Cover

113

ในขณะที่คิมกิรยอกำลังจินตนาการถึงวาระสุดท้ายของตัวเองด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากฝั่งตรงข้าม

“สวัสดีครับ”

เป็นประโยคที่ไม่ได้ต่างไปจากทางเลือกของเขาเท่าไหร่นัก

ระดับเสียงใกล้เคียงกัน ความเร็วในการพูดก็พอๆ กัน

แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความต่างของเส้นเสียงที่ติดตัวมาแต่กำเนิดหรือเปล่า น้ำเสียงของอีกฝ่ายถึงได้รู้สึกแตกต่างจากของฉันอย่างสิ้นเชิง

ทั้ง [ค่าการตื่นรู้] ที่มหาศาล และน้ำเสียงที่ไพเราะ

คนที่มีพร้อมทุกอย่างขนาดนี้ ถ้ามีความเข้าใจเพื่อนมนุษย์กว้างใหญ่ดั่งมหาสมุทรด้วยก็คงจะดีหรอก

---

“เรื่องบทสัมภาษณ์คราวก่อน ผมขอโทษด้วยครับ ที่จู่ๆ ก็ไปออกทีวีแล้วพูดแบบนั้น คุณคงตกใจน่าดู ผมเลยอยากถือโอกาสนี้ขอโทษครับ”

หือ?

“จะว่ายังไงดี ตอนนั้นผมคงเข้าใจคุณคิมกิรยอผิดไปหน่อย คือ... เอาตรงๆ ผมไม่รู้เลยว่าคุณปิดบัง [ค่าการตื่นรู้] ตามคำสั่งของประธานสมาคม”

ห๊ะ?

“แต่พูดไปก็คงเป็นแค่คำแก้ตัว ตอนนั้น... ผมได้ยินแค่ว่าฮันเตอร์เป็นระดับ S ก็เลยรู้สึกเหมือนโดนหักหลังขึ้นมาดื้อๆ คิดไปเองว่าถ้าเก่งขนาดนั้นทำไมไม่มาช่วยกันบ้างก่อนที่ผมจะร่างกายพัง พาลคิดด้วยจิตใจที่บิดเบี้ยวไปว่า...”

หาาา?

อะไรกันเนี่ย? หรือว่าคำอธิษฐานเมื่อกี้จะได้ผลจริงๆ?

หลังจากถูกขังในคุกแยกเดี่ยวมาได้ 5 นาที

คิมกิรยอกำลังเผชิญกับบทสนทนาที่เหนือความคาดหมาย

จะไม่ให้งงได้ยังไง ในเมื่อจองฮาซองพอได้อยู่กันตามลำพังปุ๊บ ก็ก้มหัวขอโทษปั๊บ...!

‘ที่... ที่ให้สัมภาษณ์โจมตีกันตอนนั้น เป็นเพราะเหตุผลนี้เองเรอะ?’

ฮันเตอร์ระดับ S ผมดำคนนั้น คงมีความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามาตอนที่เห็นคิมกิรยอจัดการกับ ‘ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง’ ได้

เริ่มแรกคือความดีใจที่มอนสเตอร์ถูกกำจัด

ต่อมาคือความคาดหวังว่าคิมกิรยอจะเริ่มออกปฏิบัติการจริงจังเสียที

และสุดท้ายคือความรู้สึกเหมือนโดนหักหลัง เมื่อรู้ความจริงว่าเขาคือระดับ S คนที่ 4 ที่ซ่อนตัวอยู่

ผู้ชายที่เคยบอกให้เขาอย่าฝืนตัวเองและแนะนำให้ไปรักษาตัว แท้จริงแล้วคือระดับ S ที่แกล้งทำตัวเป็นระดับ F เป็นใครก็คงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

‘ก็จริงของมัน ถ้ามีระดับ S อีกคนมาช่วยแบ่งเบาภาระ หมอนนี่ก็คงไม่ต้องทำงานหนักจนตัวตายขนาดนั้น...’

เพราะงั้นจองฮาซองเลยประกาศสงครามว่าจะแฉตัวตนของคิมกิรยอ

แต่สถานการณ์หลังจากนั้น ก็อย่างที่เห็น

“ขอโทษครับ”

จองฮาซองกล่าวขอโทษอย่างจริงใจ โดยบอกว่าไม่นึกเลยว่าคุณจะมีเหตุผลจำเป็นแบบนั้น

ดูเหมือนว่าชาวโลกคนนี้จะปักใจเชื่อคำแก้ตัวห่วยๆ ของตาแก่ประธานสมาคมเข้าอย่างจัง...

‘รอดแล้วโว้ย!’

โชคดีเป็นบ้า

ขืนคำแก้ตัวที่เตี๊ยมไว้กับประธานสมาคมใช้ไม่ได้ผล ป่านนี้ฉันคงกลายเป็นเถ้าถ่านด้วยเปลวเพลิงของระดับ S ไปแล้ว

“ช่างเถอะ เรื่องแค่นั้นเอง”

กิรยอรับคำขอโทษของอีกฝ่ายไว้อย่างหน้าด้านๆ

พริบตานั้น สีหน้าของจองฮาซองก็ดูสดใสขึ้นเล็กน้อย

แววตาที่ไร้ซึ่งความเป็นศัตรูโดยสิ้นเชิงนั่นมันอะไรกัน

นี่ใช่คนเดียวกับที่จะฆ่าจะแกงกันเพราะหาว่าไปขวางงานจริงดิ?

