Cover

124

วันจันทร์

ฉันนั่งพิงผนังห้องเช่ารูหนูพลางไถมือถือเล่น

บนหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในมือมีข้อความหนึ่งเด้งขึ้นมา

[หัวข้อ : ขอแจ้งเบาะแสเรื่องความรุนแรงในโรงเรียนที่เคยถูกฮันเตอร์คิมกิรยอกระทำครับ]

ไหนดูซิ คิมกิรยอเป็นผู้กระทำความผิดฐานใช้ความรุนแรงในโรงเรียนงั้นเรอะ

“กลั่นแกล้งรังแก, ทำร้ายร่างกาย, ข่มขู่…….”

ในโพสต์ที่ถูกอัปโหลดขึ้นมาเมื่อ 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ได้สาธยายความผิดเอาไว้หลากหลายรูปแบบจริงๆ

แต่ที่น่าแปลกคือ ฉันกลับไม่รู้สึกถึงความรุนแรงของสถานการณ์เลยสักนิด

ก็ร่างกายที่มีตำหนิเยอะแยะของฉัน มันดันนึกความทรงจำไม่ออกเลยแม้แต่เรื่องเดียวน่ะสิ ถึงสถานการณ์จะเลวร้ายขนาดนี้แล้วก็เถอะ

“คิมกิรยอเป็นคนแบบนี้เองเหรอเนี่ย?”

ทว่า จะให้เหมาว่าเนื้อหาในโพสต์เป็นเรื่องโกหกเพียงเพราะจำไม่ได้ มันก็มีจุดที่น่าสงสัยอยู่ไม่น้อย

①คิมกิรยอสูบบุหรี่

②คิมกิรยอย้อมผม

เอาล่ะ อย่างน้อยจนถึงตรงนี้ก็ยังดูปกติดีใช่ไหม?

③คิมกิรยอขี่มอเตอร์ไซค์เป็น

แต่พอข้อนี้เพิ่มเข้ามา บรรยากาศมันก็เริ่มจะทะแม่งๆ ชอบกลแฮะ

ฉันเองก็เพิ่งมารู้โดยบังเอิญเมื่อไม่นานมานี้……

‘ตอนที่ช่วยย้ายมอเตอร์ไซค์ของคังชางโฮที่นอนสลบเหมือดตอนเหตุการณ์ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ฉันก็สังเกตเห็นแล้ว ร่างกายนี้รู้วิธีขับรถจักรยานยนต์’

มารู้เอาทีหลังว่าร่างกายนี้มีความสามารถในการควบคุมมอเตอร์ไซค์สูงพอตัวเลยทีเดียว

สูบบุหรี่ ย้อมผม มอเตอร์ไซค์

ความจริงแล้ว การจะตัดสินความดีความชั่วด้วยข้อมูลเพียงหยิบมือพวกนี้มันเป็นไปไม่ได้หรอก

ฉันเองก็รู้ดีว่ามันเป็นการตีความที่ใจแคบเกินไป

“อืม”

แต่ในเมื่อไม่มีวัตถุดิบอื่นให้ใช้ตัดสินใจมากกว่านี้

จะช่วยไม่ได้ที่ทางนี้จะเริ่มกังวลขึ้นมาบ้างไม่ใช่หรือไง?

“เจ้าคิมกิรยอ หรือว่าหมอนี่…….”

ฉันเอียงคอพลางจินตนาการถึงอดีตของเจ้าของร่าง

แต่ในตอนนั้นเอง

บนหน้าจอโทรศัพท์ที่เปิดค้างไว้ก็มีการแจ้งเตือนใหม่เด้งขึ้นมา

[อันยุนซึง☎]

-ลูกพี่! เห็นบทความเทกันออกมาตั้งแต่เช้า ผมเป็นห่วงเลยโทรมาหาครับ เป็นอะไรไหมครับ?

แต่คำถามที่ตามมา ฉันกลับไม่มีคำตอบจะให้แฮะ

-ว่าแต่โพสต์นั่นเป็นเรื่องแต่งใช่ไหมครับ? ลูกพี่ไม่มีทางทำเรื่องพรรค์นั้นสมัยเรียนอยู่แล้วนี่นา

ฉันถือโทรศัพท์ค้างไว้พลางเงียบไปครู่ใหญ่

‘ก็ไม่รู้สินะ เรื่องนั้นใครจะไปรู้’

จำไม่ได้งั้นเหรอ

ในมุมมองของเหยื่อ คงไม่มีคำตอบไหนหน้าด้านไปกว่านี้อีกแล้วมั้ง

---

ชาวเน็ตเกาหลีในขณะนี้กำลังเดือดดาลด้วยหัวข้อเดียวกัน

นั่นเป็นเพราะเมื่อหนึ่งวันก่อน

มีโพสต์แบบนี้ถูกอัปโหลดขึ้นมาบนอินเทอร์เน็ต

=====================================

ขอแจ้งเบาะแสเรื่องความรุนแรงในโรงเรียนที่เคยถูกฮันเตอร์คิมกิรยอกระทำครับ

---

ผมใช้ชีวิตเหมือนตกนรกทั้งเป็นในทุกๆ วัน

ก่อนอื่นขอแจ้งให้ทราบว่าโพสต์นี้ไม่ใช่เรื่องเท็จแต่อย่างใด

ผมเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนกับฮันเตอร์ระดับ S คิมกิรยอ ที่ช่วงนี้เห็นหน้าค่าตาได้บ่อยๆ ตามสื่อต่างๆ

แต่ช่วงนี้ ทุกครั้งที่เห็นหน้านั้นโผล่มาบนทีวี ผมรู้สึกทรมานเหลือเกินครับ

โดยเฉพาะตอนที่เห็นฮันเตอร์คนนั้นถูกสร้างภาพให้กลายเป็นฮีโร่เพื่อประชาชน ผมทนต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ

ทุกท่านทราบไหมครับว่าสมัยเรียนคิมกิรยอเป็นคนยังไง?

เขาคือนักเลงครับ หรือที่เรียกกันว่าพวกอิลจินนั่นแหละ

ตอนสมัยม.3 ผมถูกเขาหมายหัวจนต้องใช้ชีวิตเหมือนอยู่ในนรกตลอด 1 ปีเต็ม จนสุดท้ายต้องลาออกจากโรงเรียนกลางคัน

เพราะผมไม่สามารถเยียวยาบาดแผลในจิตใจได้

แต่คนที่ทำให้ผมมีสภาพแบบนี้กลับโชคดีได้รับการตื่นรู้ แถมตอนนี้ยังหน้าด้านได้รับการเชิดชูเป็นฮีโร่อีก

เอาจริงๆ ผมก็รู้นะครับว่าฮันเตอร์ไม่ได้มีหน้าที่ที่ต้องเป็นคนดีขาวสะอาด

ถึงจะมาเขียนโพสต์ในนี้ ยังไงฮันเตอร์คนนั้นก็คงใช้ชีวิตเสวยสุขกอบโกยเงินทองต่อไปอยู่ดี

แต่ อย่างน้อยผมก็อยากให้ทุกคนได้รับรู้ว่าเนื้อแท้ของเขาเป็นคนยังไง

=====================================

ถึงขนาดมีคนต้องลาออกจากโรงเรียนเพราะคิมกิรยอ

เนื้อหาที่ตามมาคือการกลั่นแกล้งรังแกที่ชวนให้ขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ

พอลองอ่านดูดีๆ ก็มีเรื่องที่รุนแรงเกินกว่าจะเป็นฝีมือของนักเรียนปะปนอยู่ด้วย

=====================================

เด็กคนอื่นจะดีใจเมื่อเสียงออดเลิกเรียนดังขึ้น แต่สำหรับผม เสียงนั้นคือเสียงที่น่ากลัวที่สุด

เพราะพอเลิกเรียน ผมจะถูกเขาลาตัวไปสั่งซ่อมครับ

ทุกท่านเคยถูกชกเข้าที่ใต้ไหปลาร้าไหมครับ?

ตรงส่วนที่จับดูจะเจอกระดูกหน้าอกและแทบไม่มีเนื้อหุ้มอยู่เลย

พอโดนชกตรงนั้น มันจะหายใจไม่ออกไปชั่วขณะจริงๆ ครับ

หายใจไม่เข้าเลย แล้วมันก็เจ็บมากจนน้ำตาไหล แต่ที่น่าแปลกคือตรงนี้ต่อให้โดนตียังไงก็ไม่ค่อยทิ้งร่องรอยให้เห็นชัดเจน

ถ้าไม่ตีแรงจริงๆ ก็แทบจะไม่ช้ำ ใส่เสื้อแขนสั้นก็มองไม่ค่อยเห็น.......

ผมเลยมักจะโดนซ้อมตรงนี้ประจำถ้ามีโอกาส

ขนาดตอนโดนซ้อม ผมยังต้องกลั้นหายใจแล้วจัดระเบียบร่างกายให้ตรงเป๊ะ

เพราะถ้าหลังงอเมื่อไหร่ คิมกิรยอก็จะหาเรื่องว่ายืนไม่ตรงแล้วซ้อมเพิ่มอีกหลายหมัด

=====================================

แต่มันไม่ใช่แค่การทำร้ายร่างกายหรอกนะ

ไถเงิน ข่มขู่ โยนความผิด และอื่นๆ อีกสารพัด

ประวัติในอดีตของคิมกิรยอที่ผู้เขียนอธิบายมา จะใช้คำว่าเศษเดนก็ยังน้อยไป

เพราะเขาได้ทำลายชีวิตวัยเรียนของคนคนหนึ่งไปจนป่นปี้เลยนี่นา

=====================================

ถ้าถามว่าทำไมไม่ขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ ผมเองก็พูดไม่ออกเหมือนกันครับ

พอมองย้อนกลับไปตอนนี้ มันคงมีวิธีที่ฉลาดกว่าการก้มหน้าก้มตาอดทนอยู่ตั้งเยอะ.......

แต่ตัวผมในตอนนั้นแค่มันหวาดกลัวเหลือเกิน

มีครั้งหนึ่ง คิมกิรยอหยิบกรรไกรในห้องศิลปะมาวางบนโต๊ะผมแล้วขู่ว่า ‘ถ้ามึงเอาเรื่องนี้ไปฟ้องใคร กูจะไปหาครอบครัวมึงแล้วแทงพวกแม่งให้ยับเลยคอยดู’

แล้วใครมันจะไปกล้าคิดต่อต้านได้ลงคอล่ะครับ

=====================================

หลังจากบรรยายความเสียหายมายาวเหยียด

ผู้โพสต์ก็แนบหลักฐานเพื่อยืนยันคำพูดของตัวเองไว้ที่ด้านล่าง

อย่างแรกคือภาพยืนยันชุดนักเรียนของโรงเรียนเก่า

และอีกหนึ่งอย่างที่เหลือก็คือรูปถ่าย 2 ใบนี้

‘รูปถ่าย?’

รูปที่ผู้โพสต์ลงเป็นภาพของนักเรียนหญิงคนหนึ่งกำลังร้องไห้และถูกนักเรียนชายฉุดกระชากลากถูอย่างป่าเถื่อน

นักเรียนหญิงถูกเซนเซอร์ใบหน้าไว้บางๆ ทำให้ระบุตัวตนได้ไม่ชัดเจน

แต่นักเรียนชายนี่ดูออกได้ค่อนข้างง่ายเลย

“โอ้ ตอนนี้ผมดำแฮะ?”

คิมกิรยอนั่นเอง

พูดอีกอย่างก็คือ นี่เป็นฉากที่คิมกิรยอในอดีตกำลังลากใครบางคนไปกับพื้น

=====================================

เห็นไหมครับว่าเป้าหมายของความรุนแรงในโรงเรียนไม่ได้เลือกเพศ

เพราะเขายังเคยบังคับให้พวกผู้หญิงทำเรื่องที่ยากจะเอ่ยปากพูดออกมาด้วยซ้ำ

รูปพวกนี้ ผมถ่ายเก็บไว้ด้วยความวู่วาม เผื่อว่าสักวันจะได้มีโอกาสแจ้งความจับมัน

=====================================

ถ้าหลักฐานชัดเจนขนาดนี้ บรรยากาศหลังจากนั้นจะเป็นยังไง

ประชาชนที่ได้เห็นโพสต์แฉต่างพากันตกตะลึง

แถมพอผ่านไปสัก 1 ชั่วโมง ในบอร์ดก็มีคำให้การจากเพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นๆ หลั่งไหลเข้ามาสมทบอีก

[แถวบ้านฉันไม่มีใครไม่รู้จักไอ้หมอนี่หรอก ฉันเองก็คันปากอยากเล่ามาตั้งนานแล้ว~ คิคิ]

[กิรยอ จำได้ไหม? แกพยายามจะซื้อบุหรี่ที่ร้านขายของชำยายฉัน แต่ยายขอดูบัตรประชาชน แกเลยพาพวกมาอาละวาดซะเละเทะ ทั้งด่าทอคนแก่ไม่มีทางสู้แถมยังทำตัวถ่อยๆ ตอนแรกฉันก็สงสัยว่าใครมันทำเรื่องแบบนี้กับยายฉัน แต่พอมาเช็กกล้องวงจรปิดทีหลังถึงรู้ว่าเป็นแก สายตาที่จ้องมองคนนั่นน่ะใช่เลย]

ด้วยเหตุนี้ หอคอยที่มนุษย์ต่างดาวตนหนึ่งอุตส่าห์เพียรสร้างมาจึงพังทลายลงในพริบตา.......

---

พอลองคิดดูแล้ว ดูเหมือนที่ผ่านมาฉันจะไม่เคยเก็บเอาเรื่องที่ว่าคิมกิรยอเป็นคนยังไงมาคิดให้รกสมองเลย

เหนือสิ่งอื่นใด คือไม่มีใครมาตามหาเขานี่นา ฉันเลยไม่ได้แสร้งทำตัวเป็น ‘คิมกิรยอตัวจริง’ สักเท่าไหร่

แต่ไม่นึกเลยว่าในช่องว่างของความทรงจำที่ปล่อยทิ้งไว้ จะมีกับระเบิดลูกใหญ่ขนาดนี้ซ่อนอยู่

“อืม”

สรุปสั้นๆ คือฉันซวยแล้ว

ภาพลักษณ์ที่สั่งสมมาอย่างราบรื่นจากเหตุการณ์ไซเรนและฮันเตอร์ฝึกหัดระดับ D พังยับเยินไม่มีชิ้นดี

“เอ๊ะ?”

“ดูตรงนั้นสิ”

“คิมกิรยอนี่นา…….”

ฉันเดินตรงไปข้างหน้าโดยทำหูทวนลมกับเสียงที่ดังไล่หลังมา

อนึ่ง ที่นี่คือร้านรับซื้อชิ้นส่วนดันเจี้ยนย่านซอคโย

บอกตามตรง ฉันก็ไม่อยากออกมาข้างนอกในช่วงเวลาแบบนี้หรอกนะ แต่ของที่ได้มาจากเนินนางเงือกมันมีแต่ของที่เก็บไว้นานไม่ได้ทั้งนั้น

“ฮันเตอร์หมายเลข 61 ครับ~”

“ครับ”

โครม

ฉันเทของที่ไม่จำเป็นอย่างเกล็ดไซเรนขายทิ้งไปรวดเดียว

แน่นอนว่าสายตาที่จับจ้องมาไม่ได้หายไปไหนแม้แต่ในวินาทีนี้

วงการฮันเตอร์ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว ทำให้ทุกคนคุ้นเคยกับอินเทอร์เน็ตเป็นอย่างดี

ข่าวลือคงยิ่งแพร่สะพัดรวดเร็วขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป

‘ไอ้สังคมข้อมูลข่าวสารบ้าบอเอ๊ย’

เบื้องต้นได้ปฏิเสธกับนักข่าวไปว่าไม่มีมูลความจริง แต่จะยื้อไปได้สักกี่น้ำกันเชียว?

ฉันก้าวเดินออกมาพลางนึกถึงอนาคตที่มืดมน

ในเมื่อทำธุระเสร็จแล้วก็กะว่าจะกลับบ้านเลย

“ลูกพี่!”

แต่ทว่า

จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกดังมาจากด้านหลัง

“อ้าว ยุนซึง”

“สวัสดีครับ! มาเจอกันที่แบบนี้ได้นะครับเนี่ย”

พอหันกลับไปมอง ก็เจอฮันเตอร์ระดับ A คนเดิมยืนอยู่จริงๆ

เห็นถือไอเทมบ็อกซ์ไว้ในมือ ดูท่าทางทางนั้นก็คงมาขายของเหมือนกันสินะ

“โห ทำไมวันนี้อากาศหนาวจังเลยนะครับ?”

ควับ

ฉันเมินยุนซึงที่กำลังจ้อไม่หยุดแล้วกวาดตามองรอบๆ

แล้วสีหน้าของฮันเตอร์คนอื่นก็เข้ามาในครรลองสายตา

-อ๋า…. จะว่าไปอันยุนซึง เคยบอกว่าสนิทกับระดับ S คนนั้นนี่นา

ซุบซิบ ซุบซิบ

กะแล้วเชียว พอเข้ามาใกล้ฉันที่เป็นศูนย์กลางของประเด็นร้อน อันยุนซึงก็พลอยโดนขี้ปากชาวบ้านไปด้วย

“จริงสิ!”

อะไรกันเนี่ย

อันยุนซึงไม่สนใจบรรยากาศพวกนี้แล้วเข้ามาคุยกับฉันอย่างเป็นกันเอง

ไม่สิ ท่าทางเขาจะดูองอาจกว่าเดิมด้วยซ้ำ

“พี่กิรยอ! ว่าแต่เรื่องนั้นพี่จะเอายังไงต่อครับ?”

“เรื่องไหน?”

“เรื่องโพสต์ในเน็ตไงครับ เอาจริงๆ นิสัยอย่างพี่คงไม่เก็บเรื่องจุกจิกมาใส่ใจหรอก…. แต่ผมว่าเรื่องปล่อยข่าวลือเท็จเนี่ย ต้องฟ้องให้เด็ดขาดนะครับ คนพวกนั้นถ้าเรายอมให้ท้าย ก็จะเที่ยวไปทำเรื่องเลวร้ายไม่จบไม่สิ้น!”

อันยุนซึงพูดอย่างฉะฉาน

ความจริง เพราะกลัวว่าลูกพี่จะยุ่ง เขาเลยรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการฟ้องร้องเตรียมไว้ให้แทนแล้ว

แค่ลูกพี่เอ่ยปากคำเดียว เขาพร้อมจะเรียกทนายจากสำนักงานกฎหมายมาให้ทันที อะไรทำนองนั้น

“งั้นเหรอ?”

แต่ทั้งหมดนั่นมันทำได้ก็ต่อเมื่อฉันบริสุทธิ์ใจจริงๆ ไม่ใช่หรือไง

“…….”

ฉันกลอกตาไปมาในอากาศก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ

“อันยุนซึง”

“ครับ?”

“ถ้าเกิดโพสต์นั่นเป็นเรื่องจริง นายจะทำยังไง?”

สิ่งที่ตามมาคือสมมติฐานสั้นๆ

“ถ้าฉันเคยทำตัวสวะแบบนั้นจริงๆ ตอนเป็นนักเรียน และตอนนี้ก็แค่ปิดบังมันไว้แล้วแกล้งทำตัวเป็นคนใหม่ นายจะทำยังไง”

แต่ก็นะ.......

บทสรุปมันเห็นกันอยู่ทนโท่แล้ว

เท่าที่ดูมา ชาวโลกที่ชื่ออันยุนซึงคนนี้ค่อนข้างจะมีคุณธรรมสูงส่ง.......

ใช่แล้ว เขามียีนที่เห็นแก่ผู้อื่น

‘ต่อให้เอาเงินมากองให้พันตำลึงทอง เขาก็คงไม่ขอข้องแวะกับคนที่ทำลายชีวิตคนอื่นหรอก ยุ่งยากซะแล้วสิ ชาวโลกคนนี้มีประโยชน์หลายเรื่องซะด้วย’

ฉันเริ่มกระวนกระวายกลัวว่าความสัมพันธ์ที่อุตส่าห์สร้างมาจะพังทลาย

ทว่า

ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับมาแบบนี้

“ผมไม่กังวลเรื่องนั้นหรอกครับ”

ครู่ต่อมา

อันยุนซึงพูดด้วยความมั่นใจ

“สันดานคนเรามันเปลี่ยนกันไม่ได้หรอกครับ แหะๆ ถึงผมจะยังอายุไม่เท่าไหร่แต่อย่างน้อยเท่าที่เจอมามันก็เป็นแบบนั้นแหละครับ”

“....”

“พวกที่ชอบเบ่งพลังตอนเรียน พอโตมาพฤติกรรมก็มักจะเหมือนเดิมเปี๊ยบ”

แววตาของเขาไม่มีความสั่นไหวเลยแม้แต่น้อย

“คนที่ใช้ชีวิตเห็นแก่ตัวขนาดนั้นในสมัยเรียน ไม่มีทางเอาตัวเข้าแลกเพื่อช่วยระดับ A ที่ถูกทิ้งไว้หน้าโกเลมตามลำพังหรอกครับ”

“....”

“แถมตอนเกิดเกตที่ยังไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไร เขาก็คงไม่ผลักคนอื่นออกไปนอกเส้นแสงสว่างเพื่อช่วยชีวิตแน่ๆ”

“....”

“ดังนั้นผมเชื่อในตัวพี่ครับ”

ดูเหมือนว่าชาวโลกคนนี้จะเชื่อใจฉันแฮะ

“ผมเชื่อในตัวพี่ที่เป็นอยู่ตอนนี้ครับ”

เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าซะด้วย

‘ช่างเป็นเพื่อนบ้านต่างดาวที่ดีจริงๆ…….’

ฉันฟังคำพูดของอันยุนซึงแล้วก็พลันรู้สึกซาบซึ้งใจ แต่ตอนนั้นเองก็มีเสียงแจ้งเตือนดังลั่นมาจากกระเป๋าเสื้อของใครบางคน

-ตึ๊งดึง♪

อันยุนซึงรีบล้วงโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาอย่างลนลาน

“อ๊ะ เสียงแจ้งเตือนคีย์เวิร์ดนี่นา! ความจริงผมตั้งค่าให้แจ้งเตือนโพสต์ใหม่ที่มีชื่อพี่กิรยอไว้ เพื่อเตรียมข้อมูลสำหรับฟ้องร้องน่ะครับ”

คี... อะไรนะ?

ฉันฟังศัพท์อินเทอร์เน็ตที่เขาพูดแทบไม่รู้เรื่อง แต่ก็ปล่อยผ่านไป

แต่ทำไมสีหน้าของอันยุนซึงดูไม่ค่อยดีเลยล่ะ นั่นกำลังดูอะไรอยู่?

==========================

หัวข้อ : คิมกิรยอ 555

---

(แนบรูป)

ตอนม.ปลายแม่งก็สภาพนี้ตลอด จะเข้าเกียร์ว่างรอฟังความข้างดงข้างเดียวนี่คืออะไร 555

==========================

ฉันชะโงกหน้าเข้าไปดูหน้าจอโทรศัพท์ที่ยุนซึงกำลังดูอยู่เงียบๆ

สิ่งที่เห็นคือรูปถ่ายใบหนึ่งที่แนบมาในโพสต์

‘คราวนี้ผมทองแฮะ?’

พูดให้ถูกคือ รูปของคิมกิรยอในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่กำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่ในตรอกแคบๆ

ไม่รู้ทำไมถึงได้นั่งยองๆ ดูน่าสมเพชขนาดนั้น แต่ก็ช่างเถอะ

อันยุนซึงตรวจสอบโพสต์นั้นแล้วถามเสียงอ่อย

“พี่... สูบบุหรี่ด้วยเหรอครับ?”

ฉันเลยตอบกลับไปว่า

“กำลังเลิกอยู่น่ะ”

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

124

20px

วันจันทร์

ฉันนั่งพิงผนังห้องเช่ารูหนูพลางไถมือถือเล่น

บนหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในมือมีข้อความหนึ่งเด้งขึ้นมา

[หัวข้อ : ขอแจ้งเบาะแสเรื่องความรุนแรงในโรงเรียนที่เคยถูกฮันเตอร์คิมกิรยอกระทำครับ]

ไหนดูซิ คิมกิรยอเป็นผู้กระทำความผิดฐานใช้ความรุนแรงในโรงเรียนงั้นเรอะ

“กลั่นแกล้งรังแก, ทำร้ายร่างกาย, ข่มขู่…….”

ในโพสต์ที่ถูกอัปโหลดขึ้นมาเมื่อ 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ได้สาธยายความผิดเอาไว้หลากหลายรูปแบบจริงๆ

แต่ที่น่าแปลกคือ ฉันกลับไม่รู้สึกถึงความรุนแรงของสถานการณ์เลยสักนิด

ก็ร่างกายที่มีตำหนิเยอะแยะของฉัน มันดันนึกความทรงจำไม่ออกเลยแม้แต่เรื่องเดียวน่ะสิ ถึงสถานการณ์จะเลวร้ายขนาดนี้แล้วก็เถอะ

“คิมกิรยอเป็นคนแบบนี้เองเหรอเนี่ย?”

ทว่า จะให้เหมาว่าเนื้อหาในโพสต์เป็นเรื่องโกหกเพียงเพราะจำไม่ได้ มันก็มีจุดที่น่าสงสัยอยู่ไม่น้อย

①คิมกิรยอสูบบุหรี่

②คิมกิรยอย้อมผม

เอาล่ะ อย่างน้อยจนถึงตรงนี้ก็ยังดูปกติดีใช่ไหม?

③คิมกิรยอขี่มอเตอร์ไซค์เป็น

แต่พอข้อนี้เพิ่มเข้ามา บรรยากาศมันก็เริ่มจะทะแม่งๆ ชอบกลแฮะ

ฉันเองก็เพิ่งมารู้โดยบังเอิญเมื่อไม่นานมานี้……

‘ตอนที่ช่วยย้ายมอเตอร์ไซค์ของคังชางโฮที่นอนสลบเหมือดตอนเหตุการณ์ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ฉันก็สังเกตเห็นแล้ว ร่างกายนี้รู้วิธีขับรถจักรยานยนต์’

มารู้เอาทีหลังว่าร่างกายนี้มีความสามารถในการควบคุมมอเตอร์ไซค์สูงพอตัวเลยทีเดียว

สูบบุหรี่ ย้อมผม มอเตอร์ไซค์

ความจริงแล้ว การจะตัดสินความดีความชั่วด้วยข้อมูลเพียงหยิบมือพวกนี้มันเป็นไปไม่ได้หรอก

ฉันเองก็รู้ดีว่ามันเป็นการตีความที่ใจแคบเกินไป

“อืม”

แต่ในเมื่อไม่มีวัตถุดิบอื่นให้ใช้ตัดสินใจมากกว่านี้

จะช่วยไม่ได้ที่ทางนี้จะเริ่มกังวลขึ้นมาบ้างไม่ใช่หรือไง?

“เจ้าคิมกิรยอ หรือว่าหมอนี่…….”

ฉันเอียงคอพลางจินตนาการถึงอดีตของเจ้าของร่าง

แต่ในตอนนั้นเอง

บนหน้าจอโทรศัพท์ที่เปิดค้างไว้ก็มีการแจ้งเตือนใหม่เด้งขึ้นมา

[อันยุนซึง☎]

-ลูกพี่! เห็นบทความเทกันออกมาตั้งแต่เช้า ผมเป็นห่วงเลยโทรมาหาครับ เป็นอะไรไหมครับ?

แต่คำถามที่ตามมา ฉันกลับไม่มีคำตอบจะให้แฮะ

-ว่าแต่โพสต์นั่นเป็นเรื่องแต่งใช่ไหมครับ? ลูกพี่ไม่มีทางทำเรื่องพรรค์นั้นสมัยเรียนอยู่แล้วนี่นา

ฉันถือโทรศัพท์ค้างไว้พลางเงียบไปครู่ใหญ่

‘ก็ไม่รู้สินะ เรื่องนั้นใครจะไปรู้’

จำไม่ได้งั้นเหรอ

ในมุมมองของเหยื่อ คงไม่มีคำตอบไหนหน้าด้านไปกว่านี้อีกแล้วมั้ง

---

ชาวเน็ตเกาหลีในขณะนี้กำลังเดือดดาลด้วยหัวข้อเดียวกัน

นั่นเป็นเพราะเมื่อหนึ่งวันก่อน

มีโพสต์แบบนี้ถูกอัปโหลดขึ้นมาบนอินเทอร์เน็ต

=====================================

ขอแจ้งเบาะแสเรื่องความรุนแรงในโรงเรียนที่เคยถูกฮันเตอร์คิมกิรยอกระทำครับ

---

ผมใช้ชีวิตเหมือนตกนรกทั้งเป็นในทุกๆ วัน

ก่อนอื่นขอแจ้งให้ทราบว่าโพสต์นี้ไม่ใช่เรื่องเท็จแต่อย่างใด

ผมเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนกับฮันเตอร์ระดับ S คิมกิรยอ ที่ช่วงนี้เห็นหน้าค่าตาได้บ่อยๆ ตามสื่อต่างๆ

แต่ช่วงนี้ ทุกครั้งที่เห็นหน้านั้นโผล่มาบนทีวี ผมรู้สึกทรมานเหลือเกินครับ

โดยเฉพาะตอนที่เห็นฮันเตอร์คนนั้นถูกสร้างภาพให้กลายเป็นฮีโร่เพื่อประชาชน ผมทนต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ

ทุกท่านทราบไหมครับว่าสมัยเรียนคิมกิรยอเป็นคนยังไง?

เขาคือนักเลงครับ หรือที่เรียกกันว่าพวกอิลจินนั่นแหละ

ตอนสมัยม.3 ผมถูกเขาหมายหัวจนต้องใช้ชีวิตเหมือนอยู่ในนรกตลอด 1 ปีเต็ม จนสุดท้ายต้องลาออกจากโรงเรียนกลางคัน

เพราะผมไม่สามารถเยียวยาบาดแผลในจิตใจได้

แต่คนที่ทำให้ผมมีสภาพแบบนี้กลับโชคดีได้รับการตื่นรู้ แถมตอนนี้ยังหน้าด้านได้รับการเชิดชูเป็นฮีโร่อีก

เอาจริงๆ ผมก็รู้นะครับว่าฮันเตอร์ไม่ได้มีหน้าที่ที่ต้องเป็นคนดีขาวสะอาด

ถึงจะมาเขียนโพสต์ในนี้ ยังไงฮันเตอร์คนนั้นก็คงใช้ชีวิตเสวยสุขกอบโกยเงินทองต่อไปอยู่ดี

แต่ อย่างน้อยผมก็อยากให้ทุกคนได้รับรู้ว่าเนื้อแท้ของเขาเป็นคนยังไง

=====================================

ถึงขนาดมีคนต้องลาออกจากโรงเรียนเพราะคิมกิรยอ

เนื้อหาที่ตามมาคือการกลั่นแกล้งรังแกที่ชวนให้ขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ

พอลองอ่านดูดีๆ ก็มีเรื่องที่รุนแรงเกินกว่าจะเป็นฝีมือของนักเรียนปะปนอยู่ด้วย

=====================================

เด็กคนอื่นจะดีใจเมื่อเสียงออดเลิกเรียนดังขึ้น แต่สำหรับผม เสียงนั้นคือเสียงที่น่ากลัวที่สุด

เพราะพอเลิกเรียน ผมจะถูกเขาลาตัวไปสั่งซ่อมครับ

ทุกท่านเคยถูกชกเข้าที่ใต้ไหปลาร้าไหมครับ?

ตรงส่วนที่จับดูจะเจอกระดูกหน้าอกและแทบไม่มีเนื้อหุ้มอยู่เลย

พอโดนชกตรงนั้น มันจะหายใจไม่ออกไปชั่วขณะจริงๆ ครับ

หายใจไม่เข้าเลย แล้วมันก็เจ็บมากจนน้ำตาไหล แต่ที่น่าแปลกคือตรงนี้ต่อให้โดนตียังไงก็ไม่ค่อยทิ้งร่องรอยให้เห็นชัดเจน

ถ้าไม่ตีแรงจริงๆ ก็แทบจะไม่ช้ำ ใส่เสื้อแขนสั้นก็มองไม่ค่อยเห็น.......

ผมเลยมักจะโดนซ้อมตรงนี้ประจำถ้ามีโอกาส

ขนาดตอนโดนซ้อม ผมยังต้องกลั้นหายใจแล้วจัดระเบียบร่างกายให้ตรงเป๊ะ

เพราะถ้าหลังงอเมื่อไหร่ คิมกิรยอก็จะหาเรื่องว่ายืนไม่ตรงแล้วซ้อมเพิ่มอีกหลายหมัด

=====================================

แต่มันไม่ใช่แค่การทำร้ายร่างกายหรอกนะ

ไถเงิน ข่มขู่ โยนความผิด และอื่นๆ อีกสารพัด

ประวัติในอดีตของคิมกิรยอที่ผู้เขียนอธิบายมา จะใช้คำว่าเศษเดนก็ยังน้อยไป

เพราะเขาได้ทำลายชีวิตวัยเรียนของคนคนหนึ่งไปจนป่นปี้เลยนี่นา

=====================================

ถ้าถามว่าทำไมไม่ขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ ผมเองก็พูดไม่ออกเหมือนกันครับ

พอมองย้อนกลับไปตอนนี้ มันคงมีวิธีที่ฉลาดกว่าการก้มหน้าก้มตาอดทนอยู่ตั้งเยอะ.......

แต่ตัวผมในตอนนั้นแค่มันหวาดกลัวเหลือเกิน

มีครั้งหนึ่ง คิมกิรยอหยิบกรรไกรในห้องศิลปะมาวางบนโต๊ะผมแล้วขู่ว่า ‘ถ้ามึงเอาเรื่องนี้ไปฟ้องใคร กูจะไปหาครอบครัวมึงแล้วแทงพวกแม่งให้ยับเลยคอยดู’

แล้วใครมันจะไปกล้าคิดต่อต้านได้ลงคอล่ะครับ

=====================================

หลังจากบรรยายความเสียหายมายาวเหยียด

ผู้โพสต์ก็แนบหลักฐานเพื่อยืนยันคำพูดของตัวเองไว้ที่ด้านล่าง

อย่างแรกคือภาพยืนยันชุดนักเรียนของโรงเรียนเก่า

และอีกหนึ่งอย่างที่เหลือก็คือรูปถ่าย 2 ใบนี้

‘รูปถ่าย?’

รูปที่ผู้โพสต์ลงเป็นภาพของนักเรียนหญิงคนหนึ่งกำลังร้องไห้และถูกนักเรียนชายฉุดกระชากลากถูอย่างป่าเถื่อน

นักเรียนหญิงถูกเซนเซอร์ใบหน้าไว้บางๆ ทำให้ระบุตัวตนได้ไม่ชัดเจน

แต่นักเรียนชายนี่ดูออกได้ค่อนข้างง่ายเลย

“โอ้ ตอนนี้ผมดำแฮะ?”

คิมกิรยอนั่นเอง

พูดอีกอย่างก็คือ นี่เป็นฉากที่คิมกิรยอในอดีตกำลังลากใครบางคนไปกับพื้น

=====================================

เห็นไหมครับว่าเป้าหมายของความรุนแรงในโรงเรียนไม่ได้เลือกเพศ

เพราะเขายังเคยบังคับให้พวกผู้หญิงทำเรื่องที่ยากจะเอ่ยปากพูดออกมาด้วยซ้ำ

รูปพวกนี้ ผมถ่ายเก็บไว้ด้วยความวู่วาม เผื่อว่าสักวันจะได้มีโอกาสแจ้งความจับมัน

=====================================

ถ้าหลักฐานชัดเจนขนาดนี้ บรรยากาศหลังจากนั้นจะเป็นยังไง

ประชาชนที่ได้เห็นโพสต์แฉต่างพากันตกตะลึง

แถมพอผ่านไปสัก 1 ชั่วโมง ในบอร์ดก็มีคำให้การจากเพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นๆ หลั่งไหลเข้ามาสมทบอีก

[แถวบ้านฉันไม่มีใครไม่รู้จักไอ้หมอนี่หรอก ฉันเองก็คันปากอยากเล่ามาตั้งนานแล้ว~ คิคิ]

[กิรยอ จำได้ไหม? แกพยายามจะซื้อบุหรี่ที่ร้านขายของชำยายฉัน แต่ยายขอดูบัตรประชาชน แกเลยพาพวกมาอาละวาดซะเละเทะ ทั้งด่าทอคนแก่ไม่มีทางสู้แถมยังทำตัวถ่อยๆ ตอนแรกฉันก็สงสัยว่าใครมันทำเรื่องแบบนี้กับยายฉัน แต่พอมาเช็กกล้องวงจรปิดทีหลังถึงรู้ว่าเป็นแก สายตาที่จ้องมองคนนั่นน่ะใช่เลย]

ด้วยเหตุนี้ หอคอยที่มนุษย์ต่างดาวตนหนึ่งอุตส่าห์เพียรสร้างมาจึงพังทลายลงในพริบตา.......

---

พอลองคิดดูแล้ว ดูเหมือนที่ผ่านมาฉันจะไม่เคยเก็บเอาเรื่องที่ว่าคิมกิรยอเป็นคนยังไงมาคิดให้รกสมองเลย

เหนือสิ่งอื่นใด คือไม่มีใครมาตามหาเขานี่นา ฉันเลยไม่ได้แสร้งทำตัวเป็น ‘คิมกิรยอตัวจริง’ สักเท่าไหร่

แต่ไม่นึกเลยว่าในช่องว่างของความทรงจำที่ปล่อยทิ้งไว้ จะมีกับระเบิดลูกใหญ่ขนาดนี้ซ่อนอยู่

“อืม”

สรุปสั้นๆ คือฉันซวยแล้ว

ภาพลักษณ์ที่สั่งสมมาอย่างราบรื่นจากเหตุการณ์ไซเรนและฮันเตอร์ฝึกหัดระดับ D พังยับเยินไม่มีชิ้นดี

“เอ๊ะ?”

“ดูตรงนั้นสิ”

“คิมกิรยอนี่นา…….”

ฉันเดินตรงไปข้างหน้าโดยทำหูทวนลมกับเสียงที่ดังไล่หลังมา

อนึ่ง ที่นี่คือร้านรับซื้อชิ้นส่วนดันเจี้ยนย่านซอคโย

บอกตามตรง ฉันก็ไม่อยากออกมาข้างนอกในช่วงเวลาแบบนี้หรอกนะ แต่ของที่ได้มาจากเนินนางเงือกมันมีแต่ของที่เก็บไว้นานไม่ได้ทั้งนั้น

“ฮันเตอร์หมายเลข 61 ครับ~”

“ครับ”

โครม

ฉันเทของที่ไม่จำเป็นอย่างเกล็ดไซเรนขายทิ้งไปรวดเดียว

แน่นอนว่าสายตาที่จับจ้องมาไม่ได้หายไปไหนแม้แต่ในวินาทีนี้

วงการฮันเตอร์ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว ทำให้ทุกคนคุ้นเคยกับอินเทอร์เน็ตเป็นอย่างดี

ข่าวลือคงยิ่งแพร่สะพัดรวดเร็วขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป

‘ไอ้สังคมข้อมูลข่าวสารบ้าบอเอ๊ย’

เบื้องต้นได้ปฏิเสธกับนักข่าวไปว่าไม่มีมูลความจริง แต่จะยื้อไปได้สักกี่น้ำกันเชียว?

ฉันก้าวเดินออกมาพลางนึกถึงอนาคตที่มืดมน

ในเมื่อทำธุระเสร็จแล้วก็กะว่าจะกลับบ้านเลย

“ลูกพี่!”

แต่ทว่า

จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกดังมาจากด้านหลัง

“อ้าว ยุนซึง”

“สวัสดีครับ! มาเจอกันที่แบบนี้ได้นะครับเนี่ย”

พอหันกลับไปมอง ก็เจอฮันเตอร์ระดับ A คนเดิมยืนอยู่จริงๆ

เห็นถือไอเทมบ็อกซ์ไว้ในมือ ดูท่าทางทางนั้นก็คงมาขายของเหมือนกันสินะ

“โห ทำไมวันนี้อากาศหนาวจังเลยนะครับ?”

ควับ

ฉันเมินยุนซึงที่กำลังจ้อไม่หยุดแล้วกวาดตามองรอบๆ

แล้วสีหน้าของฮันเตอร์คนอื่นก็เข้ามาในครรลองสายตา

-อ๋า…. จะว่าไปอันยุนซึง เคยบอกว่าสนิทกับระดับ S คนนั้นนี่นา

ซุบซิบ ซุบซิบ

กะแล้วเชียว พอเข้ามาใกล้ฉันที่เป็นศูนย์กลางของประเด็นร้อน อันยุนซึงก็พลอยโดนขี้ปากชาวบ้านไปด้วย

“จริงสิ!”

อะไรกันเนี่ย

อันยุนซึงไม่สนใจบรรยากาศพวกนี้แล้วเข้ามาคุยกับฉันอย่างเป็นกันเอง

ไม่สิ ท่าทางเขาจะดูองอาจกว่าเดิมด้วยซ้ำ

“พี่กิรยอ! ว่าแต่เรื่องนั้นพี่จะเอายังไงต่อครับ?”

“เรื่องไหน?”

“เรื่องโพสต์ในเน็ตไงครับ เอาจริงๆ นิสัยอย่างพี่คงไม่เก็บเรื่องจุกจิกมาใส่ใจหรอก…. แต่ผมว่าเรื่องปล่อยข่าวลือเท็จเนี่ย ต้องฟ้องให้เด็ดขาดนะครับ คนพวกนั้นถ้าเรายอมให้ท้าย ก็จะเที่ยวไปทำเรื่องเลวร้ายไม่จบไม่สิ้น!”

อันยุนซึงพูดอย่างฉะฉาน

ความจริง เพราะกลัวว่าลูกพี่จะยุ่ง เขาเลยรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการฟ้องร้องเตรียมไว้ให้แทนแล้ว

แค่ลูกพี่เอ่ยปากคำเดียว เขาพร้อมจะเรียกทนายจากสำนักงานกฎหมายมาให้ทันที อะไรทำนองนั้น

“งั้นเหรอ?”

แต่ทั้งหมดนั่นมันทำได้ก็ต่อเมื่อฉันบริสุทธิ์ใจจริงๆ ไม่ใช่หรือไง

“…….”

ฉันกลอกตาไปมาในอากาศก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ

“อันยุนซึง”

“ครับ?”

“ถ้าเกิดโพสต์นั่นเป็นเรื่องจริง นายจะทำยังไง?”

สิ่งที่ตามมาคือสมมติฐานสั้นๆ

“ถ้าฉันเคยทำตัวสวะแบบนั้นจริงๆ ตอนเป็นนักเรียน และตอนนี้ก็แค่ปิดบังมันไว้แล้วแกล้งทำตัวเป็นคนใหม่ นายจะทำยังไง”

แต่ก็นะ.......

บทสรุปมันเห็นกันอยู่ทนโท่แล้ว

เท่าที่ดูมา ชาวโลกที่ชื่ออันยุนซึงคนนี้ค่อนข้างจะมีคุณธรรมสูงส่ง.......

ใช่แล้ว เขามียีนที่เห็นแก่ผู้อื่น

‘ต่อให้เอาเงินมากองให้พันตำลึงทอง เขาก็คงไม่ขอข้องแวะกับคนที่ทำลายชีวิตคนอื่นหรอก ยุ่งยากซะแล้วสิ ชาวโลกคนนี้มีประโยชน์หลายเรื่องซะด้วย’

ฉันเริ่มกระวนกระวายกลัวว่าความสัมพันธ์ที่อุตส่าห์สร้างมาจะพังทลาย

ทว่า

ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับมาแบบนี้

“ผมไม่กังวลเรื่องนั้นหรอกครับ”

ครู่ต่อมา

อันยุนซึงพูดด้วยความมั่นใจ

“สันดานคนเรามันเปลี่ยนกันไม่ได้หรอกครับ แหะๆ ถึงผมจะยังอายุไม่เท่าไหร่แต่อย่างน้อยเท่าที่เจอมามันก็เป็นแบบนั้นแหละครับ”

“....”

“พวกที่ชอบเบ่งพลังตอนเรียน พอโตมาพฤติกรรมก็มักจะเหมือนเดิมเปี๊ยบ”

แววตาของเขาไม่มีความสั่นไหวเลยแม้แต่น้อย

“คนที่ใช้ชีวิตเห็นแก่ตัวขนาดนั้นในสมัยเรียน ไม่มีทางเอาตัวเข้าแลกเพื่อช่วยระดับ A ที่ถูกทิ้งไว้หน้าโกเลมตามลำพังหรอกครับ”

“....”

“แถมตอนเกิดเกตที่ยังไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไร เขาก็คงไม่ผลักคนอื่นออกไปนอกเส้นแสงสว่างเพื่อช่วยชีวิตแน่ๆ”

“....”

“ดังนั้นผมเชื่อในตัวพี่ครับ”

ดูเหมือนว่าชาวโลกคนนี้จะเชื่อใจฉันแฮะ

“ผมเชื่อในตัวพี่ที่เป็นอยู่ตอนนี้ครับ”

เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าซะด้วย

‘ช่างเป็นเพื่อนบ้านต่างดาวที่ดีจริงๆ…….’

ฉันฟังคำพูดของอันยุนซึงแล้วก็พลันรู้สึกซาบซึ้งใจ แต่ตอนนั้นเองก็มีเสียงแจ้งเตือนดังลั่นมาจากกระเป๋าเสื้อของใครบางคน

-ตึ๊งดึง♪

อันยุนซึงรีบล้วงโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาอย่างลนลาน

“อ๊ะ เสียงแจ้งเตือนคีย์เวิร์ดนี่นา! ความจริงผมตั้งค่าให้แจ้งเตือนโพสต์ใหม่ที่มีชื่อพี่กิรยอไว้ เพื่อเตรียมข้อมูลสำหรับฟ้องร้องน่ะครับ”

คี... อะไรนะ?

ฉันฟังศัพท์อินเทอร์เน็ตที่เขาพูดแทบไม่รู้เรื่อง แต่ก็ปล่อยผ่านไป

แต่ทำไมสีหน้าของอันยุนซึงดูไม่ค่อยดีเลยล่ะ นั่นกำลังดูอะไรอยู่?

==========================

หัวข้อ : คิมกิรยอ 555

---

(แนบรูป)

ตอนม.ปลายแม่งก็สภาพนี้ตลอด จะเข้าเกียร์ว่างรอฟังความข้างดงข้างเดียวนี่คืออะไร 555

==========================

ฉันชะโงกหน้าเข้าไปดูหน้าจอโทรศัพท์ที่ยุนซึงกำลังดูอยู่เงียบๆ

สิ่งที่เห็นคือรูปถ่ายใบหนึ่งที่แนบมาในโพสต์

‘คราวนี้ผมทองแฮะ?’

พูดให้ถูกคือ รูปของคิมกิรยอในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่กำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่ในตรอกแคบๆ

ไม่รู้ทำไมถึงได้นั่งยองๆ ดูน่าสมเพชขนาดนั้น แต่ก็ช่างเถอะ

อันยุนซึงตรวจสอบโพสต์นั้นแล้วถามเสียงอ่อย

“พี่... สูบบุหรี่ด้วยเหรอครับ?”

ฉันเลยตอบกลับไปว่า

“กำลังเลิกอยู่น่ะ”