พอหันศีรษะไปตามเสียง ก็พบกับวัตถุทรงกระบอกโลหะที่สลักลวดลายดูเป็นนามธรรม ล้มกลิ้งอยู่บนพื้น
และจากกระบอกนั้น ก๊าซสีเขียวอ่อนที่มีอัตราการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วก็กำลังพวยพุ่งออกมาไม่หยุด
ให้ตายสิ ประเทศนี้ทำไมถึงมีพวกคนบ้าเยอะขนาดนั้...
‘ไม่สิ พอดูดีๆ แล้วไม่ใช่คนเกาหลีนี่นา’
ขอแก้คำพูดหน่อย
ดูเหมือนดาวเคราะห์ดวงนี้จะมีอัตราส่วนมนุษย์วิกลจริตสูงเกินไปจริงๆ
เพิ่งจะคิดว่าโลกใบนี้น่าอยู่ได้แค่ 3 นาทีแท้ๆ ดันต้องมานึกเสียใจที่กลับชาติมาเกิดซะแล้ว
ช่วงนี้ฉันอุตส่าห์ใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบ ไม่ไปหาเรื่องใครก่อนแท้ๆ แต่ทำไมบททดสอบแบบนี้ถึงต้องพุ่งเป้ามาที่ฉันคนเดียวด้วยนะ
‘วันนี้ฉันก็แค่... อยากมาดูปลาบนโลกมนุษย์เฉยๆ เองนะ’
ใช่ ก็แค่ดูปลาจริงๆ
“นี่มันอะไรกั...!”
“ช่างมันเถอะน่า วิ่ง! เร็วเข้า!”
น่าเสียดายที่โล่ป้องกันของอันยุนซึงยังอยู่ในขั้นพื้นฐาน จึงไม่สามารถกรองก๊าซพิษที่เป็นอันตรายได้
แต่เพราะถูกลอบโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ความเยือกเย็นจึงทำงานโดยอัตโนมัติ
ฉันคว้าไหล่ของอันยุนซึงแล้วตะโกนบอก ให้เขากลั้นหายใจให้ได้นานที่สุดแล้วรีบหนีออกไปจากที่นี่
แต่ดูท่าทางแล้ว แม้แต่การดิ้นรนหนีง่ายๆ แค่นั้นก็คงไม่ง่ายเสียแล้ว
‘บัดซบ!’
ถ้าเป็นในหนัง พวกตัวร้ายมันต้องพล่ามบทพรรณนายืดยาว ถ่วงเวลาให้พระเอกหน่อยสิ
แต่พวกที่โผล่มาจู่ๆ นี่กลับพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วด้วยท่วงท่าระดับมืออาชีพเชียว
---
พริบตาเดียว
ดวงตาของใครบางคนที่มีเอกลักษณ์คือเบ้าตาลึกโหล กะพริบไล่เลี่ยกัน
หญิงหนึ่ง ชายหนึ่ง
พวกเขาคือนักรับจ้างสารพัดที่เป็นผู้ตื่นรู้ และทำงานเป็นทีมเดียวกันมานานแล้ว
พอเห็นคำว่า ‘รับจ้างสารพัด’ คนมักจะนึกถึงงานจิปาถะอย่างการไปจ่ายตลาด แต่ทว่าขอบเขตงานของพวกเขานั้นกว้างขวางและลึกซึ้งกว่านั้นมาก
สืบประวัติ แบล็กเมล์ ล้างแค้น
และงานที่ได้เงินค่าตอบแทนสูงที่สุดในบรรดางานเหล่านั้น ย่อมหนีไม่พ้นงานที่เดิมพันด้วยชีวิต
รุ่นพี่ในวงการนี้มักจะใช้เครื่องทุ่นแรงอย่างปืนหรือมีดในการทำงาน ซึ่งทำให้การเก็บกวาดหลักฐานยุ่งยากเสมอ แต่ในสังคมยุคปัจจุบัน ได้มีวิธีการฆ่าที่แนบเนียนยิ่งกว่าถือกำเนิดขึ้น
ความสามารถของผู้ตื่นรู้
สิ่งนั้นคือนวัตกรรมที่นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ตลาดมืดของพวกเขา
[me : จะให้ทำงานด้วยเงื่อนไขแบบนี้จริงๆ เหรอครับ?]
[client : ใช่]
จะว่าไป งานว่าจ้างครั้งนี้พอลองกลับมาคิดดูอีกที ก็มีความเฉพาะเจาะจงสูงจริงๆ
ดูโอ้นักล่าคู่นี้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘อัลไล’ ได้รับการไหว้วานจากคนเกาหลีคนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้
เนื้อหาของงานคือ ให้ไปจัดการฮันเตอร์ระดับท็อปคลาสอย่าง คิมกิรยอ
“ต่อให้พูดอย่างนั้นก็เถอะ แต่ระดับ S มันก็ออกจะ...”
เดิมทีพวกเขากะว่าจะปฏิเสธงานนี้ไปแล้วเชียว
แต่ใครจะไปคิด ว่าผู้ว่าจ้างชาวเกาหลีรายนั้นจะส่งสัญญาที่น่าสนใจมาให้ในเวลาต่อมา
ไม่ได้สั่งให้ฆ่าคิมกิรยอ
แค่ใช้ความสามารถของพวกคุณ เข้าไปแหย่นิดๆ หน่อยๆ แล้วถอนตัวออกมาก็ OK
จะหนีไปไกลแค่ไหนก็ได้
แต่ถ้าทำตามคำขอได้สำเร็จ จะมอบค่าตอบแทนก้อนโตให้ทั้งหมด
ค่าตอบแทน
ใช่ สุดท้ายแล้วรางวัลที่คนเกาหลีคนนั้นเสนอก็ยั่วยวนใจนักรับจ้างชาวต่างชาติ
สกุลเงินดิจิทัลมูลค่าราว 670,000 ยูโร
คิดเป็นเงินวอนก็ปาเข้าไปตั้ง 1,000 ล้านวอน
ถ้าได้เงินขนาดนั้นมาเพียงแค่แลกกับ ‘การท้าทาย’ ใครบ้างจะไม่ลังเล
ช่วงนี้วงการรับจ้างสารพัดก็ไม่ได้เฟื่องฟูขนาดนั้น
ถ้าไม่ใช่งานที่มีความเสี่ยงทางกฎหมายสูงอย่างการฆาตกรรม งานที่จะทำเงินได้ถึงพันล้านวอนแบบนี้แทบจะหาไม่ได้เลย
แถมถ้าเป้าหมายไม่ใช่ระดับ S ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว งานหวานหมูแบบนี้คงโดนพวกเมพรุ่นพี่คาบไปกินจนพวกตนไม่ได้แม้แต่จะดมกลิ่น
‘ลองคิดดูแล้ว ก็เป็นเงื่อนไขที่ใช้ได้เลย’
ทีมอัลไลโต้ตอบข้อความกับผู้ว่าจ้างอีกไม่กี่ครั้งหลังจากนั้น
และในที่สุดก็ตัดสินใจรับงาน
ต่อให้สมมติกรณีเลวร้ายที่สุดคือภารกิจล้มเหลว แต่เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีบทลงโทษทางกฎหมายในคดีทำร้ายร่างกายแบบไม่เลือกหน้าค่อนข้างเบา อย่างน้อยก็ยังมีหลักประกันความปลอดภัยอยู่บ้าง
“ถ้าได้เงินก้อนนั้น เราจะซื้อตึกที่เล็งไว้ได้เลยนะ”
ใครบางคนอาจเรียกการตื่นรู้ว่าเป็นพรจากสวรรค์
แต่สำหรับผู้ตื่นรู้คู่หูอัลไลคู่นี้ พวกเขาไม่ได้ยินดีกับเวทมนตร์ปาฏิหาริย์ที่ได้รับมาสักเท่าไหร่
ที่น่าแปลกคือพวกเขาทั้งคู่ป่วยเป็นโรคเดียวกัน แม้จะใช้สกิลได้ปกติ แต่ระบบภูมิคุ้มกันกลับมีปัญหาใหญ่หลวง
พลังเวทในร่างกายของพวกเขาไม่รวมตัวกัน
ร่างกายจึงไม่แข็งแกร่งเหมือนผู้ตื่นรู้คนอื่นๆ ซ้ำร้ายเวทมนตร์ที่ดันตื่นขึ้นมาได้ ดันเป็นพลังที่เล่นกับจิตใจของสิ่งมีชีวิต
พวกเขาไม่ได้เกิดมามีพลังล้นเหลือเหมือนระดับ S จึงใช้สกิลฆ่ามอนสเตอร์ไม่ได้
ดังนั้นจึงเป็นนักล่าไม่ได้
ถ้าอย่างนั้นก็ไปทำงานอื่นหาเงินเอาก็สิ้นเรื่องไม่ใช่เหรอ?
พูดเป็นเล่น ประเทศบ้านเกิดของพวกเขามีทัศนคติต่อผู้มีพลังพิเศษที่โหดร้าย ถึงขั้นออกกฎควบคุมให้ต้องติดป้ายระบุตัวตนผู้ตื่นรู้ ตอนนี้พวกเขาตกอยู่ในสถานะที่ไม่สามารถทำงานปกติธรรมดาได้อีกต่อไป
ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ถูกมองด้วยสายตารังเกียจราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกล่ามโซ่ คนธรรมดาต่างกีดกันและไล่ตะเพิดให้ไปลงดันเจี้ยน อย่าได้สะเออะมาแย่งงานของพวกตน
“รับงานนี้กันเถอะ”
สุดท้ายพวกเขาก็ถลำลึกเข้าสู่เส้นทางผิดกฎหมาย
ตอนแรกก็เพื่อปากท้อง
ข้ามน้ำข้ามทะเล ทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน ใช้ชีวิตเป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายหาเงิน จนกระทั่งมาตั้งรกรากที่สเปน
ในภายหลัง แม้จะฟอกขาวประวัติและปรับปรุงรูปลักษณ์จนไม่ต้องพึ่งงานรับจ้างสกปรกอีกต่อไปแล้ว
แต่ตอนนี้พวกเขากลับไม่พอใจกับรายได้จากอาชีพสุจริตทั่วไปเสียแล้ว
สิบล้าน ร้อยล้าน พันล้าน
ไม่ได้ลงแรงอะไรเป็นพิเศษแท้ๆ แต่ความสามารถของผู้ตื่นรู้นั้นเปรียบเสมือนไหวิเศษที่เสกเงินออกมาได้อย่างไม่มีวันหมด
ตอนนี้พวกเขาเริ่มจะชอบวงการนี้ขึ้นมาพอสมควรแล้ว
การกระทำของพวกตนจะทำให้ภาพลักษณ์ของผู้ตื่นรู้แย่ลงแค่ไหนก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องสนใจ บางทีสาเหตุที่คนอย่าง โกบยองโด แห่งสมาคมฮันเตอร์ มีความเกลียดชังต่อผู้มีพลังพิเศษ ก็คงมาจากคนประเภทนี้นี่แหละ
เพราะยุคแห่งเวทมนตร์ที่มาเยือนกะทันหัน พอมาเจอกับระบบทุนนิยมก็ก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย
ดังนั้น...
---
ทีมอัลไลรับคำว่าจ้างปริศนา ให้มากลั่นแกล้งฮันเตอร์ระดับ S
ทว่า ทำไมเจ้าพวกที่มีรูปร่างคล้ายกันราวกับปีกคู่หนึ่งถึงเลือกวันนี้?
นั่นก็เพราะความสะดวกในการหลบหนีนั่นเอง
จากการสืบข้อมูลล่วงหน้า ชายหัวเกรียนที่อยู่ตรงนั้นคือเพื่อนสนิทที่สุดของคิมกิรยอ
‘วันธรรมดาตอนกลางวันแสกๆ จู่ๆ ก็มาอควาเรียมเนี่ยนะ แปลกชะมัด’
งานของพวกเขาจำเป็นต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งเสมอ
ดังนั้นเป้าหมายที่อัลไลเฝ้าจับตาดูมาตลอดจึงไม่ใช่คิมกิรยอ แต่เป็นอันยุนซึง
สองนักรับจ้างวางแผนอย่างดีเพื่อจะตรึงเท้าคิมกิรยอไว้
‘พวกเราจะทำได้ดีไหมนะ?’
‘ไม่ต้องห่วง เชื่อใจฉันเถอะ’
ฟู่ววววววว
ในระหว่างที่ก๊าซปริศนาระเบิดกระจายเต็มพื้นที่
ผู้ปฏิบัติงานหญิงที่มีผมหยิกก็พุ่งตัวออกไปข้างหน้าก่อน สำหรับผู้ตื่นรู้ที่มีปัญหาสุขภาพร่างกายอ่อนแอ นับว่าเป็นทางเลือกที่ท้าทายมาก
แต่ทุกอย่างย่อมมีเหตุและผล
“อึก!”
พอเธอกระโจนเข้าใส่ อันยุนซึงที่กำลังหนีก็รีบหันกลับมาเพื่อไม่ให้ถูกโจมตีจากด้านหลัง
แต่นั่นคือสิ่งที่เธอเล็งไว้
ผู้ตื่นรู้จากต่างแดนทำท่าเหมือนจะโจมตีช่วงล่าง พออีกฝ่ายลดโล่ลงไปป้องกันด้านล่าง เธอก็ฉวยโอกาสสาดบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในมือออกไปอย่างรวดเร็ว
ละอองสีเงินที่ไม่รู้ที่มา
มันไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกจากผงที่ได้จากการตะไบมีดสั้น [ลิ่มกรีดร้อง] พวกเขาบดส่วนที่สร้างความเจ็บปวดของไอเทมระดับยูนิคเป็นผงแล้วปาใส่คู่ต่อสู้
“อ๊ากกกกกก!”
“ยุนซึง!”
เสียงกรีดร้องดังระงม
ซ้ำเติมด้วยกระบอกโลหะหลายอันที่อัลไลโยนเข้ามาก่อนจะปรากฏตัว ซึ่งแต่ละอันบรรจุไอเทมสร้างสถานะผิดปกติที่แตกต่างกัน
หลับใหล อัมพาต
สับสน ตาบอด
นี่คือวิธีกระตุ้นแบบที่สองที่แม้แต่พวกนักทรมานแห่งวิหารรากษสก็ยังคาดไม่ถึง
ความจริงแล้วผู้ตื่นรู้ในโลกนี้ เมื่อถูกโจมตีด้วยเอฟเฟกต์ด้านลบหลายอย่างพร้อมกัน ค่าต้านทานสถานะผิดปกติจะลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว
“อึก, อั่ก...?!”
ไม่นานนัก ฮันเตอร์ชาวเกาหลีที่ชื่ออันยุนซึงก็ทรุดฮวบลงไปคุกเข่าข้างหนึ่ง
การโจมตีทางจิตใจช่างน่ากลัวเช่นนี้แล
ต่อให้เป็นฮันเตอร์สายป้องกันที่มีร่างกายแข็งแกร่งกว่าคนอื่น แต่ขอแค่เจาะช่องว่างทางจิตใจได้เพียงครั้งเดียว ก็สามารถจัดการให้หมอบได้ง่ายๆ
‘เสร็จกัน’
เมื่ออันยุนซึงหมดสภาพ บุคคลที่ซ่อนอยู่ด้านหลังก็เริ่มขยับรุดหน้าเข้ามา
ฝ่ายชายของทีมผู้ตื่นรู้ต่างชาติคู่นี้มีความสามารถพิเศษ
เขาสามารถผลักคนอื่นเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการ ทำให้คู่ต่อสู้จมดิ่งราวกับอยู่ในความฝันที่ตนเองเป็นผู้ควบคุมและทรมานอีกฝ่ายได้ตามใจชอบ
【คำเชื้อเชิญสู่ห้วงฝัน】
นั่นคือชื่อของพลังพิเศษที่เขาใช้เรียก
ไม่ว่าคู่ต่อสู้ในโลกความจริงจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ถ้าหลุดเข้ามาในพื้นที่สมมตินี้แล้ว ทุกอย่างก็จบ
ภายในโลกทางจิตที่เขาสร้างขึ้นด้วยเวทมนตร์ เขาเปรียบเสมือนพระเจ้า
‘ถึงจะเอาให้ช็อกตายไม่ได้ แต่ทำให้สลบได้ด้วยความน่าจะเป็นที่สูงมาก’
ชายไร้นามทุ่มเทพลังเวทไปยังเป้าหมาย
เป้าหมายคือชายหนุ่มชาวเกาหลีผมทอง
ตอนนี้อันยุนซึงกำลังถูกเพื่อนร่วมทีมของเขาคุกคามอย่างหนัก ฮันเตอร์ระดับ S ลำดับที่ 4 ของเกาหลีคงเป็นห่วงเพื่อนสนิทจนไม่กล้าวิ่งหนีไปไหนแน่
ถ้าอย่างนั้น ฝั่งนี้ก็แค่แกล้งทำท่าสู้ถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ ให้เวลาที่สัมผัสกับกระบอกสถานะผิดปกติเพิ่มขึ้นก็พอ
นั่นคือแผนการที่จะทำลายค่าความต้านทานของเจ้าระดับ S นั่น...
‘เอ๊ะ?’
นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?
วินาทีที่สบตากับชายผมทอง ผู้ใช้สกิลกลับรู้สึกหน้ามืดเหมือนสติของตัวเองกำลังถูกดูดเข้าไปที่ไหนสักแห่ง
น่าตกใจที่การแทรกแซงทางจิตกลับสำเร็จภายในเวลาไม่กี่วินาที
ราวกับกำลังโจมตีพวกอ่อนหัดระดับ F ยังไงยังงั้น!
---
พื้นที่สีขาวโพลนที่ว่างเปล่า
ผู้ตื่นรู้ที่ขอเรียกว่า 'นักรับจ้างเบอร์ 2' เพื่อความสะดวก พอเห็นความว่างเปล่าสีขาวบริสุทธิ์นี้ก็มั่นใจในชัยชนะของตนทันที
อย่างที่บอกไปเมื่อครู่ ที่นี่พลังความสามารถในโลกความจริงไม่สำคัญเท่าไหร่
ต่อให้ระดับของเขาจะต่ำต้อยแค่ไหน แต่ที่นี่เขาสามารถเหยียบย่ำฮันเตอร์ระดับ S ได้ตามใจชอบ
“.......”
ชายหนุ่มชาวเกาหลีผมทองคงจะตกใจ เอาแต่กวาดตามองไปรอบๆ โดยไม่พูดไม่จา
ตอนนั้นเอง ผู้ตื่นรู้ชาวต่างชาติก็เอ่ยทักทายเป้าหมายของตน
“สับสนเหรอครับ?”
“ยังไงที่นี่เราก็มีเวลาเหลือเฟือ มาคุยกันหน่อยดีไหม”
“.......”
“เอาจริงๆ นะ ผมเพิ่งเคยรับมือกับระดับ S เป็นครั้งแรก ก็เลย... ค่อนข้างจะสงสัยน่ะครับ ในหลายๆ เรื่อง”
“.......”
“ถ้าตอบคำถามดีๆ ผมอาจจะบอกใบ้ให้ก็ได้ว่าต่อไปคุณจะโดนอะไรบ้าง”
แต่ก็นะ รับงานนี้มาเพราะความอยากรู้อยากเห็นครึ่งหนึ่ง แต่กลับน่าผิดหวังชะมัด
อุตส่าห์เกร็งแทบตายเพราะเห็นว่าเป็นฮันเตอร์ระดับ S ที่ไหนได้ ไม่มีความท้าทายในการเจาะเกราะป้องกันเลย จู่ๆ ก็แทรกแซงจิตใจสำเร็จเฉย
ทำไมจิตใจของพวกระดับท็อปถึงได้เปราะบางขนาดนี้นะ ถ้าระดับ S มีดีแค่นี้ ต่อไปรับงานแนวนี้ให้บ่อยขึ้นก็น่าจะดีมั้ง?
แล้วสักวัน พอเก็บเงินได้เยอะๆ ก็จะไปสร้างตึกที่ฮาวาย ใช้ชีวิตวัยเกษียณอย่างสุขสบาย
“ทำไมเงียบไปล่ะครับ ได้ยินที่ผมพูดใช่ไหม?”
ถึงสัญชาติของทั้งสองจะต่างกันชัดเจน แต่กิรยอกลับได้ยินภาษาของอีกฝ่ายเป็นภาษาเกาหลีอย่างน่าประหลาด
ทั้งที่ไม่มีฝ่ายไหนสวมเครื่องแปลภาษาของพิกซี่อยู่เลยแท้ๆ
ฮันเตอร์ระดับ S ลำดับที่ 4 ของเกาหลีจ้องมองหนุ่มฮิสแปนิกที่เป็นคนเปิดบทสนทนาเขม็ง ซึ่งสายตานั้นทำให้นักเวทแห่งอัลไลยักไหล่
“รู้สึกแปลกๆ ใช่ไหมล่ะ? ผมไม่รู้หรอกนะว่าความสามารถผู้ตื่นรู้ของคุณคืออะไร แต่ที่นี่คุณใช้มันไม่ได้หรอก อืม... เพราะอะไรรู้ไหม เพราะผมไม่ต้องการให้ใช้ไงล่ะ”
ชายผมทองตอบกลับ
“เหรอ?”
เป็นคำที่สั้นและห้วน
“ใช่ครับ ที่นี่ทุกอย่าง~ จะเป็นไปตามที่ผมคิด ในนี้ผมคือฮันเตอร์ระดับ S คือซูเปอร์ฮีโร่ ส่วนคุณก็เป็นแค่คนธรรมดาที่ไร้พลัง”
และในวินาทีนั้น
จู่ๆ กลางอากาศสีขาวโพลนก็มีน้ำสีฟ้าสาดกระเซ็นออกมา เหมือนกับที่เห็นในอควาเรียม
ผู้ตื่นรู้จากต่างแดนพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถเสกสรรสิ่งต่างๆ จากความว่างเปล่าได้
“เพราะฉะนั้นระวังคำพูดคำจาหน่อย... ไม่สิ ดิ้นรนขัดขืนให้เต็มที่เลยก็ได้ครับ ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่! การดิ้นรนของระดับ S เนี่ย”
ท่าทีของนักรับจ้างที่เคยดูขี้ขลาดตอนอยู่ข้างนอก กลับกลายเป็นโอหังอวดดี
ก็ช่วยไม่ได้
เพราะขอแค่ความสามารถนี้ทำงานได้สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นตัวตนแบบไหนที่ผ่านมาก็ต้องคุกเข่าให้เขาทันที
นี่คือพลังที่ทรงอานุภาพ เพียงแค่ผ่านด่านแรกไปได้ ก็สามารถย่ำยีใครก็ได้
ตอนนี้เหลือแค่ทรมานจิตใจฮันเตอร์ระดับ S ตรงหน้าให้สลบ แล้วหนีไปพร้อมกับเพื่อนร่วมทีม ภารกิจก็เสร็จสิ้น
เปาะ
เขาดีดนิ้ว สร้างมวลน้ำมหาศาลเทราดลงบนศีรษะของใครบางคน
...แต่ปฏิกิริยามันดูแปลกๆ
ชายผมทองคนนั้นโดนน้ำราดใส่หัวเต็มๆ แต่กลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย
คือเขาเอาแต่จ้องมองมาทางนี้โดยไม่กะพริบตาแม้แต่ข้างเดียวจริงๆ
“......?”
รอไปอีกไม่กี่วินาที เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
ชายที่จ้องมองมาทางนี้ตลอด จู่ๆ ก็เปลี่ยนท่าที
ปากแสยะยิ้ม ดวงตาหยีลง ราวกับบางสิ่งที่มีเพียงเปลือกนอกเป็นมนุษย์กำลังเลียนแบบสีหน้าการหัวเราะ
“ขอบใจนะ”
ประโยคต่อมาก็แปลกประหลาดไม่แพ้กัน
“หือ?”
“นายนี่ใช้เวทมนตร์ได้สิ้นคิดจริงๆ สกิลนี้มันคือการดึงเป้าหมายเข้ามาในจิตใจของตัวเอง ไม่ใช่การที่ทั้งสองฝ่ายไปเจอกันในโลกที่สามสักหน่อย”
“พูดอะไร...”
“เฮ้อ เอาจริงๆ ตอนโดนลอบกัดก็ตกใจแทบแย่ นึกไม่ถึงเลยว่านักฆ่าที่ส่งมาจะเป็นผู้ตื่นรู้ประเภทนี้”
“.......”
“หรือว่ายังไม่เข้าใจที่ฉันพูดอีก?”
รู้สึกขนลุกแปลกๆ
ผู้ตื่นรู้จากต่างแดนรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลในน้ำเสียงของอีกฝ่าย จนเผลอขมวดคิ้วออกมาโดยไม่รู้ตัว
แต่คิมกิรยอก็ยังคงรักษาสีหน้าเดิมไว้
“นายน่ะเป็นเจ้าของบ้านแท้ๆ แต่เมื่อกี้ดันเปิดประตูหน้าอ้าซ่า แล้วเชิญคนเข้ามาเองนะ”
ติ๋ง ติ๋ง
ถึงแม้หยดน้ำจากเส้นผมจะไหลผ่านดวงตา แต่เขาก็ยังคงรอยยิ้มไว้โดยไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย