ณ เว็บบอร์ดคอมมูนิตี้แห่งหนึ่งในญี่ปุ่น
{ฉันว่าเกาหลีมีแรงก์ S เยอะเกินไปแล้วนะ}
ชาวเน็ตนักเลงคีย์บอร์ดวางมือลงบนแป้นพิมพ์ พิมพ์ข้อความด้วยสีหน้าเซ็งเป็ด
{ในน้ำบาดาลบ้านมันมีอะไรผสมอยู่รึเปล่าฟะ?}
{เป็นไปไม่ได้หรอกน่า}
{เพราะเป็นรัฐแห่งการสอดแนมไง เกาหลีเลยหาตัวผู้ตื่นรู้เจอไว}
ช่วงนี้ เกาหลีใต้กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงจากการปรากฏตัวของฮันเตอร์ระดับ S คนที่ 4
ทว่า สำหรับประเทศเพื่อนบ้านแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าจุดพลุฉลองยินดีด้วยสักนิด
{โดนตามทันซะแล้ว}
เพราะการถือกำเนิดของคนที่ 4 ทำให้ตอนนี้ญี่ปุ่นมีจำนวนฮันเตอร์ระดับ S เท่ากับเกาหลีไปเรียบร้อย
{ประชากรต่างกันตั้ง 2 เท่า แต่ทำไมจำนวนแรงก์ S ถึงเท่ากันได้?}
{ดูเหมือนจะมีแค่ญี่ปุ่นที่ขาดแคลนแรงก์ S สินะ}
{แต่พวกเราเป็นประเทศพัฒนาแล้วด้านการจัดการเกตนะ ส่วนนี้เราเหนือกว่า เรื่องอื่นไม่ต้องไปสนหรอก}
ถึงจะไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรกับเกาหลีเป็นพิเศษ แต่พอโดนประเทศข้างเคียงทำลายสถิติขึ้นมา มันก็อดรู้สึกหมั่นไส้ไม่ได้ เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์
【ข่าวด่วน】
แต่ทว่า เรื่องปวดหัวไม่ได้จบลงแค่นั้น
จู่ๆ ประเทศหมู่เกาะแห่งนี้ก็ต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหม่
“ข่าวด่วนเรื่องเกตครับ จากการส่งหน่วยสำรวจเข้าไปตรวจสอบดันเจี้ยนที่ปรากฏขึ้นในจังหวัดคาโกชิมะ พบว่าระดับของเกตดังกล่าวคือแรงก์ S...”
การปรากฏตัวของดันเจี้ยนระดับ S ที่ห่างหายไปนานนับตั้งแต่เหตุการณ์ ‘ฮาวายเรด’ เมื่อ 4 ปีก่อน!
{แรงก์ S มาแล้ว 555}
{ไม่ได้ขอให้ไอ้ระดับ S แบบนี้โผล่มาสักหน่อย (ขำ)}
{อันตรายแล้วสิ}
ข่าวนี้ทำเอาประชาชนชาวญี่ปุ่นตื่นตระหนกกันจนหัวหมุน
---
[เห้ย ระดับ S ก็งั้นๆ นี่หว่า จะตื่นตูมกันทำไม?]
บางคนอาจจะคิดแบบนี้
ระดับ S โผล่มา ก็แค่ไปตีให้จบๆ ไป ไม่ใช่รึไง
โดยเฉพาะฝั่งเกาหลีที่เพิ่งจัดการกับเหตุการณ์ [ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] มาได้หมาดๆ ยิ่งไม่มีความรู้สึกถึงวิกฤตของระดับ S เข้าไปใหญ่
คนส่วนใหญ่เลยมองผ่านๆ ว่า ‘อ้อ ก็แค่ดันเจี้ยนหายากโผล่มามั้ง’
[ไอ้น้องเกิดปีไหนเนี่ย? พูดงี้เด็กประถมชัวร์]
แต่สำหรับญี่ปุ่น สถานการณ์มันต่างกันราวฟ้ากับเหว
เจ้า [ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง] นั่นมันเป็นสัตว์อสูรที่ถูกสร้างขึ้นจนแทบจะคาบเส้นระดับ S แบบเฉียดฉิว
พูดง่ายๆ คือมีความเก่งกาจประมาณ ‘มอนสเตอร์ทั่วไป’ ของระดับ S เท่านั้น
“ไอ้งูยักษ์ที่ถล่มโซลจนราบเป็นหน้ากลองนั่น เป็นแค่ลูกกระจ๊อกเหรอ?”
ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อนกับเหตุการณ์ดันเจี้ยนเบรกระดับ S
เหตุการณ์นั้นทำให้สหรัฐอเมริกาสูญเสียฮันเตอร์ระดับท็อปไปถึงครึ่งวงการ
เป็นเพราะเหล่าระดับ S ผู้เก่งกาจพวกนั้นถูกบอสที่หลุดออกมาจากดันเจี้ยน นามว่า [นูเคลลาวี] สังหารหมู่จนเกลี้ยง
แล้วสถานการณ์แบบนี้ ใครหน้าไหนจะกล้ายื่นมือเข้าไปช่วยญี่ปุ่นล่ะ?
อเมริกาเองก็ยังเข็ดจากความเสียหายครั้งนั้น จนตอนนี้ก็ยังบ้าคลั่งไล่สเกาท์ฮันเตอร์ต่างชาติเข้าประเทศอยู่เลย
แถมต่อให้ไม่ยกตัวอย่างอเมริกา ก็ไม่มีประเทศไหนอยากให้ฮันเตอร์ระดับ S ของตัวเองไปตายหรอก
[ญี่ปุ่น, “ต้องการความช่วยเหลือจากนานาชาติอย่างยิ่งยวด”... ร้องขอการสนับสนุนอย่างสุดซึ้ง]
ดังนั้น การที่คำขอของญี่ปุ่นจะถูกเมินเฉย จึงเป็นขั้นตอนที่ดูสมเหตุสมผลอยู่แล้ว
“อะแฮ่ม”
เกตระดับ S งั้นเหรอ
ถ้าดูจากบทเรียนที่ฮาวาย มอนสเตอร์ระดับ S มีอิทธิพลทำลายล้างมหาศาล
ดีไม่ดีเกาหลีที่เป็นเพื่อนบ้านอาจจะโดนหางเลขไปด้วยก็ได้
ดังนั้นถ้าไหนๆ ดันเจี้ยนก็จะแตกอยู่แล้ว สู้ร่วมมือกับญี่ปุ่นเพื่อลดความเสี่ยงล่วงหน้าไม่ดีกว่าหรือ แต่ว่า...
“การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีที่สุดไม่ใช่หรือครับ?”
ต่างจากเจตจำนงของวงการการเมือง เรื่องนี้มันไม่ง่ายเลย
【กระทู้พูดคุยอิสระ】
· ถ้าไปช่วยพวกมัน เดี๋ยวพอเสร็จเรื่องก็เช็ดปากทำไม่รู้ไม่ชี้อีก! ญี่ปุ่นมันน่ารักนักเหรอถึงต้องไปช่วย!
· สมน้ำหน้า~
· ทุกคนครับ ช่วยผมด้วย คังชางโฮ. ฮันเตอร์ระดับ S. ของเกาหลี. ทำร้ายร่างกายผมและใช้ยาฟื้นฟู. เพื่อทำลายหลักฐานครับ ตำรวจก็เหมือนจะรับส่วย เข้าข้างฮันเตอร์กันหมด ผมควรทำ.ยังไงดีครับ?
┕ โห ประวัติการตอบกระทู้คนนี้ระดับตำนาน ด่ากราดฮันเตอร์ไปทั่วทุกวันเลยนี่หว่า
┕ หิวแสงชัวร์
เสียงคัดค้านจากกระแสต่อต้านญี่ปุ่นในประเทศก็เรื่องหนึ่ง
แต่ปัญหาหลักคือ จะมีฮันเตอร์ระดับ S คนไหนยอมไปลงเกตนั้นหรือเปล่านี่สิ
“ตอนฮาวายก็เห็นแล้วนี่ครับ ขนาดผู้ตื่นรู้ระดับสูงสุดยังโดนสัตว์อสูรระดับ S ฆ่าตายในพริบตา แล้วจะมีฮันเตอร์คนไหนกล้าเสนอหน้าออกไปรับงานนี้ล่ะ?”
“อื้ม...”
“จองฮาซองเองช่วงนี้ก็ไม่เหมือนเมื่อก่อน เขาไม่ใช่คนที่จะทำทุกอย่างตามคำสั่งเบื้องบนแล้วครับ”
สมาคมฮันเตอร์เกาหลีต่างกุมขมับคิดหนักขึ้นทุกวัน
แน่นอนว่า ในระหว่างที่พวกเขากำลังกลุ้มใจ ฝั่งญี่ปุ่นนั้นไฟลนก้นจนไหม้เกรียมไปเรียบร้อยแล้ว
---
ชื่อชั่วคราว เกตคาโกชิมะ
ผลการวัดพลังเวทภายใน ระดับ S
จากการตรวจสอบของทีมสำรวจ ระบุว่าในดันเจี้ยนนั้นมีมังกรอาศัยอยู่
มังกรที่พบเป็นสายพันธุ์ใหม่ ยังไม่รู้ว่าจะโจมตีรูปแบบไหน แต่ดูจากบึงพิษที่กระจายอยู่ทั่วดันเจี้ยน มีความเป็นไปได้สูงว่าคู่ต่อสู้จะเป็น มังกรพิษ (毒龍)
ทว่า แม้ดันเจี้ยนจะปรากฏขึ้นมาได้ 3 วันแล้ว แต่ญี่ปุ่นก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะเริ่มมาตรการรับมือ
ขนาดมหาอำนาจอย่างอเมริกายังเสียหายหนักขนาดนั้น
แล้วพวกตนที่มีระดับ S แค่ 4 คน จะเอาอะไรไปรับประกันว่าจะพิชิตมันได้สำเร็จ
“อืม”
แต่ความจริงแล้ว ผมมองเหตุการณ์นี้ในมุมที่ต่างออกไปนิดหน่อย
“ไหนดูซิ”
ก่อนอื่น
เผ่าพันธุ์ [คีชิมเช] นั้น จริงๆ แล้วมีระดับสติปัญญาต่ำกว่าที่คิด ต่ำขนาดไหนน่ะเหรอ ก็ขนาดที่บางทีสื่อสารกันไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ
แต่พวกมันก็ไม่ได้โง่ขนาดจะทำลายบ้านที่ตัวเองอาศัยเกาะกินหรอกนะ
เหมือนพวกปรสิตทั่วไปนั่นแหละ พวกมันจะดูดพลังงานแค่พอประมาณ ไม่ให้ดาวเคราะห์ที่เป็นโฮสต์พังทลายลงไปซะก่อน
‘ถ้าเหตุการณ์ดันเจี้ยนเบรกที่ฮาวายเมื่อ 4 ปีก่อน ทำให้ฮันเตอร์ระดับ S ตายห่านกันเยอะผิดปกติล่ะก็...’
ผมเคาะที่วางแขนเก้าอี้พลางครุ่นคิด
‘พวกคีชิมเชคงปรับระดับความยากลงแน่ๆ ดันเจี้ยนระดับ S ของญี่ปุ่นรอบนี้ต้องอ่อนกว่าคราวก่อนชัวร์’
การที่ผู้ตื่นรู้ระดับสูงกวาดล้างดันเจี้ยนจนหมด จนมนุษยชาติไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป ย่อมเป็นปัญหาสำหรับพวกมัน แต่ในทางกลับกัน ถ้าฮันเตอร์ตายมากเกินไปจนห่วงโซ่อาหารพังทลาย นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกมันต้องการเหมือนกันจริงไหม?
เพราะต่อให้ตัวตนที่แข็งแกร่งตายไป ก็ใช่ว่าจะผลิตพลังงานทางจิตวิญญาณออกมาได้มากขึ้นสักหน่อย
สุดท้าย เพื่อสมดุลของระบบนิเวศ การปรับความยากจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
แถมเกตที่โผล่มาคราวนี้ สภาพแวดล้อมภายในดันเจี้ยนดันเป็นธาตุพิษซะด้วย
โชคดีชะมัด ที่ผมเพิ่งได้ความต้านทานพิษระดับสูงมาเมื่อไม่นานมานี้ ต่อให้สูดดมพิษร้ายแรงที่ระเหยเป็นไอเข้าไป ก็ไม่ตายง่ายๆ หรอก
ถ้าอย่างนั้นคำตอบก็ออกมาแล้ว
“ฟู่ววว”
หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ผมตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมการพิชิตเกตระดับ S ครั้งนี้
‘จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้’
นี่คือแผนสำรองที่ผมคิดไว้
ในเมื่อ [ปอดมังกร] ไม่ยอมโผล่มาในตลาดสักที ทางนี้ก็ต้องเริ่มหาลู่ทางอื่นกันบ้างแล้ว
‘นึกว่าประกาศตัวเป็นฮันเตอร์ระดับ S แล้วจะไม่มีเรื่องยุ่งยากมาหาเรื่องซะอีก...!’
เป็นไปตามคาด
พอการรักษาปอดล่าช้าลง เหตุการณ์น่ารำคาญรอบตัวก็เริ่มปะทุขึ้น
ผลสะท้อนจากการที่ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง กะว่าแค่ย้ายร่างใหม่ก็จบ มันกำลังค่อยๆ คืบคลานเข้ามา
ดังนั้น ตอนนี้ต้องรีบหาอวัยวะมาเปลี่ยนโดยด่วน ต่อให้ต้องลงไปล่ามังกรด้วยตัวเองก็เถอะ
เทียบกับการนั่งเฉยๆ แบบนี้ การออกไปลุยเองน่าจะเพิ่มโอกาสในการได้รับ [ปอดมังกร] มากกว่า
‘นี่มันคือการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายเหมือนคนจมน้ำคว้าฟางเส้นสุดท้ายชัดๆ’
แน่นอนว่าผมมันเป็นผู้ตื่นรู้ระดับขยะที่มีมานาเท่าหางอึ่ง การจะไปปะทะซึ่งๆ หน้ากับมังกรย่อมเป็นไปไม่ได้
“ล่ามังกรสินะ”
แต่ผมมีหน้าที่ในแบบของผม
โลกนี้มันก็เป็นแบบนี้แหละ ต่อให้เป็นแมลงที่ไร้ค่า แต่ถ้ามองในภาพรวม สุดท้ายพวกมันก็เป็นตัวตนที่จำเป็นต่อระบบนิเวศอยู่ดี
---
เช้าวันจันทร์
รัฐบาลญี่ปุ่นได้ยื่นข้อเสนอขอความช่วยเหลือมูลค่ามหาศาลมายังรัฐบาลเกาหลี
และเหตุผลเดียวที่พวกเขายอมควักงบประมาณระดับชาติมาจ่าย ก็คือ
“ขอให้ส่งฮันเตอร์ระดับ S มาช่วยงั้นรึ”
ประธานสมาคม โกบยองโด เคยคิดมาตลอดว่าไม่มีอะไรที่เงินซื้อไม่ได้
แต่พอเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้ากับตัว ก็ได้สัมผัสด้วยตัวเองแล้วว่า มันมีคุณค่าที่เงินซื้อไม่ได้จริงๆ
“เหอะ ให้ตายสิ ลำบากใจชะมัด”
ฮันเตอร์ระดับ S พวกเขาคือตัวตนที่ไม่มีสิ่งใดมาทดแทนได้จริงๆ งั้นรึ
“ติดต่อไปเรียกประชุมพวกฮันเตอร์ระดับ S ครบทุกคนแล้วใช่ไหม?”
“ครับ ท่านประธาน”
“แล้วคำตอบล่ะ?”
“ยังไม่มีใครตอบกลับมาเลยครับ...”
แต่ถึงจะตระหนักในคุณค่าของพวกเขา ก็ใช่ว่าคนอย่าง คิมกิรยอ หรือ คังชางโฮ จะดูน่ารักน่าเอ็นดูขึ้นมาทันทีหรอกนะ
เขายังคงมีความคิดเหมือนเดิม
‘ยุคที่ชะตากรรมของประเทศถูกกำหนดด้วยพลังพิเศษพรรค์นั้นมาถึงจนได้สินะ’
นายพรานจะมีค่าก็ต่อเมื่อฟังคำสั่งของเจ้าของภูเขาเท่านั้น
แต่สังคมจะไปเชื่อใจยอมรับนายพรานที่ถือปืนในมือแล้วอาละวาดตามอำเภอใจได้ยังไง
‘ยุคเสื่อมชัดๆ โลกมันจะแตกแล้วมั้ง’
ฮันเตอร์ระดับ S ที่ไม่ฟังคำสั่ง ก็ไม่ต่างอะไรกับระเบิดเวลาที่น่ารำคาญ
เป็นตัวตนที่หยิ่งยโส มีพลังที่ไม่มีอะไรมาทดแทนได้ ถึงจะประเคนสิทธิพิเศษให้สารพัด ก็ยังพร้อมจะอาละวาดได้ทุกเมื่อ
โกบยองโดเดินผ่านโถงทางเดินด้วยแววตาอคติที่มีต่อผู้ตื่นรู้ระดับสูงไม่เปลี่ยนแปลง
“ท่านประธานครับ! เมื่อกี้มีฮันเตอร์ระดับ S ท่านหนึ่งตอบกลับมาแล้วครับ”
ทว่าในตอนนั้นเอง
ยังไม่ทันจะถึงห้องประธานสมาคม พนักงานก็เข้ามารายงานข่าวดี
“อะ ขอประทานโทษครับ พอเช็กกับทางเลขาฯ อีกที ไม่ใช่แค่ตอบกลับครับ... แต่เขามานั่งรอที่ห้องประชุมใหญ่เรียบร้อยแล้วครับ?”
สมาคมเรียกตัวฮันเตอร์ระดับท็อปมารวมตัวเพื่อเตรียมรับมือเกตที่คาโกชิมะ
แต่เพิ่งได้รับข้อความไปแค่ 15 นาที ก็มีคนมาถึงแล้วเนี่ยนะ?
“ฉันจะลงไปเดี๋ยวนี้ บอกพนักงานให้เอาเอกสารข้อมูลไปให้เขาดูก่อนเลย”
“ครับ”
คงจะเป็น จองฮาซอง สินะ
ประธานสมาคมมั่นใจในตัวตนของฮันเตอร์ที่ตอบรับการเรียกตัว
เพราะระดับ S คนนั้นมีนิสัยจริงจัง แถมยังมีแนวโน้มจะอุทิศตนเพื่อชาติมากที่สุดด้วย
โกบยองโดขึ้นลิฟต์ไปพลางนึกถึงชายหนุ่มภาพลักษณ์ดีคนหนึ่ง
‘อื้ม ก็อย่างว่า ที่พึ่งพาได้ก็มีแค่ฮาซองพ่อหนุ่มคนนั้นแหละนะ’
แต่ทว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
เมื่อมาถึงห้องประชุม
ทันทีที่บิดลูกบิดเปิดประตูเข้าไป บุคคลที่ปรากฏตัวอยู่หลังโต๊ะประชุมกลับเป็นคนที่เขาคาดไม่ถึง
“เอ๋?”
ผมสีทองที่ไร้ความเงางาม
ผิวที่แห้งผาก
และแววตาที่คมกริบราวกับใบมีด ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ เจือปน
“.......”
ชายหนุ่มเจ้าของบุคลิกเย็นชาที่กำลังตรวจสอบเอกสารอยู่ เอ่ยทักทายประธานสมาคม
“สวัสดีครับ”
คิมกิรยอ นี่คือตัวตนจริงของฮันเตอร์ที่ตอบรับคำเชิญ
ไม่สิ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...
---
จะว่าไป เจ้านั่นก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่
“เฮ้อ”
[เขาวงกตเดือนสิบสาม]
[เนินนางเงือก]
น่าแปลก ที่ผ่านมาคิมกิรยอทำหน้าที่ในฐานะนายพรานได้อย่างสมบูรณ์แบบเกินไป
ต่างจากคำประกาศตอนแรกว่าจะไม่สนใจคำพูดของสมาคม แต่ระดับ S คนนี้กลับมักจะปรากฏตัวเป็นคนแรกเสมอเวลาเกิดเหตุการณ์วิกฤต
‘เป็นโรคสองบุคลิกเหรอวะ? หรือยังไง?’
ทำเอาประธานสมาคมปวดหัวจนแทบระเบิด
แต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจท่าทีนั้น แล้วเอ่ยปากพูดต่อ
“ครับ รับทราบครับ ผมจะเป็นตัวแทนไปที่เกตคาโกชิมะเอง”
“ว่าไงนะ?!”
“จะตกใจอะไรขนาดนั้น ก็เมื่อกี้พวกคุณเป็นคนบอกให้ไปช่วยไม่ใช่เหรอครับ”
พรึ่บ
กิรยอกวาดสายตามองเอกสารที่สมาคมยื่นให้พลางสนทนาต่อ
“แต่ผมมีเงื่อนไขครับ”
ข้อเสนอของฮันเตอร์ผู้นี้มีอยู่ว่า
ความจริงแล้ว เขาสามารถใช้สกิลเพื่อพันธนาการมังกรที่ปรากฏตัวที่คาโกชิมะได้อย่างเบ็ดเสร็จ
แต่พูดตรงๆ การไปเปิดเผยความสามารถทั้งหมดในต่างแดนมันก็ตะขิดตะขวงใจ เขาเลยจะใช้สกิลนี้คอยซัพพอร์ตญี่ปุ่นอยู่เบื้องหลังเงียบๆ อะไรประมาณนั้น
‘บทบาทซัพพอร์ตเตอร์?’
แต่ประโยคถัดมา ทำเอาประธานสมาคมที่ทำหน้าเซ็งๆ ถึงกับตาโต
“ผมจะใช้สกิลนั้นทำให้บอสของดันเจี้ยนหมดสภาพการต่อสู้ 100% ครับ ผมทำได้”
“ห๊ะ...?”
“เพราะงั้น อยากให้ทางสมาคมช่วยแจ้งทางญี่ปุ่นไว้ล่วงหน้าหน่อยครับ”
“จ...แจ้ง?”
“ไม่นับส่วนแบ่งพื้นฐาน ผมขอค่าตอบแทนเพิ่มเติมที่ผมต้องได้รับแน่นอน”
ตุบ กลิ้งๆ
กิรยอโยนของที่คุ้นตาลงบนโต๊ะ แผ่นกระดาษหนาที่อัดแน่นไปด้วยพลังเวท
‘[สัญญาอัศวิน]!’
นี่มันอุปกรณ์สำหรับการทำสัญญาที่มีผลสัมบูรณ์ไม่ใช่รึ
ประธานสมาคมมีความทรงจำที่ไม่ดีกับของสิ่งนี้ มือไม้เลยเผลอเกร็งขึ้นมา แต่เขาต้องตรวจสอบเนื้อหาที่เขียนไว้
“เมื่อการพิชิตเสร็จสิ้น จะขอรับสิทธิ์ในการเลือกไอเทม 1 ชิ้น ที่ดรอปจากสัตว์อสูร...?”
กิรยอพยักหน้ารับทันที
“ไม่ว่าจะเป็นตัวธรรมดาหรือบอส ขอบเขตคือมังกรทุกตัวที่ปรากฏในเกตระดับ S นั้นครับ”
พอได้ยินแบบนั้น สิ่งแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือไอเทมประเภทอวัยวะ
ดวงตา และ หัวใจ
ของที่ไม่ได้มาจากการชำแหละซาก แต่ปรากฏในรูปแบบไอเทม ของแปรรูปพวกนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดรางวัลที่ได้จากการฆ่ามังกร
‘เขาว่ากันว่าโอกาสดรอปต่ำมาก’
แต่ทว่า หากสามารถหยุดบอสระดับ S ได้อย่างชะงัดตามที่คิมกิรยอว่าไว้ล่ะก็...
‘ถือว่าถูกมากสำหรับค่าจ้างกู้ชาติ!’
เอาเข้าจริง ต่อให้เป็นหัวใจมังกร ก็ยินดียกให้แต่โดยดี
แน่นอนว่าสมาคมฮันเตอร์ญี่ปุ่นเองก็คงตัดสินใจไม่ต่างกันนักหรอก
“ข...เข้าใจแล้ว เอ่อ เดี๋ยวทางเราจะคุยกับทางนั้นให้เอง”
โกบยองโดกระแอมไอพลางรวบรวมเอกสาร
น่าตกใจจริงๆ
ไม่นึกเลยว่าฮันเตอร์ระดับสูงสุดจะยอมไปคาโกชิมะง่ายดายขนาดนี้
‘ไม่รู้ว่ามีแผนอะไรในใจ แต่รับข้อเสนอไว้คือกำไรเห็นๆ ยังไงซะอันดับ 1 กับอันดับ 2 ก็ส่งไปลำบากเพราะติดเรื่องความมั่นคงอยู่แล้ว’
ถ้าบอกว่าจะส่งระดับ S อันล้ำค่าของประเทศไปให้ ทางญี่ปุ่นจะมีปฏิกิริยายังไงนะ?
ประธานสมาคมลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความงุนงง
ในเมื่อได้ตัวฮันเตอร์ที่จะส่งไปแล้ว ก็ต้องรีบติดต่อไปทางญี่ปุ่นด่วน