แน่นอนว่าถึงจะวางแผนดิบดีไปก็เท่านั้น ในเมื่อร่างกายของฉันยังเป็นแค่ระดับ F
‘มีเหตุผลให้ต้องซื้อปอดเพิ่มขึ้นอีกแล้วแฮะ’
ฉันจัดการความคิดที่รกสมองให้เข้าที่เข้าทาง พลางแขวนเสื้อผ้าที่เหลือเก็บเข้าตู้
.
.
.
และสองวันถัดมา
ดูเหมือน อีฮวายอง จะตระหนักอะไรบางอย่างได้หลังจากคำเตือนคราวก่อน เพราะเธอไม่โผล่หน้ามาให้เห็นอีกเลย
ซึ่งก็นับเป็นโชคดี เพราะฉันเองก็ไม่ต้องเสียเวลาไปหาวิธีอำพรางศพในโลกนี้... เอาเถอะ ถือว่าเป็นเรื่องดีก็แล้วกัน
---
สนามบินนานาชาติคิมโพ
เสียงฝีเท้ากระทบลงบนพื้นกระเบื้องที่ปูไว้อย่างเป็นระเบียบ
ตึก ตึก ตึก
หญิงสาวชาวผิวขาวผู้โดดเด่นด้วยผมบ็อบสั้นสีทองระต้นคอและรองเท้าบูทส้นสูงสีชมพู
หากมองเพียงรูปลักษณ์ภายนอก เธออาจดูคล้ายกับฮันเตอร์ระดับ S คนหนึ่งของฝั่งอเมริกา แต่ทว่าชื่อของเธอไม่ใช่ บรู๊คลิน
หญิงสาวร่างท้วมส่วนสูงกะทัดรัดคนนี้ คือฮันเตอร์อิสระที่ใครๆ ต่างเรียกขานว่า ‘โซเฟีย’
‘Fk! Fk!’
ทันทีที่เท้าแตะแผ่นดินเกาหลี โซเฟียก็สบถคำหยาบออกมาในใจรัวๆ
รู้ไหมว่าทำไมผู้ตื่นรู้จากรัฐมินนิโซตาถึงต้องถ่อสังขารข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงประเทศในแถบตะวันออกไกลขนาดนี้?
นั่นก็เป็นเพราะไอ้หัวหน้าจอมขี้เกียจบางคนที่โยนงานของตัวเองมาให้ลูกน้องทำหน้าตาเฉยไงล่ะ
—โซเฟีย จริงๆ แล้วบอสของเรามอบหมายภารกิจหนึ่งมาให้ฉันน่ะ แต่ขอโทษที พอดีช่วงนี้ฉันยุ่งมากจนไม่มีเวลาปลีกตัวไปทำเลย เพราะงั้นเธอช่วยไปเกาหลีแทนฉันหน่อยได้ไหม?
บ้าเอ๊ย ต้องมาเป็นเบ๊รับใช้ไอ้บรู๊คลินจอมซวยนั่นจนได้
หนี้สินนี่มันเจ้ากรรมนายเวรชัดๆ
อุตส่าห์คิดว่าพอตื่นรู้เป็นระดับ A แล้ว จะใช้หนี้เงินกู้นอกระบบให้หมด แล้วเหลือเงินติดตัวสัก 7 แสนดอลลาร์ ชีวิตนี้คงไม่ต้องกระเสือกกระสนเรื่องเงินอีก
แต่ก็นะ สันดานเดิมมันแก้ไม่หาย
แม้จะเป็นผู้ตื่นรู้แล้ว โซเฟียก็ยังตัดขาดจากการพนันไม่ได้ สุดท้ายอุปกรณ์ระดับหายากที่เป็นเหมือนเครื่องมือทำมาหากินก็มลายหายไปจนเกลี้ยง
กลายเป็นว่าพอเป็นผู้ตื่นรู้ นิสัยใช้เงินมือเติบก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนกู่ไม่กลับ
ไอ้เกมไพ่เฮงซวย! รูเล็ตบัดซบ!
ถ้าไม่ใช่เพราะหนี้ก้อนโตพวกนี้ เธอคงไม่ต้องยอมให้บรู๊คลินจูงจมูกแบบนี้หรอก
‘แม่งเอ๊ย’
โซเฟียเกาที่รอยสักสีดำใต้เสื้อคอเต่าอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังทางออก
อย่างน้อยขั้นตอนการเข้าเมืองก็ผ่านไปได้อย่างราบรื่น
---
—ไปตรวจสอบดูซิว่า ฮันเตอร์ระดับ S คนที่สี่ของเกาหลีเป็นของจริงหรือของปลอม!
ว่าแต่... ทำไมเธอต้องมารับคำสั่งบ้าบอพรรค์นี้ด้วยนะ
จะให้ไปตรวจสอบพลังของฮันเตอร์ระดับ S ของเกาหลี เพราะสงสัยว่าเขาอาจจะเป็นตัวปลอมเนี่ยนะ?
‘ฉันนี่มัน... ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ’
เฮ้ออออ
ก่อนจะเดินทางมาที่นี่ โซเฟียได้ทำการตรวจสอบข้อมูลของชายที่ชื่อ คิมกิรยอ มาบ้างแล้วแบบคร่าวๆ
แต่แค่ลองค้นชื่อฝ่ายตรงข้ามในเว็บไซต์ เธอก็สัมผัสได้ถึงความฉิบหายวายป่วงทันที
พ่อหนุ่มชาวเอเชียคนนั้นไม่ใช่แค่ระดับ S ธรรมดาๆ
แต่เป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ชนิดที่แม้แต่ในหมู่ฮันเตอร์ระดับท็อปด้วยกันยังต้องจับตามอง
‘กวาดล้างดันเจี้ยนที่มีไซเรนจนเหี้ยน? แถมยังอาสาสมัครเข้าร่วมการพิชิตเกตระดับ S ด้วยตัวเองอีก?’
ไอ้บรู๊คลินมันต้องตั้งใจส่งทาสอย่างเธอมาตายแน่ๆ ถึงได้โยนงานแบบนี้มาให้
ขนาดพวกฮันเตอร์ญี่ปุ่นที่เข้าไปในเกตด้วยกันยังพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า ถ้าไม่มีคิมกิรยอ ก็คงไม่มีทางล่ามังกรตัวนั้นได้สำเร็จ
‘คนขนาดนี้จะเป็นระดับ S ตัวปลอมได้ยังไงวะ?’
โซเฟียฟันธงถึงตัวตนของเป้าหมายตั้งแต่ภารกิจยังไม่ทันเริ่ม
ก็มันช่วยไม่ได้นี่นา
แม้เจ้าตัวจะไม่ได้ตั้งใจ แต่ประวัติผลงานของคิมกิรยอก็ดูจะอลังการขึ้นทุกวัน
กระทั่ง จองฮาซอง ที่เป็นระดับ S ตัวจริงเสียงจริงยังหลงกลการแสดงของเขาจนหัวปักหัวปำ ข่าวลือเรื่องความเก่งกาจจึงแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว
‘ขนาดอันดับ 1 ของเกาหลียังยอมรับในฝีมือ แล้วมันจะไม่ใช่ระดับ S ได้ยังไง’
โธ่เอ๊ย ก็มีคนระดับจองฮาซองมาการันตีขนาดนั้น แล้วเรื่องทั้งหมดจะเป็นเรื่องโกหกไปได้ยังไงกันเล่า?
ความเชื่อมั่นคือสิ่งที่น่ากลัว
เช่นเดียวกับคนที่มักจะตกหลุมพรางของคำลวง โซเฟียตัดสินใจสรุปผลอย่างรวดเร็วทันทีที่เห็นข้อมูลเกี่ยวกับคิมกิรยอ
เธอปักใจเชื่อไปแล้วว่าอีกฝ่ายคือฮันเตอร์ระดับ S ของจริง
“เฮ้อ...”
ถ้าอย่างนั้น ปัญหาก็คือหลังจากนี้
ไม่ว่าคิมกิรยอจะเป็นของจริงหรือของปลอม โซเฟียก็จำเป็นต้องตรวจสอบระดับของอีกฝ่ายแล้วกลับไปรายงานให้ได้
เพราะนั่นคือสัญญาที่ให้ไว้กับบรู๊คลิน
แต่ถ้าสมมติว่าหมอนั่นเป็นระดับ S จริงๆ พูดตามตรงนะ นี่มันก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายไปครึ่งตัวแล้ว
เป็นฮันเตอร์ต่างด้าวที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาเรื่องคนในบ้านเขาเพื่อลองของ เจอแบบนี้เป็นใครก็ต้องของขึ้นกันทั้งนั้น
‘อืม’
เหลียวมอง
โซเฟียตรวจสอบรูปพรรณสัณฐานของคิมกิรยอซ้ำอีกครั้ง
ดวงตาชั้นเดียว
ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์
แถมยังสวมชุดสูทสีดำที่ดูเนี้ยบกริบจนเกือบจะดูเหมือนคนเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ
แม้เชื้อชาติจะต่างกัน แต่โซเฟียก็ดูออกว่าบรรยากาศรอบตัวหมอนั่นไม่ใช่คนประเภท ‘อบอุ่น’ แน่นอน
ใช่แล้ว
คิดยังไงก็ไม่อยากจะไปตอแยกับฮันเตอร์พรรค์นั้นเลยสักนิด
“เวรเอ๊ย”
แต่จะให้ทำยังไงได้
ถึงจะไม่รัดกุมเท่า [สัญญาอัศวิน] แต่ปลอกคอที่เธอสวมอยู่นี้ก็เป็นไอเทมที่มีพันธะสัญญาที่ยากจะบิดพลิ้ว
“โอ้ พระเจ้า... ได้โปรดคุ้มครองลูกให้ได้กลับบ้านเกิดอย่างปลอดภัยด้วยเถิด”
โซเฟียพึมพำบทสวดอ้อนวอนเบาๆ พลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา
ก่อนจะเริ่มลงมือ เธอต้องเตรียมการหลายอย่างให้พร้อมเสียก่อน
---
จะเปิดโปงตัวตนที่แท้จริงของระดับ S คนที่สี่ได้อย่างไร
ความจริงวิธีการนั้นง่ายมาก
ถ้าอยากรู้ว่าระดับของคิมกิรยอเป็นของจริงหรือไม่ ก็แค่ให้ระดับ A อย่างโซเฟียทุ่มสุดตัวพุ่งเข้าใส่เป้าหมายดูสิ
ตัวตนที่สามารถสยบฮันเตอร์ระดับ A ที่เอาจริงได้อย่างเหนือชั้น
นั่นแหละคือพลังของมนุษยชาติยุคใหม่ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของการตื่นรู้ เพราะต่อหน้าคนพวกนั้น แม้แต่ระดับ A ที่ว่าแน่ก็ยังเป็นได้แค่ผู้ที่อ่อนแอกว่า
‘แผนการน่ะง่ายนิดเดียว’
ติดอยู่แค่ปัญหาเดียวคือ พ่อหนุ่มเกาหลีคนนั้นดูท่าทางแล้ว ถ้าไปสะกิดผิดจุดเข้าอาจจะโดนจับหมักกิมจิเอาได้ง่ายๆ
‘Shit!’
ยังนับว่าเป็นโชคดีที่ความสามารถในการตื่นรู้ของเธอไม่ใช่สกิลสายต่อสู้ประจัญบานโดยตรง
ถ้าใครเล่นวิดีโอเกมบ่อยๆ คงจะคุ้นเคยกับคำนี้เป็นอย่างดี
【ซัมมอนเนอร์】
โซเฟียคือผู้ตื่นรู้ที่ครอบครองพลังอันหาได้ยากยิ่ง
เธอสามารถใช้ผลึกมารที่ดรอปจากมอนสเตอร์เพื่ออัญเชิญสัตว์ประหลาดออกมาทำตามคำสั่งได้
ผู้ตื่นรู้สายอัญเชิญ... นี่แหละคือเหตุผลที่บรู๊คลินเจาะจงเลือกโซเฟียให้มารับงานนี้
เพราะด้วยความสามารถของโซเฟีย หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา ก็ยังสามารถจัดฉากโยนความผิดให้กลายเป็นอุบัติเหตุจากเกตได้เนียนๆ
“ฟู่ววว...”
[ไฟร์บอล]
[ไฟร์วอล]
[ไลท์]
เธอยังมีสกิลหลอกตาอื่นๆ เพื่อใช้ปกปิดสายพลังที่แท้จริง แต่ของพวกนี้คงใช้ไม่ได้ผลกับระดับ S แน่ๆ ดังนั้นครั้งนี้เธอจึงตัดสินใจไม่ใช้มัน
ดังนั้น สิ่งที่จะใช้มีเพียงวิชาอัญเชิญของเธอและไอเทมสายอำพรางตัวเท่านั้น
‘แถมยังมีสัญญาผูกมัดว่าห้ามเอ่ยชื่อผู้จ้างวาน ไม่งั้นตัวฉันจะระเบิดตูมตามอีก นี่มันนินจาในการ์ตูนชัดๆ’
ขอแค่จบงานนี้ได้ สาบานเลยว่าจะไม่แตะต้องการพนันอีกตลอดไป
กริ๊ก โซเฟียแกะหินมานาสีน้ำเงินออกจากไม้เท้าคุณภาพต่ำที่เธอแสร้งทำเป็นถือไว้เหมือนอาวุธล่าสัตว์ทั่วไป
จากนั้นจึงขับรถเช่าผิดกฎหมายที่เตรียมไว้ล่วงหน้า ตรงดิ่งไปยังละแวกที่พักของคิมกิรยอ
.
.
.
หลังจากการซุ่มโป่งผ่านไปได้ประมาณ 3 วัน
‘มาแล้ว!’
โซเฟียเห็นชายผมทองเดินออกมาจากที่อยู่ตามข้อมูลที่สายข่าวให้มา แต่เธอยังไม่ลงมือทันที
เพราะยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่ต้องพิจารณา ทั้งจุดหมายปลายทางของอีกฝ่าย และสายตาของผู้คน
‘โดยเฉพาะถ้าเป้าหมายคือเกต ยิ่งต้องระวังให้มาก ไอ้หนุ่มตี๋นี่มีความเกี่ยวข้องกับ คังชางโฮ ที่เป็นระดับ S อีกคนด้วย’
เธอจัดเตรียมข้าวของในรถอย่างทุลักทุเล ก่อนจะเริ่มสะกดรอยตามคิมกิรยอ
สิ่งที่คลุมหัวเธออยู่คือไอเทมสายอำพรางที่ช่วยให้ร่างกายกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมได้ชั่วคราว
‘OK’
แต่ดูเหมือนวันนี้คิมกิรยอจะไม่ได้ตั้งใจจะออกไปล่าสัตว์
เพราะหลังจากเขาหอบขวดพลาสติกออกจากบ้านไปทิ้งที่จุดรีไซเคิลขยะ เขาก็เดินย้อนกลับมาตามทางเดิม
‘แค่เอาขยะออกมาทิ้งงั้นเหรอ ธรรมดาชะมัด’
บริเวณนี้เป็นทางเดินโล่งกว้าง เหมาะแก่การสังเกตการณ์เป็นที่สุด
แถมรอบข้างก็ดูเหมือนจะไม่มีคนอื่นเดินผ่านไปมาเสียด้วย...
เมื่อดูลาดเลาเรียบร้อย โซเฟียก็เริ่มดำเนินการตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างทันที
ตอนนี้เหลือแค่ใช้สัตว์อัญเชิญไปลองเชิงผู้ชายคนนั้นดู แน่นอนว่าในฐานะซัมมอนเนอร์ เธอจะซ่อนตัวอยู่ให้ไกลที่สุดเพื่อปกปิดตัวตน
—อ้อ โซเฟีย
ถ้าอย่างนั้น มาทบทวนเงื่อนไขของนายจ้างกันอีกสักรอบดีกว่า
บรู๊คลิน หัวหน้าของเธอได้กำชับคำขอเพิ่มเติมบางอย่างไว้ก่อนเริ่มภารกิจนี้
—รู้อยู่ใช่ไหมว่าความสามารถด้านการป้องกันน่ะ มันสร้างภาพลวงตากันได้ง่ายจะตาย? แค่หาอาร์ติแฟกต์ดีๆ มาใส่ ต่อให้เป็นแค่ระดับ C ก็ต้านทานการโจมตีระดับสูงได้สบายๆ ต่างกับพลังโจมตีที่ยังไงก็ต้องมีฝีมือจริงๆ ผสมอยู่บ้าง
บรู๊คลินต้องการรู้ระดับที่แท้จริงของคิมกิรยอให้แม่นยำที่สุด
ดังนั้นในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ เขาจึงสั่งให้เธอใช้วิธีการที่ ‘พิเศษ’ ซึ่งไม่ใช่ทั้งการโจมตีทางกายภาพ และไม่ใช่การโจมตีทางจิตใจ
ห้ามใช้ทั้งกายภาพและจิตใจ?
นี่มันคำสั่งบ้าบออะไรวะ อย่างกับสั่งกาแฟอเมริกาโน่เย็นที่ร้อนจี๋ยังไงยังงั้น
แต่ที่น่าทึ่งคือ พอสำรวจดูพวกสัตว์อสูรที่เกิดจากเกตดีๆ ดันมีตัวที่ตรงตามเงื่อนไขนี้อยู่ตัวหนึ่งพอดีเป๊ะ
สัตว์ประหลาดที่มีการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัว และไม่สามารถป้องกันได้ด้วยวิธีใดๆ ซึ่งเธอก็รู้จักมันอยู่ตัวหนึ่ง
‘เอาล่ะ! ออกมาซะ เจ้าข้ารับใช้ค่าตัวแพงระดับแจ็กพอตแตก’
ครืนนนนน
โซเฟียทุ่มเทพลังทั้งหมดลงไปในผลึกมารที่ครอบครองอยู่ เพื่ออัญเชิญมอนสเตอร์ตนหนึ่งขึ้นมากลางอากาศ
ผิวหนังหมองคล้ำราวกับเปลือกไม้ที่ตายซาก เลือดสีดำไหลทะลักออกจากทุกทวารบนใบหน้า สัตว์สี่ขาตนนี้มีชื่อว่า เดมิลิช
[เดมิลิช]
[ระดับ : A]
[คำอธิบาย : ราชาแห่งคนตาย ปรากฏตัวในห้องบอสของดันเจี้ยน ‘พาราไดซ์ลอสต์’ ด้วยโอกาสประมาณ 20%...]
มันคือมอนสเตอร์พิเศษที่จะโจมตีด้วยรูปแบบ ‘Fixed Damage (ความเสียหายคงที่)’ ซึ่งไม่สามารถลดทอนความเสียหายได้ด้วยวิธีการใดๆ
[ใช้สกิล [การโจมตีวิญญาณ]]
ระดับ D ลงไป โดนทีเดียวจอด
ระดับ C ทนได้ 2 ที
และระดับ B ก็ยื้อชีวิตได้เต็มที่แบบหืดจับแค่ 4 ที
สกิลพิเศษที่หากถูกโจมตีครบตามจำนวนครั้งที่กำหนด จะต้องพบกับความตายอย่างแน่นอน แบบนี้ก็น่าจะใช้วัดขนาดภาชนะของอีกฝ่ายได้ไม่ใช่หรือ?
‘การโจมตีของเดมิลิชไม่มีทางป้องกันได้ แถมค่าต้านทานสถานะผิดปกติของมันก็สูงลิบลิ่ว จนพวกทริกตุกติกใช้ไม่ได้ผล วิธีเดียวที่จะพิชิตมันได้ คือต้องรีบฆ่าเดมิลิชให้ได้ก่อนที่ตัวเองจะตาย’
กว่าจะได้ผลึกมารของเจ้านี่มา เลือดตาแทบกระเด็น
เนื่องจากความสามารถของโซเฟียจะใช้ได้เฉพาะกับผลึกมารที่เธอเป็นคนล่าเองกับมือเท่านั้น เธอจึงเคยปะทะกับเดมิลิชตามธรรมชาติมาแล้วสองสามครั้ง
และถ้าให้บรรยายความรู้สึก ก็คงต้องใช้คำว่า ‘สยดสยอง’ สถานเดียว
‘อูยยย’
ความเจ็บปวดที่เหมือนกับจุดตายที่ซ่อนอยู่ลึกสุดขั้วหัวใจถูกกระชากออกไปทั้งราก การโจมตีของเดมิลิชมันน่ารังเกียจจนชวนขนหัวลุกขนาดนั้นเลยล่ะ
[การโจมตีวิญญาณ]
หรือว่าไอ้สัตว์ประหลาดนี่มันจะเล่นงานที่วิญญาณจริงๆ กันนะ?
‘เอาล่ะ ดูตำแหน่งให้ดี...’
กริ๊ก
โซเฟียปรับกล้องส่องทางไกลสัญชาติเยอรมันในมือ เพื่อยืนยันเป้าหมายอีกครั้ง
ผมทองและดวงตาที่เห็นตาขาวสามด้าน หมอนั่นต้องเป็นระดับ S คนที่สี่ของเกาหลีที่บรู๊คลินพูดถึงแน่นอน
และด้วยระยะห่างขนาดนี้ ต่อให้เป็นระดับ S ก็คงยากที่จะจับสัมผัสถึงตัวตนของซัมมอนเนอร์ได้
‘ชัวร์ป้าบ’
เธอถอยฉากออกมาจนถึงระยะไกลสุดที่ยังสามารถควบคุมทหารได้ ก่อนจะออกคำสั่งกับข้ารับใช้
‘ลุยเลย!’
ทันใดนั้น ร่างของสัตว์สี่ขาที่ลอยอยู่กลางอากาศก็ทิ้งตัวลงสู่พื้นดิน
มุ่งตรงไปยังฮันเตอร์ชาวเกาหลีที่กำลังเดินอยู่ตามลำพังคนนั้น
‘รู้สึกผิดนิดๆ แฮะ ไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวอะไรกับผู้ชายคนนั้นแท้ๆ... แต่ก็นะ งานก็คืองาน ช่วยไม่ได้’
เอาล่ะ ผลลัพธ์หลังจากนี้จะเป็นยังไงนะ
เขาจะจัดการกับเดมิลิชได้ไหม?
หรือจะถูกผู้ปกครองที่ได้ฉายาว่าราชาแห่งคนตาย เหยียบย่ำจนหมดสภาพ?
โซเฟียกระชับกล้องส่องทางไกลในมือด้วยความตื่นเต้น เท้าแห้งกรังของเดมิลิชแตะถึงพื้นพอดิบพอดีในจังหวะนั้น