Cover

138

ณ เว็บบอร์ดคอมมูนิตี้แห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

{ฉันว่าเกาหลีมีแรงก์ S เยอะเกินไปแล้วนะ}

ชาวเน็ตนักเลงคีย์บอร์ดวางมือลงบนแป้นพิมพ์ พิมพ์ข้อความด้วยสีหน้าเซ็งเป็ด

{ในน้ำบาดาลบ้านมันมีอะไรผสมอยู่รึเปล่าฟะ?}

{เป็นไปไม่ได้หรอกน่า}

{เพราะเป็นรัฐแห่งการสอดแนมไง เกาหลีเลยหาตัวผู้ตื่นรู้เจอไว}

ช่วงนี้ เกาหลีใต้กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงจากการปรากฏตัวของฮันเตอร์ระดับ S คนที่ 4

ทว่า สำหรับประเทศเพื่อนบ้านแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าจุดพลุฉลองยินดีด้วยสักนิด

{โดนตามทันซะแล้ว}

เพราะการถือกำเนิดของคนที่ 4 ทำให้ตอนนี้ญี่ปุ่นมีจำนวนฮันเตอร์ระดับ S เท่ากับเกาหลีไปเรียบร้อย

{ประชากรต่างกันตั้ง 2 เท่า แต่ทำไมจำนวนแรงก์ S ถึงเท่ากันได้?}

{ดูเหมือนจะมีแค่ญี่ปุ่นที่ขาดแคลนแรงก์ S สินะ}

{แต่พวกเราเป็นประเทศพัฒนาแล้วด้านการจัดการเกตนะ ส่วนนี้เราเหนือกว่า เรื่องอื่นไม่ต้องไปสนหรอก}

ถึงจะไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรกับเกาหลีเป็นพิเศษ แต่พอโดนประเทศข้างเคียงทำลายสถิติขึ้นมา มันก็อดรู้สึกหมั่นไส้ไม่ได้ เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์

【ข่าวด่วน】

แต่ทว่า เรื่องปวดหัวไม่ได้จบลงแค่นั้น

จู่ๆ ประเทศหมู่เกาะแห่งนี้ก็ต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหม่

“ข่าวด่วนเรื่องเกตครับ จากการส่งหน่วยสำรวจเข้าไปตรวจสอบดันเจี้ยนที่ปรากฏขึ้นในจังหวัดคาโกชิมะ พบว่าระดับของเกตดังกล่าวคือแรงก์ S...”

การปรากฏตัวของดันเจี้ยนระดับ S ที่ห่างหายไปนานนับตั้งแต่เหตุการณ์ ‘ฮาวายเรด’ เมื่อ 4 ปีก่อน!

{แรงก์ S มาแล้ว 555}

{ไม่ได้ขอให้ไอ้ระดับ S แบบนี้โผล่มาสักหน่อย (ขำ)}

{อันตรายแล้วสิ}

ข่าวนี้ทำเอาประชาชนชาวญี่ปุ่นตื่นตระหนกกันจนหัวหมุน

---

[เห้ย ระดับ S ก็งั้นๆ นี่หว่า จะตื่นตูมกันทำไม?]

บางคนอาจจะคิดแบบนี้

ระดับ S โผล่มา ก็แค่ไปตีให้จบๆ ไป ไม่ใช่รึไง

โดยเฉพาะฝั่งเกาหลีที่เพิ่งจัดการกับเหตุการณ์ [ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] มาได้หมาดๆ ยิ่งไม่มีความรู้สึกถึงวิกฤตของระดับ S เข้าไปใหญ่

คนส่วนใหญ่เลยมองผ่านๆ ว่า ‘อ้อ ก็แค่ดันเจี้ยนหายากโผล่มามั้ง’

[ไอ้น้องเกิดปีไหนเนี่ย? พูดงี้เด็กประถมชัวร์]

แต่สำหรับญี่ปุ่น สถานการณ์มันต่างกันราวฟ้ากับเหว

เจ้า [ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] นั่นมันเป็นสัตว์อสูรที่ถูกสร้างขึ้นจนแทบจะคาบเส้นระดับ S แบบเฉียดฉิว

พูดง่ายๆ คือมีความเก่งกาจประมาณ ‘มอนสเตอร์ทั่วไป’ ของระดับ S เท่านั้น

“ไอ้งูยักษ์ที่ถล่มโซลจนราบเป็นหน้ากลองนั่น เป็นแค่ลูกกระจ๊อกเหรอ?”

ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อนกับเหตุการณ์ดันเจี้ยนเบรกระดับ S

เหตุการณ์นั้นทำให้สหรัฐอเมริกาสูญเสียฮันเตอร์ระดับท็อปไปถึงครึ่งวงการ

เป็นเพราะเหล่าระดับ S ผู้เก่งกาจพวกนั้นถูกบอสที่หลุดออกมาจากดันเจี้ยน นามว่า [นูเคลลาวี] สังหารหมู่จนเกลี้ยง

แล้วสถานการณ์แบบนี้ ใครหน้าไหนจะกล้ายื่นมือเข้าไปช่วยญี่ปุ่นล่ะ?

อเมริกาเองก็ยังเข็ดจากความเสียหายครั้งนั้น จนตอนนี้ก็ยังบ้าคลั่งไล่สเกาท์ฮันเตอร์ต่างชาติเข้าประเทศอยู่เลย

แถมต่อให้ไม่ยกตัวอย่างอเมริกา ก็ไม่มีประเทศไหนอยากให้ฮันเตอร์ระดับ S ของตัวเองไปตายหรอก

[ญี่ปุ่น, “ต้องการความช่วยเหลือจากนานาชาติอย่างยิ่งยวด”... ร้องขอการสนับสนุนอย่างสุดซึ้ง]

ดังนั้น การที่คำขอของญี่ปุ่นจะถูกเมินเฉย จึงเป็นขั้นตอนที่ดูสมเหตุสมผลอยู่แล้ว

“อะแฮ่ม”

เกตระดับ S งั้นเหรอ

ถ้าดูจากบทเรียนที่ฮาวาย มอนสเตอร์ระดับ S มีอิทธิพลทำลายล้างมหาศาล

ดีไม่ดีเกาหลีที่เป็นเพื่อนบ้านอาจจะโดนหางเลขไปด้วยก็ได้

ดังนั้นถ้าไหนๆ ดันเจี้ยนก็จะแตกอยู่แล้ว สู้ร่วมมือกับญี่ปุ่นเพื่อลดความเสี่ยงล่วงหน้าไม่ดีกว่าหรือ แต่ว่า...

“การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีที่สุดไม่ใช่หรือครับ?”

ต่างจากเจตจำนงของวงการการเมือง เรื่องนี้มันไม่ง่ายเลย

【กระทู้พูดคุยอิสระ】

· ถ้าไปช่วยพวกมัน เดี๋ยวพอเสร็จเรื่องก็เช็ดปากทำไม่รู้ไม่ชี้อีก! ญี่ปุ่นมันน่ารักนักเหรอถึงต้องไปช่วย!

· สมน้ำหน้า~

· ทุกคนครับ ช่วยผมด้วย คังชางโฮ. ฮันเตอร์ระดับ S. ของเกาหลี. ทำร้ายร่างกายผมและใช้ยาฟื้นฟู. เพื่อทำลายหลักฐานครับ ตำรวจก็เหมือนจะรับส่วย เข้าข้างฮันเตอร์กันหมด ผมควรทำ.ยังไงดีครับ?

┕ โห ประวัติการตอบกระทู้คนนี้ระดับตำนาน ด่ากราดฮันเตอร์ไปทั่วทุกวันเลยนี่หว่า

┕ หิวแสงชัวร์

เสียงคัดค้านจากกระแสต่อต้านญี่ปุ่นในประเทศก็เรื่องหนึ่ง

แต่ปัญหาหลักคือ จะมีฮันเตอร์ระดับ S คนไหนยอมไปลงเกตนั้นหรือเปล่านี่สิ

“ตอนฮาวายก็เห็นแล้วนี่ครับ ขนาดผู้ตื่นรู้ระดับสูงสุดยังโดนสัตว์อสูรระดับ S ฆ่าตายในพริบตา แล้วจะมีฮันเตอร์คนไหนกล้าเสนอหน้าออกไปรับงานนี้ล่ะ?”

“อื้ม...”

“จองฮาซองเองช่วงนี้ก็ไม่เหมือนเมื่อก่อน เขาไม่ใช่คนที่จะทำทุกอย่างตามคำสั่งเบื้องบนแล้วครับ”

สมาคมฮันเตอร์เกาหลีต่างกุมขมับคิดหนักขึ้นทุกวัน

แน่นอนว่า ในระหว่างที่พวกเขากำลังกลุ้มใจ ฝั่งญี่ปุ่นนั้นไฟลนก้นจนไหม้เกรียมไปเรียบร้อยแล้ว

---

ชื่อชั่วคราว เกตคาโกชิมะ

ผลการวัดพลังเวทภายใน ระดับ S

จากการตรวจสอบของทีมสำรวจ ระบุว่าในดันเจี้ยนนั้นมีมังกรอาศัยอยู่

มังกรที่พบเป็นสายพันธุ์ใหม่ ยังไม่รู้ว่าจะโจมตีรูปแบบไหน แต่ดูจากบึงพิษที่กระจายอยู่ทั่วดันเจี้ยน มีความเป็นไปได้สูงว่าคู่ต่อสู้จะเป็น มังกรพิษ (毒龍)

ทว่า แม้ดันเจี้ยนจะปรากฏขึ้นมาได้ 3 วันแล้ว แต่ญี่ปุ่นก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะเริ่มมาตรการรับมือ

ขนาดมหาอำนาจอย่างอเมริกายังเสียหายหนักขนาดนั้น

แล้วพวกตนที่มีระดับ S แค่ 4 คน จะเอาอะไรไปรับประกันว่าจะพิชิตมันได้สำเร็จ

“อืม”

แต่ความจริงแล้ว ผมมองเหตุการณ์นี้ในมุมที่ต่างออกไปนิดหน่อย

“ไหนดูซิ”

ก่อนอื่น

เผ่าพันธุ์ [คีชิมเช] นั้น จริงๆ แล้วมีระดับสติปัญญาต่ำกว่าที่คิด ต่ำขนาดไหนน่ะเหรอ ก็ขนาดที่บางทีสื่อสารกันไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ

แต่พวกมันก็ไม่ได้โง่ขนาดจะทำลายบ้านที่ตัวเองอาศัยเกาะกินหรอกนะ

เหมือนพวกปรสิตทั่วไปนั่นแหละ พวกมันจะดูดพลังงานแค่พอประมาณ ไม่ให้ดาวเคราะห์ที่เป็นโฮสต์พังทลายลงไปซะก่อน

‘ถ้าเหตุการณ์ดันเจี้ยนเบรกที่ฮาวายเมื่อ 4 ปีก่อน ทำให้ฮันเตอร์ระดับ S ตายห่านกันเยอะผิดปกติล่ะก็...’

ผมเคาะที่วางแขนเก้าอี้พลางครุ่นคิด

‘พวกคีชิมเชคงปรับระดับความยากลงแน่ๆ ดันเจี้ยนระดับ S ของญี่ปุ่นรอบนี้ต้องอ่อนกว่าคราวก่อนชัวร์’

การที่ผู้ตื่นรู้ระดับสูงกวาดล้างดันเจี้ยนจนหมด จนมนุษยชาติไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป ย่อมเป็นปัญหาสำหรับพวกมัน แต่ในทางกลับกัน ถ้าฮันเตอร์ตายมากเกินไปจนห่วงโซ่อาหารพังทลาย นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกมันต้องการเหมือนกันจริงไหม?

เพราะต่อให้ตัวตนที่แข็งแกร่งตายไป ก็ใช่ว่าจะผลิตพลังงานทางจิตวิญญาณออกมาได้มากขึ้นสักหน่อย

สุดท้าย เพื่อสมดุลของระบบนิเวศ การปรับความยากจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แถมเกตที่โผล่มาคราวนี้ สภาพแวดล้อมภายในดันเจี้ยนดันเป็นธาตุพิษซะด้วย

โชคดีชะมัด ที่ผมเพิ่งได้ความต้านทานพิษระดับสูงมาเมื่อไม่นานมานี้ ต่อให้สูดดมพิษร้ายแรงที่ระเหยเป็นไอเข้าไป ก็ไม่ตายง่ายๆ หรอก

ถ้าอย่างนั้นคำตอบก็ออกมาแล้ว

“ฟู่ววว”

หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ผมตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมการพิชิตเกตระดับ S ครั้งนี้

‘จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้’

นี่คือแผนสำรองที่ผมคิดไว้

ในเมื่อ [ปอดมังกร] ไม่ยอมโผล่มาในตลาดสักที ทางนี้ก็ต้องเริ่มหาลู่ทางอื่นกันบ้างแล้ว

‘นึกว่าประกาศตัวเป็นฮันเตอร์ระดับ S แล้วจะไม่มีเรื่องยุ่งยากมาหาเรื่องซะอีก...!’

เป็นไปตามคาด

พอการรักษาปอดล่าช้าลง เหตุการณ์น่ารำคาญรอบตัวก็เริ่มปะทุขึ้น

ผลสะท้อนจากการที่ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง กะว่าแค่ย้ายร่างใหม่ก็จบ มันกำลังค่อยๆ คืบคลานเข้ามา

ดังนั้น ตอนนี้ต้องรีบหาอวัยวะมาเปลี่ยนโดยด่วน ต่อให้ต้องลงไปล่ามังกรด้วยตัวเองก็เถอะ

เทียบกับการนั่งเฉยๆ แบบนี้ การออกไปลุยเองน่าจะเพิ่มโอกาสในการได้รับ [ปอดมังกร] มากกว่า

‘นี่มันคือการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายเหมือนคนจมน้ำคว้าฟางเส้นสุดท้ายชัดๆ’

แน่นอนว่าผมมันเป็นผู้ตื่นรู้ระดับขยะที่มีมานาเท่าหางอึ่ง การจะไปปะทะซึ่งๆ หน้ากับมังกรย่อมเป็นไปไม่ได้

“ล่ามังกรสินะ”

แต่ผมมีหน้าที่ในแบบของผม

โลกนี้มันก็เป็นแบบนี้แหละ ต่อให้เป็นแมลงที่ไร้ค่า แต่ถ้ามองในภาพรวม สุดท้ายพวกมันก็เป็นตัวตนที่จำเป็นต่อระบบนิเวศอยู่ดี

---

เช้าวันจันทร์

รัฐบาลญี่ปุ่นได้ยื่นข้อเสนอขอความช่วยเหลือมูลค่ามหาศาลมายังรัฐบาลเกาหลี

และเหตุผลเดียวที่พวกเขายอมควักงบประมาณระดับชาติมาจ่าย ก็คือ

“ขอให้ส่งฮันเตอร์ระดับ S มาช่วยงั้นรึ”

ประธานสมาคม โกบยองโด เคยคิดมาตลอดว่าไม่มีอะไรที่เงินซื้อไม่ได้

แต่พอเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้ากับตัว ก็ได้สัมผัสด้วยตัวเองแล้วว่า มันมีคุณค่าที่เงินซื้อไม่ได้จริงๆ

“เหอะ ให้ตายสิ ลำบากใจชะมัด”

ฮันเตอร์ระดับ S พวกเขาคือตัวตนที่ไม่มีสิ่งใดมาทดแทนได้จริงๆ งั้นรึ

“ติดต่อไปเรียกประชุมพวกฮันเตอร์ระดับ S ครบทุกคนแล้วใช่ไหม?”

“ครับ ท่านประธาน”

“แล้วคำตอบล่ะ?”

“ยังไม่มีใครตอบกลับมาเลยครับ...”

แต่ถึงจะตระหนักในคุณค่าของพวกเขา ก็ใช่ว่าคนอย่าง คิมกิรยอ หรือ คังชางโฮ จะดูน่ารักน่าเอ็นดูขึ้นมาทันทีหรอกนะ

เขายังคงมีความคิดเหมือนเดิม

‘ยุคที่ชะตากรรมของประเทศถูกกำหนดด้วยพลังพิเศษพรรค์นั้นมาถึงจนได้สินะ’

นายพรานจะมีค่าก็ต่อเมื่อฟังคำสั่งของเจ้าของภูเขาเท่านั้น

แต่สังคมจะไปเชื่อใจยอมรับนายพรานที่ถือปืนในมือแล้วอาละวาดตามอำเภอใจได้ยังไง

‘ยุคเสื่อมชัดๆ โลกมันจะแตกแล้วมั้ง’

ฮันเตอร์ระดับ S ที่ไม่ฟังคำสั่ง ก็ไม่ต่างอะไรกับระเบิดเวลาที่น่ารำคาญ

เป็นตัวตนที่หยิ่งยโส มีพลังที่ไม่มีอะไรมาทดแทนได้ ถึงจะประเคนสิทธิพิเศษให้สารพัด ก็ยังพร้อมจะอาละวาดได้ทุกเมื่อ

โกบยองโดเดินผ่านโถงทางเดินด้วยแววตาอคติที่มีต่อผู้ตื่นรู้ระดับสูงไม่เปลี่ยนแปลง

“ท่านประธานครับ! เมื่อกี้มีฮันเตอร์ระดับ S ท่านหนึ่งตอบกลับมาแล้วครับ”

ทว่าในตอนนั้นเอง

ยังไม่ทันจะถึงห้องประธานสมาคม พนักงานก็เข้ามารายงานข่าวดี

“อะ ขอประทานโทษครับ พอเช็กกับทางเลขาฯ อีกที ไม่ใช่แค่ตอบกลับครับ... แต่เขามานั่งรอที่ห้องประชุมใหญ่เรียบร้อยแล้วครับ?”

สมาคมเรียกตัวฮันเตอร์ระดับท็อปมารวมตัวเพื่อเตรียมรับมือเกตที่คาโกชิมะ

แต่เพิ่งได้รับข้อความไปแค่ 15 นาที ก็มีคนมาถึงแล้วเนี่ยนะ?

“ฉันจะลงไปเดี๋ยวนี้ บอกพนักงานให้เอาเอกสารข้อมูลไปให้เขาดูก่อนเลย”

“ครับ”

คงจะเป็น จองฮาซอง สินะ

ประธานสมาคมมั่นใจในตัวตนของฮันเตอร์ที่ตอบรับการเรียกตัว

เพราะระดับ S คนนั้นมีนิสัยจริงจัง แถมยังมีแนวโน้มจะอุทิศตนเพื่อชาติมากที่สุดด้วย

โกบยองโดขึ้นลิฟต์ไปพลางนึกถึงชายหนุ่มภาพลักษณ์ดีคนหนึ่ง

‘อื้ม ก็อย่างว่า ที่พึ่งพาได้ก็มีแค่ฮาซองพ่อหนุ่มคนนั้นแหละนะ’

แต่ทว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

เมื่อมาถึงห้องประชุม

ทันทีที่บิดลูกบิดเปิดประตูเข้าไป บุคคลที่ปรากฏตัวอยู่หลังโต๊ะประชุมกลับเป็นคนที่เขาคาดไม่ถึง

“เอ๋?”

ผมสีทองที่ไร้ความเงางาม

ผิวที่แห้งผาก

และแววตาที่คมกริบราวกับใบมีด ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ เจือปน

“.......”

ชายหนุ่มเจ้าของบุคลิกเย็นชาที่กำลังตรวจสอบเอกสารอยู่ เอ่ยทักทายประธานสมาคม

“สวัสดีครับ”

คิมกิรยอ นี่คือตัวตนจริงของฮันเตอร์ที่ตอบรับคำเชิญ

ไม่สิ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...

---

จะว่าไป เจ้านั่นก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่

“เฮ้อ”

[เขาวงกตเดือนสิบสาม]

[เนินนางเงือก]

น่าแปลก ที่ผ่านมาคิมกิรยอทำหน้าที่ในฐานะนายพรานได้อย่างสมบูรณ์แบบเกินไป

ต่างจากคำประกาศตอนแรกว่าจะไม่สนใจคำพูดของสมาคม แต่ระดับ S คนนี้กลับมักจะปรากฏตัวเป็นคนแรกเสมอเวลาเกิดเหตุการณ์วิกฤต

‘เป็นโรคสองบุคลิกเหรอวะ? หรือยังไง?’

ทำเอาประธานสมาคมปวดหัวจนแทบระเบิด

แต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจท่าทีนั้น แล้วเอ่ยปากพูดต่อ

“ครับ รับทราบครับ ผมจะเป็นตัวแทนไปที่เกตคาโกชิมะเอง”

“ว่าไงนะ?!”

“จะตกใจอะไรขนาดนั้น ก็เมื่อกี้พวกคุณเป็นคนบอกให้ไปช่วยไม่ใช่เหรอครับ”

พรึ่บ

กิรยอกวาดสายตามองเอกสารที่สมาคมยื่นให้พลางสนทนาต่อ

“แต่ผมมีเงื่อนไขครับ”

ข้อเสนอของฮันเตอร์ผู้นี้มีอยู่ว่า

ความจริงแล้ว เขาสามารถใช้สกิลเพื่อพันธนาการมังกรที่ปรากฏตัวที่คาโกชิมะได้อย่างเบ็ดเสร็จ

แต่พูดตรงๆ การไปเปิดเผยความสามารถทั้งหมดในต่างแดนมันก็ตะขิดตะขวงใจ เขาเลยจะใช้สกิลนี้คอยซัพพอร์ตญี่ปุ่นอยู่เบื้องหลังเงียบๆ อะไรประมาณนั้น

‘บทบาทซัพพอร์ตเตอร์?’

แต่ประโยคถัดมา ทำเอาประธานสมาคมที่ทำหน้าเซ็งๆ ถึงกับตาโต

“ผมจะใช้สกิลนั้นทำให้บอสของดันเจี้ยนหมดสภาพการต่อสู้ 100% ครับ ผมทำได้”

“ห๊ะ...?”

“เพราะงั้น อยากให้ทางสมาคมช่วยแจ้งทางญี่ปุ่นไว้ล่วงหน้าหน่อยครับ”

“จ...แจ้ง?”

“ไม่นับส่วนแบ่งพื้นฐาน ผมขอค่าตอบแทนเพิ่มเติมที่ผมต้องได้รับแน่นอน”

ตุบ กลิ้งๆ

กิรยอโยนของที่คุ้นตาลงบนโต๊ะ แผ่นกระดาษหนาที่อัดแน่นไปด้วยพลังเวท

‘[สัญญาอัศวิน]!’

นี่มันอุปกรณ์สำหรับการทำสัญญาที่มีผลสัมบูรณ์ไม่ใช่รึ

ประธานสมาคมมีความทรงจำที่ไม่ดีกับของสิ่งนี้ มือไม้เลยเผลอเกร็งขึ้นมา แต่เขาต้องตรวจสอบเนื้อหาที่เขียนไว้

“เมื่อการพิชิตเสร็จสิ้น จะขอรับสิทธิ์ในการเลือกไอเทม 1 ชิ้น ที่ดรอปจากสัตว์อสูร...?”

กิรยอพยักหน้ารับทันที

“ไม่ว่าจะเป็นตัวธรรมดาหรือบอส ขอบเขตคือมังกรทุกตัวที่ปรากฏในเกตระดับ S นั้นครับ”

พอได้ยินแบบนั้น สิ่งแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือไอเทมประเภทอวัยวะ

ดวงตา และ หัวใจ

ของที่ไม่ได้มาจากการชำแหละซาก แต่ปรากฏในรูปแบบไอเทม ของแปรรูปพวกนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดรางวัลที่ได้จากการฆ่ามังกร

‘เขาว่ากันว่าโอกาสดรอปต่ำมาก’

แต่ทว่า หากสามารถหยุดบอสระดับ S ได้อย่างชะงัดตามที่คิมกิรยอว่าไว้ล่ะก็...

‘ถือว่าถูกมากสำหรับค่าจ้างกู้ชาติ!’

เอาเข้าจริง ต่อให้เป็นหัวใจมังกร ก็ยินดียกให้แต่โดยดี

แน่นอนว่าสมาคมฮันเตอร์ญี่ปุ่นเองก็คงตัดสินใจไม่ต่างกันนักหรอก

“ข...เข้าใจแล้ว เอ่อ เดี๋ยวทางเราจะคุยกับทางนั้นให้เอง”

โกบยองโดกระแอมไอพลางรวบรวมเอกสาร

น่าตกใจจริงๆ

ไม่นึกเลยว่าฮันเตอร์ระดับสูงสุดจะยอมไปคาโกชิมะง่ายดายขนาดนี้

‘ไม่รู้ว่ามีแผนอะไรในใจ แต่รับข้อเสนอไว้คือกำไรเห็นๆ ยังไงซะอันดับ 1 กับอันดับ 2 ก็ส่งไปลำบากเพราะติดเรื่องความมั่นคงอยู่แล้ว’

ถ้าบอกว่าจะส่งระดับ S อันล้ำค่าของประเทศไปให้ ทางญี่ปุ่นจะมีปฏิกิริยายังไงนะ?

ประธานสมาคมลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความงุนงง

ในเมื่อได้ตัวฮันเตอร์ที่จะส่งไปแล้ว ก็ต้องรีบติดต่อไปทางญี่ปุ่นด่วน

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

138

20px

ณ เว็บบอร์ดคอมมูนิตี้แห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

{ฉันว่าเกาหลีมีแรงก์ S เยอะเกินไปแล้วนะ}

ชาวเน็ตนักเลงคีย์บอร์ดวางมือลงบนแป้นพิมพ์ พิมพ์ข้อความด้วยสีหน้าเซ็งเป็ด

{ในน้ำบาดาลบ้านมันมีอะไรผสมอยู่รึเปล่าฟะ?}

{เป็นไปไม่ได้หรอกน่า}

{เพราะเป็นรัฐแห่งการสอดแนมไง เกาหลีเลยหาตัวผู้ตื่นรู้เจอไว}

ช่วงนี้ เกาหลีใต้กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงจากการปรากฏตัวของฮันเตอร์ระดับ S คนที่ 4

ทว่า สำหรับประเทศเพื่อนบ้านแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าจุดพลุฉลองยินดีด้วยสักนิด

{โดนตามทันซะแล้ว}

เพราะการถือกำเนิดของคนที่ 4 ทำให้ตอนนี้ญี่ปุ่นมีจำนวนฮันเตอร์ระดับ S เท่ากับเกาหลีไปเรียบร้อย

{ประชากรต่างกันตั้ง 2 เท่า แต่ทำไมจำนวนแรงก์ S ถึงเท่ากันได้?}

{ดูเหมือนจะมีแค่ญี่ปุ่นที่ขาดแคลนแรงก์ S สินะ}

{แต่พวกเราเป็นประเทศพัฒนาแล้วด้านการจัดการเกตนะ ส่วนนี้เราเหนือกว่า เรื่องอื่นไม่ต้องไปสนหรอก}

ถึงจะไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรกับเกาหลีเป็นพิเศษ แต่พอโดนประเทศข้างเคียงทำลายสถิติขึ้นมา มันก็อดรู้สึกหมั่นไส้ไม่ได้ เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์

【ข่าวด่วน】

แต่ทว่า เรื่องปวดหัวไม่ได้จบลงแค่นั้น

จู่ๆ ประเทศหมู่เกาะแห่งนี้ก็ต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหม่

“ข่าวด่วนเรื่องเกตครับ จากการส่งหน่วยสำรวจเข้าไปตรวจสอบดันเจี้ยนที่ปรากฏขึ้นในจังหวัดคาโกชิมะ พบว่าระดับของเกตดังกล่าวคือแรงก์ S...”

การปรากฏตัวของดันเจี้ยนระดับ S ที่ห่างหายไปนานนับตั้งแต่เหตุการณ์ ‘ฮาวายเรด’ เมื่อ 4 ปีก่อน!

{แรงก์ S มาแล้ว 555}

{ไม่ได้ขอให้ไอ้ระดับ S แบบนี้โผล่มาสักหน่อย (ขำ)}

{อันตรายแล้วสิ}

ข่าวนี้ทำเอาประชาชนชาวญี่ปุ่นตื่นตระหนกกันจนหัวหมุน

---

[เห้ย ระดับ S ก็งั้นๆ นี่หว่า จะตื่นตูมกันทำไม?]

บางคนอาจจะคิดแบบนี้

ระดับ S โผล่มา ก็แค่ไปตีให้จบๆ ไป ไม่ใช่รึไง

โดยเฉพาะฝั่งเกาหลีที่เพิ่งจัดการกับเหตุการณ์ [ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] มาได้หมาดๆ ยิ่งไม่มีความรู้สึกถึงวิกฤตของระดับ S เข้าไปใหญ่

คนส่วนใหญ่เลยมองผ่านๆ ว่า ‘อ้อ ก็แค่ดันเจี้ยนหายากโผล่มามั้ง’

[ไอ้น้องเกิดปีไหนเนี่ย? พูดงี้เด็กประถมชัวร์]

แต่สำหรับญี่ปุ่น สถานการณ์มันต่างกันราวฟ้ากับเหว

เจ้า [ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] นั่นมันเป็นสัตว์อสูรที่ถูกสร้างขึ้นจนแทบจะคาบเส้นระดับ S แบบเฉียดฉิว

พูดง่ายๆ คือมีความเก่งกาจประมาณ ‘มอนสเตอร์ทั่วไป’ ของระดับ S เท่านั้น

“ไอ้งูยักษ์ที่ถล่มโซลจนราบเป็นหน้ากลองนั่น เป็นแค่ลูกกระจ๊อกเหรอ?”

ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อนกับเหตุการณ์ดันเจี้ยนเบรกระดับ S

เหตุการณ์นั้นทำให้สหรัฐอเมริกาสูญเสียฮันเตอร์ระดับท็อปไปถึงครึ่งวงการ

เป็นเพราะเหล่าระดับ S ผู้เก่งกาจพวกนั้นถูกบอสที่หลุดออกมาจากดันเจี้ยน นามว่า [นูเคลลาวี] สังหารหมู่จนเกลี้ยง

แล้วสถานการณ์แบบนี้ ใครหน้าไหนจะกล้ายื่นมือเข้าไปช่วยญี่ปุ่นล่ะ?

อเมริกาเองก็ยังเข็ดจากความเสียหายครั้งนั้น จนตอนนี้ก็ยังบ้าคลั่งไล่สเกาท์ฮันเตอร์ต่างชาติเข้าประเทศอยู่เลย

แถมต่อให้ไม่ยกตัวอย่างอเมริกา ก็ไม่มีประเทศไหนอยากให้ฮันเตอร์ระดับ S ของตัวเองไปตายหรอก

[ญี่ปุ่น, “ต้องการความช่วยเหลือจากนานาชาติอย่างยิ่งยวด”... ร้องขอการสนับสนุนอย่างสุดซึ้ง]

ดังนั้น การที่คำขอของญี่ปุ่นจะถูกเมินเฉย จึงเป็นขั้นตอนที่ดูสมเหตุสมผลอยู่แล้ว

“อะแฮ่ม”

เกตระดับ S งั้นเหรอ

ถ้าดูจากบทเรียนที่ฮาวาย มอนสเตอร์ระดับ S มีอิทธิพลทำลายล้างมหาศาล

ดีไม่ดีเกาหลีที่เป็นเพื่อนบ้านอาจจะโดนหางเลขไปด้วยก็ได้

ดังนั้นถ้าไหนๆ ดันเจี้ยนก็จะแตกอยู่แล้ว สู้ร่วมมือกับญี่ปุ่นเพื่อลดความเสี่ยงล่วงหน้าไม่ดีกว่าหรือ แต่ว่า...

“การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีที่สุดไม่ใช่หรือครับ?”

ต่างจากเจตจำนงของวงการการเมือง เรื่องนี้มันไม่ง่ายเลย

【กระทู้พูดคุยอิสระ】

· ถ้าไปช่วยพวกมัน เดี๋ยวพอเสร็จเรื่องก็เช็ดปากทำไม่รู้ไม่ชี้อีก! ญี่ปุ่นมันน่ารักนักเหรอถึงต้องไปช่วย!

· สมน้ำหน้า~

· ทุกคนครับ ช่วยผมด้วย คังชางโฮ. ฮันเตอร์ระดับ S. ของเกาหลี. ทำร้ายร่างกายผมและใช้ยาฟื้นฟู. เพื่อทำลายหลักฐานครับ ตำรวจก็เหมือนจะรับส่วย เข้าข้างฮันเตอร์กันหมด ผมควรทำ.ยังไงดีครับ?

┕ โห ประวัติการตอบกระทู้คนนี้ระดับตำนาน ด่ากราดฮันเตอร์ไปทั่วทุกวันเลยนี่หว่า

┕ หิวแสงชัวร์

เสียงคัดค้านจากกระแสต่อต้านญี่ปุ่นในประเทศก็เรื่องหนึ่ง

แต่ปัญหาหลักคือ จะมีฮันเตอร์ระดับ S คนไหนยอมไปลงเกตนั้นหรือเปล่านี่สิ

“ตอนฮาวายก็เห็นแล้วนี่ครับ ขนาดผู้ตื่นรู้ระดับสูงสุดยังโดนสัตว์อสูรระดับ S ฆ่าตายในพริบตา แล้วจะมีฮันเตอร์คนไหนกล้าเสนอหน้าออกไปรับงานนี้ล่ะ?”

“อื้ม...”

“จองฮาซองเองช่วงนี้ก็ไม่เหมือนเมื่อก่อน เขาไม่ใช่คนที่จะทำทุกอย่างตามคำสั่งเบื้องบนแล้วครับ”

สมาคมฮันเตอร์เกาหลีต่างกุมขมับคิดหนักขึ้นทุกวัน

แน่นอนว่า ในระหว่างที่พวกเขากำลังกลุ้มใจ ฝั่งญี่ปุ่นนั้นไฟลนก้นจนไหม้เกรียมไปเรียบร้อยแล้ว

---

ชื่อชั่วคราว เกตคาโกชิมะ

ผลการวัดพลังเวทภายใน ระดับ S

จากการตรวจสอบของทีมสำรวจ ระบุว่าในดันเจี้ยนนั้นมีมังกรอาศัยอยู่

มังกรที่พบเป็นสายพันธุ์ใหม่ ยังไม่รู้ว่าจะโจมตีรูปแบบไหน แต่ดูจากบึงพิษที่กระจายอยู่ทั่วดันเจี้ยน มีความเป็นไปได้สูงว่าคู่ต่อสู้จะเป็น มังกรพิษ (毒龍)

ทว่า แม้ดันเจี้ยนจะปรากฏขึ้นมาได้ 3 วันแล้ว แต่ญี่ปุ่นก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะเริ่มมาตรการรับมือ

ขนาดมหาอำนาจอย่างอเมริกายังเสียหายหนักขนาดนั้น

แล้วพวกตนที่มีระดับ S แค่ 4 คน จะเอาอะไรไปรับประกันว่าจะพิชิตมันได้สำเร็จ

“อืม”

แต่ความจริงแล้ว ผมมองเหตุการณ์นี้ในมุมที่ต่างออกไปนิดหน่อย

“ไหนดูซิ”

ก่อนอื่น

เผ่าพันธุ์ [คีชิมเช] นั้น จริงๆ แล้วมีระดับสติปัญญาต่ำกว่าที่คิด ต่ำขนาดไหนน่ะเหรอ ก็ขนาดที่บางทีสื่อสารกันไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ

แต่พวกมันก็ไม่ได้โง่ขนาดจะทำลายบ้านที่ตัวเองอาศัยเกาะกินหรอกนะ

เหมือนพวกปรสิตทั่วไปนั่นแหละ พวกมันจะดูดพลังงานแค่พอประมาณ ไม่ให้ดาวเคราะห์ที่เป็นโฮสต์พังทลายลงไปซะก่อน

‘ถ้าเหตุการณ์ดันเจี้ยนเบรกที่ฮาวายเมื่อ 4 ปีก่อน ทำให้ฮันเตอร์ระดับ S ตายห่านกันเยอะผิดปกติล่ะก็...’

ผมเคาะที่วางแขนเก้าอี้พลางครุ่นคิด

‘พวกคีชิมเชคงปรับระดับความยากลงแน่ๆ ดันเจี้ยนระดับ S ของญี่ปุ่นรอบนี้ต้องอ่อนกว่าคราวก่อนชัวร์’

การที่ผู้ตื่นรู้ระดับสูงกวาดล้างดันเจี้ยนจนหมด จนมนุษยชาติไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป ย่อมเป็นปัญหาสำหรับพวกมัน แต่ในทางกลับกัน ถ้าฮันเตอร์ตายมากเกินไปจนห่วงโซ่อาหารพังทลาย นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกมันต้องการเหมือนกันจริงไหม?

เพราะต่อให้ตัวตนที่แข็งแกร่งตายไป ก็ใช่ว่าจะผลิตพลังงานทางจิตวิญญาณออกมาได้มากขึ้นสักหน่อย

สุดท้าย เพื่อสมดุลของระบบนิเวศ การปรับความยากจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แถมเกตที่โผล่มาคราวนี้ สภาพแวดล้อมภายในดันเจี้ยนดันเป็นธาตุพิษซะด้วย

โชคดีชะมัด ที่ผมเพิ่งได้ความต้านทานพิษระดับสูงมาเมื่อไม่นานมานี้ ต่อให้สูดดมพิษร้ายแรงที่ระเหยเป็นไอเข้าไป ก็ไม่ตายง่ายๆ หรอก

ถ้าอย่างนั้นคำตอบก็ออกมาแล้ว

“ฟู่ววว”

หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ผมตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมการพิชิตเกตระดับ S ครั้งนี้

‘จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้’

นี่คือแผนสำรองที่ผมคิดไว้

ในเมื่อ [ปอดมังกร] ไม่ยอมโผล่มาในตลาดสักที ทางนี้ก็ต้องเริ่มหาลู่ทางอื่นกันบ้างแล้ว

‘นึกว่าประกาศตัวเป็นฮันเตอร์ระดับ S แล้วจะไม่มีเรื่องยุ่งยากมาหาเรื่องซะอีก...!’

เป็นไปตามคาด

พอการรักษาปอดล่าช้าลง เหตุการณ์น่ารำคาญรอบตัวก็เริ่มปะทุขึ้น

ผลสะท้อนจากการที่ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง กะว่าแค่ย้ายร่างใหม่ก็จบ มันกำลังค่อยๆ คืบคลานเข้ามา

ดังนั้น ตอนนี้ต้องรีบหาอวัยวะมาเปลี่ยนโดยด่วน ต่อให้ต้องลงไปล่ามังกรด้วยตัวเองก็เถอะ

เทียบกับการนั่งเฉยๆ แบบนี้ การออกไปลุยเองน่าจะเพิ่มโอกาสในการได้รับ [ปอดมังกร] มากกว่า

‘นี่มันคือการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายเหมือนคนจมน้ำคว้าฟางเส้นสุดท้ายชัดๆ’

แน่นอนว่าผมมันเป็นผู้ตื่นรู้ระดับขยะที่มีมานาเท่าหางอึ่ง การจะไปปะทะซึ่งๆ หน้ากับมังกรย่อมเป็นไปไม่ได้

“ล่ามังกรสินะ”

แต่ผมมีหน้าที่ในแบบของผม

โลกนี้มันก็เป็นแบบนี้แหละ ต่อให้เป็นแมลงที่ไร้ค่า แต่ถ้ามองในภาพรวม สุดท้ายพวกมันก็เป็นตัวตนที่จำเป็นต่อระบบนิเวศอยู่ดี

---

เช้าวันจันทร์

รัฐบาลญี่ปุ่นได้ยื่นข้อเสนอขอความช่วยเหลือมูลค่ามหาศาลมายังรัฐบาลเกาหลี

และเหตุผลเดียวที่พวกเขายอมควักงบประมาณระดับชาติมาจ่าย ก็คือ

“ขอให้ส่งฮันเตอร์ระดับ S มาช่วยงั้นรึ”

ประธานสมาคม โกบยองโด เคยคิดมาตลอดว่าไม่มีอะไรที่เงินซื้อไม่ได้

แต่พอเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้ากับตัว ก็ได้สัมผัสด้วยตัวเองแล้วว่า มันมีคุณค่าที่เงินซื้อไม่ได้จริงๆ

“เหอะ ให้ตายสิ ลำบากใจชะมัด”

ฮันเตอร์ระดับ S พวกเขาคือตัวตนที่ไม่มีสิ่งใดมาทดแทนได้จริงๆ งั้นรึ

“ติดต่อไปเรียกประชุมพวกฮันเตอร์ระดับ S ครบทุกคนแล้วใช่ไหม?”

“ครับ ท่านประธาน”

“แล้วคำตอบล่ะ?”

“ยังไม่มีใครตอบกลับมาเลยครับ...”

แต่ถึงจะตระหนักในคุณค่าของพวกเขา ก็ใช่ว่าคนอย่าง คิมกิรยอ หรือ คังชางโฮ จะดูน่ารักน่าเอ็นดูขึ้นมาทันทีหรอกนะ

เขายังคงมีความคิดเหมือนเดิม

‘ยุคที่ชะตากรรมของประเทศถูกกำหนดด้วยพลังพิเศษพรรค์นั้นมาถึงจนได้สินะ’

นายพรานจะมีค่าก็ต่อเมื่อฟังคำสั่งของเจ้าของภูเขาเท่านั้น

แต่สังคมจะไปเชื่อใจยอมรับนายพรานที่ถือปืนในมือแล้วอาละวาดตามอำเภอใจได้ยังไง

‘ยุคเสื่อมชัดๆ โลกมันจะแตกแล้วมั้ง’

ฮันเตอร์ระดับ S ที่ไม่ฟังคำสั่ง ก็ไม่ต่างอะไรกับระเบิดเวลาที่น่ารำคาญ

เป็นตัวตนที่หยิ่งยโส มีพลังที่ไม่มีอะไรมาทดแทนได้ ถึงจะประเคนสิทธิพิเศษให้สารพัด ก็ยังพร้อมจะอาละวาดได้ทุกเมื่อ

โกบยองโดเดินผ่านโถงทางเดินด้วยแววตาอคติที่มีต่อผู้ตื่นรู้ระดับสูงไม่เปลี่ยนแปลง

“ท่านประธานครับ! เมื่อกี้มีฮันเตอร์ระดับ S ท่านหนึ่งตอบกลับมาแล้วครับ”

ทว่าในตอนนั้นเอง

ยังไม่ทันจะถึงห้องประธานสมาคม พนักงานก็เข้ามารายงานข่าวดี

“อะ ขอประทานโทษครับ พอเช็กกับทางเลขาฯ อีกที ไม่ใช่แค่ตอบกลับครับ... แต่เขามานั่งรอที่ห้องประชุมใหญ่เรียบร้อยแล้วครับ?”

สมาคมเรียกตัวฮันเตอร์ระดับท็อปมารวมตัวเพื่อเตรียมรับมือเกตที่คาโกชิมะ

แต่เพิ่งได้รับข้อความไปแค่ 15 นาที ก็มีคนมาถึงแล้วเนี่ยนะ?

“ฉันจะลงไปเดี๋ยวนี้ บอกพนักงานให้เอาเอกสารข้อมูลไปให้เขาดูก่อนเลย”

“ครับ”

คงจะเป็น จองฮาซอง สินะ

ประธานสมาคมมั่นใจในตัวตนของฮันเตอร์ที่ตอบรับการเรียกตัว

เพราะระดับ S คนนั้นมีนิสัยจริงจัง แถมยังมีแนวโน้มจะอุทิศตนเพื่อชาติมากที่สุดด้วย

โกบยองโดขึ้นลิฟต์ไปพลางนึกถึงชายหนุ่มภาพลักษณ์ดีคนหนึ่ง

‘อื้ม ก็อย่างว่า ที่พึ่งพาได้ก็มีแค่ฮาซองพ่อหนุ่มคนนั้นแหละนะ’

แต่ทว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

เมื่อมาถึงห้องประชุม

ทันทีที่บิดลูกบิดเปิดประตูเข้าไป บุคคลที่ปรากฏตัวอยู่หลังโต๊ะประชุมกลับเป็นคนที่เขาคาดไม่ถึง

“เอ๋?”

ผมสีทองที่ไร้ความเงางาม

ผิวที่แห้งผาก

และแววตาที่คมกริบราวกับใบมีด ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ เจือปน

“.......”

ชายหนุ่มเจ้าของบุคลิกเย็นชาที่กำลังตรวจสอบเอกสารอยู่ เอ่ยทักทายประธานสมาคม

“สวัสดีครับ”

คิมกิรยอ นี่คือตัวตนจริงของฮันเตอร์ที่ตอบรับคำเชิญ

ไม่สิ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...

---

จะว่าไป เจ้านั่นก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่

“เฮ้อ”

[เขาวงกตเดือนสิบสาม]

[เนินนางเงือก]

น่าแปลก ที่ผ่านมาคิมกิรยอทำหน้าที่ในฐานะนายพรานได้อย่างสมบูรณ์แบบเกินไป

ต่างจากคำประกาศตอนแรกว่าจะไม่สนใจคำพูดของสมาคม แต่ระดับ S คนนี้กลับมักจะปรากฏตัวเป็นคนแรกเสมอเวลาเกิดเหตุการณ์วิกฤต

‘เป็นโรคสองบุคลิกเหรอวะ? หรือยังไง?’

ทำเอาประธานสมาคมปวดหัวจนแทบระเบิด

แต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจท่าทีนั้น แล้วเอ่ยปากพูดต่อ

“ครับ รับทราบครับ ผมจะเป็นตัวแทนไปที่เกตคาโกชิมะเอง”

“ว่าไงนะ?!”

“จะตกใจอะไรขนาดนั้น ก็เมื่อกี้พวกคุณเป็นคนบอกให้ไปช่วยไม่ใช่เหรอครับ”

พรึ่บ

กิรยอกวาดสายตามองเอกสารที่สมาคมยื่นให้พลางสนทนาต่อ

“แต่ผมมีเงื่อนไขครับ”

ข้อเสนอของฮันเตอร์ผู้นี้มีอยู่ว่า

ความจริงแล้ว เขาสามารถใช้สกิลเพื่อพันธนาการมังกรที่ปรากฏตัวที่คาโกชิมะได้อย่างเบ็ดเสร็จ

แต่พูดตรงๆ การไปเปิดเผยความสามารถทั้งหมดในต่างแดนมันก็ตะขิดตะขวงใจ เขาเลยจะใช้สกิลนี้คอยซัพพอร์ตญี่ปุ่นอยู่เบื้องหลังเงียบๆ อะไรประมาณนั้น

‘บทบาทซัพพอร์ตเตอร์?’

แต่ประโยคถัดมา ทำเอาประธานสมาคมที่ทำหน้าเซ็งๆ ถึงกับตาโต

“ผมจะใช้สกิลนั้นทำให้บอสของดันเจี้ยนหมดสภาพการต่อสู้ 100% ครับ ผมทำได้”

“ห๊ะ...?”

“เพราะงั้น อยากให้ทางสมาคมช่วยแจ้งทางญี่ปุ่นไว้ล่วงหน้าหน่อยครับ”

“จ...แจ้ง?”

“ไม่นับส่วนแบ่งพื้นฐาน ผมขอค่าตอบแทนเพิ่มเติมที่ผมต้องได้รับแน่นอน”

ตุบ กลิ้งๆ

กิรยอโยนของที่คุ้นตาลงบนโต๊ะ แผ่นกระดาษหนาที่อัดแน่นไปด้วยพลังเวท

‘[สัญญาอัศวิน]!’

นี่มันอุปกรณ์สำหรับการทำสัญญาที่มีผลสัมบูรณ์ไม่ใช่รึ

ประธานสมาคมมีความทรงจำที่ไม่ดีกับของสิ่งนี้ มือไม้เลยเผลอเกร็งขึ้นมา แต่เขาต้องตรวจสอบเนื้อหาที่เขียนไว้

“เมื่อการพิชิตเสร็จสิ้น จะขอรับสิทธิ์ในการเลือกไอเทม 1 ชิ้น ที่ดรอปจากสัตว์อสูร...?”

กิรยอพยักหน้ารับทันที

“ไม่ว่าจะเป็นตัวธรรมดาหรือบอส ขอบเขตคือมังกรทุกตัวที่ปรากฏในเกตระดับ S นั้นครับ”

พอได้ยินแบบนั้น สิ่งแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือไอเทมประเภทอวัยวะ

ดวงตา และ หัวใจ

ของที่ไม่ได้มาจากการชำแหละซาก แต่ปรากฏในรูปแบบไอเทม ของแปรรูปพวกนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดรางวัลที่ได้จากการฆ่ามังกร

‘เขาว่ากันว่าโอกาสดรอปต่ำมาก’

แต่ทว่า หากสามารถหยุดบอสระดับ S ได้อย่างชะงัดตามที่คิมกิรยอว่าไว้ล่ะก็...

‘ถือว่าถูกมากสำหรับค่าจ้างกู้ชาติ!’

เอาเข้าจริง ต่อให้เป็นหัวใจมังกร ก็ยินดียกให้แต่โดยดี

แน่นอนว่าสมาคมฮันเตอร์ญี่ปุ่นเองก็คงตัดสินใจไม่ต่างกันนักหรอก

“ข...เข้าใจแล้ว เอ่อ เดี๋ยวทางเราจะคุยกับทางนั้นให้เอง”

โกบยองโดกระแอมไอพลางรวบรวมเอกสาร

น่าตกใจจริงๆ

ไม่นึกเลยว่าฮันเตอร์ระดับสูงสุดจะยอมไปคาโกชิมะง่ายดายขนาดนี้

‘ไม่รู้ว่ามีแผนอะไรในใจ แต่รับข้อเสนอไว้คือกำไรเห็นๆ ยังไงซะอันดับ 1 กับอันดับ 2 ก็ส่งไปลำบากเพราะติดเรื่องความมั่นคงอยู่แล้ว’

ถ้าบอกว่าจะส่งระดับ S อันล้ำค่าของประเทศไปให้ ทางญี่ปุ่นจะมีปฏิกิริยายังไงนะ?

ประธานสมาคมลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความงุนงง

ในเมื่อได้ตัวฮันเตอร์ที่จะส่งไปแล้ว ก็ต้องรีบติดต่อไปทางญี่ปุ่นด่วน