Cover

123

หลังจากการพิชิตเกตจบลง

คิมกิรยอเดินออกมาทางทางออกที่ถูกสร้างขึ้น

"เฮ้อ~"

เป็นไปตามคาด

พอไซเรนหมดสภาพ เนินนางเงือกก็ระดับความยากดิ่งลงเหวทันที

พวกเมอร์แมนที่โผล่มาประปรายนั้นเคลื่อนไหวเชื่องช้า ถ้าเทียบกับไซเรนแล้วก็ไม่ใช่ตัวตนที่น่ากลัวอะไรเลย

‘โอย ปวดเนื้อปวดตัวชะมัด...’

พอฮันเตอร์ที่มีความต้านทานสถานะผิดปกติหยุดการเคลื่อนไหวของไซเรนได้ สมาชิกในทีมที่เหลือก็จะไล่ล่าเมอร์แมนแล้วปิดเกต

พวกเขาแบ่งหน้าที่กันจนได้ประสิทธิภาพงานที่สูงลิ่ว

หลักฐานก็คือ ทีมของคิมกิรยอจัดการ [เนินนางเงือก] ไปได้ถึง 5 แห่งแล้วในตอนนี้

‘ฉันน่าจะถอยไอเทมบ็อกซ์สักอันดีไหมนะ?’

แน่นอนว่าถ้าบอกว่ากระบวนการนี้ไม่มีความยากลำบากเลยก็คงโกหก แต่ทว่า...

แค่นี้พอทนไหว

ทุกครั้งที่เมอร์แมนโผล่ออกมา ก็แค่แกล้งทำเป็นยุ่งกับการตรวจสอบศพไซเรน

หรือไม่ก็อ้างว่าวันนี้ใส่สูทตัวเก่งมา ไม่อยากให้เลือดกระเด็นใส่ ฯลฯ

วิธีอู้งานจากการต่อสู้ยังมีอีกเยอะแยะถมเถไป

‘ยังไงซะ แค่นี้ก็ปิดจอบเกตระดับ A ครบ 5 แห่งแล้ว’

กิรยอบิดขี้เกียจเพื่อฉลองให้กับตัวเองที่ทำตามเป้าหมายสำเร็จ

"คุณฮันเตอร์ครับ! สวัสดีครับ!"

แต่ทว่าในตอนนั้นเอง

จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกดังมาจากแถวนั้น

พอหันไปมองก็เจอทีมช่างภาพแบกกล้องตัวเบ้อเริ่มกับนักข่าวหนุ่มยืนอยู่

สถานีโทรทัศน์มาทำข่าวนั่นเอง

"ขอประทานโทษนะครับ ขอสัมภาษณ์สักครู่ได้ไหมครับ?"

แวบแรกก็สงสัยว่าคนพวกนี้มาทำอะไรถึงที่นี่ แต่...

‘อ้อ’

พอลองคิดดู เกตที่ไม่มีใครเคลียร์ได้จู่ๆ ก็ถูกปิดลงรัวๆ เป็นธรรมดาที่จะดึงดูดความสนใจ

"ถ้าแค่แป๊บเดียวก็ได้ครับ"

"ครับ! ขอบพระคุณมากครับ"

และคำถามต่อมาก็เป็นไปตามคาด

นักข่าวถามว่ารับมือกับไซเรนที่แสนยุ่งยากได้อย่างไร ซึ่งกิรยอก็ตอบกลับไป

เขาขุดคำตอบที่เตรียมไว้แล้วออกมา

"-ก็เพราะผมเป็นฮันเตอร์ระดับ S ไงครับ"

"ครับ?"

"ค่าการตื่นรู้ของผมสูง ทำให้ได้รับผลกระทบจากไซเรนน้อยกว่าคนอื่นน่ะครับ ระดับ S คนอื่นก็คงคล้ายๆ กันมั้งครับ?"

เจ้าคนหน้าด้านระดับ SSS...!

คนเราจะหน้าหนาได้ขนาดนี้เชียวหรือ

กิรยอพ่นคำโกหกออกมาโดยที่น้ำลายไม่บูด แต่สิ่งที่เลวร้ายเป็นพิเศษคือการที่เขามีความจริงผสมปนเปอยู่อย่างแนบเนียนในทุกช่วงคำตอบ

"แถมผมกับฮันเตอร์เอสเธอร์ยังมีภูมิคุ้มกันต่อเสียงเพลงของไซเรนอย่างสมบูรณ์ด้วย... ตรงส่วนนี้ขอละไว้ไม่พูดถึงนะครับ"

เอสเธอร์เองก็มีภูมิคุ้มกันงั้นเหรอ?

นักข่าวอยากฟังคำอธิบายที่ละเอียดกว่านี้ แต่คิมกิรยอก็ปฏิเสธ

ขืนคายข้อมูลคนอื่นออกไปสุ่มสี่สุ่มห้า อาจจะโดนยัยจอมเวทคำสาปนั่นเหม็นขี้หน้าเอาได้

"รู้ไว้แค่ว่าคุณเอสเธอร์ก็ทำได้เหมือนกันก็พอครับ"

กิรยอพูดจบก็เสริมอีกสองสามประโยค

"แต่ไม่รู้ว่านี่จะเป็นเรื่องสำคัญอะไรนักหนาไหมนะครับ? เพราะยังไงเนินนางเงือกที่เหลือผมก็จะเคลียร์เองทั้งหมดอยู่แล้ว"

"ครับ?"

จะเหมาดันเจี้ยนไซเรนทั้ง 15 แห่งที่ปรากฏขึ้นจากเหตุคาตาคลิสม์คนเดียวเนี่ยนะ!

เหล่านักข่าวตาโตเท่าไข่ห่าน

แต่กิรยอยังไม่หยุดพูด เรื่องอื่นไม่รู้แหละ แต่เรื่องนี้ต้องเอาให้ชัด

"ท่านฮันเตอร์เอสเธอร์ดูแลกิลด์อยู่ เดิมทีงานท่านก็คงล้นมืออยู่แล้ว"

"……!"

"เพราะงั้นเหตุการณ์ครั้งนี้ผมจะจัดการเอง ให้ท่านพักผ่อนหน่อยน่าจะดีกว่านะครับ"

นี่คือการสกัดดาวรุ่งรูปแบบหนึ่ง

ถึงจะรอดพ้นเกณฑ์ลดระดับด้วยการเคลียร์เกตระดับ A ไป 5 แห่งแล้วก็เถอะ

แต่เขาต้องรักษาอันดับไปเรื่อยๆ จนกว่าคนขายปอดมังกรจะปรากฏตัว

‘จังหวะนี้แหละ ต้องรีบกอบโกย!’

เพื่อที่จะผูกขาดผลงาน เขาจึงประกาศผ่านสื่อโต้งๆ ว่าเอสเธอร์ไม่ต้องเสนอหน้าเข้ามา

แต่เบื้องหน้าก็แสร้งทำเป็นเป็นห่วงกลัวอีกฝ่ายจะทำงานหนักเกินไป...

"เดือนมกราคมแล้วนี่ครับ ท่านประธานหอคอยเวทมนตร์ก็ควรได้พักผ่อนช่วงวันหยุดสิครับ"

เอาเถอะ แบบนี้คงไม่น่ามีปัญหาอะไรใหญ่โตหรอกมั้ง

"อย่างนี้นี่เอง ขอบคุณที่ให้สัมภาษณ์นะครับ"

"ครับ"

ในวินาทีนี้

นักข่าวจากสถานี YTV ตระหนักได้หลังจากการสนทนาว่า ฮันเตอร์ผู้นี้ช่างสุภาพเรียบร้อยผิดกับภาพลักษณ์ภายนอก

แต่ทว่า ภาพที่ปรากฏขึ้นด้านหลังกลับทำให้เขาลืมความประทับใจแรกพบเมื่อกี้ไปจนหมดสิ้น

"อ้าว ออกมากันสักทีนะทุกคน"

นั่นก็เพราะ ที่ทางออกข้างๆ มีฮันเตอร์กลุ่มใหม่โผล่ออกมาไงล่ะ

คังชางโฮและอันยุนซึง

ตอนตรวจสอบบันทึกอนุญาตเข้าเกตก็ยังสงสัยอยู่เลยว่าส่วนผสมปาร์ตี้ที่เหลือเชื่อแบบนี้จะมีอยู่จริงเรอะ

"ไอ้น้อง! รีบถ่ายตรงนั้นเร็ว!"

"ครับ ครับ!"

พวกเขารีบยกกล้องขึ้นบันทึกภาพเบื้องหน้าอย่างวุ่นวาย

ด้วยเหตุนี้ สมาชิกทีมที่พิชิตเนินนางเงือกจึงกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งกันถ้วนหน้า

---

เดินโซซัดโซเซ

ตุบ

ห้องประธานอันกว้างขวาง

หญิงสาวคนหนึ่งทิ้งตัวลงนอนแผ่หราหมดสภาพบนโซฟาหรูใจกลางห้อง

ผมหยักศกย้อมสีม่วง

นี่จะเป็นเอกลักษณ์ของใครไปได้ คนที่นอนคว่ำหน้าอยู่ตรงนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเอสเธอร์แห่งหอคอยเวทมนตร์

"งื้อออ..."

เอสเธอร์เริ่มพึมพำทั้งที่ยังฟุบหน้ากับโซฟา

งานในฐานะประธานกิลด์หอคอยเวทมนตร์เกาหลี

งานลงโทษผู้ตื่นรู้อาชญากร

งานในฐานะฮันเตอร์ระดับ S

ตัวก็มีอยู่แค่นี้ ทำไมหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมันถึงได้เยอะแยะขนาดนี้เนี่ย

"สงสัยฉันจะไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตในสังคมจริงๆ สินะ"

เธอปล่อยตัวเหลวเป๋วแล้วบ่นกระปอดกระแปด

"ฮือ อยากลาออกแล้วอะ"

แต่ปฏิกิริยาตอบกลับนั้นช่างเย็นชา

ดูเหมือนเลขาของเธอจะไม่ใช่เพิ่งเคยเจอเรื่องแบบนี้วันสองวัน ตอนนี้เลยไม่ตอบโต้ใดๆ ทั้งสิ้น

"เดือนมกราเฮงซวย!"

คาตาคลิสม์ ยังไงไอ้นี่ก็คือตัวปัญหาตลอดกาล

พอเข้าเดือนมกราคมทีไร มอนสเตอร์สายพันธุ์ใหม่ก็จะแห่กันออกมามหาศาล ทั้งนักวิชาการทั้งฮันเตอร์ต่างก็ยุ่งจนหัวหมุนกันไปหมด

"คุณเลขา ช่วยไปชงกาแฟเข้มๆ มาให้หน่อยได้ไหมคะ...?"

"ครับๆ"

เอสเธอร์สั่งงานด้วยเสียงไร้เรี่ยวแรงแล้วลุกขึ้นนั่งบนโซฟา

สูดน้ำมูก

ในสถานการณ์แบบนี้ เรื่องที่ยังพอเป็นโชคดีอยู่บ้างก็คือ

คำร้องขอให้ไปเคลียร์เนินนางเงือกที่เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในคาตาคลิสม์ปีนี้กลับเงียบเชียบ...

"จะว่าไป ก็ไม่มีใครติดต่อมาเลยแฮะ"

ความจริงแล้วสมาคมฮันเตอร์กำลังเพลย์เซฟกันอยู่

ตอนเหตุการณ์เขาวงกตเดือนสิบสามคราวก่อน

เกาหลีเสียผู้ตื่นรู้ระดับ S ไปทีเดียวถึง 3 คนเลยไม่ใช่หรือไง

ดูเหมือนสมาคมจะเปลี่ยนกฎระเบียบหลังจากเหตุการณ์นั้น ช่วงหลังมานี้เลยค่อนข้างสงวนท่าทีในการเรียกระดมพลฮันเตอร์ระดับ S

ถึงโลกจะวุ่นวายเพราะไซเรน แต่พวกเขาก็ยังเก็บไพ่ตายอย่างการเรียกตัวระดับ S ไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย

"ท่านประธาน กาแฟครับ"

"แต๊งกิ้ว"

ทว่าในระหว่างนี้ ทางสมาคมกลับได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลที่คาดไม่ถึง

ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ... จาก ‘กลุ่ม’ บุคคลต่างหาก

"จริงสิครับ ว่าแต่ท่านประธานดูข่าวเมื่อกี้หรือยังครับ?"

"หืม?"

"ในทีวีมีเพื่อนร่วมวงการพูดถึงท่านประธานด้วยนะครับ"

"เหรอ?"

ซู้ด

เอสเธอร์จิบกาแฟพลางเปิดทีวี

และเช็กช่อง YTV ที่อัดรายการไว้ตามคำบอกเล่าของเลขา

แต่ทว่า คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นกลับเป็นฮันเตอร์ที่หน้าตาคุ้นเคยพิลึก

"คุณกิรยอนี่นา?"

ผู้ชายที่มีจุดเด่นคือดวงตาชั้นเดียวและตาลอยขั้นรุนแรง

เอสเธอร์ชี้ไปที่คนในจอแล้วถาม

"เท่าที่ฉันรู้ นี่เหมือนจะเป็นการสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการครั้งแรกของเขาเลยรึเปล่า ใช่ไหม?"

แต่ใครจะไปนึกว่าเขาจะพูดจาแบบนี้ออกมา

-ท่านฮันเตอร์เอสเธอร์ดูแลกิลด์อยู่…(ละไว้)…เพราะงั้นเหตุการณ์ครั้งนี้ผมจะจัดการเอง ให้ท่านพักผ่อนหน่อยน่าจะดีกว่านะครับ...

ไซเรนผมจะจัดการเอง ส่วนเธอ... ก็ไปเที่ยวพักผ่อนซะ?

ในโลกนี้จะมีมนุษย์เงินเดือนคนไหนไม่หวั่นไหวกับคำเชิญชวนแบบนี้บ้าง

"อุ๊ยตาย...!"

ตึกตัก

เอสเธอร์เอามือปิดปาก ดำดิ่งสู่ความซาบซึ้งชั่วขณะ

แต่ทันทีหลังจากนั้น

พอเห็นซับไตเติลที่วิ่งอยู่ด้านล่าง แก้มที่แดงระเรื่อก็หุบลงวูบ

[(ข่าวด่วน) ระดับ S คิมกิรยอ นำทีมพิชิตเนินนางเงือกพร้อมกับคังชางโฮและอันยุนซึง...]

"อะ อะไรนะ คังชางโฮ?"

พอองค์ประกอบทีมที่ซ่อนไว้ถูกเปิดเผย เธอก็ลุกพรวดจากที่นั่งด้วยสีหน้าตกตะลึง

"แถมอีกคนยังเป็นกิลด์เมมเบอร์ของนีโอซิสเตอร์?!"

ใช่สิ จะว่าไปอันยุนซึงกับคิมกิรยอก็รู้จักกันมาก่อนหน้านี้นี่นา!

เอสเธอร์ยังพอมีข้อมูลอยู่บ้างจากเหตุการณ์คราวก่อน

แต่สำหรับคนทั่วไปที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ภาพที่เห็นมันช่างโกลาหลสิ้นดี

【 Hunternet > เว็บบอร์ดฟรีสไตล์ 】

[1** : จัดทีมบ้าอะไรวะนั่น]

[s* : ฮันเตอร์คังเนี่ยนะ? ลงดันเจี้ยน?]

[z*** : ทำไมอันยุนซึงไปโผล่ตรงนั้นได้อะ???]

และสี่วันหลังจากนั้น

วันพฤหัสบดีก็เวียนมาถึง

"ยินดีด้วยครับที่ปิดเนินนางเงือกได้ครบทุกแห่ง~! โอ้โฮ ลำบากแย่เลยนะครับคุณฮันเตอร์!"

"ฮ่าๆ ขอบคุณครับ"

อันยุนซึงยอมให้สัมภาษณ์ฉลองการเคลียร์เนินนางเงือกทั้งหมดจนได้

"ถามว่าเป็นอะไรกับพี่กิรยองั้นเหรอครับ?"

ตอนนั้นเอง

อันยุนซึงก็ตอบคำถามของครีเอเตอร์วิดีโอรายหนึ่งไปแบบนี้

"อืม สำหรับผม เขาเป็นเหมือนอาจารย์ครับ!"

"อาจารย์เหรอครับ?"

"ความจริงผมเรียนรู้อะไรหลายอย่างเกี่ยวกับความเป็นฮันเตอร์จากท่านผู้นั้นมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วครับ ที่ผมมีวันนี้ได้ก็เพราะลูกพี่ช่วยชี้แนะคนไม่เอาถ่านอย่างผมนี่แหละ ถ้าให้ไล่เรื่องที่ต้องขอบคุณคงพูดไม่จะ..."

ฮันเตอร์โนเนมคนนั้น เป็นถึงระดับอาจารย์ของแรงค์ A เชียวเรอะ!

"ยุ ยุนซึง! เรามาคุยกันหน่อยดีไหม?"

