ผู้ตื่นรู้ที่มาร่วมพิชิตเกตระดับ S ที่ได้ชื่อว่าเป็นภัยพิบัติเลวร้ายที่สุดโดยไม่ลังเล
แถมผู้ชายคนนั้นดันเป็นฮันเตอร์อิสระเนี่ยนะ?
‘หรือว่ากิลด์ในเกาหลีดูแลเขาไม่ดีพอหรือเปล่า?’
‘แต่ทำไมเขาถึงไม่ตั้งกิลด์ของตัวเองล่ะ?’
‘อย่าบอกนะว่าเขามีความไม่พอใจต่อประเทศตัวเอง?’
‘ใช่แล้ว การที่เขายอมเสี่ยงชีวิตมาช่วยเคลียร์เกตระดับ S ที่ไม่ต่างอะไรกับแดนประหารแบบนี้ แสดงว่าเขาต้องมีความสนใจในประเทศของเราแน่!’
ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่ชั่วพริบตา
เหล่าฮันเตอร์ญี่ปุ่นต่างมีความคิดเห็นตรงกันโดยมิได้นัดหมาย
‘ทันทีที่การพิชิตจบลง เราจะรั้งตัวเขาไว้!’
‘รีบติดต่อไปยังรัฐบาลเพื่อเตรียมเรื่องสิทธิ์พำนักถาวรเดี๋ยวนี้’
‘คนเกาหลีชอบอะไรนะ...!’
แววตาของพวกเขาราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องมองเหยื่ออันโอชะ
---
1 ชั่วโมงต่อมา
พวกเราเริ่มบุกตะลุยดันเจี้ยนโดยไม่รอช้า
เพราะยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ จำนวนสัตว์อสูรในนี้ก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
‘วงการฮันเตอร์ญี่ปุ่นใช้คำว่า เรด (Raid) กันจนเป็นเรื่องปกติเลยสินะ’
ตูม! พรึ่บ!
ทันใดนั้น เปลวเพลิงที่ โมริทาเกะ อิโตะ สร้างขึ้นก็โหมกระหน่ำเข้าใส่ศัตรู
พลังทำลายล้างที่รุนแรงถึงขนาดทำให้บ่อพิษในดันเจี้ยนเดือดพล่านระเหยไปในพริบตา เหล่าฮันเตอร์ญี่ปุ่นไม่หยุดเพียงแค่นั้น พวกเขาระดมยิงสกิลใส่มังกรอย่างไม่ขาดสาย
สายฟ้าที่ฟาดผ่าลงมา สายลมแรงดันสูงที่เฉือนศัตรูคว้านลึกไปถึงเครื่องใน
ตอนแรกฉันก็นึกสงสัยว่าระดับ S ของญี่ปุ่นจะร่วมมือกันยังไง แต่เอาเข้าจริงวิธีการนั้นเรียบง่ายมาก
พวกเขาจะทิ้งระยะห่างให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้โดนลูกหลงกันเอง จากนั้นก็กระหน่ำสกิลใส่สัตว์อสูรตรงกลางเพื่อวัดกันด้วยพลังทำลายล้างชั่วพริบตา
‘ฮันเตอร์คนนั้นดูโดดเด่นที่สุดเลยแฮะ สมกับที่เป็นที่ 1 จริงๆ’
เมื่ออิโตะวางมือลงบนพื้น วงเวทขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นที่แทบเท้าของมังกร
และภายในวงเวทนั้นก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานขึ้นเรื่อยๆ...
‘ว้าว ร้อนมาถึงตรงนี้เลย’
ครืนนนนน
เปลวเพลิงอันเกรี้ยวกราดพุ่งทะยานขึ้นมาจากเบื้องล่าง สกิลที่อิโตะใช้ออกมาดูราวกับสัตว์วิเศษขนาดยักษ์กำลังทะยานขึ้นสู่ท้องนภา
ทว่าหลังจากเปลวเพลิงอันสว่างไสวพัดผ่านไป สิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียงกลิ่นเหม็นไหม้ของโปรตีน และผิวหนังอันน่าเกลียดน่ากลัวของมังกรที่พุพองจนเดือดปุดๆ
“────!”
ตอนนั้นเอง
เพล้ง! จู่ๆ เสียงแหลมสูงราวกับกระจกแตกก็ดังก้องไปทั่วอากาศ
“อึก!”
“อื้ออ.”
นี่คือสกิลเฉพาะเผ่าพันธุ์มังกร [เฟียร์]
และผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็น มันทำให้ศัตรูที่อยู่รอบตัวติดสถานะอัมพาตด้วยโอกาสสูงลิ่ว
โมริทาเกะ อิโตะ ติดสถานะหมดสภาพการต่อสู้จากเฟียร์เมื่อครู่นี้ไปเรียบร้อยแล้ว
‘ถ้าเป็นฮันเตอร์ระดับล่างทั่วไป โดนแค่เฟียร์เข้าไปคงหัวใจวายตายคาที่’
พละกำลังและความแข็งแกร่งของมังกรนี่มันเหนือจินตนาการจริงๆ
มังกรระดับ S ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอย มันสะบัดหางโจมตีต่อเนื่องทันที
รู้ไหมว่าการฟาดหางแค่ครั้งเดียวทำให้ชาวโลกมีสภาพเป็นยังไง?
ฉันเดาะลิ้นเมื่อเห็นเหล่าฮันเตอร์ที่ผิวหนังถลอกปอกเปิกจนแดงเถือกจากการโดนเกล็ดหางมังกรขูด
‘แบบนี้จะจบโดยไม่มีคนตายได้ไหมเนี่ย...’
แต่ผลลัพธ์กลับดีกว่าที่ฉันคาดไว้มาก ไม่นานนัก อิโตะที่หลุดจากสถานะอัมพาตก็ใช้สกิลปลิดชีพมังกรที่อยู่ในสภาพปางตายได้สำเร็จ
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก!”
“โพชั่น! เอาโพชั่นมา!”
“ฮีลเลอร์มาทางนี้หน่อย!”
ฉันหันไปตามเสียง AI ที่ดังมาจากเครื่องแปลภาษาของ พิกซี่
แต่เดี๋ยวก่อนนะ ในขณะที่พวกนั้นกำลังรากเลือดกันแทบตาย ทำไมฉันถึงมายืนสบายใจเฉิบอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ?
‘เมื่อไหร่บอสจะโผล่มาสักที’
ช่วยไม่ได้นี่นา ทางนี้มันร่างกายบอบบางที่แค่โดนลมหายใจมังกรเป่าก็ม่องเท่งได้แล้ว
ก่อนมาญี่ปุ่น ฉันประกาศจุดยืนชัดเจนแล้วว่าจะไม่ออกไปยืนแนวหน้าเด็ดขาด
พูดให้ถูกคือ ฉันอ้างไปว่าถ้าหัวหน้าดันเจี้ยนโผล่มาเมื่อไหร่ ฉันจะทุ่มสุดตัวใช้ [ไบนด์ดิ้ง] ดังนั้นจนกว่าจะถึงตอนนั้นต้องขอออมแรงไว้ก่อน
แต่ไอ้เรื่องฉันน่ะช่างมันเถอะ ไม่รู้ว่าคนคนนี้จะยืนเฉยๆ ด้วยได้หรือเปล่านะสิ
“ฮันเตอร์ คังชางโฮ ครับ”
ฉันทักฮันเตอร์ระดับ S ที่ยืนอยู่ข้างหลัง
“ระดับคุณฮันเตอร์แล้ว ช่วยพวกเขาหน่อยไม่ดีเหรอครับ?”
แต่คังชางโฮกลับตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความสนใจเลยแม้แต่น้อย
“ก็ตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่หรือไง”
ก็นะ อย่างที่เห็น ระดับ S คนนี้มาเพื่อคุ้มกันเครื่องสังเวยของตัวเองเท่านั้น
คังชางโฮเองก็แจ้งทางญี่ปุ่นตั้งแต่ก่อนเข้าประเทศแล้วว่า เขาไม่ได้คิดจะสู้กับมังกร ดังนั้นให้ถือซะว่าทางนี้ไม่มีตัวตน ไม่ต้องนับรวมเรื่องของรางวัลหรืออะไรทั้งนั้น...
“อุตส่าห์มาท้าทายเกตระดับ S นึกว่าจะได้ดูอะไรสนุกๆ ที่ไหนได้ สิ่งที่นายใช้ดันมีแค่ [ไบนด์ดิ้ง] เนี่ยนะ”
ดูเหมือนเขาจะผิดหวังอย่างแรงหลังจากเห็นสกิลที่ฉันใช้
แน่นอนว่าสำหรับเขาคงรู้สึกหมดสนุก ไบนด์ดิ้งเป็นสกิลระดับล่างทั่วไป หินสกิลระดับนี้หาซื้อได้เกลื่อนตลาดอยู่แล้ว
‘ถึงเป็นหินสกิลก็คงราคาแพงอยู่หรอก แต่ก็ไม่มีค่าพอให้ใช้ ความทะเยอทะยาน แย่งชิงมา’
งั้นถ้าไม่มีอะไรทำแล้วเบื่อ ก็ช่วยไปช่วยพวกเด็กๆ หน่อยสิพ่อคุณ
ฉันกวาดตามองซากปรักหักพังหลังจบการต่อสู้
“อื้ออ, อือออ.”
ฮันเตอร์ญี่ปุ่นต่างได้รับบาดเจ็บสาหัสจนยากจะบอกว่าโดนแค่ลูกกระจ๊อกเล่นงานมา
แผลภายนอกถ้าโดนเวทรักษาของฮีลเลอร์หรือน้ำยาฟื้นฟูก็คงหายในไม่ช้า แต่ทว่า...
“อ๊ากกกก!”
ปัญหาคือพอยซั่นเบรลม (Poison Breath) ที่พวกมังกรพิษใช้
ศัตรูที่นี่สมกับที่เป็นระดับ S พวกมันมีพิษร้ายแรงที่น่าสะพรึงกลัวจริงๆ
ตอนนี้ยังพอประคองตัวด้วยยาแก้พิษได้บ้าง แต่ฮันเตอร์บางคนเริ่มมีอาการหายใจติดขัดแล้ว
‘มังกรพิษงั้นเหรอ’
น่ากลัวว่าก่อนจะไปถึงบอส คงมีสัก 5 คนที่ต้องหมดสติไป
แต่ถึงจำนวนคนในทีมจะลดลง พวกเราก็ต้องเดินหน้าต่อไปไม่หยุด เพราะถ้าถอดใจกลางคันแล้วออกไปข้างนอก จำนวนศัตรูที่อุตส่าห์ลดลงไปก็จะเพิ่มกลับขึ้นมาใหม่อยู่ดี
‘เหลืออีกกี่ตัวกว่าจะถึงตัวหัวหน้านะ?’
ฉันหลับตาประเมินจำนวนศัตรูที่เหลืออยู่
และในตอนนั้นเอง
ตึง... ตึง... ตึง...
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของสัตว์สี่เท้าดังก้องมาจากความมืดไกลออกไป
“โธ่เว้ย มังกรตัวอื่นแห่กันมาอีกแล้ว”
แต่จะหนีก็ลำบาก เพราะยังมีฮันเตอร์หลายคนที่ยังไม่หายจากอาการติดพิษ ถ้าหนีต้องมีคนถูกทิ้งไว้ข้างหลังแน่
“ทุกคนลุกขึ้น! ถ้ามีอะไรติดอาวุธอยู่ให้รีบเช็ดออกเดี๋ยวนี้!”
โมริทาเกะ อิโตะ ตะโกนสั่งการฮันเตอร์เสียงดังเมื่อศัตรูเข้ามาใกล้
หลังจากนั้น ภาพที่เกิดขึ้นก็ไม่ต่างจากฉากการต่อสู้ของพวกระดับท็อปที่เห็นเมื่อครู่
‘อูย แสบตาชะมัด’
ไฟและพิษ
สายฟ้าและเสียงคำราม
รวมถึงสภาพภูมิประเทศของดันเจี้ยนที่เปลี่ยนไปมาทุกครั้งที่สกิลพัดผ่าน
ฉันถอยห่างออกมาจากจุดปะทะราว 80 เมตร เพราะกลัวโดนลูกหลง
แต่ดูเหมือนจะมีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นในสนามรบ
“เฮือก... อึก...”
ฮันเตอร์คนหนึ่งหยุดชะงักและเซถลา
ชายหน้าเด็กที่มองเผินๆ นึกว่าวัยรุ่น
‘ทำบ้าอะไรของเขาน่ะ?’
ระดับ S ที่แนะนำตัวว่าชื่อ อิโอริ ฉันยืนดูอยู่ครู่หนึ่ง ฮันเตอร์ญี่ปุ่นคนนั้นเอามือกุมหน้าอกแล้วทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น
‘สูดดมไอพิษเข้าไปมากเกินจนเกิดอาการชักหรือเปล่า?’
สังหรณ์ใจไม่ดีเลยแฮะ
เพื่อนร่วมทีมคนอื่นกำลังยุ่งอยู่กับการรับมือมังกร แล้วตำแหน่งที่เจ้านั่นล้มลงดันเป็นทิศทางที่หัวมังกรหันไปพอดีซะด้วย
ซูมมมมมมม!
กะแล้วเชียว
ฉันคิดว่าใกล้จะได้เวลาแล้ว และเจ้าสัตว์เลื้อยคลานนั่นก็พ่นพอยซั่นเบรสออกมาจริงๆ
ตูม!
ตอนนี้ทีมพิชิตเริ่มมีประสบการณ์ พวกเขาฉวยโอกาสตอนที่มังกรอ้าปากระดมยิงเวทมนตร์สารพัดใส่ พร้อมกับส่งมังกรลงนรกไปในทันที
“อิโอริ!”
“เฮือก”
“บ้าเอ๊ย!”
พวกเขามารู้ตัวถึงสถานการณ์ของเพื่อนร่วมทีมก็ตอนที่หัวมังกรขาดกระเด็นไปแล้ว
อิโอริโดนเบรสมังกรพัดกระเด็นไปตกในบ่อพิษที่อยู่ไกลออกไป
ขืนปล่อยไว้แบบนี้ ฮันเตอร์ที่หมดสติอยู่ต้องจมลงไปก้นบ่อแน่
“คะ, ใครก็ได้ใช้สกิลช่วยหน่อย...!”
เหล่า ผู้ตื่นรู้ ชาวญี่ปุ่นแตกตื่นจนทำอะไรไม่ถูกกับอุบัติเหตุกะทันหัน
ในบรรดาคนที่อยู่ตรงนี้ คนที่มีความสามารถพอจะดึงคนขึ้นมาได้อย่างนิ่มนวลที่สุดคือสายลม แต่น่าเสียดายที่คนที่ตกลงไปในบ่อดันเป็นจอมเวทลมคนนั้นน่ะสิ
เพราะงั้นงานนี้ต้องแก้ด้วยวิธีทางกายภาพ
“เอ๊ะ?”
ตูม!
ฉันพุ่งตัววิ่งออกไปตั้งแต่ตอนที่มังกรเริ่มพ่นเบรส แล้วกระโดดลงไปในบ่อ
อาศัยประสบการณ์จากชาติก่อนและทักษะการว่ายน้ำอันยอดเยี่ยม งมร่างฮันเตอร์ที่ตกลงไปขึ้นมา แค่นั้นก็จบเรื่อง
‘ไม่ได้ว่ายน้ำซะนานเลยแฮะ’
เอาล่ะ ทีนี้ก็ถึงคิวที่พวกชาวโลกต้องขอบคุณฉันที่ช่วยเพื่อนของพวกเขา...
‘อ้าว’
พอปาดของเหลวที่เข้าตาออก ถึงเพิ่งมองเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย
พวกเขาจ้องมองฉันด้วยสีหน้าตกตะลึงสุดขีด และเหตุผลที่พวกเขามีปฏิกิริยาแบบนี้ก็คือ
“กระโดดลงบ่อพิษด้วยตัวเปล่า...?”
จริงสิ ฉันยังไม่ได้บอกนี่นาว่าฉันมีต้านทานพิษ
‘เดี๋ยวนะ คิดดูอีกที ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยความสามารถนี้ให้โลกรู้ก็ได้นี่?’
ฉันใช้เวลาคิดไม่นาน
ฉันเป็นจอมเวทที่เรื่องรักษาผลประโยชน์ของตัวเองไวเป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว ว่าแล้วก็จัดการปรับแต่งร่างกายเล็กน้อยทันที
ฟุ่บ
ตุบ
ฉันแกล้งทำตัวซีดเผือดเหมือนพวกระดับ S คนอื่นๆ ที่โดนพิษเล่นงาน แล้วแกล้งสลบเหมือดไป
“กรี๊ดดดด!”
“ฮะ ฮีลเลอร์! รีบมาทางนี้ด่วน!”
“ยาแก้พิษอยู่ไหน!”
แต่จะแกล้งตายนานก็ไม่ได้
เรื่องยาแก้พิษไหลเข้าจมูกนั่นก็เรื่องหนึ่ง แต่มีเจ้าของความทะเยอทะยานคนหนึ่งกำลังก้มมองฉันด้วยสายตาเย็นเยียบอยู่น่ะสิ
“เดี๋ยวก่อนครับ ใจเย็นๆ”
ฉันลืมตาขึ้นมาข้างหนึ่งทั้งที่ยังนอนแผ่หราเพื่อห้ามเขา
หลังจากห้ามปรามคังชางโฮอยู่นาน ในที่สุดฮันเตอร์อิโอริก็ได้รับการรักษาจนได้สติ
---
ไม่ใช่ครับ คุณชางโฮ อย่าเพิ่งทำแบบนั้น ฟังผมก่อน ผมเองก็เป็นระดับ S แค่จมลงไปแป๊บเดียวไม่ตายหรอกครับ ตอนนี้คุณกำลังคิดอะไรอยู่...
“อิโอริ เป็นยังไงบ้าง?”
“ได้สติหรือยัง?”
ฮันเตอร์ญี่ปุ่นคนหนึ่งค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น
ในตอนนี้พวกคนเกาหลีกำลังคุยกันเสียงดัง แต่เขาฟังไม่ออกเลยว่าพวกนั้นพูดอะไรกัน
‘พังซะแล้ว’
อิโอริถอดหูฟังที่ใส่อยู่ออกขว้างลงพื้น
ดูเหมือนเขาจะสลบไปชั่วขณะระหว่างสู้กับมังกร
“ขอบคุณคุณกิรยอซะสิ คนนั้นเขาเป็นคนช่วยนายไว้นะ”
ตอนนั้นเอง อิโอริได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างที่เขาหมดสติ และรีบหันไปทางฮันเตอร์เกาหลีทันที
“คุณกระโดดลงไปในบ่อพิษเพื่อช่วยผมเหรอครับ?”
เครื่องแปลภาษาของอีกฝ่ายยังใช้งานได้ดี ดังนั้นการฟังสิ่งที่เขาพูดคงไม่มีปัญหา
“ขะ, ขอโทษครับ! แล้วก็... ขอบคุณมากจริงๆ ครับ”
เมื่อได้ยินดังนั้น คิมกิรยอ ก็เริ่มพูดอะไรบางอย่าง โดยมีสมาชิกกิลด์ที่อยู่ข้างๆ ช่วยแปลให้
“เขาบอกว่าถ้าขอบคุณมากนักก็ตั้งใจทำเรดซะ เขาช่วยนายเพราะนายเป็นกำลังหลักในการโจมตี”
“ครับ?”
ชายที่นอนอยู่บนพื้นยังพูดต่ออีกสองสามประโยค
“เขาบอกว่าในสายตาเขา ถ้านายไม่อยู่คงเคลียร์ยากน่าดู”
“เอ่อ...”
“เมื่อกี้เขาบอกว่าเหลืออีกไม่ไกลก็จะถึงบอสแล้ว ให้พยายามเข้า จะได้ชนะ”
มาคิดตอนนี้ หน้าตาของฮันเตอร์ที่ชื่อคิมกิรยอนั้นดูเหมือนมีดทำครัวที่ลับมาจนคมกริบ
ดังนั้นคำพูดไร้เยื่อใยที่บอกว่าช่วยไว้เพราะมีประโยชน์ จึงฟังดูสมเหตุสมผลสำหรับเขา
งึมงำ งึมงำ
อิโอริทำหน้าตกใจวูบหนึ่งเมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายที่ถูกถ่ายทอดมา
-ถ้าไปถึงบอส เดี๋ยวฉันจะทำให้ชนะเอง
ที่ปลายทางของการต่อสู้นี้ มีชัยชนะรออยู่อย่างแน่นอน
นั่นคือคำให้กำลังใจที่ดีที่สุดเท่าที่เขาอยากได้ยิน
คิมกิรยอไม่ได้โกหก
-โฮกกกกกกกก!
หลังจากกำจัดลูกสมุนที่เฝ้ารังของราชา และได้เผชิญหน้ากับเจ้าถิ่นในที่สุด
ผู้ถูกส่งตัวมาที่มีผมสีทองก็ร่ายไบนด์ดิ้งที่เคยเห็นก่อนหน้านี้ ตรึงร่างของบอสเอาไว้อย่างสมบูรณ์
ทั้งปาก ลำคอ มืออันแข็งแกร่ง และปีกที่ใช้โบยบินบนฟากฟ้า
ทุกส่วนถูกด้ายแห่งแสงพันธนาการจนขยับไม่ได้แม้แต่กล้ามเนื้อมัดเดียว ชะตากรรมที่เหลืออยู่ของมังกรที่ถูกจับตรึงมีเพียงหนึ่งเดียว
-เอ๋ง?
ตูมๆๆๆๆๆ
ตามมาด้วยมหกรรมสกิลของเหล่าฮันเตอร์
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงโค่นบอสลงได้อย่างง่ายดายด้วยไบนด์ดิ้งของคิมกิรยอ
เกตสุดเลวร้ายที่ถูกเรียกว่าภัยพิบัติ ถูกพิชิตลงได้ก่อนที่จะเกิดดันเจี้ยนเบรกจริงๆ
“จบ... แล้วเหรอ?”
“ทะ, ทางออก นั่นทางออกใช่ไหม?”
ยอดผู้เสียชีวิตในปฏิบัติการครั้งนี้คือ 0!
แน่นอนว่ากว่าครึ่งของทีมพิชิตบาดเจ็บสาหัสจนไม่อาจฟื้นฟูได้ แต่ถึงอย่างนั้น นี่มันก็เป็นสถิติที่จะต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไม่ใช่หรือไง?
“อ๊าก! เคลียร์ได้แล้ว เราเคลียร์ได้จริงๆ ด้วย!”
“คุณอิโตะ ทำสำเร็จแล้วครับ!”
“ว้าวววว!”
คังชางโฮที่ยืนอยู่มุมหนึ่งบ่นงึมงำว่ามอนสเตอร์อ่อนกว่าที่คิด
แต่ไม่มีใครสนใจคำพูดนั้น
ไม่นานนัก ของรางวัลตอบแทนความเหนื่อยยากก็เริ่มประทานลงมาแก่เหล่าฮีโร่ผู้ปราบภัยพิบัติ
‘ของรางวัลกำจัดบอส!’
ลูกแก้วแสงลอยลงมาข้างกายฮันเตอร์ระดับท็อป 5 คนที่มีส่วนร่วมในการกำจัดมังกร
‘ขอปอดเถอะ! ขอปอดทีเถอะ!’
กิรยอกุมมือสวดภาวนาอย่างเร่งรีบ แต่มันก็ไร้ผล
สุดท้ายจนจบงาน อวัยวะของมังกรก็ไม่โผล่มาให้เห็นแม้แต่เงา
‘บัดซบ!’
คิมกิรยอกรดร้องในใจด้วยความสิ้นหวัง
และในจังหวะนั้นเอง ดาบใหญ่หน้าตาวิจิตรตระการตาเล่มหนึ่งก็ลอยลงมาข้างกายอิโตะ อันดับ 1 ของญี่ปุ่น...
“...!”
มีแค่คนเดียวที่ล้มเหลว
ความจริงแล้วการพิชิตครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
นอกจากจะไม่มีฮันเตอร์ตายสักคน ของรางวัลที่ได้จากเกตยังยอดเยี่ยมอีกด้วย
แต่ปัญหาก็คือ
“อิโอริ มาทางนี้แล้วใช้สกิลตรวจสอบหน่อย”
ความสำเร็จนั้นมันดัน ‘ดีเกินไป’ นี่สิที่เป็นเหตุ
อิโตะรู้ถึงมูลค่าของดาบใหญ่เล่มนั้นได้ในทันทีที่เห็น ไม่จำเป็นต้องใช้สกิลสายวิเคราะห์ก็สัมผัสได้
พลังที่แผ่ออกมาจากมัน เป็นสิ่งที่ใครก็ตามที่ตื่นรู้พลังเวทต้องรู้สึกได้
[???]
[ระดับ : ??]
[คำอธิบาย : ??]
สมบัติจากต่างมิติที่เทคโนโลยีการตรวจสอบของมนุษยชาติไม่อาจประเมินค่าได้แม้แต่เสี้ยวเดียว
“ตรวจสอบ... ไม่ได้?”
นี่คือลำดับความหายากระดับสูงสุดที่ไม่ดรอปแม้แต่ในเกตระดับ S ที่ฮาวาย
“ละ, เลเจนดารีงั้นเหรอ?”
การปรากฏตัวของไอเทมระดับ เลเจนดารี