หลังจากการพิชิตเกตจบลง
คิมกิรยอเดินออกมาทางทางออกที่ถูกสร้างขึ้น
"เฮ้อ~"
เป็นไปตามคาด
พอไซเรนหมดสภาพ เนินนางเงือกก็ระดับความยากดิ่งลงเหวทันที
พวกเมอร์แมนที่โผล่มาประปรายนั้นเคลื่อนไหวเชื่องช้า ถ้าเทียบกับไซเรนแล้วก็ไม่ใช่ตัวตนที่น่ากลัวอะไรเลย
‘โอย ปวดเนื้อปวดตัวชะมัด...’
พอฮันเตอร์ที่มีความต้านทานสถานะผิดปกติหยุดการเคลื่อนไหวของไซเรนได้ สมาชิกในทีมที่เหลือก็จะไล่ล่าเมอร์แมนแล้วปิดเกต
พวกเขาแบ่งหน้าที่กันจนได้ประสิทธิภาพงานที่สูงลิ่ว
หลักฐานก็คือ ทีมของคิมกิรยอจัดการ [เนินนางเงือก] ไปได้ถึง 5 แห่งแล้วในตอนนี้
‘ฉันน่าจะถอยไอเทมบ็อกซ์สักอันดีไหมนะ?’
แน่นอนว่าถ้าบอกว่ากระบวนการนี้ไม่มีความยากลำบากเลยก็คงโกหก แต่ทว่า...
แค่นี้พอทนไหว
ทุกครั้งที่เมอร์แมนโผล่ออกมา ก็แค่แกล้งทำเป็นยุ่งกับการตรวจสอบศพไซเรน
หรือไม่ก็อ้างว่าวันนี้ใส่สูทตัวเก่งมา ไม่อยากให้เลือดกระเด็นใส่ ฯลฯ
วิธีอู้งานจากการต่อสู้ยังมีอีกเยอะแยะถมเถไป
‘ยังไงซะ แค่นี้ก็ปิดจอบเกตระดับ A ครบ 5 แห่งแล้ว’
กิรยอบิดขี้เกียจเพื่อฉลองให้กับตัวเองที่ทำตามเป้าหมายสำเร็จ
"คุณฮันเตอร์ครับ! สวัสดีครับ!"
แต่ทว่าในตอนนั้นเอง
จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกดังมาจากแถวนั้น
พอหันไปมองก็เจอทีมช่างภาพแบกกล้องตัวเบ้อเริ่มกับนักข่าวหนุ่มยืนอยู่
สถานีโทรทัศน์มาทำข่าวนั่นเอง
"ขอประทานโทษนะครับ ขอสัมภาษณ์สักครู่ได้ไหมครับ?"
แวบแรกก็สงสัยว่าคนพวกนี้มาทำอะไรถึงที่นี่ แต่...
‘อ้อ’
พอลองคิดดู เกตที่ไม่มีใครเคลียร์ได้จู่ๆ ก็ถูกปิดลงรัวๆ เป็นธรรมดาที่จะดึงดูดความสนใจ
"ถ้าแค่แป๊บเดียวก็ได้ครับ"
"ครับ! ขอบพระคุณมากครับ"
และคำถามต่อมาก็เป็นไปตามคาด
นักข่าวถามว่ารับมือกับไซเรนที่แสนยุ่งยากได้อย่างไร ซึ่งกิรยอก็ตอบกลับไป
เขาขุดคำตอบที่เตรียมไว้แล้วออกมา
"-ก็เพราะผมเป็นฮันเตอร์ระดับ S ไงครับ"
"ครับ?"
"ค่าการตื่นรู้ของผมสูง ทำให้ได้รับผลกระทบจากไซเรนน้อยกว่าคนอื่นน่ะครับ ระดับ S คนอื่นก็คงคล้ายๆ กันมั้งครับ?"
เจ้าคนหน้าด้านระดับ SSS...!
คนเราจะหน้าหนาได้ขนาดนี้เชียวหรือ
กิรยอพ่นคำโกหกออกมาโดยที่น้ำลายไม่บูด แต่สิ่งที่เลวร้ายเป็นพิเศษคือการที่เขามีความจริงผสมปนเปอยู่อย่างแนบเนียนในทุกช่วงคำตอบ
"แถมผมกับฮันเตอร์เอสเธอร์ยังมีภูมิคุ้มกันต่อเสียงเพลงของไซเรนอย่างสมบูรณ์ด้วย... ตรงส่วนนี้ขอละไว้ไม่พูดถึงนะครับ"
เอสเธอร์เองก็มีภูมิคุ้มกันงั้นเหรอ?
นักข่าวอยากฟังคำอธิบายที่ละเอียดกว่านี้ แต่คิมกิรยอก็ปฏิเสธ
ขืนคายข้อมูลคนอื่นออกไปสุ่มสี่สุ่มห้า อาจจะโดนยัยจอมเวทคำสาปนั่นเหม็นขี้หน้าเอาได้
"รู้ไว้แค่ว่าคุณเอสเธอร์ก็ทำได้เหมือนกันก็พอครับ"
กิรยอพูดจบก็เสริมอีกสองสามประโยค
"แต่ไม่รู้ว่านี่จะเป็นเรื่องสำคัญอะไรนักหนาไหมนะครับ? เพราะยังไงเนินนางเงือกที่เหลือผมก็จะเคลียร์เองทั้งหมดอยู่แล้ว"
"ครับ?"
จะเหมาดันเจี้ยนไซเรนทั้ง 15 แห่งที่ปรากฏขึ้นจากเหตุคาตาคลิสม์คนเดียวเนี่ยนะ!
เหล่านักข่าวตาโตเท่าไข่ห่าน
แต่กิรยอยังไม่หยุดพูด เรื่องอื่นไม่รู้แหละ แต่เรื่องนี้ต้องเอาให้ชัด
"ท่านฮันเตอร์เอสเธอร์ดูแลกิลด์อยู่ เดิมทีงานท่านก็คงล้นมืออยู่แล้ว"
"……!"
"เพราะงั้นเหตุการณ์ครั้งนี้ผมจะจัดการเอง ให้ท่านพักผ่อนหน่อยน่าจะดีกว่านะครับ"
นี่คือการสกัดดาวรุ่งรูปแบบหนึ่ง
ถึงจะรอดพ้นเกณฑ์ลดระดับด้วยการเคลียร์เกตระดับ A ไป 5 แห่งแล้วก็เถอะ
แต่เขาต้องรักษาอันดับไปเรื่อยๆ จนกว่าคนขายปอดมังกรจะปรากฏตัว
‘จังหวะนี้แหละ ต้องรีบกอบโกย!’
เพื่อที่จะผูกขาดผลงาน เขาจึงประกาศผ่านสื่อโต้งๆ ว่าเอสเธอร์ไม่ต้องเสนอหน้าเข้ามา
แต่เบื้องหน้าก็แสร้งทำเป็นเป็นห่วงกลัวอีกฝ่ายจะทำงานหนักเกินไป...
"เดือนมกราคมแล้วนี่ครับ ท่านประธานหอคอยเวทมนตร์ก็ควรได้พักผ่อนช่วงวันหยุดสิครับ"
เอาเถอะ แบบนี้คงไม่น่ามีปัญหาอะไรใหญ่โตหรอกมั้ง
"อย่างนี้นี่เอง ขอบคุณที่ให้สัมภาษณ์นะครับ"
"ครับ"
ในวินาทีนี้
นักข่าวจากสถานี YTV ตระหนักได้หลังจากการสนทนาว่า ฮันเตอร์ผู้นี้ช่างสุภาพเรียบร้อยผิดกับภาพลักษณ์ภายนอก
แต่ทว่า ภาพที่ปรากฏขึ้นด้านหลังกลับทำให้เขาลืมความประทับใจแรกพบเมื่อกี้ไปจนหมดสิ้น
"อ้าว ออกมากันสักทีนะทุกคน"
นั่นก็เพราะ ที่ทางออกข้างๆ มีฮันเตอร์กลุ่มใหม่โผล่ออกมาไงล่ะ
คังชางโฮและอันยุนซึง
ตอนตรวจสอบบันทึกอนุญาตเข้าเกตก็ยังสงสัยอยู่เลยว่าส่วนผสมปาร์ตี้ที่เหลือเชื่อแบบนี้จะมีอยู่จริงเรอะ
"ไอ้น้อง! รีบถ่ายตรงนั้นเร็ว!"
"ครับ ครับ!"
พวกเขารีบยกกล้องขึ้นบันทึกภาพเบื้องหน้าอย่างวุ่นวาย
ด้วยเหตุนี้ สมาชิกทีมที่พิชิตเนินนางเงือกจึงกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งกันถ้วนหน้า
---
เดินโซซัดโซเซ
ตุบ
ห้องประธานอันกว้างขวาง
หญิงสาวคนหนึ่งทิ้งตัวลงนอนแผ่หราหมดสภาพบนโซฟาหรูใจกลางห้อง
ผมหยักศกย้อมสีม่วง
นี่จะเป็นเอกลักษณ์ของใครไปได้ คนที่นอนคว่ำหน้าอยู่ตรงนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเอสเธอร์แห่งหอคอยเวทมนตร์
"งื้อออ..."
เอสเธอร์เริ่มพึมพำทั้งที่ยังฟุบหน้ากับโซฟา
งานในฐานะประธานกิลด์หอคอยเวทมนตร์เกาหลี
งานลงโทษผู้ตื่นรู้อาชญากร
งานในฐานะฮันเตอร์ระดับ S
ตัวก็มีอยู่แค่นี้ ทำไมหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมันถึงได้เยอะแยะขนาดนี้เนี่ย
"สงสัยฉันจะไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตในสังคมจริงๆ สินะ"
เธอปล่อยตัวเหลวเป๋วแล้วบ่นกระปอดกระแปด
"ฮือ อยากลาออกแล้วอะ"
แต่ปฏิกิริยาตอบกลับนั้นช่างเย็นชา
ดูเหมือนเลขาของเธอจะไม่ใช่เพิ่งเคยเจอเรื่องแบบนี้วันสองวัน ตอนนี้เลยไม่ตอบโต้ใดๆ ทั้งสิ้น
"เดือนมกราเฮงซวย!"
คาตาคลิสม์ ยังไงไอ้นี่ก็คือตัวปัญหาตลอดกาล
พอเข้าเดือนมกราคมทีไร มอนสเตอร์สายพันธุ์ใหม่ก็จะแห่กันออกมามหาศาล ทั้งนักวิชาการทั้งฮันเตอร์ต่างก็ยุ่งจนหัวหมุนกันไปหมด
"คุณเลขา ช่วยไปชงกาแฟเข้มๆ มาให้หน่อยได้ไหมคะ...?"
"ครับๆ"
เอสเธอร์สั่งงานด้วยเสียงไร้เรี่ยวแรงแล้วลุกขึ้นนั่งบนโซฟา
สูดน้ำมูก
ในสถานการณ์แบบนี้ เรื่องที่ยังพอเป็นโชคดีอยู่บ้างก็คือ
คำร้องขอให้ไปเคลียร์เนินนางเงือกที่เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในคาตาคลิสม์ปีนี้กลับเงียบเชียบ...
"จะว่าไป ก็ไม่มีใครติดต่อมาเลยแฮะ"
ความจริงแล้วสมาคมฮันเตอร์กำลังเพลย์เซฟกันอยู่
ตอนเหตุการณ์เขาวงกตเดือนสิบสามคราวก่อน
เกาหลีเสียผู้ตื่นรู้ระดับ S ไปทีเดียวถึง 3 คนเลยไม่ใช่หรือไง
ดูเหมือนสมาคมจะเปลี่ยนกฎระเบียบหลังจากเหตุการณ์นั้น ช่วงหลังมานี้เลยค่อนข้างสงวนท่าทีในการเรียกระดมพลฮันเตอร์ระดับ S
ถึงโลกจะวุ่นวายเพราะไซเรน แต่พวกเขาก็ยังเก็บไพ่ตายอย่างการเรียกตัวระดับ S ไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย
"ท่านประธาน กาแฟครับ"
"แต๊งกิ้ว"
ทว่าในระหว่างนี้ ทางสมาคมกลับได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลที่คาดไม่ถึง
ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ... จาก ‘กลุ่ม’ บุคคลต่างหาก
"จริงสิครับ ว่าแต่ท่านประธานดูข่าวเมื่อกี้หรือยังครับ?"
"หืม?"
"ในทีวีมีเพื่อนร่วมวงการพูดถึงท่านประธานด้วยนะครับ"
"เหรอ?"
ซู้ด
เอสเธอร์จิบกาแฟพลางเปิดทีวี
และเช็กช่อง YTV ที่อัดรายการไว้ตามคำบอกเล่าของเลขา
แต่ทว่า คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นกลับเป็นฮันเตอร์ที่หน้าตาคุ้นเคยพิลึก
"คุณกิรยอนี่นา?"
ผู้ชายที่มีจุดเด่นคือดวงตาชั้นเดียวและตาลอยขั้นรุนแรง
เอสเธอร์ชี้ไปที่คนในจอแล้วถาม
"เท่าที่ฉันรู้ นี่เหมือนจะเป็นการสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการครั้งแรกของเขาเลยรึเปล่า ใช่ไหม?"
แต่ใครจะไปนึกว่าเขาจะพูดจาแบบนี้ออกมา
-ท่านฮันเตอร์เอสเธอร์ดูแลกิลด์อยู่…(ละไว้)…เพราะงั้นเหตุการณ์ครั้งนี้ผมจะจัดการเอง ให้ท่านพักผ่อนหน่อยน่าจะดีกว่านะครับ...
ไซเรนผมจะจัดการเอง ส่วนเธอ... ก็ไปเที่ยวพักผ่อนซะ?
ในโลกนี้จะมีมนุษย์เงินเดือนคนไหนไม่หวั่นไหวกับคำเชิญชวนแบบนี้บ้าง
"อุ๊ยตาย...!"
ตึกตัก
เอสเธอร์เอามือปิดปาก ดำดิ่งสู่ความซาบซึ้งชั่วขณะ
แต่ทันทีหลังจากนั้น
พอเห็นซับไตเติลที่วิ่งอยู่ด้านล่าง แก้มที่แดงระเรื่อก็หุบลงวูบ
[(ข่าวด่วน) ระดับ S คิมกิรยอ นำทีมพิชิตเนินนางเงือกพร้อมกับคังชางโฮและอันยุนซึง...]
"อะ อะไรนะ คังชางโฮ?"
พอองค์ประกอบทีมที่ซ่อนไว้ถูกเปิดเผย เธอก็ลุกพรวดจากที่นั่งด้วยสีหน้าตกตะลึง
"แถมอีกคนยังเป็นกิลด์เมมเบอร์ของนีโอซิสเตอร์?!"
ใช่สิ จะว่าไปอันยุนซึงกับคิมกิรยอก็รู้จักกันมาก่อนหน้านี้นี่นา!
เอสเธอร์ยังพอมีข้อมูลอยู่บ้างจากเหตุการณ์คราวก่อน
แต่สำหรับคนทั่วไปที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ภาพที่เห็นมันช่างโกลาหลสิ้นดี
【 Hunternet > เว็บบอร์ดฟรีสไตล์ 】
[1** : จัดทีมบ้าอะไรวะนั่น]
[s* : ฮันเตอร์คังเนี่ยนะ? ลงดันเจี้ยน?]
[z*** : ทำไมอันยุนซึงไปโผล่ตรงนั้นได้อะ???]
และสี่วันหลังจากนั้น
วันพฤหัสบดีก็เวียนมาถึง
"ยินดีด้วยครับที่ปิดเนินนางเงือกได้ครบทุกแห่ง~! โอ้โฮ ลำบากแย่เลยนะครับคุณฮันเตอร์!"
"ฮ่าๆ ขอบคุณครับ"
อันยุนซึงยอมให้สัมภาษณ์ฉลองการเคลียร์เนินนางเงือกทั้งหมดจนได้
"ถามว่าเป็นอะไรกับพี่กิรยองั้นเหรอครับ?"
ตอนนั้นเอง
อันยุนซึงก็ตอบคำถามของครีเอเตอร์วิดีโอรายหนึ่งไปแบบนี้
"อืม สำหรับผม เขาเป็นเหมือนอาจารย์ครับ!"
"อาจารย์เหรอครับ?"
"ความจริงผมเรียนรู้อะไรหลายอย่างเกี่ยวกับความเป็นฮันเตอร์จากท่านผู้นั้นมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วครับ ที่ผมมีวันนี้ได้ก็เพราะลูกพี่ช่วยชี้แนะคนไม่เอาถ่านอย่างผมนี่แหละ ถ้าให้ไล่เรื่องที่ต้องขอบคุณคงพูดไม่จะ..."
ฮันเตอร์โนเนมคนนั้น เป็นถึงระดับอาจารย์ของแรงค์ A เชียวเรอะ!
"ยุ ยุนซึง! เรามาคุยกันหน่อยดีไหม?"
กิรยอที่บังเอิญอยู่ข้างๆ คาดเดาได้อย่างรวดเร็วว่าเรื่องจะยุ่งยาก เลยรีบเข้าไปปิดปากอันยุนซึงทันที แต่...
ในทางปฏิบัติถือว่าช้าไปก้าวหนึ่ง
เพราะเนื้อหาสำคัญมันแพร่กระจายไปไกลจนกู่ไม่กลับแล้ว
"คิมกิรยอคือโรลโมเดลของอันยุนซึง?"
ขนาดจองฮาซองที่ตัดขาดจากอินเทอร์เน็ตแล้วหันไปอ่านแต่หนังสือพิมพ์กระดาษยังรู้ข่าวนี้
"...สงสัยจะเป็นผู้ตื่นรู้สายป้องกันจริงๆ สินะ"
ในท้ายที่สุด
การกระทำของคิมกิรยอที่เริ่มต้นเพียงเพื่อกอบโกยคะแนนจัดอันดับ ก็ได้ทิ้งแรงกระเพื่อมลูกใหญ่เอาไว้
---
อนาคตของคนเรานี่คาดเดาไม่ได้จริงๆ
[●LIVE ข่าว : แชตสด]
[เอาจริงนะ แค่เรื่องคราวก่อนก็ประทับใจมากแล้ว นี่เล่นกวาดไซเรนเรียบวุธ อุ่นใจชิบเป๋ง]
[จริง 555]
[แต่คังชางโฮโผล่มาแจมได้ไงแบบงงๆ?]
[อยากรู้เหมือนกัน]
[คุณฮันเตอร์อันยุนซึงก็บอกว่าไม่รู้เรื่องนั้นเหมือนกันครับ]
ตอนนี้ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็แทบหาโพสต์ด่าฮันเตอร์ระดับ S คนที่ 4 ไม่เจอแล้ว
‘มีแต่คำชมทั้งนั้น’
พอวีรกรรมเก็บกวาดระดับ D ที่ตายไปมารวมกับผลงานการปราบไซเรน คะแนนประเมินของคิมกิรยาก็พุ่งกระฉูด
[‘ประเทศผู้ครอบครองคิมกิรยอ’]
[คุณคิมกิรยอ คุณมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้า ‘คลับดูยูโน’ ครับ]
[(หนังสือพิมพ์ซอนฮัน) ม้ามืดคนใหม่แห่งเกาหลี]
[เมื่อคุณครูถามว่าคนที่หนูเคารพคือใคร
เด็กทุกคนมักจะตอบว่า พ่อ, อีซุนชิน, พระเจ้าเซจง
แต่ฉันตอบไปเบาๆ ว่า
『คิมกิรยอ』
ครู : หนูจ๊ะ นั่นใครเหรอ? บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์เหรอ?]
อะไรประมาณนี้เลย
‘อินเทอร์เน็ตมีศัพท์ใหม่เยอะแฮะ บางทีก็ฟังไม่ค่อยเข้าใจ’
และไม่นานนัก กิรยอก็สัมผัสได้ถึงกระแสสังคมที่เปลี่ยนไปด้วยตัวเอง
คงเพราะเขาไม่มีแรงกดดันจากพลังเวทเหมือนระดับ S ตัวจริง คนทั่วไปเลยกล้าเข้าหาได้ง่ายกว่า
"คุณฮันเตอร์คิมกิรยอใช่ไหมคะ? ว้าย ตัวจริงเสียงจริง!"
ช่วงหลังมานี้มีคนเดินถนนทักทายเขาบ่อยขึ้น
"หล่อจังเลยค่ะ!"
แถมยังได้ยินคำพูดแปลกหูแบบนี้อีก
‘จู่ๆ เนี่ยนะ?’
ยังไงซะชาวโลกก็นิสัยประหลาดจริงๆ
คนที่นี่มีพฤติกรรมชอบประเมินหน้าตาของคนที่มีความสามารถสูงเกินความเป็นจริง บอกตามตรงว่าเป็นวัฒนธรรมที่ชาวอัลฟาวูรีไม่อินเอาซะเลย
สำหรับเขาแล้ว หน้าตากับความสามารถมันเป็นปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยสักนิด
‘หรือเป็นเพราะฉันเป็นมนุษย์ต่างดาวเลยไม่เก็ทนะ?’
แต่เรื่องดีก็คือเรื่องดี มองข้ามเรื่องหยุมหยิมไปเถอะ
คิมกิรยอโบกมือให้ชาวโลกตรงหน้า
พวกนักเรียนต่างพากันหัวเราะคิกคักด้วยความตื่นเต้นที่ได้เจอผู้ตื่นรู้ แล้วก็เดินจากไป
นี่แหละคือการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศที่เขาจับต้องได้
ทว่า ในช่วงที่เขากำลังรุ่งโรจน์ด้วยภาพลักษณ์อันดีงามอยู่นั้นเอง
วันหนึ่ง ก็มีกระทู้ยาวเหยียดเกี่ยวกับคิมกิรยอโผล่ขึ้นมาในเว็บไซต์ชุมชนแห่งหนึ่ง
-ทุกวันนี้ผมใช้ชีวิตเหมือนตกนรกทั้งเป็น
กระทู้นั้นเริ่มต้นด้วยประโยคแบบนี้
มันอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาที่ถ้าไม่ใช่คู่กรณีคงเขียนออกมาไม่ได้ แถมยังแนบรูปถ่ายอีกหลายใบที่เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับคำให้การ
[หัวข้อ : ขอแจ้งเบาะแสเรื่องความรุนแรงในโรงเรียนที่คิมกิรยอเป็นคนทำครับ]
อดีตของระดับ S ถูกแฉเข้าให้แล้ว