กิรยอที่บังเอิญอยู่ข้างๆ คาดเดาได้อย่างรวดเร็วว่าเรื่องจะยุ่งยาก เลยรีบเข้าไปปิดปากอันยุนซึงทันที แต่...

ในทางปฏิบัติถือว่าช้าไปก้าวหนึ่ง

เพราะเนื้อหาสำคัญมันแพร่กระจายไปไกลจนกู่ไม่กลับแล้ว

"คิมกิรยอคือโรลโมเดลของอันยุนซึง?"

ขนาดจองฮาซองที่ตัดขาดจากอินเทอร์เน็ตแล้วหันไปอ่านแต่หนังสือพิมพ์กระดาษยังรู้ข่าวนี้

"...สงสัยจะเป็นผู้ตื่นรู้สายป้องกันจริงๆ สินะ"

ในท้ายที่สุด

การกระทำของคิมกิรยอที่เริ่มต้นเพียงเพื่อกอบโกยคะแนนจัดอันดับ ก็ได้ทิ้งแรงกระเพื่อมลูกใหญ่เอาไว้

---

อนาคตของคนเรานี่คาดเดาไม่ได้จริงๆ

[●LIVE ข่าว : แชตสด]

[เอาจริงนะ แค่เรื่องคราวก่อนก็ประทับใจมากแล้ว นี่เล่นกวาดไซเรนเรียบวุธ อุ่นใจชิบเป๋ง]

[จริง 555]

[แต่คังชางโฮโผล่มาแจมได้ไงแบบงงๆ?]

[อยากรู้เหมือนกัน]

[คุณฮันเตอร์อันยุนซึงก็บอกว่าไม่รู้เรื่องนั้นเหมือนกันครับ]

ตอนนี้ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็แทบหาโพสต์ด่าฮันเตอร์ระดับ S คนที่ 4 ไม่เจอแล้ว

‘มีแต่คำชมทั้งนั้น’

พอวีรกรรมเก็บกวาดระดับ D ที่ตายไปมารวมกับผลงานการปราบไซเรน คะแนนประเมินของคิมกิรยาก็พุ่งกระฉูด

[‘ประเทศผู้ครอบครองคิมกิรยอ’]

[คุณคิมกิรยอ คุณมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้า ‘คลับดูยูโน’ ครับ]

[(หนังสือพิมพ์ซอนฮัน) ม้ามืดคนใหม่แห่งเกาหลี]

[เมื่อคุณครูถามว่าคนที่หนูเคารพคือใคร

เด็กทุกคนมักจะตอบว่า พ่อ, อีซุนชิน, พระเจ้าเซจง

แต่ฉันตอบไปเบาๆ ว่า

『คิมกิรยอ』

ครู : หนูจ๊ะ นั่นใครเหรอ? บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์เหรอ?]

อะไรประมาณนี้เลย

‘อินเทอร์เน็ตมีศัพท์ใหม่เยอะแฮะ บางทีก็ฟังไม่ค่อยเข้าใจ’

และไม่นานนัก กิรยอก็สัมผัสได้ถึงกระแสสังคมที่เปลี่ยนไปด้วยตัวเอง

คงเพราะเขาไม่มีแรงกดดันจากพลังเวทเหมือนระดับ S ตัวจริง คนทั่วไปเลยกล้าเข้าหาได้ง่ายกว่า

"คุณฮันเตอร์คิมกิรยอใช่ไหมคะ? ว้าย ตัวจริงเสียงจริง!"

ช่วงหลังมานี้มีคนเดินถนนทักทายเขาบ่อยขึ้น

"หล่อจังเลยค่ะ!"

แถมยังได้ยินคำพูดแปลกหูแบบนี้อีก

‘จู่ๆ เนี่ยนะ?’

ยังไงซะชาวโลกก็นิสัยประหลาดจริงๆ

คนที่นี่มีพฤติกรรมชอบประเมินหน้าตาของคนที่มีความสามารถสูงเกินความเป็นจริง บอกตามตรงว่าเป็นวัฒนธรรมที่ชาวอัลฟาวูรีไม่อินเอาซะเลย

สำหรับเขาแล้ว หน้าตากับความสามารถมันเป็นปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยสักนิด

‘หรือเป็นเพราะฉันเป็นมนุษย์ต่างดาวเลยไม่เก็ทนะ?’

แต่เรื่องดีก็คือเรื่องดี มองข้ามเรื่องหยุมหยิมไปเถอะ

คิมกิรยอโบกมือให้ชาวโลกตรงหน้า

พวกนักเรียนต่างพากันหัวเราะคิกคักด้วยความตื่นเต้นที่ได้เจอผู้ตื่นรู้ แล้วก็เดินจากไป

นี่แหละคือการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศที่เขาจับต้องได้

ทว่า ในช่วงที่เขากำลังรุ่งโรจน์ด้วยภาพลักษณ์อันดีงามอยู่นั้นเอง

วันหนึ่ง ก็มีกระทู้ยาวเหยียดเกี่ยวกับคิมกิรยอโผล่ขึ้นมาในเว็บไซต์ชุมชนแห่งหนึ่ง

-ทุกวันนี้ผมใช้ชีวิตเหมือนตกนรกทั้งเป็น

กระทู้นั้นเริ่มต้นด้วยประโยคแบบนี้

มันอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาที่ถ้าไม่ใช่คู่กรณีคงเขียนออกมาไม่ได้ แถมยังแนบรูปถ่ายอีกหลายใบที่เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับคำให้การ

[หัวข้อ : ขอแจ้งเบาะแสเรื่องความรุนแรงในโรงเรียนที่คิมกิรยอเป็นคนทำครับ]

อดีตของระดับ S ถูกแฉเข้าให้แล้ว

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

123

20px

หลังจากการพิชิตเกตจบลง

คิมกิรยอเดินออกมาทางทางออกที่ถูกสร้างขึ้น

"เฮ้อ~"

เป็นไปตามคาด

พอไซเรนหมดสภาพ เนินนางเงือกก็ระดับความยากดิ่งลงเหวทันที

พวกเมอร์แมนที่โผล่มาประปรายนั้นเคลื่อนไหวเชื่องช้า ถ้าเทียบกับไซเรนแล้วก็ไม่ใช่ตัวตนที่น่ากลัวอะไรเลย

‘โอย ปวดเนื้อปวดตัวชะมัด...’

พอฮันเตอร์ที่มีความต้านทานสถานะผิดปกติหยุดการเคลื่อนไหวของไซเรนได้ สมาชิกในทีมที่เหลือก็จะไล่ล่าเมอร์แมนแล้วปิดเกต

พวกเขาแบ่งหน้าที่กันจนได้ประสิทธิภาพงานที่สูงลิ่ว

หลักฐานก็คือ ทีมของคิมกิรยอจัดการ [เนินนางเงือก] ไปได้ถึง 5 แห่งแล้วในตอนนี้

‘ฉันน่าจะถอยไอเทมบ็อกซ์สักอันดีไหมนะ?’

แน่นอนว่าถ้าบอกว่ากระบวนการนี้ไม่มีความยากลำบากเลยก็คงโกหก แต่ทว่า...

แค่นี้พอทนไหว

ทุกครั้งที่เมอร์แมนโผล่ออกมา ก็แค่แกล้งทำเป็นยุ่งกับการตรวจสอบศพไซเรน

หรือไม่ก็อ้างว่าวันนี้ใส่สูทตัวเก่งมา ไม่อยากให้เลือดกระเด็นใส่ ฯลฯ

วิธีอู้งานจากการต่อสู้ยังมีอีกเยอะแยะถมเถไป

‘ยังไงซะ แค่นี้ก็ปิดจอบเกตระดับ A ครบ 5 แห่งแล้ว’

กิรยอบิดขี้เกียจเพื่อฉลองให้กับตัวเองที่ทำตามเป้าหมายสำเร็จ

"คุณฮันเตอร์ครับ! สวัสดีครับ!"

แต่ทว่าในตอนนั้นเอง

จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกดังมาจากแถวนั้น

พอหันไปมองก็เจอทีมช่างภาพแบกกล้องตัวเบ้อเริ่มกับนักข่าวหนุ่มยืนอยู่

สถานีโทรทัศน์มาทำข่าวนั่นเอง

"ขอประทานโทษนะครับ ขอสัมภาษณ์สักครู่ได้ไหมครับ?"

แวบแรกก็สงสัยว่าคนพวกนี้มาทำอะไรถึงที่นี่ แต่...

‘อ้อ’

พอลองคิดดู เกตที่ไม่มีใครเคลียร์ได้จู่ๆ ก็ถูกปิดลงรัวๆ เป็นธรรมดาที่จะดึงดูดความสนใจ

"ถ้าแค่แป๊บเดียวก็ได้ครับ"

"ครับ! ขอบพระคุณมากครับ"

และคำถามต่อมาก็เป็นไปตามคาด

นักข่าวถามว่ารับมือกับไซเรนที่แสนยุ่งยากได้อย่างไร ซึ่งกิรยอก็ตอบกลับไป

เขาขุดคำตอบที่เตรียมไว้แล้วออกมา

"-ก็เพราะผมเป็นฮันเตอร์ระดับ S ไงครับ"

"ครับ?"

"ค่าการตื่นรู้ของผมสูง ทำให้ได้รับผลกระทบจากไซเรนน้อยกว่าคนอื่นน่ะครับ ระดับ S คนอื่นก็คงคล้ายๆ กันมั้งครับ?"

เจ้าคนหน้าด้านระดับ SSS...!

คนเราจะหน้าหนาได้ขนาดนี้เชียวหรือ

กิรยอพ่นคำโกหกออกมาโดยที่น้ำลายไม่บูด แต่สิ่งที่เลวร้ายเป็นพิเศษคือการที่เขามีความจริงผสมปนเปอยู่อย่างแนบเนียนในทุกช่วงคำตอบ

"แถมผมกับฮันเตอร์เอสเธอร์ยังมีภูมิคุ้มกันต่อเสียงเพลงของไซเรนอย่างสมบูรณ์ด้วย... ตรงส่วนนี้ขอละไว้ไม่พูดถึงนะครับ"

เอสเธอร์เองก็มีภูมิคุ้มกันงั้นเหรอ?

นักข่าวอยากฟังคำอธิบายที่ละเอียดกว่านี้ แต่คิมกิรยอก็ปฏิเสธ

ขืนคายข้อมูลคนอื่นออกไปสุ่มสี่สุ่มห้า อาจจะโดนยัยจอมเวทคำสาปนั่นเหม็นขี้หน้าเอาได้

"รู้ไว้แค่ว่าคุณเอสเธอร์ก็ทำได้เหมือนกันก็พอครับ"

กิรยอพูดจบก็เสริมอีกสองสามประโยค

"แต่ไม่รู้ว่านี่จะเป็นเรื่องสำคัญอะไรนักหนาไหมนะครับ? เพราะยังไงเนินนางเงือกที่เหลือผมก็จะเคลียร์เองทั้งหมดอยู่แล้ว"

"ครับ?"

จะเหมาดันเจี้ยนไซเรนทั้ง 15 แห่งที่ปรากฏขึ้นจากเหตุคาตาคลิสม์คนเดียวเนี่ยนะ!

เหล่านักข่าวตาโตเท่าไข่ห่าน

แต่กิรยอยังไม่หยุดพูด เรื่องอื่นไม่รู้แหละ แต่เรื่องนี้ต้องเอาให้ชัด

"ท่านฮันเตอร์เอสเธอร์ดูแลกิลด์อยู่ เดิมทีงานท่านก็คงล้นมืออยู่แล้ว"

"……!"

"เพราะงั้นเหตุการณ์ครั้งนี้ผมจะจัดการเอง ให้ท่านพักผ่อนหน่อยน่าจะดีกว่านะครับ"

นี่คือการสกัดดาวรุ่งรูปแบบหนึ่ง

ถึงจะรอดพ้นเกณฑ์ลดระดับด้วยการเคลียร์เกตระดับ A ไป 5 แห่งแล้วก็เถอะ

แต่เขาต้องรักษาอันดับไปเรื่อยๆ จนกว่าคนขายปอดมังกรจะปรากฏตัว

‘จังหวะนี้แหละ ต้องรีบกอบโกย!’

เพื่อที่จะผูกขาดผลงาน เขาจึงประกาศผ่านสื่อโต้งๆ ว่าเอสเธอร์ไม่ต้องเสนอหน้าเข้ามา

แต่เบื้องหน้าก็แสร้งทำเป็นเป็นห่วงกลัวอีกฝ่ายจะทำงานหนักเกินไป...

"เดือนมกราคมแล้วนี่ครับ ท่านประธานหอคอยเวทมนตร์ก็ควรได้พักผ่อนช่วงวันหยุดสิครับ"

เอาเถอะ แบบนี้คงไม่น่ามีปัญหาอะไรใหญ่โตหรอกมั้ง

"อย่างนี้นี่เอง ขอบคุณที่ให้สัมภาษณ์นะครับ"

"ครับ"

ในวินาทีนี้

นักข่าวจากสถานี YTV ตระหนักได้หลังจากการสนทนาว่า ฮันเตอร์ผู้นี้ช่างสุภาพเรียบร้อยผิดกับภาพลักษณ์ภายนอก

แต่ทว่า ภาพที่ปรากฏขึ้นด้านหลังกลับทำให้เขาลืมความประทับใจแรกพบเมื่อกี้ไปจนหมดสิ้น

"อ้าว ออกมากันสักทีนะทุกคน"

นั่นก็เพราะ ที่ทางออกข้างๆ มีฮันเตอร์กลุ่มใหม่โผล่ออกมาไงล่ะ

คังชางโฮและอันยุนซึง

ตอนตรวจสอบบันทึกอนุญาตเข้าเกตก็ยังสงสัยอยู่เลยว่าส่วนผสมปาร์ตี้ที่เหลือเชื่อแบบนี้จะมีอยู่จริงเรอะ

"ไอ้น้อง! รีบถ่ายตรงนั้นเร็ว!"

"ครับ ครับ!"

พวกเขารีบยกกล้องขึ้นบันทึกภาพเบื้องหน้าอย่างวุ่นวาย

ด้วยเหตุนี้ สมาชิกทีมที่พิชิตเนินนางเงือกจึงกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งกันถ้วนหน้า

---

เดินโซซัดโซเซ

ตุบ

ห้องประธานอันกว้างขวาง

หญิงสาวคนหนึ่งทิ้งตัวลงนอนแผ่หราหมดสภาพบนโซฟาหรูใจกลางห้อง

ผมหยักศกย้อมสีม่วง

นี่จะเป็นเอกลักษณ์ของใครไปได้ คนที่นอนคว่ำหน้าอยู่ตรงนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเอสเธอร์แห่งหอคอยเวทมนตร์

"งื้อออ..."

เอสเธอร์เริ่มพึมพำทั้งที่ยังฟุบหน้ากับโซฟา

งานในฐานะประธานกิลด์หอคอยเวทมนตร์เกาหลี

งานลงโทษผู้ตื่นรู้อาชญากร

งานในฐานะฮันเตอร์ระดับ S

ตัวก็มีอยู่แค่นี้ ทำไมหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมันถึงได้เยอะแยะขนาดนี้เนี่ย

"สงสัยฉันจะไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตในสังคมจริงๆ สินะ"

เธอปล่อยตัวเหลวเป๋วแล้วบ่นกระปอดกระแปด

"ฮือ อยากลาออกแล้วอะ"

แต่ปฏิกิริยาตอบกลับนั้นช่างเย็นชา

ดูเหมือนเลขาของเธอจะไม่ใช่เพิ่งเคยเจอเรื่องแบบนี้วันสองวัน ตอนนี้เลยไม่ตอบโต้ใดๆ ทั้งสิ้น

"เดือนมกราเฮงซวย!"

คาตาคลิสม์ ยังไงไอ้นี่ก็คือตัวปัญหาตลอดกาล

พอเข้าเดือนมกราคมทีไร มอนสเตอร์สายพันธุ์ใหม่ก็จะแห่กันออกมามหาศาล ทั้งนักวิชาการทั้งฮันเตอร์ต่างก็ยุ่งจนหัวหมุนกันไปหมด

"คุณเลขา ช่วยไปชงกาแฟเข้มๆ มาให้หน่อยได้ไหมคะ...?"

"ครับๆ"

เอสเธอร์สั่งงานด้วยเสียงไร้เรี่ยวแรงแล้วลุกขึ้นนั่งบนโซฟา

สูดน้ำมูก

ในสถานการณ์แบบนี้ เรื่องที่ยังพอเป็นโชคดีอยู่บ้างก็คือ

คำร้องขอให้ไปเคลียร์เนินนางเงือกที่เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในคาตาคลิสม์ปีนี้กลับเงียบเชียบ...

"จะว่าไป ก็ไม่มีใครติดต่อมาเลยแฮะ"

ความจริงแล้วสมาคมฮันเตอร์กำลังเพลย์เซฟกันอยู่

ตอนเหตุการณ์เขาวงกตเดือนสิบสามคราวก่อน

เกาหลีเสียผู้ตื่นรู้ระดับ S ไปทีเดียวถึง 3 คนเลยไม่ใช่หรือไง

ดูเหมือนสมาคมจะเปลี่ยนกฎระเบียบหลังจากเหตุการณ์นั้น ช่วงหลังมานี้เลยค่อนข้างสงวนท่าทีในการเรียกระดมพลฮันเตอร์ระดับ S

ถึงโลกจะวุ่นวายเพราะไซเรน แต่พวกเขาก็ยังเก็บไพ่ตายอย่างการเรียกตัวระดับ S ไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย

"ท่านประธาน กาแฟครับ"

"แต๊งกิ้ว"

ทว่าในระหว่างนี้ ทางสมาคมกลับได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลที่คาดไม่ถึง

ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ... จาก ‘กลุ่ม’ บุคคลต่างหาก

"จริงสิครับ ว่าแต่ท่านประธานดูข่าวเมื่อกี้หรือยังครับ?"

"หืม?"

"ในทีวีมีเพื่อนร่วมวงการพูดถึงท่านประธานด้วยนะครับ"

"เหรอ?"

ซู้ด

เอสเธอร์จิบกาแฟพลางเปิดทีวี

และเช็กช่อง YTV ที่อัดรายการไว้ตามคำบอกเล่าของเลขา

แต่ทว่า คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นกลับเป็นฮันเตอร์ที่หน้าตาคุ้นเคยพิลึก

"คุณกิรยอนี่นา?"

ผู้ชายที่มีจุดเด่นคือดวงตาชั้นเดียวและตาลอยขั้นรุนแรง

เอสเธอร์ชี้ไปที่คนในจอแล้วถาม

"เท่าที่ฉันรู้ นี่เหมือนจะเป็นการสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการครั้งแรกของเขาเลยรึเปล่า ใช่ไหม?"

แต่ใครจะไปนึกว่าเขาจะพูดจาแบบนี้ออกมา

-ท่านฮันเตอร์เอสเธอร์ดูแลกิลด์อยู่…(ละไว้)…เพราะงั้นเหตุการณ์ครั้งนี้ผมจะจัดการเอง ให้ท่านพักผ่อนหน่อยน่าจะดีกว่านะครับ...

ไซเรนผมจะจัดการเอง ส่วนเธอ... ก็ไปเที่ยวพักผ่อนซะ?

ในโลกนี้จะมีมนุษย์เงินเดือนคนไหนไม่หวั่นไหวกับคำเชิญชวนแบบนี้บ้าง

"อุ๊ยตาย...!"

ตึกตัก

เอสเธอร์เอามือปิดปาก ดำดิ่งสู่ความซาบซึ้งชั่วขณะ

แต่ทันทีหลังจากนั้น

พอเห็นซับไตเติลที่วิ่งอยู่ด้านล่าง แก้มที่แดงระเรื่อก็หุบลงวูบ

[(ข่าวด่วน) ระดับ S คิมกิรยอ นำทีมพิชิตเนินนางเงือกพร้อมกับคังชางโฮและอันยุนซึง...]

"อะ อะไรนะ คังชางโฮ?"

พอองค์ประกอบทีมที่ซ่อนไว้ถูกเปิดเผย เธอก็ลุกพรวดจากที่นั่งด้วยสีหน้าตกตะลึง

"แถมอีกคนยังเป็นกิลด์เมมเบอร์ของนีโอซิสเตอร์?!"

ใช่สิ จะว่าไปอันยุนซึงกับคิมกิรยอก็รู้จักกันมาก่อนหน้านี้นี่นา!

เอสเธอร์ยังพอมีข้อมูลอยู่บ้างจากเหตุการณ์คราวก่อน

แต่สำหรับคนทั่วไปที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ภาพที่เห็นมันช่างโกลาหลสิ้นดี

【 Hunternet > เว็บบอร์ดฟรีสไตล์ 】

[1** : จัดทีมบ้าอะไรวะนั่น]

[s* : ฮันเตอร์คังเนี่ยนะ? ลงดันเจี้ยน?]

[z*** : ทำไมอันยุนซึงไปโผล่ตรงนั้นได้อะ???]

และสี่วันหลังจากนั้น

วันพฤหัสบดีก็เวียนมาถึง

"ยินดีด้วยครับที่ปิดเนินนางเงือกได้ครบทุกแห่ง~! โอ้โฮ ลำบากแย่เลยนะครับคุณฮันเตอร์!"

"ฮ่าๆ ขอบคุณครับ"

อันยุนซึงยอมให้สัมภาษณ์ฉลองการเคลียร์เนินนางเงือกทั้งหมดจนได้

"ถามว่าเป็นอะไรกับพี่กิรยองั้นเหรอครับ?"

ตอนนั้นเอง

อันยุนซึงก็ตอบคำถามของครีเอเตอร์วิดีโอรายหนึ่งไปแบบนี้

"อืม สำหรับผม เขาเป็นเหมือนอาจารย์ครับ!"

"อาจารย์เหรอครับ?"

"ความจริงผมเรียนรู้อะไรหลายอย่างเกี่ยวกับความเป็นฮันเตอร์จากท่านผู้นั้นมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วครับ ที่ผมมีวันนี้ได้ก็เพราะลูกพี่ช่วยชี้แนะคนไม่เอาถ่านอย่างผมนี่แหละ ถ้าให้ไล่เรื่องที่ต้องขอบคุณคงพูดไม่จะ..."

ฮันเตอร์โนเนมคนนั้น เป็นถึงระดับอาจารย์ของแรงค์ A เชียวเรอะ!

"ยุ ยุนซึง! เรามาคุยกันหน่อยดีไหม?"

กิรยอที่บังเอิญอยู่ข้างๆ คาดเดาได้อย่างรวดเร็วว่าเรื่องจะยุ่งยาก เลยรีบเข้าไปปิดปากอันยุนซึงทันที แต่...

ในทางปฏิบัติถือว่าช้าไปก้าวหนึ่ง

เพราะเนื้อหาสำคัญมันแพร่กระจายไปไกลจนกู่ไม่กลับแล้ว

"คิมกิรยอคือโรลโมเดลของอันยุนซึง?"

ขนาดจองฮาซองที่ตัดขาดจากอินเทอร์เน็ตแล้วหันไปอ่านแต่หนังสือพิมพ์กระดาษยังรู้ข่าวนี้

"...สงสัยจะเป็นผู้ตื่นรู้สายป้องกันจริงๆ สินะ"

ในท้ายที่สุด

การกระทำของคิมกิรยอที่เริ่มต้นเพียงเพื่อกอบโกยคะแนนจัดอันดับ ก็ได้ทิ้งแรงกระเพื่อมลูกใหญ่เอาไว้

---

อนาคตของคนเรานี่คาดเดาไม่ได้จริงๆ

[●LIVE ข่าว : แชตสด]

[เอาจริงนะ แค่เรื่องคราวก่อนก็ประทับใจมากแล้ว นี่เล่นกวาดไซเรนเรียบวุธ อุ่นใจชิบเป๋ง]

[จริง 555]

[แต่คังชางโฮโผล่มาแจมได้ไงแบบงงๆ?]

[อยากรู้เหมือนกัน]

[คุณฮันเตอร์อันยุนซึงก็บอกว่าไม่รู้เรื่องนั้นเหมือนกันครับ]

ตอนนี้ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็แทบหาโพสต์ด่าฮันเตอร์ระดับ S คนที่ 4 ไม่เจอแล้ว

‘มีแต่คำชมทั้งนั้น’

พอวีรกรรมเก็บกวาดระดับ D ที่ตายไปมารวมกับผลงานการปราบไซเรน คะแนนประเมินของคิมกิรยาก็พุ่งกระฉูด

[‘ประเทศผู้ครอบครองคิมกิรยอ’]

[คุณคิมกิรยอ คุณมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้า ‘คลับดูยูโน’ ครับ]

[(หนังสือพิมพ์ซอนฮัน) ม้ามืดคนใหม่แห่งเกาหลี]

[เมื่อคุณครูถามว่าคนที่หนูเคารพคือใคร

เด็กทุกคนมักจะตอบว่า พ่อ, อีซุนชิน, พระเจ้าเซจง

แต่ฉันตอบไปเบาๆ ว่า

『คิมกิรยอ』

ครู : หนูจ๊ะ นั่นใครเหรอ? บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์เหรอ?]

อะไรประมาณนี้เลย

‘อินเทอร์เน็ตมีศัพท์ใหม่เยอะแฮะ บางทีก็ฟังไม่ค่อยเข้าใจ’

และไม่นานนัก กิรยอก็สัมผัสได้ถึงกระแสสังคมที่เปลี่ยนไปด้วยตัวเอง

คงเพราะเขาไม่มีแรงกดดันจากพลังเวทเหมือนระดับ S ตัวจริง คนทั่วไปเลยกล้าเข้าหาได้ง่ายกว่า

"คุณฮันเตอร์คิมกิรยอใช่ไหมคะ? ว้าย ตัวจริงเสียงจริง!"

ช่วงหลังมานี้มีคนเดินถนนทักทายเขาบ่อยขึ้น

"หล่อจังเลยค่ะ!"

แถมยังได้ยินคำพูดแปลกหูแบบนี้อีก

‘จู่ๆ เนี่ยนะ?’

ยังไงซะชาวโลกก็นิสัยประหลาดจริงๆ

คนที่นี่มีพฤติกรรมชอบประเมินหน้าตาของคนที่มีความสามารถสูงเกินความเป็นจริง บอกตามตรงว่าเป็นวัฒนธรรมที่ชาวอัลฟาวูรีไม่อินเอาซะเลย

สำหรับเขาแล้ว หน้าตากับความสามารถมันเป็นปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยสักนิด

‘หรือเป็นเพราะฉันเป็นมนุษย์ต่างดาวเลยไม่เก็ทนะ?’

แต่เรื่องดีก็คือเรื่องดี มองข้ามเรื่องหยุมหยิมไปเถอะ

คิมกิรยอโบกมือให้ชาวโลกตรงหน้า

พวกนักเรียนต่างพากันหัวเราะคิกคักด้วยความตื่นเต้นที่ได้เจอผู้ตื่นรู้ แล้วก็เดินจากไป

นี่แหละคือการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศที่เขาจับต้องได้

ทว่า ในช่วงที่เขากำลังรุ่งโรจน์ด้วยภาพลักษณ์อันดีงามอยู่นั้นเอง

วันหนึ่ง ก็มีกระทู้ยาวเหยียดเกี่ยวกับคิมกิรยอโผล่ขึ้นมาในเว็บไซต์ชุมชนแห่งหนึ่ง

-ทุกวันนี้ผมใช้ชีวิตเหมือนตกนรกทั้งเป็น

กระทู้นั้นเริ่มต้นด้วยประโยคแบบนี้

มันอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาที่ถ้าไม่ใช่คู่กรณีคงเขียนออกมาไม่ได้ แถมยังแนบรูปถ่ายอีกหลายใบที่เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับคำให้การ

[หัวข้อ : ขอแจ้งเบาะแสเรื่องความรุนแรงในโรงเรียนที่คิมกิรยอเป็นคนทำครับ]

อดีตของระดับ S ถูกแฉเข้าให้แล้ว