Cover

193

ยามบ่ายที่เงียบสงบ

“ตายจริง ให้ตายสิคะ”

ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ผ่านมา ภายในห้องทำงานของหัวหน้ากิลด์มีข้าวของแปลกตาเพิ่มขึ้นมา

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนที่สุดก็คือโต๊ะที่พวกเขากำลังนั่งหันหน้าคุยกันอยู่นี้

มันไม่ใช่ทั้งแก้วและไม่ใช่ทั้งควอตซ์ แต่มันเปล่งประกายอย่างงดงามราวกับว่าเนื้อวัสดุนั้นกักเก็บพลังเอาไว้ภายใน นี่คือเฟอร์นิเจอร์ที่เจียระไนขึ้นจาก ผลึกมาร ล้วนๆ

ซอเอสเธอร์ วางถ้วยกาแฟลงบนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหรูนั้นก่อนจะสนทนาต่อ

“บอกตามตรงว่าฉันตกใจมากเลยค่ะที่ได้รับการติดต่อจากคุณกิรยอ จู่ๆ ก็โทรมาบอกว่าให้ช่วยหน่อยเนี่ย เกิดเรื่องลำบากอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ?”

“ก็นิดหน่อยครับ”

“เอาเถอะค่ะ รีบเล่ามาสิคะ! ถ้าเป็นความปรารถนาของคุณกิรยอแล้วล่ะก็ ฉันยินดีทำให้เสมอ ยิ่งจะได้ตอบแทนหนี้บุญคุณคราวก่อนด้วยแล้ว ฉันยิ่งดีใจเลยนะคะเนี่ย”

และหลังจากนั้นครู่หนึ่ง ถ้อยคำที่ไม่เข้ากับบรรยากาศการตกแต่งภายในอันหรูหราคลาสสิกก็หลุดลอยออกมาในอากาศ

“ดีใจเหรอครับ แต่เรื่องที่ผมจะวานให้ช่วยเนี่ย... เป็นงานจัดการคน ซึ่งอาจจะน่ารำคาญสักหน่อยนะครับ...”

ผู้มาเยือนเอ่ยปากพูดเรื่องที่น่าตกใจออกมา

ทว่าปฏิกิริยาของซอเอสเธอร์กลับเรียบเฉย

เธอตอบกลับทันทีด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“จะให้ฆ่าใครดีคะ?”

ชายหนุ่มผมทองก้มหน้ามองพื้นเงียบๆ อยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแก้ความเข้าใจผิด

“เดี๋ยวครับ เมื่อกี้ผมหมายถึงการจัดการในแง่ ‘ทางสังคม’ ต่างหากครับ”

“อ๋อ”

“แหะๆ แน่นอนว่าคุณเอสเธอร์คงแค่ล้อเล่น แต่พูดออกมาซะเป็นธรรมชาติเชียว เล่นเอาผมเกือบเชื่อเลยนะครับเนี่ย...”

ไม่ได้ล้อเล่นนะ

ซอเอสเธอร์กะพริบตาปริบๆ และกลืนคำพูดประโยคท้ายลงคอไป ในระหว่างนั้นฝ่าย คิมกิรยอ ก็ดำเนินบทสนทนาต่อ

“เข้าเรื่องเลยนะครับ จริงๆ แล้วช่วงนี้ผมมีเรื่องให้กังวลใจอยู่นิดหน่อย”

ไม่นานนัก เนื้อแท้ของคำไหว้วานนั้นก็ถูกเปิดเผย

“จู่ๆ ประธาน โกบยองโด ก็ส่งแก๊งรับจ้างที่เป็น ผู้ตื่นรู้ มาหาผม แถมยังมีเจตนาที่จะทำร้ายร่างกายกันให้ถึงตายด้วย ในสถานการณ์แบบนี้ผมควรทำยังไงดีครับ?”

ใช่แล้ว

หลังจากไตร่ตรองมาอย่างดี คิมกิรยอดำเนินการเอาเรื่องทั้งหมดมาฟ้อง ผู้ใช้คำสาป คนนี้จนหมดเปลือก...!

แต่ทว่าคราวนี้ฝ่ายซอเอสเธอร์เป็นฝ่ายแย้งขึ้นมา

“เดี๋ยวนะคะ โกบยองโดเหรอคะ?”

คิมกิรยอต้องการยืมมือของ หอคอยเวทมนตร์เกาหลี เพื่อจัดการปัญหาที่เกี่ยวข้องกับประธานสมาคมคนปัจจุบันงั้นเหรอ?

เมื่อซอเอสเธอร์แสดงความสงสัย ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟาก็อธิบายขยายความ

“ผมตั้งใจจะเล่าให้ฟังอยู่พอดีครับ ฮันเตอร์เอสเธอร์ครับ คุณรู้ไหมครับว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนผมต้องเจออะไรบ้างเพราะไอ้ประธานสมาคมนั่น?”

คิมกิรยอรัวคำฟ้องเรื่องความขัดแย้งระหว่างตนกับโกบยองโดราวกับปืนกล

ทั้งเรื่องที่โกบยองโดส่งนักฆ่าจากต่างประเทศมา

และเรื่องที่พอตนรู้เรื่องทั้งหมดแล้วบุกไปหา อีกฝ่ายกลับทำหน้าทนโท่แกล้งไขสือไม่รู้เรื่อง

โดยปกติแล้ว ตัวตนที่ต่ำต้อยอย่าง ฮันเตอร์ ระดับ F นั้นยากที่จะไปงัดข้อกับผู้มีอำนาจระดับประเทศ

ดังนั้น สิ่งที่ผู้อ่อนแอสามารถเลือกทำได้ในเวลาเช่นนี้ก็คือ การคร่ำครวญทั้งน้ำตาแบบนี้นี่เอง

แน่นอนว่าเขาไม่ได้ร้องไห้ออกมาจริงๆ หรอก ก็แค่ใส่อารมณ์ให้มากที่สุดเพื่อพรรณนาสิ่งที่ตนพบเจอให้ผู้ที่มีสถานะสูงกว่าฟังอย่างละเอียดละออ

“คุณพระช่วย! โกบยองโดถึงขนาดใช้ผู้ตื่นรู้จากต่างประเทศมาทำร้ายคุณเลยเหรอคะ?”

ในที่สุดซอเอสเธอร์ก็เดือดดาล

หน่วยงานที่ชื่อว่า สมาคมฮันเตอร์ ซึ่งควรจะปกป้องผู้ตื่นรู้ในประเทศยิ่งกว่าใคร ไฉนถึงกล้าก่ออาชญากรรมที่ยอมรับไม่ได้เช่นนี้!

“ไม่สิ แล้วทำไมเขาต้องลากญาติของนักวิจัยคนนั้นเข้ามาเกี่ยวด้วยล่ะคะ?”

“มันเป็นปัญหาที่ซับซ้อนนิดหน่อยครับ...”

กิรยอเอามือกุมขมับพลางพูดต่อ

“ความจริงผมมีสัญญาที่ทำไว้กับสมาคมฮันเตอร์เป็นการส่วนตัวอยู่น่ะครับ เขาเลยฉวยโอกาสจากตรงนั้นเพื่อจะฆ่าผม”

และแล้วคิมกิรยอก็เปิดเผยเรื่อง [สัญญาอัศวิน] ที่ทำไว้กับประธานสมาคม

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่จะเป็นข้อด่างพร้อยสำหรับเขาแต่อย่างใด

แม้แผนเดิมคือการขู่กรรโชกโกบยองโดเพื่อไถเงินสัก 3 พันล้านวอนแล้วย้ายร่างหนีไป แต่ที่ผ่านมาเขาก็ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิเจตนาไปจนครบถ้วนแล้ว

“ผมไม่อยากให้พวกมนุษย์เห็นแก่ตัวเข้ามาก้าวก่ายครับ ยังไงซะผมก็เป็นฮันเตอร์ที่ทำหน้าที่ของตัวเองอยู่แล้วโดยไม่ต้องมีใครสั่งไม่ใช่เหรอครับ? ดังนั้นตอนที่ระดับพลังตื่นรู้ถูกเปิดเผย ผมเลยทำสัญญาไว้ฉบับหนึ่งในความหมายที่ว่า อย่ามายุ่งเกี่ยวกับการทำกิจกรรมของผม”

ทักษะการแถตอแหลที่พัฒนาขึ้นทุกวัน...!

ทั้งที่ไม่เคยคิดถึงความปลอดภัยของประชาชนเลยสักนิด แต่เขากลับอ้างออกมาได้อย่างหน้าไม่อาย

เขายกตัวอย่างเหตุการณ์ ไซเรน และ ดราก้อนเหรด (ที่ เกตคาโกชิมะ) เพื่ออธิบายว่าตนเองก็ไม่ได้ทำสัญญาด้วยเจตนาร้ายแต่อย่างใด

“เฮ้อ แถมตัวผมเอง... ก็แค่ต้องการให้ทางสมาคมสบายใจ เลยสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายประธานสมาคมแท้ๆ แต่เขากลับทำแบบนี้เพราะเสียดายค่าชดเชยข้อมูลส่วนบุคคลหรืออะไรก็ไม่รู้”

มาถึงขั้นนี้ การโกหกเป็นธรรมชาติยิ่งกว่าลมหายใจเข้าออกเสียอีก

โชคดีที่แผนการประสบความสำเร็จ

ซอเอสเธอร์เชื่อคำพูดของกิรยอและได้ข้อสรุปในทันที

“นั่นสิคะ! กล้าดียังไงมาตอบแทนความหวังดีของฮันเตอร์ด้วยวิธีแบบนี้! ที่ผ่านมาคุณกิรยอทำเพื่อประเทศเกาหลีไปตั้งเท่าไหร่!”

กึก

ซอเอสเธอร์วางถ้วยกาแฟลงแล้วเอ่ยขึ้น

“ยังไงเรื่องที่ควรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ประธานสมาคมรุ่นก่อนไม่เป็นแบบนี้แท้ๆ แต่โกบยองโดคนนี้ เดี๋ยวก็แสดงแนวคิดเกลียดชังผู้ตื่นรู้ให้คนใกล้ชิดเห็นบ้างล่ะ...”

“ครับ?”

“แถมยังใช้นักข่าวปั่นกระแสโจมตีคุณกิรยออีก เรื่องนี้ก็น่าตกใจเหมือนกันค่ะ”

“เอ่อ เรื่องนั้นมัน...”

“ตอนที่เพิ่งจัดงานรับตำแหน่งได้ไม่นาน กล้ามาพูด ‘คำนั้น’ กับฉัน ที่ผ่านมาฉันอุตส่าห์มองข้ามไปอย่างใจกว้างแล้วเชียว”

สามสไตรค์... เอ้าท์สินะ

ซอเอสเธอร์พึมพำกับตัวเองเช่นนั้นก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง

ช่วงเวลาแห่งความเงียบงันอยู่ได้ไม่นาน เธอก็พยักหน้าเหมือนตัดสินใจได้แล้ว

“ตกลงค่ะ เรื่องนี้วางใจให้ฉันจัดการเอง”

“คุณจะทำยังไงเหรอครับ?”

“ที่คุณกิรยอพูดมา ก็แปลว่ากังวลว่าประธานสมาคมจะใช้อำนาจบาตรใหญ่แปลกๆ อีกใช่ไหมคะ? เดี๋ยวฉันจะทำให้เขาทำแบบนั้นไม่ได้อีก ด้วยสัญญาอัศวินนี่แหละค่ะ”

แน่นอนว่าเพื่อให้ได้สัญญาที่ดี ก่อนอื่นต้องลดทอนอำนาจของอีกฝ่ายลงเสียก่อน

แหล่งขุมพลังที่ทำให้ประธานสมาคมกล้าทำเรื่องบ้าๆ แท้จริงแล้วมาจากทรัพย์สินเงินทอง ดังนั้นต้องทำให้เงินสกปรกพวกนั้นเสียหายสักหน่อย การเจรจาสัญญาถึงจะราบรื่น

ซอเอสเธอร์รับประกันอย่างมั่นใจว่าเธอจะทำให้ประธานโกไม่สามารถกร่างได้อีกต่อไป

แต่ทว่ากิรยอกลับแสดงความกังวลออกมาเล็กน้อย

“ฮันเตอร์เอสเธอร์ครับ แล้วคงไม่ได้... คิดจะใช้วิธีทางกายภาพจัดการใช่ไหมครับ?”

“ฮุฮุ ทำไมล่ะคะ หรือว่าทำไม่ได้?”

“ก็ตำแหน่งประธานสมาคมมันค้ำคออยู่นี่ครับ”

“อืม”

“ขืนไปแตะต้องไม่เข้าท่า เดี๋ยวเรื่องจะดังเอานะครับ บอกตรงๆ ว่าถึงจะมาขอให้ช่วย แต่ใจผมก็ยังกังวลอยู่เหมือนกัน”

ทว่าหญิงสาวเรือนผมสีม่วงแดงยังคงรักษาสีหน้าสบายๆ เอาไว้

“อืม ก็จริงค่ะ มันต่างจากการจัดการอาชญากรที่มีโทษประหารชัดเจน ครั้งนี้คงต้องเลือกวิธีการหน่อย”

กึก

เธอวางถ้วยกาแฟที่ดื่มจนหมดลงแล้วยิ้มกว้าง

“แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อายุปูนนี้แล้วฉันก็ไม่อยากจะทำแบบนี้หรอกนะ แต่ถ้าจวนตัวจริงๆ แค่ขอให้คุณปู่ช่วยก็จบแล้วค่ะ”

คุณปู่?

ชายหนุ่มผมทองชะงักไปเหมือนสงสัยในหัวข้อสนทนาที่จู่ๆ ก็โผล่มา

ซอเอสเธอร์จึงอธิบายเพิ่มเติม

“ตายจริง ไม่รู้สินะคะ งั้นจำเรื่องที่ฉันเล่าให้ฟังตอนที่ติดอยู่ในเกตคราวก่อนได้ไหมคะ?”

“เรื่องไหนครับ?”

“ที่บอกว่าน่าเสียดายที่บ้านฉันค่อนข้างมีฐานะน่ะค่ะ แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องเงินทองหรอกนะคะ”

กิรยอกระดกกาแฟที่ปล่อยทิ้งไว้จนเย็นลงคอ แต่พอได้ยินประโยคถัดมา เขาก็สำลักพรวดออกมาทันที

“ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอเปิดเผยเลยละกัน คุณปู่ของฉันเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรค่ะ แถมยังมีบารมีทางการเมืองชนิดที่โกบยองโดเทียบไม่ติดฝุ่น ดังนั้นต่อให้เปิดศึกกันซึ่งหน้า ประธานสมาคมก็คงฝังฉันไม่ได้ง่ายๆ หรอกค่ะ”

ในวินาทีนี้ กิรยอตระหนักได้ทันที

“หา?”

ไม่ใช่แค่ผู้มีพลังพิเศษธรรมดา แต่เป็นฐานอำนาจที่หาตัวจับยาก

ดูเหมือนว่า... เขาจะหาคนมาช่วยจัดการงานได้ถูกคนแบบสุดๆ ไปเลยแฮะ

---

หลังจากนั้นผ่านไปกี่วันแล้วนะ

ประธานสมาคมฮันเตอร์เกาหลีคนที่ 2 โกบยองโด

ช่วงนี้เขากำลังเผชิญกับเคราะห์กรรมที่หาสาเหตุไม่ได้

[ไหนบอกคนไม่พอแล้วโอดครวญ... แต่ทำไม ‘ผู้บริหาร’ ถึงจัดปาร์ตี้โบนัสกันอีกแล้ว?]

[(เจาะลึก) พบพิรุธสมาคมฮันเตอร์สาขา ○○ หลอกกดเกรดรับซื้อผลึกมาร ตำรวจเตรียมสอบสวนพนักงานที่เกี่ยวข้องและนักประเมินที่ให้ความร่วมมือ...]

จู่ๆ เรื่องฉาวโฉ่ของสมาคมก็ถูกตีข่าวออกมาไม่เว้นแต่ละวัน แถมเขายังต้องทนปวดหัวตลอดทั้งวันอีก

สรุปสั้นๆ ก็คือมีเรื่องซวยๆ เกิดขึ้นเยอะจนน่าประหลาดใจ

ต่อให้ไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด โรงพยาบาลก็บอกแค่ว่าร่างกายปกติดี

และในระหว่างที่กำลังเผชิญกับเรื่องราวประหลาดเหล่านี้ จู่ๆ บุคคลผู้นั้นก็โผล่มา แล้วจะให้เขารู้สึกอย่างไรได้เล่า

“สวัสดีค่ะ ท่านประธานสมาคม! ไม่ได้คุยกันทางโทรศัพท์ แต่ได้มาเจอตัวจริงแบบนี้ นานแล้วนะคะเนี่ย”

วันหนึ่ง

ซอเอสเธอร์ หัวหน้ากิลด์หอคอยเวทมนตร์เกาหลี ได้ยื่นเรื่องขอเข้าพบโกบยองโดอย่างกะทันหัน

“ฮ่าๆ นั่นสิครับ ฮันเตอร์ระดับ S ของเรามาหาทั้งที ยังไงผมก็ต้องปลีกเวลามาต้อนรับอยู่แล้ว”

แน่นอนว่าประธานสมาคมรับมือกับแขกคนนี้ได้อย่างช่ำชอง

อย่างที่บอกไปว่า ค่าการตื่นรู้ ของเอสเธอร์คือ ระดับ S จึงไม่สามารถพูดจากดข่มแบบเป็นกันเองเหมือนฮันเตอร์คนอื่นได้

ประธานโกบยองโดผายมือไปที่ที่นั่งฝั่งตรงข้าม ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ประธาน

“อืม เวลาเหรอครับ”

แต่ทว่าทันทีที่เอสเธอร์นั่งลงบนโซฟา เธอก็เอ่ยประโยคแรกออกมาว่า

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ จริงๆ วันนี้ฉันมาเพื่อจะบอกให้ท่านประธานรีบๆ สละเก้าอี้ได้แล้วต่างหาก”

“อะ อะไรนะครับ?”

“ทำไมทำหน้าเหมือนยังไม่รู้อะไรเลยล่ะคะ”

หญิงสาวที่มีภาพลักษณ์ดูเนือยๆ เอ่ยด้วยใบหน้าที่ราบเรียบไร้ระลอกคลื่น

“ข่าวเกี่ยวกับสมาคมที่ทยอยออกมาช่วงนี้ ฝั่งฉันเป็นคนปล่อยข่าวเองแหละค่ะ”

ทำไมถึงสามารถสารภาพออกมาได้อย่างเปิดเผยเต็มปากเต็มคำว่า ‘ฉันนี่แหละที่เอากระดูกชิ้นโตมาฟาดหัวแก’ ได้ขนาดนี้?

น้ำเสียงของซอเอสเธอร์ยังคงมั่นคงไม่มีสั่นไหวแม้แต่น้อย

การปลอมแปลงผลการประเมินผลึกมารที่สาขา ○○ นี่มันวิธีที่แกก็ใช้อยู่ไม่ใช่หรือไง

ร่วมมือกับนักประเมินของสำนักงานใหญ่ หลอกฟันกำไรจากฮันเตอร์หน้าโง่ แล้วเอาส่วนต่างไปสร้างกองทุนลับ ใครเขาจะไม่รู้กันล่ะ

‘อะไรนะ? ยะ ยัยฮันเตอร์นั่นไปรู้เรื่องพวกนั้นได้ยังไง...’

นี่มันเหนือความคาดหมายไปหน่อยไหม?

สายตาของประธานสมาคมที่เคยเยือกเย็นสั่นไหววูบหนึ่ง

แต่หากพิจารณาจากคุณสมบัติพลังตื่นรู้ของอีกฝ่าย นี่ก็ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้

เช่นเดียวกับที่เธอทำกับคู่หูคนหนึ่ง ซอเอสเธอร์เป็นตัวตนที่โดยธรรมชาติแล้วจะไม่มีวันลืมความแค้น

“เดี๋ยวก่อนสิครับ ฮันเตอร์เอสเธอร์ ทำไมคุณถึงต้องไปสืบประวัติของผมด้วยล่ะครับ? หือ?”

ความจริงแล้ว เอสเธอร์ไม่ชอบขี้หน้าผู้ชายคนนี้มาตั้งแต่งานรับตำแหน่งเมื่อ 3 ปีก่อนแล้ว

ประธานสมาคมคนก่อน หรือก็คือหัวหน้าคนแรกขององค์กรนี้ เป็นนักการเมืองผู้วางรากฐานระบบสมาคมในปัจจุบัน เขาซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

คนดีที่มีความรับผิดชอบเช่นนั้น วันหนึ่งได้ลงพื้นที่ภัยพิบัติในฐานะผู้รับผิดชอบ แล้วเกิดอุบัติเหตุถูกสัตว์อสูรที่ซ่อนตัวอยู่กัดจนเสียชีวิต

เอสเธอร์รู้สึกโศกเศร้ากับการตายอันน่าเวทนาของหัวหน้าองค์กรคนก่อนตามประสาเพื่อนมนุษย์

แต่ทว่า...

-ผมไม่เหมือนกับประธานยุน ผู้หญิงหัวโบราณคนนั้นหรอกครับ ผมเป็นคนยืดหยุ่น หวังว่าเราจะเข้ากันได้ดีนะครับ เข้าใจความหมายของผมใช่ไหมครับ? หัวหน้ากิลด์หอคอยเวทมนตร์เกาหลี

ด้วยเหตุนี้ เอสเธอร์จึงเกลียดขี้หน้าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเข้าไส้

ในตอนที่ทุกคนต่างลังเลที่จะรับตำแหน่งต่อเพราะการตายอันน่าสังเวชของผู้ดำรงตำแหน่งคนก่อน

โกบยองโดกลับฉวยโอกาสนั้นไขว่คว้าอำนาจ แถมยังกล้าพูดยื่นข้อเสนอทุจริตในงานรับตำแหน่งอีกต่างหาก

ทำนองว่าในฐานะประธานสมาคม เขาจะช่วยดูแลผลประโยชน์เบื้องหลังหลายๆ อย่างให้กิลด์หอคอยเวทมนตร์ ขอให้เธอช่วยดูแลเขาดีๆ หน่อย อะไรประมาณนั้น

แต่เนื่องจากซอเอสเธอร์เป็นผู้ใช้คำสาปที่มีทักษะทางสังคมไม่เลวร้ายนัก เธอจึงยอมอดทนกับเรื่องทั้งหมด

‘ยังไงซะเขาก็ทำงานได้ตามมาตรฐาน’

เงินที่โกบยองโดยักยอกไป พูดตามตรงว่ามันเป็นตัวเลขที่น่าเอ็นดู

ข้อเสียคือชอบหนีไปตีกอล์ฟในเวลางานบ้าง แต่เขาก็ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางขององค์กรได้ดีในระดับหนึ่ง

อย่างตอนเหตุการณ์ดราก้อนเหรดที่คาโกชิมะ ถึงสุดท้ายจะส่งฮันเตอร์ระดับ S ไปไม่ได้ แต่เขาก็ช่วยไกล่เกลี่ยไม่ให้เกิดปัญหาทางการทูต แม้ไอ้หนูสกปรกตัวนี้จะแอบแทะยุ้งฉางไปบ้าง แต่ที่ผ่านมาเธอก็ไม่ได้ถือสาหาความอะไร

“คนที่เป็นถึงหัวหน้าสมาคมฮันเตอร์ แต่กลับหันหลังให้ฮันเตอร์เสียเอง ตามสามัญสำนึกแล้ว คิดว่าจะยังรักษาเก้าอี้ตัวนั้นไว้ได้อย่างปลอดภัยเหรอคะ?”

พอเอสเธอร์พูดเปรยออกมาแบบนี้ โกบยองโดก็เดาความจริงได้ไม่ยาก

ลองคิดดูดีๆ ตอนคดี ‘ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง’ ความสนิทสนมของสองคนนี้ก็เคยเผยให้เห็นแวบๆ มาแล้ว

“หรือว่าเจ้าคิมกิรยอมันเอาข่าวลือมั่วๆ ไปเป่าหูคุณครับ?”

การที่คิมกิรยอเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของดร. และสุดท้ายก็เลือกมาหาเธอ ย่อมต้องมีเหตุผลบางอย่าง

เช่น พลังตื่นรู้ของเขาอาจจะเป็นธาตุที่ได้เปรียบในการสอบสวน

แต่สกิลสายจิตใจพวกนั้น สุดท้ายมันก็เป็นพลังส่วนบุคคลที่มองไม่เห็นไม่ใช่หรือไง?

“นี่คุณ ฟังนะครับคุณหนูเอสเธอร์ ผมไม่รู้ว่ามันไปพูดอะไรให้คุณฟัง แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด ผมเองก็ปวดใจจะแย่อยู่แล้วครับ”

ประธานสมาคมฮันเตอร์คนปัจจุบันพยายามเอาตัวรอดด้วยการคร่ำครวญอย่างน่าเวทนา

ไม่ว่าคิมกิรยอจะมีสกิลแบบไหน แค่ทำให้เอสเธอร์ไม่เชื่อถือสกิลนั้นก็จบเรื่อง

“ฉันกะแล้วว่าคุณต้องพูดแบบนี้ ก่อนจะมาที่นี่ฉันเลยส่งคำร้องขอยืม [ยุสติเทีย] จากอังกฤษไปเรียบร้อยแล้วค่ะ แถมต้องวางมัดจำด้วยไอเทม ระดับเอปิก ถึง 2 ชิ้นเชียวนะคะ”

แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า อีกฝ่ายจะเล่นไม้นี้

“ดังนั้น จากนี้ไปช่วยระมัดระวังคำพูดที่จะแก้ตัวด้วยนะคะ”

“....”

“ตายจริง ดูจากปฏิกิริยาของท่านประธาน สงสัยว่าที่คุณกิรยอพูดมาจะไม่ใช่เรื่องโกหกสินะคะ? ความจริงก่อนจะมาที่นี่ ฉันก็เผื่อใจไว้สำหรับทุกความเป็นไปได้อยู่แล้วเชียว”

ตอนนั้นเอง

โกบยองโดรีบพูดแทรกขัดจังหวะเอสเธอร์ขึ้นมา

“เดี๋ยว! ฟังผมก่อน ผมน่ะเหรอจะอยากทำเรื่องพรรค์นั้นกับคนในชาติที่มีค่า?”

“.......”

“เอาล่ะ ผมไม่รู้ว่าคิมกิรยอมันกระซิบกระซาบอะไรบ้าง แต่ผมมีเหตุผลของผม ผมจะอธิบายให้ฟัง”

โกบยองโดพูดต่อโดยไม่รู้ตัวเลยว่าสีหน้าของหญิงสาวเย็นชาลงวูบหนึ่ง

“เรื่องนี้มันเป็นประเด็นสำคัญ ผมกลัวว่าไอ้นักต้มตุ๋นนั่นมันจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศนี้ ก็เลยจำใจต้องทำแบบนั้นครับ”

“นักต้มตุ๋น?”

“อย่าเพิ่งตกใจแล้วฟังผมให้ดีนะครับ เจ้านั่นน่ะ... ไม่ใช่ระดับ S ตัวจริงหรอกครับ!”

แต่ทำไมกันนะ

ทั้งที่มั่นใจว่าได้งัดไพ่ตายที่จะเปลี่ยนใจอีกฝ่ายออกมาแล้วแท้ๆ

“คิมกิรยอ... ไม่ใช่ระดับ S?”

ฮ่าๆๆๆ!

ทันทีที่ได้ยินแรงจูงใจของอีกฝ่าย หัวหน้ากิลด์หอคอยเวทมนตร์ก็เงยหน้าหัวเราะร่าจนเห็นฟันล่างชัดเจน

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

193

20px

ยามบ่ายที่เงียบสงบ

“ตายจริง ให้ตายสิคะ”

ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ผ่านมา ภายในห้องทำงานของหัวหน้ากิลด์มีข้าวของแปลกตาเพิ่มขึ้นมา

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนที่สุดก็คือโต๊ะที่พวกเขากำลังนั่งหันหน้าคุยกันอยู่นี้

มันไม่ใช่ทั้งแก้วและไม่ใช่ทั้งควอตซ์ แต่มันเปล่งประกายอย่างงดงามราวกับว่าเนื้อวัสดุนั้นกักเก็บพลังเอาไว้ภายใน นี่คือเฟอร์นิเจอร์ที่เจียระไนขึ้นจาก ผลึกมาร ล้วนๆ

ซอเอสเธอร์ วางถ้วยกาแฟลงบนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหรูนั้นก่อนจะสนทนาต่อ

“บอกตามตรงว่าฉันตกใจมากเลยค่ะที่ได้รับการติดต่อจากคุณกิรยอ จู่ๆ ก็โทรมาบอกว่าให้ช่วยหน่อยเนี่ย เกิดเรื่องลำบากอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ?”

“ก็นิดหน่อยครับ”

“เอาเถอะค่ะ รีบเล่ามาสิคะ! ถ้าเป็นความปรารถนาของคุณกิรยอแล้วล่ะก็ ฉันยินดีทำให้เสมอ ยิ่งจะได้ตอบแทนหนี้บุญคุณคราวก่อนด้วยแล้ว ฉันยิ่งดีใจเลยนะคะเนี่ย”

และหลังจากนั้นครู่หนึ่ง ถ้อยคำที่ไม่เข้ากับบรรยากาศการตกแต่งภายในอันหรูหราคลาสสิกก็หลุดลอยออกมาในอากาศ

“ดีใจเหรอครับ แต่เรื่องที่ผมจะวานให้ช่วยเนี่ย... เป็นงานจัดการคน ซึ่งอาจจะน่ารำคาญสักหน่อยนะครับ...”

ผู้มาเยือนเอ่ยปากพูดเรื่องที่น่าตกใจออกมา

ทว่าปฏิกิริยาของซอเอสเธอร์กลับเรียบเฉย

เธอตอบกลับทันทีด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“จะให้ฆ่าใครดีคะ?”

ชายหนุ่มผมทองก้มหน้ามองพื้นเงียบๆ อยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแก้ความเข้าใจผิด

“เดี๋ยวครับ เมื่อกี้ผมหมายถึงการจัดการในแง่ ‘ทางสังคม’ ต่างหากครับ”

“อ๋อ”

“แหะๆ แน่นอนว่าคุณเอสเธอร์คงแค่ล้อเล่น แต่พูดออกมาซะเป็นธรรมชาติเชียว เล่นเอาผมเกือบเชื่อเลยนะครับเนี่ย...”

ไม่ได้ล้อเล่นนะ

ซอเอสเธอร์กะพริบตาปริบๆ และกลืนคำพูดประโยคท้ายลงคอไป ในระหว่างนั้นฝ่าย คิมกิรยอ ก็ดำเนินบทสนทนาต่อ

“เข้าเรื่องเลยนะครับ จริงๆ แล้วช่วงนี้ผมมีเรื่องให้กังวลใจอยู่นิดหน่อย”

ไม่นานนัก เนื้อแท้ของคำไหว้วานนั้นก็ถูกเปิดเผย

“จู่ๆ ประธาน โกบยองโด ก็ส่งแก๊งรับจ้างที่เป็น ผู้ตื่นรู้ มาหาผม แถมยังมีเจตนาที่จะทำร้ายร่างกายกันให้ถึงตายด้วย ในสถานการณ์แบบนี้ผมควรทำยังไงดีครับ?”

ใช่แล้ว

หลังจากไตร่ตรองมาอย่างดี คิมกิรยอดำเนินการเอาเรื่องทั้งหมดมาฟ้อง ผู้ใช้คำสาป คนนี้จนหมดเปลือก...!

แต่ทว่าคราวนี้ฝ่ายซอเอสเธอร์เป็นฝ่ายแย้งขึ้นมา

“เดี๋ยวนะคะ โกบยองโดเหรอคะ?”

คิมกิรยอต้องการยืมมือของ หอคอยเวทมนตร์เกาหลี เพื่อจัดการปัญหาที่เกี่ยวข้องกับประธานสมาคมคนปัจจุบันงั้นเหรอ?

เมื่อซอเอสเธอร์แสดงความสงสัย ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟาก็อธิบายขยายความ

“ผมตั้งใจจะเล่าให้ฟังอยู่พอดีครับ ฮันเตอร์เอสเธอร์ครับ คุณรู้ไหมครับว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนผมต้องเจออะไรบ้างเพราะไอ้ประธานสมาคมนั่น?”

คิมกิรยอรัวคำฟ้องเรื่องความขัดแย้งระหว่างตนกับโกบยองโดราวกับปืนกล

ทั้งเรื่องที่โกบยองโดส่งนักฆ่าจากต่างประเทศมา

และเรื่องที่พอตนรู้เรื่องทั้งหมดแล้วบุกไปหา อีกฝ่ายกลับทำหน้าทนโท่แกล้งไขสือไม่รู้เรื่อง

โดยปกติแล้ว ตัวตนที่ต่ำต้อยอย่าง ฮันเตอร์ ระดับ F นั้นยากที่จะไปงัดข้อกับผู้มีอำนาจระดับประเทศ

ดังนั้น สิ่งที่ผู้อ่อนแอสามารถเลือกทำได้ในเวลาเช่นนี้ก็คือ การคร่ำครวญทั้งน้ำตาแบบนี้นี่เอง

แน่นอนว่าเขาไม่ได้ร้องไห้ออกมาจริงๆ หรอก ก็แค่ใส่อารมณ์ให้มากที่สุดเพื่อพรรณนาสิ่งที่ตนพบเจอให้ผู้ที่มีสถานะสูงกว่าฟังอย่างละเอียดละออ

“คุณพระช่วย! โกบยองโดถึงขนาดใช้ผู้ตื่นรู้จากต่างประเทศมาทำร้ายคุณเลยเหรอคะ?”

ในที่สุดซอเอสเธอร์ก็เดือดดาล

หน่วยงานที่ชื่อว่า สมาคมฮันเตอร์ ซึ่งควรจะปกป้องผู้ตื่นรู้ในประเทศยิ่งกว่าใคร ไฉนถึงกล้าก่ออาชญากรรมที่ยอมรับไม่ได้เช่นนี้!

“ไม่สิ แล้วทำไมเขาต้องลากญาติของนักวิจัยคนนั้นเข้ามาเกี่ยวด้วยล่ะคะ?”

“มันเป็นปัญหาที่ซับซ้อนนิดหน่อยครับ...”

กิรยอเอามือกุมขมับพลางพูดต่อ

“ความจริงผมมีสัญญาที่ทำไว้กับสมาคมฮันเตอร์เป็นการส่วนตัวอยู่น่ะครับ เขาเลยฉวยโอกาสจากตรงนั้นเพื่อจะฆ่าผม”

และแล้วคิมกิรยอก็เปิดเผยเรื่อง [สัญญาอัศวิน] ที่ทำไว้กับประธานสมาคม

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่จะเป็นข้อด่างพร้อยสำหรับเขาแต่อย่างใด

แม้แผนเดิมคือการขู่กรรโชกโกบยองโดเพื่อไถเงินสัก 3 พันล้านวอนแล้วย้ายร่างหนีไป แต่ที่ผ่านมาเขาก็ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิเจตนาไปจนครบถ้วนแล้ว

“ผมไม่อยากให้พวกมนุษย์เห็นแก่ตัวเข้ามาก้าวก่ายครับ ยังไงซะผมก็เป็นฮันเตอร์ที่ทำหน้าที่ของตัวเองอยู่แล้วโดยไม่ต้องมีใครสั่งไม่ใช่เหรอครับ? ดังนั้นตอนที่ระดับพลังตื่นรู้ถูกเปิดเผย ผมเลยทำสัญญาไว้ฉบับหนึ่งในความหมายที่ว่า อย่ามายุ่งเกี่ยวกับการทำกิจกรรมของผม”

ทักษะการแถตอแหลที่พัฒนาขึ้นทุกวัน...!

ทั้งที่ไม่เคยคิดถึงความปลอดภัยของประชาชนเลยสักนิด แต่เขากลับอ้างออกมาได้อย่างหน้าไม่อาย

เขายกตัวอย่างเหตุการณ์ ไซเรน และ ดราก้อนเหรด (ที่ เกตคาโกชิมะ) เพื่ออธิบายว่าตนเองก็ไม่ได้ทำสัญญาด้วยเจตนาร้ายแต่อย่างใด

“เฮ้อ แถมตัวผมเอง... ก็แค่ต้องการให้ทางสมาคมสบายใจ เลยสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายประธานสมาคมแท้ๆ แต่เขากลับทำแบบนี้เพราะเสียดายค่าชดเชยข้อมูลส่วนบุคคลหรืออะไรก็ไม่รู้”

มาถึงขั้นนี้ การโกหกเป็นธรรมชาติยิ่งกว่าลมหายใจเข้าออกเสียอีก

โชคดีที่แผนการประสบความสำเร็จ

ซอเอสเธอร์เชื่อคำพูดของกิรยอและได้ข้อสรุปในทันที

“นั่นสิคะ! กล้าดียังไงมาตอบแทนความหวังดีของฮันเตอร์ด้วยวิธีแบบนี้! ที่ผ่านมาคุณกิรยอทำเพื่อประเทศเกาหลีไปตั้งเท่าไหร่!”

กึก

ซอเอสเธอร์วางถ้วยกาแฟลงแล้วเอ่ยขึ้น

“ยังไงเรื่องที่ควรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ประธานสมาคมรุ่นก่อนไม่เป็นแบบนี้แท้ๆ แต่โกบยองโดคนนี้ เดี๋ยวก็แสดงแนวคิดเกลียดชังผู้ตื่นรู้ให้คนใกล้ชิดเห็นบ้างล่ะ...”

“ครับ?”

“แถมยังใช้นักข่าวปั่นกระแสโจมตีคุณกิรยออีก เรื่องนี้ก็น่าตกใจเหมือนกันค่ะ”

“เอ่อ เรื่องนั้นมัน...”

“ตอนที่เพิ่งจัดงานรับตำแหน่งได้ไม่นาน กล้ามาพูด ‘คำนั้น’ กับฉัน ที่ผ่านมาฉันอุตส่าห์มองข้ามไปอย่างใจกว้างแล้วเชียว”

สามสไตรค์... เอ้าท์สินะ

ซอเอสเธอร์พึมพำกับตัวเองเช่นนั้นก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง

ช่วงเวลาแห่งความเงียบงันอยู่ได้ไม่นาน เธอก็พยักหน้าเหมือนตัดสินใจได้แล้ว

“ตกลงค่ะ เรื่องนี้วางใจให้ฉันจัดการเอง”

“คุณจะทำยังไงเหรอครับ?”

“ที่คุณกิรยอพูดมา ก็แปลว่ากังวลว่าประธานสมาคมจะใช้อำนาจบาตรใหญ่แปลกๆ อีกใช่ไหมคะ? เดี๋ยวฉันจะทำให้เขาทำแบบนั้นไม่ได้อีก ด้วยสัญญาอัศวินนี่แหละค่ะ”

แน่นอนว่าเพื่อให้ได้สัญญาที่ดี ก่อนอื่นต้องลดทอนอำนาจของอีกฝ่ายลงเสียก่อน

แหล่งขุมพลังที่ทำให้ประธานสมาคมกล้าทำเรื่องบ้าๆ แท้จริงแล้วมาจากทรัพย์สินเงินทอง ดังนั้นต้องทำให้เงินสกปรกพวกนั้นเสียหายสักหน่อย การเจรจาสัญญาถึงจะราบรื่น

ซอเอสเธอร์รับประกันอย่างมั่นใจว่าเธอจะทำให้ประธานโกไม่สามารถกร่างได้อีกต่อไป

แต่ทว่ากิรยอกลับแสดงความกังวลออกมาเล็กน้อย

“ฮันเตอร์เอสเธอร์ครับ แล้วคงไม่ได้... คิดจะใช้วิธีทางกายภาพจัดการใช่ไหมครับ?”

“ฮุฮุ ทำไมล่ะคะ หรือว่าทำไม่ได้?”

“ก็ตำแหน่งประธานสมาคมมันค้ำคออยู่นี่ครับ”

“อืม”

“ขืนไปแตะต้องไม่เข้าท่า เดี๋ยวเรื่องจะดังเอานะครับ บอกตรงๆ ว่าถึงจะมาขอให้ช่วย แต่ใจผมก็ยังกังวลอยู่เหมือนกัน”

ทว่าหญิงสาวเรือนผมสีม่วงแดงยังคงรักษาสีหน้าสบายๆ เอาไว้

“อืม ก็จริงค่ะ มันต่างจากการจัดการอาชญากรที่มีโทษประหารชัดเจน ครั้งนี้คงต้องเลือกวิธีการหน่อย”

กึก

เธอวางถ้วยกาแฟที่ดื่มจนหมดลงแล้วยิ้มกว้าง

“แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อายุปูนนี้แล้วฉันก็ไม่อยากจะทำแบบนี้หรอกนะ แต่ถ้าจวนตัวจริงๆ แค่ขอให้คุณปู่ช่วยก็จบแล้วค่ะ”

คุณปู่?

ชายหนุ่มผมทองชะงักไปเหมือนสงสัยในหัวข้อสนทนาที่จู่ๆ ก็โผล่มา

ซอเอสเธอร์จึงอธิบายเพิ่มเติม

“ตายจริง ไม่รู้สินะคะ งั้นจำเรื่องที่ฉันเล่าให้ฟังตอนที่ติดอยู่ในเกตคราวก่อนได้ไหมคะ?”

“เรื่องไหนครับ?”

“ที่บอกว่าน่าเสียดายที่บ้านฉันค่อนข้างมีฐานะน่ะค่ะ แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องเงินทองหรอกนะคะ”

กิรยอกระดกกาแฟที่ปล่อยทิ้งไว้จนเย็นลงคอ แต่พอได้ยินประโยคถัดมา เขาก็สำลักพรวดออกมาทันที

“ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอเปิดเผยเลยละกัน คุณปู่ของฉันเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรค่ะ แถมยังมีบารมีทางการเมืองชนิดที่โกบยองโดเทียบไม่ติดฝุ่น ดังนั้นต่อให้เปิดศึกกันซึ่งหน้า ประธานสมาคมก็คงฝังฉันไม่ได้ง่ายๆ หรอกค่ะ”

ในวินาทีนี้ กิรยอตระหนักได้ทันที

“หา?”

ไม่ใช่แค่ผู้มีพลังพิเศษธรรมดา แต่เป็นฐานอำนาจที่หาตัวจับยาก

ดูเหมือนว่า... เขาจะหาคนมาช่วยจัดการงานได้ถูกคนแบบสุดๆ ไปเลยแฮะ

---

หลังจากนั้นผ่านไปกี่วันแล้วนะ

ประธานสมาคมฮันเตอร์เกาหลีคนที่ 2 โกบยองโด

ช่วงนี้เขากำลังเผชิญกับเคราะห์กรรมที่หาสาเหตุไม่ได้

[ไหนบอกคนไม่พอแล้วโอดครวญ... แต่ทำไม ‘ผู้บริหาร’ ถึงจัดปาร์ตี้โบนัสกันอีกแล้ว?]

[(เจาะลึก) พบพิรุธสมาคมฮันเตอร์สาขา ○○ หลอกกดเกรดรับซื้อผลึกมาร ตำรวจเตรียมสอบสวนพนักงานที่เกี่ยวข้องและนักประเมินที่ให้ความร่วมมือ...]

จู่ๆ เรื่องฉาวโฉ่ของสมาคมก็ถูกตีข่าวออกมาไม่เว้นแต่ละวัน แถมเขายังต้องทนปวดหัวตลอดทั้งวันอีก

สรุปสั้นๆ ก็คือมีเรื่องซวยๆ เกิดขึ้นเยอะจนน่าประหลาดใจ

ต่อให้ไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด โรงพยาบาลก็บอกแค่ว่าร่างกายปกติดี

และในระหว่างที่กำลังเผชิญกับเรื่องราวประหลาดเหล่านี้ จู่ๆ บุคคลผู้นั้นก็โผล่มา แล้วจะให้เขารู้สึกอย่างไรได้เล่า

“สวัสดีค่ะ ท่านประธานสมาคม! ไม่ได้คุยกันทางโทรศัพท์ แต่ได้มาเจอตัวจริงแบบนี้ นานแล้วนะคะเนี่ย”

วันหนึ่ง

ซอเอสเธอร์ หัวหน้ากิลด์หอคอยเวทมนตร์เกาหลี ได้ยื่นเรื่องขอเข้าพบโกบยองโดอย่างกะทันหัน

“ฮ่าๆ นั่นสิครับ ฮันเตอร์ระดับ S ของเรามาหาทั้งที ยังไงผมก็ต้องปลีกเวลามาต้อนรับอยู่แล้ว”

แน่นอนว่าประธานสมาคมรับมือกับแขกคนนี้ได้อย่างช่ำชอง

อย่างที่บอกไปว่า ค่าการตื่นรู้ ของเอสเธอร์คือ ระดับ S จึงไม่สามารถพูดจากดข่มแบบเป็นกันเองเหมือนฮันเตอร์คนอื่นได้

ประธานโกบยองโดผายมือไปที่ที่นั่งฝั่งตรงข้าม ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ประธาน

“อืม เวลาเหรอครับ”

แต่ทว่าทันทีที่เอสเธอร์นั่งลงบนโซฟา เธอก็เอ่ยประโยคแรกออกมาว่า

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ จริงๆ วันนี้ฉันมาเพื่อจะบอกให้ท่านประธานรีบๆ สละเก้าอี้ได้แล้วต่างหาก”

“อะ อะไรนะครับ?”

“ทำไมทำหน้าเหมือนยังไม่รู้อะไรเลยล่ะคะ”

หญิงสาวที่มีภาพลักษณ์ดูเนือยๆ เอ่ยด้วยใบหน้าที่ราบเรียบไร้ระลอกคลื่น

“ข่าวเกี่ยวกับสมาคมที่ทยอยออกมาช่วงนี้ ฝั่งฉันเป็นคนปล่อยข่าวเองแหละค่ะ”

ทำไมถึงสามารถสารภาพออกมาได้อย่างเปิดเผยเต็มปากเต็มคำว่า ‘ฉันนี่แหละที่เอากระดูกชิ้นโตมาฟาดหัวแก’ ได้ขนาดนี้?

น้ำเสียงของซอเอสเธอร์ยังคงมั่นคงไม่มีสั่นไหวแม้แต่น้อย

การปลอมแปลงผลการประเมินผลึกมารที่สาขา ○○ นี่มันวิธีที่แกก็ใช้อยู่ไม่ใช่หรือไง

ร่วมมือกับนักประเมินของสำนักงานใหญ่ หลอกฟันกำไรจากฮันเตอร์หน้าโง่ แล้วเอาส่วนต่างไปสร้างกองทุนลับ ใครเขาจะไม่รู้กันล่ะ

‘อะไรนะ? ยะ ยัยฮันเตอร์นั่นไปรู้เรื่องพวกนั้นได้ยังไง...’

นี่มันเหนือความคาดหมายไปหน่อยไหม?

สายตาของประธานสมาคมที่เคยเยือกเย็นสั่นไหววูบหนึ่ง

แต่หากพิจารณาจากคุณสมบัติพลังตื่นรู้ของอีกฝ่าย นี่ก็ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้

เช่นเดียวกับที่เธอทำกับคู่หูคนหนึ่ง ซอเอสเธอร์เป็นตัวตนที่โดยธรรมชาติแล้วจะไม่มีวันลืมความแค้น

“เดี๋ยวก่อนสิครับ ฮันเตอร์เอสเธอร์ ทำไมคุณถึงต้องไปสืบประวัติของผมด้วยล่ะครับ? หือ?”

ความจริงแล้ว เอสเธอร์ไม่ชอบขี้หน้าผู้ชายคนนี้มาตั้งแต่งานรับตำแหน่งเมื่อ 3 ปีก่อนแล้ว

ประธานสมาคมคนก่อน หรือก็คือหัวหน้าคนแรกขององค์กรนี้ เป็นนักการเมืองผู้วางรากฐานระบบสมาคมในปัจจุบัน เขาซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

คนดีที่มีความรับผิดชอบเช่นนั้น วันหนึ่งได้ลงพื้นที่ภัยพิบัติในฐานะผู้รับผิดชอบ แล้วเกิดอุบัติเหตุถูกสัตว์อสูรที่ซ่อนตัวอยู่กัดจนเสียชีวิต

เอสเธอร์รู้สึกโศกเศร้ากับการตายอันน่าเวทนาของหัวหน้าองค์กรคนก่อนตามประสาเพื่อนมนุษย์

แต่ทว่า...

-ผมไม่เหมือนกับประธานยุน ผู้หญิงหัวโบราณคนนั้นหรอกครับ ผมเป็นคนยืดหยุ่น หวังว่าเราจะเข้ากันได้ดีนะครับ เข้าใจความหมายของผมใช่ไหมครับ? หัวหน้ากิลด์หอคอยเวทมนตร์เกาหลี

ด้วยเหตุนี้ เอสเธอร์จึงเกลียดขี้หน้าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเข้าไส้

ในตอนที่ทุกคนต่างลังเลที่จะรับตำแหน่งต่อเพราะการตายอันน่าสังเวชของผู้ดำรงตำแหน่งคนก่อน

โกบยองโดกลับฉวยโอกาสนั้นไขว่คว้าอำนาจ แถมยังกล้าพูดยื่นข้อเสนอทุจริตในงานรับตำแหน่งอีกต่างหาก

ทำนองว่าในฐานะประธานสมาคม เขาจะช่วยดูแลผลประโยชน์เบื้องหลังหลายๆ อย่างให้กิลด์หอคอยเวทมนตร์ ขอให้เธอช่วยดูแลเขาดีๆ หน่อย อะไรประมาณนั้น

แต่เนื่องจากซอเอสเธอร์เป็นผู้ใช้คำสาปที่มีทักษะทางสังคมไม่เลวร้ายนัก เธอจึงยอมอดทนกับเรื่องทั้งหมด

‘ยังไงซะเขาก็ทำงานได้ตามมาตรฐาน’

เงินที่โกบยองโดยักยอกไป พูดตามตรงว่ามันเป็นตัวเลขที่น่าเอ็นดู

ข้อเสียคือชอบหนีไปตีกอล์ฟในเวลางานบ้าง แต่เขาก็ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางขององค์กรได้ดีในระดับหนึ่ง

อย่างตอนเหตุการณ์ดราก้อนเหรดที่คาโกชิมะ ถึงสุดท้ายจะส่งฮันเตอร์ระดับ S ไปไม่ได้ แต่เขาก็ช่วยไกล่เกลี่ยไม่ให้เกิดปัญหาทางการทูต แม้ไอ้หนูสกปรกตัวนี้จะแอบแทะยุ้งฉางไปบ้าง แต่ที่ผ่านมาเธอก็ไม่ได้ถือสาหาความอะไร

“คนที่เป็นถึงหัวหน้าสมาคมฮันเตอร์ แต่กลับหันหลังให้ฮันเตอร์เสียเอง ตามสามัญสำนึกแล้ว คิดว่าจะยังรักษาเก้าอี้ตัวนั้นไว้ได้อย่างปลอดภัยเหรอคะ?”

พอเอสเธอร์พูดเปรยออกมาแบบนี้ โกบยองโดก็เดาความจริงได้ไม่ยาก

ลองคิดดูดีๆ ตอนคดี ‘ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง’ ความสนิทสนมของสองคนนี้ก็เคยเผยให้เห็นแวบๆ มาแล้ว

“หรือว่าเจ้าคิมกิรยอมันเอาข่าวลือมั่วๆ ไปเป่าหูคุณครับ?”

การที่คิมกิรยอเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของดร. และสุดท้ายก็เลือกมาหาเธอ ย่อมต้องมีเหตุผลบางอย่าง

เช่น พลังตื่นรู้ของเขาอาจจะเป็นธาตุที่ได้เปรียบในการสอบสวน

แต่สกิลสายจิตใจพวกนั้น สุดท้ายมันก็เป็นพลังส่วนบุคคลที่มองไม่เห็นไม่ใช่หรือไง?

“นี่คุณ ฟังนะครับคุณหนูเอสเธอร์ ผมไม่รู้ว่ามันไปพูดอะไรให้คุณฟัง แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด ผมเองก็ปวดใจจะแย่อยู่แล้วครับ”

ประธานสมาคมฮันเตอร์คนปัจจุบันพยายามเอาตัวรอดด้วยการคร่ำครวญอย่างน่าเวทนา

ไม่ว่าคิมกิรยอจะมีสกิลแบบไหน แค่ทำให้เอสเธอร์ไม่เชื่อถือสกิลนั้นก็จบเรื่อง

“ฉันกะแล้วว่าคุณต้องพูดแบบนี้ ก่อนจะมาที่นี่ฉันเลยส่งคำร้องขอยืม [ยุสติเทีย] จากอังกฤษไปเรียบร้อยแล้วค่ะ แถมต้องวางมัดจำด้วยไอเทม ระดับเอปิก ถึง 2 ชิ้นเชียวนะคะ”

แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า อีกฝ่ายจะเล่นไม้นี้

“ดังนั้น จากนี้ไปช่วยระมัดระวังคำพูดที่จะแก้ตัวด้วยนะคะ”

“....”

“ตายจริง ดูจากปฏิกิริยาของท่านประธาน สงสัยว่าที่คุณกิรยอพูดมาจะไม่ใช่เรื่องโกหกสินะคะ? ความจริงก่อนจะมาที่นี่ ฉันก็เผื่อใจไว้สำหรับทุกความเป็นไปได้อยู่แล้วเชียว”

ตอนนั้นเอง

โกบยองโดรีบพูดแทรกขัดจังหวะเอสเธอร์ขึ้นมา

“เดี๋ยว! ฟังผมก่อน ผมน่ะเหรอจะอยากทำเรื่องพรรค์นั้นกับคนในชาติที่มีค่า?”

“.......”

“เอาล่ะ ผมไม่รู้ว่าคิมกิรยอมันกระซิบกระซาบอะไรบ้าง แต่ผมมีเหตุผลของผม ผมจะอธิบายให้ฟัง”

โกบยองโดพูดต่อโดยไม่รู้ตัวเลยว่าสีหน้าของหญิงสาวเย็นชาลงวูบหนึ่ง

“เรื่องนี้มันเป็นประเด็นสำคัญ ผมกลัวว่าไอ้นักต้มตุ๋นนั่นมันจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศนี้ ก็เลยจำใจต้องทำแบบนั้นครับ”

“นักต้มตุ๋น?”

“อย่าเพิ่งตกใจแล้วฟังผมให้ดีนะครับ เจ้านั่นน่ะ... ไม่ใช่ระดับ S ตัวจริงหรอกครับ!”

แต่ทำไมกันนะ

ทั้งที่มั่นใจว่าได้งัดไพ่ตายที่จะเปลี่ยนใจอีกฝ่ายออกมาแล้วแท้ๆ

“คิมกิรยอ... ไม่ใช่ระดับ S?”

ฮ่าๆๆๆ!

ทันทีที่ได้ยินแรงจูงใจของอีกฝ่าย หัวหน้ากิลด์หอคอยเวทมนตร์ก็เงยหน้าหัวเราะร่าจนเห็นฟันล่างชัดเจน