ
ไม่นานทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย
ยังไงซะ การจัดทีมตอนนี้ก็เปลี่ยนได้ตลอดตามสถานการณ์อยู่แล้ว
"เข้าใจแล้วครับ"
"ฝากตัวด้วยนะคะ"
"ค่ะ!"
ด้วยเหตุนี้ ผู้ท้าชิงทั้ง 4 จึงแบ่งทีมเป็น 2 ต่อ 2 ตามกฎของเกต
และเริ่มการพิชิต 'เขาวงกตเดือนสิบสาม' อย่างเป็นทางการ
'เฮ้อ! เกือบไปแล้วไหมล่ะ'
ระดับ F บางคนลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกทันทีที่ได้เพื่อนร่วมทาง
วีรบุรุษแห่งชาติ? ของพรรค์นั้นไม่จำเป็นหรอก
ไม่ว่าจะที่ 1 หรือที่ 2 ขอแค่เป็นคนที่ปกป้องฉันได้ก็ประเสริฐที่สุดแล้ว
'ถ้าได้เข้าห้องไปกับเอสเธอร์สองต่อสอง ฉันจะอ้างสารพัดเหตุผลเพื่อโดดการต่อสู้ให้ดู'
หึหึหึ
คิมกิรยอวางแผนในใจอย่างยิ้มแย้ม
ช่างเป็นความคิดที่โง่เขลา
-แกร๊ก!
ต่อให้ดีใจที่ได้ระดับ S มาคุ้มกะลาหัว แต่ก็ไม่ควรลืมว่าที่นี่คือต่างมิติที่เต็มไปด้วยอันตราย
"เอ๊ะ"
"หือ?"
แกร๊ก?
เหล่าฮันเตอร์รีบหันขวับไปตามเสียงที่ดังมาจากพื้น
แต่มันสายไปเสียแล้ว
เสียงนั้นคือเสียงจองฮาซองผู้ยืนอยู่หน้าสุดเหยียบโดนกับดัก และมันคือกลไกเวทมนตร์ที่ชาวโลกไม่อาจต้านทาน
"เดี๋ยวสิ ดันเจี้ยนบ้าอะไรเล่นตุกติกตั้งแต่เริ่ม...!"
สิ้นเสียงโวยวายอันน่าเวทนาของกิรยอ
ฮันเตอร์ทั้งสองที่ถูกวงเวทกลืนกินก็หายวับไปในพริบตา
---
ตุบ
พอลืมตาขึ้น ภาพบรรยากาศชวนสยองก็ปรากฏแก่สายตา
ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ขนาดไม่เกิน 3 พยอง (ประมาณ 10 ตร.ม.) ที่ด้านหน้าถูกปิดกั้นด้วยลูกกรงเหล็ก
ถ้าเมื่อกี้คือปราสาทเก่าแก่ ที่นี่ก็คงเป็นคุกใต้ดินของปราสาทนั่นแหละ
"แค่กๆ"
คิมกิรยอลุกขึ้นพลางนึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ประมาทไปเพียงเสี้ยววินาที
แต่เรื่องน่าเสียใจมันยังไม่จบแค่นั้น
เพราะนี่คือกับดักที่ขัง '2 คน' ไว้ในพื้นที่แยกต่างหาก
"..."
"..."
กิรยอสบตากับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย
"อะ... สวัสดีครับ"
กิรยอลืมแผนข่มขวัญที่เตรียมไว้เสียสนิท และเอ่ยทักทายฮันเตอร์จองฮาซองอย่างสุภาพชน
เวลดัน, มีเดียม, แรร์
ทำไมสมองบ้านี่ต้องนึกถึงศัพท์พวกนี้ในเวลาแบบนี้ด้วยฟะ