‘อะ อะไรวะ? รู้สึกเหมือนพิษร้ายมันจางหายไปหมดเลยแฮะ’

กิรยอมึนงงไปชั่วขณะกับท่าทีที่ว่าง่ายของจองฮาซอง แต่เขาก็ไม่ได้เก็บมาคิดนาน

อีกฝ่ายคือฮันเตอร์ที่พักรักษาตัวมาหลายเดือนเพิ่งจะกลับมาทำงาน

เพราะงั้นสถานการณ์ระดับนี้ก็พอจะเข้าใจได้

‘เจ้านี่ พอได้ไปพักผ่อนในที่อากาศดีๆ คงลืมเรื่องที่ฉันเคยตลบหลังไปจนหมดสิ้นแล้วสินะ’

งั้นก็เข้าเรื่องเลยดีกว่า

ในเมื่อข้ามภูเขาลูกใหญ่ที่ชื่อว่าความบาดหมางกับจองฮาซองมาได้แล้ว จะมีอะไรให้ต้องกลัวอีก

พวกเขาไม่รอช้า เริ่มหาทางออกจากกับดักทันที

วิเคราะห์สถานที่ที่ถูกขังและหาทางทำลายมัน

กึก กึก

“ก่อนอื่น พิกัดดูเหมือนจะไม่ไกลจากที่เดิมเท่าไหร่...”

“เดี๋ยวผมจะลองละลายกรงเหล็กดูครับ”

“อย่า อยู่เฉยๆ”

ที่นี่เป็นดันเจี้ยนระดับ EX กับดักพวกนี้เลยทำให้นึกถึงพวกเกมปริศนา

เหมือนกำลังทดสอบสติปัญญาของสิ่งมีชีวิต

คุกปริศนาที่มีคำใบ้ไม่กี่อย่างกับองค์ประกอบไม่กี่ชิ้นวางเรียงราย

‘ตัวเลขเป็นคีย์เวิร์ดอีกแล้วเหรอ?’

จองฮาซองมองดูโครงสร้างที่อยู่กลางห้องแล้วเอียงคอสงสัย

ถังทรงกลมที่เปิดโล่งด้านบน

ดูคล้ายกับถังตักน้ำสมัยก่อนยังไงชอบกล...

[3.5]

บนวัตถุเตี้ยๆ นั่นมีตัวเลขเขียนอยู่

นอกจากนั้นก็ไม่พบจุดผิดปกติอื่นใดอีก สถานการณ์เลยดูยากจะเข้าใจสุดๆ

แต่ไม่เป็นไร

เพราะที่นี่มีจอมมหาเวทผู้มองทะลุโครงสร้างของ [อุปกรณ์เวท] ได้ในปราดเดียวอยู่

จอมเวทตาไวอย่างเขาสามารถข้ามขั้นตอนระหว่างกลางและพุ่งตรงไปสู่คำตอบได้ทันที

“อ๋อ”

กิรยอล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท

มันคือซองกันชื้นเล็กๆ ที่มักจะแถมมากับเสื้อผ้าใหม่

“สารดูดความชื้น?”

ฟิ้ว

กิรยอโยนขยะชิ้นนั้นลงไปบนแท่น

ทันใดนั้น ตัวเลขสีแดงฉานที่อยู่บนเสาก็ขยับยุกยิกเปลี่ยนเป็นรูปร่างอื่น

[3.49]

การกระทำเมื่อครู่ทำให้ตัวเลขเปลี่ยนไป

“ทำอะไรน่ะครับ?”

“เช็คการทำงาน ปริศนาเรื่องน้ำหนักสินะ”

“อ๊ะ...!”

“ไหนดูซิ จากตัวเลขที่เปลี่ยนไป ดูท่าหน่วยวัดคงเป็นกิโลกรัม”

พอได้ยินแบบนั้น จองฮาซองก็ดูเหมือนจะเริ่มจับทางวิธีออกจากคุกได้แล้ว

“หรือว่าถ้าทำให้ได้ 3.5 กิโลกรัม กรงเหล็กถึงจะเปิดเหรอครับ?”

กิรยอปรายตามองคำพูดนั้นด้วยแววตาดำมืด

“ต้องทำให้ตรงเป๊ะถึงทศนิยมสองตำแหน่งข้างหลังเลยต่างหาก ถ้าหนักเกินน่าจะโดนบทลงโทษทันที”

“บทลงโทษ?”

ตามมาด้วยคำอธิบายสั้นๆ

“ห้องนี้... เห็นโล่งๆ แบบนี้ แต่ในกำแพงมีอาวุธซ่อนอยู่เพียบเลยนะ”

“…!”

“เพราะงั้นระวังตัวด้วย แน่นอนว่าห้ามใช้สกิลเด็ดขาด ตอนนั้นกับดักก็จะทำงานเหมือนกัน”

ก๊อก ก๊อก

กิรยอเคาะผนังคุกที่มีรอยด่างดำ

แถมปัญหายังไม่ใช่แค่นั้น

เรื่องเกิน 3.5 กิโลกรัมเอาไว้ก่อน เอาแค่จะหาของมาให้ถึงตัวเลขนั้นก็มืดแปดด้านแล้ว

“ในบรรดาของที่เราถืออยู่ตอนนี้ ของที่จะเอาน้ำหนักมาเทียบได้มัน...”

ถ้าเอาเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ทั้งหมดไปชั่ง รวมๆ กันก็น่าจะได้สัก 2 กิโลกรัมมั้ง?

แต่ส่วนที่เหลือจะทำยังไงล่ะ

ครู่ต่อมา จองฮาซองพยายามจะหยิบโพชั่นออกมาเพื่อถ่วงน้ำหนักให้ครบ แต่ทว่า...

“อึก?”

สีหน้าของระดับ S แข็งค้างไป

‘เปิด [ไอเทมบ็อกซ์] ไม่ได้สินะ’

ข้าวของสัมภาระส่วนใหญ่ของเขาถูกขังไว้ในกล่องมิติเสียแล้ว

“ทำไมจู่ๆ...!”

“รอบๆ นี้มีการบิดเบือนมิติที่รุนแรง [ไอเทมบ็อกซ์] เลยเจ๊งไปด้วย ต้องออกไปข้างนอกถึงจะใช้ได้”

ห้ามใช้สกิล

ห้ามใช้ [ไอเทมบ็อกซ์]

พอมีข้อจำกัดเพิ่มเข้ามา ก็กลายเป็นคุกที่น่ารำคาญไม่น้อยเลยทีเดียว

“เฮ้อ”

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ไม่เห็นต้องทำหน้าเศร้าขนาดนั้นเลยนี่

“นี่ ถึงจะเปิด [ไอเทมบ็อกซ์] ได้ ฉันก็ไม่แตะของของนายหรอก”

“ครับ?”

“ของที่นายพกอยู่ก็น่าจะมีแต่ของเกรดพรีเมียมทั้งนั้น ใครจะเอามาใช้กับที่พรรค์นี้เล่า ต้องเอามาทุบละเอียด เอามาแบ่งส่วน... เฮ้อ ช่างเถอะ”

มันต้องมีวิธีที่มีประสิทธิภาพกว่านั้นสิ

‘เอาไงดี หรือจะยอมเสี่ยงโดนบทลงโทษแล้วใช้เวทมนตร์ดีนะ?’

ตอนนั้นเอง

ในขณะที่กำลังขบคิดวิธีแก้กับดัก ความคิดหนึ่งก็แล่นผ่านสมองของกิรยอ

“อ๊ะ! แบบนั้นก็ได้นี่นา”

“ครับ?”

และเพื่อที่จะดำเนินการตามวิธีที่เพิ่งคิดได้ เขาจำเป็นต้องใช้ของมีคม

อะไรที่คมกริบยิ่งกว่า [ลิ่มกรีดร้อง] ที่ทื่อๆ นั่น

“จองฮาซอง”

ฮันเตอร์ผมทองเลื่อนสายตาลงไปยังเอวของอีกฝ่าย

“ช่วยหน่อยได้ไหม?”

ตรงนั้นมีดาบยาวสีแดงชาดที่วีรบุรุษพกติดตัวอยู่เสมอแขวนอยู่

---

ในขณะเดียวกัน

นอกคุก

“แบบนี้ไม่ได้การแล้วค่ะ!”

ตอนนี้ซอเอสเธอร์และซอนอูยอนแทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้

ไม่นึกเลยว่าระดับ S สองคนจะหายตัวไปอีกครั้ง

พวกเธอไม่มีวิธีติดตามคนที่หายไป และเพื่อไม่ให้โดนกับดักใหม่เล่นงาน จึงได้แต่รออยู่ในโถง...

แต่ตอนนี้จะให้รอเฉยๆ คงไม่ได้แล้ว

เพราะคนที่หายไปไม่กลับมาตั้ง 30 นาทีแล้ว

‘มันแปลกๆ! ตัดเรื่องสถานะระดับ S ออกไป คิมกิรยอก็เป็นนักประเมินที่มีความสามารถขนาดผ่านบททดสอบของกิลด์เราได้เชียวนะ!’

ความกังวลถาโถมเข้ามา

เอสเธอร์กับซอนอูยอนทนไม่ไหวจนต้องลุกขึ้นยืน

จากนี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเธอตั้งใจจะค้นทุกประตูเหล็กเพื่อตามหาเพื่อนร่วมทีม

เอี๊ยดดดด, เคร้ง!

แต่ในจังหวะนั้น

จู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ประตูเหล็กบานหนึ่งในแปดบานที่เชื่อมต่อกับโถงได้เปิดอ้าออก

“เอ๊ะ?”

ไม่นานนัก ฮันเตอร์สองคนก็เดินออกมาจากประตูเหล็กที่เปิดออก

คนหนึ่งคืออันดับ 1 ของเกาหลีที่พวกเธอรู้จักดี และอีกคนคือระดับ S คนที่สี่ที่ตกลงไปในกับดักเดียวกัน

“คุณกิรยอ!”

“คุณพระช่วย!”

ชายหนุ่มผมทองชูกุญแจในมือให้ดูพร้อมเสียงกระทบกันกรุ๊งกริ๊ง

“ขอโทษที่มาช้าครับ”

ดูภายนอกแล้ว คิมกิรยอแทบไม่ต่างจากตอนที่ตกลงไปในกับดักเลย

เรียกว่าผมเผ้าไม่มีกระดิก

แม้แต่เสื้อโค้ทตัวยาวที่ติดกระดุมครบทุกเม็ดก็ยังไม่มีฝุ่นจับแม้แต่นิดเดียว

“จริงสิ พอแก้กับดักออกมาได้ ก็มีกุญแจดอกนี้แขวนอยู่ด้านในประตู...”

แต่ทำไมกันนะ คนในโถงกลับไม่มีสมาธิจดจ่อกับบทสนทนาต่อจากนั้นเลย

“เอ่อ?”

นั่นก็เพราะ ด้านหลังฮันเตอร์ระดับ F คนนั้น มีจองฮาซองที่หน้าซีดเผือกยืนอยู่

“ฮันเตอร์จองฮาซอง! ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?”

“คุณ... คุณกิรยอ ตกลงไปเจอกับดักแบบไหนมาคะเนี่ย? มันอันตรายมากเลยเหรอ?”

พอพวกเธอถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง คิมกิรยอก็เริ่มอธิบายอย่างฉะฉาน

กับดักที่เขาไปติดคือปริศนาที่ต้องใส่น้ำหนักให้ครบตามกำหนดลงในอุปกรณ์บางอย่าง

น้ำหนักเกณฑ์คือประมาณ 3 กิโลกรัม แล้วก็มีบลาๆๆ

“เดี๋ยวนะคะ แล้วทำไมคุณฮาซองถึงมีสภาพแบบนั้นล่ะ?”

จากประโยคที่เล่ามาทั้งหมด ยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมจองฮาซองถึงทำหน้าเหมือนคนใกล้ตายแบบนั้น

เอสเธอร์จึงถามหาคำอธิบายเพิ่มเติม

“อ๋อ นั่นน่ะเหรอ”

คิมกิรยอเปิดปากพูดเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย

“ตอนอยู่ข้างในผมต้องกล่อมเขาแทบตาย เชื่อไหม ผมบอกว่าจะช่วยให้หลุดจากกับดักทันที แต่เขาก็ไม่ยอมให้ความร่วมมือเลย...”

“คะ?”

“สกิลก็ใช้ไม่ได้ [ไอเทมบ็อกซ์] ก็ใช้ไม่ได้ งั้นจะให้สร้างน้ำหนัก 3.5 กิโลกรัมด้วยมือเปล่ายังไงล่ะครับ?”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ผมก็แค่เสนอวิธีที่ทำให้ออกมาได้เร็วที่สุด”

วิธีที่ทำให้ออกมาได้เร็วที่สุด?

“ยังไงมนุษย์ก็พกมวลติดตัวอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วนี่”

ตอนที่ได้ยินประโยคนี้ เอสเธอร์ยังจับใจความสำคัญไม่ได้

“สุดท้ายผมก็ใช้น้ำหนักจากร่างกายผมนี่แหละ แต่ไม่รู้ทำไมถึงต้องเอะอะโวยวายขนาดนั้นด้วย”

แต่พอคำอธิบายเสริมยาวขนาดนี้ ต่อให้เป็นคนหัวช้าแค่ไหนก็ต้องเริ่มเอะใจ

“คุณใช้อะไรถ่วงน้ำหนักนะคะ?”

“ร่างกายครับ”

“….”

“แขนขวาครับ”

ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ

เอสเธอร์และซอนอูยอนเข้าใจความหมายของสิ่งที่อีกฝ่ายพูดแล้วหน้าถอดสี แต่คิมกิรยอกลับพูดต่อด้วยน้ำเสียงจืดชืด

“แต่ทำคนเดียวมันเตรียมการยาก ผมเลยให้จองฮาซองช่วยแค่นั้นเอง”

“….”

“ฮันเตอร์คนนั้นน่ะ ปกติก็ใช้ดาบคล่องอยู่แล้วนี่นา”

แถมพอได้ยินแบบนี้ สาเหตุที่ฮีโร่ของประชาชนดูช็อกขนาดนั้นก็ยิ่งชัดเจน

“นี่คุณบังคับให้จองฮาซองทำบ้าอะไรลงไปคะ!”

เอสเธอร์ตะโกนถามด้วยความตกตะลึง

แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีสีหน้าเปลี่ยนไปเลย

เพราะเขาคิดจากใจจริงว่าวิธีพิชิตเกมของตนไม่มีปัญหาอะไร

‘อะไรวะ ก็แค่แขน ราดโพชั่นเดี๋ยวก็ต่อติดแล้ว ทำไมต้องตื่นตูมกันขนาดนี้ด้วย จริงๆ เลย พวกมนุษย์ถ้ำพวกนี้ไม่รู้จักระบบคำนวณกำไรขาดทุนหรือไงนะ’

สะดุ้ง!

พอกิรยอเผลอหันกลับไปมอง ฮาซองที่ยืนอยู่ข้างหลังก็สะดุ้งโหยง

พอเห็นแบบนั้น ฮันเตอร์ระดับ F ก็เริ่มลงมือทันที

เขาเดินดุ่มๆ เข้าไปหาจองฮาซองแล้วแบมือให้ดู

“นี่ จองฮาซอง”

จากนั้นชายผมทองก็พูดด้วยความหงุดหงิด

“ดูสิ แขนก็ปกติดีใช่ไหม? เพราะงั้นเลิกโกรธแล้วก็หายงอนได้แล้วน่า”

“….”

“เมื่อกี้มันไม่มีทางเลือกนี่นา ขืนอยู่เฉยๆ เราคงอดตายหรือไม่ก็โดนอาวุธในกำแพงแทงตายกันพอดี”

แต่ทว่า

พอสังเกตสีหน้าของฮาซองที่อยู่ตรงหน้า เขาก็เห็นแง่มุมอื่นซ่อนอยู่

“อ้าว? อะไรเนี่ย เมื่อกี้เห็นขึ้นเสียง นึกว่าโกรธซะอีก...”

วูบ

กิรยอก้มตัวลงไปจ้องหน้าชาวโลกผู้นั้น แล้วก็ได้ข้อสรุปอย่างหนึ่ง

“นี่นาย... กำลังกลัวอยู่เหรอ?”

สิ่งมีชีวิตที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารบนดาวดวงนี้กำลังตกอยู่ในความหวาดกลัวเนี่ยนะ

“ทำไมอ่ะ?”

น้ำหนักฉันก็เป็นคนจัดการ เรื่องรักษาก็จัดการเอง ระดับ S คนนั้นไม่ได้เสียผลประโยชน์อะไรเลยสักนิด

กิรยอถามด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจจริงๆ

แต่ไม่มีคำตอบกลับมา

ฮันเตอร์ฝ่ายตรงข้ามนิ่งเงียบกริบ ราวกับหนูที่ถูกงูรัดคอจนหายใจไม่ออก

จองฮาซองกำลังจมดิ่งอยู่ในความหวาดกลัวอย่างไม่น้อย เพราะต้องเผชิญหน้ากับพฤติกรรมสุดโต่งของมนุษย์ต่างดาวแบบจังๆ

“ขอโทษครับ ขอเวลาผมสงบสติอารมณ์สักครู่...”

สรุปคือ จอมมหาเวทคนหนึ่งได้เผลอไปข่มขู่จอมเวทคนนี้เข้าโดยไม่ได้ตั้งใจเสียแล้ว

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

113

20px

ในขณะที่คิมกิรยอกำลังจินตนาการถึงวาระสุดท้ายของตัวเองด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากฝั่งตรงข้าม

“สวัสดีครับ”

เป็นประโยคที่ไม่ได้ต่างไปจากทางเลือกของเขาเท่าไหร่นัก

ระดับเสียงใกล้เคียงกัน ความเร็วในการพูดก็พอๆ กัน

แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความต่างของเส้นเสียงที่ติดตัวมาแต่กำเนิดหรือเปล่า น้ำเสียงของอีกฝ่ายถึงได้รู้สึกแตกต่างจากของฉันอย่างสิ้นเชิง

ทั้ง [ค่าการตื่นรู้] ที่มหาศาล และน้ำเสียงที่ไพเราะ

คนที่มีพร้อมทุกอย่างขนาดนี้ ถ้ามีความเข้าใจเพื่อนมนุษย์กว้างใหญ่ดั่งมหาสมุทรด้วยก็คงจะดีหรอก

---

“เรื่องบทสัมภาษณ์คราวก่อน ผมขอโทษด้วยครับ ที่จู่ๆ ก็ไปออกทีวีแล้วพูดแบบนั้น คุณคงตกใจน่าดู ผมเลยอยากถือโอกาสนี้ขอโทษครับ”

หือ?

“จะว่ายังไงดี ตอนนั้นผมคงเข้าใจคุณคิมกิรยอผิดไปหน่อย คือ... เอาตรงๆ ผมไม่รู้เลยว่าคุณปิดบัง [ค่าการตื่นรู้] ตามคำสั่งของประธานสมาคม”

ห๊ะ?

“แต่พูดไปก็คงเป็นแค่คำแก้ตัว ตอนนั้น... ผมได้ยินแค่ว่าฮันเตอร์เป็นระดับ S ก็เลยรู้สึกเหมือนโดนหักหลังขึ้นมาดื้อๆ คิดไปเองว่าถ้าเก่งขนาดนั้นทำไมไม่มาช่วยกันบ้างก่อนที่ผมจะร่างกายพัง พาลคิดด้วยจิตใจที่บิดเบี้ยวไปว่า...”

หาาา?

อะไรกันเนี่ย? หรือว่าคำอธิษฐานเมื่อกี้จะได้ผลจริงๆ?

หลังจากถูกขังในคุกแยกเดี่ยวมาได้ 5 นาที

คิมกิรยอกำลังเผชิญกับบทสนทนาที่เหนือความคาดหมาย

จะไม่ให้งงได้ยังไง ในเมื่อจองฮาซองพอได้อยู่กันตามลำพังปุ๊บ ก็ก้มหัวขอโทษปั๊บ...!

‘ที่... ที่ให้สัมภาษณ์โจมตีกันตอนนั้น เป็นเพราะเหตุผลนี้เองเรอะ?’

ฮันเตอร์ระดับ S ผมดำคนนั้น คงมีความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามาตอนที่เห็นคิมกิรยอจัดการกับ ‘ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง’ ได้

เริ่มแรกคือความดีใจที่มอนสเตอร์ถูกกำจัด

ต่อมาคือความคาดหวังว่าคิมกิรยอจะเริ่มออกปฏิบัติการจริงจังเสียที

และสุดท้ายคือความรู้สึกเหมือนโดนหักหลัง เมื่อรู้ความจริงว่าเขาคือระดับ S คนที่ 4 ที่ซ่อนตัวอยู่

ผู้ชายที่เคยบอกให้เขาอย่าฝืนตัวเองและแนะนำให้ไปรักษาตัว แท้จริงแล้วคือระดับ S ที่แกล้งทำตัวเป็นระดับ F เป็นใครก็คงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

‘ก็จริงของมัน ถ้ามีระดับ S อีกคนมาช่วยแบ่งเบาภาระ หมอนนี่ก็คงไม่ต้องทำงานหนักจนตัวตายขนาดนั้น...’

เพราะงั้นจองฮาซองเลยประกาศสงครามว่าจะแฉตัวตนของคิมกิรยอ

แต่สถานการณ์หลังจากนั้น ก็อย่างที่เห็น

“ขอโทษครับ”

จองฮาซองกล่าวขอโทษอย่างจริงใจ โดยบอกว่าไม่นึกเลยว่าคุณจะมีเหตุผลจำเป็นแบบนั้น

ดูเหมือนว่าชาวโลกคนนี้จะปักใจเชื่อคำแก้ตัวห่วยๆ ของตาแก่ประธานสมาคมเข้าอย่างจัง...

‘รอดแล้วโว้ย!’

โชคดีเป็นบ้า

ขืนคำแก้ตัวที่เตี๊ยมไว้กับประธานสมาคมใช้ไม่ได้ผล ป่านนี้ฉันคงกลายเป็นเถ้าถ่านด้วยเปลวเพลิงของระดับ S ไปแล้ว

“ช่างเถอะ เรื่องแค่นั้นเอง”

กิรยอรับคำขอโทษของอีกฝ่ายไว้อย่างหน้าด้านๆ

พริบตานั้น สีหน้าของจองฮาซองก็ดูสดใสขึ้นเล็กน้อย

แววตาที่ไร้ซึ่งความเป็นศัตรูโดยสิ้นเชิงนั่นมันอะไรกัน

นี่ใช่คนเดียวกับที่จะฆ่าจะแกงกันเพราะหาว่าไปขวางงานจริงดิ?

‘อะ อะไรวะ? รู้สึกเหมือนพิษร้ายมันจางหายไปหมดเลยแฮะ’

กิรยอมึนงงไปชั่วขณะกับท่าทีที่ว่าง่ายของจองฮาซอง แต่เขาก็ไม่ได้เก็บมาคิดนาน

อีกฝ่ายคือฮันเตอร์ที่พักรักษาตัวมาหลายเดือนเพิ่งจะกลับมาทำงาน

เพราะงั้นสถานการณ์ระดับนี้ก็พอจะเข้าใจได้

‘เจ้านี่ พอได้ไปพักผ่อนในที่อากาศดีๆ คงลืมเรื่องที่ฉันเคยตลบหลังไปจนหมดสิ้นแล้วสินะ’

งั้นก็เข้าเรื่องเลยดีกว่า

ในเมื่อข้ามภูเขาลูกใหญ่ที่ชื่อว่าความบาดหมางกับจองฮาซองมาได้แล้ว จะมีอะไรให้ต้องกลัวอีก

พวกเขาไม่รอช้า เริ่มหาทางออกจากกับดักทันที

วิเคราะห์สถานที่ที่ถูกขังและหาทางทำลายมัน

กึก กึก

“ก่อนอื่น พิกัดดูเหมือนจะไม่ไกลจากที่เดิมเท่าไหร่...”

“เดี๋ยวผมจะลองละลายกรงเหล็กดูครับ”

“อย่า อยู่เฉยๆ”

ที่นี่เป็นดันเจี้ยนระดับ EX กับดักพวกนี้เลยทำให้นึกถึงพวกเกมปริศนา

เหมือนกำลังทดสอบสติปัญญาของสิ่งมีชีวิต

คุกปริศนาที่มีคำใบ้ไม่กี่อย่างกับองค์ประกอบไม่กี่ชิ้นวางเรียงราย

‘ตัวเลขเป็นคีย์เวิร์ดอีกแล้วเหรอ?’

จองฮาซองมองดูโครงสร้างที่อยู่กลางห้องแล้วเอียงคอสงสัย

ถังทรงกลมที่เปิดโล่งด้านบน

ดูคล้ายกับถังตักน้ำสมัยก่อนยังไงชอบกล...

[3.5]

บนวัตถุเตี้ยๆ นั่นมีตัวเลขเขียนอยู่

นอกจากนั้นก็ไม่พบจุดผิดปกติอื่นใดอีก สถานการณ์เลยดูยากจะเข้าใจสุดๆ

แต่ไม่เป็นไร

เพราะที่นี่มีจอมมหาเวทผู้มองทะลุโครงสร้างของ [อุปกรณ์เวท] ได้ในปราดเดียวอยู่

จอมเวทตาไวอย่างเขาสามารถข้ามขั้นตอนระหว่างกลางและพุ่งตรงไปสู่คำตอบได้ทันที

“อ๋อ”

กิรยอล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท

มันคือซองกันชื้นเล็กๆ ที่มักจะแถมมากับเสื้อผ้าใหม่

“สารดูดความชื้น?”

ฟิ้ว

กิรยอโยนขยะชิ้นนั้นลงไปบนแท่น

ทันใดนั้น ตัวเลขสีแดงฉานที่อยู่บนเสาก็ขยับยุกยิกเปลี่ยนเป็นรูปร่างอื่น

[3.49]

การกระทำเมื่อครู่ทำให้ตัวเลขเปลี่ยนไป

“ทำอะไรน่ะครับ?”

“เช็คการทำงาน ปริศนาเรื่องน้ำหนักสินะ”

“อ๊ะ...!”

“ไหนดูซิ จากตัวเลขที่เปลี่ยนไป ดูท่าหน่วยวัดคงเป็นกิโลกรัม”

พอได้ยินแบบนั้น จองฮาซองก็ดูเหมือนจะเริ่มจับทางวิธีออกจากคุกได้แล้ว

“หรือว่าถ้าทำให้ได้ 3.5 กิโลกรัม กรงเหล็กถึงจะเปิดเหรอครับ?”

กิรยอปรายตามองคำพูดนั้นด้วยแววตาดำมืด

“ต้องทำให้ตรงเป๊ะถึงทศนิยมสองตำแหน่งข้างหลังเลยต่างหาก ถ้าหนักเกินน่าจะโดนบทลงโทษทันที”

“บทลงโทษ?”

ตามมาด้วยคำอธิบายสั้นๆ

“ห้องนี้... เห็นโล่งๆ แบบนี้ แต่ในกำแพงมีอาวุธซ่อนอยู่เพียบเลยนะ”

“…!”

“เพราะงั้นระวังตัวด้วย แน่นอนว่าห้ามใช้สกิลเด็ดขาด ตอนนั้นกับดักก็จะทำงานเหมือนกัน”

ก๊อก ก๊อก

กิรยอเคาะผนังคุกที่มีรอยด่างดำ

แถมปัญหายังไม่ใช่แค่นั้น

เรื่องเกิน 3.5 กิโลกรัมเอาไว้ก่อน เอาแค่จะหาของมาให้ถึงตัวเลขนั้นก็มืดแปดด้านแล้ว

“ในบรรดาของที่เราถืออยู่ตอนนี้ ของที่จะเอาน้ำหนักมาเทียบได้มัน...”

ถ้าเอาเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ทั้งหมดไปชั่ง รวมๆ กันก็น่าจะได้สัก 2 กิโลกรัมมั้ง?

แต่ส่วนที่เหลือจะทำยังไงล่ะ

ครู่ต่อมา จองฮาซองพยายามจะหยิบโพชั่นออกมาเพื่อถ่วงน้ำหนักให้ครบ แต่ทว่า...

“อึก?”

สีหน้าของระดับ S แข็งค้างไป

‘เปิด [ไอเทมบ็อกซ์] ไม่ได้สินะ’

ข้าวของสัมภาระส่วนใหญ่ของเขาถูกขังไว้ในกล่องมิติเสียแล้ว

“ทำไมจู่ๆ...!”

“รอบๆ นี้มีการบิดเบือนมิติที่รุนแรง [ไอเทมบ็อกซ์] เลยเจ๊งไปด้วย ต้องออกไปข้างนอกถึงจะใช้ได้”

ห้ามใช้สกิล

ห้ามใช้ [ไอเทมบ็อกซ์]

พอมีข้อจำกัดเพิ่มเข้ามา ก็กลายเป็นคุกที่น่ารำคาญไม่น้อยเลยทีเดียว

“เฮ้อ”

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ไม่เห็นต้องทำหน้าเศร้าขนาดนั้นเลยนี่

“นี่ ถึงจะเปิด [ไอเทมบ็อกซ์] ได้ ฉันก็ไม่แตะของของนายหรอก”

“ครับ?”

“ของที่นายพกอยู่ก็น่าจะมีแต่ของเกรดพรีเมียมทั้งนั้น ใครจะเอามาใช้กับที่พรรค์นี้เล่า ต้องเอามาทุบละเอียด เอามาแบ่งส่วน... เฮ้อ ช่างเถอะ”

มันต้องมีวิธีที่มีประสิทธิภาพกว่านั้นสิ

‘เอาไงดี หรือจะยอมเสี่ยงโดนบทลงโทษแล้วใช้เวทมนตร์ดีนะ?’

ตอนนั้นเอง

ในขณะที่กำลังขบคิดวิธีแก้กับดัก ความคิดหนึ่งก็แล่นผ่านสมองของกิรยอ

“อ๊ะ! แบบนั้นก็ได้นี่นา”

“ครับ?”

และเพื่อที่จะดำเนินการตามวิธีที่เพิ่งคิดได้ เขาจำเป็นต้องใช้ของมีคม

อะไรที่คมกริบยิ่งกว่า [ลิ่มกรีดร้อง] ที่ทื่อๆ นั่น

“จองฮาซอง”

ฮันเตอร์ผมทองเลื่อนสายตาลงไปยังเอวของอีกฝ่าย

“ช่วยหน่อยได้ไหม?”

ตรงนั้นมีดาบยาวสีแดงชาดที่วีรบุรุษพกติดตัวอยู่เสมอแขวนอยู่

---

ในขณะเดียวกัน

นอกคุก

“แบบนี้ไม่ได้การแล้วค่ะ!”

ตอนนี้ซอเอสเธอร์และซอนอูยอนแทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้

ไม่นึกเลยว่าระดับ S สองคนจะหายตัวไปอีกครั้ง

พวกเธอไม่มีวิธีติดตามคนที่หายไป และเพื่อไม่ให้โดนกับดักใหม่เล่นงาน จึงได้แต่รออยู่ในโถง...

แต่ตอนนี้จะให้รอเฉยๆ คงไม่ได้แล้ว

เพราะคนที่หายไปไม่กลับมาตั้ง 30 นาทีแล้ว

‘มันแปลกๆ! ตัดเรื่องสถานะระดับ S ออกไป คิมกิรยอก็เป็นนักประเมินที่มีความสามารถขนาดผ่านบททดสอบของกิลด์เราได้เชียวนะ!’

ความกังวลถาโถมเข้ามา

เอสเธอร์กับซอนอูยอนทนไม่ไหวจนต้องลุกขึ้นยืน

จากนี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเธอตั้งใจจะค้นทุกประตูเหล็กเพื่อตามหาเพื่อนร่วมทีม

เอี๊ยดดดด, เคร้ง!

แต่ในจังหวะนั้น

จู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ประตูเหล็กบานหนึ่งในแปดบานที่เชื่อมต่อกับโถงได้เปิดอ้าออก

“เอ๊ะ?”

ไม่นานนัก ฮันเตอร์สองคนก็เดินออกมาจากประตูเหล็กที่เปิดออก

คนหนึ่งคืออันดับ 1 ของเกาหลีที่พวกเธอรู้จักดี และอีกคนคือระดับ S คนที่สี่ที่ตกลงไปในกับดักเดียวกัน

“คุณกิรยอ!”

“คุณพระช่วย!”

ชายหนุ่มผมทองชูกุญแจในมือให้ดูพร้อมเสียงกระทบกันกรุ๊งกริ๊ง

“ขอโทษที่มาช้าครับ”

ดูภายนอกแล้ว คิมกิรยอแทบไม่ต่างจากตอนที่ตกลงไปในกับดักเลย

เรียกว่าผมเผ้าไม่มีกระดิก

แม้แต่เสื้อโค้ทตัวยาวที่ติดกระดุมครบทุกเม็ดก็ยังไม่มีฝุ่นจับแม้แต่นิดเดียว

“จริงสิ พอแก้กับดักออกมาได้ ก็มีกุญแจดอกนี้แขวนอยู่ด้านในประตู...”

แต่ทำไมกันนะ คนในโถงกลับไม่มีสมาธิจดจ่อกับบทสนทนาต่อจากนั้นเลย

“เอ่อ?”

นั่นก็เพราะ ด้านหลังฮันเตอร์ระดับ F คนนั้น มีจองฮาซองที่หน้าซีดเผือกยืนอยู่

“ฮันเตอร์จองฮาซอง! ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?”

“คุณ... คุณกิรยอ ตกลงไปเจอกับดักแบบไหนมาคะเนี่ย? มันอันตรายมากเลยเหรอ?”

พอพวกเธอถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง คิมกิรยอก็เริ่มอธิบายอย่างฉะฉาน

กับดักที่เขาไปติดคือปริศนาที่ต้องใส่น้ำหนักให้ครบตามกำหนดลงในอุปกรณ์บางอย่าง

น้ำหนักเกณฑ์คือประมาณ 3 กิโลกรัม แล้วก็มีบลาๆๆ

“เดี๋ยวนะคะ แล้วทำไมคุณฮาซองถึงมีสภาพแบบนั้นล่ะ?”

จากประโยคที่เล่ามาทั้งหมด ยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมจองฮาซองถึงทำหน้าเหมือนคนใกล้ตายแบบนั้น

เอสเธอร์จึงถามหาคำอธิบายเพิ่มเติม

“อ๋อ นั่นน่ะเหรอ”

คิมกิรยอเปิดปากพูดเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย

“ตอนอยู่ข้างในผมต้องกล่อมเขาแทบตาย เชื่อไหม ผมบอกว่าจะช่วยให้หลุดจากกับดักทันที แต่เขาก็ไม่ยอมให้ความร่วมมือเลย...”

“คะ?”

“สกิลก็ใช้ไม่ได้ [ไอเทมบ็อกซ์] ก็ใช้ไม่ได้ งั้นจะให้สร้างน้ำหนัก 3.5 กิโลกรัมด้วยมือเปล่ายังไงล่ะครับ?”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ผมก็แค่เสนอวิธีที่ทำให้ออกมาได้เร็วที่สุด”

วิธีที่ทำให้ออกมาได้เร็วที่สุด?

“ยังไงมนุษย์ก็พกมวลติดตัวอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วนี่”

ตอนที่ได้ยินประโยคนี้ เอสเธอร์ยังจับใจความสำคัญไม่ได้

“สุดท้ายผมก็ใช้น้ำหนักจากร่างกายผมนี่แหละ แต่ไม่รู้ทำไมถึงต้องเอะอะโวยวายขนาดนั้นด้วย”

แต่พอคำอธิบายเสริมยาวขนาดนี้ ต่อให้เป็นคนหัวช้าแค่ไหนก็ต้องเริ่มเอะใจ

“คุณใช้อะไรถ่วงน้ำหนักนะคะ?”

“ร่างกายครับ”

“….”

“แขนขวาครับ”

ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ

เอสเธอร์และซอนอูยอนเข้าใจความหมายของสิ่งที่อีกฝ่ายพูดแล้วหน้าถอดสี แต่คิมกิรยอกลับพูดต่อด้วยน้ำเสียงจืดชืด

“แต่ทำคนเดียวมันเตรียมการยาก ผมเลยให้จองฮาซองช่วยแค่นั้นเอง”

“….”

“ฮันเตอร์คนนั้นน่ะ ปกติก็ใช้ดาบคล่องอยู่แล้วนี่นา”

แถมพอได้ยินแบบนี้ สาเหตุที่ฮีโร่ของประชาชนดูช็อกขนาดนั้นก็ยิ่งชัดเจน

“นี่คุณบังคับให้จองฮาซองทำบ้าอะไรลงไปคะ!”

เอสเธอร์ตะโกนถามด้วยความตกตะลึง

แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีสีหน้าเปลี่ยนไปเลย

เพราะเขาคิดจากใจจริงว่าวิธีพิชิตเกมของตนไม่มีปัญหาอะไร

‘อะไรวะ ก็แค่แขน ราดโพชั่นเดี๋ยวก็ต่อติดแล้ว ทำไมต้องตื่นตูมกันขนาดนี้ด้วย จริงๆ เลย พวกมนุษย์ถ้ำพวกนี้ไม่รู้จักระบบคำนวณกำไรขาดทุนหรือไงนะ’

สะดุ้ง!

พอกิรยอเผลอหันกลับไปมอง ฮาซองที่ยืนอยู่ข้างหลังก็สะดุ้งโหยง

พอเห็นแบบนั้น ฮันเตอร์ระดับ F ก็เริ่มลงมือทันที

เขาเดินดุ่มๆ เข้าไปหาจองฮาซองแล้วแบมือให้ดู

“นี่ จองฮาซอง”

จากนั้นชายผมทองก็พูดด้วยความหงุดหงิด

“ดูสิ แขนก็ปกติดีใช่ไหม? เพราะงั้นเลิกโกรธแล้วก็หายงอนได้แล้วน่า”

“….”

“เมื่อกี้มันไม่มีทางเลือกนี่นา ขืนอยู่เฉยๆ เราคงอดตายหรือไม่ก็โดนอาวุธในกำแพงแทงตายกันพอดี”

แต่ทว่า

พอสังเกตสีหน้าของฮาซองที่อยู่ตรงหน้า เขาก็เห็นแง่มุมอื่นซ่อนอยู่

“อ้าว? อะไรเนี่ย เมื่อกี้เห็นขึ้นเสียง นึกว่าโกรธซะอีก...”

วูบ

กิรยอก้มตัวลงไปจ้องหน้าชาวโลกผู้นั้น แล้วก็ได้ข้อสรุปอย่างหนึ่ง

“นี่นาย... กำลังกลัวอยู่เหรอ?”

สิ่งมีชีวิตที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารบนดาวดวงนี้กำลังตกอยู่ในความหวาดกลัวเนี่ยนะ

“ทำไมอ่ะ?”

น้ำหนักฉันก็เป็นคนจัดการ เรื่องรักษาก็จัดการเอง ระดับ S คนนั้นไม่ได้เสียผลประโยชน์อะไรเลยสักนิด

กิรยอถามด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจจริงๆ

แต่ไม่มีคำตอบกลับมา

ฮันเตอร์ฝ่ายตรงข้ามนิ่งเงียบกริบ ราวกับหนูที่ถูกงูรัดคอจนหายใจไม่ออก

จองฮาซองกำลังจมดิ่งอยู่ในความหวาดกลัวอย่างไม่น้อย เพราะต้องเผชิญหน้ากับพฤติกรรมสุดโต่งของมนุษย์ต่างดาวแบบจังๆ

“ขอโทษครับ ขอเวลาผมสงบสติอารมณ์สักครู่...”

สรุปคือ จอมมหาเวทคนหนึ่งได้เผลอไปข่มขู่จอมเวทคนนี้เข้าโดยไม่ได้ตั้งใจเสียแล้ว