แกร๊ก
ประธานสมาคมหมุนลูกบิดประตูโลหะได้เพียงครึ่งรอบเพื่อจะออกจากห้องประชุม
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเหมือนหัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ความรู้สึกที่ทำให้คนธรรมดาต้องหมอบกราบแบบนี้ มันต้องเป็น...
'พลังเวทของฮันเตอร์ระดับ S?'
ความคิดนั้นยังไม่ทันจบดี
ประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดสวนเข้ามา พร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคน
"เฮือก!"
ครืด ดวงตาสีเขียวที่ดูเหมือนสัตว์เลื้อยคลานกลอกกลิ้งไปมาอย่างเชื่องช้า เพื่อมองหาประธานสมาคม
คนที่ยืนอยู่หน้าประตูไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นผู้ตื่นรู้ระดับ S คังชางโฮ
"คะ... คุณฮันเตอร์คังชางโฮ?"
ประธานสมาคมถึงกับทำตัวไม่ถูกเมื่อจู่ๆ ระดับ S คนใหม่ก็โผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่ตอนนั้นเองเสียงของคิมกิรยอ ก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง
"อ้อ ท่านประธานครับ ขอแจ้งให้ทราบว่าการลงดันเจี้ยนครั้งนี้ เขาจะไปด้วยครับ"
"ว่าไงนะครับ?"
"เขาร่วมภารกิจด้วยเงื่อนไขนี้น่ะครับ รับทราบไว้ด้วยนะครับ"
เจ้าตัวขบถที่ไม่เคยฟังคำสั่งสมาคมฮันเตอร์ แม้แต่น้อย กลับตัดสินใจไปญี่ปุ่นในพริบตาเดียวเนี่ยนะ?
'นะ... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!'
ความสงสัยเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น
ทำไมคิมกิรยอ ถึงยอมตอบรับคำเชิญ ทำไมคังชางโฮ ถึงโผล่หัวมาที่สมาคม
ประธานสมาคมไม่อาจล่วงรู้คำตอบได้เลย
แต่สิ่งเดียวที่เขามั่นใจก็คือ ระดับ S คนที่สี่ผู้นี้ ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน
---
เรดมังกร
โดยปกติแล้ว ฉันมีเครื่องมือที่พอจะงัดเอามาใช้ต่อสู้ได้อยู่ 2 อย่าง
อย่างแรกคืออุปกรณ์ระดับยูนิค [ลิ่มกรีดร้อง]
อย่างที่สองคือไอเทมที่ทำให้ติดสถานะมึนงงเป็นวงกว้าง [กล่องของขวัญเซอร์ไพรส์!]
แต่ไอ้สองอย่างนี้มันมีข้อเสียที่ทำให้เอาไปใช้ล่ามังกรได้ยากอยู่เหมือนกัน
[ลิ่มกรีดร้อง] เป็นมีดสั้น ระยะโจมตีสั้นจุ๊ดจู๋ ขืนพยายามเข้าประชิดตัวคงโดนศัตรูตบดิ้นตายก่อนพอดี
ถึงจะยิงออกไปเหมือนเข็มพิษได้ แต่มันก็มีข้อจำกัด
แล้ว [กล่องของขวัญเซอร์ไพรส์!] ล่ะ?
อันนี้ก็ไม่อยากใช้เท่าไหร่ เพราะมันดันทำให้ทุกเป้าหมาย ยกเว้นฉัน สลบเหมือดไปหมดน่ะสิ
'ขืนพวกฮันเตอร์ ที่จะช่วยล่ามังกรล้มพับไปหมด ฉันคนเดียวจะไปทำอะไรได้...'
ไม่สิ ของพวกนี้เป็นแค่ระดับยูนิค ไม่ใช่ระดับเอปิก มีความเป็นไปได้สูงที่จะใช้ไม่ได้ผลกับระดับ S ตั้งแต่แรก
เอาเถอะ
แหวนป้องกันที่ได้รับการเสริมแกร่ง จากกูซอฮยอง และเงินลับๆ อีกราว 3 พันล้านวอนในบัญชี
พลังที่สั่งสมมาจนถึงตอนนี้ ไม่มีสิ่งไหนเลยที่จะต่อกรกับมังกรได้
ดังนั้น ฉันจึงตัดสินใจงัดไม้ตายใหม่มาใช้สำหรับล่าระดับ S ในครั้งนี้
"อืม"
เป็นของที่หมกไว้ในห้องเพราะไม่มีโอกาสได้ใช้ อันที่จริงฉันได้รางวัลนี้มาจากการจับกุมซูเยฮวี คราวก่อน
[แกนพลังงานจลน์นิรันดร์ x 5]
แกนพลังงานที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านต่อชิ้น และมีถึง 5 อัน!
นี่คือของกลางที่ยึดมาจากรังลับที่ซูเยฮวี ซ่อนตัวอยู่
ฉันแอบจิ๊กของออกมาจากช่องเก็บของ [ไอเทมบ็อกซ์] ของผู้ใช้การล้างสมอง มาเงียบๆ นั่นเอง
แหม ท่านจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ลงมือเก็บกวาดคนชั่วแทนรัฐบาลทั้งที ค่าตอบแทนแค่นี้ถือเป็นเรื่องสมควรแล้ว
'จะว่าไป เหมือนเอสเธอร์จะเคยบอกว่าจะเอาของที่ยึดมาไปขาย เพื่อเยียวยาเหยื่อของวิหารรากษส นี่นะ... แต่ช่างเถอะ ฉันไม่ได้ตกลงเรื่องนั้นด้วยสักหน่อย ให้ยัยนั่นจัดการส่วนที่เหลือเองแล้วกัน'
แหล่งพลังงานจำนวนมาก
เดิมทีฉันกะจะเอามาใช้รักษาสภาพเขตแดนในห้องเช่ารูหนู แต่แผนเปลี่ยนซะแล้ว
ฉันวางแผนจะใช้ [แกนพลังงานจลน์นิรันดร์] ที่ยึดมาจากที่ซ่อนของซูเยฮวี มาสร้างกับดักจับมังกร
'มีแกนพลังงานตั้ง 5 อัน แค่จับจิ้งจกยักษ์ตัวเดียวน่ะเรื่องจิ๊บจ๊อย!'
ในเมื่อนึกวิธีที่จะช่วยล่ามังกรออกแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่แก้ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ อีกอย่าง...
ไม่กี่นาทีต่อมา
สมาคมฮันเตอร์ เกาหลี
"คิมกิรยอ "
ฉันเก็บเอกสารที่ทางสมาคมให้มาพลางลุกขึ้นยืน
"นายคิดจะไปเกต ระดับ S จริงๆ เหรอ?"
ในห้องประชุมที่เงียบสงัดหลังจากพนักงานสมาคมออกไปกันหมด เหลือเพียงผู้ตื่นรู้ 2 คนเท่านั้น
หนึ่งคือฉันที่ลุกจากโต๊ะ และอีกหนึ่งคือเจ้าสตอล์กเกอร์ที่ยืนพิงประตูอยู่
คังชางโฮ กอดอกมองลงมาที่ฉัน เขาเอียงคอเล็กน้อยแล้วถามต่อ
"สถานที่แบบนั้นต้องเดิมพันด้วยชีวิตเลยนะ"
"งั้นเหรอครับ?"
"ความรู้สึกมันต่างกับการที่ฮันเตอร์ ระดับ A ล่ามอนสเตอร์ระดับ A โดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะบอสระดับ S... มันแข็งแกร่งจนต้องบอกว่าสมดุลของโลกพังทลายเลยล่ะ"
พูดแบบนี้แสดงว่าคราวที่แล้วคีชิมเช ปรับระดับความยากล้มเหลวไม่เป็นท่าสินะ
ฉันฟังคำพูดของคังชางโฮ ด้วยความสนใจ และตอนนั้นเองความสงสัยเล็กๆ ก็ผุดขึ้นมา
"ผมคิดมาสักพักแล้ว ฮันเตอร์คังชางโฮ ดูจะรู้ระดับความเก่งกาจของมอนสเตอร์ระดับ S ดีจังนะครับ"
"หือ"
"เคยไปฮาวายมาใช่ไหมครับ?"
การรอคอยคำตอบนั้นไม่ยากเลย คังชางโฮ อธิบายอย่างตรงไปตรงมาเหมือนไม่ใช่ความลับอะไร
"ใช่ ตอนที่เกิดดันเจี้ยนเบรก ระดับ S ที่อเมริกา ฉันก็อยู่ที่นั่น"
"อ้อ"
"ไม่ใช่ไปแบบเป็นทางการเหมือนตอนนี้หรอกนะ แค่ไปธุระส่วนตัวน่ะ"
พ่อคนรวย คงไปพักร้อนต่างประเทศสินะ
"แล้วรู้ไหมว่าตอนนั้นฉันเห็นอะไร?"
"อะไรเหรอครับ?"
"ฮันเตอร์ ระดับ S ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงของอเมริกา ร่างกายระเบิดกระจุยด้วยเสียงคำรามเพียงครั้งเดียวของ [นูเคลลาวี] "
"...."
"ถึงจะโดนเข้าไปในระยะประชิดก็เถอะ แต่พอเห็นแบบนั้นแล้ว ฉันก็ไม่คิดจะเข้าไปสู้กับบอสสุ่มสี่สุ่มห้าหรอก"
อึก
พอได้ฟังประสบการณ์ตรงแบบเห็นภาพแล้วก็ชักหวั่นๆ แฮะ แน่นอนว่าอสูรกายยักษ์ที่สามารถฉีกกระชากฮันเตอร์ ระดับท็อปของอเมริกาได้ พลังอำนาจของมันย่อมไม่ธรรมดา
'เอ่อ? จะเรียกท่านประธานกลับมาแล้วบอกว่าไม่ไปญี่ปุ่นแล้วดีไหมนะ?'
แต่สิ่งที่คังชางโฮ พูดถึงคือดันเจี้ยนเบรก ที่ฮาวายเมื่อ 4 ปีก่อน
และที่ที่ฉันกำลังจะไปคือเกต ที่ญี่ปุ่นซึ่งระดับความยากน่าจะต่ำกว่า
ฉันจัดระเบียบความคิดและเอ่ยขอร้องผู้ทำสัญญาอัศวิน อีกครั้ง
"แต่เหมือนที่บอกไปเมื่อตอนกลางวันครับ ผมไม่ได้จะไปล่าระดับ S ด้วยตัวเองสักหน่อย"
"...."
"ผมจะระวังตัวให้มากที่สุด เพราะงั้นช่วยไปกับผมหน่อยไม่ได้เหรอครับ? แน่นอนว่าถ้าผมเห็นท่าไม่ดี ผมจะรีบชิ่งทันที เหมือนกัน เดิมทีผมก็ไม่ได้จะออกไปแนวหน้าอยู่แล้ว"
ถึงจะเสี่ยงไปหน่อย แต่งานนี้ถือเป็นโอกาสทองจริงๆ
ดันเจี้ยน ที่มีเผ่าพันธุ์มังกรปรากฏตัวนั้นหาได้ยากยิ่ง ยิ่งถ้าเกต เกิดในต่างประเทศ สำหรับชาวต่างชาติแล้วมันก็เหมือน 'ดอกฟ้าที่ไม่มีวันเอื้อมถึง'
'มังกรน่ะค่าตัวแพง เขาต้องให้สิทธิ์ฮันเตอร์ ในประเทศตัวเองก่อนอยู่แล้ว เคสที่ร้องขอให้ไปช่วยเหมือนญี่ปุ่นเนี่ยหายากจะตาย'
ฉันแอบเหลือบมองท่าทีของคังชางโฮ อย่างระมัดระวัง
"เข้าใจแล้ว"
แต่ไหงเป็นงั้นไป?
ฉันยังไม่ทันจะประจบประแจงเลย เขาก็ตอบตกลงดื้อๆ
"ถ้านายมั่นใจขนาดนั้นก็ต้องยอมให้ไป อีกอย่าง เงื่อนไขคือนายต้องให้ฉันไปด้วยอยู่แล้วนี่"
"...!"
"แถมเมื่อก่อน นายเคยพูดเรื่องนั้นไว้ด้วยนี่นา"
เรื่องนั้น?
"ฉัน 'ในตอนนี้' ยังเข้าไปในเกตระดับ S ไม่ได้"
ขอโทษทีนะ ต่อให้เป็นอัจฉริยะจอมเวทก็ไม่ได้จำทุกคำที่ตัวเองพูดออกมาได้หรอก
ฉันเลยจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยพูดประโยคนั้นไปจริงๆ หรือเปล่า
ตอนนั้นเอง พอเห็นฉันเงียบไป คังชางโฮ ก็คลายท่ากอดอกแล้วหันมาจ้องหน้าฉันตรงๆ
"คิมกิรยอ ขอถามอะไรสักอย่างได้ไหม?"
ถามมาสิ ไม่เห็นเป็นไร
"ทั้งคำพูดในอดีต และท่าทีที่ไม่ค่อยตื่นเต้นทั้งที่จะไปญี่ปุ่น นายทำตัวเหมือนคนที่เคยมีประสบการณ์ในเกต ระดับ S มาแล้วยังไงยังงั้น"
"......"
"นายเคยล่ามอนสเตอร์ระดับ S ตัวอื่นนอกจากความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง บ้างไหม?"
เข้าใจผิดไปไกลเลยนะ
ฉันปฏิเสธการคาดเดามั่วซั่วของคังชางโฮ
ถึงโกหกไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาอยู่ดี
"เปล่าครับ"
แต่ฮันเตอร์ ระดับ S ผู้นั้นกลับกลอกดวงตามังกร ไปมาและเงียบกริบ ดูเหมือนเขาจะไม่เชื่อคำพูดของฉันทันที
แถมการดึงจังหวะนี้ดูเหมือนจะมีเหตุผลแอบแฝง
"เปลี่ยนคำถามแล้วกัน"
"ครับ?"
"อันที่จริง นูเคลลาวี มีพลังมากพอที่จะฆ่าล้างบางฮันเตอร์ ของอเมริกาได้สบายๆ"
"...."
"มันเป็นสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งขนาดนั้นแหละ"
"...."
"แต่จู่ๆ... ก็มีฮันเตอร์ นิรนามคนหนึ่งโผล่มา แล้วก็จัดการสับเจ้าปีศาจนั่นจนเละตายคาที่ จะบอกให้ว่าฮันเตอร์ ปริศนาคนนั้นหายตัวไปอย่างเงียบเชียบหลังจบภารกิจด้วย"
ตึก ตึก
คังชางโฮ เดินเข้ามาหาฉัน พลางกวาดตามองสำรวจร่างกายฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า
"ถ้าไม่ใช่เพราะฮันเตอร์ คนนั้น ป่านนี้นูเคลลาวี ที่ฮาวายคงยังไม่ตายหรอก"
ฉันถามด้วยความสงสัยอย่างบริสุทธิ์ใจ
"ประเด็นคืออะไรครับ?"
ระดับ S จึงตอบกลับมาช้าๆ
"เปล่า ไม่ใช่อะไรหรอก ตอนนั้นคนที่ล้มนูเคลลาวี ใส่หน้ากากสีดำรูปหัวสัตว์อยู่น่ะสิ"
'หน้ากาก?'
"แถมยังเอาหนังสีดำมาพันปิดทับเสื้อผ้าและรองเท้าจนรุงรัง ดูไม่ออกเลยว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย"
คังชางโฮ เคาะที่หางตาตัวเองเบาๆ เสริมคำพูด
ตอนเกิดดันเจี้ยนเบรก ที่ฮาวาย เขายังไม่ได้ดวงตามังกร มา เลยแยกแยะคนด้วยพลังเวทไม่ได้
"แต่พอลองย้อนกลับไปคิดดู ฉันจำได้อย่างหนึ่ง"
วูบ
คังชางโฮ ยกฝ่ามือขึ้นมาทาบวัดเหนือไหล่ของฉันเบาๆ
"นั่นสินะ"
ราวกับกำลังประเมินอะไรบางอย่าง
"พอลองนึกดู ฮันเตอร์ คนนั้นก็รูปร่างประมาณนี้เลยนี่นา"
คังชางโฮ พึมพำเสียงเบา
สรุปง่ายๆ คือหมอนี่กำลังสงสัยว่าฉันคือคนที่ฆ่านูเคลลาวี สินะ?
เป็นข้อสันนิษฐานที่น่าสนใจ แต่น่าเสียดายที่ความเป็นไปได้มันเท่ากับศูนย์
ขอบคุณที่ช่วยหลงกลกัน แต่ร่างกายที่ฉันยึดครองอยู่นี้ ความจริงเป็นแค่ระดับ F กระจอกงอกง่อย
"เรื่องแบบนั้นมันแค่บังเอิญครับ"
พอฉันตอบไปอย่างมั่นใจ คังชางโฮ ก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมหลีกทางให้
"เข้าใจแล้ว งั้นก็เตรียมตัวเดินทางให้ดีล่ะ"
"ครับ"
"ชักอยากเห็นแล้วสิว่าจะโชว์สกิล อะไรให้ดู"
"จะดูอะไรก็ต้องรออีก 10 ปีนะครับ รู้ใช่ไหม?"
ถึงฉันจะเดินออกจากห้องประชุมมาแล้ว คังชางโฮ ก็ยังพูดอะไรบางอย่างไล่หลังมา แต่เป็นคำพูดที่ไม่จำเป็นต้องตอบโต้
"เหลือ 9 ปีแล้วต่างหาก"
---
สนามบินญี่ปุ่น
วันนี้มีฝูงชนมารวมตัวกันอย่างคับคั่ง
เหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนอย่างการปรากฏขึ้นของเกต ระดับ S บนแผ่นดินญี่ปุ่น
ในขณะที่หลายประเทศต่างกังวลว่าจะสูญเสียฮันเตอร์ ของตนไปจึงเพิกเฉยต่อคำร้องขอความช่วยเหลือ มีเพียงประเทศเดียวที่ประกาศเจตนารมณ์ว่าจะร่วมมือในการพิชิตดันเจี้ยน ในที่สุด
"มาแล้ว!"
แชะ แชะ แชะ แชะ
ทันทีที่ประตูผู้โดยสารขาเข้าเปิดออก แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปหลายตัวก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกัน
ฉันเดินฝ่าดงแสงวูบวาบเหล่านั้นออกไป
"มาจริงด้วย..."
"แรงก์เกอร์ของเกาหลี!"
ฮันเตอร์ ระดับท็อปที่เป็นเสาหลักของประเทศโผล่มาถึงสองคน!
ฝูงชนในสนามบินส่งเสียงโห่ร้องต้อนรับสั้นๆ เมื่อฉันและคังชางโฮ ปรากฏตัว
ตอนแรกมีหลายคนตั้งข้อสงสัยเรื่องที่เกาหลีจะส่งฮันเตอร์ มาช่วย ในอินเทอร์เน็ตก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงประชดประชันไม่น้อย
[มีแผนชั่วอะไรรึเปล่านะ?]
[คงไม่ได้กะจะมาช่วยจริงๆ หรอก]
[ถามจริง w ฮันเตอร์ ประเทศนั้นจะไปมีประโยชน์อะไร?]
แต่ด้วยคำประกาศเดียวของฉัน เสียงวิจารณ์พวกนั้นก็หายเงียบไปนานแล้ว
-ผมวางแผนว่าจะไม่รับค่าตอบแทนจากทางญี่ปุ่นแม้แต่แดงเดียว หากเราไม่สามารถกำจัดบอสได้
ฉันแค่เอาเงื่อนไขในสัญญาที่เป็นเรื่องปกติมาพูดให้ดูดี สร้างภาพลักษณ์ฮันเตอร์ ระดับ S ในอุดมคติที่ประชาชนอยากเห็นที่สุด
เดิมทีสิ่งที่ฉันทำได้ในเกต ระดับ S ก็มีแค่การรับหน้าที่สกัดกั้นบอสมอนสเตอร์เพียงตัวเดียว ถ้าทำพลาดก็สมควรแล้วที่จะไม่ได้รับค่าจ้าง
"ว้าวววว!"
"Welcome to Japan!"
แต่สำหรับคนเหล่านั้นที่ไม่รู้ความจริง คงรู้สึกว่านี่เป็นการแสดงความมั่นใจที่น่าประทับใจสุดๆ
"ยินดีต้อนรับครับ"
หลังจากแสงแฟลชสงบลง
ใครบางคนก็เดินเข้ามาหาพวกเรา
ทรงผมที่เซตด้วยแว็กซ์จนเรียบแปล้และใบหน้าที่ดูแข็งกระด้างเล็กน้อย
เขาคือฮันเตอร์ ระดับ S ของญี่ปุ่น และเป็นผู้ตื่นรู้ ที่ดูแลกิลด์ 'อิมาบาริ' ซึ่งเป็นหน้าเป็นตาของประเทศนี้
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ ฮันเตอร์ระดับ S จากเกาหลี ผมโมริทาเกะ อิโตะ ครับ"
ฉันจับมือตอบรับการทักทายของอิโตะเบาๆ