Cover

182

ขืนความแตกเรื่องที่ว่าเป็นไอ้คนไร้ยางอายแถมยังไม่มีพลังเวทขึ้นมา ไม่รู้ว่าจะโดนพนักงานคนนั้นปฏิบัติด้วยท่าทีแบบไหน

‘เฮ้อ’

ถ้าอย่างนั้นในเมื่อตรวจสอบผลลัพธ์การเสริมแกร่งของบลูเชลล์เรียบร้อยแล้ว ทีนี้ทางเราก็กลับไปได้อย่างสบายใจเสียที

เมื่อจบห้วงความคิดสั้นๆ ฉันก็ก้าวเท้าข้ามทางม้าลายไป

---

ในอีกด้านหนึ่ง

ข่าวที่ว่าคิมกิรยอซื้อบลูเชลล์ได้เข้าหูของคังชางโฮเป็นที่เรียบร้อย

ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ เขาบังเอิญรู้เรื่องนี้ในระหว่างที่ได้รับรายงานว่าตลาดมืดถูกถล่มจนพังยับเยินต่างหาก

—โธ่ คุณชางโฮ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เล่นแจ้งพิกัดตลาดมืดให้ตำรวจบุกมาภายในวันเดียวแบบนี้ มันไม่โหดร้ายไปหน่อยเหรอครับ

—ฉันไม่รู้เรื่อง

—ถึงยังไงผมก็เห็นแก่หน้าคุณที่เป็นคนแนะนำมา ผมเลยพยายามช่วยพาพนักงานขายระดับ A ที่ดูสำคัญที่สุดออกมาได้คนหนึ่งนะครับ อย่ามาถามนะว่าทำไมตอนอยู่ข้างในผมถึงเข้าข้างตำรวจ บอกตามตรงว่าผมทำดีที่สุดแล้ว มันช่วยไม่ได้จริงๆ เพื่อเลี่ยงไม่ให้โดนจับกุมน่ะ

กิรยอกลัวว่าคังชางโฮจะอารมณ์บูด เขาจึงชิงรายงานวีรกรรมที่ตัวเองก่อไว้ในตลาดมืดไปก่อน จะมองว่าเป็นการกระทำของคนที่กินปูนร้อนท้องก็ได้

แต่ทว่าคังชางโฮกลับไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรเป็นพิเศษ

เพราะเดิมทีตลาดมืดแห่งนั้นก็เป็นแค่สถานที่ที่เลี้ยงชีพด้วยการขายสิทธิ์สมาชิกไปวันๆ ทางนี้เองก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไร ไม่ว่าที่นั่นจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ช่าง

“อืม”

สิ่งที่คังชางโฮให้ความสนใจ มีเพียงรายการสินค้าที่กิรยอซื้อไปเท่านั้น

เขานึกสงสัยอยู่ลึกๆ ว่าคู่สัญญาของตนจะเลือกหยิบจับอะไรในตลาดมืด แต่พอมารู้ตัวจริงของสิ่งที่ซื้อไป สถานการณ์มันก็ดูทะแม่งๆ ชอบกล

“บลูเชลล์?”

ขอย้ำอีกครั้ง นั่นมันเป็นยาโดป์ที่พวกผู้ตื่นรู้ระดับล่างเขาใช้กันไม่ใช่รึไง

มาถึงตรงนี้ก็เกิดปัญหาขึ้นมาหนึ่งอย่าง

ความจริงแล้วทฤษฎีการใช้แทนยาแก้ปวดที่พนักงานชื่อซอนอูยอนพูดมานั้น มันผิดตั้งแต่ต้นตอเลยต่างหาก

แม้จะเป็นที่รู้กันว่าผลไม้สีฟ้านั่นช่วยระงับอาการปวดให้ผู้ตื่นรู้ระดับสูงได้ก็จริง

แต่กับฮันเตอร์ระดับสูงสุดที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว หรือก็คือพวกระดับ S หากลองทดสอบทางคลินิกดูก็ย่อมได้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไปเป็นธรรมดา

“นี่มัน...”

คังชางโฮเคยมีประสบการณ์ลองกินบลูเชลล์มาก่อน

“เป็นของที่ไร้ประโยชน์สำหรับพวกเรานี่”

เพราะงั้นเขาถึงได้รู้

ว่าผู้ตื่นรู้ระดับสูงสุดต่อให้กินผลไม้สีฟ้านั่นเข้าไป ก็ไม่ได้รับผลประโยชน์เรื่องการบรรเทาความเจ็บปวดเลยแม้แต่นิดเดียว

แล้วทำไมระดับ S ลำดับที่สี่ของเกาหลีถึงได้ซื้อมันมาล่ะ?

เพียงแค่สนอกสนใจอยากจะวิเคราะห์ผลไม้นั่นงั้นเหรอ? ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คิมกิรยอได้เจอกับบลูเชลล์สักหน่อย

‘ถ้าสนใจจริงๆ ป่านนี้คงตรวจสอบตัวอย่างเสร็จไปตั้งแต่ตอนที่บุกไปโกดังของพวกนักเลงแล้ว’

งั้น นี่มันหมายความว่ายังไง

คังชางโฮ ชายร่างยักษ์ผู้มักจะมองผู้อื่นด้วยสายตากดลงต่ำเสมอ เอนหลังพิงโซฟาพลางครุ่นคิด

“ให้ตายสิ”

ฮันเตอร์ระดับสูงสุดที่ปรากฏตัวมาเป็นลำดับที่สี่ ไม่สามารถจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับตัวเขาได้

“ดูท่าเจ้านั่นจะไม่ใช่ระดับ S ตัวจริงสินะ”

ในสายตาของระดับ S ด้วยกัน กิรยอเป็นตัวตนที่น่าสงสัยอย่างหาที่สุดไม่ได้

แถมทางนี้ยิ่งเป็นพวกสตอล์กเกอร์ที่คอยจับตามองอีกฝ่ายทุกฝีก้าวอยู่แล้วด้วย ความรู้สึกแปลกแยกนั้นจึงยิ่งเด่นชัดขึ้นไปอีก

ระดับ S ลำดับที่สามของเกาหลีได้เข้าใกล้ความจริงไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว

‘แต่ถึงอย่างนั้นก็คงไม่ใช่ระดับ F อย่างที่เจ้าตัวชอบอ้างมาตลอดหรอก แล้วตกลงระดับที่แท้จริงมันอยู่แถวไหนกันแน่?’

แน่นอนว่าถึงจะยังมีส่วนที่น่ากังขาอยู่มากโขก็เถอะ

—ติ๊ง♪

ในตอนนั้นเอง

คังชางโฮหันขวับไปตามเสียงที่ดังขึ้นข้างโซฟา บนหน้าจอแท็บเล็ตขนาด 8 นิ้วที่เขาหยิบขึ้นมา มีข้อความใหม่ส่งเข้ามาพอดี

[ผู้ส่ง : mbrooklyn@email…….]

เป็นการติดต่อจากบรู๊คลิน มอร์แกน

ดูท่าทางคงอยากจะได้ข้อมูลของคิมกิรยอตามสัญญาที่ให้ไว้คราวก่อน

คังชางโฮอ่านข้อความของบรู๊คลินแล้วก็พิมพ์ตอบกลับไปโดยไม่ลังเล

ต้องขอโทษด้วย แต่คำเชื้อเชิญที่โรงแรมในตอนนั้น เป็นเพียงเจตนาที่อยากจะทำให้อีกฝ่ายยอมสงบปากสงบคำอยู่ตรงนั้นก็เท่านั้นเอง

[Sorry, I don't have any information to convey yet. When I have a clear…….]

(ขอโทษที ฉันยังไม่มีข้อมูลอะไรจะแจ้งให้ทราบในตอนนี้ ไว้ถ้ามีอะไรชัดเจ...)

เขาไม่อยากจะไปสุงสิงกับฮันเตอร์ฝั่งอเมริกาให้มากความ

ดังนั้นคังชางโฮจึงตอบปัดๆ ไปอย่างลวกๆ ว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจน เลยไม่มีอะไรจะบอก

แน่นอนว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องโกหกเสียทีเดียว

ขอให้รู้ไว้ว่าเขาเป็นคนที่ใช้ชีวิตโดยยึดถือความคิดที่ว่าไม่มีอะไรแน่นอนในโลกใบนี้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นคนที่ย้อนแย้งในตัวเองเพราะมักจะแสวงหาความชัดเจนยิ่งกว่าใครหน้าไหน

‘จะว่าไป ก็ยังไม่มีหลักฐานว่าเจ้าตัวซื้อบลูเชลล์นั่นมาเพื่อกินเองสักหน่อย...’

ตุบ

เมื่อตอบข้อความเสร็จ คังชางโฮก็โยนแท็บเล็ตกลับไปบนโซฟา

เขาเลือกที่จะชะลอข้อสรุปเอาไว้อย่างรอบคอบ โดยคิดว่าในตอนนี้ยังไม่สามารถฟันธงอะไรได้ทั้งนั้น

---

...แต่ดูเหมือนว่าคนที่อยู่ที่นี่จะมีความเห็นที่ต่างออกไปจากเขาอย่างสิ้นเชิง

“สวัสดีครับ”

หลายชั่วโมงต่อมา

ณ สมาคมฮันเตอร์เกาหลี

รองเท้าหนังสีน้ำตาลเข้มสะท้อนเงาวับบนพื้นกระเบื้องที่ถูกขัดจนสะอาดสะอ้าน

ผู้ที่เพิ่งกล่าวทักทายไปเมื่อครู่คือผู้รับผิดชอบที่มาจากกิลด์สเปกตรัมของอเมริกา และในไม่ช้าเขาก็นั่งลงตรงข้ามกับประธานสมาคมโกบยองโดเพื่อเริ่มบทสนทนาอย่างเป็นกันเอง

“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว”

ทว่า แขกบ้านแขกเมืองที่ปรากฏตัวด้วยรอยยิ้ม กลับเอ่ยปากพูดเรื่องที่น่าตกตะลึงออกมาภายในเวลาไม่กี่นาที

“อะ อะไรนะครับ?”

คิมกิรยอไม่ใช่ฮันเตอร์ระดับ S งั้นรึ?!

“ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ มีความเป็นไปได้สูงครับ”

บรู๊คลิน มอร์แกนจบการเยือนเกาหลีครั้งก่อนด้วยความทรงจำที่ไม่น่าอภิรมย์นัก

เขาไม่ได้เห็นพลังของคิมกิรยอกับตาตัวเอง มิหนำซ้ำระดับ S บางคนยังผิดสัญญาที่จะแบ่งปันข้อมูลให้อีก

แต่กิลด์สเปกตรัมที่บรู๊คลินสังกัดอยู่นั้น มองว่าเพียงเท่านี้พวกเขาก็มีไพ่ในมือมากพอที่จะบีบคั้นฝั่งเกาหลีได้แล้ว

นั่นก็เพราะ...

“จะว่าไป การเอาคนมาสวมรอยเป็นระดับ S ตัวปลอมเพื่อเพิ่มจำนวนเนี่ย ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงหูประชาคมโลก ท่านลองคิดดูหรือยังครับว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดไหน?”

“พูดบ้าอะไรของพวกคุณ! ที่ว่าเด็กนั่นไม่ใช่ระดับ S น่ะ ฉันไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย นี่เพิ่งเคยได้ยินครั้งแรกเลยนะโว้ย!”

“ท่านกำลังจะบอกว่าท่านประธานสมาคมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการปลอมแปลงระดับของฮันเตอร์คนดังกล่าวเลยงั้นเหรอครับ?”

“ก็เออสิ!”

เพราะพวกเขาสืบได้ข้อมูลบางอย่างมาในระหว่างนี้เรียบร้อยแล้ว

“จากผลการตรวจสอบภายในของเรา เราตรวจพบเส้นทางการเงินที่ไหลออกจากบัญชีม้าของท่านโกบยองโดเป็นเงินสดมูลค่าหลายพันล้านวอนครับ”

“หือ?”

“แล้วเงินสดที่ไหลออกไปนั่น ก็ถูกส่งไปยังหอพักแห่งหนึ่งตามคำสั่งของท่านด้วยสิ อืม”

ฝ่ายสเปกตรัมลองหยั่งเชิงด้วยข้อมูลที่ตนมี

“ในมุมมองของพวกเรา เงินหลายพันล้านนั่นดูเหมือนจะเป็นค่าจ้างสำหรับการเล่นละครตบตาว่าเป็นระดับ S ตัวปลอมเลยนะครับ”

“นะ นั่นมัน... มันไม่ใช่แบบนั้น...”

สิ่งที่ได้รับกลับมาคือปฏิกิริยาอันเกรี้ยวกราดของประธานสมาคมโกบยองโด

ไอ้ระดับ S ที่เขาอุตส่าห์ลำบากลำบนแทบตายกว่าจะจับลงทะเบียนได้ จู่ๆ จะมาบอกว่าเป็นตัวปลอมเนี่ยนะ แถมไอ้เงินสามพันล้านที่ชาวต่างชาติคนนี้พูดถึง เขาก็ไม่สามารถอธิบายที่ไปที่มาของมันสุ่มสี่สุ่มห้าได้ด้วย

‘บัดซบเอ๊ย!’

เพราะใน ‘สัญญาอัศวิน’ ที่เขาเซ็นไปตอนเกิดเหตุการณ์ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง มีข้อตกลงระบุไว้ว่าห้ามเปิดเผยเนื้อหาในสัญญาเด็ดขาด

‘ไม่ใช่สิ แล้วไอ้พวกเวรตะไลนี่ถือสิทธิ์อะไรไปรื้อดูบันทึกธุรกรรมธนาคารของประเทศอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตวะเนี่ย!’

กล้าทำเรื่องผิดมารยาทพรรค์นี้ได้ยังไง!

ใจจริงอยากจะตะคอกด่ากลับไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ขืนทำแบบนั้นในสถานการณ์นี้ก็มีแต่จะยิ่งทำให้ข้อครหายิ่งมัดตัวแน่นเข้าไปอีก

ประธานสมาคมจึงได้แต่ข่มความโกรธแล้วเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก

“ฉะ ฉันสาบานต่อฟ้าเลยว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องพรรค์นั้น ไม่ว่าพวกคุณจะคิดยังไง แต่เรื่องระดับของคิมกิรยอมันก็ไม่เกี่ยวกับฉั...”

แต่ปฏิกิริยาที่ได้รับกลับมานั้นช่างแตกต่างจากบรรยากาศที่เขาคาดหวังไว้อย่างสิ้นเชิง

“ต่อให้ท่านจะไม่รู้จริงๆ ก็เถอะ”

หญิงวัยกลางคนในชุดเชิ้ตผ้าไหมขยับตัวนั่งหลังตรงพร้อมกับเอ่ยขึ้น จากนั้นล่ามที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็แปลเป็นภาษาเกาหลีให้ฟังทันที

“นั่นก็มีแต่จะนำไปสู่ข้อสรุปที่ว่า ท่านขาดคุณสมบัติในฐานะผู้นำองค์กรครับ”

“คุณสมบัติงั้นรึ! สงสัยเครื่องตรวจสอบผู้ตื่นรู้มันคงจะรวนล่ะมั้ง เครื่องจักรของ PIXY ใครๆ เขาก็ใช้กันเหมือนกันหมดนั่นแหละ แล้วแบบนี้มันจะเป็นปัญหาที่ตัวฉันคนเดียวได้ยังไง”

“ถ้าคิดว่าการตรวจสอบผิดพลาด ท่านก็ควรจะลองใช้วิธีตรวจสอบอื่นดูสิครับ พอไปสืบดูแล้ว ฮันเตอร์คนนั้นยังไม่ผ่านการตรวจสอบสกิลสายโจมตีแยกต่างหากเลยไม่ใช่เหรอครับ?”

“นะ นั่นมันเป็นเพราะพวกคุณไม่รู้อะไรต่างหาก! ในสถานการณ์ตอนนั้นมันไม่มีความจำเป็นต้องทำตามขั้นตอนพวกนั้นเลยสักนิด!”

การโต้เถียงดำเนินต่อไปอีกพักใหญ่

“คิมกิรยอคือฮันเตอร์ที่จัดการกับความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงเชียวนะ แล้วฉันจะมีปัญญาที่ไหนไปสงสัยเขาได้ล่ะ?”

ท่านประธานสมาคมตัดพ้อด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แต่กิลด์สเปกตรัมจากอเมริกาก็ยังคงเยือกเย็น

“เอาเป็นว่า จากข้อมูลที่เรา รวบรวมมาได้จนถึงตอนนี้ เรามีแผนที่จะยื่นเรื่องขอตรวจสอบฮันเตอร์คิมกิรยอใหม่อีกครั้งกับองค์กรระหว่างประเทศครับ”

“อะ อะไรนะ?!”

“แถมคราวนี้ เพื่อไม่ให้มีการเล่นตุกติกใดๆ เราจะทำกันต่อหน้า [ยุสติเทีย] ครับ”

“…!”

“แต่ถ้าหากท่านไม่อยากให้มีการฟ้องร้องเกิดขึ้นจริงๆ ล่ะก็... บางทีถ้าเห็นแก่ ‘น้ำใจ’ เล็กๆ น้อยๆ ทางเราอาจจะยอมยกเลิกเรื่องนี้ให้ก็ได้นะครับ”

“น้ำใจ?”

“ยกตัวอย่างเช่น การโอนกรรมสิทธิ์เกตบางแห่งมาให้เรา เป็นต้น”

ถึงประเทศนี้จะมีพื้นที่เล็กนิดเดียว แต่ทรัพยากรดันเจี้ยนที่มีอยู่นั้นถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว

“หากฮันเตอร์คนนั้นถูกตัดสินว่าเป็นตัวปลอมในชั้นศาลขึ้นมา ต่อให้ท่านจะทำไขสือไม่รู้ไม่ชี้ยังไง ก็คงหนีไม่พ้นคำวิพากษ์วิจารณ์อยู่ดี แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายในการอัญเชิญยุสติเทีย ทางเกาหลีก็ต้อง-”

“นี่คุณ! เป็นแค่กิลด์กิลด์หนึ่งแท้ๆ กล้าดียังไงมา... กับฉัน!”

“แค่กิลด์กิลด์หนึ่ง?”

ผู้เจรจาที่ถูกส่งมาจากสเปกตรัมแค่นหัวเราะใส่คำพูดของประธานสมาคมโกบยองโด

“เราเป็นกิลด์ที่มีนักล่าระดับ S ในสังกัดถึงสามคน รวมทั้งบรู๊คลิน มอร์แกน และด้วยอิทธิพลนั้น ทำให้เรามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับสำนักงานบริหารจัดการเกตของมาตุภูมิด้วยครับ”

กริ๊ก เธอวางถ้วยกาแฟในมือลงบนจานรอง

“ดังนั้น ตำแหน่งของท่านอาจจะสั่นคลอนได้ด้วยคำพูดเพียงคำเดียวของ ‘แค่กิลด์กิลด์หนึ่ง’ ที่ว่านั่นนะครับ”

คุณพระช่วย

นี่ถึงขั้นขู่ว่าจะลากเขาลงจากเก้าอี้ประธานสมาคม โดยเอาเรื่องที่ปล่อยให้ระดับ S ตัวปลอมหลุดรอดไปมาเป็นข้ออ้างเลยเรอะ

กว่าจะได้หัวโขนนี้มาต้องแลกด้วยอะไรไปตั้งเท่าไหร่ จะมาเสียท่าด้วยเหตุผลบ้าบอพรรค์นี้เนี่ยนะ

“น่าเสียดายที่เราไม่ใช่คนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูงกัน เป็นแค่ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่คล้ายๆ กันเท่านั้น”

“.......”

“เพราะฉะนั้นหากต้องการความอนุเคราะห์จากเรา ก็คงไม่มีวิธีอื่นนอกจากการแสดงน้ำใจที่เหมาะสมให้เห็นนั่นแหละครับ”

ฟึ่บ

ฝ่ายกิลด์สเปกตรัมพูดจบก็วางเอกสารที่เตรียมมาลงบนโต๊ะ

ในนั้นมีรายชื่อดันเจี้ยนที่คาดว่าจะปรากฏขึ้นเฉพาะในเกาหลีเขียนเอาไว้ไม่กี่แห่ง

“หวังว่าการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ จะเป็นนิมิตหมายอันดีที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเราแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นนะครับ”

แล้วพวกเขาก็จากไป ทิ้งคำขู่ขวัญผู้มีอำนาจต่างแดนไว้อย่างเจ็บแสบ

ถึงพวกนั้นจะยังไม่รู้แน่ชัดว่าคิมกิรยอเป็นของจริงหรือของปลอม แต่ดูจากปฏิกิริยาของประธานสมาคมแล้วมั่นใจได้เลยว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ จึงได้ฉวยโอกาสนี้หาผลประโยชน์เข้าตัว

เมื่อเหลือตัวคนเดียว โกบยองโดก็ยกกาแฟที่เย็นชืดขึ้นดื่มด้วยมือที่สั่นเทา...

“ฟู่ว”

ทันใดนั้น ใบหน้าของเขาก็แดงก่ำราวกับถูกไฟลน

“อะ ไอ้... ไอ้ลูกหมาเอ๊ย...”

คิมกิรยอไม่ใช่ระดับ S งั้นเรอะ

งั้นแปลว่าฉันโดนมันหลอกงั้นสิ?

ในวินาทีนี้ ประธานสมาคมได้ตราหน้าฮันเตอร์คนหนึ่งว่าเป็นนักต้มตุ๋นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

การที่ผู้มีอิทธิพลจากต่างชาติถ่อมาอาละวาดถึงที่ขนาดนี้ แสดงว่าพวกนั้นต้องมีหลักฐานเด็ดอยู่ในมือแน่ๆ

ดังนั้น พวกมันคงจะรู้ความลับของคิมกิรยอหมดเปลือกแล้วถึงได้บุกมาข่มขู่ฉันแบบนี้

ภาพจำที่ว่าอเมริกามีหน่วยงานข่าวกรองที่ยอดเยี่ยมอย่าง FBI หรือ CIA หนุนหลังอยู่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้นมา

“เฮอะ อะไรกันเนี่ย...”

เมื่อปรับลมหายใจได้ ประธานสมาคมก็รีบเปิดดูสำเนาสัญญาอัศวินที่เก็บไว้ในไฟล์นิรภัยอย่างลนลาน

===================

1. คิมกิรยอจะไม่ทำอันตรายต่อโกบยองโด

และครอบครัวของเขาโดยเจตนา

===================

ข้อสัญญาที่เดิมทีจะคุ้มครองแค่โกบยองโดคนเดียว แต่เขากราบกรานแทบตายกว่าจะแก้ให้ครอบคลุมถึงครอบครัวด้วยได้

ทางนี้ยอมจ่ายเงินก้อนโตไปก็เพราะเห็นแก่ข้อสัญญานี้ข้อเดียวแท้ๆ

‘เพราะคิดว่าคุ้มค่าที่จะแลกกับการไม่ต้องโดนไอ้ระดับ S ตัวอันตรายนั่นเล่นงาน ไม่สิ ถึงขั้นคิดว่าตัวเองได้กำไรด้วยซ้ำ’

แต่ถ้าคิมกิรยอเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ ก็เท่ากับว่าเขาเสียเงินลับสามพันล้านไปฟรีๆ เลยไม่ใช่หรือไง?

ถ้ามันไม่ใช่ระดับ S งั้นก็แน่นอนว่าตัวเขาเองก็คงไม่มีทางได้รับอันตรายอะไรอยู่แล้ว

‘แค่ผู้ตื่นรู้ระดับ A ในบรรดาบอดี้การ์ดของฉันก็มีตั้งสองคนแล้ว’

ตุบ

ประธานโกทิ้งตัวลงนั่งลึกบนโซฟา พลางปรับลมหายใจชั่วครู่ แต่ใบหน้าของเขาก็กลับมาแดงสลับเขียวอีกครั้งในทันที

“เป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนแท้ๆ กล้าดียังไงมาคิดหลอกต้มประธานสมาคมได้!”

โกบยองโดครุ่นคิดด้วยความคับแค้นใจ

เพราะการตบตาของอีกฝ่ายแท้ๆ ตัวเขาถึงต้องมาเดือดร้อนไปด้วยแบบนี้

ทางนี้ไม่มีความผิดอะไรเลยนะ ไม่สิ เป็นผู้เสียหายที่สูญเงินไปตั้งสามพันล้านด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้กลับต้องมาโดนด่าว่าไร้ความสามารถทั้งที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยอย่างที่พวกนั้นว่า ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปมีหวังโดนเด้งก่อนจะหมดวาระแน่ๆ

‘แต่จะให้ยกเกตให้ต่างชาติไปเฉยๆ เดี๋ยวก็ต้องมีเสียงครหาตามมาทีหลังอีก’

ฮึ่ม ฮึ่ม

แบบนี้มันไม่หายแค้น คิมกิรยอ ไอ้เวรนั่น ต้องสั่งสอนให้หลาบจำ ไม่งั้นคงนอนตายตาไม่หลับ

แต่โกบยองโดก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าจะทำยังไงดีในตอนนี้

ตอนที่ทำสัญญาอัศวิน

ทางสมาคมได้รับปากว่าจะไม่ใช้อำนาจบาตรใหญ่กับกิรยอ ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถทำการแก้แค้นทางบริหารอย่างการระงับใบอนุญาตฮันเตอร์ได้...

“เอ๊ะ?”

แต่ในตอนนั้นเอง

สายตาของประธานสมาคมก็เหลือบไปเห็นข้อความเมื่อครู่อีกครั้ง

===================

1. คิมกิรยอจะไม่ทำอันตรายต่อโกบยองโด

และครอบครัวของเขาโดยเจตนา

===================

อุปกรณ์เวทที่แตกต่างจากไอเทมสัญญาระดับต่ำ ตรงที่ไม่มีวิธีแก้ และหากผิดสัญญาจะต้องชดใช้ด้วยความตายอย่างเดียวเท่านั้น

สัญญาอัศวิน

เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าเกิดว่าใช้ข้อสัญญานี้ให้เป็นประโยชน์ล่ะก็...?

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

182

20px

ขืนความแตกเรื่องที่ว่าเป็นไอ้คนไร้ยางอายแถมยังไม่มีพลังเวทขึ้นมา ไม่รู้ว่าจะโดนพนักงานคนนั้นปฏิบัติด้วยท่าทีแบบไหน

‘เฮ้อ’

ถ้าอย่างนั้นในเมื่อตรวจสอบผลลัพธ์การเสริมแกร่งของบลูเชลล์เรียบร้อยแล้ว ทีนี้ทางเราก็กลับไปได้อย่างสบายใจเสียที

เมื่อจบห้วงความคิดสั้นๆ ฉันก็ก้าวเท้าข้ามทางม้าลายไป

---

ในอีกด้านหนึ่ง

ข่าวที่ว่าคิมกิรยอซื้อบลูเชลล์ได้เข้าหูของคังชางโฮเป็นที่เรียบร้อย

ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ เขาบังเอิญรู้เรื่องนี้ในระหว่างที่ได้รับรายงานว่าตลาดมืดถูกถล่มจนพังยับเยินต่างหาก

—โธ่ คุณชางโฮ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เล่นแจ้งพิกัดตลาดมืดให้ตำรวจบุกมาภายในวันเดียวแบบนี้ มันไม่โหดร้ายไปหน่อยเหรอครับ

—ฉันไม่รู้เรื่อง

—ถึงยังไงผมก็เห็นแก่หน้าคุณที่เป็นคนแนะนำมา ผมเลยพยายามช่วยพาพนักงานขายระดับ A ที่ดูสำคัญที่สุดออกมาได้คนหนึ่งนะครับ อย่ามาถามนะว่าทำไมตอนอยู่ข้างในผมถึงเข้าข้างตำรวจ บอกตามตรงว่าผมทำดีที่สุดแล้ว มันช่วยไม่ได้จริงๆ เพื่อเลี่ยงไม่ให้โดนจับกุมน่ะ

กิรยอกลัวว่าคังชางโฮจะอารมณ์บูด เขาจึงชิงรายงานวีรกรรมที่ตัวเองก่อไว้ในตลาดมืดไปก่อน จะมองว่าเป็นการกระทำของคนที่กินปูนร้อนท้องก็ได้

แต่ทว่าคังชางโฮกลับไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรเป็นพิเศษ

เพราะเดิมทีตลาดมืดแห่งนั้นก็เป็นแค่สถานที่ที่เลี้ยงชีพด้วยการขายสิทธิ์สมาชิกไปวันๆ ทางนี้เองก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไร ไม่ว่าที่นั่นจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ช่าง

“อืม”

สิ่งที่คังชางโฮให้ความสนใจ มีเพียงรายการสินค้าที่กิรยอซื้อไปเท่านั้น

เขานึกสงสัยอยู่ลึกๆ ว่าคู่สัญญาของตนจะเลือกหยิบจับอะไรในตลาดมืด แต่พอมารู้ตัวจริงของสิ่งที่ซื้อไป สถานการณ์มันก็ดูทะแม่งๆ ชอบกล

“บลูเชลล์?”

ขอย้ำอีกครั้ง นั่นมันเป็นยาโดป์ที่พวกผู้ตื่นรู้ระดับล่างเขาใช้กันไม่ใช่รึไง

มาถึงตรงนี้ก็เกิดปัญหาขึ้นมาหนึ่งอย่าง

ความจริงแล้วทฤษฎีการใช้แทนยาแก้ปวดที่พนักงานชื่อซอนอูยอนพูดมานั้น มันผิดตั้งแต่ต้นตอเลยต่างหาก

แม้จะเป็นที่รู้กันว่าผลไม้สีฟ้านั่นช่วยระงับอาการปวดให้ผู้ตื่นรู้ระดับสูงได้ก็จริง

แต่กับฮันเตอร์ระดับสูงสุดที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว หรือก็คือพวกระดับ S หากลองทดสอบทางคลินิกดูก็ย่อมได้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไปเป็นธรรมดา

“นี่มัน...”

คังชางโฮเคยมีประสบการณ์ลองกินบลูเชลล์มาก่อน

“เป็นของที่ไร้ประโยชน์สำหรับพวกเรานี่”

เพราะงั้นเขาถึงได้รู้

ว่าผู้ตื่นรู้ระดับสูงสุดต่อให้กินผลไม้สีฟ้านั่นเข้าไป ก็ไม่ได้รับผลประโยชน์เรื่องการบรรเทาความเจ็บปวดเลยแม้แต่นิดเดียว

แล้วทำไมระดับ S ลำดับที่สี่ของเกาหลีถึงได้ซื้อมันมาล่ะ?

เพียงแค่สนอกสนใจอยากจะวิเคราะห์ผลไม้นั่นงั้นเหรอ? ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คิมกิรยอได้เจอกับบลูเชลล์สักหน่อย

‘ถ้าสนใจจริงๆ ป่านนี้คงตรวจสอบตัวอย่างเสร็จไปตั้งแต่ตอนที่บุกไปโกดังของพวกนักเลงแล้ว’

งั้น นี่มันหมายความว่ายังไง

คังชางโฮ ชายร่างยักษ์ผู้มักจะมองผู้อื่นด้วยสายตากดลงต่ำเสมอ เอนหลังพิงโซฟาพลางครุ่นคิด

“ให้ตายสิ”

ฮันเตอร์ระดับสูงสุดที่ปรากฏตัวมาเป็นลำดับที่สี่ ไม่สามารถจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับตัวเขาได้

“ดูท่าเจ้านั่นจะไม่ใช่ระดับ S ตัวจริงสินะ”

ในสายตาของระดับ S ด้วยกัน กิรยอเป็นตัวตนที่น่าสงสัยอย่างหาที่สุดไม่ได้

แถมทางนี้ยิ่งเป็นพวกสตอล์กเกอร์ที่คอยจับตามองอีกฝ่ายทุกฝีก้าวอยู่แล้วด้วย ความรู้สึกแปลกแยกนั้นจึงยิ่งเด่นชัดขึ้นไปอีก

ระดับ S ลำดับที่สามของเกาหลีได้เข้าใกล้ความจริงไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว

‘แต่ถึงอย่างนั้นก็คงไม่ใช่ระดับ F อย่างที่เจ้าตัวชอบอ้างมาตลอดหรอก แล้วตกลงระดับที่แท้จริงมันอยู่แถวไหนกันแน่?’

แน่นอนว่าถึงจะยังมีส่วนที่น่ากังขาอยู่มากโขก็เถอะ

—ติ๊ง♪

ในตอนนั้นเอง

คังชางโฮหันขวับไปตามเสียงที่ดังขึ้นข้างโซฟา บนหน้าจอแท็บเล็ตขนาด 8 นิ้วที่เขาหยิบขึ้นมา มีข้อความใหม่ส่งเข้ามาพอดี

[ผู้ส่ง : mbrooklyn@email…….]

เป็นการติดต่อจากบรู๊คลิน มอร์แกน

ดูท่าทางคงอยากจะได้ข้อมูลของคิมกิรยอตามสัญญาที่ให้ไว้คราวก่อน

คังชางโฮอ่านข้อความของบรู๊คลินแล้วก็พิมพ์ตอบกลับไปโดยไม่ลังเล

ต้องขอโทษด้วย แต่คำเชื้อเชิญที่โรงแรมในตอนนั้น เป็นเพียงเจตนาที่อยากจะทำให้อีกฝ่ายยอมสงบปากสงบคำอยู่ตรงนั้นก็เท่านั้นเอง

[Sorry, I don't have any information to convey yet. When I have a clear…….]

(ขอโทษที ฉันยังไม่มีข้อมูลอะไรจะแจ้งให้ทราบในตอนนี้ ไว้ถ้ามีอะไรชัดเจ...)

เขาไม่อยากจะไปสุงสิงกับฮันเตอร์ฝั่งอเมริกาให้มากความ

ดังนั้นคังชางโฮจึงตอบปัดๆ ไปอย่างลวกๆ ว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจน เลยไม่มีอะไรจะบอก

แน่นอนว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องโกหกเสียทีเดียว

ขอให้รู้ไว้ว่าเขาเป็นคนที่ใช้ชีวิตโดยยึดถือความคิดที่ว่าไม่มีอะไรแน่นอนในโลกใบนี้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นคนที่ย้อนแย้งในตัวเองเพราะมักจะแสวงหาความชัดเจนยิ่งกว่าใครหน้าไหน

‘จะว่าไป ก็ยังไม่มีหลักฐานว่าเจ้าตัวซื้อบลูเชลล์นั่นมาเพื่อกินเองสักหน่อย...’

ตุบ

เมื่อตอบข้อความเสร็จ คังชางโฮก็โยนแท็บเล็ตกลับไปบนโซฟา

เขาเลือกที่จะชะลอข้อสรุปเอาไว้อย่างรอบคอบ โดยคิดว่าในตอนนี้ยังไม่สามารถฟันธงอะไรได้ทั้งนั้น

---

...แต่ดูเหมือนว่าคนที่อยู่ที่นี่จะมีความเห็นที่ต่างออกไปจากเขาอย่างสิ้นเชิง

“สวัสดีครับ”

หลายชั่วโมงต่อมา

ณ สมาคมฮันเตอร์เกาหลี

รองเท้าหนังสีน้ำตาลเข้มสะท้อนเงาวับบนพื้นกระเบื้องที่ถูกขัดจนสะอาดสะอ้าน

ผู้ที่เพิ่งกล่าวทักทายไปเมื่อครู่คือผู้รับผิดชอบที่มาจากกิลด์สเปกตรัมของอเมริกา และในไม่ช้าเขาก็นั่งลงตรงข้ามกับประธานสมาคมโกบยองโดเพื่อเริ่มบทสนทนาอย่างเป็นกันเอง

“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว”

ทว่า แขกบ้านแขกเมืองที่ปรากฏตัวด้วยรอยยิ้ม กลับเอ่ยปากพูดเรื่องที่น่าตกตะลึงออกมาภายในเวลาไม่กี่นาที

“อะ อะไรนะครับ?”

คิมกิรยอไม่ใช่ฮันเตอร์ระดับ S งั้นรึ?!

“ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ มีความเป็นไปได้สูงครับ”

บรู๊คลิน มอร์แกนจบการเยือนเกาหลีครั้งก่อนด้วยความทรงจำที่ไม่น่าอภิรมย์นัก

เขาไม่ได้เห็นพลังของคิมกิรยอกับตาตัวเอง มิหนำซ้ำระดับ S บางคนยังผิดสัญญาที่จะแบ่งปันข้อมูลให้อีก

แต่กิลด์สเปกตรัมที่บรู๊คลินสังกัดอยู่นั้น มองว่าเพียงเท่านี้พวกเขาก็มีไพ่ในมือมากพอที่จะบีบคั้นฝั่งเกาหลีได้แล้ว

นั่นก็เพราะ...

“จะว่าไป การเอาคนมาสวมรอยเป็นระดับ S ตัวปลอมเพื่อเพิ่มจำนวนเนี่ย ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงหูประชาคมโลก ท่านลองคิดดูหรือยังครับว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดไหน?”

“พูดบ้าอะไรของพวกคุณ! ที่ว่าเด็กนั่นไม่ใช่ระดับ S น่ะ ฉันไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย นี่เพิ่งเคยได้ยินครั้งแรกเลยนะโว้ย!”

“ท่านกำลังจะบอกว่าท่านประธานสมาคมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการปลอมแปลงระดับของฮันเตอร์คนดังกล่าวเลยงั้นเหรอครับ?”

“ก็เออสิ!”

เพราะพวกเขาสืบได้ข้อมูลบางอย่างมาในระหว่างนี้เรียบร้อยแล้ว

“จากผลการตรวจสอบภายในของเรา เราตรวจพบเส้นทางการเงินที่ไหลออกจากบัญชีม้าของท่านโกบยองโดเป็นเงินสดมูลค่าหลายพันล้านวอนครับ”

“หือ?”

“แล้วเงินสดที่ไหลออกไปนั่น ก็ถูกส่งไปยังหอพักแห่งหนึ่งตามคำสั่งของท่านด้วยสิ อืม”

ฝ่ายสเปกตรัมลองหยั่งเชิงด้วยข้อมูลที่ตนมี

“ในมุมมองของพวกเรา เงินหลายพันล้านนั่นดูเหมือนจะเป็นค่าจ้างสำหรับการเล่นละครตบตาว่าเป็นระดับ S ตัวปลอมเลยนะครับ”

“นะ นั่นมัน... มันไม่ใช่แบบนั้น...”

สิ่งที่ได้รับกลับมาคือปฏิกิริยาอันเกรี้ยวกราดของประธานสมาคมโกบยองโด

ไอ้ระดับ S ที่เขาอุตส่าห์ลำบากลำบนแทบตายกว่าจะจับลงทะเบียนได้ จู่ๆ จะมาบอกว่าเป็นตัวปลอมเนี่ยนะ แถมไอ้เงินสามพันล้านที่ชาวต่างชาติคนนี้พูดถึง เขาก็ไม่สามารถอธิบายที่ไปที่มาของมันสุ่มสี่สุ่มห้าได้ด้วย

‘บัดซบเอ๊ย!’

เพราะใน ‘สัญญาอัศวิน’ ที่เขาเซ็นไปตอนเกิดเหตุการณ์ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง มีข้อตกลงระบุไว้ว่าห้ามเปิดเผยเนื้อหาในสัญญาเด็ดขาด

‘ไม่ใช่สิ แล้วไอ้พวกเวรตะไลนี่ถือสิทธิ์อะไรไปรื้อดูบันทึกธุรกรรมธนาคารของประเทศอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตวะเนี่ย!’

กล้าทำเรื่องผิดมารยาทพรรค์นี้ได้ยังไง!

ใจจริงอยากจะตะคอกด่ากลับไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ขืนทำแบบนั้นในสถานการณ์นี้ก็มีแต่จะยิ่งทำให้ข้อครหายิ่งมัดตัวแน่นเข้าไปอีก

ประธานสมาคมจึงได้แต่ข่มความโกรธแล้วเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก

“ฉะ ฉันสาบานต่อฟ้าเลยว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องพรรค์นั้น ไม่ว่าพวกคุณจะคิดยังไง แต่เรื่องระดับของคิมกิรยอมันก็ไม่เกี่ยวกับฉั...”

แต่ปฏิกิริยาที่ได้รับกลับมานั้นช่างแตกต่างจากบรรยากาศที่เขาคาดหวังไว้อย่างสิ้นเชิง

“ต่อให้ท่านจะไม่รู้จริงๆ ก็เถอะ”

หญิงวัยกลางคนในชุดเชิ้ตผ้าไหมขยับตัวนั่งหลังตรงพร้อมกับเอ่ยขึ้น จากนั้นล่ามที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็แปลเป็นภาษาเกาหลีให้ฟังทันที

“นั่นก็มีแต่จะนำไปสู่ข้อสรุปที่ว่า ท่านขาดคุณสมบัติในฐานะผู้นำองค์กรครับ”

“คุณสมบัติงั้นรึ! สงสัยเครื่องตรวจสอบผู้ตื่นรู้มันคงจะรวนล่ะมั้ง เครื่องจักรของ PIXY ใครๆ เขาก็ใช้กันเหมือนกันหมดนั่นแหละ แล้วแบบนี้มันจะเป็นปัญหาที่ตัวฉันคนเดียวได้ยังไง”

“ถ้าคิดว่าการตรวจสอบผิดพลาด ท่านก็ควรจะลองใช้วิธีตรวจสอบอื่นดูสิครับ พอไปสืบดูแล้ว ฮันเตอร์คนนั้นยังไม่ผ่านการตรวจสอบสกิลสายโจมตีแยกต่างหากเลยไม่ใช่เหรอครับ?”

“นะ นั่นมันเป็นเพราะพวกคุณไม่รู้อะไรต่างหาก! ในสถานการณ์ตอนนั้นมันไม่มีความจำเป็นต้องทำตามขั้นตอนพวกนั้นเลยสักนิด!”

การโต้เถียงดำเนินต่อไปอีกพักใหญ่

“คิมกิรยอคือฮันเตอร์ที่จัดการกับความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงเชียวนะ แล้วฉันจะมีปัญญาที่ไหนไปสงสัยเขาได้ล่ะ?”

ท่านประธานสมาคมตัดพ้อด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แต่กิลด์สเปกตรัมจากอเมริกาก็ยังคงเยือกเย็น

“เอาเป็นว่า จากข้อมูลที่เรา รวบรวมมาได้จนถึงตอนนี้ เรามีแผนที่จะยื่นเรื่องขอตรวจสอบฮันเตอร์คิมกิรยอใหม่อีกครั้งกับองค์กรระหว่างประเทศครับ”

“อะ อะไรนะ?!”

“แถมคราวนี้ เพื่อไม่ให้มีการเล่นตุกติกใดๆ เราจะทำกันต่อหน้า [ยุสติเทีย] ครับ”

“…!”

“แต่ถ้าหากท่านไม่อยากให้มีการฟ้องร้องเกิดขึ้นจริงๆ ล่ะก็... บางทีถ้าเห็นแก่ ‘น้ำใจ’ เล็กๆ น้อยๆ ทางเราอาจจะยอมยกเลิกเรื่องนี้ให้ก็ได้นะครับ”

“น้ำใจ?”

“ยกตัวอย่างเช่น การโอนกรรมสิทธิ์เกตบางแห่งมาให้เรา เป็นต้น”

ถึงประเทศนี้จะมีพื้นที่เล็กนิดเดียว แต่ทรัพยากรดันเจี้ยนที่มีอยู่นั้นถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว

“หากฮันเตอร์คนนั้นถูกตัดสินว่าเป็นตัวปลอมในชั้นศาลขึ้นมา ต่อให้ท่านจะทำไขสือไม่รู้ไม่ชี้ยังไง ก็คงหนีไม่พ้นคำวิพากษ์วิจารณ์อยู่ดี แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายในการอัญเชิญยุสติเทีย ทางเกาหลีก็ต้อง-”

“นี่คุณ! เป็นแค่กิลด์กิลด์หนึ่งแท้ๆ กล้าดียังไงมา... กับฉัน!”

“แค่กิลด์กิลด์หนึ่ง?”

ผู้เจรจาที่ถูกส่งมาจากสเปกตรัมแค่นหัวเราะใส่คำพูดของประธานสมาคมโกบยองโด

“เราเป็นกิลด์ที่มีนักล่าระดับ S ในสังกัดถึงสามคน รวมทั้งบรู๊คลิน มอร์แกน และด้วยอิทธิพลนั้น ทำให้เรามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับสำนักงานบริหารจัดการเกตของมาตุภูมิด้วยครับ”

กริ๊ก เธอวางถ้วยกาแฟในมือลงบนจานรอง

“ดังนั้น ตำแหน่งของท่านอาจจะสั่นคลอนได้ด้วยคำพูดเพียงคำเดียวของ ‘แค่กิลด์กิลด์หนึ่ง’ ที่ว่านั่นนะครับ”

คุณพระช่วย

นี่ถึงขั้นขู่ว่าจะลากเขาลงจากเก้าอี้ประธานสมาคม โดยเอาเรื่องที่ปล่อยให้ระดับ S ตัวปลอมหลุดรอดไปมาเป็นข้ออ้างเลยเรอะ

กว่าจะได้หัวโขนนี้มาต้องแลกด้วยอะไรไปตั้งเท่าไหร่ จะมาเสียท่าด้วยเหตุผลบ้าบอพรรค์นี้เนี่ยนะ

“น่าเสียดายที่เราไม่ใช่คนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูงกัน เป็นแค่ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่คล้ายๆ กันเท่านั้น”

“.......”

“เพราะฉะนั้นหากต้องการความอนุเคราะห์จากเรา ก็คงไม่มีวิธีอื่นนอกจากการแสดงน้ำใจที่เหมาะสมให้เห็นนั่นแหละครับ”

ฟึ่บ

ฝ่ายกิลด์สเปกตรัมพูดจบก็วางเอกสารที่เตรียมมาลงบนโต๊ะ

ในนั้นมีรายชื่อดันเจี้ยนที่คาดว่าจะปรากฏขึ้นเฉพาะในเกาหลีเขียนเอาไว้ไม่กี่แห่ง

“หวังว่าการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ จะเป็นนิมิตหมายอันดีที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเราแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นนะครับ”

แล้วพวกเขาก็จากไป ทิ้งคำขู่ขวัญผู้มีอำนาจต่างแดนไว้อย่างเจ็บแสบ

ถึงพวกนั้นจะยังไม่รู้แน่ชัดว่าคิมกิรยอเป็นของจริงหรือของปลอม แต่ดูจากปฏิกิริยาของประธานสมาคมแล้วมั่นใจได้เลยว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ จึงได้ฉวยโอกาสนี้หาผลประโยชน์เข้าตัว

เมื่อเหลือตัวคนเดียว โกบยองโดก็ยกกาแฟที่เย็นชืดขึ้นดื่มด้วยมือที่สั่นเทา...

“ฟู่ว”

ทันใดนั้น ใบหน้าของเขาก็แดงก่ำราวกับถูกไฟลน

“อะ ไอ้... ไอ้ลูกหมาเอ๊ย...”

คิมกิรยอไม่ใช่ระดับ S งั้นเรอะ

งั้นแปลว่าฉันโดนมันหลอกงั้นสิ?

ในวินาทีนี้ ประธานสมาคมได้ตราหน้าฮันเตอร์คนหนึ่งว่าเป็นนักต้มตุ๋นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

การที่ผู้มีอิทธิพลจากต่างชาติถ่อมาอาละวาดถึงที่ขนาดนี้ แสดงว่าพวกนั้นต้องมีหลักฐานเด็ดอยู่ในมือแน่ๆ

ดังนั้น พวกมันคงจะรู้ความลับของคิมกิรยอหมดเปลือกแล้วถึงได้บุกมาข่มขู่ฉันแบบนี้

ภาพจำที่ว่าอเมริกามีหน่วยงานข่าวกรองที่ยอดเยี่ยมอย่าง FBI หรือ CIA หนุนหลังอยู่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้นมา

“เฮอะ อะไรกันเนี่ย...”

เมื่อปรับลมหายใจได้ ประธานสมาคมก็รีบเปิดดูสำเนาสัญญาอัศวินที่เก็บไว้ในไฟล์นิรภัยอย่างลนลาน

===================

1. คิมกิรยอจะไม่ทำอันตรายต่อโกบยองโด

และครอบครัวของเขาโดยเจตนา

===================

ข้อสัญญาที่เดิมทีจะคุ้มครองแค่โกบยองโดคนเดียว แต่เขากราบกรานแทบตายกว่าจะแก้ให้ครอบคลุมถึงครอบครัวด้วยได้

ทางนี้ยอมจ่ายเงินก้อนโตไปก็เพราะเห็นแก่ข้อสัญญานี้ข้อเดียวแท้ๆ

‘เพราะคิดว่าคุ้มค่าที่จะแลกกับการไม่ต้องโดนไอ้ระดับ S ตัวอันตรายนั่นเล่นงาน ไม่สิ ถึงขั้นคิดว่าตัวเองได้กำไรด้วยซ้ำ’

แต่ถ้าคิมกิรยอเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ ก็เท่ากับว่าเขาเสียเงินลับสามพันล้านไปฟรีๆ เลยไม่ใช่หรือไง?

ถ้ามันไม่ใช่ระดับ S งั้นก็แน่นอนว่าตัวเขาเองก็คงไม่มีทางได้รับอันตรายอะไรอยู่แล้ว

‘แค่ผู้ตื่นรู้ระดับ A ในบรรดาบอดี้การ์ดของฉันก็มีตั้งสองคนแล้ว’

ตุบ

ประธานโกทิ้งตัวลงนั่งลึกบนโซฟา พลางปรับลมหายใจชั่วครู่ แต่ใบหน้าของเขาก็กลับมาแดงสลับเขียวอีกครั้งในทันที

“เป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนแท้ๆ กล้าดียังไงมาคิดหลอกต้มประธานสมาคมได้!”

โกบยองโดครุ่นคิดด้วยความคับแค้นใจ

เพราะการตบตาของอีกฝ่ายแท้ๆ ตัวเขาถึงต้องมาเดือดร้อนไปด้วยแบบนี้

ทางนี้ไม่มีความผิดอะไรเลยนะ ไม่สิ เป็นผู้เสียหายที่สูญเงินไปตั้งสามพันล้านด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้กลับต้องมาโดนด่าว่าไร้ความสามารถทั้งที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยอย่างที่พวกนั้นว่า ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปมีหวังโดนเด้งก่อนจะหมดวาระแน่ๆ

‘แต่จะให้ยกเกตให้ต่างชาติไปเฉยๆ เดี๋ยวก็ต้องมีเสียงครหาตามมาทีหลังอีก’

ฮึ่ม ฮึ่ม

แบบนี้มันไม่หายแค้น คิมกิรยอ ไอ้เวรนั่น ต้องสั่งสอนให้หลาบจำ ไม่งั้นคงนอนตายตาไม่หลับ

แต่โกบยองโดก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าจะทำยังไงดีในตอนนี้

ตอนที่ทำสัญญาอัศวิน

ทางสมาคมได้รับปากว่าจะไม่ใช้อำนาจบาตรใหญ่กับกิรยอ ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถทำการแก้แค้นทางบริหารอย่างการระงับใบอนุญาตฮันเตอร์ได้...

“เอ๊ะ?”

แต่ในตอนนั้นเอง

สายตาของประธานสมาคมก็เหลือบไปเห็นข้อความเมื่อครู่อีกครั้ง

===================

1. คิมกิรยอจะไม่ทำอันตรายต่อโกบยองโด

และครอบครัวของเขาโดยเจตนา

===================

อุปกรณ์เวทที่แตกต่างจากไอเทมสัญญาระดับต่ำ ตรงที่ไม่มีวิธีแก้ และหากผิดสัญญาจะต้องชดใช้ด้วยความตายอย่างเดียวเท่านั้น

สัญญาอัศวิน

เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าเกิดว่าใช้ข้อสัญญานี้ให้เป็นประโยชน์ล่ะก็...?