ในขณะที่คิมกิรยอกำลังจินตนาการถึงวาระสุดท้ายของตัวเองด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากฝั่งตรงข้าม
“สวัสดีครับ”
เป็นประโยคที่ไม่ได้ต่างไปจากทางเลือกของเขาเท่าไหร่นัก
ระดับเสียงใกล้เคียงกัน ความเร็วในการพูดก็พอๆ กัน
แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความต่างของเส้นเสียงที่ติดตัวมาแต่กำเนิดหรือเปล่า น้ำเสียงของอีกฝ่ายถึงได้รู้สึกแตกต่างจากของฉันอย่างสิ้นเชิง
ทั้ง [ค่าการตื่นรู้] ที่มหาศาล และน้ำเสียงที่ไพเราะ
คนที่มีพร้อมทุกอย่างขนาดนี้ ถ้ามีความเข้าใจเพื่อนมนุษย์กว้างใหญ่ดั่งมหาสมุทรด้วยก็คงจะดีหรอก
---
“เรื่องบทสัมภาษณ์คราวก่อน ผมขอโทษด้วยครับ ที่จู่ๆ ก็ไปออกทีวีแล้วพูดแบบนั้น คุณคงตกใจน่าดู ผมเลยอยากถือโอกาสนี้ขอโทษครับ”
หือ?
“จะว่ายังไงดี ตอนนั้นผมคงเข้าใจคุณคิมกิรยอผิดไปหน่อย คือ... เอาตรงๆ ผมไม่รู้เลยว่าคุณปิดบัง [ค่าการตื่นรู้] ตามคำสั่งของประธานสมาคม”
ห๊ะ?
“แต่พูดไปก็คงเป็นแค่คำแก้ตัว ตอนนั้น... ผมได้ยินแค่ว่าฮันเตอร์เป็นระดับ S ก็เลยรู้สึกเหมือนโดนหักหลังขึ้นมาดื้อๆ คิดไปเองว่าถ้าเก่งขนาดนั้นทำไมไม่มาช่วยกันบ้างก่อนที่ผมจะร่างกายพัง พาลคิดด้วยจิตใจที่บิดเบี้ยวไปว่า...”
หาาา?
อะไรกันเนี่ย? หรือว่าคำอธิษฐานเมื่อกี้จะได้ผลจริงๆ?
หลังจากถูกขังในคุกแยกเดี่ยวมาได้ 5 นาที
คิมกิรยอกำลังเผชิญกับบทสนทนาที่เหนือความคาดหมาย
จะไม่ให้งงได้ยังไง ในเมื่อจองฮาซองพอได้อยู่กันตามลำพังปุ๊บ ก็ก้มหัวขอโทษปั๊บ...!
‘ที่... ที่ให้สัมภาษณ์โจมตีกันตอนนั้น เป็นเพราะเหตุผลนี้เองเรอะ?’
ฮันเตอร์ระดับ S ผมดำคนนั้น คงมีความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามาตอนที่เห็นคิมกิรยอจัดการกับ ‘ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง’ ได้
เริ่มแรกคือความดีใจที่มอนสเตอร์ถูกกำจัด
ต่อมาคือความคาดหวังว่าคิมกิรยอจะเริ่มออกปฏิบัติการจริงจังเสียที
และสุดท้ายคือความรู้สึกเหมือนโดนหักหลัง เมื่อรู้ความจริงว่าเขาคือระดับ S คนที่ 4 ที่ซ่อนตัวอยู่
ผู้ชายที่เคยบอกให้เขาอย่าฝืนตัวเองและแนะนำให้ไปรักษาตัว แท้จริงแล้วคือระดับ S ที่แกล้งทำตัวเป็นระดับ F เป็นใครก็คงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
‘ก็จริงของมัน ถ้ามีระดับ S อีกคนมาช่วยแบ่งเบาภาระ หมอนนี่ก็คงไม่ต้องทำงานหนักจนตัวตายขนาดนั้น...’
เพราะงั้นจองฮาซองเลยประกาศสงครามว่าจะแฉตัวตนของคิมกิรยอ
แต่สถานการณ์หลังจากนั้น ก็อย่างที่เห็น
“ขอโทษครับ”
จองฮาซองกล่าวขอโทษอย่างจริงใจ โดยบอกว่าไม่นึกเลยว่าคุณจะมีเหตุผลจำเป็นแบบนั้น
ดูเหมือนว่าชาวโลกคนนี้จะปักใจเชื่อคำแก้ตัวห่วยๆ ของตาแก่ประธานสมาคมเข้าอย่างจัง...
‘รอดแล้วโว้ย!’
โชคดีเป็นบ้า
ขืนคำแก้ตัวที่เตี๊ยมไว้กับประธานสมาคมใช้ไม่ได้ผล ป่านนี้ฉันคงกลายเป็นเถ้าถ่านด้วยเปลวเพลิงของระดับ S ไปแล้ว
“ช่างเถอะ เรื่องแค่นั้นเอง”
กิรยอรับคำขอโทษของอีกฝ่ายไว้อย่างหน้าด้านๆ
พริบตานั้น สีหน้าของจองฮาซองก็ดูสดใสขึ้นเล็กน้อย
แววตาที่ไร้ซึ่งความเป็นศัตรูโดยสิ้นเชิงนั่นมันอะไรกัน
นี่ใช่คนเดียวกับที่จะฆ่าจะแกงกันเพราะหาว่าไปขวางงานจริงดิ?
‘อะ อะไรวะ? รู้สึกเหมือนพิษร้ายมันจางหายไปหมดเลยแฮะ’
กิรยอมึนงงไปชั่วขณะกับท่าทีที่ว่าง่ายของจองฮาซอง แต่เขาก็ไม่ได้เก็บมาคิดนาน
อีกฝ่ายคือฮันเตอร์ที่พักรักษาตัวมาหลายเดือนเพิ่งจะกลับมาทำงาน
เพราะงั้นสถานการณ์ระดับนี้ก็พอจะเข้าใจได้
‘เจ้านี่ พอได้ไปพักผ่อนในที่อากาศดีๆ คงลืมเรื่องที่ฉันเคยตลบหลังไปจนหมดสิ้นแล้วสินะ’
งั้นก็เข้าเรื่องเลยดีกว่า
ในเมื่อข้ามภูเขาลูกใหญ่ที่ชื่อว่าความบาดหมางกับจองฮาซองมาได้แล้ว จะมีอะไรให้ต้องกลัวอีก
พวกเขาไม่รอช้า เริ่มหาทางออกจากกับดักทันที
วิเคราะห์สถานที่ที่ถูกขังและหาทางทำลายมัน
กึก กึก
“ก่อนอื่น พิกัดดูเหมือนจะไม่ไกลจากที่เดิมเท่าไหร่...”
“เดี๋ยวผมจะลองละลายกรงเหล็กดูครับ”
“อย่า อยู่เฉยๆ”
ที่นี่เป็นดันเจี้ยนระดับ EX กับดักพวกนี้เลยทำให้นึกถึงพวกเกมปริศนา
เหมือนกำลังทดสอบสติปัญญาของสิ่งมีชีวิต
คุกปริศนาที่มีคำใบ้ไม่กี่อย่างกับองค์ประกอบไม่กี่ชิ้นวางเรียงราย
‘ตัวเลขเป็นคีย์เวิร์ดอีกแล้วเหรอ?’
จองฮาซองมองดูโครงสร้างที่อยู่กลางห้องแล้วเอียงคอสงสัย
ถังทรงกลมที่เปิดโล่งด้านบน
ดูคล้ายกับถังตักน้ำสมัยก่อนยังไงชอบกล...
[3.5]
บนวัตถุเตี้ยๆ นั่นมีตัวเลขเขียนอยู่
นอกจากนั้นก็ไม่พบจุดผิดปกติอื่นใดอีก สถานการณ์เลยดูยากจะเข้าใจสุดๆ
แต่ไม่เป็นไร
เพราะที่นี่มีจอมมหาเวทผู้มองทะลุโครงสร้างของ [อุปกรณ์เวท] ได้ในปราดเดียวอยู่
จอมเวทตาไวอย่างเขาสามารถข้ามขั้นตอนระหว่างกลางและพุ่งตรงไปสู่คำตอบได้ทันที
“อ๋อ”
กิรยอล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท
มันคือซองกันชื้นเล็กๆ ที่มักจะแถมมากับเสื้อผ้าใหม่
“สารดูดความชื้น?”
ฟิ้ว
กิรยอโยนขยะชิ้นนั้นลงไปบนแท่น
ทันใดนั้น ตัวเลขสีแดงฉานที่อยู่บนเสาก็ขยับยุกยิกเปลี่ยนเป็นรูปร่างอื่น
[3.49]
การกระทำเมื่อครู่ทำให้ตัวเลขเปลี่ยนไป
“ทำอะไรน่ะครับ?”
“เช็คการทำงาน ปริศนาเรื่องน้ำหนักสินะ”
“อ๊ะ...!”
“ไหนดูซิ จากตัวเลขที่เปลี่ยนไป ดูท่าหน่วยวัดคงเป็นกิโลกรัม”
พอได้ยินแบบนั้น จองฮาซองก็ดูเหมือนจะเริ่มจับทางวิธีออกจากคุกได้แล้ว
“หรือว่าถ้าทำให้ได้ 3.5 กิโลกรัม กรงเหล็กถึงจะเปิดเหรอครับ?”
กิรยอปรายตามองคำพูดนั้นด้วยแววตาดำมืด
“ต้องทำให้ตรงเป๊ะถึงทศนิยมสองตำแหน่งข้างหลังเลยต่างหาก ถ้าหนักเกินน่าจะโดนบทลงโทษทันที”
“บทลงโทษ?”
ตามมาด้วยคำอธิบายสั้นๆ
“ห้องนี้... เห็นโล่งๆ แบบนี้ แต่ในกำแพงมีอาวุธซ่อนอยู่เพียบเลยนะ”
“…!”
“เพราะงั้นระวังตัวด้วย แน่นอนว่าห้ามใช้สกิลเด็ดขาด ตอนนั้นกับดักก็จะทำงานเหมือนกัน”
ก๊อก ก๊อก
กิรยอเคาะผนังคุกที่มีรอยด่างดำ
แถมปัญหายังไม่ใช่แค่นั้น
เรื่องเกิน 3.5 กิโลกรัมเอาไว้ก่อน เอาแค่จะหาของมาให้ถึงตัวเลขนั้นก็มืดแปดด้านแล้ว
“ในบรรดาของที่เราถืออยู่ตอนนี้ ของที่จะเอาน้ำหนักมาเทียบได้มัน...”
ถ้าเอาเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ทั้งหมดไปชั่ง รวมๆ กันก็น่าจะได้สัก 2 กิโลกรัมมั้ง?
แต่ส่วนที่เหลือจะทำยังไงล่ะ
ครู่ต่อมา จองฮาซองพยายามจะหยิบโพชั่นออกมาเพื่อถ่วงน้ำหนักให้ครบ แต่ทว่า...
“อึก?”
สีหน้าของระดับ S แข็งค้างไป
‘เปิด [ไอเทมบ็อกซ์] ไม่ได้สินะ’
ข้าวของสัมภาระส่วนใหญ่ของเขาถูกขังไว้ในกล่องมิติเสียแล้ว
“ทำไมจู่ๆ...!”
“รอบๆ นี้มีการบิดเบือนมิติที่รุนแรง [ไอเทมบ็อกซ์] เลยเจ๊งไปด้วย ต้องออกไปข้างนอกถึงจะใช้ได้”
ห้ามใช้สกิล
ห้ามใช้ [ไอเทมบ็อกซ์]
พอมีข้อจำกัดเพิ่มเข้ามา ก็กลายเป็นคุกที่น่ารำคาญไม่น้อยเลยทีเดียว
“เฮ้อ”
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ไม่เห็นต้องทำหน้าเศร้าขนาดนั้นเลยนี่
“นี่ ถึงจะเปิด [ไอเทมบ็อกซ์] ได้ ฉันก็ไม่แตะของของนายหรอก”
“ครับ?”
“ของที่นายพกอยู่ก็น่าจะมีแต่ของเกรดพรีเมียมทั้งนั้น ใครจะเอามาใช้กับที่พรรค์นี้เล่า ต้องเอามาทุบละเอียด เอามาแบ่งส่วน... เฮ้อ ช่างเถอะ”
มันต้องมีวิธีที่มีประสิทธิภาพกว่านั้นสิ
‘เอาไงดี หรือจะยอมเสี่ยงโดนบทลงโทษแล้วใช้เวทมนตร์ดีนะ?’
ตอนนั้นเอง
ในขณะที่กำลังขบคิดวิธีแก้กับดัก ความคิดหนึ่งก็แล่นผ่านสมองของกิรยอ
“อ๊ะ! แบบนั้นก็ได้นี่นา”
“ครับ?”
และเพื่อที่จะดำเนินการตามวิธีที่เพิ่งคิดได้ เขาจำเป็นต้องใช้ของมีคม
อะไรที่คมกริบยิ่งกว่า [ลิ่มกรีดร้อง] ที่ทื่อๆ นั่น
“จองฮาซอง”
ฮันเตอร์ผมทองเลื่อนสายตาลงไปยังเอวของอีกฝ่าย
“ช่วยหน่อยได้ไหม?”
ตรงนั้นมีดาบยาวสีแดงชาดที่วีรบุรุษพกติดตัวอยู่เสมอแขวนอยู่
---
ในขณะเดียวกัน
นอกคุก
“แบบนี้ไม่ได้การแล้วค่ะ!”
ตอนนี้ซอเอสเธอร์และซอนอูยอนแทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้
ไม่นึกเลยว่าระดับ S สองคนจะหายตัวไปอีกครั้ง
พวกเธอไม่มีวิธีติดตามคนที่หายไป และเพื่อไม่ให้โดนกับดักใหม่เล่นงาน จึงได้แต่รออยู่ในโถง...
แต่ตอนนี้จะให้รอเฉยๆ คงไม่ได้แล้ว
เพราะคนที่หายไปไม่กลับมาตั้ง 30 นาทีแล้ว
‘มันแปลกๆ! ตัดเรื่องสถานะระดับ S ออกไป คิมกิรยอก็เป็นนักประเมินที่มีความสามารถขนาดผ่านบททดสอบของกิลด์เราได้เชียวนะ!’
ความกังวลถาโถมเข้ามา
เอสเธอร์กับซอนอูยอนทนไม่ไหวจนต้องลุกขึ้นยืน
จากนี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเธอตั้งใจจะค้นทุกประตูเหล็กเพื่อตามหาเพื่อนร่วมทีม
เอี๊ยดดดด, เคร้ง!
แต่ในจังหวะนั้น
จู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ประตูเหล็กบานหนึ่งในแปดบานที่เชื่อมต่อกับโถงได้เปิดอ้าออก
“เอ๊ะ?”
ไม่นานนัก ฮันเตอร์สองคนก็เดินออกมาจากประตูเหล็กที่เปิดออก
คนหนึ่งคืออันดับ 1 ของเกาหลีที่พวกเธอรู้จักดี และอีกคนคือระดับ S คนที่สี่ที่ตกลงไปในกับดักเดียวกัน
“คุณกิรยอ!”
“คุณพระช่วย!”
ชายหนุ่มผมทองชูกุญแจในมือให้ดูพร้อมเสียงกระทบกันกรุ๊งกริ๊ง
“ขอโทษที่มาช้าครับ”
ดูภายนอกแล้ว คิมกิรยอแทบไม่ต่างจากตอนที่ตกลงไปในกับดักเลย
เรียกว่าผมเผ้าไม่มีกระดิก
แม้แต่เสื้อโค้ทตัวยาวที่ติดกระดุมครบทุกเม็ดก็ยังไม่มีฝุ่นจับแม้แต่นิดเดียว
“จริงสิ พอแก้กับดักออกมาได้ ก็มีกุญแจดอกนี้แขวนอยู่ด้านในประตู...”
แต่ทำไมกันนะ คนในโถงกลับไม่มีสมาธิจดจ่อกับบทสนทนาต่อจากนั้นเลย
“เอ่อ?”
นั่นก็เพราะ ด้านหลังฮันเตอร์ระดับ F คนนั้น มีจองฮาซองที่หน้าซีดเผือกยืนอยู่
“ฮันเตอร์จองฮาซอง! ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?”
“คุณ... คุณกิรยอ ตกลงไปเจอกับดักแบบไหนมาคะเนี่ย? มันอันตรายมากเลยเหรอ?”
พอพวกเธอถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง คิมกิรยอก็เริ่มอธิบายอย่างฉะฉาน
กับดักที่เขาไปติดคือปริศนาที่ต้องใส่น้ำหนักให้ครบตามกำหนดลงในอุปกรณ์บางอย่าง
น้ำหนักเกณฑ์คือประมาณ 3 กิโลกรัม แล้วก็มีบลาๆๆ
“เดี๋ยวนะคะ แล้วทำไมคุณฮาซองถึงมีสภาพแบบนั้นล่ะ?”
จากประโยคที่เล่ามาทั้งหมด ยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมจองฮาซองถึงทำหน้าเหมือนคนใกล้ตายแบบนั้น
เอสเธอร์จึงถามหาคำอธิบายเพิ่มเติม
“อ๋อ นั่นน่ะเหรอ”
คิมกิรยอเปิดปากพูดเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย
“ตอนอยู่ข้างในผมต้องกล่อมเขาแทบตาย เชื่อไหม ผมบอกว่าจะช่วยให้หลุดจากกับดักทันที แต่เขาก็ไม่ยอมให้ความร่วมมือเลย...”
“คะ?”
“สกิลก็ใช้ไม่ได้ [ไอเทมบ็อกซ์] ก็ใช้ไม่ได้ งั้นจะให้สร้างน้ำหนัก 3.5 กิโลกรัมด้วยมือเปล่ายังไงล่ะครับ?”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ผมก็แค่เสนอวิธีที่ทำให้ออกมาได้เร็วที่สุด”
วิธีที่ทำให้ออกมาได้เร็วที่สุด?
“ยังไงมนุษย์ก็พกมวลติดตัวอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วนี่”
ตอนที่ได้ยินประโยคนี้ เอสเธอร์ยังจับใจความสำคัญไม่ได้
“สุดท้ายผมก็ใช้น้ำหนักจากร่างกายผมนี่แหละ แต่ไม่รู้ทำไมถึงต้องเอะอะโวยวายขนาดนั้นด้วย”
แต่พอคำอธิบายเสริมยาวขนาดนี้ ต่อให้เป็นคนหัวช้าแค่ไหนก็ต้องเริ่มเอะใจ
“คุณใช้อะไรถ่วงน้ำหนักนะคะ?”
“ร่างกายครับ”
“….”
“แขนขวาครับ”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ
เอสเธอร์และซอนอูยอนเข้าใจความหมายของสิ่งที่อีกฝ่ายพูดแล้วหน้าถอดสี แต่คิมกิรยอกลับพูดต่อด้วยน้ำเสียงจืดชืด
“แต่ทำคนเดียวมันเตรียมการยาก ผมเลยให้จองฮาซองช่วยแค่นั้นเอง”
“….”
“ฮันเตอร์คนนั้นน่ะ ปกติก็ใช้ดาบคล่องอยู่แล้วนี่นา”
แถมพอได้ยินแบบนี้ สาเหตุที่ฮีโร่ของประชาชนดูช็อกขนาดนั้นก็ยิ่งชัดเจน
“นี่คุณบังคับให้จองฮาซองทำบ้าอะไรลงไปคะ!”
เอสเธอร์ตะโกนถามด้วยความตกตะลึง
แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีสีหน้าเปลี่ยนไปเลย
เพราะเขาคิดจากใจจริงว่าวิธีพิชิตเกมของตนไม่มีปัญหาอะไร
‘อะไรวะ ก็แค่แขน ราดโพชั่นเดี๋ยวก็ต่อติดแล้ว ทำไมต้องตื่นตูมกันขนาดนี้ด้วย จริงๆ เลย พวกมนุษย์ถ้ำพวกนี้ไม่รู้จักระบบคำนวณกำไรขาดทุนหรือไงนะ’
สะดุ้ง!
พอกิรยอเผลอหันกลับไปมอง ฮาซองที่ยืนอยู่ข้างหลังก็สะดุ้งโหยง
พอเห็นแบบนั้น ฮันเตอร์ระดับ F ก็เริ่มลงมือทันที
เขาเดินดุ่มๆ เข้าไปหาจองฮาซองแล้วแบมือให้ดู
“นี่ จองฮาซอง”
จากนั้นชายผมทองก็พูดด้วยความหงุดหงิด
“ดูสิ แขนก็ปกติดีใช่ไหม? เพราะงั้นเลิกโกรธแล้วก็หายงอนได้แล้วน่า”
“….”
“เมื่อกี้มันไม่มีทางเลือกนี่นา ขืนอยู่เฉยๆ เราคงอดตายหรือไม่ก็โดนอาวุธในกำแพงแทงตายกันพอดี”
แต่ทว่า
พอสังเกตสีหน้าของฮาซองที่อยู่ตรงหน้า เขาก็เห็นแง่มุมอื่นซ่อนอยู่
“อ้าว? อะไรเนี่ย เมื่อกี้เห็นขึ้นเสียง นึกว่าโกรธซะอีก...”
วูบ
กิรยอก้มตัวลงไปจ้องหน้าชาวโลกผู้นั้น แล้วก็ได้ข้อสรุปอย่างหนึ่ง
“นี่นาย... กำลังกลัวอยู่เหรอ?”
สิ่งมีชีวิตที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารบนดาวดวงนี้กำลังตกอยู่ในความหวาดกลัวเนี่ยนะ
“ทำไมอ่ะ?”
น้ำหนักฉันก็เป็นคนจัดการ เรื่องรักษาก็จัดการเอง ระดับ S คนนั้นไม่ได้เสียผลประโยชน์อะไรเลยสักนิด
กิรยอถามด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจจริงๆ
แต่ไม่มีคำตอบกลับมา
ฮันเตอร์ฝ่ายตรงข้ามนิ่งเงียบกริบ ราวกับหนูที่ถูกงูรัดคอจนหายใจไม่ออก
จองฮาซองกำลังจมดิ่งอยู่ในความหวาดกลัวอย่างไม่น้อย เพราะต้องเผชิญหน้ากับพฤติกรรมสุดโต่งของมนุษย์ต่างดาวแบบจังๆ
“ขอโทษครับ ขอเวลาผมสงบสติอารมณ์สักครู่...”
สรุปคือ จอมมหาเวทคนหนึ่งได้เผลอไปข่มขู่จอมเวทคนนี้เข้าโดยไม่ได้ตั้งใจเสียแล้ว