Cover

190

พอหันศีรษะไปตามเสียง ก็พบกับวัตถุทรงกระบอกโลหะที่สลักลวดลายดูเป็นนามธรรม ล้มกลิ้งอยู่บนพื้น

และจากกระบอกนั้น ก๊าซสีเขียวอ่อนที่มีอัตราการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วก็กำลังพวยพุ่งออกมาไม่หยุด

ให้ตายสิ ประเทศนี้ทำไมถึงมีพวกคนบ้าเยอะขนาดนั้...

‘ไม่สิ พอดูดีๆ แล้วไม่ใช่คนเกาหลีนี่นา’

ขอแก้คำพูดหน่อย

ดูเหมือนดาวเคราะห์ดวงนี้จะมีอัตราส่วนมนุษย์วิกลจริตสูงเกินไปจริงๆ

เพิ่งจะคิดว่าโลกใบนี้น่าอยู่ได้แค่ 3 นาทีแท้ๆ ดันต้องมานึกเสียใจที่กลับชาติมาเกิดซะแล้ว

ช่วงนี้ฉันอุตส่าห์ใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบ ไม่ไปหาเรื่องใครก่อนแท้ๆ แต่ทำไมบททดสอบแบบนี้ถึงต้องพุ่งเป้ามาที่ฉันคนเดียวด้วยนะ

‘วันนี้ฉันก็แค่... อยากมาดูปลาบนโลกมนุษย์เฉยๆ เองนะ’

ใช่ ก็แค่ดูปลาจริงๆ

“นี่มันอะไรกั...!”

“ช่างมันเถอะน่า วิ่ง! เร็วเข้า!”

น่าเสียดายที่โล่ป้องกันของอันยุนซึงยังอยู่ในขั้นพื้นฐาน จึงไม่สามารถกรองก๊าซพิษที่เป็นอันตรายได้

แต่เพราะถูกลอบโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ความเยือกเย็นจึงทำงานโดยอัตโนมัติ

ฉันคว้าไหล่ของอันยุนซึงแล้วตะโกนบอก ให้เขากลั้นหายใจให้ได้นานที่สุดแล้วรีบหนีออกไปจากที่นี่

แต่ดูท่าทางแล้ว แม้แต่การดิ้นรนหนีง่ายๆ แค่นั้นก็คงไม่ง่ายเสียแล้ว

‘บัดซบ!’

ถ้าเป็นในหนัง พวกตัวร้ายมันต้องพล่ามบทพรรณนายืดยาว ถ่วงเวลาให้พระเอกหน่อยสิ

แต่พวกที่โผล่มาจู่ๆ นี่กลับพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วด้วยท่วงท่าระดับมืออาชีพเชียว

---

พริบตาเดียว

ดวงตาของใครบางคนที่มีเอกลักษณ์คือเบ้าตาลึกโหล กะพริบไล่เลี่ยกัน

หญิงหนึ่ง ชายหนึ่ง

พวกเขาคือนักรับจ้างสารพัดที่เป็นผู้ตื่นรู้ และทำงานเป็นทีมเดียวกันมานานแล้ว

พอเห็นคำว่า ‘รับจ้างสารพัด’ คนมักจะนึกถึงงานจิปาถะอย่างการไปจ่ายตลาด แต่ทว่าขอบเขตงานของพวกเขานั้นกว้างขวางและลึกซึ้งกว่านั้นมาก

สืบประวัติ แบล็กเมล์ ล้างแค้น

และงานที่ได้เงินค่าตอบแทนสูงที่สุดในบรรดางานเหล่านั้น ย่อมหนีไม่พ้นงานที่เดิมพันด้วยชีวิต

รุ่นพี่ในวงการนี้มักจะใช้เครื่องทุ่นแรงอย่างปืนหรือมีดในการทำงาน ซึ่งทำให้การเก็บกวาดหลักฐานยุ่งยากเสมอ แต่ในสังคมยุคปัจจุบัน ได้มีวิธีการฆ่าที่แนบเนียนยิ่งกว่าถือกำเนิดขึ้น

ความสามารถของผู้ตื่นรู้

สิ่งนั้นคือนวัตกรรมที่นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ตลาดมืดของพวกเขา

[me : จะให้ทำงานด้วยเงื่อนไขแบบนี้จริงๆ เหรอครับ?]

[client : ใช่]

จะว่าไป งานว่าจ้างครั้งนี้พอลองกลับมาคิดดูอีกที ก็มีความเฉพาะเจาะจงสูงจริงๆ

ดูโอ้นักล่าคู่นี้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘อัลไล’ ได้รับการไหว้วานจากคนเกาหลีคนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้

เนื้อหาของงานคือ ให้ไปจัดการฮันเตอร์ระดับท็อปคลาสอย่าง คิมกิรยอ

“ต่อให้พูดอย่างนั้นก็เถอะ แต่ระดับ S มันก็ออกจะ...”

เดิมทีพวกเขากะว่าจะปฏิเสธงานนี้ไปแล้วเชียว

แต่ใครจะไปคิด ว่าผู้ว่าจ้างชาวเกาหลีรายนั้นจะส่งสัญญาที่น่าสนใจมาให้ในเวลาต่อมา

ไม่ได้สั่งให้ฆ่าคิมกิรยอ

แค่ใช้ความสามารถของพวกคุณ เข้าไปแหย่นิดๆ หน่อยๆ แล้วถอนตัวออกมาก็ OK

จะหนีไปไกลแค่ไหนก็ได้

แต่ถ้าทำตามคำขอได้สำเร็จ จะมอบค่าตอบแทนก้อนโตให้ทั้งหมด

ค่าตอบแทน

ใช่ สุดท้ายแล้วรางวัลที่คนเกาหลีคนนั้นเสนอก็ยั่วยวนใจนักรับจ้างชาวต่างชาติ

สกุลเงินดิจิทัลมูลค่าราว 670,000 ยูโร

คิดเป็นเงินวอนก็ปาเข้าไปตั้ง 1,000 ล้านวอน

ถ้าได้เงินขนาดนั้นมาเพียงแค่แลกกับ ‘การท้าทาย’ ใครบ้างจะไม่ลังเล

ช่วงนี้วงการรับจ้างสารพัดก็ไม่ได้เฟื่องฟูขนาดนั้น

ถ้าไม่ใช่งานที่มีความเสี่ยงทางกฎหมายสูงอย่างการฆาตกรรม งานที่จะทำเงินได้ถึงพันล้านวอนแบบนี้แทบจะหาไม่ได้เลย

แถมถ้าเป้าหมายไม่ใช่ระดับ S ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว งานหวานหมูแบบนี้คงโดนพวกเมพรุ่นพี่คาบไปกินจนพวกตนไม่ได้แม้แต่จะดมกลิ่น

‘ลองคิดดูแล้ว ก็เป็นเงื่อนไขที่ใช้ได้เลย’

ทีมอัลไลโต้ตอบข้อความกับผู้ว่าจ้างอีกไม่กี่ครั้งหลังจากนั้น

และในที่สุดก็ตัดสินใจรับงาน

ต่อให้สมมติกรณีเลวร้ายที่สุดคือภารกิจล้มเหลว แต่เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีบทลงโทษทางกฎหมายในคดีทำร้ายร่างกายแบบไม่เลือกหน้าค่อนข้างเบา อย่างน้อยก็ยังมีหลักประกันความปลอดภัยอยู่บ้าง

“ถ้าได้เงินก้อนนั้น เราจะซื้อตึกที่เล็งไว้ได้เลยนะ”

ใครบางคนอาจเรียกการตื่นรู้ว่าเป็นพรจากสวรรค์

แต่สำหรับผู้ตื่นรู้คู่หูอัลไลคู่นี้ พวกเขาไม่ได้ยินดีกับเวทมนตร์ปาฏิหาริย์ที่ได้รับมาสักเท่าไหร่

ที่น่าแปลกคือพวกเขาทั้งคู่ป่วยเป็นโรคเดียวกัน แม้จะใช้สกิลได้ปกติ แต่ระบบภูมิคุ้มกันกลับมีปัญหาใหญ่หลวง

พลังเวทในร่างกายของพวกเขาไม่รวมตัวกัน

ร่างกายจึงไม่แข็งแกร่งเหมือนผู้ตื่นรู้คนอื่นๆ ซ้ำร้ายเวทมนตร์ที่ดันตื่นขึ้นมาได้ ดันเป็นพลังที่เล่นกับจิตใจของสิ่งมีชีวิต

พวกเขาไม่ได้เกิดมามีพลังล้นเหลือเหมือนระดับ S จึงใช้สกิลฆ่ามอนสเตอร์ไม่ได้

ดังนั้นจึงเป็นนักล่าไม่ได้

ถ้าอย่างนั้นก็ไปทำงานอื่นหาเงินเอาก็สิ้นเรื่องไม่ใช่เหรอ?

พูดเป็นเล่น ประเทศบ้านเกิดของพวกเขามีทัศนคติต่อผู้มีพลังพิเศษที่โหดร้าย ถึงขั้นออกกฎควบคุมให้ต้องติดป้ายระบุตัวตนผู้ตื่นรู้ ตอนนี้พวกเขาตกอยู่ในสถานะที่ไม่สามารถทำงานปกติธรรมดาได้อีกต่อไป

ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ถูกมองด้วยสายตารังเกียจราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกล่ามโซ่ คนธรรมดาต่างกีดกันและไล่ตะเพิดให้ไปลงดันเจี้ยน อย่าได้สะเออะมาแย่งงานของพวกตน

“รับงานนี้กันเถอะ”

สุดท้ายพวกเขาก็ถลำลึกเข้าสู่เส้นทางผิดกฎหมาย

ตอนแรกก็เพื่อปากท้อง

ข้ามน้ำข้ามทะเล ทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน ใช้ชีวิตเป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายหาเงิน จนกระทั่งมาตั้งรกรากที่สเปน

ในภายหลัง แม้จะฟอกขาวประวัติและปรับปรุงรูปลักษณ์จนไม่ต้องพึ่งงานรับจ้างสกปรกอีกต่อไปแล้ว

แต่ตอนนี้พวกเขากลับไม่พอใจกับรายได้จากอาชีพสุจริตทั่วไปเสียแล้ว

สิบล้าน ร้อยล้าน พันล้าน

ไม่ได้ลงแรงอะไรเป็นพิเศษแท้ๆ แต่ความสามารถของผู้ตื่นรู้นั้นเปรียบเสมือนไหวิเศษที่เสกเงินออกมาได้อย่างไม่มีวันหมด

ตอนนี้พวกเขาเริ่มจะชอบวงการนี้ขึ้นมาพอสมควรแล้ว

การกระทำของพวกตนจะทำให้ภาพลักษณ์ของผู้ตื่นรู้แย่ลงแค่ไหนก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องสนใจ บางทีสาเหตุที่คนอย่าง โกบยองโด แห่งสมาคมฮันเตอร์ มีความเกลียดชังต่อผู้มีพลังพิเศษ ก็คงมาจากคนประเภทนี้นี่แหละ

เพราะยุคแห่งเวทมนตร์ที่มาเยือนกะทันหัน พอมาเจอกับระบบทุนนิยมก็ก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย

ดังนั้น...

---

ทีมอัลไลรับคำว่าจ้างปริศนา ให้มากลั่นแกล้งฮันเตอร์ระดับ S

ทว่า ทำไมเจ้าพวกที่มีรูปร่างคล้ายกันราวกับปีกคู่หนึ่งถึงเลือกวันนี้?

นั่นก็เพราะความสะดวกในการหลบหนีนั่นเอง

จากการสืบข้อมูลล่วงหน้า ชายหัวเกรียนที่อยู่ตรงนั้นคือเพื่อนสนิทที่สุดของคิมกิรยอ

‘วันธรรมดาตอนกลางวันแสกๆ จู่ๆ ก็มาอควาเรียมเนี่ยนะ แปลกชะมัด’

งานของพวกเขาจำเป็นต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งเสมอ

ดังนั้นเป้าหมายที่อัลไลเฝ้าจับตาดูมาตลอดจึงไม่ใช่คิมกิรยอ แต่เป็นอันยุนซึง

สองนักรับจ้างวางแผนอย่างดีเพื่อจะตรึงเท้าคิมกิรยอไว้

‘พวกเราจะทำได้ดีไหมนะ?’

‘ไม่ต้องห่วง เชื่อใจฉันเถอะ’

ฟู่ววววววว

ในระหว่างที่ก๊าซปริศนาระเบิดกระจายเต็มพื้นที่

ผู้ปฏิบัติงานหญิงที่มีผมหยิกก็พุ่งตัวออกไปข้างหน้าก่อน สำหรับผู้ตื่นรู้ที่มีปัญหาสุขภาพร่างกายอ่อนแอ นับว่าเป็นทางเลือกที่ท้าทายมาก

แต่ทุกอย่างย่อมมีเหตุและผล

“อึก!”

พอเธอกระโจนเข้าใส่ อันยุนซึงที่กำลังหนีก็รีบหันกลับมาเพื่อไม่ให้ถูกโจมตีจากด้านหลัง

แต่นั่นคือสิ่งที่เธอเล็งไว้

ผู้ตื่นรู้จากต่างแดนทำท่าเหมือนจะโจมตีช่วงล่าง พออีกฝ่ายลดโล่ลงไปป้องกันด้านล่าง เธอก็ฉวยโอกาสสาดบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในมือออกไปอย่างรวดเร็ว

ละอองสีเงินที่ไม่รู้ที่มา

มันไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกจากผงที่ได้จากการตะไบมีดสั้น [ลิ่มกรีดร้อง] พวกเขาบดส่วนที่สร้างความเจ็บปวดของไอเทมระดับยูนิคเป็นผงแล้วปาใส่คู่ต่อสู้

“อ๊ากกกกกก!”

“ยุนซึง!”

เสียงกรีดร้องดังระงม

ซ้ำเติมด้วยกระบอกโลหะหลายอันที่อัลไลโยนเข้ามาก่อนจะปรากฏตัว ซึ่งแต่ละอันบรรจุไอเทมสร้างสถานะผิดปกติที่แตกต่างกัน

หลับใหล อัมพาต

สับสน ตาบอด

นี่คือวิธีกระตุ้นแบบที่สองที่แม้แต่พวกนักทรมานแห่งวิหารรากษสก็ยังคาดไม่ถึง

ความจริงแล้วผู้ตื่นรู้ในโลกนี้ เมื่อถูกโจมตีด้วยเอฟเฟกต์ด้านลบหลายอย่างพร้อมกัน ค่าต้านทานสถานะผิดปกติจะลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว

“อึก, อั่ก...?!”

ไม่นานนัก ฮันเตอร์ชาวเกาหลีที่ชื่ออันยุนซึงก็ทรุดฮวบลงไปคุกเข่าข้างหนึ่ง

การโจมตีทางจิตใจช่างน่ากลัวเช่นนี้แล

ต่อให้เป็นฮันเตอร์สายป้องกันที่มีร่างกายแข็งแกร่งกว่าคนอื่น แต่ขอแค่เจาะช่องว่างทางจิตใจได้เพียงครั้งเดียว ก็สามารถจัดการให้หมอบได้ง่ายๆ

‘เสร็จกัน’

เมื่ออันยุนซึงหมดสภาพ บุคคลที่ซ่อนอยู่ด้านหลังก็เริ่มขยับรุดหน้าเข้ามา

ฝ่ายชายของทีมผู้ตื่นรู้ต่างชาติคู่นี้มีความสามารถพิเศษ

เขาสามารถผลักคนอื่นเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการ ทำให้คู่ต่อสู้จมดิ่งราวกับอยู่ในความฝันที่ตนเองเป็นผู้ควบคุมและทรมานอีกฝ่ายได้ตามใจชอบ

【คำเชื้อเชิญสู่ห้วงฝัน】

นั่นคือชื่อของพลังพิเศษที่เขาใช้เรียก

ไม่ว่าคู่ต่อสู้ในโลกความจริงจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ถ้าหลุดเข้ามาในพื้นที่สมมตินี้แล้ว ทุกอย่างก็จบ

ภายในโลกทางจิตที่เขาสร้างขึ้นด้วยเวทมนตร์ เขาเปรียบเสมือนพระเจ้า

‘ถึงจะเอาให้ช็อกตายไม่ได้ แต่ทำให้สลบได้ด้วยความน่าจะเป็นที่สูงมาก’

ชายไร้นามทุ่มเทพลังเวทไปยังเป้าหมาย

เป้าหมายคือชายหนุ่มชาวเกาหลีผมทอง

ตอนนี้อันยุนซึงกำลังถูกเพื่อนร่วมทีมของเขาคุกคามอย่างหนัก ฮันเตอร์ระดับ S ลำดับที่ 4 ของเกาหลีคงเป็นห่วงเพื่อนสนิทจนไม่กล้าวิ่งหนีไปไหนแน่

ถ้าอย่างนั้น ฝั่งนี้ก็แค่แกล้งทำท่าสู้ถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ ให้เวลาที่สัมผัสกับกระบอกสถานะผิดปกติเพิ่มขึ้นก็พอ

นั่นคือแผนการที่จะทำลายค่าความต้านทานของเจ้าระดับ S นั่น...

‘เอ๊ะ?’

นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?

วินาทีที่สบตากับชายผมทอง ผู้ใช้สกิลกลับรู้สึกหน้ามืดเหมือนสติของตัวเองกำลังถูกดูดเข้าไปที่ไหนสักแห่ง

น่าตกใจที่การแทรกแซงทางจิตกลับสำเร็จภายในเวลาไม่กี่วินาที

ราวกับกำลังโจมตีพวกอ่อนหัดระดับ F ยังไงยังงั้น!

---

พื้นที่สีขาวโพลนที่ว่างเปล่า

ผู้ตื่นรู้ที่ขอเรียกว่า 'นักรับจ้างเบอร์ 2' เพื่อความสะดวก พอเห็นความว่างเปล่าสีขาวบริสุทธิ์นี้ก็มั่นใจในชัยชนะของตนทันที

อย่างที่บอกไปเมื่อครู่ ที่นี่พลังความสามารถในโลกความจริงไม่สำคัญเท่าไหร่

ต่อให้ระดับของเขาจะต่ำต้อยแค่ไหน แต่ที่นี่เขาสามารถเหยียบย่ำฮันเตอร์ระดับ S ได้ตามใจชอบ

“.......”

ชายหนุ่มชาวเกาหลีผมทองคงจะตกใจ เอาแต่กวาดตามองไปรอบๆ โดยไม่พูดไม่จา

ตอนนั้นเอง ผู้ตื่นรู้ชาวต่างชาติก็เอ่ยทักทายเป้าหมายของตน

“สับสนเหรอครับ?”

“ยังไงที่นี่เราก็มีเวลาเหลือเฟือ มาคุยกันหน่อยดีไหม”

“.......”

“เอาจริงๆ นะ ผมเพิ่งเคยรับมือกับระดับ S เป็นครั้งแรก ก็เลย... ค่อนข้างจะสงสัยน่ะครับ ในหลายๆ เรื่อง”

“.......”

“ถ้าตอบคำถามดีๆ ผมอาจจะบอกใบ้ให้ก็ได้ว่าต่อไปคุณจะโดนอะไรบ้าง”

แต่ก็นะ รับงานนี้มาเพราะความอยากรู้อยากเห็นครึ่งหนึ่ง แต่กลับน่าผิดหวังชะมัด

อุตส่าห์เกร็งแทบตายเพราะเห็นว่าเป็นฮันเตอร์ระดับ S ที่ไหนได้ ไม่มีความท้าทายในการเจาะเกราะป้องกันเลย จู่ๆ ก็แทรกแซงจิตใจสำเร็จเฉย

ทำไมจิตใจของพวกระดับท็อปถึงได้เปราะบางขนาดนี้นะ ถ้าระดับ S มีดีแค่นี้ ต่อไปรับงานแนวนี้ให้บ่อยขึ้นก็น่าจะดีมั้ง?

แล้วสักวัน พอเก็บเงินได้เยอะๆ ก็จะไปสร้างตึกที่ฮาวาย ใช้ชีวิตวัยเกษียณอย่างสุขสบาย

“ทำไมเงียบไปล่ะครับ ได้ยินที่ผมพูดใช่ไหม?”

ถึงสัญชาติของทั้งสองจะต่างกันชัดเจน แต่กิรยอกลับได้ยินภาษาของอีกฝ่ายเป็นภาษาเกาหลีอย่างน่าประหลาด

ทั้งที่ไม่มีฝ่ายไหนสวมเครื่องแปลภาษาของพิกซี่อยู่เลยแท้ๆ

ฮันเตอร์ระดับ S ลำดับที่ 4 ของเกาหลีจ้องมองหนุ่มฮิสแปนิกที่เป็นคนเปิดบทสนทนาเขม็ง ซึ่งสายตานั้นทำให้นักเวทแห่งอัลไลยักไหล่

“รู้สึกแปลกๆ ใช่ไหมล่ะ? ผมไม่รู้หรอกนะว่าความสามารถผู้ตื่นรู้ของคุณคืออะไร แต่ที่นี่คุณใช้มันไม่ได้หรอก อืม... เพราะอะไรรู้ไหม เพราะผมไม่ต้องการให้ใช้ไงล่ะ”

ชายผมทองตอบกลับ

“เหรอ?”

เป็นคำที่สั้นและห้วน

“ใช่ครับ ที่นี่ทุกอย่าง~ จะเป็นไปตามที่ผมคิด ในนี้ผมคือฮันเตอร์ระดับ S คือซูเปอร์ฮีโร่ ส่วนคุณก็เป็นแค่คนธรรมดาที่ไร้พลัง”

และในวินาทีนั้น

จู่ๆ กลางอากาศสีขาวโพลนก็มีน้ำสีฟ้าสาดกระเซ็นออกมา เหมือนกับที่เห็นในอควาเรียม

ผู้ตื่นรู้จากต่างแดนพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถเสกสรรสิ่งต่างๆ จากความว่างเปล่าได้

“เพราะฉะนั้นระวังคำพูดคำจาหน่อย... ไม่สิ ดิ้นรนขัดขืนให้เต็มที่เลยก็ได้ครับ ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่! การดิ้นรนของระดับ S เนี่ย”

ท่าทีของนักรับจ้างที่เคยดูขี้ขลาดตอนอยู่ข้างนอก กลับกลายเป็นโอหังอวดดี

ก็ช่วยไม่ได้

เพราะขอแค่ความสามารถนี้ทำงานได้สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นตัวตนแบบไหนที่ผ่านมาก็ต้องคุกเข่าให้เขาทันที

นี่คือพลังที่ทรงอานุภาพ เพียงแค่ผ่านด่านแรกไปได้ ก็สามารถย่ำยีใครก็ได้

ตอนนี้เหลือแค่ทรมานจิตใจฮันเตอร์ระดับ S ตรงหน้าให้สลบ แล้วหนีไปพร้อมกับเพื่อนร่วมทีม ภารกิจก็เสร็จสิ้น

เปาะ

เขาดีดนิ้ว สร้างมวลน้ำมหาศาลเทราดลงบนศีรษะของใครบางคน

...แต่ปฏิกิริยามันดูแปลกๆ

ชายผมทองคนนั้นโดนน้ำราดใส่หัวเต็มๆ แต่กลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย

คือเขาเอาแต่จ้องมองมาทางนี้โดยไม่กะพริบตาแม้แต่ข้างเดียวจริงๆ

“......?”

รอไปอีกไม่กี่วินาที เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

ชายที่จ้องมองมาทางนี้ตลอด จู่ๆ ก็เปลี่ยนท่าที

ปากแสยะยิ้ม ดวงตาหยีลง ราวกับบางสิ่งที่มีเพียงเปลือกนอกเป็นมนุษย์กำลังเลียนแบบสีหน้าการหัวเราะ

“ขอบใจนะ”

ประโยคต่อมาก็แปลกประหลาดไม่แพ้กัน

“หือ?”

“นายนี่ใช้เวทมนตร์ได้สิ้นคิดจริงๆ สกิลนี้มันคือการดึงเป้าหมายเข้ามาในจิตใจของตัวเอง ไม่ใช่การที่ทั้งสองฝ่ายไปเจอกันในโลกที่สามสักหน่อย”

“พูดอะไร...”

“เฮ้อ เอาจริงๆ ตอนโดนลอบกัดก็ตกใจแทบแย่ นึกไม่ถึงเลยว่านักฆ่าที่ส่งมาจะเป็นผู้ตื่นรู้ประเภทนี้”

“.......”

“หรือว่ายังไม่เข้าใจที่ฉันพูดอีก?”

รู้สึกขนลุกแปลกๆ

ผู้ตื่นรู้จากต่างแดนรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลในน้ำเสียงของอีกฝ่าย จนเผลอขมวดคิ้วออกมาโดยไม่รู้ตัว

แต่คิมกิรยอก็ยังคงรักษาสีหน้าเดิมไว้

“นายน่ะเป็นเจ้าของบ้านแท้ๆ แต่เมื่อกี้ดันเปิดประตูหน้าอ้าซ่า แล้วเชิญคนเข้ามาเองนะ”

ติ๋ง ติ๋ง

ถึงแม้หยดน้ำจากเส้นผมจะไหลผ่านดวงตา แต่เขาก็ยังคงรอยยิ้มไว้โดยไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

190

20px

พอหันศีรษะไปตามเสียง ก็พบกับวัตถุทรงกระบอกโลหะที่สลักลวดลายดูเป็นนามธรรม ล้มกลิ้งอยู่บนพื้น

และจากกระบอกนั้น ก๊าซสีเขียวอ่อนที่มีอัตราการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วก็กำลังพวยพุ่งออกมาไม่หยุด

ให้ตายสิ ประเทศนี้ทำไมถึงมีพวกคนบ้าเยอะขนาดนั้...

‘ไม่สิ พอดูดีๆ แล้วไม่ใช่คนเกาหลีนี่นา’

ขอแก้คำพูดหน่อย

ดูเหมือนดาวเคราะห์ดวงนี้จะมีอัตราส่วนมนุษย์วิกลจริตสูงเกินไปจริงๆ

เพิ่งจะคิดว่าโลกใบนี้น่าอยู่ได้แค่ 3 นาทีแท้ๆ ดันต้องมานึกเสียใจที่กลับชาติมาเกิดซะแล้ว

ช่วงนี้ฉันอุตส่าห์ใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบ ไม่ไปหาเรื่องใครก่อนแท้ๆ แต่ทำไมบททดสอบแบบนี้ถึงต้องพุ่งเป้ามาที่ฉันคนเดียวด้วยนะ

‘วันนี้ฉันก็แค่... อยากมาดูปลาบนโลกมนุษย์เฉยๆ เองนะ’

ใช่ ก็แค่ดูปลาจริงๆ

“นี่มันอะไรกั...!”

“ช่างมันเถอะน่า วิ่ง! เร็วเข้า!”

น่าเสียดายที่โล่ป้องกันของอันยุนซึงยังอยู่ในขั้นพื้นฐาน จึงไม่สามารถกรองก๊าซพิษที่เป็นอันตรายได้

แต่เพราะถูกลอบโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ความเยือกเย็นจึงทำงานโดยอัตโนมัติ

ฉันคว้าไหล่ของอันยุนซึงแล้วตะโกนบอก ให้เขากลั้นหายใจให้ได้นานที่สุดแล้วรีบหนีออกไปจากที่นี่

แต่ดูท่าทางแล้ว แม้แต่การดิ้นรนหนีง่ายๆ แค่นั้นก็คงไม่ง่ายเสียแล้ว

‘บัดซบ!’

ถ้าเป็นในหนัง พวกตัวร้ายมันต้องพล่ามบทพรรณนายืดยาว ถ่วงเวลาให้พระเอกหน่อยสิ

แต่พวกที่โผล่มาจู่ๆ นี่กลับพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วด้วยท่วงท่าระดับมืออาชีพเชียว

---

พริบตาเดียว

ดวงตาของใครบางคนที่มีเอกลักษณ์คือเบ้าตาลึกโหล กะพริบไล่เลี่ยกัน

หญิงหนึ่ง ชายหนึ่ง

พวกเขาคือนักรับจ้างสารพัดที่เป็นผู้ตื่นรู้ และทำงานเป็นทีมเดียวกันมานานแล้ว

พอเห็นคำว่า ‘รับจ้างสารพัด’ คนมักจะนึกถึงงานจิปาถะอย่างการไปจ่ายตลาด แต่ทว่าขอบเขตงานของพวกเขานั้นกว้างขวางและลึกซึ้งกว่านั้นมาก

สืบประวัติ แบล็กเมล์ ล้างแค้น

และงานที่ได้เงินค่าตอบแทนสูงที่สุดในบรรดางานเหล่านั้น ย่อมหนีไม่พ้นงานที่เดิมพันด้วยชีวิต

รุ่นพี่ในวงการนี้มักจะใช้เครื่องทุ่นแรงอย่างปืนหรือมีดในการทำงาน ซึ่งทำให้การเก็บกวาดหลักฐานยุ่งยากเสมอ แต่ในสังคมยุคปัจจุบัน ได้มีวิธีการฆ่าที่แนบเนียนยิ่งกว่าถือกำเนิดขึ้น

ความสามารถของผู้ตื่นรู้

สิ่งนั้นคือนวัตกรรมที่นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ตลาดมืดของพวกเขา

[me : จะให้ทำงานด้วยเงื่อนไขแบบนี้จริงๆ เหรอครับ?]

[client : ใช่]

จะว่าไป งานว่าจ้างครั้งนี้พอลองกลับมาคิดดูอีกที ก็มีความเฉพาะเจาะจงสูงจริงๆ

ดูโอ้นักล่าคู่นี้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘อัลไล’ ได้รับการไหว้วานจากคนเกาหลีคนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้

เนื้อหาของงานคือ ให้ไปจัดการฮันเตอร์ระดับท็อปคลาสอย่าง คิมกิรยอ

“ต่อให้พูดอย่างนั้นก็เถอะ แต่ระดับ S มันก็ออกจะ...”

เดิมทีพวกเขากะว่าจะปฏิเสธงานนี้ไปแล้วเชียว

แต่ใครจะไปคิด ว่าผู้ว่าจ้างชาวเกาหลีรายนั้นจะส่งสัญญาที่น่าสนใจมาให้ในเวลาต่อมา

ไม่ได้สั่งให้ฆ่าคิมกิรยอ

แค่ใช้ความสามารถของพวกคุณ เข้าไปแหย่นิดๆ หน่อยๆ แล้วถอนตัวออกมาก็ OK

จะหนีไปไกลแค่ไหนก็ได้

แต่ถ้าทำตามคำขอได้สำเร็จ จะมอบค่าตอบแทนก้อนโตให้ทั้งหมด

ค่าตอบแทน

ใช่ สุดท้ายแล้วรางวัลที่คนเกาหลีคนนั้นเสนอก็ยั่วยวนใจนักรับจ้างชาวต่างชาติ

สกุลเงินดิจิทัลมูลค่าราว 670,000 ยูโร

คิดเป็นเงินวอนก็ปาเข้าไปตั้ง 1,000 ล้านวอน

ถ้าได้เงินขนาดนั้นมาเพียงแค่แลกกับ ‘การท้าทาย’ ใครบ้างจะไม่ลังเล

ช่วงนี้วงการรับจ้างสารพัดก็ไม่ได้เฟื่องฟูขนาดนั้น

ถ้าไม่ใช่งานที่มีความเสี่ยงทางกฎหมายสูงอย่างการฆาตกรรม งานที่จะทำเงินได้ถึงพันล้านวอนแบบนี้แทบจะหาไม่ได้เลย

แถมถ้าเป้าหมายไม่ใช่ระดับ S ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว งานหวานหมูแบบนี้คงโดนพวกเมพรุ่นพี่คาบไปกินจนพวกตนไม่ได้แม้แต่จะดมกลิ่น

‘ลองคิดดูแล้ว ก็เป็นเงื่อนไขที่ใช้ได้เลย’

ทีมอัลไลโต้ตอบข้อความกับผู้ว่าจ้างอีกไม่กี่ครั้งหลังจากนั้น

และในที่สุดก็ตัดสินใจรับงาน

ต่อให้สมมติกรณีเลวร้ายที่สุดคือภารกิจล้มเหลว แต่เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีบทลงโทษทางกฎหมายในคดีทำร้ายร่างกายแบบไม่เลือกหน้าค่อนข้างเบา อย่างน้อยก็ยังมีหลักประกันความปลอดภัยอยู่บ้าง

“ถ้าได้เงินก้อนนั้น เราจะซื้อตึกที่เล็งไว้ได้เลยนะ”

ใครบางคนอาจเรียกการตื่นรู้ว่าเป็นพรจากสวรรค์

แต่สำหรับผู้ตื่นรู้คู่หูอัลไลคู่นี้ พวกเขาไม่ได้ยินดีกับเวทมนตร์ปาฏิหาริย์ที่ได้รับมาสักเท่าไหร่

ที่น่าแปลกคือพวกเขาทั้งคู่ป่วยเป็นโรคเดียวกัน แม้จะใช้สกิลได้ปกติ แต่ระบบภูมิคุ้มกันกลับมีปัญหาใหญ่หลวง

พลังเวทในร่างกายของพวกเขาไม่รวมตัวกัน

ร่างกายจึงไม่แข็งแกร่งเหมือนผู้ตื่นรู้คนอื่นๆ ซ้ำร้ายเวทมนตร์ที่ดันตื่นขึ้นมาได้ ดันเป็นพลังที่เล่นกับจิตใจของสิ่งมีชีวิต

พวกเขาไม่ได้เกิดมามีพลังล้นเหลือเหมือนระดับ S จึงใช้สกิลฆ่ามอนสเตอร์ไม่ได้

ดังนั้นจึงเป็นนักล่าไม่ได้

ถ้าอย่างนั้นก็ไปทำงานอื่นหาเงินเอาก็สิ้นเรื่องไม่ใช่เหรอ?

พูดเป็นเล่น ประเทศบ้านเกิดของพวกเขามีทัศนคติต่อผู้มีพลังพิเศษที่โหดร้าย ถึงขั้นออกกฎควบคุมให้ต้องติดป้ายระบุตัวตนผู้ตื่นรู้ ตอนนี้พวกเขาตกอยู่ในสถานะที่ไม่สามารถทำงานปกติธรรมดาได้อีกต่อไป

ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ถูกมองด้วยสายตารังเกียจราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกล่ามโซ่ คนธรรมดาต่างกีดกันและไล่ตะเพิดให้ไปลงดันเจี้ยน อย่าได้สะเออะมาแย่งงานของพวกตน

“รับงานนี้กันเถอะ”

สุดท้ายพวกเขาก็ถลำลึกเข้าสู่เส้นทางผิดกฎหมาย

ตอนแรกก็เพื่อปากท้อง

ข้ามน้ำข้ามทะเล ทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน ใช้ชีวิตเป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายหาเงิน จนกระทั่งมาตั้งรกรากที่สเปน

ในภายหลัง แม้จะฟอกขาวประวัติและปรับปรุงรูปลักษณ์จนไม่ต้องพึ่งงานรับจ้างสกปรกอีกต่อไปแล้ว

แต่ตอนนี้พวกเขากลับไม่พอใจกับรายได้จากอาชีพสุจริตทั่วไปเสียแล้ว

สิบล้าน ร้อยล้าน พันล้าน

ไม่ได้ลงแรงอะไรเป็นพิเศษแท้ๆ แต่ความสามารถของผู้ตื่นรู้นั้นเปรียบเสมือนไหวิเศษที่เสกเงินออกมาได้อย่างไม่มีวันหมด

ตอนนี้พวกเขาเริ่มจะชอบวงการนี้ขึ้นมาพอสมควรแล้ว

การกระทำของพวกตนจะทำให้ภาพลักษณ์ของผู้ตื่นรู้แย่ลงแค่ไหนก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องสนใจ บางทีสาเหตุที่คนอย่าง โกบยองโด แห่งสมาคมฮันเตอร์ มีความเกลียดชังต่อผู้มีพลังพิเศษ ก็คงมาจากคนประเภทนี้นี่แหละ

เพราะยุคแห่งเวทมนตร์ที่มาเยือนกะทันหัน พอมาเจอกับระบบทุนนิยมก็ก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย

ดังนั้น...

---

ทีมอัลไลรับคำว่าจ้างปริศนา ให้มากลั่นแกล้งฮันเตอร์ระดับ S

ทว่า ทำไมเจ้าพวกที่มีรูปร่างคล้ายกันราวกับปีกคู่หนึ่งถึงเลือกวันนี้?

นั่นก็เพราะความสะดวกในการหลบหนีนั่นเอง

จากการสืบข้อมูลล่วงหน้า ชายหัวเกรียนที่อยู่ตรงนั้นคือเพื่อนสนิทที่สุดของคิมกิรยอ

‘วันธรรมดาตอนกลางวันแสกๆ จู่ๆ ก็มาอควาเรียมเนี่ยนะ แปลกชะมัด’

งานของพวกเขาจำเป็นต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งเสมอ

ดังนั้นเป้าหมายที่อัลไลเฝ้าจับตาดูมาตลอดจึงไม่ใช่คิมกิรยอ แต่เป็นอันยุนซึง

สองนักรับจ้างวางแผนอย่างดีเพื่อจะตรึงเท้าคิมกิรยอไว้

‘พวกเราจะทำได้ดีไหมนะ?’

‘ไม่ต้องห่วง เชื่อใจฉันเถอะ’

ฟู่ววววววว

ในระหว่างที่ก๊าซปริศนาระเบิดกระจายเต็มพื้นที่

ผู้ปฏิบัติงานหญิงที่มีผมหยิกก็พุ่งตัวออกไปข้างหน้าก่อน สำหรับผู้ตื่นรู้ที่มีปัญหาสุขภาพร่างกายอ่อนแอ นับว่าเป็นทางเลือกที่ท้าทายมาก

แต่ทุกอย่างย่อมมีเหตุและผล

“อึก!”

พอเธอกระโจนเข้าใส่ อันยุนซึงที่กำลังหนีก็รีบหันกลับมาเพื่อไม่ให้ถูกโจมตีจากด้านหลัง

แต่นั่นคือสิ่งที่เธอเล็งไว้

ผู้ตื่นรู้จากต่างแดนทำท่าเหมือนจะโจมตีช่วงล่าง พออีกฝ่ายลดโล่ลงไปป้องกันด้านล่าง เธอก็ฉวยโอกาสสาดบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในมือออกไปอย่างรวดเร็ว

ละอองสีเงินที่ไม่รู้ที่มา

มันไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกจากผงที่ได้จากการตะไบมีดสั้น [ลิ่มกรีดร้อง] พวกเขาบดส่วนที่สร้างความเจ็บปวดของไอเทมระดับยูนิคเป็นผงแล้วปาใส่คู่ต่อสู้

“อ๊ากกกกกก!”

“ยุนซึง!”

เสียงกรีดร้องดังระงม

ซ้ำเติมด้วยกระบอกโลหะหลายอันที่อัลไลโยนเข้ามาก่อนจะปรากฏตัว ซึ่งแต่ละอันบรรจุไอเทมสร้างสถานะผิดปกติที่แตกต่างกัน

หลับใหล อัมพาต

สับสน ตาบอด

นี่คือวิธีกระตุ้นแบบที่สองที่แม้แต่พวกนักทรมานแห่งวิหารรากษสก็ยังคาดไม่ถึง

ความจริงแล้วผู้ตื่นรู้ในโลกนี้ เมื่อถูกโจมตีด้วยเอฟเฟกต์ด้านลบหลายอย่างพร้อมกัน ค่าต้านทานสถานะผิดปกติจะลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว

“อึก, อั่ก...?!”

ไม่นานนัก ฮันเตอร์ชาวเกาหลีที่ชื่ออันยุนซึงก็ทรุดฮวบลงไปคุกเข่าข้างหนึ่ง

การโจมตีทางจิตใจช่างน่ากลัวเช่นนี้แล

ต่อให้เป็นฮันเตอร์สายป้องกันที่มีร่างกายแข็งแกร่งกว่าคนอื่น แต่ขอแค่เจาะช่องว่างทางจิตใจได้เพียงครั้งเดียว ก็สามารถจัดการให้หมอบได้ง่ายๆ

‘เสร็จกัน’

เมื่ออันยุนซึงหมดสภาพ บุคคลที่ซ่อนอยู่ด้านหลังก็เริ่มขยับรุดหน้าเข้ามา

ฝ่ายชายของทีมผู้ตื่นรู้ต่างชาติคู่นี้มีความสามารถพิเศษ

เขาสามารถผลักคนอื่นเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการ ทำให้คู่ต่อสู้จมดิ่งราวกับอยู่ในความฝันที่ตนเองเป็นผู้ควบคุมและทรมานอีกฝ่ายได้ตามใจชอบ

【คำเชื้อเชิญสู่ห้วงฝัน】

นั่นคือชื่อของพลังพิเศษที่เขาใช้เรียก

ไม่ว่าคู่ต่อสู้ในโลกความจริงจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ถ้าหลุดเข้ามาในพื้นที่สมมตินี้แล้ว ทุกอย่างก็จบ

ภายในโลกทางจิตที่เขาสร้างขึ้นด้วยเวทมนตร์ เขาเปรียบเสมือนพระเจ้า

‘ถึงจะเอาให้ช็อกตายไม่ได้ แต่ทำให้สลบได้ด้วยความน่าจะเป็นที่สูงมาก’

ชายไร้นามทุ่มเทพลังเวทไปยังเป้าหมาย

เป้าหมายคือชายหนุ่มชาวเกาหลีผมทอง

ตอนนี้อันยุนซึงกำลังถูกเพื่อนร่วมทีมของเขาคุกคามอย่างหนัก ฮันเตอร์ระดับ S ลำดับที่ 4 ของเกาหลีคงเป็นห่วงเพื่อนสนิทจนไม่กล้าวิ่งหนีไปไหนแน่

ถ้าอย่างนั้น ฝั่งนี้ก็แค่แกล้งทำท่าสู้ถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ ให้เวลาที่สัมผัสกับกระบอกสถานะผิดปกติเพิ่มขึ้นก็พอ

นั่นคือแผนการที่จะทำลายค่าความต้านทานของเจ้าระดับ S นั่น...

‘เอ๊ะ?’

นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?

วินาทีที่สบตากับชายผมทอง ผู้ใช้สกิลกลับรู้สึกหน้ามืดเหมือนสติของตัวเองกำลังถูกดูดเข้าไปที่ไหนสักแห่ง

น่าตกใจที่การแทรกแซงทางจิตกลับสำเร็จภายในเวลาไม่กี่วินาที

ราวกับกำลังโจมตีพวกอ่อนหัดระดับ F ยังไงยังงั้น!

---

พื้นที่สีขาวโพลนที่ว่างเปล่า

ผู้ตื่นรู้ที่ขอเรียกว่า 'นักรับจ้างเบอร์ 2' เพื่อความสะดวก พอเห็นความว่างเปล่าสีขาวบริสุทธิ์นี้ก็มั่นใจในชัยชนะของตนทันที

อย่างที่บอกไปเมื่อครู่ ที่นี่พลังความสามารถในโลกความจริงไม่สำคัญเท่าไหร่

ต่อให้ระดับของเขาจะต่ำต้อยแค่ไหน แต่ที่นี่เขาสามารถเหยียบย่ำฮันเตอร์ระดับ S ได้ตามใจชอบ

“.......”

ชายหนุ่มชาวเกาหลีผมทองคงจะตกใจ เอาแต่กวาดตามองไปรอบๆ โดยไม่พูดไม่จา

ตอนนั้นเอง ผู้ตื่นรู้ชาวต่างชาติก็เอ่ยทักทายเป้าหมายของตน

“สับสนเหรอครับ?”

“ยังไงที่นี่เราก็มีเวลาเหลือเฟือ มาคุยกันหน่อยดีไหม”

“.......”

“เอาจริงๆ นะ ผมเพิ่งเคยรับมือกับระดับ S เป็นครั้งแรก ก็เลย... ค่อนข้างจะสงสัยน่ะครับ ในหลายๆ เรื่อง”

“.......”

“ถ้าตอบคำถามดีๆ ผมอาจจะบอกใบ้ให้ก็ได้ว่าต่อไปคุณจะโดนอะไรบ้าง”

แต่ก็นะ รับงานนี้มาเพราะความอยากรู้อยากเห็นครึ่งหนึ่ง แต่กลับน่าผิดหวังชะมัด

อุตส่าห์เกร็งแทบตายเพราะเห็นว่าเป็นฮันเตอร์ระดับ S ที่ไหนได้ ไม่มีความท้าทายในการเจาะเกราะป้องกันเลย จู่ๆ ก็แทรกแซงจิตใจสำเร็จเฉย

ทำไมจิตใจของพวกระดับท็อปถึงได้เปราะบางขนาดนี้นะ ถ้าระดับ S มีดีแค่นี้ ต่อไปรับงานแนวนี้ให้บ่อยขึ้นก็น่าจะดีมั้ง?

แล้วสักวัน พอเก็บเงินได้เยอะๆ ก็จะไปสร้างตึกที่ฮาวาย ใช้ชีวิตวัยเกษียณอย่างสุขสบาย

“ทำไมเงียบไปล่ะครับ ได้ยินที่ผมพูดใช่ไหม?”

ถึงสัญชาติของทั้งสองจะต่างกันชัดเจน แต่กิรยอกลับได้ยินภาษาของอีกฝ่ายเป็นภาษาเกาหลีอย่างน่าประหลาด

ทั้งที่ไม่มีฝ่ายไหนสวมเครื่องแปลภาษาของพิกซี่อยู่เลยแท้ๆ

ฮันเตอร์ระดับ S ลำดับที่ 4 ของเกาหลีจ้องมองหนุ่มฮิสแปนิกที่เป็นคนเปิดบทสนทนาเขม็ง ซึ่งสายตานั้นทำให้นักเวทแห่งอัลไลยักไหล่

“รู้สึกแปลกๆ ใช่ไหมล่ะ? ผมไม่รู้หรอกนะว่าความสามารถผู้ตื่นรู้ของคุณคืออะไร แต่ที่นี่คุณใช้มันไม่ได้หรอก อืม... เพราะอะไรรู้ไหม เพราะผมไม่ต้องการให้ใช้ไงล่ะ”

ชายผมทองตอบกลับ

“เหรอ?”

เป็นคำที่สั้นและห้วน

“ใช่ครับ ที่นี่ทุกอย่าง~ จะเป็นไปตามที่ผมคิด ในนี้ผมคือฮันเตอร์ระดับ S คือซูเปอร์ฮีโร่ ส่วนคุณก็เป็นแค่คนธรรมดาที่ไร้พลัง”

และในวินาทีนั้น

จู่ๆ กลางอากาศสีขาวโพลนก็มีน้ำสีฟ้าสาดกระเซ็นออกมา เหมือนกับที่เห็นในอควาเรียม

ผู้ตื่นรู้จากต่างแดนพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถเสกสรรสิ่งต่างๆ จากความว่างเปล่าได้

“เพราะฉะนั้นระวังคำพูดคำจาหน่อย... ไม่สิ ดิ้นรนขัดขืนให้เต็มที่เลยก็ได้ครับ ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่! การดิ้นรนของระดับ S เนี่ย”

ท่าทีของนักรับจ้างที่เคยดูขี้ขลาดตอนอยู่ข้างนอก กลับกลายเป็นโอหังอวดดี

ก็ช่วยไม่ได้

เพราะขอแค่ความสามารถนี้ทำงานได้สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นตัวตนแบบไหนที่ผ่านมาก็ต้องคุกเข่าให้เขาทันที

นี่คือพลังที่ทรงอานุภาพ เพียงแค่ผ่านด่านแรกไปได้ ก็สามารถย่ำยีใครก็ได้

ตอนนี้เหลือแค่ทรมานจิตใจฮันเตอร์ระดับ S ตรงหน้าให้สลบ แล้วหนีไปพร้อมกับเพื่อนร่วมทีม ภารกิจก็เสร็จสิ้น

เปาะ

เขาดีดนิ้ว สร้างมวลน้ำมหาศาลเทราดลงบนศีรษะของใครบางคน

...แต่ปฏิกิริยามันดูแปลกๆ

ชายผมทองคนนั้นโดนน้ำราดใส่หัวเต็มๆ แต่กลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย

คือเขาเอาแต่จ้องมองมาทางนี้โดยไม่กะพริบตาแม้แต่ข้างเดียวจริงๆ

“......?”

รอไปอีกไม่กี่วินาที เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

ชายที่จ้องมองมาทางนี้ตลอด จู่ๆ ก็เปลี่ยนท่าที

ปากแสยะยิ้ม ดวงตาหยีลง ราวกับบางสิ่งที่มีเพียงเปลือกนอกเป็นมนุษย์กำลังเลียนแบบสีหน้าการหัวเราะ

“ขอบใจนะ”

ประโยคต่อมาก็แปลกประหลาดไม่แพ้กัน

“หือ?”

“นายนี่ใช้เวทมนตร์ได้สิ้นคิดจริงๆ สกิลนี้มันคือการดึงเป้าหมายเข้ามาในจิตใจของตัวเอง ไม่ใช่การที่ทั้งสองฝ่ายไปเจอกันในโลกที่สามสักหน่อย”

“พูดอะไร...”

“เฮ้อ เอาจริงๆ ตอนโดนลอบกัดก็ตกใจแทบแย่ นึกไม่ถึงเลยว่านักฆ่าที่ส่งมาจะเป็นผู้ตื่นรู้ประเภทนี้”

“.......”

“หรือว่ายังไม่เข้าใจที่ฉันพูดอีก?”

รู้สึกขนลุกแปลกๆ

ผู้ตื่นรู้จากต่างแดนรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลในน้ำเสียงของอีกฝ่าย จนเผลอขมวดคิ้วออกมาโดยไม่รู้ตัว

แต่คิมกิรยอก็ยังคงรักษาสีหน้าเดิมไว้

“นายน่ะเป็นเจ้าของบ้านแท้ๆ แต่เมื่อกี้ดันเปิดประตูหน้าอ้าซ่า แล้วเชิญคนเข้ามาเองนะ”

ติ๋ง ติ๋ง

ถึงแม้หยดน้ำจากเส้นผมจะไหลผ่านดวงตา แต่เขาก็ยังคงรอยยิ้มไว้โดยไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย