Cover

135

หลังมื้ออาหาร พวกเขาก็ลุยดันเจี้ยน [ส่วนที่ลึกที่สุด] กันต่อ

ชั้น 2 ของดันเจี้ยนแค่มีจำนวนมอนสเตอร์เพิ่มขึ้นมาหน่อย แต่รูปแบบของศัตรูยังเหมือนเดิม จึงผ่านกันมาได้แบบไร้รอยขีดข่วน

“อ๊ากกก!”

“ชิดหน้ากระดาน เร็วเข้า!”

ทว่าเมื่อมาถึงชั้น 3 ในวันรุ่งขึ้น

ณ ใจกลางของดันเจี้ยนแห่งนี้ พวกเขากลับต้องเผชิญกับวิกฤตชนิดที่ไม่มีทางได้เจอเป็นครั้งที่สอง

[เนโครแมนเซอร์สีเลือด]

[ระดับ : A]

[คำอธิบาย : มอนสเตอร์ระดับเนมด์ธาตุความมืด อัญเชิญกูลที่มีความต้านทานการโจมตีทางกายภาพออกมาเป็นลูกสมุนอย่างต่อเนื่อง]

มอนสเตอร์ที่มีร่างกายเน่าเฟะจนแทบดูไม่ออกว่าเป็นตัวอะไรนี้ หากไม่ใช้วิธีพิชิตที่ถูกต้องก็ไม่มีทางโค่นมันลงได้

มันเป็นดั่งวิญญาณร้าย ต่อให้ฟันร่างกายจนขาดสะบั้น มันก็ฟื้นฟูสภาพกลับมาได้ไม่รู้จบ

“ขะ ขอ... ขอโทษค่ะ...”

“ไม่ใช่เวลามาขอโทษ ตั้งสติหน่อย!”

วิธีพิชิตเนโครแมนเซอร์สีเลือดคือการทำลาย ‘กล่องวิญญาณ’ ที่ซ่อนอยู่ใกล้ๆ

แต่ทว่า เด็กใหม่ในทีมดันก่อเรื่องใหญ่เข้าให้

สกิลที่เธอใช้ดันไปกระแทกกล่องวิญญาณที่วางอยู่บนโขดหินสูง จนมันร่วงตกลงไปในทะเลสาบลึก

‘ดะ ได้ยินว่าความทนทานมันต่ำ ก็นึกว่าจะทำลายได้ในทีเดียวซะอีก’

ตูม!

กล่องวิญญาณจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของผืนน้ำที่ไม่อาจหยั่งรู้ความลึก

‘มะ ไม่น่าทำงั้นเลย อ๊ากกก รู้งี้ใช้ไบนด์ดิ้งลากกล่องเข้ามาให้ชัวร์ก่อนก็จบแล้ว...!’

พวกเขาพยายามจะกู้กล่องวิญญาณที่ตกลงไปในทะเลสาบทันที แต่ความพยายามนั้นก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า

สถานการณ์จึงเละเทะวายป่วงแบบนี้ยังไงล่ะ

“%&@#!@%~!”

เสียงร่ายเวทอันน่าสยดสยองของเนโครแมนเซอร์สีเลือดดังแว่วมาจากอีกฟากของทะเลสาบ

มันคือเสียงของการสร้างลูกสมุนชุดใหม่ หัวหน้าทีมที่ได้ยินดังนั้นถึงกับตะโกนออกมาอย่างหัวเสีย

“น้องเล็ก! รีบปีนขึ้นไปข้างบน ออกไปนอกเกตแล้วเรียกกิลด์มาช่วยเดี๋ยวนี้!”

แต่ทว่า มอนสเตอร์กลับไม่ยอมให้ทำแม้กระทั่งเรื่องนั้น

ในไม่ช้า กูลชุดใหม่ที่เนโครแมนเซอร์เรียกออกมาก็เริ่มคืบคลานออกมาจากผนังถ้ำยั้วเยี้ยไปหมด

“โดนล้อมหมดแล้ว...”

เรื่องราวกลับตาลปัตรจนยุ่งเหยิงไปหมด

มัวแต่เสียเวลาหากล่องวิญญาณที่ตกลงไปในน้ำ ใครจะไปคิดว่าระหว่างนั้นมอนสเตอร์จะใช้สกิลสร้างลูกสมุน 4 ครั้งรวดแบบนี้

“ชิ ปกติแพทเทิร์นนี้ไม่ค่อยออกแท้ๆ ทำไมต้องมาบ้าคลั่งเอาวันนี้ด้วยวะ!”

พรึ่บ!

หญิงสาวที่ถือหน้าไม้ขว้างอุปกรณ์เวทจุดไฟออกไปเพื่อกำจัดศัตรูบางส่วน

แต่จำนวนของพวกมันกลับไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย

เส้นทางหนีถูกปิดตายด้วยฝูงมอนสเตอร์ที่อัดแน่นกันจนแทบขยับไม่ได้ เมื่อถูกวงล้อมบีบเข้ามาแบบนี้ คำว่าแนวหน้าหรือแนวหลังก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป

“อึก!”

รูปขบวนเริ่มพังทลาย เหล่าฮันเตอร์เริ่มขวัญเสีย

นี่คือสัญญาณเตือนว่าทีมจู่โจมกำลังจะล่มสลาย

“...ถ้า...”

เสียงพึมพำแผ่วเบา

ท่ามกลางความโกลาหล มีเพียงผู้ตื่นรู้คนหนึ่งที่รับหน้าที่แทงก์ของทีมเท่านั้นที่ยังไม่เสียสมาธิ เขาพร่ำบ่นประโยคสั้นๆ ซ้ำไปซ้ำมา

“ในเวลาแบบนี้ ถ้าเป็นพี่เขาล่ะก็”

นั่นคือสัญญาณเริ่มปฏิบัติการ

อันยุนซึงเตรียมใจพร้อมแล้ว เขาตะโกนบอกลูกทีมด้านหลังเสียงดังลั่น

“ทะลวงฝ่าไปตรงๆ เลยครับ!”

“ว่าไงนะ?”

“เมินพวกมอนสเตอร์ลูกกระจ๊อก แล้ววิ่งยาวไปห้องบอสเลยครับ เราต้องรีบฆ่าตัวหัวหน้าให้เร็วที่สุดแล้วออกจากดันเจี้ยน!”

นี่จะบอกให้ทำสปีดรันตอนนี้เนี่ยนะ?

การข้ามลูกสมุนในบลูเกตแล้วพุ่งเป้าไปที่ตัวหัวหน้า

แม้วงการนี้จะเรียกมันว่า ‘สปีดรัน’ แต่ในความเป็นจริงแทบไม่มีใครทำกันหรอก

“บ้าไปแล้ว”

เส้นทางไปหาตัวหัวหน้ามักจะมีทหารยามเฝ้าอยู่หนาแน่นเสมอ ขืนลากพวกมันทั้งหมดไปรวมกันที่ห้องบอส...

ถ้าไม่จบเกมแบบรวดเร็ว มีหวังได้ตายยกทีม 100%

“กว่าจะปีนกลับขึ้นไปถึงพื้นดินมันไกลเกินไปครับ!”

“ก็จริง กว่าจะหนีไปถึงปากทาง เราคงหมดแรงตายก่อน”

“พอไปถึงบอส ผมจะถ่วงเวลาพวกตัวเล็กๆ ให้ได้นานที่สุดเองครับ ไปเลย!”

สิ่งที่จำเป็นในสถานการณ์แบบนี้คือไหวพริบ

หัวหน้าทีมตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

“นับสามแล้วฉันกับอันยุนซึงจะเปิดทาง ที่เหลือกัดฟันวิ่งตามมาให้ทัน!”

หนึ่ง สอง สาม

สิ้นสัญญาณ สกิลตื่นรู้ของเหล่าฮันเตอร์ระดับสูงก็ระเบิดออก

[มานาสไตรค์], [จัดจ์เมนท์], แล้วก็ [มานาสไตรค์]...

และในจังหวะนั้นเอง ยุนซึงก็ร่ายสกิลบัฟป้องกันให้กับเพื่อนร่วมทีม

‘ไม่ใช่แค่ผิวหนัง แต่ต้องเริ่มจากข้างในช้าๆ ไม่ใช่แค่ผิวหนัง แต่ไล่จากข้างใน...!’

สโตนสกิน

นี่คือเวทมนตร์บทเดิมที่ได้รับการชี้แนะจากคิมกิรยอ จนมีอานุภาพเหนือกว่าสโตนสกินทั่วไปหลายเท่าตัว

-ยุนซึง นายใช้ชื่อท่าว่าสโตนสกิน แต่แค่เอามานาฉาบไว้ข้างนอกเนี่ยนะ

-แล้วต้องทำไงครับ?

-ลองใช้ความรู้สึกเหมือนเติมเต็มร่างกายมนุษย์โดยเริ่มจากหลอดเลือดดูสิ เอาล่ะ ให้มานาของนายทำหน้าที่แทนเลือด

หากเป็นคิมกิรยอ

ใช่แล้ว ถ้าเป็นพี่เขา คงจัดการตัวแปรทุกอย่างไม่ให้เกิดวิกฤตแบบนี้ตั้งแต่แรก แต่ตัวเขาไม่ใช่คนเก่งกาจขนาดนั้น

เพราะอย่างนั้น คนอย่างเขาถึงต้องพยายามชนิดเลือดตาแทบกระเด็น

“ฮู่ว”

หลังสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

อันยุนซึงยกโล่ที่ห่อหุ้มด้วยมานาขึ้น แล้วพุ่งชนไปข้างหน้าเต็มแรง

ตึง! ร่างเน่าเฟะของมอนสเตอร์หักสะบั้นและฉีกขาดด้วยแรงกระแทกจากมานาสีน้ำเงินของเขา

เบื้องหลังซากเนื้อและกองเลือดนั้น เส้นทางถูกเปิดออกแล้ว

---

วู่ววว...

“ฮะๆ”

ฮันเตอร์ระดับ A คนหนึ่งทิ้งหน้าไม้ในมือลง แล้วทรุดตัวนั่งแปะกับพื้น

“ฮะๆๆ”

ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่แข้งขาอ่อนแรง

ชายผู้ถือคทาและฮีลเลอร์หนุ่มต่างก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หลากับพื้นดินทีละคน

“ดันเคลียร์ได้เฉย”

ดูจากเกตที่กำลังส่งเสียงวิ้งๆ อยู่ข้างๆ นั่นก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเขาเดิมพันด้วยชีวิตจนสำเร็จ

ฆ่าหัวหน้าของพวกสัตว์อสูร แล้วหนีออกมาจากดันเจี้ยนที่กำลังพังทลายได้ทันเวลา

“อีกนิดเดียวเกือบได้ไปทัวร์ยมโลกแล้วไหมล่ะ...”

และสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดในเหตุการณ์ครั้งนี้ ก็คือผลงานของฮันเตอร์คนหนึ่ง

“นี่ อันยุนซึง!”

“ครับ?”

นอกจากจะต้านทานพวกสัตว์ประหลาดที่แห่ตามมาถึงห้องบอสได้ด้วยตัวคนเดียวเป็นเวลานานถึง 4 นาที 58 วินาทีแล้ว ในสภาพที่มานาแห้งเหือด เขายังหาจังหวะเข้าร่วมขบวนรบเพื่อช่วยกำจัดตัวหัวหน้าได้อีก...

ขวับ!

หัวหน้าทีมยกนิ้วโป้งให้โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

MVP ของการลงดันเจี้ยนรอบนี้ ใครดูก็รู้ว่าเป็นอันยุนซึง

ไม่สิ ต้องเรียกว่าฮันเตอร์คนนี้แบกทีมที่เกือบจะตายยกปาร์ตี้ให้รอดมาได้ต่างหาก ผลงานของอันยุนซึงมันยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยล่ะ

‘ให้ตายเถอะ ประสบการณ์แค่ปีเดียวทำไมถึงมีฝีมือขนาดนี้ได้นะ?’

หัวหน้าทีมก้มลงเก็บหน้าไม้ที่ทำตกไว้แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ตอนนั้นเองเสียงสะอึกสะอื้นก็ดังขึ้นจากมุมหนึ่ง

“ทะ ทุกคนคะ ขอโทษด้วยนะคะ”

เสียงของสมาชิกกิลด์น้องใหม่นั่นเอง

“ขอโทษจริงๆ ค่ะ... ฮึก ฮือ”

เด็กใหม่เริ่มร้องไห้ด้วยความช็อกที่ความผิดพลาดของตัวเองเกือบทำให้ทุกคนต้องตายกันหมด

หัวหน้าทีมตั้งท่าจะเข้าไปปลอบ

แน่นอนว่าเรื่องไปแตะต้องกล่องวิญญาณโดยพละการต้องมีการตักเตือนกันภายหลังแน่ แต่การปล่อยให้เจ้าตัวแบกรับแผลใจจากเรื่องนี้มากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี

เธอค่อยๆ เดินเข้าไปหาอีกฝ่าย

ทว่า เพื่อนร่วมทีมอีกคนที่อยู่ใกล้เด็กใหม่กลับทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน

“ไม่เป็นไรครับ”

อันยุนซึงพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“ไม่ใช่เรื่องที่ต้องขอโทษเลยครับ ฮันเตอร์ทำพลาดกันได้เป็นเรื่องปกติครับ แหม!”

แต่ทว่า แม้น้ำเสียงจะนุ่มนวล แต่การเลือกใช้คำกลับฟังดูทะแม่งๆ ชอบกล

“เรื่องปกติเหรอคะ?”

เธอถามกลับว่าที่บอกว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะคาดไว้แล้วเหรอว่าเด็กใหม่อย่างเธอต้องทำพลาด แต่อันยุนซึงส่ายหน้าพร้อมแก้ไขความเข้าใจผิด

“จริงๆ แล้วก่อนที่ผมจะเข้ามาอยู่ทีมหลักทีม 3 ผมเคยตระเวนทำงานกับคนหลายกลุ่มเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ตอนแรกผมก็หงุดหงิดเหมือนกันว่าทำไมคนพวกนั้นถึงทำผิดพลาดโง่ๆ แบบนั้น แต่ตอนนี้ผมบรรลุสัจธรรมแล้วครับ”

ชายหนุ่มเจาะหูหลับตาลงนึกย้อนถึงอดีต

ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจเต็มเปี่ยม

“ฮันเตอร์ในโลกนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทครับ คือคิมกิรยอ และสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่คิมกิรยอ”

หมับ อันยุนซึงจับไหล่เด็กใหม่แล้วพึมพำรัวเร็ว

“ถ้าเทียบกับลูกพี่แล้ว ฮันเตอร์คนอื่นจะดูงี่เง่าเต่าตุ่นก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ แน่นอนว่ารวมถึงตัวผมด้วย”

“คะ คะ?”

“เพราะงั้นไม่ต้องจิตตกไปหรอกครับ! พวกเราไม่ใช่ฮันเตอร์คิมกิรยอ ก็ต้องมีทำเรื่องโง่ๆ บ้างเป็นธรรมดา จริงไหมครับ?”

“คะ?”

“คิดซะว่าเป็นกฎของธรรมชาติก็สบายใจขึ้นแล้วใช่ไหมล่ะครับ?”

ประเด็นที่พูดมันก็ชัดเจนดีหรอกนะ แต่ทำไมแววตาถึงได้ดูน่ากลัวขนาดนั้น?

น้องใหม่ของกิลด์นีโอถึงกับผงะถอยหนีพฤติกรรมของยุนซึง จังหวะนั้นหัวหน้าทีมจู่โจมจึงค่อยๆ เข้ามาช่วยกู้สถานการณ์

แล้วกระซิบกบอกว่า

“หมอนั่นมันเหนื่อยน่ะ เลยเป็นแบบนั้น”

“อ๋อ”

“เมื่อก่อนเวลาเจอเรื่องแบบนี้ก็จะสูบบุหรี่สักมวนแล้วจบ แต่พอเริ่มหักดิบเลิกบุหรี่ พอเครียดทีไรก็เป็นแบบนี้ทุกที”

เมื่อได้ยินดังนั้น เด็กใหม่ก็สาบานกับตัวเองในใจ

อ๋อ อาการลงแดงมันน่ากลัวแบบนี้นี่เอง ฉันจะไม่มีวันริอ่านสูบบุหรี่เด็ดขาด

---

ยุนซึงเคยร่วมงานกับคิมกิรยอบ่อยครั้ง

เกตที่มีการกลายพันธุ์ผิดปกติ

ค้างคาวเพลิง

นครทองคำ

และอื่นๆ อีกมากมาย...

แม้จะไม่ได้เห็นตอนคิมกิรยอต่อสู้ตลอดเวลา แต่เขาก็ได้เรียนรู้สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนมากจากการครูพักลักจำ

‘ความเยือกเย็น’

คิมกิรยอไม่เคยแสดงอารมณ์หวั่นไหวต่อหน้าสัตว์อสูร

และการไม่สติแตกก็นับเป็นจุดแข็งที่สำคัญมากสำหรับฮันเตอร์

เพราะพวกเขาต้องต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตลึกลับที่พ่นไฟและบินบนฟ้าได้อยู่ตลอดเวลา

“ในเวลาแบบนี้ ถ้าเป็นพี่เขาล่ะก็”

พัฒนาการที่ก้าวกระโดดของอันยุนซึง ส่วนหนึ่งก็มาจากกรอบความคิดนี้นี่แหละ

ในเวลาแบบนี้ ถ้าเป็นคิมกิรยอ

ทุกครั้งที่ใจเริ่มสั่นคลอน เขาจะท่องประโยคนี้เพื่อยึดเหนี่ยวสติให้กลับมามั่นคง

“สุดยอด! เรดเกตระดับ A เคลียร์ได้ใน 14 นาทีเนี่ยนะ? พวกเรา นี่มันสถิติใหม่ของกิลด์ไม่ใช่...”

อันยุนซึงพยายามอย่างหนักเพื่อไล่ตามไอดอลของเขาให้ทัน ต้องฝึกฝนมากมายมหาศาลกว่าจะยกระดับฝีมือมาได้ขนาดนี้

“บ้าเอ๊ย ไม่ใช่แบบนี้สิ!”

แต่ทว่า

ปัญหาคือการตั้งเป้าหมายของหมอนี่มันออกจะผิดเพี้ยนไปสักหน่อย

“ถ้าเป็นพี่กิรยอต้องมีวิธีจัดการบอสที่เฉียบขาดกว่านี้แน่! ทำไมฉันถึงได้โง่บัดซบแบบนี้นะ? วันนี้ก็ทำพลาดจุกจิกไปตั้ง 3 รอบ...!”

“หมอนั่นเป็นอะไรอีกแล้วน่ะ?”

“ปล่อยมันไปเถอะ”

ฮันเตอร์ระดับ A บางคนประเมินคิมกิรยอไว้สูงส่งเกินจริง และภาพลวงตาในหัวนั้นก็ผลักดันให้เขาวิ่งไปข้างหน้าไม่หยุดยั้ง

สถานการณ์ย้อนแย้งราวกับนกกระจิบพยายามจะก้าวขาให้ยาวเท่านกกระเรียนจนขาแทบฉีก

‘ฉันได้รับโอกาสที่พี่เขาสละเวลามาสอนให้ ต่างจากฮันเตอร์คนอื่น เพราะงั้นต้องทำให้ดีกว่านี้สิ!’

แต่ถ้ามองแค่ผลลัพธ์ ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องแย่อะไร

อย่างน้อยความพยายามก็ไม่เคยทรยศใคร ต่างจากไอ้หนุ่มระดับ F บางคนที่กำลังต้มตุ๋นคนทั้งประเทศอยู่

“ทุกคนกลับกันก่อนเลยครับ! ผมจะขอซ้อมสกิลอยู่ในเกตอีกสักพักแล้วค่อยกลับ”

“กะว่าจะไปกินหมูสามชั้นย่างหลังเลิกงานกันซะหน่อย...”

“ขอโทษครับ รุ่นพี่!”

อันยุนซึงกลายเป็นผู้ใช้เวทที่เก่งกาจขึ้นทุกวัน และเมื่อฝีมือพัฒนา ชื่อเสียงก็ย่อมตามมาเป็นเงาตามตัว

<ข้อความใหม่>

[สวัสดีครับ ผมโปรดิวเซอร์คิม○○ ผู้ดูแลรายการ ‘ฮันเตอร์รีวิว’ ครับ อยากจะขอเรียนเชิญฮันเตอร์ระดับ A คุณอันยุนซึงมาร่วมรายการ...]

ดาวรุ่งดวงใหม่จากกิลด์ยักษ์ใหญ่

คงไม่มีใครเหมาะจะเรียกเรตติ้งไปมากกว่านี้อีกแล้ว

อันยุนซึงตัดสินใจตอบรับคำเชิญสัมภาษณ์ไม่กี่รายการ ตามคำแนะนำของหัวหน้าแผนกที่บอกว่าการปฏิเสธออกสื่อมากไปจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์

แน่นอนว่าเขารักษาสัญญาที่ให้ไว้กับคิมกิรยออย่างเคร่งครัด

‘พี่เขาสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้แพร่งพรายเรื่องที่พี่เขาช่วยปรับแก้สกิลให้ อ้อ แล้วก็เรื่องวิธีพิชิตโกเลมด้วย’

...ปัญหาก็คือดันเคร่งครัดแต่เรื่องนั้นน่ะสิ

---

สนามบิน

เมื่อรับกระเป๋าและผ่านขั้นตอนต่างๆ เรียบร้อย กิรยอก็เดินออกมายังประตูผู้โดยสารขาเข้า

กลับถึงเกาหลีโดยสวัสดิภาพ ทีนี้ก็นั่งแท็กซี่กลับบ้านได้เลย

แต่อยู่บนเครื่องบินมากว่า 10 ชั่วโมงไม่ได้แตะมือถือเลย ขอเช็กข่าวสารในอินเทอร์เน็ตหน่อยดีกว่า

‘ไหนดูซิ พยากรณ์อากาศวันนี้...’

จิ้มๆ

กิรยอจอดกระเป๋าเดินทางไว้ตรงมุมเหมาะๆ แล้วกดเข้าเว็บพอร์ทัล

[ผู้ตื่นรู้ระดับ A อันยุนซึง ร่วมรายการ ‘ฮันเตอร์รีวิว’]

[“เคล็ดลับความแข็งแกร่ง? จงดูคิมกิรยอเป็นเยี่ยงอย่าง” บทสัมภาษณ์ดาวรุ่งพุ่งแรง]

[ฮันเตอร์อันยุนซึงกับสปีดรันเคลียร์เกตระดับ A แต่เจ้าตัวกลับส่ายหน้าปฏิเสธคำชมของพิธีกร พร้อมเผยว่าเมื่อเทียบกับนักล่าท่านหนึ่งแล้ว ตนยังห่างชั้นอีกไกล...]

[บุคคลที่ทำให้แม้แต่ระดับท็อป 3% ยังต้องดูหมองหม่น]

กริก

และทันทีที่เห็นหน้าแรกของเว็บไซต์ กิรยอก็กดปิดหน้าจอทันควัน

แต่ต่อให้หลับตาแล้วลืมตาตื่นขึ้นมาใหม่ ความจริงตรงหน้าก็ไม่เปลี่ยนแปลง

ระหว่างที่เขาไปงานปาร์ตี้ฉลองก่อตั้งบริษัท เกาหลีกำลังลุกเป็นไฟด้วยบทสัมภาษณ์ของใครบางคน

“.......”

อันยุนซึงเป็นบุคคลที่วงการฮันเตอร์กำลังจับตามองในช่วงนี้

แม้จะเพิ่งตื่นรู้ได้ไม่นาน แต่ด้วยความพยายามอย่างหนักทำให้เขามีฝีมือที่ยอดเยี่ยม

แล้วคนระดับนั้นกลับเอ่ยปากแสดงความเคารพยกย่องใครคนหนึ่งอย่างเจาะจง?

แน่นอนว่ามูลค่าของอีกฝ่ายย่อมพุ่งกระฉูดตามไปด้วย

ระดับ A ถึงกับก้มหัวนอบน้อมขนาดนั้น ทุกคนต่างพากันซุบซิบว่าคิมกิรยอคนนี้ต้องเทพขนาดไหนกันเชียว

“ไม่นะ”

แปะ

มนุษย์ต่างดาวบางตนยกหนวด... ไม่ใช่สิ ยกฝ่ามือขวาขึ้นมากุมขมับ

“รอบนี้ฉันอยู่เฉยๆ แล้วนะ”

ชีวิตที่สงบสุขนี่มันหายากจริงๆ

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

135

20px

หลังมื้ออาหาร พวกเขาก็ลุยดันเจี้ยน [ส่วนที่ลึกที่สุด] กันต่อ

ชั้น 2 ของดันเจี้ยนแค่มีจำนวนมอนสเตอร์เพิ่มขึ้นมาหน่อย แต่รูปแบบของศัตรูยังเหมือนเดิม จึงผ่านกันมาได้แบบไร้รอยขีดข่วน

“อ๊ากกก!”

“ชิดหน้ากระดาน เร็วเข้า!”

ทว่าเมื่อมาถึงชั้น 3 ในวันรุ่งขึ้น

ณ ใจกลางของดันเจี้ยนแห่งนี้ พวกเขากลับต้องเผชิญกับวิกฤตชนิดที่ไม่มีทางได้เจอเป็นครั้งที่สอง

[เนโครแมนเซอร์สีเลือด]

[ระดับ : A]

[คำอธิบาย : มอนสเตอร์ระดับเนมด์ธาตุความมืด อัญเชิญกูลที่มีความต้านทานการโจมตีทางกายภาพออกมาเป็นลูกสมุนอย่างต่อเนื่อง]

มอนสเตอร์ที่มีร่างกายเน่าเฟะจนแทบดูไม่ออกว่าเป็นตัวอะไรนี้ หากไม่ใช้วิธีพิชิตที่ถูกต้องก็ไม่มีทางโค่นมันลงได้

มันเป็นดั่งวิญญาณร้าย ต่อให้ฟันร่างกายจนขาดสะบั้น มันก็ฟื้นฟูสภาพกลับมาได้ไม่รู้จบ

“ขะ ขอ... ขอโทษค่ะ...”

“ไม่ใช่เวลามาขอโทษ ตั้งสติหน่อย!”

วิธีพิชิตเนโครแมนเซอร์สีเลือดคือการทำลาย ‘กล่องวิญญาณ’ ที่ซ่อนอยู่ใกล้ๆ

แต่ทว่า เด็กใหม่ในทีมดันก่อเรื่องใหญ่เข้าให้

สกิลที่เธอใช้ดันไปกระแทกกล่องวิญญาณที่วางอยู่บนโขดหินสูง จนมันร่วงตกลงไปในทะเลสาบลึก

‘ดะ ได้ยินว่าความทนทานมันต่ำ ก็นึกว่าจะทำลายได้ในทีเดียวซะอีก’

ตูม!

กล่องวิญญาณจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของผืนน้ำที่ไม่อาจหยั่งรู้ความลึก

‘มะ ไม่น่าทำงั้นเลย อ๊ากกก รู้งี้ใช้ไบนด์ดิ้งลากกล่องเข้ามาให้ชัวร์ก่อนก็จบแล้ว...!’

พวกเขาพยายามจะกู้กล่องวิญญาณที่ตกลงไปในทะเลสาบทันที แต่ความพยายามนั้นก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า

สถานการณ์จึงเละเทะวายป่วงแบบนี้ยังไงล่ะ

“%&@#!@%~!”

เสียงร่ายเวทอันน่าสยดสยองของเนโครแมนเซอร์สีเลือดดังแว่วมาจากอีกฟากของทะเลสาบ

มันคือเสียงของการสร้างลูกสมุนชุดใหม่ หัวหน้าทีมที่ได้ยินดังนั้นถึงกับตะโกนออกมาอย่างหัวเสีย

“น้องเล็ก! รีบปีนขึ้นไปข้างบน ออกไปนอกเกตแล้วเรียกกิลด์มาช่วยเดี๋ยวนี้!”

แต่ทว่า มอนสเตอร์กลับไม่ยอมให้ทำแม้กระทั่งเรื่องนั้น

ในไม่ช้า กูลชุดใหม่ที่เนโครแมนเซอร์เรียกออกมาก็เริ่มคืบคลานออกมาจากผนังถ้ำยั้วเยี้ยไปหมด

“โดนล้อมหมดแล้ว...”

เรื่องราวกลับตาลปัตรจนยุ่งเหยิงไปหมด

มัวแต่เสียเวลาหากล่องวิญญาณที่ตกลงไปในน้ำ ใครจะไปคิดว่าระหว่างนั้นมอนสเตอร์จะใช้สกิลสร้างลูกสมุน 4 ครั้งรวดแบบนี้

“ชิ ปกติแพทเทิร์นนี้ไม่ค่อยออกแท้ๆ ทำไมต้องมาบ้าคลั่งเอาวันนี้ด้วยวะ!”

พรึ่บ!

หญิงสาวที่ถือหน้าไม้ขว้างอุปกรณ์เวทจุดไฟออกไปเพื่อกำจัดศัตรูบางส่วน

แต่จำนวนของพวกมันกลับไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย

เส้นทางหนีถูกปิดตายด้วยฝูงมอนสเตอร์ที่อัดแน่นกันจนแทบขยับไม่ได้ เมื่อถูกวงล้อมบีบเข้ามาแบบนี้ คำว่าแนวหน้าหรือแนวหลังก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป

“อึก!”

รูปขบวนเริ่มพังทลาย เหล่าฮันเตอร์เริ่มขวัญเสีย

นี่คือสัญญาณเตือนว่าทีมจู่โจมกำลังจะล่มสลาย

“...ถ้า...”

เสียงพึมพำแผ่วเบา

ท่ามกลางความโกลาหล มีเพียงผู้ตื่นรู้คนหนึ่งที่รับหน้าที่แทงก์ของทีมเท่านั้นที่ยังไม่เสียสมาธิ เขาพร่ำบ่นประโยคสั้นๆ ซ้ำไปซ้ำมา

“ในเวลาแบบนี้ ถ้าเป็นพี่เขาล่ะก็”

นั่นคือสัญญาณเริ่มปฏิบัติการ

อันยุนซึงเตรียมใจพร้อมแล้ว เขาตะโกนบอกลูกทีมด้านหลังเสียงดังลั่น

“ทะลวงฝ่าไปตรงๆ เลยครับ!”

“ว่าไงนะ?”

“เมินพวกมอนสเตอร์ลูกกระจ๊อก แล้ววิ่งยาวไปห้องบอสเลยครับ เราต้องรีบฆ่าตัวหัวหน้าให้เร็วที่สุดแล้วออกจากดันเจี้ยน!”

นี่จะบอกให้ทำสปีดรันตอนนี้เนี่ยนะ?

การข้ามลูกสมุนในบลูเกตแล้วพุ่งเป้าไปที่ตัวหัวหน้า

แม้วงการนี้จะเรียกมันว่า ‘สปีดรัน’ แต่ในความเป็นจริงแทบไม่มีใครทำกันหรอก

“บ้าไปแล้ว”

เส้นทางไปหาตัวหัวหน้ามักจะมีทหารยามเฝ้าอยู่หนาแน่นเสมอ ขืนลากพวกมันทั้งหมดไปรวมกันที่ห้องบอส...

ถ้าไม่จบเกมแบบรวดเร็ว มีหวังได้ตายยกทีม 100%

“กว่าจะปีนกลับขึ้นไปถึงพื้นดินมันไกลเกินไปครับ!”

“ก็จริง กว่าจะหนีไปถึงปากทาง เราคงหมดแรงตายก่อน”

“พอไปถึงบอส ผมจะถ่วงเวลาพวกตัวเล็กๆ ให้ได้นานที่สุดเองครับ ไปเลย!”

สิ่งที่จำเป็นในสถานการณ์แบบนี้คือไหวพริบ

หัวหน้าทีมตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

“นับสามแล้วฉันกับอันยุนซึงจะเปิดทาง ที่เหลือกัดฟันวิ่งตามมาให้ทัน!”

หนึ่ง สอง สาม

สิ้นสัญญาณ สกิลตื่นรู้ของเหล่าฮันเตอร์ระดับสูงก็ระเบิดออก

[มานาสไตรค์], [จัดจ์เมนท์], แล้วก็ [มานาสไตรค์]...

และในจังหวะนั้นเอง ยุนซึงก็ร่ายสกิลบัฟป้องกันให้กับเพื่อนร่วมทีม

‘ไม่ใช่แค่ผิวหนัง แต่ต้องเริ่มจากข้างในช้าๆ ไม่ใช่แค่ผิวหนัง แต่ไล่จากข้างใน...!’

สโตนสกิน

นี่คือเวทมนตร์บทเดิมที่ได้รับการชี้แนะจากคิมกิรยอ จนมีอานุภาพเหนือกว่าสโตนสกินทั่วไปหลายเท่าตัว

-ยุนซึง นายใช้ชื่อท่าว่าสโตนสกิน แต่แค่เอามานาฉาบไว้ข้างนอกเนี่ยนะ

-แล้วต้องทำไงครับ?

-ลองใช้ความรู้สึกเหมือนเติมเต็มร่างกายมนุษย์โดยเริ่มจากหลอดเลือดดูสิ เอาล่ะ ให้มานาของนายทำหน้าที่แทนเลือด

หากเป็นคิมกิรยอ

ใช่แล้ว ถ้าเป็นพี่เขา คงจัดการตัวแปรทุกอย่างไม่ให้เกิดวิกฤตแบบนี้ตั้งแต่แรก แต่ตัวเขาไม่ใช่คนเก่งกาจขนาดนั้น

เพราะอย่างนั้น คนอย่างเขาถึงต้องพยายามชนิดเลือดตาแทบกระเด็น

“ฮู่ว”

หลังสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

อันยุนซึงยกโล่ที่ห่อหุ้มด้วยมานาขึ้น แล้วพุ่งชนไปข้างหน้าเต็มแรง

ตึง! ร่างเน่าเฟะของมอนสเตอร์หักสะบั้นและฉีกขาดด้วยแรงกระแทกจากมานาสีน้ำเงินของเขา

เบื้องหลังซากเนื้อและกองเลือดนั้น เส้นทางถูกเปิดออกแล้ว

---

วู่ววว...

“ฮะๆ”

ฮันเตอร์ระดับ A คนหนึ่งทิ้งหน้าไม้ในมือลง แล้วทรุดตัวนั่งแปะกับพื้น

“ฮะๆๆ”

ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่แข้งขาอ่อนแรง

ชายผู้ถือคทาและฮีลเลอร์หนุ่มต่างก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หลากับพื้นดินทีละคน

“ดันเคลียร์ได้เฉย”

ดูจากเกตที่กำลังส่งเสียงวิ้งๆ อยู่ข้างๆ นั่นก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเขาเดิมพันด้วยชีวิตจนสำเร็จ

ฆ่าหัวหน้าของพวกสัตว์อสูร แล้วหนีออกมาจากดันเจี้ยนที่กำลังพังทลายได้ทันเวลา

“อีกนิดเดียวเกือบได้ไปทัวร์ยมโลกแล้วไหมล่ะ...”

และสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดในเหตุการณ์ครั้งนี้ ก็คือผลงานของฮันเตอร์คนหนึ่ง

“นี่ อันยุนซึง!”

“ครับ?”

นอกจากจะต้านทานพวกสัตว์ประหลาดที่แห่ตามมาถึงห้องบอสได้ด้วยตัวคนเดียวเป็นเวลานานถึง 4 นาที 58 วินาทีแล้ว ในสภาพที่มานาแห้งเหือด เขายังหาจังหวะเข้าร่วมขบวนรบเพื่อช่วยกำจัดตัวหัวหน้าได้อีก...

ขวับ!

หัวหน้าทีมยกนิ้วโป้งให้โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

MVP ของการลงดันเจี้ยนรอบนี้ ใครดูก็รู้ว่าเป็นอันยุนซึง

ไม่สิ ต้องเรียกว่าฮันเตอร์คนนี้แบกทีมที่เกือบจะตายยกปาร์ตี้ให้รอดมาได้ต่างหาก ผลงานของอันยุนซึงมันยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยล่ะ

‘ให้ตายเถอะ ประสบการณ์แค่ปีเดียวทำไมถึงมีฝีมือขนาดนี้ได้นะ?’

หัวหน้าทีมก้มลงเก็บหน้าไม้ที่ทำตกไว้แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ตอนนั้นเองเสียงสะอึกสะอื้นก็ดังขึ้นจากมุมหนึ่ง

“ทะ ทุกคนคะ ขอโทษด้วยนะคะ”

เสียงของสมาชิกกิลด์น้องใหม่นั่นเอง

“ขอโทษจริงๆ ค่ะ... ฮึก ฮือ”

เด็กใหม่เริ่มร้องไห้ด้วยความช็อกที่ความผิดพลาดของตัวเองเกือบทำให้ทุกคนต้องตายกันหมด

หัวหน้าทีมตั้งท่าจะเข้าไปปลอบ

แน่นอนว่าเรื่องไปแตะต้องกล่องวิญญาณโดยพละการต้องมีการตักเตือนกันภายหลังแน่ แต่การปล่อยให้เจ้าตัวแบกรับแผลใจจากเรื่องนี้มากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี

เธอค่อยๆ เดินเข้าไปหาอีกฝ่าย

ทว่า เพื่อนร่วมทีมอีกคนที่อยู่ใกล้เด็กใหม่กลับทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน

“ไม่เป็นไรครับ”

อันยุนซึงพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“ไม่ใช่เรื่องที่ต้องขอโทษเลยครับ ฮันเตอร์ทำพลาดกันได้เป็นเรื่องปกติครับ แหม!”

แต่ทว่า แม้น้ำเสียงจะนุ่มนวล แต่การเลือกใช้คำกลับฟังดูทะแม่งๆ ชอบกล

“เรื่องปกติเหรอคะ?”

เธอถามกลับว่าที่บอกว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะคาดไว้แล้วเหรอว่าเด็กใหม่อย่างเธอต้องทำพลาด แต่อันยุนซึงส่ายหน้าพร้อมแก้ไขความเข้าใจผิด

“จริงๆ แล้วก่อนที่ผมจะเข้ามาอยู่ทีมหลักทีม 3 ผมเคยตระเวนทำงานกับคนหลายกลุ่มเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ตอนแรกผมก็หงุดหงิดเหมือนกันว่าทำไมคนพวกนั้นถึงทำผิดพลาดโง่ๆ แบบนั้น แต่ตอนนี้ผมบรรลุสัจธรรมแล้วครับ”

ชายหนุ่มเจาะหูหลับตาลงนึกย้อนถึงอดีต

ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจเต็มเปี่ยม

“ฮันเตอร์ในโลกนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทครับ คือคิมกิรยอ และสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่คิมกิรยอ”

หมับ อันยุนซึงจับไหล่เด็กใหม่แล้วพึมพำรัวเร็ว

“ถ้าเทียบกับลูกพี่แล้ว ฮันเตอร์คนอื่นจะดูงี่เง่าเต่าตุ่นก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ แน่นอนว่ารวมถึงตัวผมด้วย”

“คะ คะ?”

“เพราะงั้นไม่ต้องจิตตกไปหรอกครับ! พวกเราไม่ใช่ฮันเตอร์คิมกิรยอ ก็ต้องมีทำเรื่องโง่ๆ บ้างเป็นธรรมดา จริงไหมครับ?”

“คะ?”

“คิดซะว่าเป็นกฎของธรรมชาติก็สบายใจขึ้นแล้วใช่ไหมล่ะครับ?”

ประเด็นที่พูดมันก็ชัดเจนดีหรอกนะ แต่ทำไมแววตาถึงได้ดูน่ากลัวขนาดนั้น?

น้องใหม่ของกิลด์นีโอถึงกับผงะถอยหนีพฤติกรรมของยุนซึง จังหวะนั้นหัวหน้าทีมจู่โจมจึงค่อยๆ เข้ามาช่วยกู้สถานการณ์

แล้วกระซิบกบอกว่า

“หมอนั่นมันเหนื่อยน่ะ เลยเป็นแบบนั้น”

“อ๋อ”

“เมื่อก่อนเวลาเจอเรื่องแบบนี้ก็จะสูบบุหรี่สักมวนแล้วจบ แต่พอเริ่มหักดิบเลิกบุหรี่ พอเครียดทีไรก็เป็นแบบนี้ทุกที”

เมื่อได้ยินดังนั้น เด็กใหม่ก็สาบานกับตัวเองในใจ

อ๋อ อาการลงแดงมันน่ากลัวแบบนี้นี่เอง ฉันจะไม่มีวันริอ่านสูบบุหรี่เด็ดขาด

---

ยุนซึงเคยร่วมงานกับคิมกิรยอบ่อยครั้ง

เกตที่มีการกลายพันธุ์ผิดปกติ

ค้างคาวเพลิง

นครทองคำ

และอื่นๆ อีกมากมาย...

แม้จะไม่ได้เห็นตอนคิมกิรยอต่อสู้ตลอดเวลา แต่เขาก็ได้เรียนรู้สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนมากจากการครูพักลักจำ

‘ความเยือกเย็น’

คิมกิรยอไม่เคยแสดงอารมณ์หวั่นไหวต่อหน้าสัตว์อสูร

และการไม่สติแตกก็นับเป็นจุดแข็งที่สำคัญมากสำหรับฮันเตอร์

เพราะพวกเขาต้องต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตลึกลับที่พ่นไฟและบินบนฟ้าได้อยู่ตลอดเวลา

“ในเวลาแบบนี้ ถ้าเป็นพี่เขาล่ะก็”

พัฒนาการที่ก้าวกระโดดของอันยุนซึง ส่วนหนึ่งก็มาจากกรอบความคิดนี้นี่แหละ

ในเวลาแบบนี้ ถ้าเป็นคิมกิรยอ

ทุกครั้งที่ใจเริ่มสั่นคลอน เขาจะท่องประโยคนี้เพื่อยึดเหนี่ยวสติให้กลับมามั่นคง

“สุดยอด! เรดเกตระดับ A เคลียร์ได้ใน 14 นาทีเนี่ยนะ? พวกเรา นี่มันสถิติใหม่ของกิลด์ไม่ใช่...”

อันยุนซึงพยายามอย่างหนักเพื่อไล่ตามไอดอลของเขาให้ทัน ต้องฝึกฝนมากมายมหาศาลกว่าจะยกระดับฝีมือมาได้ขนาดนี้

“บ้าเอ๊ย ไม่ใช่แบบนี้สิ!”

แต่ทว่า

ปัญหาคือการตั้งเป้าหมายของหมอนี่มันออกจะผิดเพี้ยนไปสักหน่อย

“ถ้าเป็นพี่กิรยอต้องมีวิธีจัดการบอสที่เฉียบขาดกว่านี้แน่! ทำไมฉันถึงได้โง่บัดซบแบบนี้นะ? วันนี้ก็ทำพลาดจุกจิกไปตั้ง 3 รอบ...!”

“หมอนั่นเป็นอะไรอีกแล้วน่ะ?”

“ปล่อยมันไปเถอะ”

ฮันเตอร์ระดับ A บางคนประเมินคิมกิรยอไว้สูงส่งเกินจริง และภาพลวงตาในหัวนั้นก็ผลักดันให้เขาวิ่งไปข้างหน้าไม่หยุดยั้ง

สถานการณ์ย้อนแย้งราวกับนกกระจิบพยายามจะก้าวขาให้ยาวเท่านกกระเรียนจนขาแทบฉีก

‘ฉันได้รับโอกาสที่พี่เขาสละเวลามาสอนให้ ต่างจากฮันเตอร์คนอื่น เพราะงั้นต้องทำให้ดีกว่านี้สิ!’

แต่ถ้ามองแค่ผลลัพธ์ ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องแย่อะไร

อย่างน้อยความพยายามก็ไม่เคยทรยศใคร ต่างจากไอ้หนุ่มระดับ F บางคนที่กำลังต้มตุ๋นคนทั้งประเทศอยู่

“ทุกคนกลับกันก่อนเลยครับ! ผมจะขอซ้อมสกิลอยู่ในเกตอีกสักพักแล้วค่อยกลับ”

“กะว่าจะไปกินหมูสามชั้นย่างหลังเลิกงานกันซะหน่อย...”

“ขอโทษครับ รุ่นพี่!”

อันยุนซึงกลายเป็นผู้ใช้เวทที่เก่งกาจขึ้นทุกวัน และเมื่อฝีมือพัฒนา ชื่อเสียงก็ย่อมตามมาเป็นเงาตามตัว

<ข้อความใหม่>

[สวัสดีครับ ผมโปรดิวเซอร์คิม○○ ผู้ดูแลรายการ ‘ฮันเตอร์รีวิว’ ครับ อยากจะขอเรียนเชิญฮันเตอร์ระดับ A คุณอันยุนซึงมาร่วมรายการ...]

ดาวรุ่งดวงใหม่จากกิลด์ยักษ์ใหญ่

คงไม่มีใครเหมาะจะเรียกเรตติ้งไปมากกว่านี้อีกแล้ว

อันยุนซึงตัดสินใจตอบรับคำเชิญสัมภาษณ์ไม่กี่รายการ ตามคำแนะนำของหัวหน้าแผนกที่บอกว่าการปฏิเสธออกสื่อมากไปจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์

แน่นอนว่าเขารักษาสัญญาที่ให้ไว้กับคิมกิรยออย่างเคร่งครัด

‘พี่เขาสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้แพร่งพรายเรื่องที่พี่เขาช่วยปรับแก้สกิลให้ อ้อ แล้วก็เรื่องวิธีพิชิตโกเลมด้วย’

...ปัญหาก็คือดันเคร่งครัดแต่เรื่องนั้นน่ะสิ

---

สนามบิน

เมื่อรับกระเป๋าและผ่านขั้นตอนต่างๆ เรียบร้อย กิรยอก็เดินออกมายังประตูผู้โดยสารขาเข้า

กลับถึงเกาหลีโดยสวัสดิภาพ ทีนี้ก็นั่งแท็กซี่กลับบ้านได้เลย

แต่อยู่บนเครื่องบินมากว่า 10 ชั่วโมงไม่ได้แตะมือถือเลย ขอเช็กข่าวสารในอินเทอร์เน็ตหน่อยดีกว่า

‘ไหนดูซิ พยากรณ์อากาศวันนี้...’

จิ้มๆ

กิรยอจอดกระเป๋าเดินทางไว้ตรงมุมเหมาะๆ แล้วกดเข้าเว็บพอร์ทัล

[ผู้ตื่นรู้ระดับ A อันยุนซึง ร่วมรายการ ‘ฮันเตอร์รีวิว’]

[“เคล็ดลับความแข็งแกร่ง? จงดูคิมกิรยอเป็นเยี่ยงอย่าง” บทสัมภาษณ์ดาวรุ่งพุ่งแรง]

[ฮันเตอร์อันยุนซึงกับสปีดรันเคลียร์เกตระดับ A แต่เจ้าตัวกลับส่ายหน้าปฏิเสธคำชมของพิธีกร พร้อมเผยว่าเมื่อเทียบกับนักล่าท่านหนึ่งแล้ว ตนยังห่างชั้นอีกไกล...]

[บุคคลที่ทำให้แม้แต่ระดับท็อป 3% ยังต้องดูหมองหม่น]

กริก

และทันทีที่เห็นหน้าแรกของเว็บไซต์ กิรยอก็กดปิดหน้าจอทันควัน

แต่ต่อให้หลับตาแล้วลืมตาตื่นขึ้นมาใหม่ ความจริงตรงหน้าก็ไม่เปลี่ยนแปลง

ระหว่างที่เขาไปงานปาร์ตี้ฉลองก่อตั้งบริษัท เกาหลีกำลังลุกเป็นไฟด้วยบทสัมภาษณ์ของใครบางคน

“.......”

อันยุนซึงเป็นบุคคลที่วงการฮันเตอร์กำลังจับตามองในช่วงนี้

แม้จะเพิ่งตื่นรู้ได้ไม่นาน แต่ด้วยความพยายามอย่างหนักทำให้เขามีฝีมือที่ยอดเยี่ยม

แล้วคนระดับนั้นกลับเอ่ยปากแสดงความเคารพยกย่องใครคนหนึ่งอย่างเจาะจง?

แน่นอนว่ามูลค่าของอีกฝ่ายย่อมพุ่งกระฉูดตามไปด้วย

ระดับ A ถึงกับก้มหัวนอบน้อมขนาดนั้น ทุกคนต่างพากันซุบซิบว่าคิมกิรยอคนนี้ต้องเทพขนาดไหนกันเชียว

“ไม่นะ”

แปะ

มนุษย์ต่างดาวบางตนยกหนวด... ไม่ใช่สิ ยกฝ่ามือขวาขึ้นมากุมขมับ

“รอบนี้ฉันอยู่เฉยๆ แล้วนะ”

ชีวิตที่สงบสุขนี่มันหายากจริงๆ