Cover

141

ผู้ตื่นรู้ที่มาร่วมพิชิตเกตระดับ S ที่ได้ชื่อว่าเป็นภัยพิบัติเลวร้ายที่สุดโดยไม่ลังเล

แถมผู้ชายคนนั้นดันเป็นฮันเตอร์อิสระเนี่ยนะ?

‘หรือว่ากิลด์ในเกาหลีดูแลเขาไม่ดีพอหรือเปล่า?’

‘แต่ทำไมเขาถึงไม่ตั้งกิลด์ของตัวเองล่ะ?’

‘อย่าบอกนะว่าเขามีความไม่พอใจต่อประเทศตัวเอง?’

‘ใช่แล้ว การที่เขายอมเสี่ยงชีวิตมาช่วยเคลียร์เกตระดับ S ที่ไม่ต่างอะไรกับแดนประหารแบบนี้ แสดงว่าเขาต้องมีความสนใจในประเทศของเราแน่!’

ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่ชั่วพริบตา

เหล่าฮันเตอร์ญี่ปุ่นต่างมีความคิดเห็นตรงกันโดยมิได้นัดหมาย

‘ทันทีที่การพิชิตจบลง เราจะรั้งตัวเขาไว้!’

‘รีบติดต่อไปยังรัฐบาลเพื่อเตรียมเรื่องสิทธิ์พำนักถาวรเดี๋ยวนี้’

‘คนเกาหลีชอบอะไรนะ...!’

แววตาของพวกเขาราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องมองเหยื่ออันโอชะ

---

1 ชั่วโมงต่อมา

พวกเราเริ่มบุกตะลุยดันเจี้ยนโดยไม่รอช้า

เพราะยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ จำนวนสัตว์อสูรในนี้ก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

‘วงการฮันเตอร์ญี่ปุ่นใช้คำว่า เรด (Raid) กันจนเป็นเรื่องปกติเลยสินะ’

ตูม! พรึ่บ!

ทันใดนั้น เปลวเพลิงที่ โมริทาเกะ อิโตะ สร้างขึ้นก็โหมกระหน่ำเข้าใส่ศัตรู

พลังทำลายล้างที่รุนแรงถึงขนาดทำให้บ่อพิษในดันเจี้ยนเดือดพล่านระเหยไปในพริบตา เหล่าฮันเตอร์ญี่ปุ่นไม่หยุดเพียงแค่นั้น พวกเขาระดมยิงสกิลใส่มังกรอย่างไม่ขาดสาย

สายฟ้าที่ฟาดผ่าลงมา สายลมแรงดันสูงที่เฉือนศัตรูคว้านลึกไปถึงเครื่องใน

ตอนแรกฉันก็นึกสงสัยว่าระดับ S ของญี่ปุ่นจะร่วมมือกันยังไง แต่เอาเข้าจริงวิธีการนั้นเรียบง่ายมาก

พวกเขาจะทิ้งระยะห่างให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้โดนลูกหลงกันเอง จากนั้นก็กระหน่ำสกิลใส่สัตว์อสูรตรงกลางเพื่อวัดกันด้วยพลังทำลายล้างชั่วพริบตา

‘ฮันเตอร์คนนั้นดูโดดเด่นที่สุดเลยแฮะ สมกับที่เป็นที่ 1 จริงๆ’

เมื่ออิโตะวางมือลงบนพื้น วงเวทขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นที่แทบเท้าของมังกร

และภายในวงเวทนั้นก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานขึ้นเรื่อยๆ...

‘ว้าว ร้อนมาถึงตรงนี้เลย’

ครืนนนนน

เปลวเพลิงอันเกรี้ยวกราดพุ่งทะยานขึ้นมาจากเบื้องล่าง สกิลที่อิโตะใช้ออกมาดูราวกับสัตว์วิเศษขนาดยักษ์กำลังทะยานขึ้นสู่ท้องนภา

ทว่าหลังจากเปลวเพลิงอันสว่างไสวพัดผ่านไป สิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียงกลิ่นเหม็นไหม้ของโปรตีน และผิวหนังอันน่าเกลียดน่ากลัวของมังกรที่พุพองจนเดือดปุดๆ

“────!”

ตอนนั้นเอง

เพล้ง! จู่ๆ เสียงแหลมสูงราวกับกระจกแตกก็ดังก้องไปทั่วอากาศ

“อึก!”

“อื้ออ.”

นี่คือสกิลเฉพาะเผ่าพันธุ์มังกร [เฟียร์]

และผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็น มันทำให้ศัตรูที่อยู่รอบตัวติดสถานะอัมพาตด้วยโอกาสสูงลิ่ว

โมริทาเกะ อิโตะ ติดสถานะหมดสภาพการต่อสู้จากเฟียร์เมื่อครู่นี้ไปเรียบร้อยแล้ว

‘ถ้าเป็นฮันเตอร์ระดับล่างทั่วไป โดนแค่เฟียร์เข้าไปคงหัวใจวายตายคาที่’

พละกำลังและความแข็งแกร่งของมังกรนี่มันเหนือจินตนาการจริงๆ

มังกรระดับ S ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอย มันสะบัดหางโจมตีต่อเนื่องทันที

รู้ไหมว่าการฟาดหางแค่ครั้งเดียวทำให้ชาวโลกมีสภาพเป็นยังไง?

ฉันเดาะลิ้นเมื่อเห็นเหล่าฮันเตอร์ที่ผิวหนังถลอกปอกเปิกจนแดงเถือกจากการโดนเกล็ดหางมังกรขูด

‘แบบนี้จะจบโดยไม่มีคนตายได้ไหมเนี่ย...’

แต่ผลลัพธ์กลับดีกว่าที่ฉันคาดไว้มาก ไม่นานนัก อิโตะที่หลุดจากสถานะอัมพาตก็ใช้สกิลปลิดชีพมังกรที่อยู่ในสภาพปางตายได้สำเร็จ

“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก!”

“โพชั่น! เอาโพชั่นมา!”

“ฮีลเลอร์มาทางนี้หน่อย!”

ฉันหันไปตามเสียง AI ที่ดังมาจากเครื่องแปลภาษาของ พิกซี่

แต่เดี๋ยวก่อนนะ ในขณะที่พวกนั้นกำลังรากเลือดกันแทบตาย ทำไมฉันถึงมายืนสบายใจเฉิบอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ?

‘เมื่อไหร่บอสจะโผล่มาสักที’

ช่วยไม่ได้นี่นา ทางนี้มันร่างกายบอบบางที่แค่โดนลมหายใจมังกรเป่าก็ม่องเท่งได้แล้ว

ก่อนมาญี่ปุ่น ฉันประกาศจุดยืนชัดเจนแล้วว่าจะไม่ออกไปยืนแนวหน้าเด็ดขาด

พูดให้ถูกคือ ฉันอ้างไปว่าถ้าหัวหน้าดันเจี้ยนโผล่มาเมื่อไหร่ ฉันจะทุ่มสุดตัวใช้ [ไบนด์ดิ้ง] ดังนั้นจนกว่าจะถึงตอนนั้นต้องขอออมแรงไว้ก่อน

แต่ไอ้เรื่องฉันน่ะช่างมันเถอะ ไม่รู้ว่าคนคนนี้จะยืนเฉยๆ ด้วยได้หรือเปล่านะสิ

“ฮันเตอร์ คังชางโฮ ครับ”

ฉันทักฮันเตอร์ระดับ S ที่ยืนอยู่ข้างหลัง

“ระดับคุณฮันเตอร์แล้ว ช่วยพวกเขาหน่อยไม่ดีเหรอครับ?”

แต่คังชางโฮกลับตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความสนใจเลยแม้แต่น้อย

“ก็ตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่หรือไง”

ก็นะ อย่างที่เห็น ระดับ S คนนี้มาเพื่อคุ้มกันเครื่องสังเวยของตัวเองเท่านั้น

คังชางโฮเองก็แจ้งทางญี่ปุ่นตั้งแต่ก่อนเข้าประเทศแล้วว่า เขาไม่ได้คิดจะสู้กับมังกร ดังนั้นให้ถือซะว่าทางนี้ไม่มีตัวตน ไม่ต้องนับรวมเรื่องของรางวัลหรืออะไรทั้งนั้น...

“อุตส่าห์มาท้าทายเกตระดับ S นึกว่าจะได้ดูอะไรสนุกๆ ที่ไหนได้ สิ่งที่นายใช้ดันมีแค่ [ไบนด์ดิ้ง] เนี่ยนะ”

ดูเหมือนเขาจะผิดหวังอย่างแรงหลังจากเห็นสกิลที่ฉันใช้

แน่นอนว่าสำหรับเขาคงรู้สึกหมดสนุก ไบนด์ดิ้งเป็นสกิลระดับล่างทั่วไป หินสกิลระดับนี้หาซื้อได้เกลื่อนตลาดอยู่แล้ว

‘ถึงเป็นหินสกิลก็คงราคาแพงอยู่หรอก แต่ก็ไม่มีค่าพอให้ใช้ ความทะเยอทะยาน แย่งชิงมา’

งั้นถ้าไม่มีอะไรทำแล้วเบื่อ ก็ช่วยไปช่วยพวกเด็กๆ หน่อยสิพ่อคุณ

ฉันกวาดตามองซากปรักหักพังหลังจบการต่อสู้

“อื้ออ, อือออ.”

ฮันเตอร์ญี่ปุ่นต่างได้รับบาดเจ็บสาหัสจนยากจะบอกว่าโดนแค่ลูกกระจ๊อกเล่นงานมา

แผลภายนอกถ้าโดนเวทรักษาของฮีลเลอร์หรือน้ำยาฟื้นฟูก็คงหายในไม่ช้า แต่ทว่า...

“อ๊ากกกก!”

ปัญหาคือพอยซั่นเบรลม (Poison Breath) ที่พวกมังกรพิษใช้

ศัตรูที่นี่สมกับที่เป็นระดับ S พวกมันมีพิษร้ายแรงที่น่าสะพรึงกลัวจริงๆ

ตอนนี้ยังพอประคองตัวด้วยยาแก้พิษได้บ้าง แต่ฮันเตอร์บางคนเริ่มมีอาการหายใจติดขัดแล้ว

‘มังกรพิษงั้นเหรอ’

น่ากลัวว่าก่อนจะไปถึงบอส คงมีสัก 5 คนที่ต้องหมดสติไป

แต่ถึงจำนวนคนในทีมจะลดลง พวกเราก็ต้องเดินหน้าต่อไปไม่หยุด เพราะถ้าถอดใจกลางคันแล้วออกไปข้างนอก จำนวนศัตรูที่อุตส่าห์ลดลงไปก็จะเพิ่มกลับขึ้นมาใหม่อยู่ดี

‘เหลืออีกกี่ตัวกว่าจะถึงตัวหัวหน้านะ?’

ฉันหลับตาประเมินจำนวนศัตรูที่เหลืออยู่

และในตอนนั้นเอง

ตึง... ตึง... ตึง...

เสียงฝีเท้าหนักๆ ของสัตว์สี่เท้าดังก้องมาจากความมืดไกลออกไป

“โธ่เว้ย มังกรตัวอื่นแห่กันมาอีกแล้ว”

แต่จะหนีก็ลำบาก เพราะยังมีฮันเตอร์หลายคนที่ยังไม่หายจากอาการติดพิษ ถ้าหนีต้องมีคนถูกทิ้งไว้ข้างหลังแน่

“ทุกคนลุกขึ้น! ถ้ามีอะไรติดอาวุธอยู่ให้รีบเช็ดออกเดี๋ยวนี้!”

โมริทาเกะ อิโตะ ตะโกนสั่งการฮันเตอร์เสียงดังเมื่อศัตรูเข้ามาใกล้

หลังจากนั้น ภาพที่เกิดขึ้นก็ไม่ต่างจากฉากการต่อสู้ของพวกระดับท็อปที่เห็นเมื่อครู่

‘อูย แสบตาชะมัด’

ไฟและพิษ

สายฟ้าและเสียงคำราม

รวมถึงสภาพภูมิประเทศของดันเจี้ยนที่เปลี่ยนไปมาทุกครั้งที่สกิลพัดผ่าน

ฉันถอยห่างออกมาจากจุดปะทะราว 80 เมตร เพราะกลัวโดนลูกหลง

แต่ดูเหมือนจะมีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นในสนามรบ

“เฮือก... อึก...”

ฮันเตอร์คนหนึ่งหยุดชะงักและเซถลา

ชายหน้าเด็กที่มองเผินๆ นึกว่าวัยรุ่น

‘ทำบ้าอะไรของเขาน่ะ?’

ระดับ S ที่แนะนำตัวว่าชื่อ อิโอริ ฉันยืนดูอยู่ครู่หนึ่ง ฮันเตอร์ญี่ปุ่นคนนั้นเอามือกุมหน้าอกแล้วทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น

‘สูดดมไอพิษเข้าไปมากเกินจนเกิดอาการชักหรือเปล่า?’

สังหรณ์ใจไม่ดีเลยแฮะ

เพื่อนร่วมทีมคนอื่นกำลังยุ่งอยู่กับการรับมือมังกร แล้วตำแหน่งที่เจ้านั่นล้มลงดันเป็นทิศทางที่หัวมังกรหันไปพอดีซะด้วย

ซูมมมมมมม!

กะแล้วเชียว

ฉันคิดว่าใกล้จะได้เวลาแล้ว และเจ้าสัตว์เลื้อยคลานนั่นก็พ่นพอยซั่นเบรสออกมาจริงๆ

ตูม!

ตอนนี้ทีมพิชิตเริ่มมีประสบการณ์ พวกเขาฉวยโอกาสตอนที่มังกรอ้าปากระดมยิงเวทมนตร์สารพัดใส่ พร้อมกับส่งมังกรลงนรกไปในทันที

“อิโอริ!”

“เฮือก”

“บ้าเอ๊ย!”

พวกเขามารู้ตัวถึงสถานการณ์ของเพื่อนร่วมทีมก็ตอนที่หัวมังกรขาดกระเด็นไปแล้ว

อิโอริโดนเบรสมังกรพัดกระเด็นไปตกในบ่อพิษที่อยู่ไกลออกไป

ขืนปล่อยไว้แบบนี้ ฮันเตอร์ที่หมดสติอยู่ต้องจมลงไปก้นบ่อแน่

“คะ, ใครก็ได้ใช้สกิลช่วยหน่อย...!”

เหล่า ผู้ตื่นรู้ ชาวญี่ปุ่นแตกตื่นจนทำอะไรไม่ถูกกับอุบัติเหตุกะทันหัน

ในบรรดาคนที่อยู่ตรงนี้ คนที่มีความสามารถพอจะดึงคนขึ้นมาได้อย่างนิ่มนวลที่สุดคือสายลม แต่น่าเสียดายที่คนที่ตกลงไปในบ่อดันเป็นจอมเวทลมคนนั้นน่ะสิ

เพราะงั้นงานนี้ต้องแก้ด้วยวิธีทางกายภาพ

“เอ๊ะ?”

ตูม!

ฉันพุ่งตัววิ่งออกไปตั้งแต่ตอนที่มังกรเริ่มพ่นเบรส แล้วกระโดดลงไปในบ่อ

อาศัยประสบการณ์จากชาติก่อนและทักษะการว่ายน้ำอันยอดเยี่ยม งมร่างฮันเตอร์ที่ตกลงไปขึ้นมา แค่นั้นก็จบเรื่อง

‘ไม่ได้ว่ายน้ำซะนานเลยแฮะ’

เอาล่ะ ทีนี้ก็ถึงคิวที่พวกชาวโลกต้องขอบคุณฉันที่ช่วยเพื่อนของพวกเขา...

‘อ้าว’

พอปาดของเหลวที่เข้าตาออก ถึงเพิ่งมองเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย

พวกเขาจ้องมองฉันด้วยสีหน้าตกตะลึงสุดขีด และเหตุผลที่พวกเขามีปฏิกิริยาแบบนี้ก็คือ

“กระโดดลงบ่อพิษด้วยตัวเปล่า...?”

จริงสิ ฉันยังไม่ได้บอกนี่นาว่าฉันมีต้านทานพิษ

‘เดี๋ยวนะ คิดดูอีกที ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยความสามารถนี้ให้โลกรู้ก็ได้นี่?’

ฉันใช้เวลาคิดไม่นาน

ฉันเป็นจอมเวทที่เรื่องรักษาผลประโยชน์ของตัวเองไวเป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว ว่าแล้วก็จัดการปรับแต่งร่างกายเล็กน้อยทันที

ฟุ่บ

ตุบ

ฉันแกล้งทำตัวซีดเผือดเหมือนพวกระดับ S คนอื่นๆ ที่โดนพิษเล่นงาน แล้วแกล้งสลบเหมือดไป

“กรี๊ดดดด!”

“ฮะ ฮีลเลอร์! รีบมาทางนี้ด่วน!”

“ยาแก้พิษอยู่ไหน!”

แต่จะแกล้งตายนานก็ไม่ได้

เรื่องยาแก้พิษไหลเข้าจมูกนั่นก็เรื่องหนึ่ง แต่มีเจ้าของความทะเยอทะยานคนหนึ่งกำลังก้มมองฉันด้วยสายตาเย็นเยียบอยู่น่ะสิ

“เดี๋ยวก่อนครับ ใจเย็นๆ”

ฉันลืมตาขึ้นมาข้างหนึ่งทั้งที่ยังนอนแผ่หราเพื่อห้ามเขา

หลังจากห้ามปรามคังชางโฮอยู่นาน ในที่สุดฮันเตอร์อิโอริก็ได้รับการรักษาจนได้สติ

---

ไม่ใช่ครับ คุณชางโฮ อย่าเพิ่งทำแบบนั้น ฟังผมก่อน ผมเองก็เป็นระดับ S แค่จมลงไปแป๊บเดียวไม่ตายหรอกครับ ตอนนี้คุณกำลังคิดอะไรอยู่...

“อิโอริ เป็นยังไงบ้าง?”

“ได้สติหรือยัง?”

ฮันเตอร์ญี่ปุ่นคนหนึ่งค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น

ในตอนนี้พวกคนเกาหลีกำลังคุยกันเสียงดัง แต่เขาฟังไม่ออกเลยว่าพวกนั้นพูดอะไรกัน

‘พังซะแล้ว’

อิโอริถอดหูฟังที่ใส่อยู่ออกขว้างลงพื้น

ดูเหมือนเขาจะสลบไปชั่วขณะระหว่างสู้กับมังกร

“ขอบคุณคุณกิรยอซะสิ คนนั้นเขาเป็นคนช่วยนายไว้นะ”

ตอนนั้นเอง อิโอริได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างที่เขาหมดสติ และรีบหันไปทางฮันเตอร์เกาหลีทันที

“คุณกระโดดลงไปในบ่อพิษเพื่อช่วยผมเหรอครับ?”

เครื่องแปลภาษาของอีกฝ่ายยังใช้งานได้ดี ดังนั้นการฟังสิ่งที่เขาพูดคงไม่มีปัญหา

“ขะ, ขอโทษครับ! แล้วก็... ขอบคุณมากจริงๆ ครับ”

เมื่อได้ยินดังนั้น คิมกิรยอ ก็เริ่มพูดอะไรบางอย่าง โดยมีสมาชิกกิลด์ที่อยู่ข้างๆ ช่วยแปลให้

“เขาบอกว่าถ้าขอบคุณมากนักก็ตั้งใจทำเรดซะ เขาช่วยนายเพราะนายเป็นกำลังหลักในการโจมตี”

“ครับ?”

ชายที่นอนอยู่บนพื้นยังพูดต่ออีกสองสามประโยค

“เขาบอกว่าในสายตาเขา ถ้านายไม่อยู่คงเคลียร์ยากน่าดู”

“เอ่อ...”

“เมื่อกี้เขาบอกว่าเหลืออีกไม่ไกลก็จะถึงบอสแล้ว ให้พยายามเข้า จะได้ชนะ”

มาคิดตอนนี้ หน้าตาของฮันเตอร์ที่ชื่อคิมกิรยอนั้นดูเหมือนมีดทำครัวที่ลับมาจนคมกริบ

ดังนั้นคำพูดไร้เยื่อใยที่บอกว่าช่วยไว้เพราะมีประโยชน์ จึงฟังดูสมเหตุสมผลสำหรับเขา

งึมงำ งึมงำ

อิโอริทำหน้าตกใจวูบหนึ่งเมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายที่ถูกถ่ายทอดมา

-ถ้าไปถึงบอส เดี๋ยวฉันจะทำให้ชนะเอง

ที่ปลายทางของการต่อสู้นี้ มีชัยชนะรออยู่อย่างแน่นอน

นั่นคือคำให้กำลังใจที่ดีที่สุดเท่าที่เขาอยากได้ยิน

คิมกิรยอไม่ได้โกหก

-โฮกกกกกกกก!

หลังจากกำจัดลูกสมุนที่เฝ้ารังของราชา และได้เผชิญหน้ากับเจ้าถิ่นในที่สุด

ผู้ถูกส่งตัวมาที่มีผมสีทองก็ร่ายไบนด์ดิ้งที่เคยเห็นก่อนหน้านี้ ตรึงร่างของบอสเอาไว้อย่างสมบูรณ์

ทั้งปาก ลำคอ มืออันแข็งแกร่ง และปีกที่ใช้โบยบินบนฟากฟ้า

ทุกส่วนถูกด้ายแห่งแสงพันธนาการจนขยับไม่ได้แม้แต่กล้ามเนื้อมัดเดียว ชะตากรรมที่เหลืออยู่ของมังกรที่ถูกจับตรึงมีเพียงหนึ่งเดียว

-เอ๋ง?

ตูมๆๆๆๆๆ

ตามมาด้วยมหกรรมสกิลของเหล่าฮันเตอร์

ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงโค่นบอสลงได้อย่างง่ายดายด้วยไบนด์ดิ้งของคิมกิรยอ

เกตสุดเลวร้ายที่ถูกเรียกว่าภัยพิบัติ ถูกพิชิตลงได้ก่อนที่จะเกิดดันเจี้ยนเบรกจริงๆ

“จบ... แล้วเหรอ?”

“ทะ, ทางออก นั่นทางออกใช่ไหม?”

ยอดผู้เสียชีวิตในปฏิบัติการครั้งนี้คือ 0!

แน่นอนว่ากว่าครึ่งของทีมพิชิตบาดเจ็บสาหัสจนไม่อาจฟื้นฟูได้ แต่ถึงอย่างนั้น นี่มันก็เป็นสถิติที่จะต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไม่ใช่หรือไง?

“อ๊าก! เคลียร์ได้แล้ว เราเคลียร์ได้จริงๆ ด้วย!”

“คุณอิโตะ ทำสำเร็จแล้วครับ!”

“ว้าวววว!”

คังชางโฮที่ยืนอยู่มุมหนึ่งบ่นงึมงำว่ามอนสเตอร์อ่อนกว่าที่คิด

แต่ไม่มีใครสนใจคำพูดนั้น

ไม่นานนัก ของรางวัลตอบแทนความเหนื่อยยากก็เริ่มประทานลงมาแก่เหล่าฮีโร่ผู้ปราบภัยพิบัติ

‘ของรางวัลกำจัดบอส!’

ลูกแก้วแสงลอยลงมาข้างกายฮันเตอร์ระดับท็อป 5 คนที่มีส่วนร่วมในการกำจัดมังกร

‘ขอปอดเถอะ! ขอปอดทีเถอะ!’

กิรยอกุมมือสวดภาวนาอย่างเร่งรีบ แต่มันก็ไร้ผล

สุดท้ายจนจบงาน อวัยวะของมังกรก็ไม่โผล่มาให้เห็นแม้แต่เงา

‘บัดซบ!’

คิมกิรยอกรดร้องในใจด้วยความสิ้นหวัง

และในจังหวะนั้นเอง ดาบใหญ่หน้าตาวิจิตรตระการตาเล่มหนึ่งก็ลอยลงมาข้างกายอิโตะ อันดับ 1 ของญี่ปุ่น...

“...!”

มีแค่คนเดียวที่ล้มเหลว

ความจริงแล้วการพิชิตครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

นอกจากจะไม่มีฮันเตอร์ตายสักคน ของรางวัลที่ได้จากเกตยังยอดเยี่ยมอีกด้วย

แต่ปัญหาก็คือ

“อิโอริ มาทางนี้แล้วใช้สกิลตรวจสอบหน่อย”

ความสำเร็จนั้นมันดัน ‘ดีเกินไป’ นี่สิที่เป็นเหตุ

อิโตะรู้ถึงมูลค่าของดาบใหญ่เล่มนั้นได้ในทันทีที่เห็น ไม่จำเป็นต้องใช้สกิลสายวิเคราะห์ก็สัมผัสได้

พลังที่แผ่ออกมาจากมัน เป็นสิ่งที่ใครก็ตามที่ตื่นรู้พลังเวทต้องรู้สึกได้

[???]

[ระดับ : ??]

[คำอธิบาย : ??]

สมบัติจากต่างมิติที่เทคโนโลยีการตรวจสอบของมนุษยชาติไม่อาจประเมินค่าได้แม้แต่เสี้ยวเดียว

“ตรวจสอบ... ไม่ได้?”

นี่คือลำดับความหายากระดับสูงสุดที่ไม่ดรอปแม้แต่ในเกตระดับ S ที่ฮาวาย

“ละ, เลเจนดารีงั้นเหรอ?”

การปรากฏตัวของไอเทมระดับ เลเจนดารี

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

141

20px

ผู้ตื่นรู้ที่มาร่วมพิชิตเกตระดับ S ที่ได้ชื่อว่าเป็นภัยพิบัติเลวร้ายที่สุดโดยไม่ลังเล

แถมผู้ชายคนนั้นดันเป็นฮันเตอร์อิสระเนี่ยนะ?

‘หรือว่ากิลด์ในเกาหลีดูแลเขาไม่ดีพอหรือเปล่า?’

‘แต่ทำไมเขาถึงไม่ตั้งกิลด์ของตัวเองล่ะ?’

‘อย่าบอกนะว่าเขามีความไม่พอใจต่อประเทศตัวเอง?’

‘ใช่แล้ว การที่เขายอมเสี่ยงชีวิตมาช่วยเคลียร์เกตระดับ S ที่ไม่ต่างอะไรกับแดนประหารแบบนี้ แสดงว่าเขาต้องมีความสนใจในประเทศของเราแน่!’

ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่ชั่วพริบตา

เหล่าฮันเตอร์ญี่ปุ่นต่างมีความคิดเห็นตรงกันโดยมิได้นัดหมาย

‘ทันทีที่การพิชิตจบลง เราจะรั้งตัวเขาไว้!’

‘รีบติดต่อไปยังรัฐบาลเพื่อเตรียมเรื่องสิทธิ์พำนักถาวรเดี๋ยวนี้’

‘คนเกาหลีชอบอะไรนะ...!’

แววตาของพวกเขาราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องมองเหยื่ออันโอชะ

---

1 ชั่วโมงต่อมา

พวกเราเริ่มบุกตะลุยดันเจี้ยนโดยไม่รอช้า

เพราะยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ จำนวนสัตว์อสูรในนี้ก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

‘วงการฮันเตอร์ญี่ปุ่นใช้คำว่า เรด (Raid) กันจนเป็นเรื่องปกติเลยสินะ’

ตูม! พรึ่บ!

ทันใดนั้น เปลวเพลิงที่ โมริทาเกะ อิโตะ สร้างขึ้นก็โหมกระหน่ำเข้าใส่ศัตรู

พลังทำลายล้างที่รุนแรงถึงขนาดทำให้บ่อพิษในดันเจี้ยนเดือดพล่านระเหยไปในพริบตา เหล่าฮันเตอร์ญี่ปุ่นไม่หยุดเพียงแค่นั้น พวกเขาระดมยิงสกิลใส่มังกรอย่างไม่ขาดสาย

สายฟ้าที่ฟาดผ่าลงมา สายลมแรงดันสูงที่เฉือนศัตรูคว้านลึกไปถึงเครื่องใน

ตอนแรกฉันก็นึกสงสัยว่าระดับ S ของญี่ปุ่นจะร่วมมือกันยังไง แต่เอาเข้าจริงวิธีการนั้นเรียบง่ายมาก

พวกเขาจะทิ้งระยะห่างให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้โดนลูกหลงกันเอง จากนั้นก็กระหน่ำสกิลใส่สัตว์อสูรตรงกลางเพื่อวัดกันด้วยพลังทำลายล้างชั่วพริบตา

‘ฮันเตอร์คนนั้นดูโดดเด่นที่สุดเลยแฮะ สมกับที่เป็นที่ 1 จริงๆ’

เมื่ออิโตะวางมือลงบนพื้น วงเวทขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นที่แทบเท้าของมังกร

และภายในวงเวทนั้นก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานขึ้นเรื่อยๆ...

‘ว้าว ร้อนมาถึงตรงนี้เลย’

ครืนนนนน

เปลวเพลิงอันเกรี้ยวกราดพุ่งทะยานขึ้นมาจากเบื้องล่าง สกิลที่อิโตะใช้ออกมาดูราวกับสัตว์วิเศษขนาดยักษ์กำลังทะยานขึ้นสู่ท้องนภา

ทว่าหลังจากเปลวเพลิงอันสว่างไสวพัดผ่านไป สิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียงกลิ่นเหม็นไหม้ของโปรตีน และผิวหนังอันน่าเกลียดน่ากลัวของมังกรที่พุพองจนเดือดปุดๆ

“────!”

ตอนนั้นเอง

เพล้ง! จู่ๆ เสียงแหลมสูงราวกับกระจกแตกก็ดังก้องไปทั่วอากาศ

“อึก!”

“อื้ออ.”

นี่คือสกิลเฉพาะเผ่าพันธุ์มังกร [เฟียร์]

และผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็น มันทำให้ศัตรูที่อยู่รอบตัวติดสถานะอัมพาตด้วยโอกาสสูงลิ่ว

โมริทาเกะ อิโตะ ติดสถานะหมดสภาพการต่อสู้จากเฟียร์เมื่อครู่นี้ไปเรียบร้อยแล้ว

‘ถ้าเป็นฮันเตอร์ระดับล่างทั่วไป โดนแค่เฟียร์เข้าไปคงหัวใจวายตายคาที่’

พละกำลังและความแข็งแกร่งของมังกรนี่มันเหนือจินตนาการจริงๆ

มังกรระดับ S ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอย มันสะบัดหางโจมตีต่อเนื่องทันที

รู้ไหมว่าการฟาดหางแค่ครั้งเดียวทำให้ชาวโลกมีสภาพเป็นยังไง?

ฉันเดาะลิ้นเมื่อเห็นเหล่าฮันเตอร์ที่ผิวหนังถลอกปอกเปิกจนแดงเถือกจากการโดนเกล็ดหางมังกรขูด

‘แบบนี้จะจบโดยไม่มีคนตายได้ไหมเนี่ย...’

แต่ผลลัพธ์กลับดีกว่าที่ฉันคาดไว้มาก ไม่นานนัก อิโตะที่หลุดจากสถานะอัมพาตก็ใช้สกิลปลิดชีพมังกรที่อยู่ในสภาพปางตายได้สำเร็จ

“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก!”

“โพชั่น! เอาโพชั่นมา!”

“ฮีลเลอร์มาทางนี้หน่อย!”

ฉันหันไปตามเสียง AI ที่ดังมาจากเครื่องแปลภาษาของ พิกซี่

แต่เดี๋ยวก่อนนะ ในขณะที่พวกนั้นกำลังรากเลือดกันแทบตาย ทำไมฉันถึงมายืนสบายใจเฉิบอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ?

‘เมื่อไหร่บอสจะโผล่มาสักที’

ช่วยไม่ได้นี่นา ทางนี้มันร่างกายบอบบางที่แค่โดนลมหายใจมังกรเป่าก็ม่องเท่งได้แล้ว

ก่อนมาญี่ปุ่น ฉันประกาศจุดยืนชัดเจนแล้วว่าจะไม่ออกไปยืนแนวหน้าเด็ดขาด

พูดให้ถูกคือ ฉันอ้างไปว่าถ้าหัวหน้าดันเจี้ยนโผล่มาเมื่อไหร่ ฉันจะทุ่มสุดตัวใช้ [ไบนด์ดิ้ง] ดังนั้นจนกว่าจะถึงตอนนั้นต้องขอออมแรงไว้ก่อน

แต่ไอ้เรื่องฉันน่ะช่างมันเถอะ ไม่รู้ว่าคนคนนี้จะยืนเฉยๆ ด้วยได้หรือเปล่านะสิ

“ฮันเตอร์ คังชางโฮ ครับ”

ฉันทักฮันเตอร์ระดับ S ที่ยืนอยู่ข้างหลัง

“ระดับคุณฮันเตอร์แล้ว ช่วยพวกเขาหน่อยไม่ดีเหรอครับ?”

แต่คังชางโฮกลับตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความสนใจเลยแม้แต่น้อย

“ก็ตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่หรือไง”

ก็นะ อย่างที่เห็น ระดับ S คนนี้มาเพื่อคุ้มกันเครื่องสังเวยของตัวเองเท่านั้น

คังชางโฮเองก็แจ้งทางญี่ปุ่นตั้งแต่ก่อนเข้าประเทศแล้วว่า เขาไม่ได้คิดจะสู้กับมังกร ดังนั้นให้ถือซะว่าทางนี้ไม่มีตัวตน ไม่ต้องนับรวมเรื่องของรางวัลหรืออะไรทั้งนั้น...

“อุตส่าห์มาท้าทายเกตระดับ S นึกว่าจะได้ดูอะไรสนุกๆ ที่ไหนได้ สิ่งที่นายใช้ดันมีแค่ [ไบนด์ดิ้ง] เนี่ยนะ”

ดูเหมือนเขาจะผิดหวังอย่างแรงหลังจากเห็นสกิลที่ฉันใช้

แน่นอนว่าสำหรับเขาคงรู้สึกหมดสนุก ไบนด์ดิ้งเป็นสกิลระดับล่างทั่วไป หินสกิลระดับนี้หาซื้อได้เกลื่อนตลาดอยู่แล้ว

‘ถึงเป็นหินสกิลก็คงราคาแพงอยู่หรอก แต่ก็ไม่มีค่าพอให้ใช้ ความทะเยอทะยาน แย่งชิงมา’

งั้นถ้าไม่มีอะไรทำแล้วเบื่อ ก็ช่วยไปช่วยพวกเด็กๆ หน่อยสิพ่อคุณ

ฉันกวาดตามองซากปรักหักพังหลังจบการต่อสู้

“อื้ออ, อือออ.”

ฮันเตอร์ญี่ปุ่นต่างได้รับบาดเจ็บสาหัสจนยากจะบอกว่าโดนแค่ลูกกระจ๊อกเล่นงานมา

แผลภายนอกถ้าโดนเวทรักษาของฮีลเลอร์หรือน้ำยาฟื้นฟูก็คงหายในไม่ช้า แต่ทว่า...

“อ๊ากกกก!”

ปัญหาคือพอยซั่นเบรลม (Poison Breath) ที่พวกมังกรพิษใช้

ศัตรูที่นี่สมกับที่เป็นระดับ S พวกมันมีพิษร้ายแรงที่น่าสะพรึงกลัวจริงๆ

ตอนนี้ยังพอประคองตัวด้วยยาแก้พิษได้บ้าง แต่ฮันเตอร์บางคนเริ่มมีอาการหายใจติดขัดแล้ว

‘มังกรพิษงั้นเหรอ’

น่ากลัวว่าก่อนจะไปถึงบอส คงมีสัก 5 คนที่ต้องหมดสติไป

แต่ถึงจำนวนคนในทีมจะลดลง พวกเราก็ต้องเดินหน้าต่อไปไม่หยุด เพราะถ้าถอดใจกลางคันแล้วออกไปข้างนอก จำนวนศัตรูที่อุตส่าห์ลดลงไปก็จะเพิ่มกลับขึ้นมาใหม่อยู่ดี

‘เหลืออีกกี่ตัวกว่าจะถึงตัวหัวหน้านะ?’

ฉันหลับตาประเมินจำนวนศัตรูที่เหลืออยู่

และในตอนนั้นเอง

ตึง... ตึง... ตึง...

เสียงฝีเท้าหนักๆ ของสัตว์สี่เท้าดังก้องมาจากความมืดไกลออกไป

“โธ่เว้ย มังกรตัวอื่นแห่กันมาอีกแล้ว”

แต่จะหนีก็ลำบาก เพราะยังมีฮันเตอร์หลายคนที่ยังไม่หายจากอาการติดพิษ ถ้าหนีต้องมีคนถูกทิ้งไว้ข้างหลังแน่

“ทุกคนลุกขึ้น! ถ้ามีอะไรติดอาวุธอยู่ให้รีบเช็ดออกเดี๋ยวนี้!”

โมริทาเกะ อิโตะ ตะโกนสั่งการฮันเตอร์เสียงดังเมื่อศัตรูเข้ามาใกล้

หลังจากนั้น ภาพที่เกิดขึ้นก็ไม่ต่างจากฉากการต่อสู้ของพวกระดับท็อปที่เห็นเมื่อครู่

‘อูย แสบตาชะมัด’

ไฟและพิษ

สายฟ้าและเสียงคำราม

รวมถึงสภาพภูมิประเทศของดันเจี้ยนที่เปลี่ยนไปมาทุกครั้งที่สกิลพัดผ่าน

ฉันถอยห่างออกมาจากจุดปะทะราว 80 เมตร เพราะกลัวโดนลูกหลง

แต่ดูเหมือนจะมีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นในสนามรบ

“เฮือก... อึก...”

ฮันเตอร์คนหนึ่งหยุดชะงักและเซถลา

ชายหน้าเด็กที่มองเผินๆ นึกว่าวัยรุ่น

‘ทำบ้าอะไรของเขาน่ะ?’

ระดับ S ที่แนะนำตัวว่าชื่อ อิโอริ ฉันยืนดูอยู่ครู่หนึ่ง ฮันเตอร์ญี่ปุ่นคนนั้นเอามือกุมหน้าอกแล้วทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น

‘สูดดมไอพิษเข้าไปมากเกินจนเกิดอาการชักหรือเปล่า?’

สังหรณ์ใจไม่ดีเลยแฮะ

เพื่อนร่วมทีมคนอื่นกำลังยุ่งอยู่กับการรับมือมังกร แล้วตำแหน่งที่เจ้านั่นล้มลงดันเป็นทิศทางที่หัวมังกรหันไปพอดีซะด้วย

ซูมมมมมมม!

กะแล้วเชียว

ฉันคิดว่าใกล้จะได้เวลาแล้ว และเจ้าสัตว์เลื้อยคลานนั่นก็พ่นพอยซั่นเบรสออกมาจริงๆ

ตูม!

ตอนนี้ทีมพิชิตเริ่มมีประสบการณ์ พวกเขาฉวยโอกาสตอนที่มังกรอ้าปากระดมยิงเวทมนตร์สารพัดใส่ พร้อมกับส่งมังกรลงนรกไปในทันที

“อิโอริ!”

“เฮือก”

“บ้าเอ๊ย!”

พวกเขามารู้ตัวถึงสถานการณ์ของเพื่อนร่วมทีมก็ตอนที่หัวมังกรขาดกระเด็นไปแล้ว

อิโอริโดนเบรสมังกรพัดกระเด็นไปตกในบ่อพิษที่อยู่ไกลออกไป

ขืนปล่อยไว้แบบนี้ ฮันเตอร์ที่หมดสติอยู่ต้องจมลงไปก้นบ่อแน่

“คะ, ใครก็ได้ใช้สกิลช่วยหน่อย...!”

เหล่า ผู้ตื่นรู้ ชาวญี่ปุ่นแตกตื่นจนทำอะไรไม่ถูกกับอุบัติเหตุกะทันหัน

ในบรรดาคนที่อยู่ตรงนี้ คนที่มีความสามารถพอจะดึงคนขึ้นมาได้อย่างนิ่มนวลที่สุดคือสายลม แต่น่าเสียดายที่คนที่ตกลงไปในบ่อดันเป็นจอมเวทลมคนนั้นน่ะสิ

เพราะงั้นงานนี้ต้องแก้ด้วยวิธีทางกายภาพ

“เอ๊ะ?”

ตูม!

ฉันพุ่งตัววิ่งออกไปตั้งแต่ตอนที่มังกรเริ่มพ่นเบรส แล้วกระโดดลงไปในบ่อ

อาศัยประสบการณ์จากชาติก่อนและทักษะการว่ายน้ำอันยอดเยี่ยม งมร่างฮันเตอร์ที่ตกลงไปขึ้นมา แค่นั้นก็จบเรื่อง

‘ไม่ได้ว่ายน้ำซะนานเลยแฮะ’

เอาล่ะ ทีนี้ก็ถึงคิวที่พวกชาวโลกต้องขอบคุณฉันที่ช่วยเพื่อนของพวกเขา...

‘อ้าว’

พอปาดของเหลวที่เข้าตาออก ถึงเพิ่งมองเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย

พวกเขาจ้องมองฉันด้วยสีหน้าตกตะลึงสุดขีด และเหตุผลที่พวกเขามีปฏิกิริยาแบบนี้ก็คือ

“กระโดดลงบ่อพิษด้วยตัวเปล่า...?”

จริงสิ ฉันยังไม่ได้บอกนี่นาว่าฉันมีต้านทานพิษ

‘เดี๋ยวนะ คิดดูอีกที ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยความสามารถนี้ให้โลกรู้ก็ได้นี่?’

ฉันใช้เวลาคิดไม่นาน

ฉันเป็นจอมเวทที่เรื่องรักษาผลประโยชน์ของตัวเองไวเป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว ว่าแล้วก็จัดการปรับแต่งร่างกายเล็กน้อยทันที

ฟุ่บ

ตุบ

ฉันแกล้งทำตัวซีดเผือดเหมือนพวกระดับ S คนอื่นๆ ที่โดนพิษเล่นงาน แล้วแกล้งสลบเหมือดไป

“กรี๊ดดดด!”

“ฮะ ฮีลเลอร์! รีบมาทางนี้ด่วน!”

“ยาแก้พิษอยู่ไหน!”

แต่จะแกล้งตายนานก็ไม่ได้

เรื่องยาแก้พิษไหลเข้าจมูกนั่นก็เรื่องหนึ่ง แต่มีเจ้าของความทะเยอทะยานคนหนึ่งกำลังก้มมองฉันด้วยสายตาเย็นเยียบอยู่น่ะสิ

“เดี๋ยวก่อนครับ ใจเย็นๆ”

ฉันลืมตาขึ้นมาข้างหนึ่งทั้งที่ยังนอนแผ่หราเพื่อห้ามเขา

หลังจากห้ามปรามคังชางโฮอยู่นาน ในที่สุดฮันเตอร์อิโอริก็ได้รับการรักษาจนได้สติ

---

ไม่ใช่ครับ คุณชางโฮ อย่าเพิ่งทำแบบนั้น ฟังผมก่อน ผมเองก็เป็นระดับ S แค่จมลงไปแป๊บเดียวไม่ตายหรอกครับ ตอนนี้คุณกำลังคิดอะไรอยู่...

“อิโอริ เป็นยังไงบ้าง?”

“ได้สติหรือยัง?”

ฮันเตอร์ญี่ปุ่นคนหนึ่งค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น

ในตอนนี้พวกคนเกาหลีกำลังคุยกันเสียงดัง แต่เขาฟังไม่ออกเลยว่าพวกนั้นพูดอะไรกัน

‘พังซะแล้ว’

อิโอริถอดหูฟังที่ใส่อยู่ออกขว้างลงพื้น

ดูเหมือนเขาจะสลบไปชั่วขณะระหว่างสู้กับมังกร

“ขอบคุณคุณกิรยอซะสิ คนนั้นเขาเป็นคนช่วยนายไว้นะ”

ตอนนั้นเอง อิโอริได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างที่เขาหมดสติ และรีบหันไปทางฮันเตอร์เกาหลีทันที

“คุณกระโดดลงไปในบ่อพิษเพื่อช่วยผมเหรอครับ?”

เครื่องแปลภาษาของอีกฝ่ายยังใช้งานได้ดี ดังนั้นการฟังสิ่งที่เขาพูดคงไม่มีปัญหา

“ขะ, ขอโทษครับ! แล้วก็... ขอบคุณมากจริงๆ ครับ”

เมื่อได้ยินดังนั้น คิมกิรยอ ก็เริ่มพูดอะไรบางอย่าง โดยมีสมาชิกกิลด์ที่อยู่ข้างๆ ช่วยแปลให้

“เขาบอกว่าถ้าขอบคุณมากนักก็ตั้งใจทำเรดซะ เขาช่วยนายเพราะนายเป็นกำลังหลักในการโจมตี”

“ครับ?”

ชายที่นอนอยู่บนพื้นยังพูดต่ออีกสองสามประโยค

“เขาบอกว่าในสายตาเขา ถ้านายไม่อยู่คงเคลียร์ยากน่าดู”

“เอ่อ...”

“เมื่อกี้เขาบอกว่าเหลืออีกไม่ไกลก็จะถึงบอสแล้ว ให้พยายามเข้า จะได้ชนะ”

มาคิดตอนนี้ หน้าตาของฮันเตอร์ที่ชื่อคิมกิรยอนั้นดูเหมือนมีดทำครัวที่ลับมาจนคมกริบ

ดังนั้นคำพูดไร้เยื่อใยที่บอกว่าช่วยไว้เพราะมีประโยชน์ จึงฟังดูสมเหตุสมผลสำหรับเขา

งึมงำ งึมงำ

อิโอริทำหน้าตกใจวูบหนึ่งเมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายที่ถูกถ่ายทอดมา

-ถ้าไปถึงบอส เดี๋ยวฉันจะทำให้ชนะเอง

ที่ปลายทางของการต่อสู้นี้ มีชัยชนะรออยู่อย่างแน่นอน

นั่นคือคำให้กำลังใจที่ดีที่สุดเท่าที่เขาอยากได้ยิน

คิมกิรยอไม่ได้โกหก

-โฮกกกกกกกก!

หลังจากกำจัดลูกสมุนที่เฝ้ารังของราชา และได้เผชิญหน้ากับเจ้าถิ่นในที่สุด

ผู้ถูกส่งตัวมาที่มีผมสีทองก็ร่ายไบนด์ดิ้งที่เคยเห็นก่อนหน้านี้ ตรึงร่างของบอสเอาไว้อย่างสมบูรณ์

ทั้งปาก ลำคอ มืออันแข็งแกร่ง และปีกที่ใช้โบยบินบนฟากฟ้า

ทุกส่วนถูกด้ายแห่งแสงพันธนาการจนขยับไม่ได้แม้แต่กล้ามเนื้อมัดเดียว ชะตากรรมที่เหลืออยู่ของมังกรที่ถูกจับตรึงมีเพียงหนึ่งเดียว

-เอ๋ง?

ตูมๆๆๆๆๆ

ตามมาด้วยมหกรรมสกิลของเหล่าฮันเตอร์

ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงโค่นบอสลงได้อย่างง่ายดายด้วยไบนด์ดิ้งของคิมกิรยอ

เกตสุดเลวร้ายที่ถูกเรียกว่าภัยพิบัติ ถูกพิชิตลงได้ก่อนที่จะเกิดดันเจี้ยนเบรกจริงๆ

“จบ... แล้วเหรอ?”

“ทะ, ทางออก นั่นทางออกใช่ไหม?”

ยอดผู้เสียชีวิตในปฏิบัติการครั้งนี้คือ 0!

แน่นอนว่ากว่าครึ่งของทีมพิชิตบาดเจ็บสาหัสจนไม่อาจฟื้นฟูได้ แต่ถึงอย่างนั้น นี่มันก็เป็นสถิติที่จะต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไม่ใช่หรือไง?

“อ๊าก! เคลียร์ได้แล้ว เราเคลียร์ได้จริงๆ ด้วย!”

“คุณอิโตะ ทำสำเร็จแล้วครับ!”

“ว้าวววว!”

คังชางโฮที่ยืนอยู่มุมหนึ่งบ่นงึมงำว่ามอนสเตอร์อ่อนกว่าที่คิด

แต่ไม่มีใครสนใจคำพูดนั้น

ไม่นานนัก ของรางวัลตอบแทนความเหนื่อยยากก็เริ่มประทานลงมาแก่เหล่าฮีโร่ผู้ปราบภัยพิบัติ

‘ของรางวัลกำจัดบอส!’

ลูกแก้วแสงลอยลงมาข้างกายฮันเตอร์ระดับท็อป 5 คนที่มีส่วนร่วมในการกำจัดมังกร

‘ขอปอดเถอะ! ขอปอดทีเถอะ!’

กิรยอกุมมือสวดภาวนาอย่างเร่งรีบ แต่มันก็ไร้ผล

สุดท้ายจนจบงาน อวัยวะของมังกรก็ไม่โผล่มาให้เห็นแม้แต่เงา

‘บัดซบ!’

คิมกิรยอกรดร้องในใจด้วยความสิ้นหวัง

และในจังหวะนั้นเอง ดาบใหญ่หน้าตาวิจิตรตระการตาเล่มหนึ่งก็ลอยลงมาข้างกายอิโตะ อันดับ 1 ของญี่ปุ่น...

“...!”

มีแค่คนเดียวที่ล้มเหลว

ความจริงแล้วการพิชิตครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

นอกจากจะไม่มีฮันเตอร์ตายสักคน ของรางวัลที่ได้จากเกตยังยอดเยี่ยมอีกด้วย

แต่ปัญหาก็คือ

“อิโอริ มาทางนี้แล้วใช้สกิลตรวจสอบหน่อย”

ความสำเร็จนั้นมันดัน ‘ดีเกินไป’ นี่สิที่เป็นเหตุ

อิโตะรู้ถึงมูลค่าของดาบใหญ่เล่มนั้นได้ในทันทีที่เห็น ไม่จำเป็นต้องใช้สกิลสายวิเคราะห์ก็สัมผัสได้

พลังที่แผ่ออกมาจากมัน เป็นสิ่งที่ใครก็ตามที่ตื่นรู้พลังเวทต้องรู้สึกได้

[???]

[ระดับ : ??]

[คำอธิบาย : ??]

สมบัติจากต่างมิติที่เทคโนโลยีการตรวจสอบของมนุษยชาติไม่อาจประเมินค่าได้แม้แต่เสี้ยวเดียว

“ตรวจสอบ... ไม่ได้?”

นี่คือลำดับความหายากระดับสูงสุดที่ไม่ดรอปแม้แต่ในเกตระดับ S ที่ฮาวาย

“ละ, เลเจนดารีงั้นเหรอ?”

การปรากฏตัวของไอเทมระดับ เลเจนดารี