ขืนความแตกเรื่องที่ว่าเป็นไอ้คนไร้ยางอายแถมยังไม่มีพลังเวทขึ้นมา ไม่รู้ว่าจะโดนพนักงานคนนั้นปฏิบัติด้วยท่าทีแบบไหน
‘เฮ้อ’
ถ้าอย่างนั้นในเมื่อตรวจสอบผลลัพธ์การเสริมแกร่งของบลูเชลล์เรียบร้อยแล้ว ทีนี้ทางเราก็กลับไปได้อย่างสบายใจเสียที
เมื่อจบห้วงความคิดสั้นๆ ฉันก็ก้าวเท้าข้ามทางม้าลายไป
---
ในอีกด้านหนึ่ง
ข่าวที่ว่าคิมกิรยอซื้อบลูเชลล์ได้เข้าหูของคังชางโฮเป็นที่เรียบร้อย
ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ เขาบังเอิญรู้เรื่องนี้ในระหว่างที่ได้รับรายงานว่าตลาดมืดถูกถล่มจนพังยับเยินต่างหาก
—โธ่ คุณชางโฮ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เล่นแจ้งพิกัดตลาดมืดให้ตำรวจบุกมาภายในวันเดียวแบบนี้ มันไม่โหดร้ายไปหน่อยเหรอครับ
—ฉันไม่รู้เรื่อง
—ถึงยังไงผมก็เห็นแก่หน้าคุณที่เป็นคนแนะนำมา ผมเลยพยายามช่วยพาพนักงานขายระดับ A ที่ดูสำคัญที่สุดออกมาได้คนหนึ่งนะครับ อย่ามาถามนะว่าทำไมตอนอยู่ข้างในผมถึงเข้าข้างตำรวจ บอกตามตรงว่าผมทำดีที่สุดแล้ว มันช่วยไม่ได้จริงๆ เพื่อเลี่ยงไม่ให้โดนจับกุมน่ะ
กิรยอกลัวว่าคังชางโฮจะอารมณ์บูด เขาจึงชิงรายงานวีรกรรมที่ตัวเองก่อไว้ในตลาดมืดไปก่อน จะมองว่าเป็นการกระทำของคนที่กินปูนร้อนท้องก็ได้
แต่ทว่าคังชางโฮกลับไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรเป็นพิเศษ
เพราะเดิมทีตลาดมืดแห่งนั้นก็เป็นแค่สถานที่ที่เลี้ยงชีพด้วยการขายสิทธิ์สมาชิกไปวันๆ ทางนี้เองก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไร ไม่ว่าที่นั่นจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ช่าง
“อืม”
สิ่งที่คังชางโฮให้ความสนใจ มีเพียงรายการสินค้าที่กิรยอซื้อไปเท่านั้น
เขานึกสงสัยอยู่ลึกๆ ว่าคู่สัญญาของตนจะเลือกหยิบจับอะไรในตลาดมืด แต่พอมารู้ตัวจริงของสิ่งที่ซื้อไป สถานการณ์มันก็ดูทะแม่งๆ ชอบกล
“บลูเชลล์?”
ขอย้ำอีกครั้ง นั่นมันเป็นยาโดป์ที่พวกผู้ตื่นรู้ระดับล่างเขาใช้กันไม่ใช่รึไง
มาถึงตรงนี้ก็เกิดปัญหาขึ้นมาหนึ่งอย่าง
ความจริงแล้วทฤษฎีการใช้แทนยาแก้ปวดที่พนักงานชื่อซอนอูยอนพูดมานั้น มันผิดตั้งแต่ต้นตอเลยต่างหาก
แม้จะเป็นที่รู้กันว่าผลไม้สีฟ้านั่นช่วยระงับอาการปวดให้ผู้ตื่นรู้ระดับสูงได้ก็จริง
แต่กับฮันเตอร์ระดับสูงสุดที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว หรือก็คือพวกระดับ S หากลองทดสอบทางคลินิกดูก็ย่อมได้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไปเป็นธรรมดา
“นี่มัน...”
คังชางโฮเคยมีประสบการณ์ลองกินบลูเชลล์มาก่อน
“เป็นของที่ไร้ประโยชน์สำหรับพวกเรานี่”
เพราะงั้นเขาถึงได้รู้
ว่าผู้ตื่นรู้ระดับสูงสุดต่อให้กินผลไม้สีฟ้านั่นเข้าไป ก็ไม่ได้รับผลประโยชน์เรื่องการบรรเทาความเจ็บปวดเลยแม้แต่นิดเดียว
แล้วทำไมระดับ S ลำดับที่สี่ของเกาหลีถึงได้ซื้อมันมาล่ะ?
เพียงแค่สนอกสนใจอยากจะวิเคราะห์ผลไม้นั่นงั้นเหรอ? ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คิมกิรยอได้เจอกับบลูเชลล์สักหน่อย
‘ถ้าสนใจจริงๆ ป่านนี้คงตรวจสอบตัวอย่างเสร็จไปตั้งแต่ตอนที่บุกไปโกดังของพวกนักเลงแล้ว’
งั้น นี่มันหมายความว่ายังไง
คังชางโฮ ชายร่างยักษ์ผู้มักจะมองผู้อื่นด้วยสายตากดลงต่ำเสมอ เอนหลังพิงโซฟาพลางครุ่นคิด
“ให้ตายสิ”
ฮันเตอร์ระดับสูงสุดที่ปรากฏตัวมาเป็นลำดับที่สี่ ไม่สามารถจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับตัวเขาได้
“ดูท่าเจ้านั่นจะไม่ใช่ระดับ S ตัวจริงสินะ”
ในสายตาของระดับ S ด้วยกัน กิรยอเป็นตัวตนที่น่าสงสัยอย่างหาที่สุดไม่ได้
แถมทางนี้ยิ่งเป็นพวกสตอล์กเกอร์ที่คอยจับตามองอีกฝ่ายทุกฝีก้าวอยู่แล้วด้วย ความรู้สึกแปลกแยกนั้นจึงยิ่งเด่นชัดขึ้นไปอีก
ระดับ S ลำดับที่สามของเกาหลีได้เข้าใกล้ความจริงไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว
‘แต่ถึงอย่างนั้นก็คงไม่ใช่ระดับ F อย่างที่เจ้าตัวชอบอ้างมาตลอดหรอก แล้วตกลงระดับที่แท้จริงมันอยู่แถวไหนกันแน่?’
แน่นอนว่าถึงจะยังมีส่วนที่น่ากังขาอยู่มากโขก็เถอะ
—ติ๊ง♪
ในตอนนั้นเอง
คังชางโฮหันขวับไปตามเสียงที่ดังขึ้นข้างโซฟา บนหน้าจอแท็บเล็ตขนาด 8 นิ้วที่เขาหยิบขึ้นมา มีข้อความใหม่ส่งเข้ามาพอดี
[ผู้ส่ง : mbrooklyn@email…….]
เป็นการติดต่อจากบรู๊คลิน มอร์แกน
ดูท่าทางคงอยากจะได้ข้อมูลของคิมกิรยอตามสัญญาที่ให้ไว้คราวก่อน
คังชางโฮอ่านข้อความของบรู๊คลินแล้วก็พิมพ์ตอบกลับไปโดยไม่ลังเล
ต้องขอโทษด้วย แต่คำเชื้อเชิญที่โรงแรมในตอนนั้น เป็นเพียงเจตนาที่อยากจะทำให้อีกฝ่ายยอมสงบปากสงบคำอยู่ตรงนั้นก็เท่านั้นเอง
[Sorry, I don't have any information to convey yet. When I have a clear…….]
(ขอโทษที ฉันยังไม่มีข้อมูลอะไรจะแจ้งให้ทราบในตอนนี้ ไว้ถ้ามีอะไรชัดเจ...)
เขาไม่อยากจะไปสุงสิงกับฮันเตอร์ฝั่งอเมริกาให้มากความ
ดังนั้นคังชางโฮจึงตอบปัดๆ ไปอย่างลวกๆ ว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจน เลยไม่มีอะไรจะบอก
แน่นอนว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องโกหกเสียทีเดียว
ขอให้รู้ไว้ว่าเขาเป็นคนที่ใช้ชีวิตโดยยึดถือความคิดที่ว่าไม่มีอะไรแน่นอนในโลกใบนี้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นคนที่ย้อนแย้งในตัวเองเพราะมักจะแสวงหาความชัดเจนยิ่งกว่าใครหน้าไหน
‘จะว่าไป ก็ยังไม่มีหลักฐานว่าเจ้าตัวซื้อบลูเชลล์นั่นมาเพื่อกินเองสักหน่อย...’
ตุบ
เมื่อตอบข้อความเสร็จ คังชางโฮก็โยนแท็บเล็ตกลับไปบนโซฟา
เขาเลือกที่จะชะลอข้อสรุปเอาไว้อย่างรอบคอบ โดยคิดว่าในตอนนี้ยังไม่สามารถฟันธงอะไรได้ทั้งนั้น
---
...แต่ดูเหมือนว่าคนที่อยู่ที่นี่จะมีความเห็นที่ต่างออกไปจากเขาอย่างสิ้นเชิง
“สวัสดีครับ”
หลายชั่วโมงต่อมา
ณ สมาคมฮันเตอร์เกาหลี
รองเท้าหนังสีน้ำตาลเข้มสะท้อนเงาวับบนพื้นกระเบื้องที่ถูกขัดจนสะอาดสะอ้าน
ผู้ที่เพิ่งกล่าวทักทายไปเมื่อครู่คือผู้รับผิดชอบที่มาจากกิลด์สเปกตรัมของอเมริกา และในไม่ช้าเขาก็นั่งลงตรงข้ามกับประธานสมาคมโกบยองโดเพื่อเริ่มบทสนทนาอย่างเป็นกันเอง
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว”
ทว่า แขกบ้านแขกเมืองที่ปรากฏตัวด้วยรอยยิ้ม กลับเอ่ยปากพูดเรื่องที่น่าตกตะลึงออกมาภายในเวลาไม่กี่นาที
“อะ อะไรนะครับ?”
คิมกิรยอไม่ใช่ฮันเตอร์ระดับ S งั้นรึ?!
“ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ มีความเป็นไปได้สูงครับ”
บรู๊คลิน มอร์แกนจบการเยือนเกาหลีครั้งก่อนด้วยความทรงจำที่ไม่น่าอภิรมย์นัก
เขาไม่ได้เห็นพลังของคิมกิรยอกับตาตัวเอง มิหนำซ้ำระดับ S บางคนยังผิดสัญญาที่จะแบ่งปันข้อมูลให้อีก
แต่กิลด์สเปกตรัมที่บรู๊คลินสังกัดอยู่นั้น มองว่าเพียงเท่านี้พวกเขาก็มีไพ่ในมือมากพอที่จะบีบคั้นฝั่งเกาหลีได้แล้ว
นั่นก็เพราะ...
“จะว่าไป การเอาคนมาสวมรอยเป็นระดับ S ตัวปลอมเพื่อเพิ่มจำนวนเนี่ย ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงหูประชาคมโลก ท่านลองคิดดูหรือยังครับว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดไหน?”
“พูดบ้าอะไรของพวกคุณ! ที่ว่าเด็กนั่นไม่ใช่ระดับ S น่ะ ฉันไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย นี่เพิ่งเคยได้ยินครั้งแรกเลยนะโว้ย!”
“ท่านกำลังจะบอกว่าท่านประธานสมาคมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการปลอมแปลงระดับของฮันเตอร์คนดังกล่าวเลยงั้นเหรอครับ?”
“ก็เออสิ!”
เพราะพวกเขาสืบได้ข้อมูลบางอย่างมาในระหว่างนี้เรียบร้อยแล้ว
“จากผลการตรวจสอบภายในของเรา เราตรวจพบเส้นทางการเงินที่ไหลออกจากบัญชีม้าของท่านโกบยองโดเป็นเงินสดมูลค่าหลายพันล้านวอนครับ”
“หือ?”
“แล้วเงินสดที่ไหลออกไปนั่น ก็ถูกส่งไปยังหอพักแห่งหนึ่งตามคำสั่งของท่านด้วยสิ อืม”
ฝ่ายสเปกตรัมลองหยั่งเชิงด้วยข้อมูลที่ตนมี
“ในมุมมองของพวกเรา เงินหลายพันล้านนั่นดูเหมือนจะเป็นค่าจ้างสำหรับการเล่นละครตบตาว่าเป็นระดับ S ตัวปลอมเลยนะครับ”
“นะ นั่นมัน... มันไม่ใช่แบบนั้น...”
สิ่งที่ได้รับกลับมาคือปฏิกิริยาอันเกรี้ยวกราดของประธานสมาคมโกบยองโด
ไอ้ระดับ S ที่เขาอุตส่าห์ลำบากลำบนแทบตายกว่าจะจับลงทะเบียนได้ จู่ๆ จะมาบอกว่าเป็นตัวปลอมเนี่ยนะ แถมไอ้เงินสามพันล้านที่ชาวต่างชาติคนนี้พูดถึง เขาก็ไม่สามารถอธิบายที่ไปที่มาของมันสุ่มสี่สุ่มห้าได้ด้วย
‘บัดซบเอ๊ย!’
เพราะใน ‘สัญญาอัศวิน’ ที่เขาเซ็นไปตอนเกิดเหตุการณ์ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง มีข้อตกลงระบุไว้ว่าห้ามเปิดเผยเนื้อหาในสัญญาเด็ดขาด
‘ไม่ใช่สิ แล้วไอ้พวกเวรตะไลนี่ถือสิทธิ์อะไรไปรื้อดูบันทึกธุรกรรมธนาคารของประเทศอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตวะเนี่ย!’
กล้าทำเรื่องผิดมารยาทพรรค์นี้ได้ยังไง!
ใจจริงอยากจะตะคอกด่ากลับไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ขืนทำแบบนั้นในสถานการณ์นี้ก็มีแต่จะยิ่งทำให้ข้อครหายิ่งมัดตัวแน่นเข้าไปอีก
ประธานสมาคมจึงได้แต่ข่มความโกรธแล้วเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก
“ฉะ ฉันสาบานต่อฟ้าเลยว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องพรรค์นั้น ไม่ว่าพวกคุณจะคิดยังไง แต่เรื่องระดับของคิมกิรยอมันก็ไม่เกี่ยวกับฉั...”
แต่ปฏิกิริยาที่ได้รับกลับมานั้นช่างแตกต่างจากบรรยากาศที่เขาคาดหวังไว้อย่างสิ้นเชิง
“ต่อให้ท่านจะไม่รู้จริงๆ ก็เถอะ”
หญิงวัยกลางคนในชุดเชิ้ตผ้าไหมขยับตัวนั่งหลังตรงพร้อมกับเอ่ยขึ้น จากนั้นล่ามที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็แปลเป็นภาษาเกาหลีให้ฟังทันที
“นั่นก็มีแต่จะนำไปสู่ข้อสรุปที่ว่า ท่านขาดคุณสมบัติในฐานะผู้นำองค์กรครับ”
“คุณสมบัติงั้นรึ! สงสัยเครื่องตรวจสอบผู้ตื่นรู้มันคงจะรวนล่ะมั้ง เครื่องจักรของ PIXY ใครๆ เขาก็ใช้กันเหมือนกันหมดนั่นแหละ แล้วแบบนี้มันจะเป็นปัญหาที่ตัวฉันคนเดียวได้ยังไง”
“ถ้าคิดว่าการตรวจสอบผิดพลาด ท่านก็ควรจะลองใช้วิธีตรวจสอบอื่นดูสิครับ พอไปสืบดูแล้ว ฮันเตอร์คนนั้นยังไม่ผ่านการตรวจสอบสกิลสายโจมตีแยกต่างหากเลยไม่ใช่เหรอครับ?”
“นะ นั่นมันเป็นเพราะพวกคุณไม่รู้อะไรต่างหาก! ในสถานการณ์ตอนนั้นมันไม่มีความจำเป็นต้องทำตามขั้นตอนพวกนั้นเลยสักนิด!”
การโต้เถียงดำเนินต่อไปอีกพักใหญ่
“คิมกิรยอคือฮันเตอร์ที่จัดการกับความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงเชียวนะ แล้วฉันจะมีปัญญาที่ไหนไปสงสัยเขาได้ล่ะ?”
ท่านประธานสมาคมตัดพ้อด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แต่กิลด์สเปกตรัมจากอเมริกาก็ยังคงเยือกเย็น
“เอาเป็นว่า จากข้อมูลที่เรา รวบรวมมาได้จนถึงตอนนี้ เรามีแผนที่จะยื่นเรื่องขอตรวจสอบฮันเตอร์คิมกิรยอใหม่อีกครั้งกับองค์กรระหว่างประเทศครับ”
“อะ อะไรนะ?!”
“แถมคราวนี้ เพื่อไม่ให้มีการเล่นตุกติกใดๆ เราจะทำกันต่อหน้า [ยุสติเทีย] ครับ”
“…!”
“แต่ถ้าหากท่านไม่อยากให้มีการฟ้องร้องเกิดขึ้นจริงๆ ล่ะก็... บางทีถ้าเห็นแก่ ‘น้ำใจ’ เล็กๆ น้อยๆ ทางเราอาจจะยอมยกเลิกเรื่องนี้ให้ก็ได้นะครับ”
“น้ำใจ?”
“ยกตัวอย่างเช่น การโอนกรรมสิทธิ์เกตบางแห่งมาให้เรา เป็นต้น”
ถึงประเทศนี้จะมีพื้นที่เล็กนิดเดียว แต่ทรัพยากรดันเจี้ยนที่มีอยู่นั้นถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว
“หากฮันเตอร์คนนั้นถูกตัดสินว่าเป็นตัวปลอมในชั้นศาลขึ้นมา ต่อให้ท่านจะทำไขสือไม่รู้ไม่ชี้ยังไง ก็คงหนีไม่พ้นคำวิพากษ์วิจารณ์อยู่ดี แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายในการอัญเชิญยุสติเทีย ทางเกาหลีก็ต้อง-”
“นี่คุณ! เป็นแค่กิลด์กิลด์หนึ่งแท้ๆ กล้าดียังไงมา... กับฉัน!”
“แค่กิลด์กิลด์หนึ่ง?”
ผู้เจรจาที่ถูกส่งมาจากสเปกตรัมแค่นหัวเราะใส่คำพูดของประธานสมาคมโกบยองโด
“เราเป็นกิลด์ที่มีนักล่าระดับ S ในสังกัดถึงสามคน รวมทั้งบรู๊คลิน มอร์แกน และด้วยอิทธิพลนั้น ทำให้เรามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับสำนักงานบริหารจัดการเกตของมาตุภูมิด้วยครับ”
กริ๊ก เธอวางถ้วยกาแฟในมือลงบนจานรอง
“ดังนั้น ตำแหน่งของท่านอาจจะสั่นคลอนได้ด้วยคำพูดเพียงคำเดียวของ ‘แค่กิลด์กิลด์หนึ่ง’ ที่ว่านั่นนะครับ”
คุณพระช่วย
นี่ถึงขั้นขู่ว่าจะลากเขาลงจากเก้าอี้ประธานสมาคม โดยเอาเรื่องที่ปล่อยให้ระดับ S ตัวปลอมหลุดรอดไปมาเป็นข้ออ้างเลยเรอะ
กว่าจะได้หัวโขนนี้มาต้องแลกด้วยอะไรไปตั้งเท่าไหร่ จะมาเสียท่าด้วยเหตุผลบ้าบอพรรค์นี้เนี่ยนะ
“น่าเสียดายที่เราไม่ใช่คนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูงกัน เป็นแค่ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่คล้ายๆ กันเท่านั้น”
“.......”
“เพราะฉะนั้นหากต้องการความอนุเคราะห์จากเรา ก็คงไม่มีวิธีอื่นนอกจากการแสดงน้ำใจที่เหมาะสมให้เห็นนั่นแหละครับ”
ฟึ่บ
ฝ่ายกิลด์สเปกตรัมพูดจบก็วางเอกสารที่เตรียมมาลงบนโต๊ะ
ในนั้นมีรายชื่อดันเจี้ยนที่คาดว่าจะปรากฏขึ้นเฉพาะในเกาหลีเขียนเอาไว้ไม่กี่แห่ง
“หวังว่าการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ จะเป็นนิมิตหมายอันดีที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเราแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นนะครับ”
แล้วพวกเขาก็จากไป ทิ้งคำขู่ขวัญผู้มีอำนาจต่างแดนไว้อย่างเจ็บแสบ
ถึงพวกนั้นจะยังไม่รู้แน่ชัดว่าคิมกิรยอเป็นของจริงหรือของปลอม แต่ดูจากปฏิกิริยาของประธานสมาคมแล้วมั่นใจได้เลยว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ จึงได้ฉวยโอกาสนี้หาผลประโยชน์เข้าตัว
เมื่อเหลือตัวคนเดียว โกบยองโดก็ยกกาแฟที่เย็นชืดขึ้นดื่มด้วยมือที่สั่นเทา...
“ฟู่ว”
ทันใดนั้น ใบหน้าของเขาก็แดงก่ำราวกับถูกไฟลน
“อะ ไอ้... ไอ้ลูกหมาเอ๊ย...”
คิมกิรยอไม่ใช่ระดับ S งั้นเรอะ
งั้นแปลว่าฉันโดนมันหลอกงั้นสิ?
ในวินาทีนี้ ประธานสมาคมได้ตราหน้าฮันเตอร์คนหนึ่งว่าเป็นนักต้มตุ๋นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
การที่ผู้มีอิทธิพลจากต่างชาติถ่อมาอาละวาดถึงที่ขนาดนี้ แสดงว่าพวกนั้นต้องมีหลักฐานเด็ดอยู่ในมือแน่ๆ
ดังนั้น พวกมันคงจะรู้ความลับของคิมกิรยอหมดเปลือกแล้วถึงได้บุกมาข่มขู่ฉันแบบนี้
ภาพจำที่ว่าอเมริกามีหน่วยงานข่าวกรองที่ยอดเยี่ยมอย่าง FBI หรือ CIA หนุนหลังอยู่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้นมา
“เฮอะ อะไรกันเนี่ย...”
เมื่อปรับลมหายใจได้ ประธานสมาคมก็รีบเปิดดูสำเนาสัญญาอัศวินที่เก็บไว้ในไฟล์นิรภัยอย่างลนลาน
===================
1. คิมกิรยอจะไม่ทำอันตรายต่อโกบยองโด
และครอบครัวของเขาโดยเจตนา
===================
ข้อสัญญาที่เดิมทีจะคุ้มครองแค่โกบยองโดคนเดียว แต่เขากราบกรานแทบตายกว่าจะแก้ให้ครอบคลุมถึงครอบครัวด้วยได้
ทางนี้ยอมจ่ายเงินก้อนโตไปก็เพราะเห็นแก่ข้อสัญญานี้ข้อเดียวแท้ๆ
‘เพราะคิดว่าคุ้มค่าที่จะแลกกับการไม่ต้องโดนไอ้ระดับ S ตัวอันตรายนั่นเล่นงาน ไม่สิ ถึงขั้นคิดว่าตัวเองได้กำไรด้วยซ้ำ’
แต่ถ้าคิมกิรยอเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ ก็เท่ากับว่าเขาเสียเงินลับสามพันล้านไปฟรีๆ เลยไม่ใช่หรือไง?
ถ้ามันไม่ใช่ระดับ S งั้นก็แน่นอนว่าตัวเขาเองก็คงไม่มีทางได้รับอันตรายอะไรอยู่แล้ว
‘แค่ผู้ตื่นรู้ระดับ A ในบรรดาบอดี้การ์ดของฉันก็มีตั้งสองคนแล้ว’
ตุบ
ประธานโกทิ้งตัวลงนั่งลึกบนโซฟา พลางปรับลมหายใจชั่วครู่ แต่ใบหน้าของเขาก็กลับมาแดงสลับเขียวอีกครั้งในทันที
“เป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนแท้ๆ กล้าดียังไงมาคิดหลอกต้มประธานสมาคมได้!”
โกบยองโดครุ่นคิดด้วยความคับแค้นใจ
เพราะการตบตาของอีกฝ่ายแท้ๆ ตัวเขาถึงต้องมาเดือดร้อนไปด้วยแบบนี้
ทางนี้ไม่มีความผิดอะไรเลยนะ ไม่สิ เป็นผู้เสียหายที่สูญเงินไปตั้งสามพันล้านด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้กลับต้องมาโดนด่าว่าไร้ความสามารถทั้งที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยอย่างที่พวกนั้นว่า ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปมีหวังโดนเด้งก่อนจะหมดวาระแน่ๆ
‘แต่จะให้ยกเกตให้ต่างชาติไปเฉยๆ เดี๋ยวก็ต้องมีเสียงครหาตามมาทีหลังอีก’
ฮึ่ม ฮึ่ม
แบบนี้มันไม่หายแค้น คิมกิรยอ ไอ้เวรนั่น ต้องสั่งสอนให้หลาบจำ ไม่งั้นคงนอนตายตาไม่หลับ
แต่โกบยองโดก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าจะทำยังไงดีในตอนนี้
ตอนที่ทำสัญญาอัศวิน
ทางสมาคมได้รับปากว่าจะไม่ใช้อำนาจบาตรใหญ่กับกิรยอ ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถทำการแก้แค้นทางบริหารอย่างการระงับใบอนุญาตฮันเตอร์ได้...
“เอ๊ะ?”
แต่ในตอนนั้นเอง
สายตาของประธานสมาคมก็เหลือบไปเห็นข้อความเมื่อครู่อีกครั้ง
===================
1. คิมกิรยอจะไม่ทำอันตรายต่อโกบยองโด
และครอบครัวของเขาโดยเจตนา
===================
อุปกรณ์เวทที่แตกต่างจากไอเทมสัญญาระดับต่ำ ตรงที่ไม่มีวิธีแก้ และหากผิดสัญญาจะต้องชดใช้ด้วยความตายอย่างเดียวเท่านั้น
สัญญาอัศวิน
เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าเกิดว่าใช้ข้อสัญญานี้ให้เป็นประโยชน์ล่ะก็...?