Cover

180

หนังหน้าที่เอาไว้ขู่ขวัญชาวบ้านนี่มันได้ผลชะงัดนัก

เอาเถอะ ถึงยังไงพวกมนุษย์ต่างดาวก็คงแยกความแตกต่างของรูปร่างหน้าตาไม่ออกอยู่แล้ว ในแง่หนึ่ง การมีฟังก์ชันข่มขวัญแบบนี้อาจจะดีต่อตัวฉันมากกว่าการได้เกิดใหม่เป็นหนุ่มหล่อพิมพ์นิยมฉบับชาวโลกเสียอีก

“ขะ ขอประทานโทษครับ! ตร, ตรวจสอบบัตรเชิญเรียบร้อยแล้ว เชิญเพลิดเพลินกับเวลาที่เหลือได้ตามสบายเลยครับ!”

รอเพียงอึดใจเดียว ผลลัพธ์ที่คาดไว้ก็ปรากฏ

เจ้าพวกนั้นขอโทษขอโพยพลางเหงื่อแตกพลั่ก ก่อนจะรีบวิ่งหนีหางจุกตูดไปในที่สุด

ไล่ยามเฝ้าการณ์ไปได้สำเร็จแล้ว

‘เฮ้อ!’

ด่านตรวจก็ผ่านไปได้ด้วยดี ทีนี้คงต้องขอฟังความจากปากเจ้าตัวหน่อยเถอะ

“นี่ครับ คุณซอนอูยอน”

ขวับ

พอลองหันกลับไปมอง ก็เห็นหญิงสาวสวมหน้ากากยืนจ้องเขม็งมาทางนี้อยู่ก่อนแล้ว

“เมื่อกี้คุณบอกเองไม่ใช่เหรอครับว่าที่นี่ไม่น่าจะมีอะไร?”

พอฉันเริ่มเปิดบทสนทนา เธอก็สะดุ้งโหยงจนไหล่สั่น

“นั่นสิคะ ดูเหมือนพวกเราจะประเมินขนาดของที่นี่ผิดไป... ต, แต่ว่าจากการสืบสวนตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ผลวิเคราะห์ระบุชัดเจนว่าองค์กรนี้มีแต่ฮันเตอร์ระดับ C เท่านั้นนี่นา...?”

แต่พอได้ยินประโยคนี้ ข้อสันนิษฐานบางอย่างก็แล่นเข้ามาในหัวของฉันทันที

‘อย่าบอกนะ?’

เดิมทีที่นี่คือตลาดมืดที่มีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นคนธรรมดาที่ไม่ใช่ผู้ตื่นรู้

ด้วยความที่ขนาดเล็กและสินค้ามีน้อย พวกผู้ตื่นรู้ระดับสูงทั่วไปคงไม่ค่อยแวะเวียนมาที่นี่

‘ฟังจากที่เล่ามา ดูเหมือนคังชางโฮเองก็แทบไม่ได้ใช้บริการตลาดนี้เลยเหมือนกัน’

ดังนั้นฝ่ายบริหารของตลาดมืดจึงละเลยเรื่องการรักษาความปลอดภัยไปโดยปริยาย

เพราะถ้าคู่ต่อสู้เป็นคนธรรมดา แค่ผู้ตื่นรู้ฝีมือพอประมาณสักคนก็เหลือแหล่แล้ว

ทว่า... จู่ๆ วันหนึ่งกลับมีลูกค้าระดับ S หน้าใหม่โผล่เข้ามา?

ความเป็นไปได้ที่ตลาดมืดจะตื่นตูมกับข่าวว่ามีฮันเตอร์ระดับสัตว์ประหลาดจะมาเดินจ่ายตลาด จนต้องเร่งเสริมกำลังการรักษาความปลอดภัยชั่วคราว...

ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้เลย

และถ้าสมมติฐานนี้ถูกต้อง การที่ข้อมูลการสืบสวนล่วงหน้าของซอนอูยอนผิดพลาดไปหมด ต้นเหตุก็คงหนีไม่พ้นฮันเตอร์ระดับ S คนนั้นนั่นแหละ

‘มะ ไม่ใช่หรอกมั้ง?’

ฉันเหงื่อตกพลางทบทวนสมมติฐานที่ผุดขึ้นมาในหัว แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงระเบิดแสบแก้วหูก็ดังแทรกเข้ามากลางห้วงความคิด

ตูมมมม!

ซอนอูยอนที่ได้ยินเสียงนั้นรีบเงยหน้าขึ้นทันขวัน

“เสียงจากฝั่งพวกเราค่ะ!”

“ครับ?”

“ในกลุ่มตำรวจที่เข้ามาด้วยกัน มีคนที่ใช้สกิลสายระเบิดบ่อยๆ อยู่ค่ะ!”

เงียบไปพักใหญ่ก็นึกว่าเป็นห่วง ที่ไหนได้ โชคดีที่พวกตำรวจที่เข้ามาพร้อมกับเธอยังปลอดภัยดี

“ถึงจะผิดแผนไปหน่อย แต่ฉันคงต้องรีบไปแล้วค่ะ”

ทันใดนั้น ซอนอูยอนก็กระโดดข้ามแผงขายของเข้าไปแบกร่างอาชญากรที่ถูกมัดเอาไว้

ดูเหมือนหน้าที่ของเธอคือการคุมตัวหมอนี่แล้วไปสมทบกับทีมที่จุดเกิดเหตุ

และก่อนที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่ดงศัตรู ชาวโลกผู้สวมหน้ากากก็หันกลับมาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

“...เมื่อกี้ ขอบคุณที่ช่วยนะคะ”

เธอทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะรีบพุ่งตัวออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว

โดยไม่ได้พยายามจับกุมฉันในข้อหาซื้อขายบลูเชลล์ และไม่ได้เอ่ยปากขอให้ช่วยปฏิบัติการของเธอแต่อย่างใด

‘ที่ไม่ขอความร่วมมือ เป็นเพราะความเชื่อใจที่มีต่อตัวฉันมันพังทลายไปแล้วหรือเปล่านะ?’

ก็จริง การจะมามัวยื้อยุดฉุดกระชากกับผู้ต้องสงสัยที่จับตัวไม่ได้ สู้เอาเวลาไปโฟกัสกับงานตรงหน้ายังจะดีเสียกว่า

หลักฐานที่จะจับฉันซึ่งหน้าก็ไม่พอ แถมดูจากภายนอกแล้วระดับพลังของฉันก็สูงเกินไปอีก

เป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด

แถมยังเป็นผลดีกับฉันด้วย เพราะเสียงระเบิดเมื่อกี้คงทำให้ตลาดโกลาหลในไม่ช้า ตอนนี้แค่ฉวยโอกาสชุลมุนแล้วชิ่งหนีไปก็จบเรื่อง

‘เผื่อว่าจะโดนแจ้งจับทีหลัง ขากลับต้องหาที่ซ่อนบลูเชลล์ดีๆ หน่อยแล้วสิ’

ฉันจัดการยึด [ไอเทมบ็อกซ์] ไว้กับเข็มขัดฮันเตอร์ที่เพิ่งซื้อมาเมื่อไม่นานมานี้อย่างแน่นหนา

แต่ปัญหาก็คือ

“อืม”

ดันมีตัวปัญหาขนาดมหึมาซ่อนอยู่ในตลาดมืดแห่งนี้น่ะสิ...

“อือออ”

ความจริงก็คือ ร้านค้าแห่งหนึ่งในตลาดนี้ มีผู้ตื่นรู้ระดับ A ตัวเป็นๆ นั่งเฝ้าแผงขายของอยู่หน้าตาเฉย

น่าเศร้าที่การประเมินกำลังรบของพวกตำรวจคลาดเคลื่อนไปไกลโข

แล้วสถานการณ์ต่อจากนี้จะเป็นยังไง?

“เอาไงดี?”

ขืนปล่อยเจ้าระดับ A นั่นไว้ ซอนอูยอนต้องแย่แน่ๆ แบบ 100%

ถึงจะไม่รู้ว่าคนที่มากับเธออยู่ระดับไหนกันบ้าง แต่ตำรวจที่ขาดแคลนกำลังพลเรื้อรังคงไม่ทุ่มคนเก่งๆ มาลงกับตลาดมืดเล็กจิ๋วพรรค์นี้หรอก

แน่นอนว่าถ้าฉันจัดการเจ้าระดับ A นั่นเองโดยพลการล่ะ?

ทีนี้ฉันจะซวยแทน

อุตส่าห์ยอมใจอ่อนรับคำเชิญมาแท้ๆ ถ้าแขกรับเชิญดันมาอาละวาดพังงาน ใครเขาจะไปชอบใจลง

‘ชิ แค่ช่วยขวางตอนตรวจบัตรเชิญ ถ้าเรื่องถึงหูคังชางโฮก็แย่พออยู่แล้ว...’

สถานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย ต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่

ดังนั้น ฉันจึงไตร่ตรองอย่างรอบคอบ และเลือกหนทางที่จะเจ็บตัวน้อยที่สุด

.

.

ประมาณ 60 วินาทีถัดมา

ปัง!

ฉันผลักประตูร้านค้าแห่งหนึ่งเข้าไปอย่างแรง

พอมีแขกไม่ได้รับเชิญโผล่เข้ามาแบบเอะอะมะเทิ่ง ผู้ตื่นรู้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็ลุกขึ้นยืนแบบเก้ๆ กังๆ พลางเหล่มองมา

ขอแจ้งให้ทราบว่า เจ้าของร้านคนนี้แหละคือผู้ตื่นรู้ระดับ A ที่ฉันพูดถึงเมื่อกี้

“อะ อะไรครับเนี่ย?”

แล้วรู้ไหมทำไมฉันถึงมาหาระดับ A คนนี้?

ซอนอูยอนพูดไว้ชัดเจนว่า จากผลการสืบสวนของตำรวจ กำลังรบสูงสุดของตลาดมืดนี้คือระดับ C

ทีแรกก็คิดว่าคงมีความผิดพลาดอะไรสักอย่าง

แต่พอลองมาคิดดูดีๆ...

ต่อให้พลาดแค่ไหน ผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนที่ผ่านการสอบคัดเลือกมาอย่างโชกโชนก็ไม่น่าจะไร้น้ำยาขนาดนั้น

งั้นลองสมมติว่าข้อมูลของตำรวจที่ว่า ‘ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา การรักษาความปลอดภัยของตลาดมืดอยู่ในระดับต่ำ’ เป็นเรื่องจริง

สิ่งที่เหลือก็แค่การอนุมานแบบอุปนัยง่ายๆ

ข้อแรก กลุ่มคนที่ยอมทำผิดกฎหมายเพื่อเงิน ความสามัคคีในหมู่คณะจะเหนียวแน่นสักแค่ไหนเชียว?

ข้อสอง ยิ่งกับตัวตนอย่างฮันเตอร์ระดับ A ที่จู่ๆ ก็โผล่มาทั้งที่ไม่เคยมีมาก่อนเนี่ยนะ?

‘ซอนอูยอนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีระดับ A อยู่ที่นี่ เพราะงั้นหมอนี่ไม่ใช่เป้าหมายสำคัญในการจับกุม’

สูดหายใจเข้า

ฉันคำนวณทุกอย่างเสร็จสรรพและเริ่มลงมือตามหลักเหตุผล

“──จ่าเฉยแห่กันมาแล้วเว้ย!”

“ห๊ะ?”

“อุ๊บ.”

หมายถึงการวิ่งเข้ามาตะโกนฟ้องโต้งๆ นั่นแหละ

“ตำรวจลงแล้ว!”

แถมยังตะเบ็งเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับกลืนลำโพงรถไฟเข้าไป

ส่วนการใช้คำเรียกตำรวจแบบเหยียดๆ เพื่อให้ดูเป็นพวกเดียวกันนั้น ถือเป็นของแถม

“อะ อะไรนะ? จ่าเฉย?”

“เมื่อกี้ไม่ได้ยินเสียงระเบิดเหรอ? นั่นเสียงสกิลของพวกตำรวจผู้ตื่นรู้ไง! ตรงนู้นคนขายโดนรวบตัวกันวุ่นวายไปหมดแล้ว!”

ฮือฮา ฮือฮา

คำพูดทิ้งบอมบ์ของฉันทำให้ภายในร้านเกิดความโกลาหลขึ้นทันที

ลำพังแค่เสียงบึ้มเมื่อกี้บรรยากาศก็ตึงเครียดพออยู่แล้ว พอรู้ว่าตำรวจบุกมาจริงๆ ยิ่งไปกันใหญ่

“ทำไงดีวะเนี่ย!”

“เวรเอ๊ย”

“มิน่าล่ะ ยามถึงเดินกันให้ว่อน”

“ทำไมถึงมาโดนจับเอาป่านนี้วะ...!”

“อย่าบอกนะว่าหน้าเกตโดนล้อมไปแล้ว?”

ผู้คนต่างพากันตื่นตระหนกไม่เลือกหน้า

แต่ความช็อกของพวกลูกค้าไม่ใช่ธุระกงการอะไรของฉัน เพราะเป้าหมายของฉันมีแค่การเกลี้ยกล่อมชาวโลกคนเดียวเท่านั้น

“นี่คุณ! ผมรู้ว่าบอสของดันเจี้ยนนี้ซ่อนอยู่ที่ไหน เราไปฆ่ามันแล้วแอบหนีกันไปเงียบๆ เถอะ”

“เฮ้ย!”

“ทางเข้าป่านนี้ตำรวจคงปูพรมเต็มไปหมดแล้ว! แต่ทางออกอาจจะไปโผล่ในที่เปลี่ยวๆ ก็ได้...!”

ฉันหันไปพูดกับพนักงานขายหลังเคาน์เตอร์

“ดูทรงแล้วค่าการตื่นรู้ของคุณน่าจะสูงอยู่นะ แค่ระดับบอสของที่นี่น่าจะจัดการได้ใช่ไหม? นะ? รีบไปตอนที่พวกตำรวจกำลังมัวแต่วุ่นวายกับการจับหัวหน้าเถอะ ไปเร็ว!”

นี่แหละคือแผนของฉัน

ถ้ากลัวว่าใครจะไปทำร้ายซอนอูยอน ก็แค่ตัดบุคคลนั้นออกจากสมการของเหตุการณ์ไปเลยก็สิ้นเรื่อง

‘ถือโอกาสพาตัวเองชิ่งออกทางประตูทางออกไปด้วยเลย’

แต่ถ้าทางออกดันไปโผล่ติดกับทางเข้า... ถึงตอนนั้นค่อยเปิด [กล่องของขวัญเซอร์ไพรส์!] ก็ยังไม่สาย

แถมมองในอีกมุม นี่ถือว่าเป็นการช่วยพ่อค้าของตลาดมืดไม่ให้โดนจับด้วยนะ

ต่อให้เรื่องไปถึงหูคังชางโฮ ก็คงไม่มีปัญหาอะไรใหญ่โต

‘เผลอๆ อาจจะสร้างภาพได้ด้วยซ้ำว่าฉันพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อปกป้องตลาดมืดที่อุตส่าห์เชิญมา’

แน่นอน ถ้าเจ้าระดับ A นั่นดันเกิดอยากจะรักษาความภักดีกับองค์กรขึ้นมา

ตอนนั้นฉันคงต้องใช้มาตรการขั้นรุนแรง แต่ตรงจุดนี้มันไม่มีทางเลือกจริงๆ

จะให้พนักงานสมาคมต้องมาตายเพียงเพราะกลัวคังชางโฮไม่ได้เด็ดขาด

‘ถ้าจำเป็นก็ต้องลุย’

ฉันเตรียมพร้อมจะควักอาวุธออกมาได้ทุกเมื่อ

แต่สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาของที่นี่ก็ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ

“เออ จริงด้วย รีบเผ่นกันเถอะ!”

“เอาสิครับลูกพี่!”

ฮันเตอร์ระดับ A คนนั้น ทรยศตลาดมืดในเสี้ยววินาที

---

ในขณะเดียวกัน

ซอนอูยอนที่รุดไปยังที่เกิดเหตุ ก็ปฏิบัติภารกิจสำเร็จอย่างทุลักทุเล

“อึก”

“อือออ...”

เมื่อไปถึงจุดที่เกิดระเบิด ก็พบผู้รับผิดชอบสูงสุดของตลาดมืดกำลังปะทะกับตำรวจอย่างดุเดือด

เธอใช้ ‘วิชาควบคุมบรรยากาศ’ ที่ขัดเกลามาอย่างดี จัดการกับพวกองค์รักษ์ของผู้บริหารได้อย่างอยู่หมัด

“อั่ก... แค่ก!”

สกิลรูปแบบที่ลดความดันอากาศในบริเวณรอบๆ ลงอย่างฮวบฮาบเพื่อขัดขวางการหายใจ

เป็นเวทมนตร์ใหม่ที่ซอนอูยอนเรียนรู้มาจากการรับมือกับอาชญากรมากหน้าหลายตา เหล่าองค์รักษ์ที่ถูกต้อนให้ขาดอากาศหายใจ กว่าจะได้กลับมาสูดอากาศได้อิสระอีกครั้งก็ตอนที่ถูกไอเทมพันธนาการรัดตัวไว้เรียบร้อยแล้ว

“โชคดีที่ทุกคนปลอดภัยนะคะ”

“โอ๊ย อย่าให้พูดเลย ผมนึกว่าจะต้องทิ้งลูกเมียแล้วมาตายที่นี่ซะแล้วนะเนี่ย”

ว่าแต่ ทำไมสัญญาณที่นัดแนะกันไว้ถึงไม่มาสักที...

ในระหว่างที่ซอนอูยอนกำลังคุมตัวพ่อค้ายาเสพติดที่มีความเสี่ยงจะหลบหนีสูง

ทีม A ที่มุ่งหน้าไปทางผู้จัดการดูเหมือนจะเจอศึกหนักพอสมควร

อย่างที่รู้กันว่าความปลอดภัยของตลาดมืดวันนี้ถูกยกระดับขึ้นสูงผิดปกติ

แถมในกลุ่มศัตรูยังมีฮันเตอร์ที่เชี่ยวชาญสกิลสถานะผิดปกติรวมอยู่ด้วย

“ร่างกายโอเคกันไหมคะ?”

“สงสัยเพราะได้งีบไปตื่นนึง เลยรู้สึกตัวเบาสบายเลยครับ”

พวกนี้เกือบจะโดนทำให้หลับยกก๊วน แล้วถูกจับฝังในดันเจี้ยนแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเสียแล้ว

“เฮ้อ”

ยังดีที่มีคนระดับสูงบางคนต้านทานสถานะผิดปกติได้ เรื่องเลยไม่บานปลายไปมากกว่านี้

ซอนอูยอนถอนหายใจด้วยความโล่งอก

แต่ทว่าตอนนั้นเอง เสียงตะโกนโวยวายก็ดังลั่นขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง

“โว้ย! พวกเราไปทำผิดอะไรหนักหนาถึงต้องมารังแกกันขนาดนี้! ใครบอกว่าจะไม่จ่ายภาษี? ก็จะจ่ายอยู่นี่ไง! เพราะงั้นช่วยมาแก้ไอ้นี่ออกก่อนเซ่!”

ผู้จัดการตลาดมืดโอดครวญอย่างเจ็บใจ

แต่ปฏิกิริยาของตำรวจกลับเย็นชาสิ้นดี

ความจริงก็อย่างที่หมอนั่นพูด ตลาดมืดเป็นคดีที่ตามสืบยากและมีความรุนแรงน้อยกว่าอาชญากรรมร้ายแรงอื่นๆ ปกติจึงไม่ค่อยมีการเร่งสืบสวนนัก แต่ทว่า...

“คุณสายสืบคะ ยังไม่ได้แจ้งข้อหาตามหมายจับให้เขาทราบเหรอคะ?”

“พอดีวุ่นๆ เลยลืมน่ะ”

กรณีของที่นี่มันค่อนข้างพิเศษหายาก

“เอ้า ฟังนะ เราขอจับกุมคุณในข้อหาละเมิดกฎหมายพิเศษว่าด้วยการป้องกันการซื้อขายสินค้าดันเจี้ยนผิดกฎหมาย และข้อหาจ้างวานฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน~”

แม้จะผ่านยุคดันเจี้ยนช็อกมาแล้ว แต่อัตราการจับกุมคดีฆาตกรรมในเกาหลีก็ยังสูงลิบลิ่วจนน่ากลัว

สายสืบที่พูดสำเนียงคยองซังจ๋าแจ้งข้อหาด้วยน้ำเสียงยียวน พอได้ยินดังนั้น สีหน้าของคนที่ถูกมัดอยู่ก็เปลี่ยนไปทันที

เขารู้ตัวแล้วว่าความลับดำมืดเรื่องไหนที่เป็นต้นเหตุ

“เหอะ... ไอ้พวกเวร”

แต่ทว่า ใบหน้าที่เคร่งเครียดนั้นกลับค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความมั่นใจอย่างประหลาด

“เออ ได้ ไหนๆ ก็โดนจับแล้ว งั้นล้างบางแม่งให้หมดเลยละกัน”

“ว่าไงนะ?”

“ไอ้พวกที่หัวโด่กันอยู่ตรงนี้ เตรียมตัวชิบหายกันให้หมด! คิดว่าที่นี่เป็นสนามเด็กเล่นหรือไงถึงกล้าบุกเข้ามา ทีนี้พวกแกเตรียมตัวตายได้เลย!”

หญิงสาวหน้าตาดุร้ายตะคอกใส่ฉอดๆ

ทีแรกก็นึกว่าเป็นแค่การดิ้นรนไร้ความหมายของอาชญากรที่จนตรอก แต่รังสีที่แผ่ออกมาจากตัวผู้จัดการกลับมีความมั่นใจบางอย่างแฝงอยู่เกินเบอร์

“ตอนนี้คงคิดว่าพวกแกชนะแล้วสินะ? แต่ถามหน่อย ในหมู่พวกแกมีใครเป็นระดับ A บ้างไหม?”

ในที่สุด ผู้รับผิดชอบสูงสุดที่ถูกคุมตัวอยู่ก็เผยไพ่ตายของตนออกมา

“ถ้าไม่มีล่ะก็ซวยแน่ รู้ไหมว่าในตลาดนี้มีใครอยู่? ฉันจ้างผู้ตื่นรู้ระดับ A มานั่งเป็นพนักงานเลยนะเว้ย จะบอกให้!”

ในดันเจี้ยนนี้มีฮันเตอร์ระดับ A ซ่อนอยู่งั้นเรอะ!

เดิมทีจ้างมาเพราะกลัวสมาชิกใหม่คนหนึ่ง แต่สถานการณ์พลิกผันแบบนี้ มันเลยมีประโยชน์ในอีกทาง

โชคดีที่ตัวเขามีทรัพย์สินมหาศาล...

มากพอที่จะจูงใจคนยุคปัจจุบันที่หิวกระหายเงินให้ยอมลงมือฆ่าคนได้เลยทีเดียว

“ไอ้พวกกระจอก! เตรียมโดนระดับ A จับระเบิดหัวกระจุยกันให้หมด!”

ฮ่าๆๆๆๆ

ผู้บริหารตลาดมืดหัวเราะร่าอย่างลำพองใจโดยมีทหารรับจ้างที่ตนจ้างมาเป็นแบ็กอัป

แต่ทว่า... ประมาณ 5 นาทีต่อมา

เมื่อตำรวจจับกุมตัวการหลักเสร็จสิ้นและเริ่มไล่ต้อนพวกลูกกระจ๊อกที่เหลือ

“หือ?”

ผู้คนเริ่มตั้งข้อสงสัยว่าทำไมรื้อค้นดันเจี้ยนจนทั่วแล้วก็ยังไม่เจอผู้ตื่นรู้ระดับสูงที่ว่านั่นเลย

“สารวัตรครับ!”

“อะไร? ให้ไปปิดล้อมหน้าเกตไม่ใช่เหรอ เข้ามาทำบ้าอะไรตรงนี้?”

“เกิดเรื่องแล้วครับ ทางออกครับ! ทางออก! มันไปโผล่คนละที่กับทางเข้าจริงๆ ด้วย พวกเราเพิ่งจะหาเจอครับ!”

“หา...?”

ปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีกที่ใครบางคนก่อไว้ กำลังเริ่มขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

180

20px

หนังหน้าที่เอาไว้ขู่ขวัญชาวบ้านนี่มันได้ผลชะงัดนัก

เอาเถอะ ถึงยังไงพวกมนุษย์ต่างดาวก็คงแยกความแตกต่างของรูปร่างหน้าตาไม่ออกอยู่แล้ว ในแง่หนึ่ง การมีฟังก์ชันข่มขวัญแบบนี้อาจจะดีต่อตัวฉันมากกว่าการได้เกิดใหม่เป็นหนุ่มหล่อพิมพ์นิยมฉบับชาวโลกเสียอีก

“ขะ ขอประทานโทษครับ! ตร, ตรวจสอบบัตรเชิญเรียบร้อยแล้ว เชิญเพลิดเพลินกับเวลาที่เหลือได้ตามสบายเลยครับ!”

รอเพียงอึดใจเดียว ผลลัพธ์ที่คาดไว้ก็ปรากฏ

เจ้าพวกนั้นขอโทษขอโพยพลางเหงื่อแตกพลั่ก ก่อนจะรีบวิ่งหนีหางจุกตูดไปในที่สุด

ไล่ยามเฝ้าการณ์ไปได้สำเร็จแล้ว

‘เฮ้อ!’

ด่านตรวจก็ผ่านไปได้ด้วยดี ทีนี้คงต้องขอฟังความจากปากเจ้าตัวหน่อยเถอะ

“นี่ครับ คุณซอนอูยอน”

ขวับ

พอลองหันกลับไปมอง ก็เห็นหญิงสาวสวมหน้ากากยืนจ้องเขม็งมาทางนี้อยู่ก่อนแล้ว

“เมื่อกี้คุณบอกเองไม่ใช่เหรอครับว่าที่นี่ไม่น่าจะมีอะไร?”

พอฉันเริ่มเปิดบทสนทนา เธอก็สะดุ้งโหยงจนไหล่สั่น

“นั่นสิคะ ดูเหมือนพวกเราจะประเมินขนาดของที่นี่ผิดไป... ต, แต่ว่าจากการสืบสวนตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ผลวิเคราะห์ระบุชัดเจนว่าองค์กรนี้มีแต่ฮันเตอร์ระดับ C เท่านั้นนี่นา...?”

แต่พอได้ยินประโยคนี้ ข้อสันนิษฐานบางอย่างก็แล่นเข้ามาในหัวของฉันทันที

‘อย่าบอกนะ?’

เดิมทีที่นี่คือตลาดมืดที่มีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นคนธรรมดาที่ไม่ใช่ผู้ตื่นรู้

ด้วยความที่ขนาดเล็กและสินค้ามีน้อย พวกผู้ตื่นรู้ระดับสูงทั่วไปคงไม่ค่อยแวะเวียนมาที่นี่

‘ฟังจากที่เล่ามา ดูเหมือนคังชางโฮเองก็แทบไม่ได้ใช้บริการตลาดนี้เลยเหมือนกัน’

ดังนั้นฝ่ายบริหารของตลาดมืดจึงละเลยเรื่องการรักษาความปลอดภัยไปโดยปริยาย

เพราะถ้าคู่ต่อสู้เป็นคนธรรมดา แค่ผู้ตื่นรู้ฝีมือพอประมาณสักคนก็เหลือแหล่แล้ว

ทว่า... จู่ๆ วันหนึ่งกลับมีลูกค้าระดับ S หน้าใหม่โผล่เข้ามา?

ความเป็นไปได้ที่ตลาดมืดจะตื่นตูมกับข่าวว่ามีฮันเตอร์ระดับสัตว์ประหลาดจะมาเดินจ่ายตลาด จนต้องเร่งเสริมกำลังการรักษาความปลอดภัยชั่วคราว...

ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้เลย

และถ้าสมมติฐานนี้ถูกต้อง การที่ข้อมูลการสืบสวนล่วงหน้าของซอนอูยอนผิดพลาดไปหมด ต้นเหตุก็คงหนีไม่พ้นฮันเตอร์ระดับ S คนนั้นนั่นแหละ

‘มะ ไม่ใช่หรอกมั้ง?’

ฉันเหงื่อตกพลางทบทวนสมมติฐานที่ผุดขึ้นมาในหัว แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงระเบิดแสบแก้วหูก็ดังแทรกเข้ามากลางห้วงความคิด

ตูมมมม!

ซอนอูยอนที่ได้ยินเสียงนั้นรีบเงยหน้าขึ้นทันขวัน

“เสียงจากฝั่งพวกเราค่ะ!”

“ครับ?”

“ในกลุ่มตำรวจที่เข้ามาด้วยกัน มีคนที่ใช้สกิลสายระเบิดบ่อยๆ อยู่ค่ะ!”

เงียบไปพักใหญ่ก็นึกว่าเป็นห่วง ที่ไหนได้ โชคดีที่พวกตำรวจที่เข้ามาพร้อมกับเธอยังปลอดภัยดี

“ถึงจะผิดแผนไปหน่อย แต่ฉันคงต้องรีบไปแล้วค่ะ”

ทันใดนั้น ซอนอูยอนก็กระโดดข้ามแผงขายของเข้าไปแบกร่างอาชญากรที่ถูกมัดเอาไว้

ดูเหมือนหน้าที่ของเธอคือการคุมตัวหมอนี่แล้วไปสมทบกับทีมที่จุดเกิดเหตุ

และก่อนที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่ดงศัตรู ชาวโลกผู้สวมหน้ากากก็หันกลับมาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

“...เมื่อกี้ ขอบคุณที่ช่วยนะคะ”

เธอทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะรีบพุ่งตัวออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว

โดยไม่ได้พยายามจับกุมฉันในข้อหาซื้อขายบลูเชลล์ และไม่ได้เอ่ยปากขอให้ช่วยปฏิบัติการของเธอแต่อย่างใด

‘ที่ไม่ขอความร่วมมือ เป็นเพราะความเชื่อใจที่มีต่อตัวฉันมันพังทลายไปแล้วหรือเปล่านะ?’

ก็จริง การจะมามัวยื้อยุดฉุดกระชากกับผู้ต้องสงสัยที่จับตัวไม่ได้ สู้เอาเวลาไปโฟกัสกับงานตรงหน้ายังจะดีเสียกว่า

หลักฐานที่จะจับฉันซึ่งหน้าก็ไม่พอ แถมดูจากภายนอกแล้วระดับพลังของฉันก็สูงเกินไปอีก

เป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด

แถมยังเป็นผลดีกับฉันด้วย เพราะเสียงระเบิดเมื่อกี้คงทำให้ตลาดโกลาหลในไม่ช้า ตอนนี้แค่ฉวยโอกาสชุลมุนแล้วชิ่งหนีไปก็จบเรื่อง

‘เผื่อว่าจะโดนแจ้งจับทีหลัง ขากลับต้องหาที่ซ่อนบลูเชลล์ดีๆ หน่อยแล้วสิ’

ฉันจัดการยึด [ไอเทมบ็อกซ์] ไว้กับเข็มขัดฮันเตอร์ที่เพิ่งซื้อมาเมื่อไม่นานมานี้อย่างแน่นหนา

แต่ปัญหาก็คือ

“อืม”

ดันมีตัวปัญหาขนาดมหึมาซ่อนอยู่ในตลาดมืดแห่งนี้น่ะสิ...

“อือออ”

ความจริงก็คือ ร้านค้าแห่งหนึ่งในตลาดนี้ มีผู้ตื่นรู้ระดับ A ตัวเป็นๆ นั่งเฝ้าแผงขายของอยู่หน้าตาเฉย

น่าเศร้าที่การประเมินกำลังรบของพวกตำรวจคลาดเคลื่อนไปไกลโข

แล้วสถานการณ์ต่อจากนี้จะเป็นยังไง?

“เอาไงดี?”

ขืนปล่อยเจ้าระดับ A นั่นไว้ ซอนอูยอนต้องแย่แน่ๆ แบบ 100%

ถึงจะไม่รู้ว่าคนที่มากับเธออยู่ระดับไหนกันบ้าง แต่ตำรวจที่ขาดแคลนกำลังพลเรื้อรังคงไม่ทุ่มคนเก่งๆ มาลงกับตลาดมืดเล็กจิ๋วพรรค์นี้หรอก

แน่นอนว่าถ้าฉันจัดการเจ้าระดับ A นั่นเองโดยพลการล่ะ?

ทีนี้ฉันจะซวยแทน

อุตส่าห์ยอมใจอ่อนรับคำเชิญมาแท้ๆ ถ้าแขกรับเชิญดันมาอาละวาดพังงาน ใครเขาจะไปชอบใจลง

‘ชิ แค่ช่วยขวางตอนตรวจบัตรเชิญ ถ้าเรื่องถึงหูคังชางโฮก็แย่พออยู่แล้ว...’

สถานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย ต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่

ดังนั้น ฉันจึงไตร่ตรองอย่างรอบคอบ และเลือกหนทางที่จะเจ็บตัวน้อยที่สุด

.

.

ประมาณ 60 วินาทีถัดมา

ปัง!

ฉันผลักประตูร้านค้าแห่งหนึ่งเข้าไปอย่างแรง

พอมีแขกไม่ได้รับเชิญโผล่เข้ามาแบบเอะอะมะเทิ่ง ผู้ตื่นรู้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็ลุกขึ้นยืนแบบเก้ๆ กังๆ พลางเหล่มองมา

ขอแจ้งให้ทราบว่า เจ้าของร้านคนนี้แหละคือผู้ตื่นรู้ระดับ A ที่ฉันพูดถึงเมื่อกี้

“อะ อะไรครับเนี่ย?”

แล้วรู้ไหมทำไมฉันถึงมาหาระดับ A คนนี้?

ซอนอูยอนพูดไว้ชัดเจนว่า จากผลการสืบสวนของตำรวจ กำลังรบสูงสุดของตลาดมืดนี้คือระดับ C

ทีแรกก็คิดว่าคงมีความผิดพลาดอะไรสักอย่าง

แต่พอลองมาคิดดูดีๆ...

ต่อให้พลาดแค่ไหน ผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนที่ผ่านการสอบคัดเลือกมาอย่างโชกโชนก็ไม่น่าจะไร้น้ำยาขนาดนั้น

งั้นลองสมมติว่าข้อมูลของตำรวจที่ว่า ‘ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา การรักษาความปลอดภัยของตลาดมืดอยู่ในระดับต่ำ’ เป็นเรื่องจริง

สิ่งที่เหลือก็แค่การอนุมานแบบอุปนัยง่ายๆ

ข้อแรก กลุ่มคนที่ยอมทำผิดกฎหมายเพื่อเงิน ความสามัคคีในหมู่คณะจะเหนียวแน่นสักแค่ไหนเชียว?

ข้อสอง ยิ่งกับตัวตนอย่างฮันเตอร์ระดับ A ที่จู่ๆ ก็โผล่มาทั้งที่ไม่เคยมีมาก่อนเนี่ยนะ?

‘ซอนอูยอนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีระดับ A อยู่ที่นี่ เพราะงั้นหมอนี่ไม่ใช่เป้าหมายสำคัญในการจับกุม’

สูดหายใจเข้า

ฉันคำนวณทุกอย่างเสร็จสรรพและเริ่มลงมือตามหลักเหตุผล

“──จ่าเฉยแห่กันมาแล้วเว้ย!”

“ห๊ะ?”

“อุ๊บ.”

หมายถึงการวิ่งเข้ามาตะโกนฟ้องโต้งๆ นั่นแหละ

“ตำรวจลงแล้ว!”

แถมยังตะเบ็งเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับกลืนลำโพงรถไฟเข้าไป

ส่วนการใช้คำเรียกตำรวจแบบเหยียดๆ เพื่อให้ดูเป็นพวกเดียวกันนั้น ถือเป็นของแถม

“อะ อะไรนะ? จ่าเฉย?”

“เมื่อกี้ไม่ได้ยินเสียงระเบิดเหรอ? นั่นเสียงสกิลของพวกตำรวจผู้ตื่นรู้ไง! ตรงนู้นคนขายโดนรวบตัวกันวุ่นวายไปหมดแล้ว!”

ฮือฮา ฮือฮา

คำพูดทิ้งบอมบ์ของฉันทำให้ภายในร้านเกิดความโกลาหลขึ้นทันที

ลำพังแค่เสียงบึ้มเมื่อกี้บรรยากาศก็ตึงเครียดพออยู่แล้ว พอรู้ว่าตำรวจบุกมาจริงๆ ยิ่งไปกันใหญ่

“ทำไงดีวะเนี่ย!”

“เวรเอ๊ย”

“มิน่าล่ะ ยามถึงเดินกันให้ว่อน”

“ทำไมถึงมาโดนจับเอาป่านนี้วะ...!”

“อย่าบอกนะว่าหน้าเกตโดนล้อมไปแล้ว?”

ผู้คนต่างพากันตื่นตระหนกไม่เลือกหน้า

แต่ความช็อกของพวกลูกค้าไม่ใช่ธุระกงการอะไรของฉัน เพราะเป้าหมายของฉันมีแค่การเกลี้ยกล่อมชาวโลกคนเดียวเท่านั้น

“นี่คุณ! ผมรู้ว่าบอสของดันเจี้ยนนี้ซ่อนอยู่ที่ไหน เราไปฆ่ามันแล้วแอบหนีกันไปเงียบๆ เถอะ”

“เฮ้ย!”

“ทางเข้าป่านนี้ตำรวจคงปูพรมเต็มไปหมดแล้ว! แต่ทางออกอาจจะไปโผล่ในที่เปลี่ยวๆ ก็ได้...!”

ฉันหันไปพูดกับพนักงานขายหลังเคาน์เตอร์

“ดูทรงแล้วค่าการตื่นรู้ของคุณน่าจะสูงอยู่นะ แค่ระดับบอสของที่นี่น่าจะจัดการได้ใช่ไหม? นะ? รีบไปตอนที่พวกตำรวจกำลังมัวแต่วุ่นวายกับการจับหัวหน้าเถอะ ไปเร็ว!”

นี่แหละคือแผนของฉัน

ถ้ากลัวว่าใครจะไปทำร้ายซอนอูยอน ก็แค่ตัดบุคคลนั้นออกจากสมการของเหตุการณ์ไปเลยก็สิ้นเรื่อง

‘ถือโอกาสพาตัวเองชิ่งออกทางประตูทางออกไปด้วยเลย’

แต่ถ้าทางออกดันไปโผล่ติดกับทางเข้า... ถึงตอนนั้นค่อยเปิด [กล่องของขวัญเซอร์ไพรส์!] ก็ยังไม่สาย

แถมมองในอีกมุม นี่ถือว่าเป็นการช่วยพ่อค้าของตลาดมืดไม่ให้โดนจับด้วยนะ

ต่อให้เรื่องไปถึงหูคังชางโฮ ก็คงไม่มีปัญหาอะไรใหญ่โต

‘เผลอๆ อาจจะสร้างภาพได้ด้วยซ้ำว่าฉันพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อปกป้องตลาดมืดที่อุตส่าห์เชิญมา’

แน่นอน ถ้าเจ้าระดับ A นั่นดันเกิดอยากจะรักษาความภักดีกับองค์กรขึ้นมา

ตอนนั้นฉันคงต้องใช้มาตรการขั้นรุนแรง แต่ตรงจุดนี้มันไม่มีทางเลือกจริงๆ

จะให้พนักงานสมาคมต้องมาตายเพียงเพราะกลัวคังชางโฮไม่ได้เด็ดขาด

‘ถ้าจำเป็นก็ต้องลุย’

ฉันเตรียมพร้อมจะควักอาวุธออกมาได้ทุกเมื่อ

แต่สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาของที่นี่ก็ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ

“เออ จริงด้วย รีบเผ่นกันเถอะ!”

“เอาสิครับลูกพี่!”

ฮันเตอร์ระดับ A คนนั้น ทรยศตลาดมืดในเสี้ยววินาที

---

ในขณะเดียวกัน

ซอนอูยอนที่รุดไปยังที่เกิดเหตุ ก็ปฏิบัติภารกิจสำเร็จอย่างทุลักทุเล

“อึก”

“อือออ...”

เมื่อไปถึงจุดที่เกิดระเบิด ก็พบผู้รับผิดชอบสูงสุดของตลาดมืดกำลังปะทะกับตำรวจอย่างดุเดือด

เธอใช้ ‘วิชาควบคุมบรรยากาศ’ ที่ขัดเกลามาอย่างดี จัดการกับพวกองค์รักษ์ของผู้บริหารได้อย่างอยู่หมัด

“อั่ก... แค่ก!”

สกิลรูปแบบที่ลดความดันอากาศในบริเวณรอบๆ ลงอย่างฮวบฮาบเพื่อขัดขวางการหายใจ

เป็นเวทมนตร์ใหม่ที่ซอนอูยอนเรียนรู้มาจากการรับมือกับอาชญากรมากหน้าหลายตา เหล่าองค์รักษ์ที่ถูกต้อนให้ขาดอากาศหายใจ กว่าจะได้กลับมาสูดอากาศได้อิสระอีกครั้งก็ตอนที่ถูกไอเทมพันธนาการรัดตัวไว้เรียบร้อยแล้ว

“โชคดีที่ทุกคนปลอดภัยนะคะ”

“โอ๊ย อย่าให้พูดเลย ผมนึกว่าจะต้องทิ้งลูกเมียแล้วมาตายที่นี่ซะแล้วนะเนี่ย”

ว่าแต่ ทำไมสัญญาณที่นัดแนะกันไว้ถึงไม่มาสักที...

ในระหว่างที่ซอนอูยอนกำลังคุมตัวพ่อค้ายาเสพติดที่มีความเสี่ยงจะหลบหนีสูง

ทีม A ที่มุ่งหน้าไปทางผู้จัดการดูเหมือนจะเจอศึกหนักพอสมควร

อย่างที่รู้กันว่าความปลอดภัยของตลาดมืดวันนี้ถูกยกระดับขึ้นสูงผิดปกติ

แถมในกลุ่มศัตรูยังมีฮันเตอร์ที่เชี่ยวชาญสกิลสถานะผิดปกติรวมอยู่ด้วย

“ร่างกายโอเคกันไหมคะ?”

“สงสัยเพราะได้งีบไปตื่นนึง เลยรู้สึกตัวเบาสบายเลยครับ”

พวกนี้เกือบจะโดนทำให้หลับยกก๊วน แล้วถูกจับฝังในดันเจี้ยนแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเสียแล้ว

“เฮ้อ”

ยังดีที่มีคนระดับสูงบางคนต้านทานสถานะผิดปกติได้ เรื่องเลยไม่บานปลายไปมากกว่านี้

ซอนอูยอนถอนหายใจด้วยความโล่งอก

แต่ทว่าตอนนั้นเอง เสียงตะโกนโวยวายก็ดังลั่นขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง

“โว้ย! พวกเราไปทำผิดอะไรหนักหนาถึงต้องมารังแกกันขนาดนี้! ใครบอกว่าจะไม่จ่ายภาษี? ก็จะจ่ายอยู่นี่ไง! เพราะงั้นช่วยมาแก้ไอ้นี่ออกก่อนเซ่!”

ผู้จัดการตลาดมืดโอดครวญอย่างเจ็บใจ

แต่ปฏิกิริยาของตำรวจกลับเย็นชาสิ้นดี

ความจริงก็อย่างที่หมอนั่นพูด ตลาดมืดเป็นคดีที่ตามสืบยากและมีความรุนแรงน้อยกว่าอาชญากรรมร้ายแรงอื่นๆ ปกติจึงไม่ค่อยมีการเร่งสืบสวนนัก แต่ทว่า...

“คุณสายสืบคะ ยังไม่ได้แจ้งข้อหาตามหมายจับให้เขาทราบเหรอคะ?”

“พอดีวุ่นๆ เลยลืมน่ะ”

กรณีของที่นี่มันค่อนข้างพิเศษหายาก

“เอ้า ฟังนะ เราขอจับกุมคุณในข้อหาละเมิดกฎหมายพิเศษว่าด้วยการป้องกันการซื้อขายสินค้าดันเจี้ยนผิดกฎหมาย และข้อหาจ้างวานฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน~”

แม้จะผ่านยุคดันเจี้ยนช็อกมาแล้ว แต่อัตราการจับกุมคดีฆาตกรรมในเกาหลีก็ยังสูงลิบลิ่วจนน่ากลัว

สายสืบที่พูดสำเนียงคยองซังจ๋าแจ้งข้อหาด้วยน้ำเสียงยียวน พอได้ยินดังนั้น สีหน้าของคนที่ถูกมัดอยู่ก็เปลี่ยนไปทันที

เขารู้ตัวแล้วว่าความลับดำมืดเรื่องไหนที่เป็นต้นเหตุ

“เหอะ... ไอ้พวกเวร”

แต่ทว่า ใบหน้าที่เคร่งเครียดนั้นกลับค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความมั่นใจอย่างประหลาด

“เออ ได้ ไหนๆ ก็โดนจับแล้ว งั้นล้างบางแม่งให้หมดเลยละกัน”

“ว่าไงนะ?”

“ไอ้พวกที่หัวโด่กันอยู่ตรงนี้ เตรียมตัวชิบหายกันให้หมด! คิดว่าที่นี่เป็นสนามเด็กเล่นหรือไงถึงกล้าบุกเข้ามา ทีนี้พวกแกเตรียมตัวตายได้เลย!”

หญิงสาวหน้าตาดุร้ายตะคอกใส่ฉอดๆ

ทีแรกก็นึกว่าเป็นแค่การดิ้นรนไร้ความหมายของอาชญากรที่จนตรอก แต่รังสีที่แผ่ออกมาจากตัวผู้จัดการกลับมีความมั่นใจบางอย่างแฝงอยู่เกินเบอร์

“ตอนนี้คงคิดว่าพวกแกชนะแล้วสินะ? แต่ถามหน่อย ในหมู่พวกแกมีใครเป็นระดับ A บ้างไหม?”

ในที่สุด ผู้รับผิดชอบสูงสุดที่ถูกคุมตัวอยู่ก็เผยไพ่ตายของตนออกมา

“ถ้าไม่มีล่ะก็ซวยแน่ รู้ไหมว่าในตลาดนี้มีใครอยู่? ฉันจ้างผู้ตื่นรู้ระดับ A มานั่งเป็นพนักงานเลยนะเว้ย จะบอกให้!”

ในดันเจี้ยนนี้มีฮันเตอร์ระดับ A ซ่อนอยู่งั้นเรอะ!

เดิมทีจ้างมาเพราะกลัวสมาชิกใหม่คนหนึ่ง แต่สถานการณ์พลิกผันแบบนี้ มันเลยมีประโยชน์ในอีกทาง

โชคดีที่ตัวเขามีทรัพย์สินมหาศาล...

มากพอที่จะจูงใจคนยุคปัจจุบันที่หิวกระหายเงินให้ยอมลงมือฆ่าคนได้เลยทีเดียว

“ไอ้พวกกระจอก! เตรียมโดนระดับ A จับระเบิดหัวกระจุยกันให้หมด!”

ฮ่าๆๆๆๆ

ผู้บริหารตลาดมืดหัวเราะร่าอย่างลำพองใจโดยมีทหารรับจ้างที่ตนจ้างมาเป็นแบ็กอัป

แต่ทว่า... ประมาณ 5 นาทีต่อมา

เมื่อตำรวจจับกุมตัวการหลักเสร็จสิ้นและเริ่มไล่ต้อนพวกลูกกระจ๊อกที่เหลือ

“หือ?”

ผู้คนเริ่มตั้งข้อสงสัยว่าทำไมรื้อค้นดันเจี้ยนจนทั่วแล้วก็ยังไม่เจอผู้ตื่นรู้ระดับสูงที่ว่านั่นเลย

“สารวัตรครับ!”

“อะไร? ให้ไปปิดล้อมหน้าเกตไม่ใช่เหรอ เข้ามาทำบ้าอะไรตรงนี้?”

“เกิดเรื่องแล้วครับ ทางออกครับ! ทางออก! มันไปโผล่คนละที่กับทางเข้าจริงๆ ด้วย พวกเราเพิ่งจะหาเจอครับ!”

“หา...?”

ปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีกที่ใครบางคนก่อไว้ กำลังเริ่มขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว