วันจันทร์
ฉันนั่งพิงผนังห้องเช่ารูหนูพลางไถมือถือเล่น
บนหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในมือมีข้อความหนึ่งเด้งขึ้นมา
[หัวข้อ : ขอแจ้งเบาะแสเรื่องความรุนแรงในโรงเรียนที่เคยถูกฮันเตอร์คิมกิรยอกระทำครับ]
ไหนดูซิ คิมกิรยอเป็นผู้กระทำความผิดฐานใช้ความรุนแรงในโรงเรียนงั้นเรอะ
“กลั่นแกล้งรังแก, ทำร้ายร่างกาย, ข่มขู่…….”
ในโพสต์ที่ถูกอัปโหลดขึ้นมาเมื่อ 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ได้สาธยายความผิดเอาไว้หลากหลายรูปแบบจริงๆ
แต่ที่น่าแปลกคือ ฉันกลับไม่รู้สึกถึงความรุนแรงของสถานการณ์เลยสักนิด
ก็ร่างกายที่มีตำหนิเยอะแยะของฉัน มันดันนึกความทรงจำไม่ออกเลยแม้แต่เรื่องเดียวน่ะสิ ถึงสถานการณ์จะเลวร้ายขนาดนี้แล้วก็เถอะ
“คิมกิรยอเป็นคนแบบนี้เองเหรอเนี่ย?”
ทว่า จะให้เหมาว่าเนื้อหาในโพสต์เป็นเรื่องโกหกเพียงเพราะจำไม่ได้ มันก็มีจุดที่น่าสงสัยอยู่ไม่น้อย
①คิมกิรยอสูบบุหรี่
②คิมกิรยอย้อมผม
เอาล่ะ อย่างน้อยจนถึงตรงนี้ก็ยังดูปกติดีใช่ไหม?
③คิมกิรยอขี่มอเตอร์ไซค์เป็น
แต่พอข้อนี้เพิ่มเข้ามา บรรยากาศมันก็เริ่มจะทะแม่งๆ ชอบกลแฮะ
ฉันเองก็เพิ่งมารู้โดยบังเอิญเมื่อไม่นานมานี้……
‘ตอนที่ช่วยย้ายมอเตอร์ไซค์ของคังชางโฮที่นอนสลบเหมือดตอนเหตุการณ์ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ฉันก็สังเกตเห็นแล้ว ร่างกายนี้รู้วิธีขับรถจักรยานยนต์’
มารู้เอาทีหลังว่าร่างกายนี้มีความสามารถในการควบคุมมอเตอร์ไซค์สูงพอตัวเลยทีเดียว
สูบบุหรี่ ย้อมผม มอเตอร์ไซค์
ความจริงแล้ว การจะตัดสินความดีความชั่วด้วยข้อมูลเพียงหยิบมือพวกนี้มันเป็นไปไม่ได้หรอก
ฉันเองก็รู้ดีว่ามันเป็นการตีความที่ใจแคบเกินไป
“อืม”
แต่ในเมื่อไม่มีวัตถุดิบอื่นให้ใช้ตัดสินใจมากกว่านี้
จะช่วยไม่ได้ที่ทางนี้จะเริ่มกังวลขึ้นมาบ้างไม่ใช่หรือไง?
“เจ้าคิมกิรยอ หรือว่าหมอนี่…….”
ฉันเอียงคอพลางจินตนาการถึงอดีตของเจ้าของร่าง
แต่ในตอนนั้นเอง
บนหน้าจอโทรศัพท์ที่เปิดค้างไว้ก็มีการแจ้งเตือนใหม่เด้งขึ้นมา
[อันยุนซึง☎]
-ลูกพี่! เห็นบทความเทกันออกมาตั้งแต่เช้า ผมเป็นห่วงเลยโทรมาหาครับ เป็นอะไรไหมครับ?
แต่คำถามที่ตามมา ฉันกลับไม่มีคำตอบจะให้แฮะ
-ว่าแต่โพสต์นั่นเป็นเรื่องแต่งใช่ไหมครับ? ลูกพี่ไม่มีทางทำเรื่องพรรค์นั้นสมัยเรียนอยู่แล้วนี่นา
ฉันถือโทรศัพท์ค้างไว้พลางเงียบไปครู่ใหญ่
‘ก็ไม่รู้สินะ เรื่องนั้นใครจะไปรู้’
จำไม่ได้งั้นเหรอ
ในมุมมองของเหยื่อ คงไม่มีคำตอบไหนหน้าด้านไปกว่านี้อีกแล้วมั้ง
---
ชาวเน็ตเกาหลีในขณะนี้กำลังเดือดดาลด้วยหัวข้อเดียวกัน
นั่นเป็นเพราะเมื่อหนึ่งวันก่อน
มีโพสต์แบบนี้ถูกอัปโหลดขึ้นมาบนอินเทอร์เน็ต
=====================================
ขอแจ้งเบาะแสเรื่องความรุนแรงในโรงเรียนที่เคยถูกฮันเตอร์คิมกิรยอกระทำครับ
---
ผมใช้ชีวิตเหมือนตกนรกทั้งเป็นในทุกๆ วัน
ก่อนอื่นขอแจ้งให้ทราบว่าโพสต์นี้ไม่ใช่เรื่องเท็จแต่อย่างใด
ผมเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนกับฮันเตอร์ระดับ S คิมกิรยอ ที่ช่วงนี้เห็นหน้าค่าตาได้บ่อยๆ ตามสื่อต่างๆ
แต่ช่วงนี้ ทุกครั้งที่เห็นหน้านั้นโผล่มาบนทีวี ผมรู้สึกทรมานเหลือเกินครับ
โดยเฉพาะตอนที่เห็นฮันเตอร์คนนั้นถูกสร้างภาพให้กลายเป็นฮีโร่เพื่อประชาชน ผมทนต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ
ทุกท่านทราบไหมครับว่าสมัยเรียนคิมกิรยอเป็นคนยังไง?
เขาคือนักเลงครับ หรือที่เรียกกันว่าพวกอิลจินนั่นแหละ
ตอนสมัยม.3 ผมถูกเขาหมายหัวจนต้องใช้ชีวิตเหมือนอยู่ในนรกตลอด 1 ปีเต็ม จนสุดท้ายต้องลาออกจากโรงเรียนกลางคัน
เพราะผมไม่สามารถเยียวยาบาดแผลในจิตใจได้
แต่คนที่ทำให้ผมมีสภาพแบบนี้กลับโชคดีได้รับการตื่นรู้ แถมตอนนี้ยังหน้าด้านได้รับการเชิดชูเป็นฮีโร่อีก
เอาจริงๆ ผมก็รู้นะครับว่าฮันเตอร์ไม่ได้มีหน้าที่ที่ต้องเป็นคนดีขาวสะอาด
ถึงจะมาเขียนโพสต์ในนี้ ยังไงฮันเตอร์คนนั้นก็คงใช้ชีวิตเสวยสุขกอบโกยเงินทองต่อไปอยู่ดี
แต่ อย่างน้อยผมก็อยากให้ทุกคนได้รับรู้ว่าเนื้อแท้ของเขาเป็นคนยังไง
=====================================
ถึงขนาดมีคนต้องลาออกจากโรงเรียนเพราะคิมกิรยอ
เนื้อหาที่ตามมาคือการกลั่นแกล้งรังแกที่ชวนให้ขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ
พอลองอ่านดูดีๆ ก็มีเรื่องที่รุนแรงเกินกว่าจะเป็นฝีมือของนักเรียนปะปนอยู่ด้วย
=====================================
เด็กคนอื่นจะดีใจเมื่อเสียงออดเลิกเรียนดังขึ้น แต่สำหรับผม เสียงนั้นคือเสียงที่น่ากลัวที่สุด
เพราะพอเลิกเรียน ผมจะถูกเขาลาตัวไปสั่งซ่อมครับ
ทุกท่านเคยถูกชกเข้าที่ใต้ไหปลาร้าไหมครับ?
ตรงส่วนที่จับดูจะเจอกระดูกหน้าอกและแทบไม่มีเนื้อหุ้มอยู่เลย
พอโดนชกตรงนั้น มันจะหายใจไม่ออกไปชั่วขณะจริงๆ ครับ
หายใจไม่เข้าเลย แล้วมันก็เจ็บมากจนน้ำตาไหล แต่ที่น่าแปลกคือตรงนี้ต่อให้โดนตียังไงก็ไม่ค่อยทิ้งร่องรอยให้เห็นชัดเจน
ถ้าไม่ตีแรงจริงๆ ก็แทบจะไม่ช้ำ ใส่เสื้อแขนสั้นก็มองไม่ค่อยเห็น.......
ผมเลยมักจะโดนซ้อมตรงนี้ประจำถ้ามีโอกาส
ขนาดตอนโดนซ้อม ผมยังต้องกลั้นหายใจแล้วจัดระเบียบร่างกายให้ตรงเป๊ะ
เพราะถ้าหลังงอเมื่อไหร่ คิมกิรยอก็จะหาเรื่องว่ายืนไม่ตรงแล้วซ้อมเพิ่มอีกหลายหมัด
=====================================
แต่มันไม่ใช่แค่การทำร้ายร่างกายหรอกนะ
ไถเงิน ข่มขู่ โยนความผิด และอื่นๆ อีกสารพัด
ประวัติในอดีตของคิมกิรยอที่ผู้เขียนอธิบายมา จะใช้คำว่าเศษเดนก็ยังน้อยไป
เพราะเขาได้ทำลายชีวิตวัยเรียนของคนคนหนึ่งไปจนป่นปี้เลยนี่นา
=====================================
ถ้าถามว่าทำไมไม่ขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ ผมเองก็พูดไม่ออกเหมือนกันครับ
พอมองย้อนกลับไปตอนนี้ มันคงมีวิธีที่ฉลาดกว่าการก้มหน้าก้มตาอดทนอยู่ตั้งเยอะ.......
แต่ตัวผมในตอนนั้นแค่มันหวาดกลัวเหลือเกิน
มีครั้งหนึ่ง คิมกิรยอหยิบกรรไกรในห้องศิลปะมาวางบนโต๊ะผมแล้วขู่ว่า ‘ถ้ามึงเอาเรื่องนี้ไปฟ้องใคร กูจะไปหาครอบครัวมึงแล้วแทงพวกแม่งให้ยับเลยคอยดู’
แล้วใครมันจะไปกล้าคิดต่อต้านได้ลงคอล่ะครับ
=====================================
หลังจากบรรยายความเสียหายมายาวเหยียด
ผู้โพสต์ก็แนบหลักฐานเพื่อยืนยันคำพูดของตัวเองไว้ที่ด้านล่าง
อย่างแรกคือภาพยืนยันชุดนักเรียนของโรงเรียนเก่า
และอีกหนึ่งอย่างที่เหลือก็คือรูปถ่าย 2 ใบนี้
‘รูปถ่าย?’
รูปที่ผู้โพสต์ลงเป็นภาพของนักเรียนหญิงคนหนึ่งกำลังร้องไห้และถูกนักเรียนชายฉุดกระชากลากถูอย่างป่าเถื่อน
นักเรียนหญิงถูกเซนเซอร์ใบหน้าไว้บางๆ ทำให้ระบุตัวตนได้ไม่ชัดเจน
แต่นักเรียนชายนี่ดูออกได้ค่อนข้างง่ายเลย
“โอ้ ตอนนี้ผมดำแฮะ?”
คิมกิรยอนั่นเอง
พูดอีกอย่างก็คือ นี่เป็นฉากที่คิมกิรยอในอดีตกำลังลากใครบางคนไปกับพื้น
=====================================
เห็นไหมครับว่าเป้าหมายของความรุนแรงในโรงเรียนไม่ได้เลือกเพศ
เพราะเขายังเคยบังคับให้พวกผู้หญิงทำเรื่องที่ยากจะเอ่ยปากพูดออกมาด้วยซ้ำ
รูปพวกนี้ ผมถ่ายเก็บไว้ด้วยความวู่วาม เผื่อว่าสักวันจะได้มีโอกาสแจ้งความจับมัน
=====================================
ถ้าหลักฐานชัดเจนขนาดนี้ บรรยากาศหลังจากนั้นจะเป็นยังไง
ประชาชนที่ได้เห็นโพสต์แฉต่างพากันตกตะลึง
แถมพอผ่านไปสัก 1 ชั่วโมง ในบอร์ดก็มีคำให้การจากเพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นๆ หลั่งไหลเข้ามาสมทบอีก
[แถวบ้านฉันไม่มีใครไม่รู้จักไอ้หมอนี่หรอก ฉันเองก็คันปากอยากเล่ามาตั้งนานแล้ว~ คิคิ]
[กิรยอ จำได้ไหม? แกพยายามจะซื้อบุหรี่ที่ร้านขายของชำยายฉัน แต่ยายขอดูบัตรประชาชน แกเลยพาพวกมาอาละวาดซะเละเทะ ทั้งด่าทอคนแก่ไม่มีทางสู้แถมยังทำตัวถ่อยๆ ตอนแรกฉันก็สงสัยว่าใครมันทำเรื่องแบบนี้กับยายฉัน แต่พอมาเช็กกล้องวงจรปิดทีหลังถึงรู้ว่าเป็นแก สายตาที่จ้องมองคนนั่นน่ะใช่เลย]
ด้วยเหตุนี้ หอคอยที่มนุษย์ต่างดาวตนหนึ่งอุตส่าห์เพียรสร้างมาจึงพังทลายลงในพริบตา.......
---
พอลองคิดดูแล้ว ดูเหมือนที่ผ่านมาฉันจะไม่เคยเก็บเอาเรื่องที่ว่าคิมกิรยอเป็นคนยังไงมาคิดให้รกสมองเลย
เหนือสิ่งอื่นใด คือไม่มีใครมาตามหาเขานี่นา ฉันเลยไม่ได้แสร้งทำตัวเป็น ‘คิมกิรยอตัวจริง’ สักเท่าไหร่
แต่ไม่นึกเลยว่าในช่องว่างของความทรงจำที่ปล่อยทิ้งไว้ จะมีกับระเบิดลูกใหญ่ขนาดนี้ซ่อนอยู่
“อืม”
สรุปสั้นๆ คือฉันซวยแล้ว
ภาพลักษณ์ที่สั่งสมมาอย่างราบรื่นจากเหตุการณ์ไซเรนและฮันเตอร์ฝึกหัดระดับ D พังยับเยินไม่มีชิ้นดี
“เอ๊ะ?”
“ดูตรงนั้นสิ”
“คิมกิรยอนี่นา…….”
ฉันเดินตรงไปข้างหน้าโดยทำหูทวนลมกับเสียงที่ดังไล่หลังมา
อนึ่ง ที่นี่คือร้านรับซื้อชิ้นส่วนดันเจี้ยนย่านซอคโย
บอกตามตรง ฉันก็ไม่อยากออกมาข้างนอกในช่วงเวลาแบบนี้หรอกนะ แต่ของที่ได้มาจากเนินนางเงือกมันมีแต่ของที่เก็บไว้นานไม่ได้ทั้งนั้น
“ฮันเตอร์หมายเลข 61 ครับ~”
“ครับ”
โครม
ฉันเทของที่ไม่จำเป็นอย่างเกล็ดไซเรนขายทิ้งไปรวดเดียว
แน่นอนว่าสายตาที่จับจ้องมาไม่ได้หายไปไหนแม้แต่ในวินาทีนี้
วงการฮันเตอร์ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว ทำให้ทุกคนคุ้นเคยกับอินเทอร์เน็ตเป็นอย่างดี
ข่าวลือคงยิ่งแพร่สะพัดรวดเร็วขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป
‘ไอ้สังคมข้อมูลข่าวสารบ้าบอเอ๊ย’
เบื้องต้นได้ปฏิเสธกับนักข่าวไปว่าไม่มีมูลความจริง แต่จะยื้อไปได้สักกี่น้ำกันเชียว?
ฉันก้าวเดินออกมาพลางนึกถึงอนาคตที่มืดมน
ในเมื่อทำธุระเสร็จแล้วก็กะว่าจะกลับบ้านเลย
“ลูกพี่!”
แต่ทว่า
จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกดังมาจากด้านหลัง
“อ้าว ยุนซึง”
“สวัสดีครับ! มาเจอกันที่แบบนี้ได้นะครับเนี่ย”
พอหันกลับไปมอง ก็เจอฮันเตอร์ระดับ A คนเดิมยืนอยู่จริงๆ
เห็นถือไอเทมบ็อกซ์ไว้ในมือ ดูท่าทางทางนั้นก็คงมาขายของเหมือนกันสินะ
“โห ทำไมวันนี้อากาศหนาวจังเลยนะครับ?”
ควับ
ฉันเมินยุนซึงที่กำลังจ้อไม่หยุดแล้วกวาดตามองรอบๆ
แล้วสีหน้าของฮันเตอร์คนอื่นก็เข้ามาในครรลองสายตา
-อ๋า…. จะว่าไปอันยุนซึง เคยบอกว่าสนิทกับระดับ S คนนั้นนี่นา
ซุบซิบ ซุบซิบ
กะแล้วเชียว พอเข้ามาใกล้ฉันที่เป็นศูนย์กลางของประเด็นร้อน อันยุนซึงก็พลอยโดนขี้ปากชาวบ้านไปด้วย
“จริงสิ!”
อะไรกันเนี่ย
อันยุนซึงไม่สนใจบรรยากาศพวกนี้แล้วเข้ามาคุยกับฉันอย่างเป็นกันเอง
ไม่สิ ท่าทางเขาจะดูองอาจกว่าเดิมด้วยซ้ำ
“พี่กิรยอ! ว่าแต่เรื่องนั้นพี่จะเอายังไงต่อครับ?”
“เรื่องไหน?”
“เรื่องโพสต์ในเน็ตไงครับ เอาจริงๆ นิสัยอย่างพี่คงไม่เก็บเรื่องจุกจิกมาใส่ใจหรอก…. แต่ผมว่าเรื่องปล่อยข่าวลือเท็จเนี่ย ต้องฟ้องให้เด็ดขาดนะครับ คนพวกนั้นถ้าเรายอมให้ท้าย ก็จะเที่ยวไปทำเรื่องเลวร้ายไม่จบไม่สิ้น!”
อันยุนซึงพูดอย่างฉะฉาน
ความจริง เพราะกลัวว่าลูกพี่จะยุ่ง เขาเลยรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการฟ้องร้องเตรียมไว้ให้แทนแล้ว
แค่ลูกพี่เอ่ยปากคำเดียว เขาพร้อมจะเรียกทนายจากสำนักงานกฎหมายมาให้ทันที อะไรทำนองนั้น
“งั้นเหรอ?”
แต่ทั้งหมดนั่นมันทำได้ก็ต่อเมื่อฉันบริสุทธิ์ใจจริงๆ ไม่ใช่หรือไง
“…….”
ฉันกลอกตาไปมาในอากาศก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ
“อันยุนซึง”
“ครับ?”
“ถ้าเกิดโพสต์นั่นเป็นเรื่องจริง นายจะทำยังไง?”
สิ่งที่ตามมาคือสมมติฐานสั้นๆ
“ถ้าฉันเคยทำตัวสวะแบบนั้นจริงๆ ตอนเป็นนักเรียน และตอนนี้ก็แค่ปิดบังมันไว้แล้วแกล้งทำตัวเป็นคนใหม่ นายจะทำยังไง”
แต่ก็นะ.......
บทสรุปมันเห็นกันอยู่ทนโท่แล้ว
เท่าที่ดูมา ชาวโลกที่ชื่ออันยุนซึงคนนี้ค่อนข้างจะมีคุณธรรมสูงส่ง.......
ใช่แล้ว เขามียีนที่เห็นแก่ผู้อื่น
‘ต่อให้เอาเงินมากองให้พันตำลึงทอง เขาก็คงไม่ขอข้องแวะกับคนที่ทำลายชีวิตคนอื่นหรอก ยุ่งยากซะแล้วสิ ชาวโลกคนนี้มีประโยชน์หลายเรื่องซะด้วย’
ฉันเริ่มกระวนกระวายกลัวว่าความสัมพันธ์ที่อุตส่าห์สร้างมาจะพังทลาย
ทว่า
ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับมาแบบนี้
“ผมไม่กังวลเรื่องนั้นหรอกครับ”
ครู่ต่อมา
อันยุนซึงพูดด้วยความมั่นใจ
“สันดานคนเรามันเปลี่ยนกันไม่ได้หรอกครับ แหะๆ ถึงผมจะยังอายุไม่เท่าไหร่แต่อย่างน้อยเท่าที่เจอมามันก็เป็นแบบนั้นแหละครับ”
“....”
“พวกที่ชอบเบ่งพลังตอนเรียน พอโตมาพฤติกรรมก็มักจะเหมือนเดิมเปี๊ยบ”
แววตาของเขาไม่มีความสั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
“คนที่ใช้ชีวิตเห็นแก่ตัวขนาดนั้นในสมัยเรียน ไม่มีทางเอาตัวเข้าแลกเพื่อช่วยระดับ A ที่ถูกทิ้งไว้หน้าโกเลมตามลำพังหรอกครับ”
“....”
“แถมตอนเกิดเกตที่ยังไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไร เขาก็คงไม่ผลักคนอื่นออกไปนอกเส้นแสงสว่างเพื่อช่วยชีวิตแน่ๆ”
“....”
“ดังนั้นผมเชื่อในตัวพี่ครับ”
ดูเหมือนว่าชาวโลกคนนี้จะเชื่อใจฉันแฮะ
“ผมเชื่อในตัวพี่ที่เป็นอยู่ตอนนี้ครับ”
เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าซะด้วย
‘ช่างเป็นเพื่อนบ้านต่างดาวที่ดีจริงๆ…….’
ฉันฟังคำพูดของอันยุนซึงแล้วก็พลันรู้สึกซาบซึ้งใจ แต่ตอนนั้นเองก็มีเสียงแจ้งเตือนดังลั่นมาจากกระเป๋าเสื้อของใครบางคน
-ตึ๊งดึง♪
อันยุนซึงรีบล้วงโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาอย่างลนลาน
“อ๊ะ เสียงแจ้งเตือนคีย์เวิร์ดนี่นา! ความจริงผมตั้งค่าให้แจ้งเตือนโพสต์ใหม่ที่มีชื่อพี่กิรยอไว้ เพื่อเตรียมข้อมูลสำหรับฟ้องร้องน่ะครับ”
คี... อะไรนะ?
ฉันฟังศัพท์อินเทอร์เน็ตที่เขาพูดแทบไม่รู้เรื่อง แต่ก็ปล่อยผ่านไป
แต่ทำไมสีหน้าของอันยุนซึงดูไม่ค่อยดีเลยล่ะ นั่นกำลังดูอะไรอยู่?
==========================
หัวข้อ : คิมกิรยอ 555
---
(แนบรูป)
ตอนม.ปลายแม่งก็สภาพนี้ตลอด จะเข้าเกียร์ว่างรอฟังความข้างดงข้างเดียวนี่คืออะไร 555
==========================
ฉันชะโงกหน้าเข้าไปดูหน้าจอโทรศัพท์ที่ยุนซึงกำลังดูอยู่เงียบๆ
สิ่งที่เห็นคือรูปถ่ายใบหนึ่งที่แนบมาในโพสต์
‘คราวนี้ผมทองแฮะ?’
พูดให้ถูกคือ รูปของคิมกิรยอในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่กำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่ในตรอกแคบๆ
ไม่รู้ทำไมถึงได้นั่งยองๆ ดูน่าสมเพชขนาดนั้น แต่ก็ช่างเถอะ
อันยุนซึงตรวจสอบโพสต์นั้นแล้วถามเสียงอ่อย
“พี่... สูบบุหรี่ด้วยเหรอครับ?”
ฉันเลยตอบกลับไปว่า
“กำลังเลิกอยู่น่ะ”