“ดีใจจริงๆ ครับที่ได้ร่วมมือกับทางเกาหลีแบบนี้”
“ขอบคุณที่ให้การต้อนรับเช่นกันครับ”
พอฉันรับคำทักทายอย่างเป็นกันเอง อิโตะก็ยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจและดำเนินการต้อนรับอย่างอบอุ่นต่อไป
เดินทางมาเหนื่อยไหมครับ?
สนามบินญี่ปุ่นเป็นอย่างไรบ้าง?
หลังจากถามไถ่ตามมารยาทอยู่ครู่หนึ่ง อิโตะก็นำทางพวกเราอย่างสุภาพ
จุดหมายปลายทางของเราคือที่พักแห่งหนึ่งในจังหวัดคาโกชิมะ
มันคือโรงแรมโรยัลเก่าแก่ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ชายฝั่งทะเลได้ในคราเดียว
---
ตึง!
ฉันกับคังชางโฮได้เผชิญหน้ากับฮันเตอร์ระดับ S ที่เหลือของญี่ปุ่น ณ โรงแรมที่เราเพิ่งมาถึง
แต่ทว่า... ตั้งแต่พบกันครั้งแรก ดูเหมือนจะมีอะไรผิดคิวไปหน่อย
นั่นก็เพราะคังชางโฮที่มีส่วนสูงปาเข้าไป 190 เซนติเมตร ดันเดินเอาหัวไปโขกกับวงกบประตูห้องเข้าอย่างจังตอนเดินเข้ามา
ฮันเตอร์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับชะงักคำทักทาย แล้วร้องทักด้วยความตกใจ
“สะ... สะ... สวัสดี... ว่าแต่เจ็บไหมครับนั่น!”
เอาจริงๆ นะ ระดับ S หัวโขกกับคอนกรีต ปกติแล้วฝ่ายหลังต่างหากที่น่าเป็นห่วงว่าจะแตก ฉะนั้นคงไม่ต้องกังวลอะไรหรอก
“สวัสดีครับ ผมคิมกิรยอ”
ฉันเหลือบดูว่าวงกบประตูยังอยู่ดีมีสุข แล้วจึงยื่นมือไปเชกแฮนด์กับคนที่อยู่ตรงหน้า
ขอบอกไว้ก่อนว่า ฮันเตอร์ในห้องนี้ล้วนแต่เป็นพวกที่มีค่าการตื่นรู้ระดับปีศาจกันทั้งนั้น
ไล่จากขวาไปก็ ระดับ S, ระดับ S, ระดับ A, ระดับ S...
ทีม 10 คนที่ประกอบด้วยระดับ A ขึ้นไป นี่สินะทีมนักล่ามังกรที่ทางญี่ปุ่นเตรียมเอาไว้
‘พวกระดับ A ส่วนใหญ่เป็นสายซัพพอร์ตอย่างบัฟเฟอร์หรือฮีลเลอร์สินะ’
ฉันกวาดตามองฮันเตอร์รอบๆ อย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเสียงใสๆ ก็ดังมาจากฝั่งตรงข้าม
“ยังไงก็เถอะครับ ผมประทับใจจริงๆ ที่คนทางฝั่งเกาหลีมาร่วมด้วย ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือในเรดครั้งนี้นะครับ”
“ไม่เป็นไรครับ”
“สมกับเป็นประเทศของจองฮาซองจริงๆ ฮันเตอร์เกาหลีนี่เปี่ยมไปด้วยความยุติธรรมนะครับเนี่ย!”
อ้อ จริงสิ
พูดยังงี้แล้วนึกขึ้นได้ เรื่องนี้ฉันเพิ่งรู้ตอนเข้าประเทศมานี่แหละ ว่าจองฮาซองค่อนข้างโด่งดังในญี่ปุ่นพอตัวเลย
“ผมเป็นแฟนคลับของคุณจองฮาซองน่ะครับ~”
“งั้นเหรอครับ? ถ้าอย่างนั้นคงผิดหวังแย่ที่คนอย่างผมมาแทน ไม่ใช่ฮาซอง”
“เฮ้ย! ไม่ครับ ไม่ใช่ๆ ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”
ฮันเตอร์ที่แนะนำตัวว่าชื่อ อิโอริ เบิกตากว้างพร้อมกับรีบแก้ตัวพัลวัน
“แถมถ้าคิดดูดีๆ การที่คุณฮาซองไม่มาถือเป็นเรื่องโชคดีซะอีก! ขืนมามีหวังวุ่นวายตายชัก”
และการที่เขาแสดงปฏิกิริยาเชิงลบแบบนี้ มันมีเหตุผลอยู่ข้อหนึ่ง
บังเอิญว่า อันดับ 1 ของฮันเตอร์ในญี่ปุ่น ดันเป็นผู้ตื่นรู้ธาตุไฟเหมือนกับพวกเราเปี๊ยบน่ะสิ
‘ดาวดวงนี้ธาตุไฟมันโหลจะตาย ตามหลักความน่าจะเป็นแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอก’
อย่างที่รู้กัน จองฮาซองเป็นผู้ใช้เวทไฟที่มีพรสวรรค์มาตั้งแต่เกิด แถมยังมีปริมาณมานามากกว่าระดับ S ทั่วไปถึง 1.5 เท่า
หนำซ้ำไม่ใช่แค่พลังเวทแรงอย่างเดียว
สมัยก่อนหมอนั่นบ้าคลั่งการเคลียร์เกตจนได้รับฉายาว่า 'เครื่องจักรลงดันเจี้ยน' สร้างผลงานระดับที่ไม่น่าใช่ฝีมือมนุษย์เอาไว้เพียบ
‘คนที่มารับเราที่สนามบิน คนนั้นก็เป็นผู้ใช้เวทไฟของญี่ปุ่นใช่ไหมนะ?’
ด้วยเหตุนี้ ฮันเตอร์บางคนเลยต้องตกอยู่ในสถานะที่ถูกเอาไปเปรียบเทียบกับจองฮาซองอยู่ตลอด
เพราะดันมีตัวตนที่แข็งแกร่งอย่างท่วมท้นค้ำคออยู่ ที่ 2 ผู้โชคร้ายเลยต้องเจอกับความทุกข์ใจที่ไม่อยากจะเจอ
“คุณคิมฮันเตอร์ครับ ผมขอเตือนเผื่อไว้หน่อยนะครับ ต่อหน้าหัวหน้ากิลด์ของพวกเรา อย่าพูดเรื่องจองฮาซองนะครับ”
“ครับ รับทราบ...”
ฉันพยักหน้ารับคำแนะนำของฮันเตอร์ญี่ปุ่น
และเหมือนกับสำนวนที่ว่า 'พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา' ทันใดนั้นหัวหน้ากิลด์อิมาบาริก็เดินเข้ามาในห้อง
“ขอโทษที่มาช้าครับ ผมไปตามสมาชิกที่เหลือมาแล้ว”
ฮันเตอร์ญี่ปุ่นอีก 4 คนเดินตามอิโตะเข้ามาสมทบ
นี่คือสมาชิกทั้งหมดที่จะเข้าร่วมดราก้อนเรดในครั้งนี้
และเหตุผลที่เหล่าผู้พิชิตมารวมตัวกันพร้อมหน้าก็คือ...
“ขอบคุณที่มารวมตัวกันครับ งั้นรบกวนทุกคนเซ็นเอกสารฉบับนี้ตามที่ได้แจ้งไว้ล่วงหน้าด้วยครับ”
สัญญาอัศวิน ถูกยื่นมาตรงหน้า
ฉันตัดสินใจจะตกลงเรื่องของรางวัลให้ชัดเจนก่อนเข้าเกต
เพราะขืนช่วยไปจนเสร็จแล้วอีกฝ่ายมาเช็ดปากทำไม่รู้ไม่ชี้ทีหลัง มันจะลำบากเอาน่ะสิ
================
เนื้อหาสัญญา
1. เมื่อการพิชิตเสร็จสิ้น คิมกิรยอ
มีสิทธิ์เลือกรับไอเทมที่ดรอป
จากมอนสเตอร์ใน [เกตคาโกชิมะ] (ชื่อชั่วคราว)
จำนวน 1 ชิ้น ตามต้องการ
2. เพื่อความถูกต้องแม่นยำในการตรวจสอบไอเทมที่ดรอป
ผู้เข้าร่วมการพิชิตทุกคน
จะต้องเปิดเผยของรางวัลที่ตนได้รับ
ให้คิมกิรยอทราบ
(ภายใน 3 วันหลังบอสเสียชีวิต)
================
ขอรับไอเทมที่ออกมาจากดันเจี้ยน 1 ชิ้นงั้นหรือ
“ถ้าเกิดวันดีคืนดี หัวใจมังกร ดรอปขึ้นมา คงเจ็บใจน่าดูเลยน้า~”
“อาคาดะ แขกคนสำคัญอยู่นะ อย่าเสียมารยาท”
ใช่ ปกติใครๆ ก็คงคิดว่าฉันจะเอาหัวใจมังกรไป
แต่ไอเทมที่ฉันเล็งไว้ มันเป็นคนละเรื่องเลย
‘ปอด’
ชิ้นส่วนขยะที่ถูกมองข้ามเพราะไม่มีฟังก์ชันอะไรพิเศษ
สิ่งที่ฉันต้องการมีเพียงแค่นั้น
‘อุตส่าห์ฝ่าฟันความน่าจะเป็นอันน้อยนิด ถ้าได้มาแค่ลูกตาของมังกร ฉันคงอยากจะล้มโต๊ะระบายอารมณ์แน่’
ฉันแกล้งหันไปมองทางคังชางโฮแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองตรง
“ให้เปิดเผยไอเทมทั้งหมดที่ได้จากดันเจี้ยน...”
ฝั่งญี่ปุ่นเองคงไม่พอใจทุกข้อหรอก แต่คงปฏิเสธไม่ได้
================
3. หากคิมกิรยอไม่สามารถ
"ปิดผนึกพฤติกรรมโดยสมบูรณ์" ของบอสมอนสเตอร์ได้
สัญญาถือเป็นโมฆะ
3-1. เกณฑ์ของการปิดผนึกโดยสมบูรณ์มีดังนี้... (ละไว้)
================
เพราะทางนี้เองก็ระบุเงื่อนไขหากตัวเองล้มเหลวไว้อย่างชัดเจนเช่นกัน
“ปิดผนึกบอสโดยสมบูรณ์?”
“ระดับ S คนนั้นมีความสามารถสายไหนน่ะ?”
“ฉันจะไปรู้เรอะ”
ถ้าผู้ช่วยทำงานไม่คุ้มค่าจ้าง สัญญาเป็นโมฆะ
ฉันมองว่าแค่ข้อนี้ข้อเดียว ก็เพียงพอที่จะให้ความเชื่อมั่นกับพวกเขาได้แล้ว
“ผมคิดว่าเป็นเงื่อนไขที่สมเหตุสมผลครับ”
“ผมด้วย”
“ถ้าคิดว่าเป็นการยืมมือระดับ S มาช่วย มันถูกซะยิ่งกว่าถูกอีกนะ ไม่ต้องเสียเงินสักแดงด้วยซ้ำ”
เหล่าฮันเตอร์ญี่ปุ่นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มทยอยเซ็นชื่อ
ถ้าเป็นเวลาปกติคงต้องคิดให้รอบคอบกว่านี้ แต่ตอนนี้เป็นสถานการณ์ที่ชี้ชะตาว่าญี่ปุ่นจะล่มสลายหรือไม่
“ไม่ได้ออกไปสู้แนวหน้าแท้ๆ แค่ซัพพอร์ตอยู่ข้างหลังก็จะขอทิปงั้นเหรอ?”
แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าจะไม่มีเสียงบ่นเลย แต่มันก็เงียบไปเองโดยที่ฉันไม่ต้องทำอะไร
“เฮ้ย ลองคิดดูดิ ต่อให้ดันเจี้ยนนั้นจะเต็มไปด้วยมังกร แต่ดวงตามังกรหรือหัวใจมังกรมันไม่ใช่ของที่ดรอปง่ายๆ สักหน่อย”
“กะ... ก็จริง...”
“แถมสมมติว่าถ้ามันดรอปออกมาจริง แต่แลกกับการทำให้บอสระดับ S ขยับตัวไม่ได้ ราคานี้ก็สมควรจ่ายแล้ว ครั้งฮาวายตัวปัญหาก็คือเจ้านูเคลลาวีไม่ใช่รึไง”
มาถึงตรงนี้ ต่อให้เป็นฮันเตอร์ที่หน้ามืดตามัวเพราะความโลภ ก็คงคำนวณได้แล้วว่าอะไรคือกำไร
“เอาล่ะ เรียบร้อยครับ”
ครู่ต่อมา
ฉันก้มมองสัญญาอัศวินที่มีลายเซ็นของผู้พิชิตครบทุกคนอย่างพึงพอใจ
ในเมื่อของรางวัลถูกจองไว้แล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่คิดหาวิธีล่ามังกรจริงๆ สักที
“สัญญาจบแล้ว ถ้าอย่างนั้นเชิญทานอาหารก่อน แล้วค่อยฟังแผนการพิชิตของพวกเราได้ไหมครับ?”
ฉันตอบรับคำเชิญของอิโตะที่เอ่ยต่อทันที
---
“แรงค์เกอร์เกาหลีนี่หยิ่งชะมัด”
ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ท่ามกลางเสียงจอแจพอประมาณ มีเสียงภาษาญี่ปุ่นดังแว่วมาเบาๆ จากมุมหนึ่งที่ห่างไกลจากโต๊ะของกิรยอ
“ตั้งแต่โผล่มาที่สนามบินจนถึงตอนนี้ สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยสักนิด”
“งั้นเหรอ?”
“จะเข้าเกตระดับ S แท้ๆ ผู้ชายพวกนั้นไม่กลัวกันเลยหรือไง?”
สีหน้าของคนญี่ปุ่นคนนั้นดูเรียบเฉย แต่น้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยความคมกริบ
ไม่ได้ตั้งใจจะเจ้าถิ่นข่มแขกหรอกนะ แต่ตัวเองกลัวแทบบ้า แต่อีกฝ่ายกลับทำตัวชิลๆ จนน่าหงุดหงิด
“อืมม”
ฮันเตอร์ระดับ S อิโอริ ได้ยินดังนั้นจึงหันไปมองด้านหลัง
เหล่าแรงค์เกอร์เกาหลียังคงทานอาหารด้วยท่าทีสงบนิ่ง
จริงอยู่ที่ดูผ่อนคลายเกินไปสำหรับคนที่กำลังจะเดินเข้าสู่แดนมรณะ...
“อาจจะเพราะพวกเขาไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้โดยตรงหรือเปล่า?”
“นั่นแหละที่ฉันอยากจะพูด!”
ตึก!
สมาชิกกิลด์อิมาบาริวางชามข้าวลงอย่างฉุนเฉียว
“จะช่วยทั้งทีก็ช่วยให้มันเต็มที่สิ ทำไมรับแค่หน้าที่ซัพพอร์ต? แถมพวกที่ไม่ใช่มอนสเตอร์ระดับหัวหน้า ให้พวกเราจัดการกันเองงั้นเหรอ?”
“เบาๆ หน่อย เดี๋ยวเสียงก็เข้าเครื่องแปลภาษาหรอก”
“ตอนแรกได้ยินว่าระดับ S จากต่างประเทศจะมาช่วยก็ดีใจอยู่หรอก แต่แบบนี้มันแค่มาเอาหน้าชัดๆ น่ารังเกียจชะมัด!”
ฮันเตอร์ระดับ A คนนั้นหายใจฟึดฟัดก่อนจะเสริมอีกสองสามคำ
“ถ้าจองฮาซองมาคงดีกว่านี้แท้ๆ”
ทว่า คำพูดนี้แม้แต่อิโอริฮันเตอร์ก็ยังไม่กล้าปฏิเสธเต็มปาก
“มันก็จริง...”
วงการฮันเตอร์ญี่ปุ่นมีบรรยากาศที่แตกต่างจากเกาหลีค่อนข้างมาก
ประการแรกคือ ฮันเตอร์ระดับ S ทั้ง 4 คนสังกัดอยู่ในกิลด์เดียวกันทั้งหมด
ความสามัคคีและการทำงานเป็นทีม
ระดับ S ที่นี่เลือกใช้วิธีสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันธาตุของกันและกัน และพยายามปรับจูนการทำงานร่วมกันอย่างสุดความสามารถ แม้ประสิทธิภาพจะลดลงไปบ้างก็ตาม
ดังนั้น กิลด์อิมาบาริจึงครอบครองอุปกรณ์ต้านทานไฟคุณภาพสูงจำนวนมาก
“เพราะพวกเราทนพลังของคุณอิโตะได้ ถ้าฮันเตอร์จองฮาซองมา ซินเนอร์ยี่คงออกมาดีกว่าแน่ๆ”
ถ้าพูดถึงเทคนิคการประสานงานระดับท็อป อิมาบาริของพวกเราน่าจะเป็นที่หนึ่งไม่ใช่เหรอ?
อิโอริคิดพลางเลียริมฝีปาก เขารู้สึกเสียดายนิดหน่อยที่ไม่ได้ลองประสานงานกับอันดับ 1 ของเกาหลี
“ว่าแต่คนเกาหลีพวกนั้นไม่ได้พกอุปกรณ์ต้านทานมาด้วยเหรอ?”
“บอกว่าทั้งคู่จะถอยไปอยู่แนวหลัง เลยไม่เป็นไรน่ะ”
“ให้ตายสิ น่ารำคาญจริงๆ พวกคนน่าสงสัย ขอให้รางวัลจากดันเจี้ยนออกมาเป็นพวกของเน่าๆ อย่างปอดเถอะ”
แต่ในเวลานี้ ไม่มีใครล่วงรู้เลย
ว่าฮันเตอร์ตาขาวสามด้านคนนั้น จะนำพายุลูกใหญ่ขนาดไหนมาสู่เรดในครั้งนี้
---
ครู่ต่อมา
“.......”
“.......”
ทีมล่ามังกรที่ประกอบด้วยฮันเตอร์ชั้นยอดของญี่ปุ่นและทีมเฉพาะกิจจากเกาหลี ได้ก้าวเท้าเข้าสู่เกตระดับ S
แต่เป้าหมายในครั้งนี้ไม่ใช่การเคลียร์เกต
พวกเขาเพียงแค่ต้องการจัดขบวนทัพและซ้อมมือก่อนเริ่มการล่าจริงเท่านั้น
“ฮะ?”
เหล่าฮันเตอร์ญี่ปุ่นตั้งใจจะโชว์สไตล์การล่าของตน พร้อมกับลองจัดการมังกรสักตัวที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวปากทางเข้าเป็นการซ้อมมือ
ตอนนั้นเอง ฮันเตอร์เฉพาะกิจจากเกาหลีก็เอ่ยขึ้น
ว่าอยากทดสอบเหมือนกันว่าสกิลของตัวเองจะใช้ได้ผลดีไหม
และผลลัพธ์ของสิ่งนั้น ก็คือภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้
-โฮกกกกกกกกกก!
ครืนนนน...
สัตว์ประหลาดขนาดมหึมาราวกับคลื่นยักษ์สีดำกำลังคำรามก้องอยู่ตรงหน้า
ทว่า ต่างจากภาพลักษณ์อันทรงพลังดั่งเทพเจ้าในตำนาน ร่างทั้งร่างของมันกลับถูกพันธนาการด้วยด้ายแสงหนาทึบจนดูน่าสมเพช
ฟู่วววววว
มังกรสูดลมหายใจเข้าจนปอดขยายใหญ่ ก่อนจะพ่นพิษร้ายแรงออกมาจากปาก
ไอปิศาจแห่งพิษร้ายที่พร้อมจะมอบความตายให้กับทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์ หรือพืชพรรณ
แต่ทว่า แม้แต่ลมหายใจมังกรที่อัดแน่นด้วยมานามหาศาล ก็ไม่อาจตัดขาดกลุ่มด้ายที่มัดตนเองไว้ได้
ตรงกันข้าม เจ้าสัตว์เลื้อยคลานกลับต้องแลกมาด้วยร่างที่ถูกรัดจนฉีกขาด เลือดสีแดงฉานพุ่งกระฉูดออกมาจากการดิ้นรนนั้น
-ก๊าซ! ครืดดดดด...
เป็นวาระสุดท้ายที่น่าสยดสยองอย่างแท้จริง
เหล่านักล่าที่มารวมตัวกันในเกต ต่างพากันเงียบกริบเมื่อเห็นสัตว์เลื้อยคลานตาดำเหลือกหงายตายเพราะเสียเลือดมาก
“ใช้ได้ผลดีนะครับ”
คนที่ทำลายความเงียบนี้คือชายหนุ่มผมทอง
‘แค่ซ้อมแป๊บเดียว พลังงานของแกนไปหมดเกลี้ยงเลยแฮะ 1 ลูก’
อ๊าก!
[แกนพลังงานจลน์นิรันดร์] เดิมทีไม่ใช่ของที่เหมาะจะเอามาใช้ล่าสัตว์
ถ้ามานาโพชั่นคือแฮมเบอร์เกอร์ แกนพลังงานก็คือน้ำมันเบนซิน
มันเป็นวัสดุที่สามารถจ่ายพลังงานได้อย่างจำกัด ให้กับวงเวทเฉพาะที่มีขอบเขตคงที่เท่านั้น ไม่ใช่สำหรับมนุษย์
‘ถ้าใช้แหล่งพลังงานนี้ยิงไฟบอลได้ ป่านนี้ฉันคงเป็นจองฮาซองไปแล้ว’
แต่เมื่อฝึกฝนสิ่งใดจนถึงจุดสูงสุด ย่อมมองเห็นหนทาง
ข้อเสียเรื่องการเคลื่อนย้ายไม่ได้ของแกนพลังงาน กลายเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วต่อหน้าฝีมือของจอมมหาเวท
เขาสร้างเวทมนตร์ที่กดข่มแม้กระทั่งมังกรขึ้นมา โดยใช้แหล่งพลังงานนี้
“สะ... สกิลนี้... หรือว่าจะเป็น [ไบนด์ดิ้ง] เหรอครับ?”
สิ่งที่เขาแสดงให้เห็นคือวิชาพันธนาการขั้นต่ำ
ที่นี่เรียกสกิลนี้ว่าไบนด์ดิ้ง
‘ที่โลกบอกว่ายิ่งมานาของเจ้าตัวสูง พลังการยึดจับก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น ระดับ S ทำได้ขนาดนี้คงไม่แปลกใช่ไหมนะ?’
ต่างจากผู้ตื่นรู้ที่นี่ เขาคือจอมเวทของจริงที่สามารถกำหนดความรุนแรงของสกิลพันธนาการที่จะร่ายได้
แต่กิรยอเพียงพยักหน้าและสงวนคำพูดเอาไว้
พวกนั้นต้องใช้ร่างกายตัวเองเป็นตัวจุดชนวนพลัง แต่ทางนี้สามารถผลักภาระไปให้แกนพลังงานได้ ขืนเรื่องนี้แดงขึ้นมา คงไม่จบแค่โดนอิจฉาตาร้อนแน่
“อืม”
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่วิธีที่จะเอามาใช้พร่ำเพรื่อด้วยเหตุผลอื่น
แค่การสาธิตเมื่อครู่ก็ผลาญแกนที่มีอยู่ไป 1 ลูก เท่ากับว่าการคงสภาพเวทมนตร์ไว้ 1 วินาที ต้องเสียเงินไปหลายล้านวอนเลยทีเดียว
“เอาเป็นว่าผมแสดงพลังให้เห็นแล้ว ส่วนที่เหลือก็ฝากด้วยนะครับ ถ้าคุ้มกันผมไปจนสุดดันเจี้ยนได้ ผมจะมัดบอสด้วยวิธีเดียวกัน ตอนนั้นจะมัดปากให้แน่นเลยครับ รับรองว่าทำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ”
ยังไงซะก็เป็นความสิ้นเปลืองขั้นสุด จะเรียกว่า [ไบนด์ดิ้ง] หรือ [พลังเงินฟาดหัว] ก็คงไม่ต่างกันสินะ...
กิรยอเก็บความคิดเงียบๆ
แต่ทว่า แปลกที่ไม่มีเสียงตอบรับจากอีกฝั่ง
“นั่นคือไบนด์ดิ้งงั้นเหรอ?”
“บ้าน่า...”
“ฮันเตอร์แบบนั้นทำไมถึงเป็นแค่อันดับ 9 ของเกาหลี?”
ฮือฮา ฮือฮา
จู่ๆ ฮันเตอร์ญี่ปุ่นก็หันไปกระซิบกระซาบกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“คุณอิโตะ จริงสิครับ ผมได้ยินมาจากไหนสักแห่ง ว่าคนคนนั้นไม่มีกิลด์สังกัด เป็นเรื่องจริงเหรอครับ?”
และด้วยประโยคเดียวจากใครบางคนในกลุ่ม บรรยากาศรอบข้างก็เริ่มปั่นป่วนทันที
“ไม่มีกิลด์เหรอ?”
“ไม่มีสังกัด?”
“ใช่ เท่าที่ฉันตรวจสอบมา ทางนั้นเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัวเลย”
“หา?”
“ว่าไงนะ?”