เปล่า ผมก็โดนจับมาเหมือนกัน
...ขืนพูดแบบนี้ออกไป บรรยากาศคงกร่อยตั้งแต่เริ่ม งั้นเอาเป็นการทักทายแบบธรรมดาไปก่อนแล้วกัน
“สวัสดีครับ”
แต่ทว่าในตอนนั้นเอง ก็มีบางอย่างโผล่พรวดเข้ามาในครรลองสายตา
สิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วที่มีปีกส่องประกายสีรุ้ง
“ว้าว! ลูกค้าคนใหม่มาอีกแล้ว!”
ทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น ผมถึงกับเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ
“สวัสดี! ยินดีต้อนรับนะ!”
ภาษาเกาหลี
แถมยังเรียบเรียงประโยคได้อย่างมีตรรกะ สื่อความหมายชัดเจน
“ที่นี่คือ ‘อาณาจักรภูต’ จ้ะ!”
สิ่งมีชีวิตในดันเจี้ยนที่สื่อสารกับมนุษย์ได้งั้นเหรอ...?
วินาทีที่ได้เผชิญหน้ากับเจ้าภูตตัวนี้ ผมก็รู้ตัวได้ในทันทีว่าตัวเองกำลังติดอยู่ในกล่องอาหารประเภทไหน
---
เรื่องของรสนิยมความชอบเนี่ย มันเป็นเรื่องพูดยาก
ขนาดรสชาติพื้นฐานอย่างหวานหรือเค็มยังมีคนบอกว่าไม่ชอบเลย นับประสาอะไรกับรสนิยมแปลกๆ อย่างพวกชอบรสเปรี้ยวจี๊ดที่จะโผล่มาบ้าง... มันก็เป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่เหรอ
==【 กระทู้อิสระ 】===========
[ผู้เขียน : ประธานสมาคมคนรักมินต์ช็อกแห่งชาติ]
เอาไอศกรีมมินต์ช็อกไปละลายกินในโค้ก โคตรอร่อยเลยนะ แต่ทำไมไม่มีใครกินแบบนี้กันเลย? ㅇ_ㅇ
[ความคิดเห็น (11)]
[นั่นไม่ได้เรียกว่าอร่อยหรอก เขาเรียกว่าลิ้นเพี้ยนตะหาก]
========================
เห็นไหมล่ะ ในโลกนี้ย่อมมีพวกกินอะไรพิสดารที่หลุดโลกอยู่เสมอ
แล้วทำไมจู่ๆ ผมถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมาน่ะเหรอ...
ก็เพราะเกตที่เราเข้ามาอยู่นี้ คือสถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยน้ำมือของพวก 'นักชิมรสชาติวิบัติ' เหล่านั้นยังไงล่ะ
การที่มอนสเตอร์ซึ่งไม่ได้มีท่าทีเป็นศัตรูกับมนุษย์โผล่ออกมา มิหนำซ้ำยังทักทายด้วยภาษาที่เราคุ้นเคย... แค่นี้ก็ชัดเจนแล้ว
“อืม”
อย่างแรกที่ฟันธงได้เลยคือ
เกตแห่งนี้มีจุดประสงค์เพื่อรีดเค้น 'อารมณ์' ของมนุษย์ ยกเว้นความหวาดกลัว
ปกติแล้วพวก 'คีชิมเช' จะกินความกลัวและความเจ็บปวดของสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาเป็นอาหารหลัก
แต่บางตัวก็นึกครึ้มอกครึ้มใจ อยากกินอารมณ์อย่างอื่นบ้าง
ความปิติ ความสนุกสนาน ความเศร้าโศก... อะไรเทือกนั้นแหละ
‘เจอพวกเปิบพิสดารเข้าให้แล้ว’
คีชิมเชที่มีรสนิยมการกินแปลกประหลาดมักจะสร้าง 'เรื่องราว' ให้กับดันเจี้ยนเพื่อชักจูงให้เกิดอารมณ์ที่หลากหลายจากเหยื่อ
เมื่อเทียบกับการแค่ทำให้เจ็บตัวแล้วจบไป การจะทำให้คนเราร้องไห้หรือหัวเราะออกมาได้ มันต้องใช้ความพยายามมากกว่ากันเยอะ
‘กะแล้วเชียวว่าสักวันต้องเจอแบบนี้’
คนบนโลกจะเรียกสถานการณ์พิเศษนี้ว่าอะไรนะ? พวกนักวิชาการคงออกมาเรียกร้องให้มีการจำแนกประเภทของเกตระดับ EX ให้ละเอียดขึ้นอีกแน่ๆ
และถ้าจะมีชื่อประเภทใหม่ถูกบัญญัติขึ้น ชื่อ 【เกตซีนาริโอ】 ก็น่าจะเหมาะสมที่สุด
พูดตามตรง คงไม่มีชื่อไหนสื่อความหมายได้ตรงตัวไปกว่านี้อีกแล้ว
“ว้าว! ว้าว! ตัวเธอใหญ่จังเลย”
“ตัวใหญ่มาเลย!”
“เข้ามาสิ ยินดีต้อนรับนะ!”
หลังจากจัดระเบียบความคิดเสร็จ ผมก็ดึงสติตัวเองกลับมาสู่สถานการณ์ปัจจุบัน
รู้ตัวอีกที รอบกายผมก็รายล้อมไปด้วยพวกภูตเสียแล้ว
“ตอนนี้พวกเรากำลังมีงานเทศกาลกันอยู่! ขอเชิญเธอด้วยนะ มานั่งตรงนี้มั้ย?”
สิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วพวกนั้นเอ่ยชวน ให้เข้าร่วมสิ่งที่เรียกว่างานเทศกาล
บรรยากาศดูผ่อนคลายจนผมเผลอไม่ทันระวังตัวไปชั่ววูบ แต่ทันทีที่คำเชิญนั้นหลุดออกมา ผู้คนรอบข้างต่างก็กรีดร้องขึ้นด้วยความตื่นตระหนก
“รีบนั่งลงเดี๋ยวนี้เลยครับ!”
“ตอบตกลงไปสิคะ เร็วเข้า!”
“ฮืออออ...!”
ตกใจหมด
จะว่าไป ทำไมคนพวกนั้นถึงได้ดูขวัญหนีดีฝ่อกันขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว?
ผมเอียงคอด้วยความสงสัยพลางขยับเข้าไปใกล้คนที่พอจะรู้จัก จากนั้นก็นั่งลงบนพื้นว่างๆ แล้วถามออกไป
“ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอครับ?”
อย่างน้อยก็ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมบรรยากาศถึงได้เลวร้ายขนาดนี้
“ความจริงคือ...”
รออยู่ครู่หนึ่ง 'ซอนอูยอน' ที่อยู่ข้างๆ ก็เริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เธอเจอ
“ก่อนที่คุณกิรยอจะมาถึง มีคนตายไปแล้วค่ะ... ตั้ง 3 คน”
โธ่เว้ย ว่าแล้วเชียว
“เหยื่อรายแรกเป็นเจ้าหน้าที่สมาคมที่เข้ามาพร้อมฉันค่ะ เขาเข้าใจว่าภูตที่เข้ามาหาเป็นมอนสเตอร์เลยเปิดฉากโจมตีก่อน แล้วก็...”
“ถ้าไปยุ่งกับมัน มันจะสวนกลับเหรอครับ?”
“ไม่ใช่แค่สวนกลับค่ะ ถึงพวกภูตตอนนี้จะดูเชื่อง แต่ถ้าโดนทำร้ายขึ้นมา พวกมันจะเปลี่ยนไปเป็นคนละเรื่องเลย...”
ซอนอูยอนเล่าไปพลางเหงื่อตก ราวกับความกลัวในตอนนั้นยังคงตามหลอกหลอน
“ถ้าพลิกหน้าของพวกมันออกมา ด้านในจะมีฟันซ้อนกันอยู่ 3 ชั้น พวกภูตใช้ปากนั่นกลืนหัวคนเข้าไปในรวดเดียวเลยค่ะ”
“อ๋อ”
“ตอนนั้นฉันเปิดเครื่องวิเคราะห์อยู่พอดี จู่ๆ ค่าพลังเวทของภูตที่เคยโชว์ว่าอยู่ระดับ E ก็พุ่งสูงจนวัดค่าไม่ได้...”
“อืม”
“ยะ... ยอมรับตามตรงว่าฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ แต่เอาเป็นว่า อย่าไปแหย่มันจะดีกว่าค่ะ...”
ภูตตัวน้อยน่ารักพวกนี้ แท้จริงแล้วซ่อนร่างเนื้อที่น่าสยดสยองเอาไว้สินะ
ก็น่าสนใจอยู่หรอก แต่ประเด็นสำคัญมันอยู่อีกจุดหนึ่ง
“แล้วเหยื่อรายที่สองล่ะครับ เกิดอะไรขึ้น?”
ผมนั่งฟังซอนอูยอนเงียบๆ ก่อนจะถามแทรกขึ้นมา เธอเหลือบมองรอบข้างอย่างหวาดระแวงก่อนจะเล่าต่อ
“คือว่า... ถึงจะมีคนตาย แต่เราก็ปล่อยวางภารกิจไม่ได้ใช่ไหมคะ ทีมสำรวจของเราเลยออกตามหาผู้สูญหายคนอื่นๆ ในดันเจี้ยนต่อ...”
แม้แต่ในวินาทีนี้ พวกภูตรอบๆ ก็ยังคงเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน
“โชคดีที่เราเจอเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ที่ถูกดูดเข้ามาได้เร็ว แต่ปัญหามันเริ่มหลังจากนั้นค่ะ”
“หลังจากนั้น?”
“ก... ก่อนอื่นเลยคือไม่ว่าจะหายังไงก็ไม่เจอทางออก...”
ฮ่าฮ่า โฮโฮ เสียงหัวเราะแหลมสูงของเหล่าภูตที่กำลังรื่นเริงรอบกองไฟ
รูปลักษณ์ภายนอกดูน่ารักน่าชังเหมือนหลุดออกมาจากนิทาน แต่สำหรับคนที่มาก่อน ทุกครั้งที่เห็นพวกมัน สีหน้าของพวกเขากลับเคร่งเครียดลงอย่างเห็นได้ชัด
ไม่นานซอนอูยอนก็พูดต่อ
“ระหว่างนั้น... น่าจะผ่านไปสัก 9 ชั่วโมงหลังจากเข้าดันเจี้ยน จู่ๆ พวกภูตก็เข้ามาเชิญชวนค่ะ”
「วันนี้เราจะมีงานเทศกาลกัน! พวกเราขอเชิญเธอด้วยนะ มานั่งตรงนี้มั้ย?」
“เหมือนกับที่คุณกิรยอเพิ่งโดนชวนมางานเทศกาลเป๊ะเลยค่ะ”
กลุ่มของซอนอูยอนไม่มีทางเลือกอื่นจึงยอมตอบรับคำเชิญของพวกภูต และนั่นคือจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม
ระหว่างงานเทศกาล พวกภูตเสนอให้เล่น [เกมเป่าลูกโป่ง] แล้วก็เอาของบางอย่างออกมา...
กติกาของเกมเป่าลูกโป่งมีอยู่ว่า ให้ทุกคนผลัดกันเป่าลมใส่ก้อนยางที่พองตัวขึ้นเรื่อยๆ ทีละนิด ถ้าก้อนยางระเบิดในตาใคร คนนั้นก็จะเป็นผู้แพ้
‘เหมือนเกมวงเหล้าที่เล่นกันบ่อยๆ บนโลกเลยนี่หว่า’
แต่ปัญหาคือ ทีมสำรวจดันมองข้ามคำพูดประโยคหนึ่งของภูตไปโดยไม่ทันเอะใจ
คนแพ้ต้องโดน ‘ลงโทษ’ นะ!
เหล่าฮันเตอร์ที่อยู่ที่นี่ต่างเล่นเกมด้วยความตึงเครียดในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นเอาชีวิตเข้าแลก
และความประมาทนั้นก็นำมาซึ่งความพ่ายแพ้
ปัง!
ในที่สุดฮันเตอร์คนหนึ่งก็ทำลูกโป่งแตก
พวกภูตส่งเสียงหัวเราะชอบใจดังลั่นเมื่อมีมนุษย์พ่ายแพ้ ก่อนจะเริ่มบทลงโทษที่พวกมันเกริ่นไว้
“...ภูตตัวนั้นกระชากหัวเขาหลุดออกมา เหมือนกับเหยื่อรายแรกเลยค่ะ”
บทลงโทษนั้นรุนแรงเกินกว่าจินตนาการของมนุษย์
แค่เล่นเกมแพ้ แต่กลับต้องแลกด้วยชีวิต
“งั้นเหยื่อรายที่สาม อย่าบอกนะว่า...”
รู้ไหมว่าอะไรที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น?
งานเทศกาลของอาณาจักรแห่งนี้ไม่ได้จบลงแค่คืนเดียว
หลังจากพวกภูตมอบที่หลับที่นอนและอาหารให้กับมนุษย์ที่กำลังช็อกสุดขีด พอวันรุ่งขึ้นพวกมันก็จัดงานเทศกาลต่อทันที
ม... ไม่เอา ฉันไม่เล่น!
เจ้าหน้าที่วิเคราะห์คนหนึ่งหวาดกลัวกับเหตุการณ์เมื่อวานจนสติแตก ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมงานเทศกาลหัวชนฝา
แน่นอนว่าพวกภูตพยายามเกลี้ยกล่อม บอกว่าอย่าทำอย่างนั้นเลย มาเล่นด้วยกันเถอะ แขกของอาณาจักรต้องมาร่วมงานเทศกาลนะ...
แต่เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ที่เป็นแค่สายสนับสนุนจะไปทนรับสถานการณ์แบบนี้ไหวได้ยังไง
ในที่สุดเธอก็วิ่งหนีพวกภูตไป
“ฮึก...”
“อย่าร้องไห้เลยครับ คุณซอนอูยอน”
และพวกภูตก็สังหารผู้หญิงที่พยายามหนีอย่างไร้ความปรานี
นี่คือสาเหตุที่บรรยากาศที่นี่เหมือนงานศพ ทุกคนรู้ซึ้งแล้วว่าถ้าขัดใจพวกภูต จะต้องเกิดเหตุการณ์นองเลือดขึ้น
“นี่ๆ พวกเราจะเต้นรำให้ดูอีกรอบนะ! ช่วยปรบมือให้หน่อยได้ไหม?”
“อุ๊บ!”
“อึก...”
มนุษย์ที่เข้าร่วมงานรีบปรบมือกันรัวเร็วทันทีที่ภูตเอ่ยปาก
งานเทศกาลบนเนินเขาสีเขียวขจี
ทิวทัศน์งดงามราวกับเทพนิยาย แต่ผู้เข้าร่วมงานกลับหน้าซีดเผือดจนดูไม่ได้
“คุณกิรยอ ช่วยด้วยค่ะ... ส... สถานการณ์แบบนี้เราควรทำยังไงดีคะ?”
ซอนอูยอนขอร้องด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง อยากให้งานเทศกาลบ้านี่จบลงสักที แต่ทางผมเองก็ยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงในตอนนี้เหมือนกัน
‘ไม่มีคำใบ้อะไรเลยเหรอ?’
แน่นอนว่าในเมื่อเป็นเกตซีนาริโอ
มันต้องมีเนื้อเรื่องหลักอะไรสักอย่างให้เราดำเนินตาม
‘หรือว่าต้องใช้เกมเป่าลูกโป่งในงานฆ่าพวกภูตให้หมด...’
ในขณะที่ผมกำลังคิดแผนการบ้าระห่ำสมเป็นอดีตผู้นำหอคอยเวทมนตร์อยู่นั้นเอง
“ว่าแต่แขกตัวโตกันจังเลย ต้องเป็นยักษ์แน่ๆ เลยใช่ไหม?”
“ไม่ใช่นะ ไม่ใช่หรอก สีตัวไม่เหมือนกันสักหน่อย”
ซุบซิบ ซุบซิบ
เสียงกระซิบกระซาบดังลอดผ่านความอึกทึกของงานเลี้ยงเข้ามา
“ยักษ์?”
ผมได้ยินแบบนั้นเลยตะโกนถามกลับไปเสียงดัง ซอนอูยอนถึงกับหน้าถอดสีที่เห็นผมกล้าสอดปากเข้าไปในบทสนทนาของพวกภูต
แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ต้องใส่ใจ
ความตายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ น่าจะเป็นแค่การบีบบังคับให้ผู้พิชิตต้องเข้าร่วมงานเทศกาลนี้เท่านั้น
“ที่ว่ายักษ์น่ะ หมายถึงอะไรกันแน่?”
โดยปกติแล้ว เราไม่จำเป็นต้องกลัวชาวเมืองในเกตซีนาริโอจนเกินเหตุ
ผมจึงถามพวกภูตออกไปตรงๆ เพื่อตักตวงข้อมูลให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ยักษ์? พวกน่ากลัวไง สัตว์ประหลาดที่ชอบกินพวกเรา!”
“อืม”
“แต่ว่าตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว พวกมันตกลงว่าจะไม่ทำร้ายเรา”
“ทำไมล่ะ?”
“ก็ถ้ากินพวกเราจนหมด ก็จะไม่มีเราให้กินอีกน่ะสิ~”
พวกภูตส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวพลางทิ้งภาพติดตาสีน้ำเงินขณะบินโฉบเข้ามาใกล้ผม
“พวกยักษ์บอกว่าจะไว้ชีวิตพวกเรา แลกกับการที่เราต้องส่งภูต 1 ตัวไปเป็นเครื่องบรรณาการทุกปี”
“งั้นที่เหลือก็ปลอดภัยสินะ”
“พวกเราปลอดภัย!”
นี่คงเป็นการปูพื้นเรื่องของกล่องอาหารกล่องนี้สินะ
งั้นได้เวลาเข้าเรื่องสักที
“เข้าใจแล้ว เอาเป็นว่าฉันไม่อยากอยู่ที่อาณาจักรนี้ต่อแล้ว พอจะรู้วิธีออกไปจากที่นี่บ้างไหม?”
ผู้คนที่นั่งล้อมรอบกองไฟต่างพากันอ้าปากค้างเป็นรอบที่สองกับคำพูดของผม
แต่คำตอบที่ได้รับกลับมา ผิดไปจากที่พวกเขาคาดไว้ลิบลับ
“ออกไป?”
“จะออกจากอาณาจักรเหรอ?”
“จะไปแล้วเหรอ?”
พวกภูตไม่ได้โกรธเคือง ซ้ำยังเสนอทางออกให้อย่างกระตือรือร้นเสียอีก
“ฉันไม่รู้หรอก”
“ฉันก็ไม่รู้ทางเหมือนกัน”
“แต่ถ้าข้ามเนินเขาตรงนั้นไป จะมีเด็กชื่อ 'อาพา' อาศัยอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่น่ะ”
“อาพาชอบเดินไปทั่ว อาจจะรู้เส้นทางที่คนอื่นไม่รู้ก็ได้นะ?”
ขวับ
พวกภูตพูดพลางชี้ไม้ชี้มือไปในทิศทางเดียวกัน
“ลองไปที่นั่นดูสิ!”
ตอนนั้นเอง ฮันเตอร์คนหนึ่งก็ถามขึ้นมาว่า แล้วงานเทศกาลล่ะ...
“งานเทศกาลจบแล้ว”
“จบแล้ว ไปได้เลย”
“อะ... อะไรนะ?”
เห็นได้ชัดเลยว่างานเทศกาลของพวกภูต มีไว้เพื่อยัดเยียดข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการพิชิตดันเจี้ยนให้พวกเรารู้เท่านั้น
ที่ผ่านมาเป็นเพราะกลุ่มของซอนอูยอนกลัวจนไม่กล้าคุยกับพวกมัน เนื้อเรื่องเลยไม่เดินสักที
‘ถึงดันเจี้ยนจะดูเป็นรุ่นแรกๆ การชี้นำเลยดูไม่ค่อยลื่นไหลเท่าไหร่ก็เถอะ’
ผมคิดสั้นๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน
เห็นแบบนั้น คนรอบข้างก็ค่อยๆ ลุกตามมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
เหล่าผู้สูญหายผู้โชคร้ายที่ถูกเกตระดับ EX กลืนกิน... เดี๋ยวสิ จำนวนคนมันดูแปลกๆ อยู่นะ
“ไหนดูซิ หนึ่ง สอง สาม สี่... แค่ 4 คน?”
พอผมนับจำนวนคนแล้วทำหน้าสงสัย ซอนอูยอนก็อธิบายให้ฟัง
“อ๋อ ทีมเทรเชอร์ฮันเตอร์ที่เป็นทีมพิชิตชุดแรก เรายังหาไม่เจอเลยค่ะ ลองค้นดูทั่วหมู่บ้านทั้งวันแล้วก็ไม่เห็นวี่แวว”
งั้นตัวเลขก็ลงล็อก
รายชื่อผู้เกี่ยวข้องมี ทีมล่วงหน้า 4 คน, ทีมสำรวจชุดหลัง 4 คน, เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ 2 คน และพลเรือนอีก 1 คน
รวมทั้งหมดเป็น 11 คน
‘แต่ดันมีคนตายจากฝั่งทีมสำรวจไปตั้ง 2 คนแล้วเนี่ยนะ’
สถานการณ์ตอนนี้ นอกจากซอนอูยอนกับเจ้าหน้าที่สมาคมโนเนมอีกคน ที่เหลือก็เป็นพวกสายไม่ต่อสู้กันหมด
ผมรับรู้ถึงระดับความสิ้นหวังของทีมแล้วก็ได้แต่หลับตาลง
“คะ... คุณกิรยอ? เป็นอะไรไปคะ?”
แต่แค่นี้ก็ถือว่าพอไหว
อย่างน้อยแม่สาวผู้ใช้เวทลมคนนี้ก็เป็นกำลังรบที่พอใช้ได้ และตัวผมเองช่วงที่ผ่านมาก็ไม่ได้มัวแต่หายใจทิ้งไปวันๆ เหมือนกัน
“ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องใส่ใจ ก่อนอื่นในเมื่อมีคนไม่คุ้นหน้าเยอะ เรามาแนะนำตัวกันก่อนดีไหมครับ?”
ผมกระชับด้ามจับของ 'ไฮดรา' ในมือให้แน่นขึ้น