Cover

140

“ดีใจจริงๆ ครับที่ได้ร่วมมือกับทางเกาหลีแบบนี้”

“ขอบคุณที่ให้การต้อนรับเช่นกันครับ”

พอฉันรับคำทักทายอย่างเป็นกันเอง อิโตะก็ยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจและดำเนินการต้อนรับอย่างอบอุ่นต่อไป

เดินทางมาเหนื่อยไหมครับ?

สนามบินญี่ปุ่นเป็นอย่างไรบ้าง?

หลังจากถามไถ่ตามมารยาทอยู่ครู่หนึ่ง อิโตะก็นำทางพวกเราอย่างสุภาพ

จุดหมายปลายทางของเราคือที่พักแห่งหนึ่งในจังหวัดคาโกชิมะ

มันคือโรงแรมโรยัลเก่าแก่ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ชายฝั่งทะเลได้ในคราเดียว

---

ตึง!

ฉันกับคังชางโฮได้เผชิญหน้ากับฮันเตอร์ระดับ S ที่เหลือของญี่ปุ่น ณ โรงแรมที่เราเพิ่งมาถึง

แต่ทว่า... ตั้งแต่พบกันครั้งแรก ดูเหมือนจะมีอะไรผิดคิวไปหน่อย

นั่นก็เพราะคังชางโฮที่มีส่วนสูงปาเข้าไป 190 เซนติเมตร ดันเดินเอาหัวไปโขกกับวงกบประตูห้องเข้าอย่างจังตอนเดินเข้ามา

ฮันเตอร์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับชะงักคำทักทาย แล้วร้องทักด้วยความตกใจ

“สะ... สะ... สวัสดี... ว่าแต่เจ็บไหมครับนั่น!”

เอาจริงๆ นะ ระดับ S หัวโขกกับคอนกรีต ปกติแล้วฝ่ายหลังต่างหากที่น่าเป็นห่วงว่าจะแตก ฉะนั้นคงไม่ต้องกังวลอะไรหรอก

“สวัสดีครับ ผมคิมกิรยอ”

ฉันเหลือบดูว่าวงกบประตูยังอยู่ดีมีสุข แล้วจึงยื่นมือไปเชกแฮนด์กับคนที่อยู่ตรงหน้า

ขอบอกไว้ก่อนว่า ฮันเตอร์ในห้องนี้ล้วนแต่เป็นพวกที่มีค่าการตื่นรู้ระดับปีศาจกันทั้งนั้น

ไล่จากขวาไปก็ ระดับ S, ระดับ S, ระดับ A, ระดับ S...

ทีม 10 คนที่ประกอบด้วยระดับ A ขึ้นไป นี่สินะทีมนักล่ามังกรที่ทางญี่ปุ่นเตรียมเอาไว้

‘พวกระดับ A ส่วนใหญ่เป็นสายซัพพอร์ตอย่างบัฟเฟอร์หรือฮีลเลอร์สินะ’

ฉันกวาดตามองฮันเตอร์รอบๆ อย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเสียงใสๆ ก็ดังมาจากฝั่งตรงข้าม

“ยังไงก็เถอะครับ ผมประทับใจจริงๆ ที่คนทางฝั่งเกาหลีมาร่วมด้วย ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือในเรดครั้งนี้นะครับ”

“ไม่เป็นไรครับ”

“สมกับเป็นประเทศของจองฮาซองจริงๆ ฮันเตอร์เกาหลีนี่เปี่ยมไปด้วยความยุติธรรมนะครับเนี่ย!”

อ้อ จริงสิ

พูดยังงี้แล้วนึกขึ้นได้ เรื่องนี้ฉันเพิ่งรู้ตอนเข้าประเทศมานี่แหละ ว่าจองฮาซองค่อนข้างโด่งดังในญี่ปุ่นพอตัวเลย

“ผมเป็นแฟนคลับของคุณจองฮาซองน่ะครับ~”

“งั้นเหรอครับ? ถ้าอย่างนั้นคงผิดหวังแย่ที่คนอย่างผมมาแทน ไม่ใช่ฮาซอง”

“เฮ้ย! ไม่ครับ ไม่ใช่ๆ ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”

ฮันเตอร์ที่แนะนำตัวว่าชื่อ อิโอริ เบิกตากว้างพร้อมกับรีบแก้ตัวพัลวัน

“แถมถ้าคิดดูดีๆ การที่คุณฮาซองไม่มาถือเป็นเรื่องโชคดีซะอีก! ขืนมามีหวังวุ่นวายตายชัก”

และการที่เขาแสดงปฏิกิริยาเชิงลบแบบนี้ มันมีเหตุผลอยู่ข้อหนึ่ง

บังเอิญว่า อันดับ 1 ของฮันเตอร์ในญี่ปุ่น ดันเป็นผู้ตื่นรู้ธาตุไฟเหมือนกับพวกเราเปี๊ยบน่ะสิ

‘ดาวดวงนี้ธาตุไฟมันโหลจะตาย ตามหลักความน่าจะเป็นแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอก’

อย่างที่รู้กัน จองฮาซองเป็นผู้ใช้เวทไฟที่มีพรสวรรค์มาตั้งแต่เกิด แถมยังมีปริมาณมานามากกว่าระดับ S ทั่วไปถึง 1.5 เท่า

หนำซ้ำไม่ใช่แค่พลังเวทแรงอย่างเดียว

สมัยก่อนหมอนั่นบ้าคลั่งการเคลียร์เกตจนได้รับฉายาว่า 'เครื่องจักรลงดันเจี้ยน' สร้างผลงานระดับที่ไม่น่าใช่ฝีมือมนุษย์เอาไว้เพียบ

‘คนที่มารับเราที่สนามบิน คนนั้นก็เป็นผู้ใช้เวทไฟของญี่ปุ่นใช่ไหมนะ?’

ด้วยเหตุนี้ ฮันเตอร์บางคนเลยต้องตกอยู่ในสถานะที่ถูกเอาไปเปรียบเทียบกับจองฮาซองอยู่ตลอด

เพราะดันมีตัวตนที่แข็งแกร่งอย่างท่วมท้นค้ำคออยู่ ที่ 2 ผู้โชคร้ายเลยต้องเจอกับความทุกข์ใจที่ไม่อยากจะเจอ

“คุณคิมฮันเตอร์ครับ ผมขอเตือนเผื่อไว้หน่อยนะครับ ต่อหน้าหัวหน้ากิลด์ของพวกเรา อย่าพูดเรื่องจองฮาซองนะครับ”

“ครับ รับทราบ...”

ฉันพยักหน้ารับคำแนะนำของฮันเตอร์ญี่ปุ่น

และเหมือนกับสำนวนที่ว่า 'พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา' ทันใดนั้นหัวหน้ากิลด์อิมาบาริก็เดินเข้ามาในห้อง

“ขอโทษที่มาช้าครับ ผมไปตามสมาชิกที่เหลือมาแล้ว”

ฮันเตอร์ญี่ปุ่นอีก 4 คนเดินตามอิโตะเข้ามาสมทบ

นี่คือสมาชิกทั้งหมดที่จะเข้าร่วมดราก้อนเรดในครั้งนี้

และเหตุผลที่เหล่าผู้พิชิตมารวมตัวกันพร้อมหน้าก็คือ...

“ขอบคุณที่มารวมตัวกันครับ งั้นรบกวนทุกคนเซ็นเอกสารฉบับนี้ตามที่ได้แจ้งไว้ล่วงหน้าด้วยครับ”

สัญญาอัศวิน ถูกยื่นมาตรงหน้า

ฉันตัดสินใจจะตกลงเรื่องของรางวัลให้ชัดเจนก่อนเข้าเกต

เพราะขืนช่วยไปจนเสร็จแล้วอีกฝ่ายมาเช็ดปากทำไม่รู้ไม่ชี้ทีหลัง มันจะลำบากเอาน่ะสิ

================

เนื้อหาสัญญา

1. เมื่อการพิชิตเสร็จสิ้น คิมกิรยอ

มีสิทธิ์เลือกรับไอเทมที่ดรอป

จากมอนสเตอร์ใน [เกตคาโกชิมะ] (ชื่อชั่วคราว)

จำนวน 1 ชิ้น ตามต้องการ

2. เพื่อความถูกต้องแม่นยำในการตรวจสอบไอเทมที่ดรอป

ผู้เข้าร่วมการพิชิตทุกคน

จะต้องเปิดเผยของรางวัลที่ตนได้รับ

ให้คิมกิรยอทราบ

(ภายใน 3 วันหลังบอสเสียชีวิต)

================

ขอรับไอเทมที่ออกมาจากดันเจี้ยน 1 ชิ้นงั้นหรือ

“ถ้าเกิดวันดีคืนดี หัวใจมังกร ดรอปขึ้นมา คงเจ็บใจน่าดูเลยน้า~”

“อาคาดะ แขกคนสำคัญอยู่นะ อย่าเสียมารยาท”

ใช่ ปกติใครๆ ก็คงคิดว่าฉันจะเอาหัวใจมังกรไป

แต่ไอเทมที่ฉันเล็งไว้ มันเป็นคนละเรื่องเลย

‘ปอด’

ชิ้นส่วนขยะที่ถูกมองข้ามเพราะไม่มีฟังก์ชันอะไรพิเศษ

สิ่งที่ฉันต้องการมีเพียงแค่นั้น

‘อุตส่าห์ฝ่าฟันความน่าจะเป็นอันน้อยนิด ถ้าได้มาแค่ลูกตาของมังกร ฉันคงอยากจะล้มโต๊ะระบายอารมณ์แน่’

ฉันแกล้งหันไปมองทางคังชางโฮแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองตรง

“ให้เปิดเผยไอเทมทั้งหมดที่ได้จากดันเจี้ยน...”

ฝั่งญี่ปุ่นเองคงไม่พอใจทุกข้อหรอก แต่คงปฏิเสธไม่ได้

================

3. หากคิมกิรยอไม่สามารถ

"ปิดผนึกพฤติกรรมโดยสมบูรณ์" ของบอสมอนสเตอร์ได้

สัญญาถือเป็นโมฆะ

3-1. เกณฑ์ของการปิดผนึกโดยสมบูรณ์มีดังนี้... (ละไว้)

================

เพราะทางนี้เองก็ระบุเงื่อนไขหากตัวเองล้มเหลวไว้อย่างชัดเจนเช่นกัน

“ปิดผนึกบอสโดยสมบูรณ์?”

“ระดับ S คนนั้นมีความสามารถสายไหนน่ะ?”

“ฉันจะไปรู้เรอะ”

ถ้าผู้ช่วยทำงานไม่คุ้มค่าจ้าง สัญญาเป็นโมฆะ

ฉันมองว่าแค่ข้อนี้ข้อเดียว ก็เพียงพอที่จะให้ความเชื่อมั่นกับพวกเขาได้แล้ว

“ผมคิดว่าเป็นเงื่อนไขที่สมเหตุสมผลครับ”

“ผมด้วย”

“ถ้าคิดว่าเป็นการยืมมือระดับ S มาช่วย มันถูกซะยิ่งกว่าถูกอีกนะ ไม่ต้องเสียเงินสักแดงด้วยซ้ำ”

เหล่าฮันเตอร์ญี่ปุ่นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มทยอยเซ็นชื่อ

ถ้าเป็นเวลาปกติคงต้องคิดให้รอบคอบกว่านี้ แต่ตอนนี้เป็นสถานการณ์ที่ชี้ชะตาว่าญี่ปุ่นจะล่มสลายหรือไม่

“ไม่ได้ออกไปสู้แนวหน้าแท้ๆ แค่ซัพพอร์ตอยู่ข้างหลังก็จะขอทิปงั้นเหรอ?”

แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าจะไม่มีเสียงบ่นเลย แต่มันก็เงียบไปเองโดยที่ฉันไม่ต้องทำอะไร

“เฮ้ย ลองคิดดูดิ ต่อให้ดันเจี้ยนนั้นจะเต็มไปด้วยมังกร แต่ดวงตามังกรหรือหัวใจมังกรมันไม่ใช่ของที่ดรอปง่ายๆ สักหน่อย”

“กะ... ก็จริง...”

“แถมสมมติว่าถ้ามันดรอปออกมาจริง แต่แลกกับการทำให้บอสระดับ S ขยับตัวไม่ได้ ราคานี้ก็สมควรจ่ายแล้ว ครั้งฮาวายตัวปัญหาก็คือเจ้านูเคลลาวีไม่ใช่รึไง”

มาถึงตรงนี้ ต่อให้เป็นฮันเตอร์ที่หน้ามืดตามัวเพราะความโลภ ก็คงคำนวณได้แล้วว่าอะไรคือกำไร

“เอาล่ะ เรียบร้อยครับ”

ครู่ต่อมา

ฉันก้มมองสัญญาอัศวินที่มีลายเซ็นของผู้พิชิตครบทุกคนอย่างพึงพอใจ

ในเมื่อของรางวัลถูกจองไว้แล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่คิดหาวิธีล่ามังกรจริงๆ สักที

“สัญญาจบแล้ว ถ้าอย่างนั้นเชิญทานอาหารก่อน แล้วค่อยฟังแผนการพิชิตของพวกเราได้ไหมครับ?”

ฉันตอบรับคำเชิญของอิโตะที่เอ่ยต่อทันที

---

“แรงค์เกอร์เกาหลีนี่หยิ่งชะมัด”

ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ท่ามกลางเสียงจอแจพอประมาณ มีเสียงภาษาญี่ปุ่นดังแว่วมาเบาๆ จากมุมหนึ่งที่ห่างไกลจากโต๊ะของกิรยอ

“ตั้งแต่โผล่มาที่สนามบินจนถึงตอนนี้ สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยสักนิด”

“งั้นเหรอ?”

“จะเข้าเกตระดับ S แท้ๆ ผู้ชายพวกนั้นไม่กลัวกันเลยหรือไง?”

สีหน้าของคนญี่ปุ่นคนนั้นดูเรียบเฉย แต่น้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยความคมกริบ

ไม่ได้ตั้งใจจะเจ้าถิ่นข่มแขกหรอกนะ แต่ตัวเองกลัวแทบบ้า แต่อีกฝ่ายกลับทำตัวชิลๆ จนน่าหงุดหงิด

“อืมม”

ฮันเตอร์ระดับ S อิโอริ ได้ยินดังนั้นจึงหันไปมองด้านหลัง

เหล่าแรงค์เกอร์เกาหลียังคงทานอาหารด้วยท่าทีสงบนิ่ง

จริงอยู่ที่ดูผ่อนคลายเกินไปสำหรับคนที่กำลังจะเดินเข้าสู่แดนมรณะ...

“อาจจะเพราะพวกเขาไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้โดยตรงหรือเปล่า?”

“นั่นแหละที่ฉันอยากจะพูด!”

ตึก!

สมาชิกกิลด์อิมาบาริวางชามข้าวลงอย่างฉุนเฉียว

“จะช่วยทั้งทีก็ช่วยให้มันเต็มที่สิ ทำไมรับแค่หน้าที่ซัพพอร์ต? แถมพวกที่ไม่ใช่มอนสเตอร์ระดับหัวหน้า ให้พวกเราจัดการกันเองงั้นเหรอ?”

“เบาๆ หน่อย เดี๋ยวเสียงก็เข้าเครื่องแปลภาษาหรอก”

“ตอนแรกได้ยินว่าระดับ S จากต่างประเทศจะมาช่วยก็ดีใจอยู่หรอก แต่แบบนี้มันแค่มาเอาหน้าชัดๆ น่ารังเกียจชะมัด!”

ฮันเตอร์ระดับ A คนนั้นหายใจฟึดฟัดก่อนจะเสริมอีกสองสามคำ

“ถ้าจองฮาซองมาคงดีกว่านี้แท้ๆ”

ทว่า คำพูดนี้แม้แต่อิโอริฮันเตอร์ก็ยังไม่กล้าปฏิเสธเต็มปาก

“มันก็จริง...”

วงการฮันเตอร์ญี่ปุ่นมีบรรยากาศที่แตกต่างจากเกาหลีค่อนข้างมาก

ประการแรกคือ ฮันเตอร์ระดับ S ทั้ง 4 คนสังกัดอยู่ในกิลด์เดียวกันทั้งหมด

ความสามัคคีและการทำงานเป็นทีม

ระดับ S ที่นี่เลือกใช้วิธีสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันธาตุของกันและกัน และพยายามปรับจูนการทำงานร่วมกันอย่างสุดความสามารถ แม้ประสิทธิภาพจะลดลงไปบ้างก็ตาม

ดังนั้น กิลด์อิมาบาริจึงครอบครองอุปกรณ์ต้านทานไฟคุณภาพสูงจำนวนมาก

“เพราะพวกเราทนพลังของคุณอิโตะได้ ถ้าฮันเตอร์จองฮาซองมา ซินเนอร์ยี่คงออกมาดีกว่าแน่ๆ”

ถ้าพูดถึงเทคนิคการประสานงานระดับท็อป อิมาบาริของพวกเราน่าจะเป็นที่หนึ่งไม่ใช่เหรอ?

อิโอริคิดพลางเลียริมฝีปาก เขารู้สึกเสียดายนิดหน่อยที่ไม่ได้ลองประสานงานกับอันดับ 1 ของเกาหลี

“ว่าแต่คนเกาหลีพวกนั้นไม่ได้พกอุปกรณ์ต้านทานมาด้วยเหรอ?”

“บอกว่าทั้งคู่จะถอยไปอยู่แนวหลัง เลยไม่เป็นไรน่ะ”

“ให้ตายสิ น่ารำคาญจริงๆ พวกคนน่าสงสัย ขอให้รางวัลจากดันเจี้ยนออกมาเป็นพวกของเน่าๆ อย่างปอดเถอะ”

แต่ในเวลานี้ ไม่มีใครล่วงรู้เลย

ว่าฮันเตอร์ตาขาวสามด้านคนนั้น จะนำพายุลูกใหญ่ขนาดไหนมาสู่เรดในครั้งนี้

---

ครู่ต่อมา

“.......”

“.......”

ทีมล่ามังกรที่ประกอบด้วยฮันเตอร์ชั้นยอดของญี่ปุ่นและทีมเฉพาะกิจจากเกาหลี ได้ก้าวเท้าเข้าสู่เกตระดับ S

แต่เป้าหมายในครั้งนี้ไม่ใช่การเคลียร์เกต

พวกเขาเพียงแค่ต้องการจัดขบวนทัพและซ้อมมือก่อนเริ่มการล่าจริงเท่านั้น

“ฮะ?”

เหล่าฮันเตอร์ญี่ปุ่นตั้งใจจะโชว์สไตล์การล่าของตน พร้อมกับลองจัดการมังกรสักตัวที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวปากทางเข้าเป็นการซ้อมมือ

ตอนนั้นเอง ฮันเตอร์เฉพาะกิจจากเกาหลีก็เอ่ยขึ้น

ว่าอยากทดสอบเหมือนกันว่าสกิลของตัวเองจะใช้ได้ผลดีไหม

และผลลัพธ์ของสิ่งนั้น ก็คือภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้

-โฮกกกกกกกกกก!

ครืนนนน...

สัตว์ประหลาดขนาดมหึมาราวกับคลื่นยักษ์สีดำกำลังคำรามก้องอยู่ตรงหน้า

ทว่า ต่างจากภาพลักษณ์อันทรงพลังดั่งเทพเจ้าในตำนาน ร่างทั้งร่างของมันกลับถูกพันธนาการด้วยด้ายแสงหนาทึบจนดูน่าสมเพช

ฟู่วววววว

มังกรสูดลมหายใจเข้าจนปอดขยายใหญ่ ก่อนจะพ่นพิษร้ายแรงออกมาจากปาก

ไอปิศาจแห่งพิษร้ายที่พร้อมจะมอบความตายให้กับทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์ หรือพืชพรรณ

แต่ทว่า แม้แต่ลมหายใจมังกรที่อัดแน่นด้วยมานามหาศาล ก็ไม่อาจตัดขาดกลุ่มด้ายที่มัดตนเองไว้ได้

ตรงกันข้าม เจ้าสัตว์เลื้อยคลานกลับต้องแลกมาด้วยร่างที่ถูกรัดจนฉีกขาด เลือดสีแดงฉานพุ่งกระฉูดออกมาจากการดิ้นรนนั้น

-ก๊าซ! ครืดดดดด...

เป็นวาระสุดท้ายที่น่าสยดสยองอย่างแท้จริง

เหล่านักล่าที่มารวมตัวกันในเกต ต่างพากันเงียบกริบเมื่อเห็นสัตว์เลื้อยคลานตาดำเหลือกหงายตายเพราะเสียเลือดมาก

“ใช้ได้ผลดีนะครับ”

คนที่ทำลายความเงียบนี้คือชายหนุ่มผมทอง

‘แค่ซ้อมแป๊บเดียว พลังงานของแกนไปหมดเกลี้ยงเลยแฮะ 1 ลูก’

อ๊าก!

[แกนพลังงานจลน์นิรันดร์] เดิมทีไม่ใช่ของที่เหมาะจะเอามาใช้ล่าสัตว์

ถ้ามานาโพชั่นคือแฮมเบอร์เกอร์ แกนพลังงานก็คือน้ำมันเบนซิน

มันเป็นวัสดุที่สามารถจ่ายพลังงานได้อย่างจำกัด ให้กับวงเวทเฉพาะที่มีขอบเขตคงที่เท่านั้น ไม่ใช่สำหรับมนุษย์

‘ถ้าใช้แหล่งพลังงานนี้ยิงไฟบอลได้ ป่านนี้ฉันคงเป็นจองฮาซองไปแล้ว’

แต่เมื่อฝึกฝนสิ่งใดจนถึงจุดสูงสุด ย่อมมองเห็นหนทาง

ข้อเสียเรื่องการเคลื่อนย้ายไม่ได้ของแกนพลังงาน กลายเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วต่อหน้าฝีมือของจอมมหาเวท

เขาสร้างเวทมนตร์ที่กดข่มแม้กระทั่งมังกรขึ้นมา โดยใช้แหล่งพลังงานนี้

“สะ... สกิลนี้... หรือว่าจะเป็น [ไบนด์ดิ้ง] เหรอครับ?”

สิ่งที่เขาแสดงให้เห็นคือวิชาพันธนาการขั้นต่ำ

ที่นี่เรียกสกิลนี้ว่าไบนด์ดิ้ง

‘ที่โลกบอกว่ายิ่งมานาของเจ้าตัวสูง พลังการยึดจับก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น ระดับ S ทำได้ขนาดนี้คงไม่แปลกใช่ไหมนะ?’

ต่างจากผู้ตื่นรู้ที่นี่ เขาคือจอมเวทของจริงที่สามารถกำหนดความรุนแรงของสกิลพันธนาการที่จะร่ายได้

แต่กิรยอเพียงพยักหน้าและสงวนคำพูดเอาไว้

พวกนั้นต้องใช้ร่างกายตัวเองเป็นตัวจุดชนวนพลัง แต่ทางนี้สามารถผลักภาระไปให้แกนพลังงานได้ ขืนเรื่องนี้แดงขึ้นมา คงไม่จบแค่โดนอิจฉาตาร้อนแน่

“อืม”

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่วิธีที่จะเอามาใช้พร่ำเพรื่อด้วยเหตุผลอื่น

แค่การสาธิตเมื่อครู่ก็ผลาญแกนที่มีอยู่ไป 1 ลูก เท่ากับว่าการคงสภาพเวทมนตร์ไว้ 1 วินาที ต้องเสียเงินไปหลายล้านวอนเลยทีเดียว

“เอาเป็นว่าผมแสดงพลังให้เห็นแล้ว ส่วนที่เหลือก็ฝากด้วยนะครับ ถ้าคุ้มกันผมไปจนสุดดันเจี้ยนได้ ผมจะมัดบอสด้วยวิธีเดียวกัน ตอนนั้นจะมัดปากให้แน่นเลยครับ รับรองว่าทำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ”

ยังไงซะก็เป็นความสิ้นเปลืองขั้นสุด จะเรียกว่า [ไบนด์ดิ้ง] หรือ [พลังเงินฟาดหัว] ก็คงไม่ต่างกันสินะ...

กิรยอเก็บความคิดเงียบๆ

แต่ทว่า แปลกที่ไม่มีเสียงตอบรับจากอีกฝั่ง

“นั่นคือไบนด์ดิ้งงั้นเหรอ?”

“บ้าน่า...”

“ฮันเตอร์แบบนั้นทำไมถึงเป็นแค่อันดับ 9 ของเกาหลี?”

ฮือฮา ฮือฮา

จู่ๆ ฮันเตอร์ญี่ปุ่นก็หันไปกระซิบกระซาบกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“คุณอิโตะ จริงสิครับ ผมได้ยินมาจากไหนสักแห่ง ว่าคนคนนั้นไม่มีกิลด์สังกัด เป็นเรื่องจริงเหรอครับ?”

และด้วยประโยคเดียวจากใครบางคนในกลุ่ม บรรยากาศรอบข้างก็เริ่มปั่นป่วนทันที

“ไม่มีกิลด์เหรอ?”

“ไม่มีสังกัด?”

“ใช่ เท่าที่ฉันตรวจสอบมา ทางนั้นเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัวเลย”

“หา?”

“ว่าไงนะ?”

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

140

20px

“ดีใจจริงๆ ครับที่ได้ร่วมมือกับทางเกาหลีแบบนี้”

“ขอบคุณที่ให้การต้อนรับเช่นกันครับ”

พอฉันรับคำทักทายอย่างเป็นกันเอง อิโตะก็ยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจและดำเนินการต้อนรับอย่างอบอุ่นต่อไป

เดินทางมาเหนื่อยไหมครับ?

สนามบินญี่ปุ่นเป็นอย่างไรบ้าง?

หลังจากถามไถ่ตามมารยาทอยู่ครู่หนึ่ง อิโตะก็นำทางพวกเราอย่างสุภาพ

จุดหมายปลายทางของเราคือที่พักแห่งหนึ่งในจังหวัดคาโกชิมะ

มันคือโรงแรมโรยัลเก่าแก่ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ชายฝั่งทะเลได้ในคราเดียว

---

ตึง!

ฉันกับคังชางโฮได้เผชิญหน้ากับฮันเตอร์ระดับ S ที่เหลือของญี่ปุ่น ณ โรงแรมที่เราเพิ่งมาถึง

แต่ทว่า... ตั้งแต่พบกันครั้งแรก ดูเหมือนจะมีอะไรผิดคิวไปหน่อย

นั่นก็เพราะคังชางโฮที่มีส่วนสูงปาเข้าไป 190 เซนติเมตร ดันเดินเอาหัวไปโขกกับวงกบประตูห้องเข้าอย่างจังตอนเดินเข้ามา

ฮันเตอร์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับชะงักคำทักทาย แล้วร้องทักด้วยความตกใจ

“สะ... สะ... สวัสดี... ว่าแต่เจ็บไหมครับนั่น!”

เอาจริงๆ นะ ระดับ S หัวโขกกับคอนกรีต ปกติแล้วฝ่ายหลังต่างหากที่น่าเป็นห่วงว่าจะแตก ฉะนั้นคงไม่ต้องกังวลอะไรหรอก

“สวัสดีครับ ผมคิมกิรยอ”

ฉันเหลือบดูว่าวงกบประตูยังอยู่ดีมีสุข แล้วจึงยื่นมือไปเชกแฮนด์กับคนที่อยู่ตรงหน้า

ขอบอกไว้ก่อนว่า ฮันเตอร์ในห้องนี้ล้วนแต่เป็นพวกที่มีค่าการตื่นรู้ระดับปีศาจกันทั้งนั้น

ไล่จากขวาไปก็ ระดับ S, ระดับ S, ระดับ A, ระดับ S...

ทีม 10 คนที่ประกอบด้วยระดับ A ขึ้นไป นี่สินะทีมนักล่ามังกรที่ทางญี่ปุ่นเตรียมเอาไว้

‘พวกระดับ A ส่วนใหญ่เป็นสายซัพพอร์ตอย่างบัฟเฟอร์หรือฮีลเลอร์สินะ’

ฉันกวาดตามองฮันเตอร์รอบๆ อย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเสียงใสๆ ก็ดังมาจากฝั่งตรงข้าม

“ยังไงก็เถอะครับ ผมประทับใจจริงๆ ที่คนทางฝั่งเกาหลีมาร่วมด้วย ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือในเรดครั้งนี้นะครับ”

“ไม่เป็นไรครับ”

“สมกับเป็นประเทศของจองฮาซองจริงๆ ฮันเตอร์เกาหลีนี่เปี่ยมไปด้วยความยุติธรรมนะครับเนี่ย!”

อ้อ จริงสิ

พูดยังงี้แล้วนึกขึ้นได้ เรื่องนี้ฉันเพิ่งรู้ตอนเข้าประเทศมานี่แหละ ว่าจองฮาซองค่อนข้างโด่งดังในญี่ปุ่นพอตัวเลย

“ผมเป็นแฟนคลับของคุณจองฮาซองน่ะครับ~”

“งั้นเหรอครับ? ถ้าอย่างนั้นคงผิดหวังแย่ที่คนอย่างผมมาแทน ไม่ใช่ฮาซอง”

“เฮ้ย! ไม่ครับ ไม่ใช่ๆ ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”

ฮันเตอร์ที่แนะนำตัวว่าชื่อ อิโอริ เบิกตากว้างพร้อมกับรีบแก้ตัวพัลวัน

“แถมถ้าคิดดูดีๆ การที่คุณฮาซองไม่มาถือเป็นเรื่องโชคดีซะอีก! ขืนมามีหวังวุ่นวายตายชัก”

และการที่เขาแสดงปฏิกิริยาเชิงลบแบบนี้ มันมีเหตุผลอยู่ข้อหนึ่ง

บังเอิญว่า อันดับ 1 ของฮันเตอร์ในญี่ปุ่น ดันเป็นผู้ตื่นรู้ธาตุไฟเหมือนกับพวกเราเปี๊ยบน่ะสิ

‘ดาวดวงนี้ธาตุไฟมันโหลจะตาย ตามหลักความน่าจะเป็นแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอก’

อย่างที่รู้กัน จองฮาซองเป็นผู้ใช้เวทไฟที่มีพรสวรรค์มาตั้งแต่เกิด แถมยังมีปริมาณมานามากกว่าระดับ S ทั่วไปถึง 1.5 เท่า

หนำซ้ำไม่ใช่แค่พลังเวทแรงอย่างเดียว

สมัยก่อนหมอนั่นบ้าคลั่งการเคลียร์เกตจนได้รับฉายาว่า 'เครื่องจักรลงดันเจี้ยน' สร้างผลงานระดับที่ไม่น่าใช่ฝีมือมนุษย์เอาไว้เพียบ

‘คนที่มารับเราที่สนามบิน คนนั้นก็เป็นผู้ใช้เวทไฟของญี่ปุ่นใช่ไหมนะ?’

ด้วยเหตุนี้ ฮันเตอร์บางคนเลยต้องตกอยู่ในสถานะที่ถูกเอาไปเปรียบเทียบกับจองฮาซองอยู่ตลอด

เพราะดันมีตัวตนที่แข็งแกร่งอย่างท่วมท้นค้ำคออยู่ ที่ 2 ผู้โชคร้ายเลยต้องเจอกับความทุกข์ใจที่ไม่อยากจะเจอ

“คุณคิมฮันเตอร์ครับ ผมขอเตือนเผื่อไว้หน่อยนะครับ ต่อหน้าหัวหน้ากิลด์ของพวกเรา อย่าพูดเรื่องจองฮาซองนะครับ”

“ครับ รับทราบ...”

ฉันพยักหน้ารับคำแนะนำของฮันเตอร์ญี่ปุ่น

และเหมือนกับสำนวนที่ว่า 'พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา' ทันใดนั้นหัวหน้ากิลด์อิมาบาริก็เดินเข้ามาในห้อง

“ขอโทษที่มาช้าครับ ผมไปตามสมาชิกที่เหลือมาแล้ว”

ฮันเตอร์ญี่ปุ่นอีก 4 คนเดินตามอิโตะเข้ามาสมทบ

นี่คือสมาชิกทั้งหมดที่จะเข้าร่วมดราก้อนเรดในครั้งนี้

และเหตุผลที่เหล่าผู้พิชิตมารวมตัวกันพร้อมหน้าก็คือ...

“ขอบคุณที่มารวมตัวกันครับ งั้นรบกวนทุกคนเซ็นเอกสารฉบับนี้ตามที่ได้แจ้งไว้ล่วงหน้าด้วยครับ”

สัญญาอัศวิน ถูกยื่นมาตรงหน้า

ฉันตัดสินใจจะตกลงเรื่องของรางวัลให้ชัดเจนก่อนเข้าเกต

เพราะขืนช่วยไปจนเสร็จแล้วอีกฝ่ายมาเช็ดปากทำไม่รู้ไม่ชี้ทีหลัง มันจะลำบากเอาน่ะสิ

================

เนื้อหาสัญญา

1. เมื่อการพิชิตเสร็จสิ้น คิมกิรยอ

มีสิทธิ์เลือกรับไอเทมที่ดรอป

จากมอนสเตอร์ใน [เกตคาโกชิมะ] (ชื่อชั่วคราว)

จำนวน 1 ชิ้น ตามต้องการ

2. เพื่อความถูกต้องแม่นยำในการตรวจสอบไอเทมที่ดรอป

ผู้เข้าร่วมการพิชิตทุกคน

จะต้องเปิดเผยของรางวัลที่ตนได้รับ

ให้คิมกิรยอทราบ

(ภายใน 3 วันหลังบอสเสียชีวิต)

================

ขอรับไอเทมที่ออกมาจากดันเจี้ยน 1 ชิ้นงั้นหรือ

“ถ้าเกิดวันดีคืนดี หัวใจมังกร ดรอปขึ้นมา คงเจ็บใจน่าดูเลยน้า~”

“อาคาดะ แขกคนสำคัญอยู่นะ อย่าเสียมารยาท”

ใช่ ปกติใครๆ ก็คงคิดว่าฉันจะเอาหัวใจมังกรไป

แต่ไอเทมที่ฉันเล็งไว้ มันเป็นคนละเรื่องเลย

‘ปอด’

ชิ้นส่วนขยะที่ถูกมองข้ามเพราะไม่มีฟังก์ชันอะไรพิเศษ

สิ่งที่ฉันต้องการมีเพียงแค่นั้น

‘อุตส่าห์ฝ่าฟันความน่าจะเป็นอันน้อยนิด ถ้าได้มาแค่ลูกตาของมังกร ฉันคงอยากจะล้มโต๊ะระบายอารมณ์แน่’

ฉันแกล้งหันไปมองทางคังชางโฮแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองตรง

“ให้เปิดเผยไอเทมทั้งหมดที่ได้จากดันเจี้ยน...”

ฝั่งญี่ปุ่นเองคงไม่พอใจทุกข้อหรอก แต่คงปฏิเสธไม่ได้

================

3. หากคิมกิรยอไม่สามารถ

"ปิดผนึกพฤติกรรมโดยสมบูรณ์" ของบอสมอนสเตอร์ได้

สัญญาถือเป็นโมฆะ

3-1. เกณฑ์ของการปิดผนึกโดยสมบูรณ์มีดังนี้... (ละไว้)

================

เพราะทางนี้เองก็ระบุเงื่อนไขหากตัวเองล้มเหลวไว้อย่างชัดเจนเช่นกัน

“ปิดผนึกบอสโดยสมบูรณ์?”

“ระดับ S คนนั้นมีความสามารถสายไหนน่ะ?”

“ฉันจะไปรู้เรอะ”

ถ้าผู้ช่วยทำงานไม่คุ้มค่าจ้าง สัญญาเป็นโมฆะ

ฉันมองว่าแค่ข้อนี้ข้อเดียว ก็เพียงพอที่จะให้ความเชื่อมั่นกับพวกเขาได้แล้ว

“ผมคิดว่าเป็นเงื่อนไขที่สมเหตุสมผลครับ”

“ผมด้วย”

“ถ้าคิดว่าเป็นการยืมมือระดับ S มาช่วย มันถูกซะยิ่งกว่าถูกอีกนะ ไม่ต้องเสียเงินสักแดงด้วยซ้ำ”

เหล่าฮันเตอร์ญี่ปุ่นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มทยอยเซ็นชื่อ

ถ้าเป็นเวลาปกติคงต้องคิดให้รอบคอบกว่านี้ แต่ตอนนี้เป็นสถานการณ์ที่ชี้ชะตาว่าญี่ปุ่นจะล่มสลายหรือไม่

“ไม่ได้ออกไปสู้แนวหน้าแท้ๆ แค่ซัพพอร์ตอยู่ข้างหลังก็จะขอทิปงั้นเหรอ?”

แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าจะไม่มีเสียงบ่นเลย แต่มันก็เงียบไปเองโดยที่ฉันไม่ต้องทำอะไร

“เฮ้ย ลองคิดดูดิ ต่อให้ดันเจี้ยนนั้นจะเต็มไปด้วยมังกร แต่ดวงตามังกรหรือหัวใจมังกรมันไม่ใช่ของที่ดรอปง่ายๆ สักหน่อย”

“กะ... ก็จริง...”

“แถมสมมติว่าถ้ามันดรอปออกมาจริง แต่แลกกับการทำให้บอสระดับ S ขยับตัวไม่ได้ ราคานี้ก็สมควรจ่ายแล้ว ครั้งฮาวายตัวปัญหาก็คือเจ้านูเคลลาวีไม่ใช่รึไง”

มาถึงตรงนี้ ต่อให้เป็นฮันเตอร์ที่หน้ามืดตามัวเพราะความโลภ ก็คงคำนวณได้แล้วว่าอะไรคือกำไร

“เอาล่ะ เรียบร้อยครับ”

ครู่ต่อมา

ฉันก้มมองสัญญาอัศวินที่มีลายเซ็นของผู้พิชิตครบทุกคนอย่างพึงพอใจ

ในเมื่อของรางวัลถูกจองไว้แล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่คิดหาวิธีล่ามังกรจริงๆ สักที

“สัญญาจบแล้ว ถ้าอย่างนั้นเชิญทานอาหารก่อน แล้วค่อยฟังแผนการพิชิตของพวกเราได้ไหมครับ?”

ฉันตอบรับคำเชิญของอิโตะที่เอ่ยต่อทันที

---

“แรงค์เกอร์เกาหลีนี่หยิ่งชะมัด”

ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ท่ามกลางเสียงจอแจพอประมาณ มีเสียงภาษาญี่ปุ่นดังแว่วมาเบาๆ จากมุมหนึ่งที่ห่างไกลจากโต๊ะของกิรยอ

“ตั้งแต่โผล่มาที่สนามบินจนถึงตอนนี้ สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยสักนิด”

“งั้นเหรอ?”

“จะเข้าเกตระดับ S แท้ๆ ผู้ชายพวกนั้นไม่กลัวกันเลยหรือไง?”

สีหน้าของคนญี่ปุ่นคนนั้นดูเรียบเฉย แต่น้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยความคมกริบ

ไม่ได้ตั้งใจจะเจ้าถิ่นข่มแขกหรอกนะ แต่ตัวเองกลัวแทบบ้า แต่อีกฝ่ายกลับทำตัวชิลๆ จนน่าหงุดหงิด

“อืมม”

ฮันเตอร์ระดับ S อิโอริ ได้ยินดังนั้นจึงหันไปมองด้านหลัง

เหล่าแรงค์เกอร์เกาหลียังคงทานอาหารด้วยท่าทีสงบนิ่ง

จริงอยู่ที่ดูผ่อนคลายเกินไปสำหรับคนที่กำลังจะเดินเข้าสู่แดนมรณะ...

“อาจจะเพราะพวกเขาไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้โดยตรงหรือเปล่า?”

“นั่นแหละที่ฉันอยากจะพูด!”

ตึก!

สมาชิกกิลด์อิมาบาริวางชามข้าวลงอย่างฉุนเฉียว

“จะช่วยทั้งทีก็ช่วยให้มันเต็มที่สิ ทำไมรับแค่หน้าที่ซัพพอร์ต? แถมพวกที่ไม่ใช่มอนสเตอร์ระดับหัวหน้า ให้พวกเราจัดการกันเองงั้นเหรอ?”

“เบาๆ หน่อย เดี๋ยวเสียงก็เข้าเครื่องแปลภาษาหรอก”

“ตอนแรกได้ยินว่าระดับ S จากต่างประเทศจะมาช่วยก็ดีใจอยู่หรอก แต่แบบนี้มันแค่มาเอาหน้าชัดๆ น่ารังเกียจชะมัด!”

ฮันเตอร์ระดับ A คนนั้นหายใจฟึดฟัดก่อนจะเสริมอีกสองสามคำ

“ถ้าจองฮาซองมาคงดีกว่านี้แท้ๆ”

ทว่า คำพูดนี้แม้แต่อิโอริฮันเตอร์ก็ยังไม่กล้าปฏิเสธเต็มปาก

“มันก็จริง...”

วงการฮันเตอร์ญี่ปุ่นมีบรรยากาศที่แตกต่างจากเกาหลีค่อนข้างมาก

ประการแรกคือ ฮันเตอร์ระดับ S ทั้ง 4 คนสังกัดอยู่ในกิลด์เดียวกันทั้งหมด

ความสามัคคีและการทำงานเป็นทีม

ระดับ S ที่นี่เลือกใช้วิธีสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันธาตุของกันและกัน และพยายามปรับจูนการทำงานร่วมกันอย่างสุดความสามารถ แม้ประสิทธิภาพจะลดลงไปบ้างก็ตาม

ดังนั้น กิลด์อิมาบาริจึงครอบครองอุปกรณ์ต้านทานไฟคุณภาพสูงจำนวนมาก

“เพราะพวกเราทนพลังของคุณอิโตะได้ ถ้าฮันเตอร์จองฮาซองมา ซินเนอร์ยี่คงออกมาดีกว่าแน่ๆ”

ถ้าพูดถึงเทคนิคการประสานงานระดับท็อป อิมาบาริของพวกเราน่าจะเป็นที่หนึ่งไม่ใช่เหรอ?

อิโอริคิดพลางเลียริมฝีปาก เขารู้สึกเสียดายนิดหน่อยที่ไม่ได้ลองประสานงานกับอันดับ 1 ของเกาหลี

“ว่าแต่คนเกาหลีพวกนั้นไม่ได้พกอุปกรณ์ต้านทานมาด้วยเหรอ?”

“บอกว่าทั้งคู่จะถอยไปอยู่แนวหลัง เลยไม่เป็นไรน่ะ”

“ให้ตายสิ น่ารำคาญจริงๆ พวกคนน่าสงสัย ขอให้รางวัลจากดันเจี้ยนออกมาเป็นพวกของเน่าๆ อย่างปอดเถอะ”

แต่ในเวลานี้ ไม่มีใครล่วงรู้เลย

ว่าฮันเตอร์ตาขาวสามด้านคนนั้น จะนำพายุลูกใหญ่ขนาดไหนมาสู่เรดในครั้งนี้

---

ครู่ต่อมา

“.......”

“.......”

ทีมล่ามังกรที่ประกอบด้วยฮันเตอร์ชั้นยอดของญี่ปุ่นและทีมเฉพาะกิจจากเกาหลี ได้ก้าวเท้าเข้าสู่เกตระดับ S

แต่เป้าหมายในครั้งนี้ไม่ใช่การเคลียร์เกต

พวกเขาเพียงแค่ต้องการจัดขบวนทัพและซ้อมมือก่อนเริ่มการล่าจริงเท่านั้น

“ฮะ?”

เหล่าฮันเตอร์ญี่ปุ่นตั้งใจจะโชว์สไตล์การล่าของตน พร้อมกับลองจัดการมังกรสักตัวที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวปากทางเข้าเป็นการซ้อมมือ

ตอนนั้นเอง ฮันเตอร์เฉพาะกิจจากเกาหลีก็เอ่ยขึ้น

ว่าอยากทดสอบเหมือนกันว่าสกิลของตัวเองจะใช้ได้ผลดีไหม

และผลลัพธ์ของสิ่งนั้น ก็คือภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้

-โฮกกกกกกกกกก!

ครืนนนน...

สัตว์ประหลาดขนาดมหึมาราวกับคลื่นยักษ์สีดำกำลังคำรามก้องอยู่ตรงหน้า

ทว่า ต่างจากภาพลักษณ์อันทรงพลังดั่งเทพเจ้าในตำนาน ร่างทั้งร่างของมันกลับถูกพันธนาการด้วยด้ายแสงหนาทึบจนดูน่าสมเพช

ฟู่วววววว

มังกรสูดลมหายใจเข้าจนปอดขยายใหญ่ ก่อนจะพ่นพิษร้ายแรงออกมาจากปาก

ไอปิศาจแห่งพิษร้ายที่พร้อมจะมอบความตายให้กับทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์ หรือพืชพรรณ

แต่ทว่า แม้แต่ลมหายใจมังกรที่อัดแน่นด้วยมานามหาศาล ก็ไม่อาจตัดขาดกลุ่มด้ายที่มัดตนเองไว้ได้

ตรงกันข้าม เจ้าสัตว์เลื้อยคลานกลับต้องแลกมาด้วยร่างที่ถูกรัดจนฉีกขาด เลือดสีแดงฉานพุ่งกระฉูดออกมาจากการดิ้นรนนั้น

-ก๊าซ! ครืดดดดด...

เป็นวาระสุดท้ายที่น่าสยดสยองอย่างแท้จริง

เหล่านักล่าที่มารวมตัวกันในเกต ต่างพากันเงียบกริบเมื่อเห็นสัตว์เลื้อยคลานตาดำเหลือกหงายตายเพราะเสียเลือดมาก

“ใช้ได้ผลดีนะครับ”

คนที่ทำลายความเงียบนี้คือชายหนุ่มผมทอง

‘แค่ซ้อมแป๊บเดียว พลังงานของแกนไปหมดเกลี้ยงเลยแฮะ 1 ลูก’

อ๊าก!

[แกนพลังงานจลน์นิรันดร์] เดิมทีไม่ใช่ของที่เหมาะจะเอามาใช้ล่าสัตว์

ถ้ามานาโพชั่นคือแฮมเบอร์เกอร์ แกนพลังงานก็คือน้ำมันเบนซิน

มันเป็นวัสดุที่สามารถจ่ายพลังงานได้อย่างจำกัด ให้กับวงเวทเฉพาะที่มีขอบเขตคงที่เท่านั้น ไม่ใช่สำหรับมนุษย์

‘ถ้าใช้แหล่งพลังงานนี้ยิงไฟบอลได้ ป่านนี้ฉันคงเป็นจองฮาซองไปแล้ว’

แต่เมื่อฝึกฝนสิ่งใดจนถึงจุดสูงสุด ย่อมมองเห็นหนทาง

ข้อเสียเรื่องการเคลื่อนย้ายไม่ได้ของแกนพลังงาน กลายเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วต่อหน้าฝีมือของจอมมหาเวท

เขาสร้างเวทมนตร์ที่กดข่มแม้กระทั่งมังกรขึ้นมา โดยใช้แหล่งพลังงานนี้

“สะ... สกิลนี้... หรือว่าจะเป็น [ไบนด์ดิ้ง] เหรอครับ?”

สิ่งที่เขาแสดงให้เห็นคือวิชาพันธนาการขั้นต่ำ

ที่นี่เรียกสกิลนี้ว่าไบนด์ดิ้ง

‘ที่โลกบอกว่ายิ่งมานาของเจ้าตัวสูง พลังการยึดจับก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น ระดับ S ทำได้ขนาดนี้คงไม่แปลกใช่ไหมนะ?’

ต่างจากผู้ตื่นรู้ที่นี่ เขาคือจอมเวทของจริงที่สามารถกำหนดความรุนแรงของสกิลพันธนาการที่จะร่ายได้

แต่กิรยอเพียงพยักหน้าและสงวนคำพูดเอาไว้

พวกนั้นต้องใช้ร่างกายตัวเองเป็นตัวจุดชนวนพลัง แต่ทางนี้สามารถผลักภาระไปให้แกนพลังงานได้ ขืนเรื่องนี้แดงขึ้นมา คงไม่จบแค่โดนอิจฉาตาร้อนแน่

“อืม”

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่วิธีที่จะเอามาใช้พร่ำเพรื่อด้วยเหตุผลอื่น

แค่การสาธิตเมื่อครู่ก็ผลาญแกนที่มีอยู่ไป 1 ลูก เท่ากับว่าการคงสภาพเวทมนตร์ไว้ 1 วินาที ต้องเสียเงินไปหลายล้านวอนเลยทีเดียว

“เอาเป็นว่าผมแสดงพลังให้เห็นแล้ว ส่วนที่เหลือก็ฝากด้วยนะครับ ถ้าคุ้มกันผมไปจนสุดดันเจี้ยนได้ ผมจะมัดบอสด้วยวิธีเดียวกัน ตอนนั้นจะมัดปากให้แน่นเลยครับ รับรองว่าทำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ”

ยังไงซะก็เป็นความสิ้นเปลืองขั้นสุด จะเรียกว่า [ไบนด์ดิ้ง] หรือ [พลังเงินฟาดหัว] ก็คงไม่ต่างกันสินะ...

กิรยอเก็บความคิดเงียบๆ

แต่ทว่า แปลกที่ไม่มีเสียงตอบรับจากอีกฝั่ง

“นั่นคือไบนด์ดิ้งงั้นเหรอ?”

“บ้าน่า...”

“ฮันเตอร์แบบนั้นทำไมถึงเป็นแค่อันดับ 9 ของเกาหลี?”

ฮือฮา ฮือฮา

จู่ๆ ฮันเตอร์ญี่ปุ่นก็หันไปกระซิบกระซาบกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“คุณอิโตะ จริงสิครับ ผมได้ยินมาจากไหนสักแห่ง ว่าคนคนนั้นไม่มีกิลด์สังกัด เป็นเรื่องจริงเหรอครับ?”

และด้วยประโยคเดียวจากใครบางคนในกลุ่ม บรรยากาศรอบข้างก็เริ่มปั่นป่วนทันที

“ไม่มีกิลด์เหรอ?”

“ไม่มีสังกัด?”

“ใช่ เท่าที่ฉันตรวจสอบมา ทางนั้นเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัวเลย”

“หา?”

“ว่าไงนะ?”