ชเวจินเอ่ยปากด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“…จู่ๆ ก็พูดเรื่องแปลกๆ ออกมานะคะ เอาเป็นว่าฉันเข้าใจเรื่องของคังชางโฮแล้ว เชิญกลับไปได้แล้วค่ะ ฮันเตอร์คิม พวกเราเองก็ต้องเตรียมตัวเลิกงานเหมือนกัน”
ปฏิกิริยาดูแปลกพิกล ด้วยเหตุนี้คิมกิรยอจึงพยายามจะขุดคุ้ยหัวข้อนี้ซ้ำๆ
แต่การกระทำนั้นกลับทำให้ค่าความประทับใจที่อุตส่าห์สะสมมาลดฮวบลงเสียอย่างนั้น
“บอกว่าพอได้แล้ว ก็รีบๆ ไปซะทีสิคะ! คนเขาพูดตั้งกี่ครั้งแล้วทำไมไม่รู้จักฟังเนี่ย! ยิ่งดึกๆ ยิ่งเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว!”
ในที่สุดนักล่ามังกรก็ปฏิเสธที่จะสนทนาแถมยังตะคอกใส่อีกต่างหาก
‘ดูทำเข้า อุตส่าห์เห็นว่าเป็นญาติกับอันยุนซึงเลยช่วยเป็นห่วงแท้ๆ……’
ความลับที่ไม่อยากเอ่ยปากบอกใคร ย่อมมีกันทุกคนเป็นเรื่องธรรมดา
อีกอย่าง คำสาปที่ฝังรากลึกในร่างกายนั้น ต่อให้เป็นทางนี้ก็คงช่วยแก้ไขอะไรไม่ได้อยู่แล้ว
‘อืม ช่างเถอะ ช่วยไม่ได้นี่นะ’
กิรยอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะปล่อยเลยตามเลย ยอมรับสถานการณ์แต่โดยดี จากนั้นเขาก็รับค่าไก่ผัดซอสที่ชเวจินยื่นให้ แล้วเดินทางออกจากชุนชอน
---
-พรึ่บ
…ความร้อนระอุที่เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่ชเวจินปล่อยออกมา กำลังกระตุ้นผิวหนัง
เมื่อกลับมาถึงโซลได้ราวๆ 3 ชั่วโมง
ฉันก็กำลังสอนวิชาเวทมนตร์ศาสตร์ พื้นฐานให้กับจองฮาซองตามปกติ ถ้าจบคาบนี้ก็คงกลับบ้านไปกินไก่ผัดซอสที่เหลือต่อ
มันเป็นกิจวัตรประจำวันที่เหมือนเดิมทุกประการ
“ฮันเตอร์ครับ เมื่อกี้เป็นยังไงบ้างครับ?”
“หือ?”
“สกิลที่ผมยิงออกไปด้านข้างน่ะครับ ผมลองเพ่งสมาธิรวบรวมมานาให้มากที่สุดตามที่คุณบอกแล้ว”
“อ้อ”
“……แต่ก็ยังตื่นเต้นอยู่ดีครับ ตอนที่แกล้งทำเป็นระดับ F คุณยังให้ผมยิงสกิลจากระยะไกลแท้ๆ แต่นี่ต้องมาฝึกโดยมีฮันเตอร์ยืนอยู่ใกล้ๆ เลย”
ก่อนอื่น จองฮาซองไม่ได้รู้สึกสงสัยอะไรกับพลังป้องกันของฉันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดด้วยผลของ [ต้นกล้าพฤกษาศักดิ์สิทธิ์]
แถมอีกแค่นิดเดียวก็จะขึ้นเดือนใหม่ ฉันก็จะได้รับค่าสอนอีก 3 พันล้านวอน
อย่างที่เห็น ยอดเงินคงเหลือในบัญชีธนาคารกำลังพุ่งทะยานเป็นกราฟขาขึ้นอย่างงดงาม
แถมเมื่อไม่นานมานี้ยังได้ไอเทมบ็อกซ์มา ทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นจม จะหากระแสชีวิตที่ดีไปกว่านี้ได้จากที่ไหนอีก?
‘อืม……’
ทว่า
ความจริงแล้ว ภายใต้ความสงบสุขที่เกินตัวนี้ ฉันกลับรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย
สาเหตุก็คือสายตาของใครบางคนที่อาจจะกำลังจับจ้องฉันอยู่จากที่ไหนสักแห่งในตอนนี้
คังชางโฮ แม้ว่าหลังจากคำเตือนในคราวนั้น ต่างฝ่ายต่างก็ใช้ชีวิตเงียบเชียบจนดูเกินไปหน่อยก็เถอะ แต่ว่า……
‘บ้าเอ๊ย หงุดหงิดชะมัด!’
แค่ตอนนี้ยังไม่มีปัญหาก็เท่านั้นแหละ
พูดกันตามตรง ทางฝั่งนั้นมันก็เหมือนระเบิดเวลาที่ไม่รู้ว่าจะจุดชนวนก่อเรื่องขึ้นมาเมื่อไหร่และด้วยเหตุผลอะไร
ต่อให้ฉันทำตัวว่าง่ายเชื่อฟังแค่ไหน แต่ถ้าจู่ๆ หมอนั่นเกิดเปลี่ยนใจอยากจะใช้สกิล [ความทะเยอทะยาน] ขึ้นมา ใครจะไปรู้
‘มานึกเสียใจเรื่องสัญญาเอาป่านนี้เนี่ยนะ’
ตอนเซ็นสัญญาพันธมิตร ก็ไม่นึกเลยว่าการจัดการกับตัวปัญหามันจะล่าช้าได้ขนาดนี้
ปอดที่พังยับเยินจนดำเมี่ยม แถมมานาในร่างกายก็น้อยนิดจนน่าอายที่จะเรียกว่าจอมเวทด้วยซ้ำ
‘ไม่มีอะไรน่าพอใจสักอย่าง’
ฉันต้องหาทางหลุดพ้นจากร่างกายสุดโทรมนี้ให้ได้ ความจริงข้อนั้นยังคงแน่วแน่เสมอมา
การฟื้นฟูพลัง และการเปลี่ยนร่างกาย
แม้ความเร็วของสองสิ่งนี้จะแตกต่างกันเล็กน้อย แต่สุดท้ายมันก็คือเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จทั้งคู่นั่นแหละ
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจทั้งวัน
ทันทีที่กลับถึงบ้าน ฉันก็เช็กราคาของที่ต้องการในตลาดอีกครั้ง นี่คือกิจวัตรที่ไม่เคยขาดเลยสักวัน
.
.
.
……จะพูดให้ถูกก็คือ มัน เคย เป็นกิจวัตรต่างหาก
[คำค้นหา : ปอดมังกร]
ผ่านไปกี่นาทีแล้วนะ
ฉันนั่งแกร่วอยู่ในห้องรูหนูของคิมกิรยอ จ้องมองโทรศัพท์มือถือเขม็ง
[ผลการค้นหา : 1 รายการ]
ขอพูดกันไว้ก่อนเดี๋ยวจะเข้าใจผิด นี่ไม่ได้หมายความว่ามีของมาขาย แต่มีใครบางคนแสดงความจำนงว่าอยากจะซื้อ [ปอดมังกร] ลงในบอร์ดรับซื้อต่างหาก
ถ้าอย่างนั้น ราคาที่ใครคนนั้นเสนอซื้อคือเท่าไหร่กันล่ะ
[76,800,000 (USD)]
พอก๊อปปี้หน่วยเงินนั้นไปใส่ในเครื่องคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนของพอร์ทัลไซต์ ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ
[102,924,288,000 วอน เกาหลีใต้]
สิบ ร้อย พัน หมื่น แสน ล้าน สิบล้าน ร้อยล้าน……
ฉันตรวจสอบจำนวนหลักของตัวเลขที่เพิ่งเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่ว่าจะเช็กกี่ครั้ง ผลลัพธ์ก็คือ
“หนึ่งแสนสองพันล้านวอน” (หนึ่งแสนสองพันล้านวอน)
……ลืมบอกเรื่องนี้ไปก่อนเลย จริงๆ แล้วในช่วงเช้าที่ฉันไปชุนชอน มีข่าวแบบนี้หลุดออกมาทางทีวีครับ
[(ข่าวด่วน) เผยฟังก์ชันลับของ ‘ปอดมังกร’……. แค่กินยาวิเศษขวดเดียวก็สามารถพ่นดราก้อนเบรธได้?]
เพราะแบบนี้ ราคาของไอเทมที่เคยถูกมองข้ามจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!”
ทำไมกัน……!
ทำไมเรื่องบัดซบแบบนี้ต้องเกิดขึ้นด้วย!
ฉันกรีดร้องโหยหวนราวกับไส้จะขาดแล้วล้มฟุบลงไป
ไม่อยากจะเชื่อเลย ตอนที่เพิ่งเห็นโพสต์รับซื้อนั่นครั้งแรก ฉันยังปฏิเสธความจริงอยู่เลยว่า ‘ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ คงมีใครมือบอนพิมพ์ตัวเลขมั่วๆ ลงไปเล่นๆ ล่ะมั้ง’
ดูเหมือนข่าเมื่อวานจะกลายเป็นเรื่องโด่งดังในต่างประเทศไปเรียบร้อยแล้ว
ฮันเตอร์ชาวต่างชาติคนหนึ่งดื่มโพชั่นเพิ่มความต้านทานธาตุ แล้วเกิดจามออกมาโดยบังเอิญ ทำให้ค้นพบฟังก์ชันลับของปอดเข้า
ฟังก์ชันที่ว่านั่นก็คือ การสำแดงฤทธิ์ของ ดราก้อนเบรธ (ลมหายใจมังกร)
พอความจริงถูกเปิดเผยว่า หากทำตามเงื่อนไขด้วยยาเฉพาะ เจ้าของปอดมังกรจะสามารถพ่นการโจมตีธาตุของสัตว์อสูรที่ตายไปแล้วออกมาได้ โลกก็ถึงกับพลิกคว่ำคะมำหงาย
‘ไอ้เวรเอ๊ย! แถมความรุนแรงของเบรธที่ออกมา ดันขึ้นอยู่กับระดับของมังกรที่ตาย ไม่ใช่ตัวผู้ใช้ด้วยนะ!’
และท่ามกลางสถานการณ์นี้ ผู้ที่มีอิทธิพลต่อราคาตลาดมากที่สุดก็คือพวกเศรษฐีน้ำมันรุ่นเก่าจากตะวันออกกลาง
ได้ยินมาว่าถึงเจ้าของปอดจะเป็นคนธรรมดาที่ยังไม่ตื่นรู้ ก็สามารถใช้พลังพิเศษได้ พวกเขาเลยกระโดดเข้ามาร่วมวงแย่งชิงด้วยความตื่นตาตื่นใจล่ะมั้ง?
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ด้วยความสนใจจากพวกเศรษฐีตะวันออกกลาง ปอดมังกรเลยกลายเป็นของล้ำค่าขึ้นมาแบบดีเลย์
ราคาเสนอซื้อค่อยๆ ไต่ระดับสูงขึ้น จนปัจจุบันแตะเพดานบ้าคลั่งที่ หนึ่งแสนสองพันล้านวอนเข้าไปแล้ว
แม้ผู้เชี่ยวชาญจะอธิบายว่า เนื่องจากจำนวนครั้งที่ใช้เบรธได้ต่อวันมีจำกัด นี่คงเป็นแค่ปรากฏการณ์ชั่วคราว แต่เอาเข้าจริงก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าราคาบบ้านั่นจะตกลงเมื่อไหร่
ฉันกวาดสายตาอ่านความคิดเห็นของผู้คนบนหน้าจอมือถืออย่างใจเย็น
แล้วซุกหน้าลงกับผ้าห่ม ตะโกนก้องอีกครั้ง
“สวรรค์!”
ถามจริง เจอแบบนี้ใครจะไม่เป็นบ้าบ้าง
ลองคิดดูดีๆ ตั้งแต่เหตุการณ์เกตคาโกชิมะครั้งนั้น บนโลกนี้ก็ไม่มีมังกรปรากฏตัวขึ้นมาอีกเลย
ขนาดพวกเศรษฐีตะวันออกกลางยังหาซื้อปอดไม่ได้จนถึงป่านนี้ แสดงว่ามีความเป็นไปได้สูงที่บนโลกนี้จะไม่มีอวัยวะส่วนนี้เหลืออยู่แล้ว ต่อให้ฉันโพสต์รับซื้อในราคาเว่อร์วัง 100 แสนล้านก่อนที่ข่าวจะหลุดออกมา ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอยู่ดี
สรุปคือ นี่มันหายนะที่ต่อให้ย้อนเวลากลับไปก็แก้ไขไม่ได้
ดูเหมือนเจตจำนงของโลกใบนี้จะบอกให้ฉันตัดใจจาก [ปอดมังกร] ซะเถอะ
แล้วจะให้ฉันทำยังไงต่อไป?
ให้ไปควักปอดคนเป็นๆ มายัดใส่ร่างแทนงั้นเหรอ?
แต่ถ้าจะทำการผ่าตัดใหญ่ขนาดนั้น ก็ต้องผ่านความลำบากเลือดตาแทบกระเด็น เทียบเท่ากับตอนเก็บเงิน 3 พันล้านจากศูนย์เลยนะ
“ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้กับฉันด้วย!”
นี่มันภัยพิบัติชัดๆ คิดมาตั้งนาน แต่สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปเดียวว่าต้องโละแผนการที่วางไว้ทิ้งไปเกือบหมด
‘ยังไงซะ เรื่องย้ายวิญญาณก็ต้อง……’
แต่จะทำไงได้ ถ้าสถานการณ์บังคับให้ทำก็ต้องทำ (ถ้าเขาให้ปอกเปลือกก็ต้องปอก)
ฉันหุบปากแน่นแล้วเค้นสมองคิด
ในอกยังคงเดือดพล่านด้วยความเจ็บใจ แต่การมานั่งผลาญอารมณ์ไปกับเรื่องที่แก้ไขไม่ได้มันช่างไร้ประโยชน์ สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ สักพักความสิ้นหวังนั้นก็ค่อยๆ สงบลง
---
หนึ่งแสนล้าน
ตอนแรกกะว่าจะลองกู้เงินดู แต่ดูเหมือนโลกนี้การพิจารณาสินเชื่อสำหรับฮันเตอร์จะเข้มงวดกว่าที่คิด
‘เห็นว่าเพราะไม่รู้จะตายเมื่อไหร่ เครดิตเลยต่ำเตี้ยเรี่ยดินน่ะนะ’
งั้นจะลองเก็บหอมรอมริบให้ครบตามเป้าดีไหม?
ถ้าคำนวณคร่าวๆ จากค่าสอนที่ได้รับจากฮาซอง ก็ต้องสอนต่อไปอีกประมาณ 33 เดือน ถึงจะเก็บได้ครบแสนล้าน
แต่ปัญหาคือหลักสูตรที่ฉันวางไว้ให้ฮาซอง มันยาวเต็มที่แค่ 6 เดือนนี่สิ
‘จะให้ยืดออกไปเป็น 33 เดือนมันก็ออกจะ……’
แถมแผนที่จะขึ้นค่าสอนหลังจากหมดช่วงทดลองเรียน 3 เดือนแรก
มาตอนนี้มันก็กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากกึ่งๆ จะเป็นไปไม่ได้ไปแล้ว
-ฮันเตอร์คิมครับ ว่าแต่เรื่องการจัดการภาษีของค่าสอนที่ผมจ่ายไปเนี่ย…….
-หือ?
-ธุรกรรมนี้คุณบอกให้เก็บเป็นความลับ คงไม่ได้จดทะเบียนผู้ประกอบการแยกไว้สินะครับ งั้นด้วยขนาดของเม็ดเงิน ยอดโอนคงจะถูกประเมินว่าเป็น "การให้โดยเสน่หา" แน่ๆ
-…….
-ยังไงผมก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบเงินส่วนนี้อยู่แล้ว งั้นให้ทางผมจัดการเรื่องภาษีไปเลยได้ไหมครับ?
ความจริงแล้ว เงิน 3 พันล้านที่ฉันได้รับมา…… มันไม่ใช่แค่ 3 พันล้านเฉยๆ น่ะสิ
โลกที่พัฒนาไปขนาดนี้ แน่นอนว่าต้องมีระบบภาษีที่ซับซ้อนเพื่อผู้ปกครอง ที่ผ่านมาฉันคิดน้อยไปหน่อย
สรุปง่ายๆ ก็คือ เงินที่จองฮาซองต้องจ่ายจริงรวมภาษีแล้ว ปาเข้าไปตั้ง 6 พันล้านวอน
พูดกันตามตรง ต่อให้ฝ่ายตรงข้ามเป็นระดับ S ก็เถอะ ขูดรีดกันขนาดนี้ทุกเดือนมันก็โหดไปหน่อย ถ้ายังจะโลภมากขอขึ้นราคาอีก จุดจบจะเป็นยังไงคงเดาได้ไม่ยาก
‘กลายเป็นนิทานเรื่องห่านทองคำชัดๆ’
แต่จะให้ขายไฮดราระดับเอปิกที่มีอยู่ในมือทิ้งไปเพื่อการนี้……. ฉันก็ไม่เอาด้วยหรอก
ดูยังไงราคาปอดตอนนี้มันก็ฟองสบู่ชัดๆ
เสียดายของแย่
ดูท่าแผนการซื้ออวัยวะมังกรคงต้องพับเก็บไปก่อน
ดังนั้นฉันเลยจำใจต้องหยิบเอาแผนสำรองที่เคยหลีกเลี่ยงกลับมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง
แผนสำรองที่ว่าก็คือสิ่งนี้
===================
สกัดปอดของมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่
และทำการปลูกถ่ายในสภาพที่สดใหม่
สิ่งที่ต้องเตรียม 1. ผู้บริจาคปอด
สิ่งที่ต้องเตรียม 2. ร่างกายใหม่ที่จะย้ายไปสิงสู่
สิ่งที่ต้องเตรียม 3. สิ่งที่จำเป็นสำหรับการร่ายอาคมทั้งห้าชนิด…….
===================
แค่คิดหัวก็ปวดตุบๆ แล้ว
ในโลกที่กฎหมายเข้มงวดขนาดนี้ จะไปลากตัวคนเป็นๆ มาด้วยวิธีไหน แล้วด้วยมานาเท่าหางอึ่งแค่นี้ จะเอาความกล้าที่ไหนไปใช้มหาเวทระดับสูงกัน
‘แถมยังต้องทำทั้งๆ ที่ยังไม่เข้าใจสภาพแวดล้อมของโลกและโครงสร้างร่างกายชาวโลกอย่างถ่องแท้น่ะนะ หือ?’
ฉันแค่นหัวเราะแห้งๆ พลางกุมขมับ
“ฮ่าฮ่า…….”
แต่ก็นั่นแหละ พูดไปก็เท่านั้น กลุ้มใจอยู่คนเดียวก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
คิดดูดีๆ วันนี้โลกก็ยังไม่แตกซะหน่อย ตอนนี้ทำใจให้สบายๆ ไปก่อนดีกว่า
‘ก็นะ ชีวิตมันต้องมีตัวแปรแบบนี้บ้างสิถึงจะสนุก’
กริ๊ง
ฉันหยุดคิดฟุ้งซ่านแล้วกดปุ่มสี่เหลี่ยมตรงหน้า ทันใดนั้นเสียงเพลงใสๆ ก็ดังกังวานขึ้นมาในอากาศ
ดูจากปฏิกิริยาแล้ว ไอ้อันเมื่อกี้ที่กดไปน่าจะเป็นกริ่งประตูสินะ
“อืม”
หันซ้ายหันขวา
ที่นี่คือบ้านเดี่ยวหลังหนึ่งที่มีผนังภายนอกทาสีโทนเดียว และเหตุผลเดียวที่ฉันถ่อมาถึงสถานที่ห่างไกลแบบนี้
[กำลังโทรออก … คังชางโฮ ☎]
ก่อนจะเริ่มแผนการต่อไป ฉันมีเรื่องจะถามฮันเตอร์ระดับ S คนหนึ่ง
ก็เลยบุกมาถึงหน้าบ้านเขาในตอนนี้ เรื่องที่ฉันสงสัยมันเป็นหัวข้อที่คุยทางโทรศัพท์ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่
ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด
สัญญาณดังอยู่ไม่กี่ครั้ง ในที่สุดเสียงตอบรับก็ดังมาจากโทรศัพท์มือถือ
“อ๊ะ ฮันเตอร์คังชางโฮ! ตอนนี้ผมมาถึงแล้ว ไม่ทราบว่า…….”
-เปิดเข้ามาเลย
หน้าจอมือถือดับวูบลงอีกครั้ง อีกฝ่ายพูดแค่สิ่งที่ตัวเองอยากพูดแล้วก็วางสายไปดื้อๆ
ฉันเห็นสภาพนั้นแล้วก็ค่อยๆ เพิ่มหัวข้อ ‘ตัดหัวจอมเวทบรรพกาล’ ลงในแผนการในอนาคตภายในใจอย่างเงียบเชียบ
แต่นั่นมันเรื่องของวันข้างหน้า วันนี้ก็ต้องไหลไปตามน้ำของวันนี้ก่อน
‘โอ้’
แอ๊ด
พอเปิดประตูเหล็กบานใหญ่เดินเข้าไป ก็พบกับสวนสีเขียวขจี
ฉันเดินตรงไปทางทิศที่สัมผัสได้ถึงมานาของคังชางโฮ พอผ่านประตูหน้าเข้าไป โครงสร้างภายในที่เหนือจินตนาการก็ปรากฏแก่สายตา
พื้นที่กว้างขวาง โปร่งโล่ง ตกแต่งอย่างหรูหรามีระดับราวกับอาร์ตของศิลปิน
‘นี่บ้านคนจริงๆ เหรอเนี่ย?’
ตาของฉันเบิกกว้างโดยอัตโนมัติ
ที่ผ่านมาก็คิดว่าห้องรูหนูของคิมกิรยอก็ใช้ได้แล้วนะ แต่พอมาเห็นที่นี่ ไอ้ห้องนั้นมันแย่กว่าบ้านหมาซะอีก
เพราะที่พำนักของคังชางโฮมันใหญ่โตมโหฬารจนเทียบไม่ได้เลยกับห้องเช่ารูหนูของใครบางคน
‘โห ตกแต่งบ้านซะเหมือนรีสอร์ตเลยแฮะ’
ฉันเดินไปตามทางเดินที่เงียบสงบ
เดินมาได้สักพัก ในที่สุดก็มองเห็นเงาร่างของผู้ตื่นรู้ที่ตามหาผ่านหน้าต่าง ชาวโลกคนหนึ่งกำลังนอนอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวสีขาวที่วางอยู่กลางแจ้ง
คังชางโฮนั่นเอง
“หือ?”
แต่ถ้าตาไม่ฝาด ทำไมหมอนั่นถึงดูตัวเปียกๆ เหมือนเพิ่งขึ้นจากน้ำ……
‘อ้าว บ้านหรูขนาดนี้ แต่ห้องอาบน้ำดันอยู่ข้างนอกให้ลำบากเล่นงั้นเรอะ?’
ฉันเอียงคอด้วยความสงสัยขณะเดินเข้าไปหาเขา และเมื่อเข้าไปใกล้บริเวณที่คาดว่าเป็นระเบียง สาเหตุที่คังชางโฮมีสภาพแบบนั้นก็กระจ่างชัด
“สระว่ายน้ำ?”
สิ่งปลูกสร้างที่มีน้ำสีฟ้าบรรจุอยู่เต็มเปี่ยม
ฉันรู้น่าว่าไอ้นี่เรียกว่าสระว่ายน้ำ แต่ไม่นึกเลยว่าจะมีของแบบนี้ตั้งตระหง่านอยู่ในบ้านส่วนตัว
“จู่ๆ มาขอเจอนี่มีธุระอะไร”
คังชางโฮที่นอนอยู่บนเก้าอี้อาบแดดเริ่มบทสนทนาโดยไม่คิดแม้แต่จะลุกขึ้นมาต้อนรับ
เสื้อคลุมสีทึบกับดวงตามังกรที่ทอแสงวาววับช่างดูขัดแย้งกันอย่างประหลาด
ในเมื่อเจ้าของบ้านถามถึงสาเหตุการมาเยือน ทางนี้ก็ควรจะตอบไปตามมารยาท
ชำเลือง
แต่สายตามันก็คอยแต่จะเหล่ไปมองสระว่ายน้ำส่วนตัว สมบัติของผู้มั่งคั่งอยู่นั่นแหละ
น้ำลายเริ่มสอ พูดตามตรง คำพูดที่ว่า ‘ขอเล่นน้ำที่นี่สักสองวันได้ไหม’ มันจ่ออยู่ที่คอหอยแล้ว
“ก่อนอื่น…. เราเข้าไปคุยข้างในกันหน่อยดีไหมครับ?”
เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของมหาจอมเวท ฉันพยายามเก็บซ่อนความในใจและชูของในมือขึ้นมาให้ดู
【น้ำส้ม แซง-แซง-แซง】
เซตเครื่องดื่มผลไม้ขวัญใจประชาชนที่ผลิตโดยบริษัทแม่ของเนโอซิสเตอร์
เพิ่งมารู้เมื่อไม่นานมานี้ว่า ประเทศนี้มีวัฒนธรรมที่ผู้มาเยือนต้องมีของติดไม้ติดมือมาฝากเจ้าของบ้านด้วย
สมแล้วที่เป็นมนุษย์ต่างดาว เรื่องสามัญสำนึกยังคงบกพร่องอยู่มากสินะ