เสียงหัวเราะเยาะนี่มันหมายความว่ายังไงกัน
“อาฮะฮะ! อา... ฮ่าๆ ที่แท้คุณกิรยอของเราก็ต้องมาตกระกำลำบากเพราะเหตุผลพรรค์นี้นี่เอง”
“เอ๊ะ ฮันเตอร์เอสเธอร์?”
“ให้ตายสิ ฉันนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าเรื่องราวมันจะไร้สาระได้ขนาดนี้”
เอสเธอร์หัวเราะร่าจนน้ำตาเล็ดอยู่นานเกือบสามสิบวินาที กว่าจะเริ่มกลับมาพูดคุยต่อได้
ทว่า...
สิ่งที่หลุดออกมาจากปากของเธอต่อจากนั้น ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางวันแสกๆ
“เอาเถอะค่ะ ถ้าจะให้สรุปก่อนเลยก็คือ โอกาสที่คุณกิรยอไม่ใช่ระดับ S คือ 0% ค่ะ!”
“ว่าไงนะ?”
“นี่หูตึงไปแล้วเหรอคะ? ฮันเตอร์คิมกิรยอคือของจริงที่มีผู้ตื่นรู้ระดับท็อปคลาสด้วยกันการันตีเชียวนะคะ!”
แต่กลับไปเข้าใจผิดกับคนแบบนั้นเนี่ยนะ!
เอสเธอร์ยังคงหลุดขำออกมาเป็นระยะ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าคำพูดเมื่อครู่มันน่าขันเพียงใด
แต่ทว่า ยิ่งการสนทนาดำเนินไป สีหน้าของประธานสมาคมกลับยิ่งมืดมนลงเรื่อยๆ
ความตึงเครียด ความวิตกกังวล
สีหน้าของชายวัยกลางคนค่อยๆ ถูกครอบงำด้วยลางร้าย
“อะ... เอาอะไรมามั่นใจว่า 0%? ระ เรื่องนี้ฉันได้ยินมาจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้นะ จากอเมริกาเชียวนะเว้ย...”
“อเมริกาเหรอคะ?”
เอสเธอร์พูดด้วยน้ำเสียงสูงอันเป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะเปลี่ยนท่านั่ง
“อื้ม งั้นเพื่อความยุติธรรม ฉันจะบอกคุณบ้างก็ได้ แหล่งข่าวของฉันมาจากญี่ปุ่นค่ะ”
เธอนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายขึ้นกว่าเดิม
“เมื่อก่อนฉันเคยไปร่วมงานฉลองก่อตั้งกิลด์ที่ชื่อ ‘เกตสตาร์’ น่ะค่ะ แล้วก็ได้เจอฮันเตอร์คนหนึ่งที่นั่น...”
อนึ่ง ตัวตนของบุคคลที่อยู่ในงานปาร์ตี้ที่อเมริกา แต่ไม่เคยคุยกับกิรยอเลยก็คือคนนี้นี่เอง
“คนคนนั้นคือ ‘ยามาซากะ อิโอริ’ ค่ะ”
ชาวต่างชาติที่แลกเบอร์ติดต่อกับเธอก็คือฮันเตอร์ระดับ S ธาตุลมของญี่ปุ่นนั่นเอง
“พอดีว่าฉันเป็นพวกชอบดูอนิเมะอยู่แล้ว ส่วนฮันเตอร์อิโอริก็ดันมีความรู้สึกดีๆ ให้กับไอดอลเกาหลีซะด้วย”
“หือ?”
“พอต่างฝ่ายต่างสนใจวัฒนธรรมของกันและกันแบบนี้ แค่คุยเมล์กันไม่กี่ครั้งก็สนิทกันได้ไวเลยล่ะค่ะ”
“ปะ... ประเด็นคืออะไร?”
“เกริ่นยาวไปเหรอคะ? ประเด็นก็คือ เพราะสนิทกันขนาดนั้น ช่วงนี้ฉันเลยได้ฟังเรื่องราวตอนปราบมังกรมาจากคุณอิโอริด้วยยังไงล่ะคะ...”
เอสเธอร์เอียงคอเล็กน้อย ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาสำคัญที่อีกฝ่ายอยากรู้ใจจะขาด
“สิ่งที่ฉันอยากจะบอกก็คือ ถ้าได้รู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกตระดับ S ของญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ ไม่มีทางพูดได้เลยค่ะว่าผู้ชายคนนั้นเป็นตัวปลอม”
เรื่องที่เกิดขึ้นในเกตระดับ S ที่จังหวัดคาโกชิมะงั้นรึ
ประธานสมาคมถึงกับตื่นตระหนกกับคำพูดของเอสเธอร์
นั่นเพราะตัวเขาเองก็สงสัยในตัวกิรยออย่างหนักจากสถานการณ์ในการบุกดันเจี้ยนที่คาโกชิมะนี่แหละ
แน่นอนว่าแรงกดดันจากบริษัทสเปกตรัมมีผลมากที่สุดที่ทำให้เขาปักใจเชื่อว่ากิรยอเป็นพวกต้มตุ๋น แต่...
‘ก็เจ้าคิมกิรยอดันไปญี่ปุ่นในฐานะผู้ช่วยไม่ใช่หรือไง...?!’
พอย้อนกลับไปคิดตอนนี้ การกระทำของผู้ชายที่เสนอตัวเป็นซัพพอร์ตเตอร์คนนั้นก็น่าสงสัยจริงๆ นั่นแหละ
ถ้าสมมติว่าหมอนั่นเป็นระดับ S ตัวปลอม การกระทำนั้นก็น่าจะเป็นการสร้างภาพเพื่อปกปิดฝีมือที่อ่อนด้อยของตัวเอง
“อืม... จะเล่าได้ถึงขนาดไหนนะ”
งึมงำ งึมงำ
แต่ทว่า ผู้ตื่นรู้สายคำสาปกลับยังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้ในสถานการณ์เช่นนี้
“ก่อนอื่น ขอบอกความลับสักเรื่องแล้วกันค่ะ คุณกิรยอตกลงไปในบ่อพิษในรังของมังกรพิษแต่กลับไม่เป็นอะไรเลย”
“อะไรนะ...”
“แน่นอนว่านั่นไม่ใช่ผลงานที่ยิ่งใหญ่อะไรหรอกค่ะ เพราะพิษที่นั่น พวกระดับ S ของญี่ปุ่นคนอื่นๆ ก็พอจะทนกันได้บ้างอยู่แล้ว”
คำพูดนี้ทำให้ประธานสมาคมชะงักไปครู่หนึ่ง
“แต่ฉันไม่รู้ว่าพอได้ยินเรื่องนี้แล้ว ความเข้าใจผิดนั้นจะยังคงอยู่หรือเปล่านะคะ ฮันเตอร์คิมกิรยอ... ฆ่ามังกรในดันเจี้ยนนั้นด้วยตัวคนเดียว โดยไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อยเลยค่ะ”
“ว่าไงนะ?”
“ถึงจะเป็นแค่มอนสเตอร์ทั่วไป แต่พวกฮันเตอร์ญี่ปุ่นต้องรุมกันเป็นโขยงกว่าจะล่ามังกรที่นั่นได้สักตัว เพราะมันอึดมากเลยนะคะ”
ฮันเตอร์คนนั้นบอกชัดเจนว่าจะคอยสนับสนุนพวกฮันเตอร์ญี่ปุ่นอยู่ข้างหลัง แล้วทำไมผู้ชายคนนั้นถึงฆ่ามังกรด้วยมือของตัวเองได้ล่ะ?
ยิ่งไปกว่านั้น คำอธิบายต่อมาก็ยิ่งทำให้ปอดของประธานสมาคมแทบจะกลายเป็นหิน
วิธีการที่ฮันเตอร์หน้าตายคนนั้นใช้ฆ่ามังกร คือสกิลที่แสนจะธรรมดาและใครๆ ก็รู้จัก
“แถมจุดที่สำคัญที่สุดของเรื่องเมื่อกี้ก็คือ ฮันเตอร์คิมกิรยอใช้ [ไบนด์ดิ้ง] ในการล่าค่ะ”
ไบนด์ดิ้ง
มันเป็นเวทมนตร์ที่มักจะปรากฏในรูปแบบของหินสกิล เนื่องด้วยผลลัพธ์ที่เฉพาะตัว การจะเรียนรู้สกิลนี้ได้จึงขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ส่วนบุคคลเป็นหลัก
พูดให้ถูกก็คือ หากไม่มีพรสวรรค์ด้านพลังจิต ต่อให้ใช้หินสกิล ร่างกายก็จะไม่สามารถเรียนรู้เทคนิคนั้นได้
แต่ถ้าโชคดีเรียนรู้ได้ขึ้นมา มันก็จะแสดงประโยชน์ที่สูงมากทีเดียว
ระดับ C, ระดับ D และอื่นๆ
ต่างจากหินสกิลทั่วไปที่มักจะล็อกความรุนแรงเอาไว้ตายตัว ไบนด์ดิ้งเป็นสกิลที่จะแปรผันตามสเปกของผู้ตื่นรู้เสมอ
“ท่านประธานไม่ทราบเหรอคะ? ว่าอานุภาพของ [ไบนด์ดิ้ง] จะรุนแรงขึ้นตามค่าการตื่นรู้น่ะ?”
เอสเธอร์งัดเอาประโยคเดียวกับที่ชายหนุ่มผมทองเคยพูดไว้ในอดีตออกมา
ประธานสมาคมพยายามจะแย้งอะไรบางอย่าง
“กะ... ก็ไม่แน่หรอก ถึงเงื่อนไขของสกิลจะเป็นแบบนั้น แต่เขาอาจจะใช้วิธีอื่นอย่างพวกไอเทมมาตบตาก็ได้นี่...”
คราวนี้ฝ่ายหญิงตัดบทพร้อมกับหัวเราะร่า
“รู้อะไรไม่จริงสักอย่าง ท่านประธานคะ คนที่เล่าเรื่องทั้งหมดนี้ให้ฉันฟัง คือฮันเตอร์อิโอริจากญี่ปุ่นนะคะ”
“หือ?”
“เขาเป็นผู้ครอบครองสกิล [การประเมิน] นะคะ!”
ประธานสมาคมฮันเตอร์
นี่ก็นับเป็นอาชีพที่คลุกคลีอยู่ในวงการของพวกพรานล่าสัตว์อสูร โกบยองโดไม่มีทางที่จะไม่รู้เรื่องระบบนิเวศของผู้ตื่นรู้เลย
“เดี๋ยวสิ ถ้าอย่างนั้น อย่าบอกนะว่า...”
ไม่นานโกบยองโดก็เข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายจะสื่อ
นักประเมิน คือผู้ที่คุ้นเคยกับอาร์ติแฟกต์ในดันเจี้ยนยิ่งกว่าใคร
ดังนั้น ผู้ที่มีสกิลสายวิเคราะห์จึงมักจะสัมผัสถึงพลังของไอเทมได้ไวและละเอียดอ่อนกว่าฮันเตอร์คนอื่น
“ใช่ค่ะ ไอ้ที่ว่า ‘อย่าบอกนะว่า’ นั่นน่ะ เรื่องจริงค่ะ ฉันลองถามเผื่อไว้แล้ว แต่เขาบอกว่าตอนที่ลงเรด ฮันเตอร์คิมกิรยอไม่ได้สวมใส่ ‘อาวุธ’ อะไรเลย”
คำตัดสินจากนักประเมินชาวญี่ปุ่นคนนั้นคือ
ฮันเตอร์คิมกิรยอไม่ได้สวมใส่อุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความรุนแรงของสกิลใดๆ ในตอนที่อยู่ในเกตระดับ S ที่คาโกชิมะ
ไม่สิ ไม่ใช่แค่ไอเทมเพิ่มความรุนแรงเท่านั้น
ยกเว้นมีดสั้นที่มีความสามารถพิเศษกับกล่องใบเล็กที่พกติดตัว เขาก็แทบจะลุยด้วยตัวเปล่าเลยด้วยซ้ำ
“ไอ้การใช้ไอเทมเทพๆ มาตบตาอะไรนั่นที่คุณจินตนาการไว้ มันไม่มีมาตั้งแต่แรกแล้วค่ะ”
...แน่นอนว่าความจริงมันมีอยู่ แหละนะ
แต่การที่กิรยอใช้แกนพลังงานจลน์นิรันดร์เพื่อเพิ่มความรุนแรงของสกิลนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับชาวโลก พวกเขาจึงไม่อาจล่วงรู้ความจริงของเหตุการณ์นี้ได้
“แล้วแบบนี้คุณกิรยอจะเป็นตัวปลอมได้ยังไงคะ? หลักฐานมันชัดเจนจนล้นปรี่ขนาดนี้แล้ว”
“....”
“อันที่จริงฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมท่านประธานถึงเข้าใจผิดกับคนที่ชัดเจนขนาดนี้ได้~ ทั้งที่เป็นคนปล่อยที่อยู่บ้านเขาไปแท้ๆ แต่ดันมานั่งหัวฟัดหัวเหวี่ยงเพราะเสียดายเงินค่าชดเชยแค่ 3 พันล้านวอน แล้วยังจะไปหาเรื่องเขาอีก น่าผิดหวังชะมัด”
และหากสมมติว่าคิมกิรยอเป็นระดับ S ตัวจริง สถานการณ์ตอนนี้ก็เท่ากับว่ามีใครบางคนในห้องนี้ได้ทำผิดพลาดในแบบที่ไม่สามารถแก้ไขได้เสียแล้ว
‘คะ คิมกิรยอฆ่ามังกรในเกตระดับ S ด้วยตัวเองเลยเรอะ? งั้นที่พวกญี่ปุ่นให้สัมภาษณ์นั่น ก็ไม่ใช่แค่คำยกยอตามมารยาทสินะ?’
เหงื่อกาฬเริ่มไหลซึมออกมาเต็มหน้าผากของประธานสมาคม
ต่างจากปฏิกิริยาของโกบยองโดที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีหน้าวิตกกังวล เอสเธอร์เพียงแค่คิดในใจว่า ‘ท่านประธานเรียกกลุ่มอัลไลมาแน่แล้ว งั้นยกเลิกการเช่า ‘ยุสติเทีย’ ได้เลย ประหยัดเงินไปได้เยอะ’
‘ถ้าอย่างนั้น อย่าบอกนะว่า ฮันเตอร์คิมกิรยอคนนั้นคือของจริง...’
ความโชคร้ายของใครบางคนไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้
ประกายไฟที่เกิดจากการกระทำของประธานสมาคมยังไม่ทันได้ลุกโชนอย่างเต็มที่เลยด้วยซ้ำ
“ว่าแต่ เรื่องคราวนี้ทำให้ฉันมองคุณกิรยอเปลี่ยนไปเยอะเลยค่ะ หน้าตาก็ดูเย็นชาแท้ๆ แต่กลับปล่อยท่านประธานที่เอาข้อมูลส่วนตัวไปปล่อยให้ยังมีชีวิตรอดมาได้จนถึงป่านนี้”
“ว่าไงนะ?”
“แถมพอทางสมาคมงอแงว่าไม่เชื่อใจคนที่ปกปิดระดับไว้ เขาก็อุตส่าห์ยอมทำสัญญาแบบนั้นเพื่อความสบายใจของพวกคุณอีก”
“...อึก”
“ดูเหมือนเขาจะใจกว้างกับพวกคนธรรมดาอย่างเหลือเชื่อเลยนะคะ”
เอสเธอร์พึมพำครู่หนึ่งก่อนจะเท้าคางแล้วกวาดตามองไปรอบๆ โดยเฉพาะตรงจุดที่เหล่าบอดี้การ์ดของประธานสมาคมยืนอยู่
“แต่จะทำยังไงดีล่ะ? ต้องขอโทษด้วยนะคะ แต่ฉันคงทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว ไม่ว่าจะเข้าใจผิดกันอีท่าไหน แต่ฉันไม่อยากร่วมงานกับพวกตัวอันตรายที่พร้อมจะชักดาบใส่ผู้ตื่นรู้ทันทีที่ขัดใจตัวเองหรอกนะคะ”
“นี่คุณ พูดอะไรแบบนั้น...”
“อ้อ ถ้าจะแก้ตัวอีกก็พอเถอะค่ะ เมื่อกี้พลาดจังหวะไป แต่ฉันเกลียดพวกอาชญากรที่พูดมากที่สุดเลย”
ตึก
“พวกเราให้โอกาสมามากพอแล้ว แต่คุณดันข้ามเส้นเอง”
เอสเธอร์จัดท่านั่งไขว่ห้างให้เข้าที่อีกครั้ง ก่อนจะใช้ส้นรองเท้าเคาะพื้นอย่างไม่สบอารมณ์
“นับจากนี้ไป ฉันจะเป็นคนลงทัณฑ์คุณแทนคุณกิรยอเองค่ะ”
“เฮอะ!”
“ส่วนเรื่องกลุ่มอัลไล เอาไว้หลังจากที่คุณยอมสละเก้าอี้ประธานสมาคมแล้วค่อยมาคุยกันต่อดีกว่า ทุกอย่างมันต้องมีลำดับขั้นตอนนะคะ เข้าใจไหม?”
ฮันเตอร์ระดับ S ที่นั่งอยู่บนโซฟาพูดจบก็ทำท่าจะลุกขึ้น ราวกับว่าได้พูดสิ่งที่ต้องการจะสื่อไปหมดแล้ว
ปัง!
ทันใดนั้น ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ทุบโต๊ะระบายความโกรธ
“นี่ ฟังไปฟังมา ชักจะลามปามใหญ่แล้วนะนังเด็กเมื่อวานซืน!”
“ว้าย ตกใจหมด”
“อุตส่าห์อดทนกับคำพูดคำจาที่ไร้การอบรมสั่งสอนมาตั้งนาน แล้วนี่ยังไงนะ? ให้สละตำแหน่ง?”
ประธานโกบยองโดหอบหายใจฮึดฮัดพลางชี้หน้าด่าระดับ S ตรงหน้า
“ไหนดูซิว่าจะทำได้ง่ายอย่างที่ปากดีหรือเปล่า ท่านผู้นำกิลด์หอคอยเวทมนตร์เกาหลี!”
“อืม”
“ลืมไปแล้วรึไงว่าตอนที่เธอทำสัญญาลับกับรัฐบาล ฉันก็นั่งหัวโด่อยู่ในที่ประชุมนั้นด้วย!”
“อ๋อ”
“ฉันรู้เห็นหมดนะว่าหล่อนเที่ยวไล่ฆ่าคนโดยอ้างชื่อโทษประหารน่ะ!”
แต่ทว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ
ทั้งที่งัดเอาจุดอ่อนที่ถ้านักข่าวรู้เข้าคงถึงขั้นคอขาดบาดตายออกมาขู่แท้ๆ
แต่ยิ่งประธานสมาคมพูดมากเท่าไหร่ เอสเธอร์กลับยิ่งเบิกตากว้างและเริ่มส่งยิ้มให้
“แล้วยังไงเหรอคะ?”
สรุปสั้นๆ ก็คือ
คำขู่ของประธานสมาคมไม่ได้ระคายผิวเธอเลยแม้แต่น้อย
“อะ อะไรนะ...?”
“นี่คุณ ยุคนี้ประชาชนเขาหมดศรัทธาในกระบวนการยุติธรรมกันจะตายไป ก็เพราะพวกชนชั้นสูงอย่างพวกคุณขยันสร้างเรื่องงามหน้ากันไว้เยอะไงคะ เรื่องแค่นั้นจะเป็นรอยด่างพร้อยสักแค่ไหนเชียว”
การแก้แค้น ความรุนแรง ศาลเตี้ย
ผู้คนในยุคนี้มักจะคลั่งไคล้เรื่องราวที่เร้าอารมณ์แบบนั้นอยู่แล้ว การกวาดล้างอาชญากรที่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์อาจถูกตีความไปในทางที่ดีก็ได้ในสายตาประชาชนบางกลุ่ม
“อยากจะแฉสิ่งที่ฉันทำก็เชิญเลยค่ะ”
“....”
“แต่คิดเหรอว่าคนรุ่นใหม่จะรุมด่าฉัน? กลับกัน เบื้องหลังฉันเองก็มีทั้งนักการเมืองและสื่อมวลชนหนุนหลังอยู่เพียบ เรื่องมันจะแดงออกมาได้จริงๆ เหรอคะ?”
อนึ่ง เรื่องการกวาดล้างอาชญากรระดับสูงนี้ เธอเองก็กังวลมานานแล้ว
นอกเหนือจากการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้มีผู้บริสุทธิ์โดนลูกหลง
ก็มีความเป็นไปได้ที่ฝั่งรัฐบาลจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างมาบีบคอเธอเหมือนกัน
แต่หลังจากขบคิดอยู่ครู่สั้นๆ เอสเธอร์ก็ได้วิธีจัดการกับความเสี่ยงนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“จริงสิ ว่าแต่ท่านประธานคะ อาการปวดหัวทุเลาลงบ้างหรือยังคะ?”
ปวดหัว พอได้ยินคำนั้น ใบหน้าของโกบยองโดก็บิดเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัด
“ถ้าดีขึ้นแล้วก็ยินดีด้วยค่ะ แต่ถ้าท่านประธานของเรายังคิดจะทำเรื่องชั่วๆ อีกละก็”
“ฮึ่ม!”
“ฉันเกรงว่าฟ้าดินจะลงโทษจนอาการกำเริบหนักกว่าเดิมเอาน่ะสิคะ...”
เอสเธอร์พูดพลางมองต่ำลงมาที่อีกฝ่ายด้วยใบหน้าที่เย็นชา ไม่กะพริบตาแม้แต่น้อย
ท่าทีที่ดุดันและน่าหวาดกลัวนั้น ไม่ต่างไปจากฮันเตอร์ผมทองที่ไหว้วานเธอมาเลยสักนิด
วินาทีนั้น ประธานโกบยองโดสังเกตเห็นว่าผู้นำกิลด์หอคอยเวทมนตร์กำลังใช้พลังใส่คน จึงลิงโลดใจขึ้นมาทันที
ที่พูดเมื่อกี้ มันเท่ากับสารภาพออกมาเองเลยไม่ใช่หรือไง?
ในห้องประธานสมาคมแห่งนี้มีเครื่องบันทึกเสียงเปิดไว้อยู่ตลอดเวลา ทีนี้ถ้าเอาสิ่งนี้ไปเป็นเครื่องต่อรองชิ้นใหม่ล่ะก็...!
“กลอกตาไปมาทำไมคะ หรือว่าใต้โต๊ะนั่นเป็นที่ซ่อนเครื่องบันทึกเสียง?”
แต่ทว่า ในตอนนั้นเอง
หญิงสาวที่มีใบหน้าเกียจคร้านก็ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอ่ยสิ่งที่ยังพูดไม่จบ
“ลืมบอกไปเลยค่ะ พอดีวันนี้ฉันพกผลึกมารระดับ 1 มาที่ห้องนี้ด้วยจำนวนหนึ่ง”
พร้อมกันนั้น ผู้ติดตามที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอก็เปิดกระเป๋าเอกสารให้ดู
วูบวาบ
ทรัพยากรจากดันเจี้ยนที่เปล่งแสงเจิดจ้าจนแสบตา
แต่มันกลับเป็นความงดงามที่แฝงไปด้วยอันตราย เหมือนกับแสงสีเขียวเหลืองของยูเรเนียมออกไซด์
“เพราะงั้นถ้าเปิดพวกฟังก์ชันอัดเสียงเอาไว้ เสียงที่ได้คงจะเพี้ยนๆ ไปหน่อยนะคะ...”
การแทรกแซงที่เลียนแบบคุณสมบัติของเกต
ในขณะที่ประธานสมาคมกำลังตาตระหนกจนหางตากระตุก ผู้ใช้คำสาปแห่งโลกก็ส่งยิ้มหวานพร้อมกับประกาศแก่เขา
“ฟังมาถึงตรงนี้ก็น่าจะเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วนะคะ ตั้งตารอได้เลยค่ะ ต่อจากนี้ไปคุณจะเป็นฝ่ายโดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียว”
“นี่คุณ ฮันเตอร์เอสเธอร์!”
“จะบอกให้นะคะว่าฉันเชื่อว่าความจริงใจของมนุษย์มักจะออกมาจากความเจ็บปวด เพราะฉะนั้น ค่าตอบแทนที่บังอาจไปแตะต้องฮันเตอร์น้ำดี เอาไว้เราค่อยมาคุยกันยาวๆ หลังจากนี้นะคะ”
ปฐมบทแห่งความพินาศได้เริ่มขึ้นแล้ว