ครั้งหนึ่งฉันเคยคิดว่าบางทีคิมกิรยออาจจะโดนใส่ร้ายอย่างที่อันยุนซึงพูด
แต่ดูจากรูปการณ์แล้ว ประวัติศาสตร์อันดำมืดที่เป็นปัญหานั่นท่าทางจะเป็นเรื่องจริงสินะ
‘ฮะๆ เจ้าหมอนี่ คิมกิรยอ’
ฉันเอามือไพล่หลังพลางกวาดสายตาดูโพสต์แฉพวกนั้น แล้วก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆ ออกมา
‘เงินก็ไม่มี พลังเวทก็ไม่มี แล้วนี่ยังจะไม่มีศีลธรรมอีกงั้นเรอะ?’
ให้ตายสิ ดันเข้ามาสิงผิดร่างแบบกู่ไม่กลับเลยจริงๆ
---
ในขณะนี้ โลกออนไลน์กำลังเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่มีต่อฮันเตอร์ระดับ S คนหนึ่ง
[อย่างเหี้ยเลยว่ะ]
[เฮ้อ... ว่าแล้วเชียว ตอนประกาศระดับ S ก็รู้สึกทะแม่งๆ]
[โหงวเฮ้งนี่วิทยาศาสตร์ชัดๆ]
การก่นด่าคนบาปที่สมควรโดนด่าน่ะ มันเป็นกีฬาที่คุ้มค่าเหนื่อยที่สุดแล้ว
ถ้าจะให้เปรียบเทียบ ตอนนี้ฉันก็คงเหมือนตุ๊กตาพินญูตาในวันเกิดที่โดนกระหน่ำตีไม่ยั้ง
แน่นอนว่าชาวเน็ตบางส่วนก็แย้งว่าควรรอดูสถานการณ์อย่างรอบคอบก่อน แต่ทว่า...
รูปถ่ายหลักฐานที่แนบมากับโพสต์แฉนั้นมันน่าตกใจเกินไป จนกระแสสังคมแทบไม่เปลี่ยนทิศทางเลย
ข่าวหน้าหนึ่งของสื่อหลัก แถมยังมีคลิป Y-Tube ปั่นยอดวิวอีก
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ชื่อเสียงคงไม่ได้แค่ดิ่งลงเหว แต่อาจจะมุดดินหนีไปเลยก็ได้
“อืม”
แต่ถึงสถานการณ์จะเป็นแบบนี้ บอกตามตรงว่าทางนี้ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
นั่นก็เพราะต่อให้ฉันพยายามแค่ไหน สุดท้ายก็ล้มเหลวในการกู้ความทรงจำกลับมา
‘หน้าตาผู้เสียหายเป็นยังไงยังไม่รู้เลย แล้วจะไปรับมือยังไงไหว’
ในเมื่อเรื่องมันลงเอยแบบนี้
วิธีที่เหลืออยู่ก็คงมีแค่รีบเปลี่ยนร่างใหม่เพื่อชุบตัวเปลี่ยนสถานะเท่านั้น
“วันนี้วันตัดรอบจัดอันดับสินะ คงต้องเป็นที่ 9 ต่อไปอีก 3 เดือนงั้นเหรอ”
ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา
ไหนๆ ก็นึกขึ้นได้ เลยกะว่าจะเช็กดูหน่อยว่ามีปอดมังกรหลุดมาขายบ้างหรือเปล่า
[ผลการค้นหา : 0 รายการ]
“เวรเอ๊ย”
วันนี้ก็ไม่มีเหมือนเดิม
และหลังจากที่ฉันผิดหวังกับผลการค้นหาแล้วเผลอหลับไปได้สัก... 7 ชั่วโมงเห็นจะได้
ติ๊ด— ติ๊ด— ติ๊ด— ติ๊ด—
ฉันลืมตาตื่นเพราะเสียงเครื่องมือสื่อสารที่ดังอยู่ข้างหัว
8 โมง 14 นาที
โทรมาเช้าไปหน่อยไหมเนี่ย
“อะแฮ่ม ฮัลโหล?”
[ลูกพี่ครับ!]
“เออ ว่าไง ยุนซึงเองเหรอ”
ฉันฝืนลืมเปลือกตาที่บวมเป่งจากการคั่งค้างของของเหลวในร่างกายขึ้นมาเพื่อคุยโทรศัพท์
“หืม?”
แต่ทว่า ข่าวที่ดังลอดมาจากปลายสายนั้นคือ...
[ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ! เดี๋ยวผมส่งลิงก์โพสต์นั้นให้เลยครับ เข้าไปดูนะครับลูกพี่!]
ติ๊ด
วางสายไปซะดื้อๆ ในขณะที่ฉันยังงัวเงียอยู่
ฉันจ้องมองโทรศัพท์ที่หน้าจอดับไปอย่างเหม่อลอย แต่ไม่นานก็มีข้อความจากเบอร์ของยุนซึงเด้งเข้ามา
[เกี่ยวกับเรื่องแฉเท็จของ fnalt]
สิ่งที่ยุนซึงส่งมาคือหัวข้อกระทู้และลิงก์ที่เชื่อมโยงไป
ขอบอกไว้ก่อนว่า fnalt คือชื่อยูสเซอร์ของคนเขียนโพสต์แฉคนแรก
อันยุนซึงบอกว่าแค่ไอ้โพสต์ [เกี่ยวกับเรื่องแฉเท็จ...] นี่อันเดียว ทุกอย่างก็คลี่คลายหมดเลยงั้นเหรอ
มันเรื่องอะไรกันแน่วะเนี่ย
ฉันขยี้ตาพลางกดเข้าไปดูโพสต์ที่เป็นประเด็น
ทว่า พอได้อ่านย่อหน้าแรก ความง่วงก็พลันหายเป็นปลิดทิ้ง
===============================
หัวข้อ : เกี่ยวกับเรื่องแฉเท็จของ fnalt
---
เธอนี่มันหน้าด้านจริงๆ
ฉันก็ยังมีชีวิตอยู่ทนโท่แท้ๆ แต่กล้าดียังไงเอารูปนั้นมาสาดโคลนใส่คิมกิรยอ
สวัสดีค่ะ ชาวบอร์ดฟรีสไตล์ทุกท่าน
ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะคะ
ฉันเป็นเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนมัธยมต้นเดียวกับฮันเตอร์คิมกิรยอ
และเป็นเด็กนักเรียนหญิงที่อยู่ในรูปถ่ายยืนยันของโพสต์แฉนั่นค่ะ
===============================
ถ้านักเรียนหญิงในรูปนั่นคือตัวจริง...
‘เด็กที่โดนเซ็นเซอร์หน้านั่นน่ะเหรอ?’
ฉันนึกย้อนไปถึงโพสต์แฉพลางเลื่อนหน้าจอลงมา
แต่ประโยคถัดมากลับเป็นเนื้อหาที่คาดไม่ถึงโดยสิ้นเชิง
==============================
...แต่รูปนั้นไม่ใช่สถานการณ์อย่างที่คนแฉอธิบายไว้แน่นอนค่ะ
นั่นไม่ใช่การฉุดกระชากลากถูใครไปไหน แต่เป็นฉากที่เขาเข้ามาช่วยฉันต่างหาก
เนื้อหาในกระทู้ที่ fnalt แต่งเรื่องขึ้นมา
บวกกับการที่มีรูปถ่ายใบนั้น ทำให้ฉันพอจะเดาออกเป็นการส่วนตัวแล้วว่าคนแฉจอมตอแหลนี่เป็นใคร...
ไอ้สารเลว
แกคิดว่าฉันจะยอมหุบปากเงียบไปตลอดชีวิตงั้นเหรอ?
ขอพูดตรงนี้ให้ชัดเจนเลยนะคะ
ฉันคือเหยื่อของการใช้ความรุนแรงในโรงเรียน
และคนที่เข้ามาช่วยฉันไว้
ก็คือคิมกิรยอนั่นเองค่ะ
==============================
จากนั้น ผู้เขียนก็ได้แนบคลิปวิดีโอความยาว 2 นาทีไว้ที่ด้านล่างของโพสต์
วิดีโอที่ผู้เขียนอัปโหลดไว้นั้น เป็นภาพทิวทัศน์ที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด
นักเรียนที่กำลังร้องไห้
ช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์กำลังตกดิน
และกำแพงสีเทาที่เป็นฉากหลัง
เพราะรูปในโพสต์แฉก็เป็นมุมมองแบบนี้ชัดๆ
‘ถ่ายไว้วันเดียวกันกับรูปนั้นเลยนี่หว่า!’
นี่คือเหตุการณ์เดียวกันที่ถูกถ่ายจากคนละมุม
[-......!]
[-...นั่นแหละ]
[-อะไรของมัน ...อีนังนี่......]
ทันทีที่กดเล่นวิดีโอ สิ่งที่เห็นคือแผ่นหลังของเด็กสาวคนหนึ่งที่ถูกรายล้อมด้วยกลุ่มนักเรียน
ไม่สิ จะเรียกว่านักเรียนได้เต็มปากหรือเปล่าก็ไม่รู้
ลำพังภาพก็ไม่ค่อยชัดจนดูอายุยากอยู่แล้ว แต่พวกที่ล้อมเด็กสาวอยู่นั้นแต่งตัวแก่แดดกันทุกคน
[-นังเหี้ย XX, สภาพแค่นี้ทำมาเป็นเมินคนอย่าง...เหรอวะ]
[-แต่ยัยนี่มันตกกระป๋องแล้วไม่ใช่เหรอ?]
[-ก็จริง]
นักเรียนหญิงที่หันหลังให้อยู่เริ่มมีปากเสียงกับคนตรงหน้า
ผู้ชายผมดัดพยายามจะแตะเนื้อต้องตัวเธอมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว
พอบอกให้หยุดก็ยังแกล้งเอามือมาชนแขน พอจะหนีก็คว้าไหล่ไว้
[-เฮ้ย!]
ในจังหวะนั้นเอง
คนถือกล้องก็ตะโกนเสียงดังขึ้น
กลุ่มนักเรียนชะงักและหันขวับมาทางนี้เป็นตาเดียว
[-พวกแกทำอะไรกัน?]
จากนั้นคนถ่ายคลิปก็พูดกับพวกนักเรียนที่มารวมตัวกันไม่กี่คำ ประมาณว่าพวกแกทำอะไรกันอยู่ เด็กเขาไม่ชอบเห็นไหมทำไมยังทำแบบนั้น เลิกซะ
ก็พวกคำพูดสูตรสำเร็จทำนองนั้นแหละ
[-ถ่ายหาพ่อมึงเหรอ ไอ้เวร XX]
เมื่อมีคนเข้ามาขัดจังหวะแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง พวกเด็กเกเรก็แค่นเสียงหัวเราะแล้วข่มขู่กลับมา
แต่ท่าทางแบบนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน
[-เมื่อกี้ฉันโทรเรียกตำรวจแล้ว]
พอคนถ่ายคลิปพูดแบบนี้ สีหน้าของพวกนักเรียนก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที
[-อะไรวะ]
[-เป็นบ้าอะไรของมัน?]
[-ไอ้สัส เป็นเหี้ยไร......]
ตำรวจกำลังจะมาแล้ว จะให้ทำไงได้ล่ะ
พวกมันทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยืนด่าทอกันไปมาอยู่ตรงนั้น คนถ่ายคลิปจึงอาศัยจังหวะนี้เดินเข้าไปหาเด็กนักเรียนหญิง
แล้วพูดขึ้นว่า
[-ไม่เป็นไรใช่ไหม?]
[-....]
[-ถอยออกมาห่างๆ พวกนั้นก่อน มาทางนี้ เร็วเข้า]
คนถ่ายคลิปถามไถ่คนที่ก้มหน้าอยู่ว่าไม่เป็นไรไหม แต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายกลัวจนทำอะไรไม่ถูก ก็เริ่มลงมือทันที
เขาจับแขนเธอ แล้วพาเดินออกมาให้ห่างจากพวกผู้กระทำผิด
รูปถ่ายในโพสต์แฉที่มีใครบางคนกำลังลากตัวใครไป ก็คงเป็นฉากนี้นี่แหละ
=============================
ทุกคนดูจบแล้วคงจะทราบกันดี แต่คนถ่ายคลิปนี้คือคิมกิรยอค่ะ
กิรยอถ่ายคลิปนี้ไว้เพื่อช่วยฉันที่กำลังโดนกลั่นแกล้ง
และฉันก็เก็บไฟล์สำเนาที่เขาให้มาแยกเอาไว้ต่างหาก
=============================
จากนั้น ผู้เขียนก็อธิบายเรื่องราวเบื้องหลังคลิปนี้อย่างราบเรียบ
เธอเป็นดาราที่เข้าวงการตั้งแต่อายุยังน้อย
ตอนมัธยมต้น เธอพยายามโฟกัสกับการเรียนเพื่อให้จบการศึกษาภาคบังคับ
แต่กลับไปเจอกลุ่มเด็กเกเรในห้องเดียวกันเริ่มเข้ามากลั่นแกล้ง
หาว่าเป็นโรคดาราบ้างล่ะ แสร้งทำตัวสูงส่งบ้างล่ะ
การกลั่นแกล้งเริ่มต้นขึ้นด้วยเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น
ทว่า จากเดิมที่เป็นแค่การแขวะ การหาเรื่องก็เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
จนในที่สุด เพื่อที่จะทำลายชีวิตเธอ พวกมันถึงขั้นลงมือทำเรื่องที่เกือบจะเป็นอาชญากรรม
=============================
เหตุการณ์ในคลิปคือตอนที่พวกมันเรียกนักเรียนชายที่สนิทกันมา เพื่อพยายามจะลวนลามฉันค่ะ
มันคืออาชญากรรม แต่พวกมันกลับไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
‘ยัยนั่นเป็นดารา ถ้ามีข่าวฉาวออกไปตัวเองนั่นแหละที่จะเสียหาย เพราะงั้นไม่กล้าแจ้งความมั่วซั่วหรอก’
พวกแก๊งนั้นมีความคิดพื้นฐานแบบนี้อยู่ค่ะ
=============================
สถานการณ์บานปลายจนถึงที่สุด
แต่น่าเศร้าที่ผู้เขียนโพสต์นี้ไม่ได้แจ้งความเอาผิดเรื่องการกลั่นแกล้งในตอนนั้นจริงๆ
เหมือนกับที่พวกคนร้ายพูดไว้
เธอกังวลว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ในอนาคต
ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงเวลานั้นเธอมีความเครียดสะสมหลายอย่างจนสภาพจิตใจเปราะบางที่สุด
=============================
ฉันไม่มีความมั่นใจว่าจะรับมือกับเรื่องราวที่จะใหญ่โตขึ้นไหว
ไม่อยากให้เป็นข่าว
ไม่อยากให้ครอบครัวต้องถูกเรียกตัวมาที่โรงเรียน
แล้วอีกฝ่ายก็เป็นแค่เด็กนักเรียนด้วยกัน แจ้งความไปแค่เรื่องการสัมผัสตัวเล็กน้อยแบบนี้ จะมีบทลงโทษอะไรจริงๆ จังๆ ออกมาไหมก็ไม่รู้...
ดังนั้นในตอนนั้น ฉันจึงไม่ได้จัดการอะไรให้เด็ดขาด
ทำได้แค่ขู่พวกคนร้ายไปลอยๆ ว่า อย่าเข้ามาใกล้ฉันอีก ถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก คราวนี้ฉันจะฟ้องให้หมดแน่
=============================
ผู้เขียนโพสต์เจ็บปวดกับการนึกถึงเรื่องความรุนแรงในโรงเรียนจนตัดสินใจที่จะฝังกลบทุกอย่างไว้
แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอจะนึกเสียใจกับการตัดสินใจในอดีต
[พอมองย้อนกลับไป นั่นเป็นความผิดพลาดจริงๆ ค่ะ]
ถ้าเลื่อนลงมาอีกนิด ก็จะเห็นข้อความในเนื้อหาที่เขียนไว้ว่า
[ถ้าตอนนั้นฉันไม่ยอมปล่อยผ่านไปเงียบๆ เรื่องราวในวันนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น]
และในตอนนั้นเอง
ในส่วนที่เหลือของโพสต์ ตัวตนของ fnalt ที่เขียนโพสต์แฉก็เริ่มเผยออกมา
=============================
...fnalt ไอ้คนสร้างเรื่อง
ครั้งหนึ่งฉันเคยคิดจะให้อภัยแกเพราะเห็นว่าเป็นความผิดพลาดในวัยเด็ก
แต่พอดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว ดูเหมือนว่าทั้งหมดนี้จะเป็นผลจากการที่ฉันปิดปากเงียบ จนทำให้ปีศาจร้ายเติบโตขึ้นมา
แต่ก็ต้องขอบคุณนะที่เอารูปนั้นมาใช้ ฉันเลยรู้ได้ทันทีว่าแกเป็นใคร
อย่างที่เห็นในคลิป คนที่ยืนเล่นมือถืออยู่ตรงนั้นมีแค่คนเดียว
แถมไอ้คำพูดในโพสต์แฉที่บอกว่า ‘ถ้าเอาไปฟ้องใคร จะถ่ายคลิป xx ของมันกับพวกนี้ประจานซะ’
ฉันยังจำได้แม่น
นั่นมันคำพูดที่แกชอบใช้ขู่ฉันประจำเลยนี่
แกชอบพูดกับฉันในห้องน้ำเสมอว่า ตัวเองไม่มีอะไรจะเสีย เพราะงั้นถ้าไม่อยากชีวิตพังก็อย่ามาแหยมกับแก
ทั้งเรื่องที่เอาดรรไกรมาขู่ ทั้งเรื่องที่ลากเด็กอ่อนแอไปหลังเลิกเรียน ทุกอย่างมันคือพฤติกรรมของแกทั้งนั้น
แกกล้าดียังไงเอาประสบการณ์เลวๆ ของตัวเองมาใส่ร้ายคนอื่น
แถมยังเลือกคนดีๆ อย่างกิรยออีก
=============================
สรุปก็คือ
ไอ้โพสต์แฉโพสต์แรกนั่นเป็นเรื่องแต่งทั้งหมด แถมคนเขียนยังเอาวีรกรรมที่ตัวเองเคยทำตอนเรียนมาเขียนใส่ร้ายคนอื่นงั้นเหรอ?
ฉันถือโทรศัพท์ค้างไว้พลางอุทานออกมาสั้นๆ
ชาวอัลฟาวูรีขึ้นชื่อเรื่องนิสัยเสียเป็นที่สองรองใครอยู่แล้ว...
แต่ดูท่าชาวโลกเองก็ไม่เบาเหมือนกันแฮะ
เรื่องนี้เล่นเอาคนจากอัลฟาวูรีอย่างฉันถึงกับต้องเดาะลิ้น
=============================
ฉันจะไม่ทำตัวขี้ขลาดหดหัวอีกต่อไปแล้วค่ะ
ฉันจะทำอย่างเต็มที่เพื่อเพื่อนที่เคยช่วยฉันไว้ และจะทำให้ fnalt ที่ใส่ร้ายคิมกิรยอต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำอย่างสาสม
ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ
=============================
หลักฐานชิ้นใหญ่ที่สุดอย่างรูปถ่ายความรุนแรงในโรงเรียนถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นเรื่องโกหก
แล้วกระแสหลังจากนั้นจะเป็นยังไง?
ก็แหงอยู่แล้ว ผลกระทบจากกระทู้นี้ทำให้โลกอินเทอร์เน็ตลุกเป็นไฟอีกครั้ง
ในวินาทีนี้มีปฏิกิริยาตอบกลับใหม่ๆ หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
[ว่าแล้วเชียว แม่งแปลกๆ ;;]
[ด่วน) ไอ้ fnalt แม่งลบกระทู้หนีไปแล้ว]
[จริงด้วยว่ะ ไอ้บ้าเอ๊ย]
[ขึ้นว่าไม่พบหน้าที่ต้องการ โห แต่หนีตอนนี้คิดว่าจะรอดเหรอวะ? ฮ่าๆ]
‘มิน่าล่ะ อันยุนซึงถึงบอกว่ากระทู้เดียวจบ’
ฉันกวาดตามองบรรยากาศในบอร์ดแล้วพยักหน้า
ถึงการพลิกล็อกกะทันหันจะน่าตกใจไปหน่อย แต่อย่างน้อยเรื่องน่าปวดหัวก็ถูกจัดการไปแล้ว ลึกๆ ก็ดีใจอยู่หรอกนะ
“เอ๊ะ?”
แต่ทว่า
“.......”
ฉันชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเลื่อนหน้าจอลงมาเจอกับคอมเมนต์หนึ่ง
และหลังจากได้อ่านชื่อสามพยางค์ที่ถูกกล่าวถึงในคอมเมนต์นั้น ฉันก็เงียบและกดย้อนกลับไปยังหน้าแรกของกระทู้ที่เพิ่งเปิดดูเมื่อกี้
[เกี่ยวกับเรื่องแฉเท็จของ fnalt]
ที่ด้านบนสุดของหน้านี้ มีข้อมูลสองอย่างระบุไว้
หนึ่งคือหัวข้อกระทู้
และอีกอย่างหนึ่งคือ...
[ผู้เขียน : กูซอฮยองเองค่ะ]
...ว่าไงนะ?