ติ๊งต่อง
เสียงกริ่งหน้าประตูที่ดังขึ้นอย่างเรียบง่าย ดูไม่ค่อยเข้ากับฉาก ‘บทนำแห่งหายนะ’ สักเท่าไหร่ ดังก้องไปทั่วโถงทางเดิน
—ค่า กำลังออกไปค่า~
เมื่อได้ยินเสียงผู้หญิงตะโกนตอบมาจากด้านใน ผู้มาเยือนที่ยืนอยู่หน้าประตูก็ไพล่มือไว้ข้างหลังเพื่อรอคอย
รออยู่เพียงครู่เดียว เจ้าของบ้านก็เปิดประตูออกมา
อีกฝ่ายเป็นหญิงสาววัยยี่สิบปลายๆ รวบผมมวยเป็นก้อนกลมไว้ด้านบน และสวมแว่นตาเลนส์หนาเตอะอยู่บนดั้งจมูก
“อ้าว มาแล้วเหรอ! ร้อยวันพันปีไม่เห็นจะมา? ฮ่าๆๆ นึกยังไงถึงมาหาถึงบ้านได้เนี่ย”
“ไง”
“เอ้า เข้ามาก่อนสิ... ตายจริง ซื้ออะไรมาด้วยเนี่ย ไม่เห็นต้องลำบากเลย!”
ใช่แล้ว
วันนี้ฉันมาเยี่ยมที่พักของ กูซอฮยอง
และเพื่อให้ถูกต้องตามมารยาทแบบชาวโลกที่เพิ่งเรียนรู้มาเมื่อวันก่อน ฉันจึงแวะซื้อของกินติดไม้ติดมือมาด้วยนิดหน่อย...
.
.
.
กูซอฮยอง
พอลองคิดดูแล้ว ก็นานมากแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้มาหาชาวโลกเจ้าของชื่อนี้
เมื่อก่อนฉันยังโผล่หน้ามาให้เห็นบ้าง ตามรอบที่เอฟเฟกต์อินแชนท์ของแหวนราคาถูกหมดลง
แต่หลังจากเปลี่ยนมาใช้การป้องกันด้วย ต้นกล้าพฤกษาศักดิ์สิทธิ์ แทน ฉันก็แทบจะไม่ได้มาเหยียบที่นี่เลยจริงๆ
‘ฝีมือการเสริมพลังของกูซอฮยองยังไม่เสถียร’
ต้นกล้าพฤกษาศักดิ์สิทธิ์ และ ไฮดรา
ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีทั้งพลังโจมตีและป้องกันอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว การอินแชนท์ของมือสมัครเล่นรายนี้ก็ไม่ได้จำเป็นเร่งด่วนขนาดนั้น
เวทมนตร์ของเธอมีประโยชน์ในการเสริมแกร่งระยะสั้นก็จริง แต่ถ้าการต่อสู้ยืดเยื้อ มันก็มีข้อเสียร้ายแรงตรงที่บัฟอาจจะหลุดกลางคันได้
ดังนั้นฉันเลยไม่ได้มาหากูซอฮยอง
ดูเหมือนเธอเองก็ยุ่งกับงาน ช่วงหลังมานี้เลยไม่ได้ติดต่อมาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเหมือนกัน
“ของขวัญขึ้นบ้านใหม่ย้อนหลังเหรอ? สุดยอดเลย ขนมปังจากห้างฯ นี้ฉันเพิ่งเห็นในโซเชียลพอดี กำลังอยากกินอยู่เลย!”
แต่ทว่า สาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเราห่างเหินกัน จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่เรื่องสกิลอินแชนท์ที่ยังขาดๆ เกินๆ หรอก
“มี มาดแลน ด้วย! ว้าว ฉันชอบมาดแลนมากเลยนะเนี่ย ตอน ม.ต้น วิ่งไปซื้อกินที่สหกรณ์ทุกคาบพักเลย...”
ถ้าจะให้สารภาพตามตรง ปัจจัยที่ส่งผลร้ายแรงที่สุดก็คือ ‘ความทรงจำที่กลับคืนมา’ นั่นแหละ
เมื่อฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา ฉันรื้อฟื้นความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมได้เกือบหมดแล้ว และเพราะไอ้ข้อมูลราวๆ 65% นี่แหละ ที่ทำให้การเจอกับกูซอฮยองกลายเป็นเรื่องกระอักกระอ่วนใจโดยที่ฉันไม่ได้ต้องการ
ครึ่งหนึ่งคือความรู้สึกที่ คิมกิรยอ คนก่อนมีต่อเธอ
มันคือความรู้สึกด้อยค่า ความอิจฉา ความอึดอัดใจ และความยินดีเพียงเล็กน้อยที่ผุดขึ้นมาทุกครั้งที่เห็นหน้ากูซอฮยอง
ส่วนอีกครึ่งหนึ่งในอก คือความรู้สึกผิดและความกังวลในฐานะวิญญาณอย่างฉัน
ขอย้ำอีกครั้งว่า เวลาเจอหน้ากูซอฮยอง ฉันจะรู้สึกวางตัวไม่ถูกอยู่ลึกๆ
“นี่ อุตส่าห์ซื้อขนมปังมาทั้งที เดี๋ยวฉันไปชงกาแฟมาให้กินคู่กันเอาไหม?”
“ไม่ล่ะ”
“ปฏิเสธเสียงแข็งเชียว”
เพื่อนเก่ามาหาทั้งที แค่เห็นหน้าก็ยิ้มร่าดีใจขนาดนี้
ความจริงแล้ว สิ่งที่สิงอยู่ในเปลือกนอกนี้มันคือมนุษย์ต่างดาวที่เข้ายึดร่างศพไร้ญาติ แล้วจะให้ฉันเสพสุขกับความหวังดีนี้อย่างสบายใจได้ยังไงไหว
‘แถมกูซอฮยองยังเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่จำอดีตของกิรยอได้ ถ้าผลีผลามเข้าไปคลุกคลี เดี๋ยวก็โดนจับได้พอดีว่ามีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป’
ฉันเองก็มีมโนธรรมขั้นต่ำอยู่บ้างนะ
เวลาเห็นกูซอฮยองพยายามทำดีกับคนที่ตายไปแล้ว มันก็อดรู้สึกสะอิดสะเอียนตัวเองไม่ได้เหมือนกัน
ดังนั้นช่วงหลังมานี้ฉันเลยตั้งใจหลบหน้า อินแชนเตอร์ คนนี้มาตลอด แต่วันนี้มีธุระจำเป็น มันก็ช่วยไม่ได้
“จะว่าไป ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย...”
ตึก
จังหวะที่น้ำองุ่นซึ่งกูซอฮยองยกมาวางเรียงบนโต๊ะ
ฉันไม่รอช้า รีบเข้าประเด็นทันที
“ยังไม่คอนเฟิร์มนะ แต่คาดว่าอีกไม่นานประธาน สมาคมฮันเตอร์ น่าจะมีการเปลี่ยนตัว”
ขอแจ้งให้ทราบว่า ตอนนี้เป็นช่วงเวลาประมาณ 20 ชั่วโมงหลังจากที่ฉันไปเป่าหู ซอเอสเธอร์
รออีกแค่วันเดียว ข่าวฉาวสารพัดเรื่องที่ผู้ใช้คำสาปคนนั้นแฉออกมาคงเริ่มปลิวว่อน
“เปลี่ยนตัวประธานสมาคมงั้นเหรอ?”
“เรียกว่าตั้งใจจะเปลี่ยนจะถูกกว่า ฉันกับ ฮันเตอร์ อีกคนร่วมมือกัน พอดีมีเรื่องต้องสะสางกับ โกบยองโด นิดหน่อย แต่ติดตรงที่ตำแหน่งประธานสมาคมมันค้ำคออยู่ เลยลงมือลำบาก”
“อ๋อ”
“แต่ปัญหาก็คือ การเปลี่ยนตัวครั้งนี้มันคงไม่ราบรื่นแน่ๆ ระหว่างทางต้องมีเสียงนกเสียงกา หรือปัญหาแทรกซ้อนชัวร์”
ฉันจิบน้ำองุ่นแก้คอแห้งก่อนจะพูดต่อ
“สรุปสั้นๆ ก็คือ มีโอกาสสูงที่เรื่องซวยจะกระเด็นมาโดนเธอด้วยน่ะสิซอฮยอง”
จุดประสงค์ของวันนี้คือการมาเตือนเรื่องนี้แหละ
“ถึงยังไม่ชัวร์ แต่พอลองนึกถึงนิสัยตาแก่ประธานนั่นแล้ว ถ้าโดนต้อนจนมุม มันต้องหาเรื่องลากเธอเข้าไปเกี่ยวด้วยแน่”
“ตาแก่นั่นจะเล่นฉันเหรอ?”
“ก็เธอเป็นเพื่อนร่วมรุ่นฉันนี่”
“...!”
“เผลอๆ อาจจะจับเธอเป็นตัวประกันเพื่อขู่ฉันก็ได้ โกบยองโดมันเป็นพวกทำแบบนั้นได้หน้าตาเฉยอยู่แล้ว”
ความสัมพันธ์กับ ฮันเตอร์ ระดับ S
ปกติแล้วเส้นสายแบบนี้มักจะเป็นกำไรชีวิต แต่กรณีของกูซอฮยอง มันกลับกลายเป็นยาพิษ
ในเมื่อประธานโกบยองโดผูกใจเจ็บกับฉันขนาดนั้น ขอแค่ขัดแข้งขัดขาฉันได้ มันคงไม่เลือกวิธีการ
‘ให้ตายสิ โกบยองโด ผู้ไร้พลังตื่นรู้ นั่นทำไมอยู่ๆ ถึงได้อาละวาด...’
กูซอฮยองอาจจะกลายเป็นแพะรับบาปในกระบวนการนี้
ไม่ว่าความหายากของอาชีพ อินแชนเตอร์ จะเป็นยังไง สุดท้ายเธอก็เป็นแค่ลูกจ้างที่ทำงานภายใต้ สมาคมฮันเตอร์ ไม่ใช่หรือไง
ในสถานการณ์ที่โกบยองโดคุมองค์กรอยู่ ไม่มีอะไรการันตีได้ว่ามันจะไม่เล่นสกปรก
“ฉันเลยจะบอกว่า”
ทางนี้ได้จำลองสถานการณ์ความเป็นไปได้มาหลายรูปแบบ และได้ข้อสรุปเป็นแผนรับมือเล็กๆ น้อยๆ
“กูซอฮยอง ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป ถ้าอยู่ๆ ฉันทำเป็นไม่รู้จักเธอ ก็ไม่ต้องตกใจนะ”
“ห๊ะ?”
“ต่อจากนี้ถ้าเจอข้างนอก ฉันจะเมินใส่แล้วก็ทำตัวเย็นชาสุดๆ”
“อืม”
“แล้วดูตามสถานการณ์ ฉันอาจจะแกล้งพูดจาแรงๆ ใส่ด้วย ยกตัวอย่างเช่น... พูดใส่นักข่าวว่า ‘ยัยกูซอฮยองนั่นจะเป็นจะตายแล้วเกี่ยวอะไรกับฉัน’ อะไรทำนองนี้”
อินแชนเตอร์ สาวดูตกใจกับคำพูดนี้พอสมควร แต่ก็ช่วยไม่ได้
ฉันเห็นพวกประเภทเดียวกับโกบยองโดมาเยอะ ถ้าแสดงท่าทีว่าห่วงใยตัวประกันเมื่อไหร่ ผลลัพธ์มันจะยิ่งเลวร้ายลงทันที
‘ความเพิกเฉยนี่แหละคือทางรอดที่ดีที่สุด’
โชคดีที่กูซอฮยองดูเหมือนจะเข้าใจเจตนานี้ได้ไม่ยาก
“อย่างนี้นี่เอง... พอลองคิดดูแล้ว แบบนั้นก็น่าจะดีกว่าจริงๆ แหละ”
แน่นอนว่าถ้าวิธีนี้ไม่ได้ผล ถึงตอนนั้นค่อยไปไหว้วานซอเอสเธอร์ หรือใช้เส้นสายอื่นดึงตัว อินแชนเตอร์ ออกมาให้ได้ก็แล้วกัน...
“ยังไงก็ขอโทษด้วยนะที่ทำให้เดือดร้อน”
ฉันเอามือแตะริมฝีปากแล้วกล่าวขอโทษสั้นๆ
เอาจริงๆ เหตุการณ์ครั้งนี้ฉันเองก็เป็นฝ่ายถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรมเหมือนกัน ลึกๆ เลยคิดว่าไม่เห็นจำเป็นต้องก้มหัวขอโทษเลย
แต่ถึงยังไง กูซอฮยองก็เป็นคนรู้จักเพียงคนเดียวของคิมกิรยอ
‘เป็นแค่ผู้อาศัยในร่างกายเขา จะทำตัวหยาบคายกับเพื่อนเจ้าของบ้านตามใจชอบไม่ได้สินะ’
ฉันทำตามมารยาทขั้นต่ำสมเป็นมนุษย์ต่างดาวผู้มีอารยธรรม
ขณะที่กำลังจมอยู่กับความคิด หญิงสาวฝั่งตรงข้ามก็พูดขึ้น
“นี่ แต่ไอ้วิธีที่เธอเพิ่งพูดมา มันดูตั้งรับเกินไปหรือเปล่า?”
“ตั้งรับ?”
“ก็แบบว่า... ถ้ามีปัญหากับประธานสมาคมจริงๆ ทางฉันเองก็พอจะมีวิธีช่วยได้นะ แค่ไม่ได้บอกเธอเฉยๆ ความจริงช่วงนี้ฉันเองก็มีปัญหาหลายอย่างกับตาแก่นั่นเหมือนกัน”
กูซอฮยองเสนอตัวด้วยสีหน้าจริงจัง
เธอบอกว่าไม่อยากอยู่เฉยๆ แต่อยากจะช่วยแผนการของเราให้ถึงที่สุด
“กิรยอ ลองมองดูบ้านหลังนี้ที่เธอนั่งอยู่สิ คิดว่าใครเป็นคนซื้อ?”
“เธอ?”
“ไม่ใช่หรอก ถ้าตอนนั้นเธอไม่รับฉันไว้ที่ดาดฟ้า... และถ้าตอน ม.ต้น ไม่ช่วยฉันไว้ ฉันคงมาไม่ถึงจุดนี้”
“...”
“ฉันใช้หนี้ก้อนโตหมดเกลี้ยงและมีบ้านดีๆ แบบนี้อยู่ได้ ก็เพราะเธอทั้งนั้น ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเธอ รู้ไหม?”
ซอฮยองพูดพลางเบนสายตาไปทางอื่น
ตรงนั้นมีแสงแดดสดใสสาดส่องเข้ามาในห้องนั่งเล่นสว่างไสวตามแบบฉบับบ้านทิศใต้
ตัวเธอที่เคยถูกพ่อแม่หักหลัง และสูญเสียร้านไปเพราะเหตุก่อการร้าย เคยต้องทนอยู่ในห้องเช่าใต้ดินเหม็นอับที่เต็มไปด้วยราและแมลงสาบ
“เพราะงั้นฉันต้องช่วยเธอสิ คนเราต้องมีสำนึกบุญคุณนะ”
วินาทีนี้ อินแชนเตอร์ ได้ประกาศเจตนารมณ์
ว่าจะขอช่วยผู้มีพระคุณอย่างสุดความสามารถในแบบของตัวเอง
แถมยังพูดเจื้อยแจ้วอีกว่า คนอย่างเธอถ้าไปมีเรื่องกับใคร ร้อยทั้งร้อยอีกฝ่ายนั่นแหละที่ผิด ไม่เห็นต้องลังเลเลยสักนิด
“คิมกิรยอ ฉันคิดว่าบุญคุณที่ได้รับจากเธอน่ะ ชดใช้คืนไปได้ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ”
“งั้นเหรอ?”
“เพราะงั้นไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก ต่อไปก็มาให้ฉันเสริมแกร่งบ่อยๆ เหมือนเดิมเถอะ ช่วงนี้ที่หายหน้าหายตาไป ก็เพราะเป็นห่วงรายได้ฉันล่ะสิ?”
ให้ตายสิ คิดเองเออเองเก่งชะมัด
กูซอฮยองพูดไปพลางเคี้ยวขนมปังที่แขกซื้อมาตุ้ยๆ
“เปล่า ที่ไม่มาเพราะอินแชนท์ของเธอมันห่วยต่างหาก...”
เพียงแค่ 5 วินาที สายตาของฮันเตอร์ระดับ D ก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาจับจิต แต่ก็ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร
ถ้าทำสายตาแบบนั้นข้างนอกได้ ยัย อินแชนเตอร์ นี่คงไม่มีวันโดนจับไปเป็นตัวประกันแหงๆ
---
[(Exclusive) ตรวจพบการ “ย้อมแมวเกรด ผลึกมาร” ในสำนักงานใหญ่สมาคมฮันเตอร์เกาหลี]
[ผลสอบสวนคดีปลอมแปลงเกรด พบเบื้องหลังสุดช็อก... เป้าหมายเพื่อสร้าง ‘กองทุนลับ’?]
[คนใกล้ชิดแฉ ใน ไอเทมบ็อกซ์ ของประธานโก เต็มไปด้วยของต้องห้ามสำหรับพลเรือนเพียบ... “อภิสิทธิ์ชนที่ไม่เป็นธรรม” ประชาชนแห่เรียกร้องให้ตรวจสอบอย่างเร่งด่วน]
ปัง!
หลังจากเอสเธอร์มาหาได้ 24 ชั่วโมงพอดีเป๊ะ
ชายวัยกลางคนที่เคยมีภาพลักษณ์ใจดีตบโต๊ะทำงานในห้องหนังสือดังสนั่น
แม้จะอายุเลยเลขห้ามาแล้ว แต่สีหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ราวกับไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเจอสถานการณ์แบบนี้
“โว้ย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ!”
ก็แหงล่ะ เอสเธอร์เพิ่งกลับไปได้แค่วันเดียว บทความโจมตีเขาก็โผล่มาเป็นดอกเห็ด
ทั้งการครอบครองไอเทมดันเจี้ยนที่ห้ามคนทั่วไปถือครอง
แถมยังเรื่องที่ร่วมมือกับ นักประเมิน ของสมาคม หลอกต้มตุ๋น ฮันเตอร์ หน้าใหม่ แล้วเอาส่วนต่างจากชิ้นส่วนมอนสเตอร์ใน เกต มาสร้างกองทุนลับ
โกบยองโดนึกว่าหัวหน้ากิลด์ระดับ S นั่นจะแค่อาละวาดใช้กำลังข่มขู่ แต่นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเปิดสงครามรูปแบบนี้
หลักฐานมหาศาลที่ราวกับเตรียมการมาเป็นแรมปีเพื่อรอวันถล่มศัตรูทางการเมืองให้จมดิน
ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้!
โกบยองโดที่เห็นความเน่าเฟะของตัวเองถูกแฉต่อหน้านักข่าว ถึงกับต้องเอามือกุมขมับ
“ไอ้เวรนั่นมันไปสืบเรื่องฉันตั้งแต่เมื่อไหร่! เลขานั่นโดนไล่ออกไปเกือบ 2 ปีแล้วนะ มันมีความแค้นอะไรนักหนา!”
อาจจะดูโรคจิตไปหน่อยสำหรับบางคน แต่ด้วยนิสัยตามธาตุพลังที่ตื่นขึ้น เอสเธอร์เลยมีงานอดิเรกคือการสะสมจุดอ่อนของคนที่ทำให้เธอไม่สบอารมณ์เก็บเล็กผสมน้อยเอาไว้
และความกัดไม่ปล่อยนี้ ก็น่ากลัวจนขนลุก
[YTV ข่าวค่ำ 9 นาฬิกา LIVE ● : คดีปั่นราคาประเมินลุกลามบานปลาย...]
สถานการณ์ตอนนี้ชื่อเสียงป่นปี้ออกอากาศไปทั่ว 3 ช่องหลัก โดยที่ยังไม่ทันได้แก้ตัว
แต่ยังพอไหวอยู่
ตอนคดี ความชั่วร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง เพราะไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญเลยเผลอเปิดช่องโหว่ แต่เรื่องกองทุนลับแบบนี้ เขาจัดการหลักฐานไว้อย่างรัดกุมเสมอ ถ้าจวนตัวจริงๆ ก็แค่ตัดหางปล่อยวัด
เหมือนตอนกลุ่ม อัลไล นั่นแหละ แค่ยืนกรานกระต่ายขาเดียวว่าไม่มีส่วนรู้เห็นแล้วเอาตัวรอดไปก็จบ
“ฟู่ว!”
แถมทางนี้ ยังมีไพ่ตายที่เก็บไว้ใช้สวนกลับอยู่
“คิดว่าคนอย่างข้าจะยอมโดนเล่นฝ่ายเดียวหรือไง? ไอ้เด็กเมื่อวานซืน บังอาจมาเล่นกับใครไม่ดูตาม้าตาเรือ...!”
ฟึดฟัด
ประธานสมาคมสบถด่ากิรยอพึมพำ ก่อนจะหยิบเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมา
มันคือสัญญาจ้างผูกขาดที่ทำไว้กับ อินแชนเตอร์ คนหนึ่ง
เท่านี้เขาก็กุมชะตาชีวิตของยัยอินแชนเตอร์นั่นไว้ในกำมือ
โกบยองโดตั้งใจจะขู่คิมกิรยอว่า ถ้าไม่ยอม จะกลั่นแกล้งโดยการไม่ป้อนงานให้ อินแชนเตอร์ หรือทำให้เสียผลประโยชน์สารพัด
‘หรือไม่ก็ขู่ว่าจะเปิดเผยหน้าตาของอินแชนเตอร์ให้คนทั้งโลกรู้ไปเลย!’
และถ้าคิมกิรยอมยอมคุกเข่า เอสเธอร์ที่รับงานมาก็จะหยุดเคลื่อนไหวไปเองตามธรรมชาติ
[ท่านผู้ชมครับ มีข่าวด่วนเข้ามาครับ]
วินาทีนั้นเอง
เสียงของผู้ประกาศข่าวในทีวีพลันเปลี่ยนเป็นเร่งรีบ
ถ้าฟังดีๆ จะจับสังเกตได้ถึงความตื่นเต้นที่ปนอยู่ในน้ำเสียง
เพราะในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น สถานีโทรทัศน์ YTV ได้ตกเหยื่อชิ้นโตที่ใหญ่กว่าเดิมได้เสียแล้ว
[อินแชนเตอร์ ของเกาหลีที่เคยถูกปกปิดตัวตน ได้ออกมาส่งมอบหลักฐานชิ้นใหม่เกี่ยวกับการสร้างกองทุนลับของประธานสมาคมโกบยองโดครับ
น่าตกใจมากครับ ที่ผ่านมาประธานโกได้รับสินบนผิดกฎหมายจากบุคคลต่างประเทศเพื่อแลกกับสัญญาการอินแชนท์ แต่กลับเพิกเฉยต่อคำร้องขอจากพื้นที่ประสบภัยพิบัติที่ต้องการการเสริมแกร่งอย่างเร่งด่วน
เมื่อผู้ปฏิบัติงานแสดงความไม่พอใจในเรื่องนี้ ประธานสมาคมกลับใช้วาจาหยาบคายด่าทอ และสั่งบอดี้การ์ดของ อินแชนเตอร์ ว่า ‘คุมไอ้ xx นั่นให้ดี อย่าให้มันปีนเกลียว’
เรามีไฟล์เสียงที่ได้รับมาครับ ไปฟังกันเลย]
“เฮ้ย นี่มันอะไรอีกวะเนี่ย!”
เพล้ง
ตามมาด้วยเสียงวัตถุแตกกระจายดังก้อง
โกบยองโดเซถลาไปชนตู้โชว์ใกล้ๆ จนทำให้ถ้วยรางวัลงานกอล์ฟศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยใบโปรด ร่วงลงมาแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี