การคุ้มครอง
ใช่แล้ว นั่นเป็นคำที่ดีจริงๆ
สำหรับผู้ตื่นรู้ที่มีร่างกายอ่อนแอเปราะบางราวกับน้ำตาลปั้นอย่างฉัน ไม่มีอะไรจะน่าโหยหาไปกว่าการคุ้มครองจากพระเจ้าอีกแล้ว
‘โชคดีชะมัดที่เอฟเฟกต์เหมือนกับตอนอยู่บนโลก……’
ฉันชักดาบของ [ไฮดรา] ออกมาแล้วเดินย่างสามขุมเข้าไปหาพวกสัตว์ประหลาด
เงินที่ทุ่มลงไปเพื่อให้ได้มาซึ่ง [ต้นกล้าพฤกษาศักดิ์สิทธิ์] นั้นมากมายมหาศาลถึงหลักพันล้านวอน
เพราะงั้นไอเทมชิ้นนี้จะไม่มีประสิทธิภาพได้ยังไงล่ะ?
‘เยี่ยม เข้ามาเลย’
ฟึ่บ!
พอฉันขยับเข้าไปใกล้ มอนสเตอร์ตัวหนึ่งที่อยู่แถวนั้นก็พุ่งเข้าใส่อย่างดุร้าย
สิ่งที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของเดรัจฉานตัวนั้น คือความเย่อหยิ่งอันเป็นเอกลักษณ์เมื่อค้นพบสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอกว่าตน
จากนั้นเจ้ามอนสเตอร์ก็ขยับขาทั้งหกข้างถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว
แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะถ้าได้อาบน้ำด้วยกิ่งก้านของพฤกษาศักดิ์สิทธิ์แล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมเป็น ‘แบบนี้’ ไม่ผิดเพี้ยน
“ก๊าซซซซ!”
ตูมมม!
จังหวะที่อุ้งเท้าหน้าของสัตว์ประหลาดนิรนามฟาดลงมาโดนตัวฉัน
เหล่าฮันเตอร์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามทางม้าลายต่างตกตะลึงเมื่อเห็นฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายขึ้นมาอย่างรุนแรง
ทว่าเมื่อสายลมพัดผ่านจนฝุ่นจางลง ผลลัพธ์ที่ปรากฏกลับตรงกันข้ามกับจินตนาการโดยสิ้นเชิง
“เฮือก……!”
อย่าว่าแต่บาดแผลเลย แม้แต่เส้นผมสักเส้นก็ยังไม่กระดิก
“กิ๊ซซซ!”
เจ้ามอนสเตอร์ดูเหมือนจะไม่เข้าใจว่าทำไมการโจมตีของมันถึงถูกหยุดเอาไว้ได้ มันจึงออกแรงกดที่กีบเท้าให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น แต่ฉันก็แค่ต้านรับการโจมตีของมันไว้ได้อย่างสบายๆ
ความสามารถในการป้องกันที่รับมือการโจมตีของมอนสเตอร์ระดับกลางได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ถูกต้อง นี่แหละคือโฉมหน้าที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ของ [ต้นกล้าพฤกษาศักดิ์สิทธิ์]
‘สำเร็จ!’
มันมีฟังก์ชันที่จะแปรสภาพผู้ที่ชโลมของเหลวจากมันให้มีร่างกายใกล้เคียงกับ ‘กายาคงกระพัน’
ถ้าเจาะลึกในเชิงเวทมนตร์ศาสตร์เรื่องมันจะซับซ้อนไปหน่อย เอาเป็นว่าตอนนี้ให้ถือซะว่าเลือดของกิ่งไม้นั้นกำลังปกป้องฉันอยู่ก็แล้วกัน
‘ถึงความจริงจะใกล้เคียงกับการที่มันพยายามแก้แค้นสิ่งมีชีวิตที่คุกคามตัวมันมากกว่าก็เถอะ’
ฉันรีบกลับมาโฟกัสกับความเป็นจริงตรงหน้า
สมกับเป็นประสิทธิภาพระดับมหาประลัยที่แลกมาด้วยการผลาญทรัพย์สินจนเกลี้ยงกระเป๋า ผลจากการเสริมแกร่งด้วยพฤกษาศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ตอนนี้ฉันสามารถเมินเฉยต่อการโจมตีระดับ A ได้อย่างสบายหายห่วง
“ซี๊ดดดด……!”
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ
ฉันตวัดดาบยาวในมือทิ้งรอยแผลตื้นๆ ไว้บนตัวสัตว์ประหลาดอย่างลวกๆ
เท่านี้เอฟเฟกต์พิเศษของไฮดรา [พิษสังหารอมตะ] ก็ซ้อนทับกันถึง 3 สแต็กเข้าไปแล้ว
“ครูววว…….”
“ฉับ”
“ฉัวะ!”
ถ้าอย่างนั้น ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป มาลองระบายความเครียดกับเจ้าพวกหนูทดลองนี่หน่อยดีไหมนะ
“ก๊าซ! ครุก จี๊ดดดด……?”
ในจังหวะที่สัตว์ประหลาดซึ่งถูกคมดาบไฮดราเริ่มบิดเร้าด้วยปฏิกิริยาผิดปกติ
ฉันก็กระชับดาบยาวในมือแล้วกระโจนเข้าไปกลางฝูงเดรัจฉาน
“กี๊ซซซซ!”
ในหมู่พวกมัน มีทั้งตัวที่ระแวดระวังฉันและแผงขนตั้งชัน หรือไม่ก็มีพวกที่คิดว่าฉันเป็นแค่เหยื่อระดับ F แล้วหันหลังให้อย่างเมินเฉย
แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหน จุดจบก็เหมือนกันหมด
วูบ—!
บังคับแขนของซากศพที่ยึดครองร่างให้ตวัดไปหนึ่งครั้ง
ฉัวะ!
ส่งคำสั่งไปสู่เส้นใยกล้ามเนื้อทุกมัดให้ตวัดยาวๆ อีกหนึ่งครั้ง ทางด้านนี้ดาบถูกเหวี่ยงออกไปอย่างเกรี้ยวกราดราวมกับสายฟ้าฟาด
[ต้นกล้าพฤกษาศักดิ์สิทธิ์] มีข้อดีตรงจุดนี้เป็นพิเศษ
เครื่องป้องกันทั่วไปมักจะอวดอ้างแค่ความแข็งแกร่งทนทานแบบทื่อๆ
แต่ดันไม่สามารถลบล้างพลังงานจลน์ที่กระแทกเข้ามาได้จริงๆ ทำให้คนใส่ต้องกลิ้งหลุนๆ ไปทั้งชุดเกราะ
เคร้ง!
แต่ระดับเอปิกชิ้นนี้มันต่างกันอย่างชัดเจน
เอฟเฟกต์ ‘พิทักษ์’ ที่ได้รับจากสิ่งนี้ แสดงอำนาจในการดูดซับแรงกระแทกได้อย่างสมบูรณ์แบบราวกับปาฏิหาริย์
ตัวไม่ขยับถอยหลังเลยสักนิด
‘ถึงจะมีข้อเสียที่น่าหงุดหงิดใจนิดหน่อยก็เถอะ……’
เมื่อทำร้ายมอนสเตอร์ทุกตัวได้สำเร็จ ฉันก็หยุดยืนอยู่กลางวงล้อมเพื่อปรับลมหายใจ
ในวินาทีนี้ เหล่าสัตว์ประหลาดจำนวนมากต่างกางกรงเล็บพุ่งเป้ามาที่ฉัน แต่ฝันไปเถอะ
‘คิดว่าทางนี้เติมเงินไปกี่พันล้านกันหา?’
และหลังจากนั้นไม่กี่วินาที
โครมมม
พวกสัตว์เดรัจฉานหกขาที่รุมล้อมอยู่ในระยะโจมตีต่างพากันกระอักเลือดและล้มฟุบลงกับพื้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
พวกมันทนพิษร้ายแรงของไฮดราไม่ไหวจนขาดใจตายไปเอง
เวลาที่ใช้ไปจนถึงตอนนี้ประมาณ 1 นาที 40 วินาที
สงสัยเพราะเป็นมอนสเตอร์ขนาดเล็ก อัตราการเต้นของหัวใจเลยเร็ว ทำให้ตายไวเกินคาด นี่ก็เป็นข้อมูลที่น่าสนใจเหมือนกันแฮะ
‘อืม’
เอาล่ะ ถ้าจะให้สรุปผลงานในวันนี้สั้นๆ ก็คือ
ในที่สุดฉันก็มี ‘พลังป้องกันสมฐานะระดับ S’ กับเขาเสียที!
จากนี้ไปคงไม่ต้องมาได้ยินคำครหาว่าตัวนิ่ม หรือแค่โดนแรงลมจากการชักอาวุธก็บาดเจ็บเหมือนเต้าหู้ไข่อีกแล้ว
แต่ก็ไม่ได้หวังหรอกนะว่าจะใช้แค่สิ่งนี้ต้มตุ๋นชาวบ้านเขาไปได้ตลอดรอดฝั่ง
พละกำลัง สายตาจับความเคลื่อนไหว แรงกดดัน และอื่นๆ อีกมากมาย
ฉันเพิ่งจะเลียนแบบคุณสมบัติของผู้ตื่นรู้ระดับท็อปได้แค่ ‘อย่างเดียว’ เท่านั้นเอง
จริงสิ จู่ๆ ความทนทานของร่างกายก็เพิ่มขึ้นแบบนี้ คงต้องไปบอกจองฮาซองแยกต่างหากสินะ?
‘แถๆ ไปว่าฝีมือพัฒนาขึ้นเลยข้ามขั้นตอนการสอนไปขั้นต่อไปแล้วกัน’
ฉันยืนเหม่อลอยจัดระเบียบตารางงานหลังจากนี้อยู่ในหัว แต่ตอนนั้นเองที่มุมหนึ่งของถนนก็เกิดเสียงเอะอะโวยวายขึ้น
“เอ๊ะ? อะไรน่ะ ดันเจี้ยนเบรกคือ……?”
“ว้าว ฮันเตอร์คิมกิรยอ!”
“อะไรกัน จบแล้วเหรอครับเนี่ย?”
เสียงของกองกำลังสนับสนุนที่มาช้าไปหนึ่งก้าวนั่นเอง
---
บ่าย 4 โมงเย็นวันนั้น
มีพยานผู้เห็นเหตุการณ์โพสต์ข้อความสั้นๆ ลงบนบัญชีโซเชียลของฮันเตอร์คนหนึ่ง
==============
#Hunters
เขาคือพระเจ้าชัดๆ…….
==============
แม้จะเป็นข้อความสั้นๆ แต่คนจำนวนมากก็เข้าใจได้ทันทีว่า ‘เขา’ ในประโยคหมายถึงใคร
เพราะในโพสต์นั้นมีรูปถ่ายสภาพที่เกิดเหตุซึ่งเต็มไปด้วยซากสัตว์อสูรนอนเกลื่อนกลาดแนบมาด้วย
[ฝีมือของจริงปะเนี่ย? ดูสภาพศพดิ ปาร์ตี้เรานะกว่าจะล่าไอ้พวกนี้ได้ต้องวางกับดักต้องทำสารพัดวิธีจนหนังมันเละไปหมด -.-]
[โห ตอนแรกก็สงสัยว่าอยู่ใกล้โรงเรียนประถมแค่ไหน ที่แท้ก็แค่หน้าปากซอยนี่เอง]
[ฉันออกข่าวด้วย!!♡♡]
เหตุการณ์ดันเจี้ยนเบรกที่เกิดขึ้นหน้าโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในโซลถูกรายงานผ่านสื่อหลัก
[รีวิวการพบเห็นฮันเตอร์คิมกิรยอ :
(พรีวิว) ว้าว ระดับ S นี่ของจริง แค่เดินมาออร่าก็ต่างกันลิบลับแล้ว และที่ฉันคิดแบบนั้นก็เพราะว่า…….]
ตัวเอกของเหตุการณ์นี้คิดว่าชาวโลกจะชื่นชมพลังป้องกันอันยอดเยี่ยมของเขา แต่ความจริงกลับต่างออกไปนิดหน่อย
สำหรับคนทั่วไปแล้ว ความแข็งแกร่งทนทานของฮันเตอร์ระดับ S ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา
พยานในเหตุการณ์ไม่ได้สนใจเลยว่ากิรยอไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย
แต่นั่นกลับกลายเป็นผลดี
มองในมุมกลับกัน มันหมายความว่าคิมกิรยอในตอนนั้นดูเป็นระดับ S ได้อย่างแนบเนียนไร้ที่ติ
[ในฐานะพ่อที่มีลูกคนหนึ่ง ต้องขอขอบคุณเหล่าฮันเตอร์อีกครั้งครับ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยถ่วงเวลาสัตว์อสูรในที่เกิดเหตุ และขอบคุณฮันเตอร์คิมกิรยอจริงๆ ครับ]
จอมมหาเวทบางคนก็แค่เลือกเคสที่เหมาะสมเพื่อทดสอบพลังใหม่ที่เพิ่งได้มาเท่านั้นเอง
แต่ผู้คนกลับไม่รู้อีโหน่อีเหน่และพากันสรรเสริญผู้ตื่นรู้ผมทองกันยกใหญ่
ชายหนุ่มที่ยืนหยัดไม่สะทกสะท้านต่อการโจมตีอันรุนแรงของสัตว์ประหลาด และจัดการกวาดล้างภัยคุกคามด้วยท่วงท่าเล็กน้อยที่แทบมองไม่ทัน
ภาพของเหล่าเดรัจฉานที่ล้มลงอย่างน่าอนาถราวกับใบแมกโนเลียร่วงหล่นในฤดูร้อน ใครบ้างจะไม่หลงใหลในการล่าที่ชวนให้โล่งใจแบบนี้
ความอิจฉา ความขอบคุณ ความยำเกรง
ผู้คนต่างพากันสาดคำเยินยอใส่ระดับ S คนที่ 4 ของเกาหลีอย่างไม่ขาดสาย
กิรยอได้ตอกย้ำจุดยืนของตัวเองอย่างมั่นคงจากเหตุการณ์นี้นั่นเอง
---
…[ต้นกล้าพฤกษาศักดิ์สิทธิ์] [ไฮดรา] [กล่องของขวัญเซอร์ไพรส์!]
และภาษีสังคมของชื่อชั้นระดับ S
เผลอแป๊บเดียวฉันก็รวบรวมองค์ประกอบได้ตั้งหลายอย่างแล้ว แต่ฉันรู้ดี ว่าแค่นี้ยังไม่พอ
ตอนนี้เป็นแค่การเลียนแบบพลังของผู้แข็งแกร่งแบบผิวเผินเท่านั้น ยังไงก็ยังสู้ระดับ S ตัวจริงไม่ได้อยู่ดี
“ถ้ามีอุปกรณ์เวทมากกว่านี้อีกหน่อยก็คงดี”
วิธีสร้างความแข็งแกร่งในระยะเวลาสั้นๆ ที่ดีที่สุด
นั่นคือการกว้านซื้ออุปกรณ์เวทระดับเอปิกมาถมใส่นั่นเอง
ทว่า การใช้เงินแก้ปัญหาเรื่องอุปกรณ์ก็มีขีดจำกัดที่ชัดเจน
ต้นกล้าพฤกษาศักดิ์สิทธิ์เป็นแค่เคสพิเศษที่ยังไม่เผยคุณค่าที่แท้จริงออกมา
แต่พวกระดับเอปิกทั่วไปที่ไม่ใช่แบบนั้น บางชิ้นราคาประเมินพุ่งไปเทียบเท่าเครื่องบินรบตกรุ่นใหม่ล่าสุดเลยด้วยซ้ำ พอมาถึงจุดนี้การก้มหน้าก้มตาทำงานหาเงินคงไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด
‘อืม’
ข้อสรุปที่ได้ก็คือ
จู่ๆ ฉันก็มีความคิดนี้แวบเข้ามาในหัว ถ้าถือโอกาสนี้ลองไปแตะเกตระดับ EX ดูบ้างก็คงไม่เลวเหมือนกัน
Extra คือสัญลักษณ์ที่ใช้ระบุดันเจี้ยนประเภทเขาวงกตพิเศษ
สถานที่แห่งนั้นมักต้องการทักษะการแก้ปัญหามากกว่าพลังของผู้พิชิต และของรางวัลก็มักจะหอมหวานกว่าดันเจี้ยนทั่วไปอยู่พอสมควร
‘พวกแจ็กพอตแตกอย่าง [แฝดผู้พิทักษ์] ก็โผล่มาบ่อยๆ ด้วย’
ระดับ EX ที่แม้แต่ฮันเตอร์ปลายแถวถ้าหัวหมอหน่อยก็มีสิทธิ์รวยทางลัดได้!
บนโลกถึงขนาดมีทีมฮันเตอร์ที่เล็งเฉพาะเกตระดับ EX อยู่ด้วยซ้ำ
แน่นอนว่าระดับ EX คือมอนสเตอร์ ‘แทบจะ’ ไม่ออกมา ไม่ได้แปลว่า ‘ไม่มีวัน’ ออกมา เพราะบางครั้งถ้าโชคร้ายไปเจออะไรแบบ ‘เขาวงกตเดือนสิบสาม’ เข้า พวกนักล่าสมบัติก็ตายเรียบกันหมด……
‘หึ’
ถ้าลองคำนวณดู ทางนี้ก็สามารถรับมือตัวแปรพวกนั้นได้อยู่
เพราะด้วยการผสมผสานไอเทมไม่กี่ชิ้น ก็ทำให้ฉันก้าวมาถึงระดับที่ยากจะมองว่าเป็นฮันเตอร์ชั้นต่ำได้แล้ว
‘โดยเฉพาะเจ้าหนูนี่ ถูกใจฉันจริงๆ’
ลูบ ลูบ
ฉันลูบปลอกดาบของไฮดราที่อยู่ในอ้อมอก มีเจ้านี่อยู่ต่อให้เป็นสัตว์อสูรระดับ C ก็ส่งไปลงนรกได้ในดาบเดียว แล้วจะมีอะไรต้องกลัว
ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงหมายตาดันเจี้ยนเขาวงกตให้เป็นแหล่งซัพพลายอุปกรณ์เวทแห่งใหม่
และไหนๆ ก็มีเวลาเหลือ ฉันเลยกะว่าจะลองพิชิตระดับ EX สักแห่งดูจริงๆ จังๆ ซึ่งโชคดีที่มีเกตที่เพิ่งปรากฏขึ้นอยู่แถวนี้พอดี
[(ข่าวด่วน) เกตปริศนาปรากฏขึ้นทางตอนใต้ของโซล ผ่านไป 7 วันแล้วยังไม่หายไป สร้างความแตกตื่น……]
---
ไม่กี่นาทีต่อมา
ฉันมายืนอยู่หน้าสถานีขนส่งแห่งหนึ่ง
พูดให้ถูกคือฉันมามุงดูเกตประหลาดที่เขาว่าเกิดขึ้นที่นี่
“โอ้”
เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ฉันก็ได้เผชิญหน้ากับช่องทางที่ในข่าวพูดถึง
ทางเข้าทรงกลมที่เจาะทะลุพื้นยางมะตอย
‘มิน่าล่ะถึงสว่างกว่าปกติ นี่คือลักษณะเฉพาะของระดับ EX งั้นเหรอ?’
แสงที่พรั่งพรูออกมาจากตรงนั้นชวนให้นึกถึงหลอดไส้ราคาถูก พอฉันหยีตาลงครึ่งหนึ่งเพราะความแสบตา ก็มีเสียงคนตะโกนดังขึ้น
“เฮ้ย! ฮันเตอร์คิมกิรยอ?”
“ท่านฮันเตอร์!”
เจ้าหน้าที่ต่างพากันแตกตื่นเมื่อระดับ S ปรากฏตัว
ฉันเดินผ่านพวกเขาที่กำลังลนลานเข้าไปในเส้นกั้นอย่างเป็นธรรมชาติ เอาล่ะ จากนี้ไปคือขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น
“คือว่า……”
ฉันใช้สถานะนักประเมินสรุปข้อมูลที่ได้จากสมาคมได้ดังนี้
“หน่วยสอดแนมที่เข้าไปก่อนหน้านี้ขาดการติดต่อไป 7 วันแล้ว และช่องทางนี้ต่างจากปกติที่เป็นแบบเดินรถทางเดียว เข้าแล้วกลับออกมาไม่ได้ เลยยังระบุโครงสร้างภายในไม่ได้สินะครับ?”
ช่องทางเล็กๆ แค่นี้ไม่พังทลายลงมาตั้ง 7 วัน แสดงว่าความเป็นไปได้ที่จะมีผู้รอดชีวิตยังสูงสินะ
‘อืม’
พรึบ
ฉันกวาดตามองเอกสารที่สมาคมยื่นให้ ในกระดาษ A4 มีรายชื่อฮันเตอร์ที่เข้าไปในช่องทางถูกเขียนด้วยลายมือ
[25 ปี | ระดับ B | ซอนอูยอน]
ในนั้น มีชื่อที่คุ้นเคยอยู่พอสมควรด้วย
“…….”
รวมเธอด้วยก็ทั้งหมด 11 คน
ตั้ง 11 คนเชียว
“ทำไมคนหายสาบสูญเยอะจังครับ?”
ตามคำอธิบายของพวกเขา พอหน่วยสอดแนมไม่กลับมา ทางสมาคมเลยจัดทีมสำรวจชุดที่ 2 เข้าไปลองพิชิตดู
ต่อให้พิจารณาเรื่องนั้น ก็ยังรู้สึกว่าจำนวนคนที่เข้าไปพัวพันกับเกตนี้มันเยอะผิดปกติอยู่ดี
ถ้าคิดว่าปกติทีมฮันเตอร์ในเกาหลีจะมีสมาชิกแค่ประมาณ 4 คนน่ะนะ
‘นี่มันเกือบสามทีมเลยนะเนี่ย’
แปะ
จังหวะที่ฉันเอามือไปแตะที่ปลายแสงเพื่อวิเคราะห์ช่องทางอย่างละเอียด
เจ้าหน้าที่สมาคมที่กำลังจัดระเบียบเส้นกั้นที่ยุ่งเหยิงอยู่ก็หันหน้ามาตอบคำถาม
“อ๋อ คือว่า เกตนี้ไม่เหมือนที่อื่นครับ โครงสร้างมันเป็นแบบที่แค่ร่างกายสัมผัสโดนนิดเดียวก็จะถูกดูดเข้าไปเลย ทำให้แม้แต่หน่วยวิเคราะห์ที่มาตรวจสอบก็โดนดูดเข้าไปด้วย ความเสียหายเลยขยายวงกว้างอย่างที่เห็นครั…….”
วินาทีนั้น ฉันสบตากับเจ้าหน้าที่คนนั้น
“อุ๊ย”
“เอ๊ะ”
เหงื่อกาฬไหลพรากที่แผ่นหลัง
“ฮะๆ ไม่สิ เรื่องแบบนั้นน่าจะรีบบอ…….”
ฉันตกใจจนพยายามจะโทษอีกฝ่าย แต่ก็พูดไม่ทันจบประโยค
ทันใดนั้นเอง ทางนี้ก็ถูกแสงสีขาวที่พุ่งขึ้นมาจากพื้นงับกลืนเข้าไปเสียแล้ว
.
.
.
……พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง สิ่งที่เห็นคือทิวทัศน์ประหลาดตาราวกับอยู่คนละโลก
“เออ”
บน ล่าง ซ้าย ขวา มองไปทางไหนก็เห็นแต่พื้นที่สีขาวโพลน พอเห็นแบบนั้นมือมันก็ยกขึ้นมากุมขมับโดยอัตโนมัติ
“อันนี้เถียงไม่ออกเลยแฮะ ความผิดฉัน 100% ช่วงนี้งานการราบรื่นเกินไปเลยประมาทสินะ”
กล่องเหยื่อที่แค่แตะก็โดนลักพาตัวงั้นเหรอ
เจ้าพวกเผ่าพันธุ์คีชิมเชนี่มีพรสวรรค์ในการยั่วโมโหคนได้หลากหลายรูปแบบจริงๆ ให้ตายสิ…….
‘หือ?’
ตอนนั้นเอง
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เสียงเหมือนกองไฟกำลังลุกไหม้ดังแว่วมาจากที่ไหนสักแห่งในพื้นที่ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเลย
‘ไหนๆ ก็เป็นแบบนี้แล้ว ลองไปเช็กดูหน่อยดีกว่าว่าเป็นดันเจี้ยนแบบไหน’
พอเดินไปตามทิศทางของเสียง สภาพแวดล้อมรอบตัวก็เปลี่ยนไปราวกับสีน้ำที่ค่อยๆ ซึมเปื้อน
สีอำพัน สีฟ้าคราม สีชมพูอ่อน
ไม่นานภาพทุ่งหญ้าที่มีดอกไม้บานสะพรั่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
ที่นั่นมีสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไรกำลังเต้นรำอยู่รอบกองไฟสีน้ำเงิน
พวกมันมีปีกโปร่งแสงและใบหน้าจิ้มลิ้ม ดูไปแล้วก็คล้ายกับสิ่งที่เรียกว่าภูตหรือแฟรี่บนโลกมนุษย์
แปะ แปะ แปะ
พร้อมกันนั้น สิ่งที่เข้ามาในสายตาคือกลุ่มคนที่นั่งล้อมวงรอบกองไฟและกำลังปรบมืออยู่
แต่พอลองสังเกตดีๆ ก็พบว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ
ทุกคนสวมมงกุฎดอกไม้สวยงาม แถมข้างกายยังมีผลไม้สดใหม่ที่มีหยดน้ำเกาะวางอยู่เต็มไปหมด ดูยังไงก็น่าจะเป็นงานเลี้ยงที่รื่นเริงแท้ๆ
แต่ทำไมมนุษย์ที่อยู่ที่นี่ถึงดูอาการไม่ค่อยดีกันสักคน
ทุกคนตัวสั่นเทาด้วยใบหน้าที่เหมือนจะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อ
“อุ๊บ!”
เอาเถอะ วิเคราะห์สถานการณ์แค่นี้ก่อน
วินาทีที่ฉันก้าวเข้าไปหาพวกเขาได้ประมาณสามก้าว มนุษย์ที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่ง 12 นาฬิกาของกองไฟก็สังเกตเห็นฉันและแสดงปฏิกิริยาตอบสนองในที่สุด
“คะ คิมกิรยอ ฮันเตอร์……?”
เจ้าของเสียงสะอึกสะอื้นที่ตะโกนออกมา คือซอนอูยอน เจ้าหน้าที่สมาคมที่หายตัวไปนั่นเอง
“มาช่วยพวกเราแล้วสินะคะ!”