Cover

192

ด้วยเหตุนี้ ฉันกับนักวิจัยคนนั้นจึงเดินออกจากสถานีตำรวจและมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารเวียดนามในละแวกใกล้เคียง

“เอาล่ะ ในเมื่อออกมาข้างนอกแล้ว ผมขอถามอะไรสักอย่างนะครับ”

“คะ?”

“ผมมีสกิลที่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของคุณได้ แต่เสียดายที่กฎหมายที่นี่ระบุว่าถ้าใช้ความสามารถของผู้ตื่นรู้กับคนธรรมดาจะมีโทษถึงขั้นนอนคุกน่ะครับ”

“อ้อ...”

“แต่ในประมวลกฎหมายเขียนไว้ว่าห้าม ‘ใช้ความสามารถโดยไม่ได้รับความยินยอม’ นี่ครับ งั้นถ้าผู้เสียหายเป็นคนแสดงเจตจำนงเองก่อนก็คงไม่เป็นไรใช่ไหม?”

“คะ?”

“เพราะงั้น ช่วยยินยอมหน่อยได้ไหมครับ?”

ปิ๊บ

หลังจากนั้นฉันก็เปิดฟังก์ชันบันทึกเสียงในโทรศัพท์มือถือ

ไม่นานนักก็ตามมาด้วยคำยินยอมของชาวโลกและการร่ายเวท

ทว่าในขั้นตอนนี้ ฉันกลับได้รับผลการตัดสินที่คาดไม่ถึง

“อะไรกัน”

นักวิจัยคนนี้พูดความจริงทั้งหมด

เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นเรื่องราวก็จะเริ่มซับซ้อนขึ้นแล้ว

ถ้าไม่ใช่การใส่ร้ายเพราะเรื่องชู้สาวของแอนตี้แฟนโรคจิต แล้วตกลงใครกันแน่ที่เป็นผู้บงการตัวจริง และเจตนาของมันคืออะไร

ใบหน้าแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวทันทีคือ บรู๊คลิน มอร์แกน ฮันเตอร์ระดับ S ชาวต่างชาติคนนั้น

ยัยผู้หญิงที่จู่ๆ ก็เร่งพลังเวทใส่ฉันโดยอ้างว่าฉันดูเหมือนระดับ S ตัวปลอมทั้งที่ไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรกันมาก่อน ถ้าเป็นยัยนั่นก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะก่อเรื่องแบบนี้ เพียงเพราะเหตุผลว่า ‘อยากตรวจสอบพลังของฉัน’

แถมในห้องแชทก็บอกว่าผู้ว่าจ้างใช้ภาษาอังกฤษด้วย

แต่ถ้าสมมติว่าตัวต้นเหตุคือบรู๊คลินจริงๆ...

การที่นักวิจัยตรงหน้าฉันเข้ามาพัวพันกับคดีนี้ มันก็ดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย

‘อืม’

จะบอกว่าแค่ปลอมแปลงสถานะ ผู้ว่าจ้างปริศนาคนนั้นก็รูข้อมูลของนักวิจัยคนนี้มากเกินไป

“นี่คุณครับ ผมมีเรื่องสงสัยนิดหน่อย”

“ค่ะ”

“ไม่ทราบว่าคุณเคยบอกคนอื่นเรื่องที่ผมปฏิเสธคำร้องขอจ้างวานคุ้มกันในวันนั้นบ้างไหมครับ?”

นักวิจัยตอบคำถามนี้ทันที

เธอบอกว่าเป็นเรื่องที่รู้กันทั่วทั้งทีมโปรเจกต์ เพราะต้องแจ้งให้ทางสถาบันทราบอย่างชัดเจนว่าการจ้างวาน คิมกิรยอ ล้มเหลว ถึงจะดำเนินการติดต่อคนต่อไปได้

“หืม?”

แต่ในตอนนั้นเอง ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว

‘จะว่าไป มนุษย์คนนี้’

— ฮันเตอร์คิมกิรยอเนี่ยนะ... แถมตัวจริงนิสัยยังดีมากๆ อีกด้วย...

ฉันหวนนึกถึงประโยคในอดีตที่นักวิจัยคนหนึ่งเคยพูดไว้

‘ลองคิดดูดีๆ เหตุผลที่คนคนนั้นดั้นด้นมาหาฉัน ก็เพราะได้รับ ‘คำแนะนำจากใครบางคน’ ไม่ใช่หรือไง?’

ไม่ใช่ที่ 1 และไม่ใช่ที่ 2

แต่จงใจเลือกอันดับ 9 ที่หน้าตาดูดุร้ายคนนี้ให้มาเป็นผู้ปกครอง

ยังดีที่ความสามารถของไอ้เบ๊ที่ชื่อ อัลไล นั่นเป็นสิ่งที่ฉันรับมือได้โดยบังเอิญ ถ้าพลาดพลั้งไป การลอบโจมตีที่ อควาเรียม ในครั้งนี้อาจกลายเป็นอาชญากรรมร้ายแรงที่ทำให้เกิดความพิการถาวรได้เลย

เพราะฉะนั้นในเมื่อเกิดข้อสงสัยแล้ว ก็ควรจะพิสูจน์ให้กระจ่างและไม่ปล่อยผ่านไปจะดีกว่า

“ด็อกเตอร์ครับ”

ฉันเอ่ยคำเรียกแทนตัวชาวโลกตรงหน้า แล้วพูดประโยคถัดไป

ดูเหมือนว่าฉัน คงต้องขอไปพบคุณพ่อของคุณหน่อยแล้วล่ะ

---

ป่านนี้ไอ้เบ๊ต่างชาติที่จ้างมาจะเป็นยังไงบ้างนะ?

‘ระบุระยะเวลาไว้ในสัญญาแล้ว ป่านนี้คงเริ่มลงมือทำไปแล้วมั้ง แม้จะฝืนใจก็เถอะ’

ภายในห้องอันเงียบสงบ

ชายชราผู้มีร่างกายกำยำล่ำสันซึ่งบ่งบอกว่าได้รับสารอาหารชั้นดีมาอย่างต่อเนื่อง กำลังนั่งพักผ่อนอยู่บนโซฟา

เขาคือ โกบยองโด ประธานสมาคมฮันเตอร์

“อืม”

มาถึงขั้นนี้จะปิดบังไปทำไม

ความจริงแล้วผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดก็คือโกบยองโดคนนี้นี่แหละ ซึ่งเขาคาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าคนที่มีจุดบกพร่องเต็มไปหมดอย่าง อัลไล จะต้องทำงานพลาด

แน่นอนว่าถ้าสามารถทำให้คิมกิรยอบาดเจ็บได้ตามสัญญาก็ถือว่าเป็นเรื่องดี

แต่แผนการที่แท้จริงของเขา จะเริ่มขึ้นเมื่อชาวต่างชาติพวกนั้นถูกตำรวจจับต่างหาก

‘น่าหงุดหงิดชะมัดที่รู้ผลลัพธ์ทันทีไม่ได้’

อัลไล, นักวิจัยตระกูลคิม, และพ่อของนักวิจัย คิมบอมชิก

หากแยกผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้ออกจากกันทีละคน อาจดูเหมือนไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ความจริงแล้วเบื้องหลังนั้นซ่อนความจริงที่ว่า ‘โกบยองโดและคิมบอมชิกเป็นญาติกัน’ เอาไว้

===================

1. คิมกิรยอจะไม่ทำร้ายร่างกายโกบยองโดและครอบครัวของเขาโดยเจตนา

===================

นี่คือความพยายามฆ่าทางอ้อมโดยเล็งผลไปที่การฉีกสัญญา

เพราะโดยปกติแล้ว การทำสัญญาในลักษณะนี้มักจะแฝงอันตรายแบบนี้ไว้เสมอ

ครอบครัว

สำหรับพวกมนุษย์ต่างดาวอาจจะเข้าใจว่าหมายถึงแค่ทายาทสายตรงอย่างพ่อแม่ลูก แต่ความจริงแล้วในประเทศที่แนวคิดเรื่องความเป็นชุมชนยังคงเข้มข้นอย่างเกาหลี คำนี้มักจะรวมไปถึงญาติสนิทด้วย

สรุปง่ายๆ ก็คือ พี่น้องของพ่อแม่ หรือลูกสาวของพี่น้องเหล่านั้น ก็มักจะถูกนับว่าเป็นครอบครัว

ดังนั้น โกบยองโดจึงใช้นักวิจัยคนหนึ่งเป็นเครื่องมือ

“อืม”

คนที่เป่าหูคิมบอมชิกด้วยข่าวลือมั่วๆ ว่าฮันเตอร์คิมกิรยอเหมาะกับงานคุ้มกัน ก็คือโกบยองโด

คนที่ปิดบังเบอร์ติดต่อของคิมกิรยอ ทำให้นักวิจัยต้องดั้นด้นไปติดต่อด้วยตัวเองในที่สุด ก็คือโกบยองโด

หากไล่เรียงดูแล้ว ทุกอย่างล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากเขาทั้งสิ้น

ตอนที่จ้างวานพวกรับจ้างต่างชาติ ท่านประธานสมาคมระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้ตัวตนของเขาถูกเปิดเผยในงานนี้

หมายความว่าเขาได้จัดฉากให้ผู้เสียหายผู้บริสุทธิ์คนหนึ่งกลายเป็นผู้ว่าจ้างแทน

และถ้าหากการจัดฉากนี้ทำให้คิมกิรยอเข้าใจผิดว่านักวิจัยเป็นคนร้าย แล้วเผลอลงไม้ลงมือด้วยความโกรธที่ตัวเองได้รับความเสียหายล่ะก็

‘ก็เตรียมตัวลงนรกได้เลย’

คิมกิรยออาจตายคาที่จากการไปแตะต้องครอบครัวของใครบางคนที่ตัวเองไม่รู้จักด้วยซ้ำ

‘ถึงนิสัยจะดูหยิ่งยโสไม่เห็นหัวใคร แต่ก็น่าจะได้รับการศึกษาภาคบังคับมาบ้าง คงไม่ถึงกับปล่อยหมัดใส่ง่ายๆ หรอกมั้ง...’

แน่นอนว่าเขาไม่ได้คิดว่าการสวมรอยแค่ครั้งเดียวนี้จะทำให้ทุกอย่างราบรื่นไปทั้งหมด

บางทีคงต้องทำซ้ำๆ แบบนี้อีกหลายครั้ง จนกว่าคิมกิรยอจะผูกใจเจ็บกับด็อกเตอร์คนนั้น หรือก็คือครอบครัวของเขา—ที่แม้แต่ชื่อก็ยังจำสลับกันบ้างเป็นบางที

‘ไอ้เวรตะไลนั่น’

กรอด

ประธานสมาคมฮันเตอร์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอีกครั้งเมื่อนึกถึงใบหน้าของใครบางคน

‘ไอ้หมอนั่นมันเลวมาตั้งแต่โหงวเฮ้งแล้ว! ฉันกะแล้วเชียว’

ไอ้สิบแปดมงกุฎที่ฉกเงิน 3 พันล้านวอนอันมีค่าไป

มาถึงขั้นนี้เงินไม่ใช่ปัญหาแล้ว แต่มันเสียศักดิ์ศรี ต่อให้ต้องใช้ญาติห่างๆ ที่แทบไม่ได้ติดต่อกันเป็นเครื่องมือ ฉันก็จะลงโทษมันให้ได้

ความประทับใจแรก, หน้าตา, คำพูด, และการกระทำที่บังอาจข่มขู่ผู้นำองค์กร

ฮันเตอร์ที่ชื่อคิมกิรยอมีแต่จุดที่ไม่น่าพอใจเต็มไปหมด

และความรู้สึกต่อต้านที่สั่งสมมานี้ ก็กลายเป็นปัจจัยที่สร้างความมั่นใจให้กับท่านประธานสมาคมในทันที

เพราะโกบยองโดปักใจเชื่อไปแล้วว่า คนนิสัยเสียพรรค์นั้นต้องกล้าต้มตุ๋นหลอกลวงเรื่องระดับพลังของตัวเองอย่างแน่นอน

แถมเมื่อพิจารณาจากความเป็นจริง การตัดสินใจของประธานสมาคมดันแม่นยำเสียด้วย

“ไอหยา, 5 โมงแล้วเหรอเนี่ย? วันนี้รีบเก็บของกลับดีกว่า ตอนเย็นฉันมีนัด”

เขาเหลือบมองนาฬิกาบนผนังแล้วลุกขึ้นจากที่นั่ง

จากนั้นจึงพาเหล่าบอดี้การ์ดเดินลงไปที่ลานจอดรถของสมาคมเพื่อเตรียมเลิกงาน

ไม่สิ ต้องบอกว่า ตั้งใจ จะลงไปมากกว่า

“หือ?”

แต่ทว่าในจังหวะนั้น

ที่อีกฟากของทางเดินที่พวกเขากำลังเดินอยู่ มีใครบางคนเดินสวนเข้ามา

ตึก, ตึก, ตึก

ชายหนุ่มที่ปรากฏในครรลองสายตาคือใบหน้าที่คนเกาหลีคุ้นเคยกันดี

นักล่ารูปลักษณ์ทันสมัยที่โดดเด่นด้วยท่าทางการเดินที่สุขุมและการแต่งกายที่เนี้ยบกริบ

“อ้าว? ฮันเตอร์คิมกิรยอ?”

เลขาฯ ของสถาบันที่อยู่ในกลุ่มผู้ติดตามจำเขาได้จึงเอ่ยทักทายก่อน

ชายหนุ่มผมทองตอบรับด้วยการผงกศีรษะเบาๆ ก่อนจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา

“สวัสดีครับ ท่านประธานสมาคมโกบยองโด”

สิ่งที่เอ่ยออกมาหลังจากนั้นคือคำทักทายอันราบเรียบของคิมกิรยอ

“อ้อ ครับ ไม่เจอกันนานเลยนะ พ่อหนุ่มกิรยอ”

“นั่นสินะครับ”

“ว่าแต่มาทำอะไรที่นี่ล่ะครับ? หรือว่าวันนี้มีธุระอะไรที่สมาคม?”

ชิ

ตายยากตายเย็นจริงนะแก ยังอยู่ดีมีสุขครบสามสิบสองเลยนี่หว่า

โกบยองโดรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายร่างกายปกติดี

แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องแค่นี้ก็อยู่ในคาดการณ์ เขาจึงไม่ได้ตื่นตระหนกอะไรมากนัก ทว่าคำพูดต่อมาของคิมกิรยอทำให้เขาต้องหันขวับกลับมามอง

“จะเรียกว่ามีธุระก็ไม่เชิง... แค่สงสัยว่าท่านประธานสมาคมไม่มีอะไรจะพูดกับผมบ้างเหรอครับ”

“ครับ?”

“บอกไว้ก่อนนะครับว่าผมเพิ่งไปเจอคุณคิมบอมชิกมา และรู้แล้วด้วยว่าคนคนนั้นเป็นญาติของคุณ”

ดวงตาที่มีพื้นที่ตาขาวด้านล่างเยอะกว่าปกติ

เมื่ออีกฝ่ายจ้องมองมาด้วยสายตาเย็นชา โกบยองโดจึงตอบกลับอย่างทองไม่รู้ร้อนว่าแล้วมันทำไม

“หือ? ญาติฉัน? แล้วยังไงครับ?”

ทันใดนั้น ประโยคธรรมดานั้นก็ได้รับคำตอบที่เฉียบคมสวนกลับมา

“──แล้วยังไงบ้าบออะไรล่ะ วะ เฮ้ย ไอ้สารเลวนี่ พูดขนาดนี้แล้วยังจะทำไขสือไม่รู้อีกเรอะ...”

จู่ๆ อีกฝ่ายก็เริ่มระเบิดอารมณ์ สบถคำหยาบและพูดจาไม่มีหางเสียงใส่

กล้าดียังไงกับผู้อาวุโสที่อายุมากกว่าตัวเองถึง 2 เท่า!

แต่หากพิจารณาสถานการณ์ให้ดี การที่กิรยอแสดงท่าทีแบบนั้นก็มีเหตุผลอยู่

อย่างที่บอกไป ผู้อาวุโสคนนี้ก้าวล่วงเส้นที่ไม่ควรข้ามไปแล้ว ไม่ใช่หรือไง จะให้มานั่งรักษามารยาทกันทำไม?

“เป็นถึงประธานสมาคม แต่กลับทำเรื่องพรรค์นั้นเพียงเพราะอยากจะทำลาย [สัญญาอัศวิน] เนี่ยนะ?!”

จากคำพูดนี้แสดงให้เห็นว่า มหาจอมเวทผู้นี้ได้รับรู้ความจริงของคดีอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นการอุปนัยหรืออะไรก็ตาม สำหรับวิญญาณที่มีอาชีพหลักเป็นนักวิชาการ กระบวนการอนุมานหาคำตอบที่ซ่อนอยู่ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย

“เดี๋ยวก่อนครับ ฮันเตอร์คิมกิรยอ ตอนนี้คุณกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่?”

แถมมหาจอมเวทยังมีอาวุธร้ายกาจที่จะช่วยพิสูจน์สมมติฐานของตนเองอีกด้วย

“จู่ๆ ก็บุกมาแล้วกล่าวหาว่าผมทำไขสือบ้างอะไรบ้าง พูดอะไรที่คนเขาไม่รู้เรื่องแบบนี้ ผมละงงจริงๆ”

“ว่าไงนะ?”

“คิมบอมชิกคนนั้นเป็นญาติของผมก็จริง แต่แล้วมันทำไมหรือครับ? ไปได้ยินอะไรมาถึงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้?”

ประธานโกบยองโดแก้ต่างด้วยน้ำเสียงสุภาพและท่าทีสุขุม

แต่ยิ่งทำแบบนั้น ฮันเตอร์ระดับ S บางคนก็ยิ่งความดันพุ่งปรี๊ด

‘สงสัยตะหงิดๆ อยู่แล้วเชียว เป็นเรื่องจริงทั้งหมดสินะ! ไอ้ชาวโลกนี่ มันใช้ญาติของตัวเองเพื่อจะฆ่าฉันจริงๆ ด้วย...!’

เพราะทางนี้กิน [บลูเชลล์] มาตั้งแต่ก่อนเข้าตึกแล้วไงล่ะ!

เขาใช้พลังของสารกระตุ้นเทียมที่กินเข้าไป เลียนแบบความสามารถของอุปกรณ์เวทอย่าง [ยุสติเทีย] บางส่วน

นั่นคือการใช้เวทมนตร์แยกแยะความจริงและคำโกหก

เขาใช้เทคนิคนี้สอบสวนผู้เกี่ยวข้องในคดีทีละคน จนกระทั่งได้รับคำโกหกที่แทบจะเป็นคำสารภาพจากปากของโกบยองโดตรงหน้า

‘สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยสักนิด แกล้งโง่หน้าตาเฉยเลยเรอะ...!’

ถึงอย่างนั้น ประธานสมาคมฮันเตอร์ก็ยังปฏิเสธเสียงแข็งเหมือนงูเลื้อยหนี

ไม่ว่าจะพูดถึงเรื่องญาติ หรือพูดถึงเรื่องอัลไล เขาก็ตอบแบบไม่รู้ไม่ชี้ว่าตัวเองไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น

“ทั้งที่น่าจะรู้สึกได้แล้วแท้ๆ ว่าฉันรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังจะมาไม้นี้อีกงั้นเหรอครับ?”

ชาวโลกเฒ่าตอบสนองต่อคำถามของอีกฝ่ายด้วยท่าทีสบายๆ

“พับผ่าสิ ไปได้ยินอะไรมากันแน่ถึงได้มาหาเรื่องกันแบบนี้เนี่ย~”

นั่นก็เพราะ ท่านประธานสมาคมไม่ได้เกรงกลัวฮันเตอร์ระดับ S ตรงหน้าอีกต่อไปแล้ว

“เอาเป็นว่าผมไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น แถมต่อให้สิ่งที่อยู่ในหัวของพ่อหนุ่มกิรยอเป็นเรื่องจริงแล้วมันจะเปลี่ยนอะไรได้ครับ?”

“อะไรนะ?”

“ไม่ต้องถึงมือลูกสาวของคิมบอมชิกหรอก ถ้าไล่เรียงกันดูแล้ว ตัวผมที่ยืนหัวโด่ต่อหน้าคุณอยู่นี่ก็ถือว่าอยู่ในสถานะเดียวกันนั่นแหละ”

“....”

“ฮันเตอร์กิรยอของเราคงจะลงมือทำอะไรไม่ได้ใช่ไหมล่ะครับ”

“....”

“ต่อให้จะโกรธแค่ไหน หรือโดนกระทำอย่างไม่ยุติธรรมยังไงก็ตาม”

ใช่แล้ว

ตามสามัญสำนึก [สัญญาอัศวิน] คือคำสัญญาที่ใครก็ไม่อาจละเมิดได้

แล้วไอ้หัวทองตรงหน้านี่ดันไปสัญญาในเอกสารนั่นว่าจะไม่ทำร้ายเขาไปตลอดชีวิต แล้วไอ้กระจอกนั่นจะทำอะไรได้?

พอมองย้อนกลับไปตอนนี้ ก็อดคิดไม่ได้ว่าหมอนั่นคงหน้ามืดตามัวเพราะเงินจนเซ็นสัญญาไปโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง

3 พันล้าน

ผู้ชายคนนั้นตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบฝ่ายเดียวเพราะเงินจำนวนจ้อยร่อยนั่น

‘จริงๆ ก็มีวิธีไปขอให้คนอย่าง คังชางโฮ ช่วยอยู่หรอกนะ’

ถ้าเป็นตอนนั้น ก็แค่แฉความลับของมันให้ระดับ S ที่มาหาฟังซะก็สิ้นเรื่อง

‘ดูซิว่าถ้าคนอื่นรู้ว่าแกเป็นพวกต้มตุ๋น จะยังมีใครคบค้าสมาคมกับแกอยู่อีกไหม’

แต่ในขณะที่โกบยองโดกำลังเหยียดยิ้มเยาะที่มุมปาก ชายหนุ่มผมทองก็เอ่ยขึ้น

“...ประธานโกบยองโด จู่ๆ ก็ทำแบบนี้กับผม เหตุผลคืออะไรครับ?”

อย่างน้อยก็รู้แล้วว่าประธานสมาคมคือคนร้าย แต่ทางนี้ยังไม่รู้ว่าเขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร

ทว่าคำตอบของโกบยองโดคือ

“นั่นสินะครับ ลองใช้หัวสมองอันชาญฉลาดนั่นคิดเอาเองดูสิครับ?”

“....”

“คนระดับท่านที่ไม่ยอมรับคำสั่งจากคนไม่มีความรู้อย่างพวกเราแม้จะเกิดดันเจี้ยนเบรก จะมาถามทำไมกัน”

ประธานสมาคมทิ้งไว้เพียงคำเยาะเย้ย แล้วเดินจากไปโดยทิ้งกิรยอไว้

จากการกระทำที่ผ่านมา คิมกิรยอมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นผู้ตื่นรู้ระดับ A ที่ใกล้เคียงระดับ S มากที่สุด แต่ในเมื่อมีสัญญาอัศวินค้ำคออยู่ เขาจึงคิดว่าต่อให้ทำตัวหยาบคายใส่ก็ไม่เป็นไร

แต่ปัญหาก็คือ

‘อืม’

มนุษย์ต่างดาวตนนี้ไม่ได้หลอกท่านประธานแค่เรื่องเดียว

‘ฆ่าไอ้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวนี้ทิ้งดีไหมนะ...’

[สัญญาอัศวิน]

ความจริงแล้วสิ่งนั้นไม่มีผลอะไรเลยกับมหาจอมเวท

แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่อยู่ในสถานะที่จะทำร้ายคู่สัญญาอย่างโจ่งแจ้งได้

เพราะตำแหน่งประธานสมาคมฮันเตอร์เป็นตำแหน่งที่ใหญโตเอาเรื่องทีเดียว

บอดี้การ์ดที่พามาด้วยเป็นระดับ A ถึง 2 คน แถมยังพกอุปกรณ์เวทสำหรับหลบหนีติดตัวตลอดเวลา

แล้วหลังจากนี้ควรจะทำยังไงดี

ผู้ตื่นรู้ระดับล่างที่เป็นผู้อ่อนแอ มีแต่ต้องยอมจำนนอย่างไร้ทางสู้ให้กับอันธพาลที่ใช้ญาติเป็นเครื่องมือฆ่าคนอย่างนั้นหรือ?

‘ทำไมท่าทีของไอ้ชาวโลกนั่นถึงเปลี่ยนเป็นก้าวร้าวปุบปับแบบนั้นนะ?’

ดูจากเรื่องที่วิหารรากษสก็พอจะรู้ว่า กิรยอมีนิสัยที่ค่อนข้างห่างไกลจากคำว่าเมตตาปรานี

แถมถ้าเป็นตัวตนที่มีแนวโน้มจะสร้างความเสียหายให้อย่างต่อเนื่องหากปล่อยไว้ ก็ยิ่งควรรีบกำจัดทิ้งโดยเร็ว

“เฮ้อ”

ชายหนุ่มที่ถูกทิ้งไว้กลางทางเดินกลอกตาไปมาพลางครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา

‘...เออ ก็ได้วะ เรื่องไอ้ขี้ฟ้องโดนล้อ มันก็แค่เรื่องสมัยเด็กเท่านั้นแหละ’

อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะไม่ใช้วิธีต้องห้ามนี้แล้วเชียว

จากนั้นเสียงรอสายก็ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงอันสดใสของใครบางคน

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

192

20px

ด้วยเหตุนี้ ฉันกับนักวิจัยคนนั้นจึงเดินออกจากสถานีตำรวจและมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารเวียดนามในละแวกใกล้เคียง

“เอาล่ะ ในเมื่อออกมาข้างนอกแล้ว ผมขอถามอะไรสักอย่างนะครับ”

“คะ?”

“ผมมีสกิลที่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของคุณได้ แต่เสียดายที่กฎหมายที่นี่ระบุว่าถ้าใช้ความสามารถของผู้ตื่นรู้กับคนธรรมดาจะมีโทษถึงขั้นนอนคุกน่ะครับ”

“อ้อ...”

“แต่ในประมวลกฎหมายเขียนไว้ว่าห้าม ‘ใช้ความสามารถโดยไม่ได้รับความยินยอม’ นี่ครับ งั้นถ้าผู้เสียหายเป็นคนแสดงเจตจำนงเองก่อนก็คงไม่เป็นไรใช่ไหม?”

“คะ?”

“เพราะงั้น ช่วยยินยอมหน่อยได้ไหมครับ?”

ปิ๊บ

หลังจากนั้นฉันก็เปิดฟังก์ชันบันทึกเสียงในโทรศัพท์มือถือ

ไม่นานนักก็ตามมาด้วยคำยินยอมของชาวโลกและการร่ายเวท

ทว่าในขั้นตอนนี้ ฉันกลับได้รับผลการตัดสินที่คาดไม่ถึง

“อะไรกัน”

นักวิจัยคนนี้พูดความจริงทั้งหมด

เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นเรื่องราวก็จะเริ่มซับซ้อนขึ้นแล้ว

ถ้าไม่ใช่การใส่ร้ายเพราะเรื่องชู้สาวของแอนตี้แฟนโรคจิต แล้วตกลงใครกันแน่ที่เป็นผู้บงการตัวจริง และเจตนาของมันคืออะไร

ใบหน้าแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวทันทีคือ บรู๊คลิน มอร์แกน ฮันเตอร์ระดับ S ชาวต่างชาติคนนั้น

ยัยผู้หญิงที่จู่ๆ ก็เร่งพลังเวทใส่ฉันโดยอ้างว่าฉันดูเหมือนระดับ S ตัวปลอมทั้งที่ไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรกันมาก่อน ถ้าเป็นยัยนั่นก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะก่อเรื่องแบบนี้ เพียงเพราะเหตุผลว่า ‘อยากตรวจสอบพลังของฉัน’

แถมในห้องแชทก็บอกว่าผู้ว่าจ้างใช้ภาษาอังกฤษด้วย

แต่ถ้าสมมติว่าตัวต้นเหตุคือบรู๊คลินจริงๆ...

การที่นักวิจัยตรงหน้าฉันเข้ามาพัวพันกับคดีนี้ มันก็ดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย

‘อืม’

จะบอกว่าแค่ปลอมแปลงสถานะ ผู้ว่าจ้างปริศนาคนนั้นก็รูข้อมูลของนักวิจัยคนนี้มากเกินไป

“นี่คุณครับ ผมมีเรื่องสงสัยนิดหน่อย”

“ค่ะ”

“ไม่ทราบว่าคุณเคยบอกคนอื่นเรื่องที่ผมปฏิเสธคำร้องขอจ้างวานคุ้มกันในวันนั้นบ้างไหมครับ?”

นักวิจัยตอบคำถามนี้ทันที

เธอบอกว่าเป็นเรื่องที่รู้กันทั่วทั้งทีมโปรเจกต์ เพราะต้องแจ้งให้ทางสถาบันทราบอย่างชัดเจนว่าการจ้างวาน คิมกิรยอ ล้มเหลว ถึงจะดำเนินการติดต่อคนต่อไปได้

“หืม?”

แต่ในตอนนั้นเอง ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว

‘จะว่าไป มนุษย์คนนี้’

— ฮันเตอร์คิมกิรยอเนี่ยนะ... แถมตัวจริงนิสัยยังดีมากๆ อีกด้วย...

ฉันหวนนึกถึงประโยคในอดีตที่นักวิจัยคนหนึ่งเคยพูดไว้

‘ลองคิดดูดีๆ เหตุผลที่คนคนนั้นดั้นด้นมาหาฉัน ก็เพราะได้รับ ‘คำแนะนำจากใครบางคน’ ไม่ใช่หรือไง?’

ไม่ใช่ที่ 1 และไม่ใช่ที่ 2

แต่จงใจเลือกอันดับ 9 ที่หน้าตาดูดุร้ายคนนี้ให้มาเป็นผู้ปกครอง

ยังดีที่ความสามารถของไอ้เบ๊ที่ชื่อ อัลไล นั่นเป็นสิ่งที่ฉันรับมือได้โดยบังเอิญ ถ้าพลาดพลั้งไป การลอบโจมตีที่ อควาเรียม ในครั้งนี้อาจกลายเป็นอาชญากรรมร้ายแรงที่ทำให้เกิดความพิการถาวรได้เลย

เพราะฉะนั้นในเมื่อเกิดข้อสงสัยแล้ว ก็ควรจะพิสูจน์ให้กระจ่างและไม่ปล่อยผ่านไปจะดีกว่า

“ด็อกเตอร์ครับ”

ฉันเอ่ยคำเรียกแทนตัวชาวโลกตรงหน้า แล้วพูดประโยคถัดไป

ดูเหมือนว่าฉัน คงต้องขอไปพบคุณพ่อของคุณหน่อยแล้วล่ะ

---

ป่านนี้ไอ้เบ๊ต่างชาติที่จ้างมาจะเป็นยังไงบ้างนะ?

‘ระบุระยะเวลาไว้ในสัญญาแล้ว ป่านนี้คงเริ่มลงมือทำไปแล้วมั้ง แม้จะฝืนใจก็เถอะ’

ภายในห้องอันเงียบสงบ

ชายชราผู้มีร่างกายกำยำล่ำสันซึ่งบ่งบอกว่าได้รับสารอาหารชั้นดีมาอย่างต่อเนื่อง กำลังนั่งพักผ่อนอยู่บนโซฟา

เขาคือ โกบยองโด ประธานสมาคมฮันเตอร์

“อืม”

มาถึงขั้นนี้จะปิดบังไปทำไม

ความจริงแล้วผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดก็คือโกบยองโดคนนี้นี่แหละ ซึ่งเขาคาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าคนที่มีจุดบกพร่องเต็มไปหมดอย่าง อัลไล จะต้องทำงานพลาด

แน่นอนว่าถ้าสามารถทำให้คิมกิรยอบาดเจ็บได้ตามสัญญาก็ถือว่าเป็นเรื่องดี

แต่แผนการที่แท้จริงของเขา จะเริ่มขึ้นเมื่อชาวต่างชาติพวกนั้นถูกตำรวจจับต่างหาก

‘น่าหงุดหงิดชะมัดที่รู้ผลลัพธ์ทันทีไม่ได้’

อัลไล, นักวิจัยตระกูลคิม, และพ่อของนักวิจัย คิมบอมชิก

หากแยกผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้ออกจากกันทีละคน อาจดูเหมือนไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ความจริงแล้วเบื้องหลังนั้นซ่อนความจริงที่ว่า ‘โกบยองโดและคิมบอมชิกเป็นญาติกัน’ เอาไว้

===================

1. คิมกิรยอจะไม่ทำร้ายร่างกายโกบยองโดและครอบครัวของเขาโดยเจตนา

===================

นี่คือความพยายามฆ่าทางอ้อมโดยเล็งผลไปที่การฉีกสัญญา

เพราะโดยปกติแล้ว การทำสัญญาในลักษณะนี้มักจะแฝงอันตรายแบบนี้ไว้เสมอ

ครอบครัว

สำหรับพวกมนุษย์ต่างดาวอาจจะเข้าใจว่าหมายถึงแค่ทายาทสายตรงอย่างพ่อแม่ลูก แต่ความจริงแล้วในประเทศที่แนวคิดเรื่องความเป็นชุมชนยังคงเข้มข้นอย่างเกาหลี คำนี้มักจะรวมไปถึงญาติสนิทด้วย

สรุปง่ายๆ ก็คือ พี่น้องของพ่อแม่ หรือลูกสาวของพี่น้องเหล่านั้น ก็มักจะถูกนับว่าเป็นครอบครัว

ดังนั้น โกบยองโดจึงใช้นักวิจัยคนหนึ่งเป็นเครื่องมือ

“อืม”

คนที่เป่าหูคิมบอมชิกด้วยข่าวลือมั่วๆ ว่าฮันเตอร์คิมกิรยอเหมาะกับงานคุ้มกัน ก็คือโกบยองโด

คนที่ปิดบังเบอร์ติดต่อของคิมกิรยอ ทำให้นักวิจัยต้องดั้นด้นไปติดต่อด้วยตัวเองในที่สุด ก็คือโกบยองโด

หากไล่เรียงดูแล้ว ทุกอย่างล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากเขาทั้งสิ้น

ตอนที่จ้างวานพวกรับจ้างต่างชาติ ท่านประธานสมาคมระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้ตัวตนของเขาถูกเปิดเผยในงานนี้

หมายความว่าเขาได้จัดฉากให้ผู้เสียหายผู้บริสุทธิ์คนหนึ่งกลายเป็นผู้ว่าจ้างแทน

และถ้าหากการจัดฉากนี้ทำให้คิมกิรยอเข้าใจผิดว่านักวิจัยเป็นคนร้าย แล้วเผลอลงไม้ลงมือด้วยความโกรธที่ตัวเองได้รับความเสียหายล่ะก็

‘ก็เตรียมตัวลงนรกได้เลย’

คิมกิรยออาจตายคาที่จากการไปแตะต้องครอบครัวของใครบางคนที่ตัวเองไม่รู้จักด้วยซ้ำ

‘ถึงนิสัยจะดูหยิ่งยโสไม่เห็นหัวใคร แต่ก็น่าจะได้รับการศึกษาภาคบังคับมาบ้าง คงไม่ถึงกับปล่อยหมัดใส่ง่ายๆ หรอกมั้ง...’

แน่นอนว่าเขาไม่ได้คิดว่าการสวมรอยแค่ครั้งเดียวนี้จะทำให้ทุกอย่างราบรื่นไปทั้งหมด

บางทีคงต้องทำซ้ำๆ แบบนี้อีกหลายครั้ง จนกว่าคิมกิรยอจะผูกใจเจ็บกับด็อกเตอร์คนนั้น หรือก็คือครอบครัวของเขา—ที่แม้แต่ชื่อก็ยังจำสลับกันบ้างเป็นบางที

‘ไอ้เวรตะไลนั่น’

กรอด

ประธานสมาคมฮันเตอร์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอีกครั้งเมื่อนึกถึงใบหน้าของใครบางคน

‘ไอ้หมอนั่นมันเลวมาตั้งแต่โหงวเฮ้งแล้ว! ฉันกะแล้วเชียว’

ไอ้สิบแปดมงกุฎที่ฉกเงิน 3 พันล้านวอนอันมีค่าไป

มาถึงขั้นนี้เงินไม่ใช่ปัญหาแล้ว แต่มันเสียศักดิ์ศรี ต่อให้ต้องใช้ญาติห่างๆ ที่แทบไม่ได้ติดต่อกันเป็นเครื่องมือ ฉันก็จะลงโทษมันให้ได้

ความประทับใจแรก, หน้าตา, คำพูด, และการกระทำที่บังอาจข่มขู่ผู้นำองค์กร

ฮันเตอร์ที่ชื่อคิมกิรยอมีแต่จุดที่ไม่น่าพอใจเต็มไปหมด

และความรู้สึกต่อต้านที่สั่งสมมานี้ ก็กลายเป็นปัจจัยที่สร้างความมั่นใจให้กับท่านประธานสมาคมในทันที

เพราะโกบยองโดปักใจเชื่อไปแล้วว่า คนนิสัยเสียพรรค์นั้นต้องกล้าต้มตุ๋นหลอกลวงเรื่องระดับพลังของตัวเองอย่างแน่นอน

แถมเมื่อพิจารณาจากความเป็นจริง การตัดสินใจของประธานสมาคมดันแม่นยำเสียด้วย

“ไอหยา, 5 โมงแล้วเหรอเนี่ย? วันนี้รีบเก็บของกลับดีกว่า ตอนเย็นฉันมีนัด”

เขาเหลือบมองนาฬิกาบนผนังแล้วลุกขึ้นจากที่นั่ง

จากนั้นจึงพาเหล่าบอดี้การ์ดเดินลงไปที่ลานจอดรถของสมาคมเพื่อเตรียมเลิกงาน

ไม่สิ ต้องบอกว่า ตั้งใจ จะลงไปมากกว่า

“หือ?”

แต่ทว่าในจังหวะนั้น

ที่อีกฟากของทางเดินที่พวกเขากำลังเดินอยู่ มีใครบางคนเดินสวนเข้ามา

ตึก, ตึก, ตึก

ชายหนุ่มที่ปรากฏในครรลองสายตาคือใบหน้าที่คนเกาหลีคุ้นเคยกันดี

นักล่ารูปลักษณ์ทันสมัยที่โดดเด่นด้วยท่าทางการเดินที่สุขุมและการแต่งกายที่เนี้ยบกริบ

“อ้าว? ฮันเตอร์คิมกิรยอ?”

เลขาฯ ของสถาบันที่อยู่ในกลุ่มผู้ติดตามจำเขาได้จึงเอ่ยทักทายก่อน

ชายหนุ่มผมทองตอบรับด้วยการผงกศีรษะเบาๆ ก่อนจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา

“สวัสดีครับ ท่านประธานสมาคมโกบยองโด”

สิ่งที่เอ่ยออกมาหลังจากนั้นคือคำทักทายอันราบเรียบของคิมกิรยอ

“อ้อ ครับ ไม่เจอกันนานเลยนะ พ่อหนุ่มกิรยอ”

“นั่นสินะครับ”

“ว่าแต่มาทำอะไรที่นี่ล่ะครับ? หรือว่าวันนี้มีธุระอะไรที่สมาคม?”

ชิ

ตายยากตายเย็นจริงนะแก ยังอยู่ดีมีสุขครบสามสิบสองเลยนี่หว่า

โกบยองโดรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายร่างกายปกติดี

แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องแค่นี้ก็อยู่ในคาดการณ์ เขาจึงไม่ได้ตื่นตระหนกอะไรมากนัก ทว่าคำพูดต่อมาของคิมกิรยอทำให้เขาต้องหันขวับกลับมามอง

“จะเรียกว่ามีธุระก็ไม่เชิง... แค่สงสัยว่าท่านประธานสมาคมไม่มีอะไรจะพูดกับผมบ้างเหรอครับ”

“ครับ?”

“บอกไว้ก่อนนะครับว่าผมเพิ่งไปเจอคุณคิมบอมชิกมา และรู้แล้วด้วยว่าคนคนนั้นเป็นญาติของคุณ”

ดวงตาที่มีพื้นที่ตาขาวด้านล่างเยอะกว่าปกติ

เมื่ออีกฝ่ายจ้องมองมาด้วยสายตาเย็นชา โกบยองโดจึงตอบกลับอย่างทองไม่รู้ร้อนว่าแล้วมันทำไม

“หือ? ญาติฉัน? แล้วยังไงครับ?”

ทันใดนั้น ประโยคธรรมดานั้นก็ได้รับคำตอบที่เฉียบคมสวนกลับมา

“──แล้วยังไงบ้าบออะไรล่ะ วะ เฮ้ย ไอ้สารเลวนี่ พูดขนาดนี้แล้วยังจะทำไขสือไม่รู้อีกเรอะ...”

จู่ๆ อีกฝ่ายก็เริ่มระเบิดอารมณ์ สบถคำหยาบและพูดจาไม่มีหางเสียงใส่

กล้าดียังไงกับผู้อาวุโสที่อายุมากกว่าตัวเองถึง 2 เท่า!

แต่หากพิจารณาสถานการณ์ให้ดี การที่กิรยอแสดงท่าทีแบบนั้นก็มีเหตุผลอยู่

อย่างที่บอกไป ผู้อาวุโสคนนี้ก้าวล่วงเส้นที่ไม่ควรข้ามไปแล้ว ไม่ใช่หรือไง จะให้มานั่งรักษามารยาทกันทำไม?

“เป็นถึงประธานสมาคม แต่กลับทำเรื่องพรรค์นั้นเพียงเพราะอยากจะทำลาย [สัญญาอัศวิน] เนี่ยนะ?!”

จากคำพูดนี้แสดงให้เห็นว่า มหาจอมเวทผู้นี้ได้รับรู้ความจริงของคดีอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นการอุปนัยหรืออะไรก็ตาม สำหรับวิญญาณที่มีอาชีพหลักเป็นนักวิชาการ กระบวนการอนุมานหาคำตอบที่ซ่อนอยู่ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย

“เดี๋ยวก่อนครับ ฮันเตอร์คิมกิรยอ ตอนนี้คุณกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่?”

แถมมหาจอมเวทยังมีอาวุธร้ายกาจที่จะช่วยพิสูจน์สมมติฐานของตนเองอีกด้วย

“จู่ๆ ก็บุกมาแล้วกล่าวหาว่าผมทำไขสือบ้างอะไรบ้าง พูดอะไรที่คนเขาไม่รู้เรื่องแบบนี้ ผมละงงจริงๆ”

“ว่าไงนะ?”

“คิมบอมชิกคนนั้นเป็นญาติของผมก็จริง แต่แล้วมันทำไมหรือครับ? ไปได้ยินอะไรมาถึงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้?”

ประธานโกบยองโดแก้ต่างด้วยน้ำเสียงสุภาพและท่าทีสุขุม

แต่ยิ่งทำแบบนั้น ฮันเตอร์ระดับ S บางคนก็ยิ่งความดันพุ่งปรี๊ด

‘สงสัยตะหงิดๆ อยู่แล้วเชียว เป็นเรื่องจริงทั้งหมดสินะ! ไอ้ชาวโลกนี่ มันใช้ญาติของตัวเองเพื่อจะฆ่าฉันจริงๆ ด้วย...!’

เพราะทางนี้กิน [บลูเชลล์] มาตั้งแต่ก่อนเข้าตึกแล้วไงล่ะ!

เขาใช้พลังของสารกระตุ้นเทียมที่กินเข้าไป เลียนแบบความสามารถของอุปกรณ์เวทอย่าง [ยุสติเทีย] บางส่วน

นั่นคือการใช้เวทมนตร์แยกแยะความจริงและคำโกหก

เขาใช้เทคนิคนี้สอบสวนผู้เกี่ยวข้องในคดีทีละคน จนกระทั่งได้รับคำโกหกที่แทบจะเป็นคำสารภาพจากปากของโกบยองโดตรงหน้า

‘สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยสักนิด แกล้งโง่หน้าตาเฉยเลยเรอะ...!’

ถึงอย่างนั้น ประธานสมาคมฮันเตอร์ก็ยังปฏิเสธเสียงแข็งเหมือนงูเลื้อยหนี

ไม่ว่าจะพูดถึงเรื่องญาติ หรือพูดถึงเรื่องอัลไล เขาก็ตอบแบบไม่รู้ไม่ชี้ว่าตัวเองไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น

“ทั้งที่น่าจะรู้สึกได้แล้วแท้ๆ ว่าฉันรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังจะมาไม้นี้อีกงั้นเหรอครับ?”

ชาวโลกเฒ่าตอบสนองต่อคำถามของอีกฝ่ายด้วยท่าทีสบายๆ

“พับผ่าสิ ไปได้ยินอะไรมากันแน่ถึงได้มาหาเรื่องกันแบบนี้เนี่ย~”

นั่นก็เพราะ ท่านประธานสมาคมไม่ได้เกรงกลัวฮันเตอร์ระดับ S ตรงหน้าอีกต่อไปแล้ว

“เอาเป็นว่าผมไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น แถมต่อให้สิ่งที่อยู่ในหัวของพ่อหนุ่มกิรยอเป็นเรื่องจริงแล้วมันจะเปลี่ยนอะไรได้ครับ?”

“อะไรนะ?”

“ไม่ต้องถึงมือลูกสาวของคิมบอมชิกหรอก ถ้าไล่เรียงกันดูแล้ว ตัวผมที่ยืนหัวโด่ต่อหน้าคุณอยู่นี่ก็ถือว่าอยู่ในสถานะเดียวกันนั่นแหละ”

“....”

“ฮันเตอร์กิรยอของเราคงจะลงมือทำอะไรไม่ได้ใช่ไหมล่ะครับ”

“....”

“ต่อให้จะโกรธแค่ไหน หรือโดนกระทำอย่างไม่ยุติธรรมยังไงก็ตาม”

ใช่แล้ว

ตามสามัญสำนึก [สัญญาอัศวิน] คือคำสัญญาที่ใครก็ไม่อาจละเมิดได้

แล้วไอ้หัวทองตรงหน้านี่ดันไปสัญญาในเอกสารนั่นว่าจะไม่ทำร้ายเขาไปตลอดชีวิต แล้วไอ้กระจอกนั่นจะทำอะไรได้?

พอมองย้อนกลับไปตอนนี้ ก็อดคิดไม่ได้ว่าหมอนั่นคงหน้ามืดตามัวเพราะเงินจนเซ็นสัญญาไปโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง

3 พันล้าน

ผู้ชายคนนั้นตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบฝ่ายเดียวเพราะเงินจำนวนจ้อยร่อยนั่น

‘จริงๆ ก็มีวิธีไปขอให้คนอย่าง คังชางโฮ ช่วยอยู่หรอกนะ’

ถ้าเป็นตอนนั้น ก็แค่แฉความลับของมันให้ระดับ S ที่มาหาฟังซะก็สิ้นเรื่อง

‘ดูซิว่าถ้าคนอื่นรู้ว่าแกเป็นพวกต้มตุ๋น จะยังมีใครคบค้าสมาคมกับแกอยู่อีกไหม’

แต่ในขณะที่โกบยองโดกำลังเหยียดยิ้มเยาะที่มุมปาก ชายหนุ่มผมทองก็เอ่ยขึ้น

“...ประธานโกบยองโด จู่ๆ ก็ทำแบบนี้กับผม เหตุผลคืออะไรครับ?”

อย่างน้อยก็รู้แล้วว่าประธานสมาคมคือคนร้าย แต่ทางนี้ยังไม่รู้ว่าเขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร

ทว่าคำตอบของโกบยองโดคือ

“นั่นสินะครับ ลองใช้หัวสมองอันชาญฉลาดนั่นคิดเอาเองดูสิครับ?”

“....”

“คนระดับท่านที่ไม่ยอมรับคำสั่งจากคนไม่มีความรู้อย่างพวกเราแม้จะเกิดดันเจี้ยนเบรก จะมาถามทำไมกัน”

ประธานสมาคมทิ้งไว้เพียงคำเยาะเย้ย แล้วเดินจากไปโดยทิ้งกิรยอไว้

จากการกระทำที่ผ่านมา คิมกิรยอมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นผู้ตื่นรู้ระดับ A ที่ใกล้เคียงระดับ S มากที่สุด แต่ในเมื่อมีสัญญาอัศวินค้ำคออยู่ เขาจึงคิดว่าต่อให้ทำตัวหยาบคายใส่ก็ไม่เป็นไร

แต่ปัญหาก็คือ

‘อืม’

มนุษย์ต่างดาวตนนี้ไม่ได้หลอกท่านประธานแค่เรื่องเดียว

‘ฆ่าไอ้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวนี้ทิ้งดีไหมนะ...’

[สัญญาอัศวิน]

ความจริงแล้วสิ่งนั้นไม่มีผลอะไรเลยกับมหาจอมเวท

แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่อยู่ในสถานะที่จะทำร้ายคู่สัญญาอย่างโจ่งแจ้งได้

เพราะตำแหน่งประธานสมาคมฮันเตอร์เป็นตำแหน่งที่ใหญโตเอาเรื่องทีเดียว

บอดี้การ์ดที่พามาด้วยเป็นระดับ A ถึง 2 คน แถมยังพกอุปกรณ์เวทสำหรับหลบหนีติดตัวตลอดเวลา

แล้วหลังจากนี้ควรจะทำยังไงดี

ผู้ตื่นรู้ระดับล่างที่เป็นผู้อ่อนแอ มีแต่ต้องยอมจำนนอย่างไร้ทางสู้ให้กับอันธพาลที่ใช้ญาติเป็นเครื่องมือฆ่าคนอย่างนั้นหรือ?

‘ทำไมท่าทีของไอ้ชาวโลกนั่นถึงเปลี่ยนเป็นก้าวร้าวปุบปับแบบนั้นนะ?’

ดูจากเรื่องที่วิหารรากษสก็พอจะรู้ว่า กิรยอมีนิสัยที่ค่อนข้างห่างไกลจากคำว่าเมตตาปรานี

แถมถ้าเป็นตัวตนที่มีแนวโน้มจะสร้างความเสียหายให้อย่างต่อเนื่องหากปล่อยไว้ ก็ยิ่งควรรีบกำจัดทิ้งโดยเร็ว

“เฮ้อ”

ชายหนุ่มที่ถูกทิ้งไว้กลางทางเดินกลอกตาไปมาพลางครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา

‘...เออ ก็ได้วะ เรื่องไอ้ขี้ฟ้องโดนล้อ มันก็แค่เรื่องสมัยเด็กเท่านั้นแหละ’

อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะไม่ใช้วิธีต้องห้ามนี้แล้วเชียว

จากนั้นเสียงรอสายก็ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงอันสดใสของใครบางคน