ฉันไม่อยากอยู่ในห้องเดียวกับระดับ S ที่เย็นชาแบบนั้นเลย...
“คุณคังชางโฮ คิดไปคิดมาผมว่าเราไม่จำเป็นต้องสู้กันหรอกครับ ผมยอมจำนนแล้ว”
ฉันยกมือทั้งสองข้างขึ้นแล้วค่อยๆ ก้าวถอยหลังไป
ในทางกลับกัน คังชางโฮกลับเดินตามบีบระยะห่างเข้ามา
“เพิ่งจะตอนนี้เนี่ยนะ?”
ก็นะ เป็นฉันก็คงไม่เชื่อคำพูดของไอ้คนที่เคยหนีไปแล้วครั้งหนึ่งเหมือนกัน
สถานการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุด คังชางโฮทำท่าเหมือนจะพุ่งเข้ามาได้ทุกเมื่อ
‘เฮือก!’
และในวินาทีที่หมัดอันใหญ่โตมโหฬารของคังชางโฮกำแน่น
ฉันก็ได้ยินเสียงเหมือนลมรั่วมาจากที่ไหนสักแห่งในห้องนี้ หรือว่าฉันจะตาฝาดไปเอง?
“บอสครับ~ ผมมาแล้ว”
ไม่สิ ไม่ได้ตาฝาด
มีลมเย็นพัดโชยออกมาจากผนังด้านขวาจริงๆ ด้วย
ภาษาเกาหลีที่สำเนียงแปร่งๆ
ทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น สายตาของทุกคนก็หันขวับไปมอง
บนผนังที่พวกเราจ้องมองอยู่ มีเกตแห่งใหม่ที่เมื่อกี้ยังไม่มีเปิดออกอยู่
จะพูดให้ถูกก็คือ มันคือช่องว่างมิติเวทมนตร์สีเขียวอมเหลืองที่ดูคล้ายกับเกต
“อ้อ เที่ยงคืนตรงเป๊ะ นายเนี่ยเป็นคนรักษาเวลาได้ยอดเยี่ยมจริงๆ”
จากนั้นใครบางคนก็กระโดดออกมาจากช่องว่างมิติเวทมนตร์
ดูจากการที่ตาแก่นั่นทำตัวสนิทสนมด้วยแล้ว ยังไงก็ต้องเป็นพวกศัตรูแน่นอน
ฉันยืนตัวแข็งทื่อพลางระแวดระวังผู้ตื่นรู้ที่ปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน แต่ปฏิกิริยาของคังชางโฮกลับตรงกันข้าม
“อาฮะ คนนี้เหรอพนักงานขนส่ง?”
คังชางโฮละทิ้งการประจันหน้ากับฉัน แล้วเดินเข้าไปหาคนคนนั้นด้วยความยินดี
“เห็นว่าในบรรดาผู้มีทักษะเคลื่อนย้ายพิกัด มีไม่กี่คนที่เคลื่อนย้ายมนุษย์ได้สินะ ไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นตัวจริงแบบนี้”
ผู้ตื่นรู้ระดับ S ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเหล่าฮันเตอร์ ถึงกับยอมก้มหัวทักทายและยื่นมือไปขอจับมืองั้นเหรอ
ช่างเป็นการต้อนรับที่เกินควรจริงๆ ให้ตายสิ
“ยินดีต้อนรับสู่เกาหลี”
“อ่า ครับ”
เมื่อคังชางโฮทักทาย ผู้ใช้เวทเคลื่อนย้ายพิกัดก็ทำตัวไม่ถูกพลางยื่นมือไปจับตอบ
“สวัสดะ...”
แต่ใครจะไปรู้ว่านั่นจะเป็นคำลาตายของเขากันล่ะ
ฉันไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเลย
-ตูม!
ทันทีที่ผู้ตื่นรู้คนนั้นจับมือ คังชางโฮก็ใช้มืออีกข้างที่ยังว่างอยู่คว้าศีรษะด้านข้างของอีกฝ่าย แล้วเหวี่ยงอัดเข้ากับกำแพงเต็มแรง...
“กรี๊ดดดดด!”
โครม ผนังถล่มลงมาส่วนหนึ่ง
คังชางโฮลงมือซ้ำเพื่อให้มั่นใจว่าตายสนิท โดยการบีบกะโหลกของผู้ใช้เวทเคลื่อนย้ายพิกัดให้แน่นแล้วฟาดลงกับพื้นซีเมนต์อีกครั้ง
ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเวลาเพียง 3 วินาทีเท่านั้น
“เฮือก! นะ...นาย นายทำอะไรของนาย...!”
ผนังและวันที่ย้อมไปด้วยสีแดงฉานในชั่วพริบตา ดูราวกับภาพวาดของศิลปินสมัยใหม่
ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน คังชางโฮสะบัดมือที่เปื้อนเลือดของพนักงานขนส่งพลางพูดขึ้น
“กว่าจะกำจัดเศษสอยเจ้านี่ได้ ต้องเสียทั้งเงินทั้งเวลาไปตั้งเท่าไหร่”
“ว่าไงนะ?”
“พวกผู้ตื่นรู้เคลื่อนย้ายพิกัดน่ะ ถ้าเผลอแค่นิดเดียวก็หนีหายไปแล้ว”
เขามึนงำออกมาพลางก้มมองผู้ตื่นรู้ที่ตัวเองเพิ่งฆ่าตายไป ก่อนจะหันไปประกาศกับกลุ่มโจรลักพาตัว
“ทางนี้เองเดิมทีก็ไม่อยากจะยุ่งหรอกนะ ไม่ว่าพวกแกจะค้าของเถื่อนหรือยึดครองเกตผิดกฎหมายอะไรนั่น”
สีหน้าของชายชราซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของฮันเตอร์ระดับ S
“แต่การลักลอบส่งผู้ตื่นรู้ในเขตของฉันออกไปต่างประเทศ มันคนละเรื่องกัน”
สิ้นคำพูดนั้น คังชางโฮก็เปิดฉากจู่โจมพวกมัน
“อ๊าก!”
“หนี... หนีเข้าไปในเกตเร็ว...!”
สมุนขององค์กรอาชญากรรมถูกจัดการอย่างราบคาบโดยไร้ทางสู้
สมาคมคงไม่แยกประเภทระดับ S ออกมาต่างหากเล่นๆ หรอกใช่ไหม?
เดิมทีโลกใบนี้มีการแบ่งระดับฮันเตอร์ตามลำดับตัวอักษรตั้งแต่ A ถึง F เท่านั้น แต่ว่ากันว่าเพราะมีพวกผู้ใช้เวทที่เริ่มปรากฏตัวขึ้นมาทีละคนสองคนในวันหนึ่ง ทำให้มีการเพิ่มระดับใหม่ขึ้นมาในภายหลัง
ฮันเตอร์ที่มีพลังเหนือมาตรฐานซึ่งไม่บังอาจนำไปเปรียบเทียบกับระดับ A ลงมาได้เลย
“อ๊ากกกก!”
นั่นแหละคือผู้ใช้เวทที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารของโลกใบนี้
ฉันมองคังชางโฮจัดการพวกโจรลักพาตัวไปทีละคนพลางพยักหน้า
สำหรับจอมเวทบรรพกาลถือว่าทำได้ไม่เลวเลยแฮะ อย่าไปแหยมกับคังชางโฮจะดีกว่า
“หืม?”
แต่เดี๋ยวก่อน
เมื่อกี้มัวแต่สนใจเหตุการณ์นองเลือดจนไม่ทันสังเกต พอเงยหน้าขึ้นฉันก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ดังมาจากข้างนอก
วี้หว่อ วี้หว่อ— เสียงไซเรนที่ดังซ้ำไปซ้ำมาอย่างหนวกหู
“ตำรวจ?”
คังชางโฮที่กำลังซ้อมเจ้าของบริษัทจนปางตายหยุดชะงักแล้วหันมามองทางนี้
“นายเรียกตำรวจเหรอ?”
อา จริงด้วย
“ใช่ครับ”
พอฉันตอบตกลงทันที คังชางโฮก็ทำสีหน้าพิลึก
แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ชอบใจกับสถานการณ์นี้แน่ๆ
คังชางโฮทิ้งร่างของเจ้าของบริษัทที่หมดสติไปแล้วเดินเข้ามาหาฉัน
จากนั้นเขาก็เตือนเบาๆ
“ฮันเตอร์คิมกิรยอ บอกไว้ก่อนนะ อย่าคิดจะโยงฉันเข้ากับองค์กรนี้เด็ดขาด”
“ครับ?”
“ฉันแค่บังเอิญเห็นพวกเวรที่ไหนไม่รู้กำลังส่งออกผู้ตื่นรู้เกาหลีไปขายต่างประเทศก็เลยเข้ามาขวาง เข้าใจนะ?”
เรื่องที่เขาหักหลังพวกโจรลักพาตัวฉันเองก็เห็นมากับตา
เหตุผลที่คังชางโฮยอมเป็น VIP ก็คงเพื่อทำให้พวกมันตายใจจนยอมพามาเจอพนักงานขนส่งนั่นแหละ
“แต่นั่นมันเป็นหน้าที่ของตำรวจไม่ใช่เหรอครับ”
แต่ฉันก็ยังมีข้อสงสัย
ตามความรู้ของคิมกิรยอ ดาวดวงนี้มีอาชีพที่ทำหน้าที่ปราบปรามอาชญากรอยู่แยกต่างหาก
ไม่เห็นจำเป็นต้องลงมือเองเลยนี่นา?
“ถ้านายรู้ว่าปกติพวกนั้นอืดอาดแค่ไหน นายคงพูดแบบนั้นไม่ออกหรอก”
“ครับ?”
“ไม่ได้จะตำหนิตำรวจหรอกนะ แต่พวกผู้ตื่นรู้ที่เคยเป็นข้าราชการส่วนใหญ่ก็ลาออกไปทำงานในวงการฮันเตอร์หมดแล้ว เพราะงั้นปัญหาขาดแคลนบุคลากรมันเลยช่วยไม่ได้”
“ไม่ค่อยเข้าใจที่พูดเท่าไหร่ครับ”
“ไม่รู้เหรอ?”
คังชางโฮหรี่ตาลง
“หมายความว่า ถ้าเป็นปกติ กว่าพวกนั้นจะหาที่นี่เจอคงต้องใช้เวลาเป็นวันๆ ไงล่ะ”
ได้ฟังคำพูดของเขาแล้ว ฉันก็รู้สึกเสียวสันหลังวูบ ว่าไงนะ?
“แต่คราวนี้กลับมาเร็วเกินคาด”
“...”
“ดูท่าคุณฮันเตอร์คิมกิรยอของเราคงจะลงมือทำอะไรบางอย่างสินะ”
ฮันเตอร์ระดับ S คนนั้นกวาดตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แล้วก้าวเท้าเดินออกไป
“ถึงจะอยากรู้ว่านายคิดจะทำอะไรก็เถอะ แต่เห็นแก่ว่ามันดึกแล้ว ฉันจะไม่ถามก็แล้วกัน”
คังชางโฮมุ่งหน้าไปทางระเบียงและหายตัวไปในเวลาไม่นาน
ฉันมองตามแผ่นหลังนั้นไปอย่างเหม่อลอย ผ่านไป 3 วินาทีถึงได้สติกลับมา
เพราะอีกฝ่ายทำตัวเป็นธรรมชาติเกินไปจนฉันไม่ทันสังเกต...
“เดี๋ยวสิ”
จะว่าไป ไอ้หมอนั่นมันจะไปไหนน่ะ?
วี้หว่อ— วี้หว่อ— วี้หว่อ—
ฉันหน้าถอดสีเมื่อได้ยินเสียงไซเรนรถตำรวจที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
ศพของผู้ใช้เวทเคลื่อนย้ายพิกัดที่หัวแบะ
ชายชราที่เลือดท่วมตัว
แถมยังมีคนบาดเจ็บสาหัสอีกประมาณ 3 คนที่นอนหมดสติเกลื่อนกราดอยู่ในห้องนี้
แต่ไอ้ระดับ S เฮงซวยนั่นกลับเผ่นหนีไปอย่างรวดเร็ว
งั้นสถานการณ์มันก็ต้องออกมาเป็นแบบนี้สิ
“ยกมือขึ้น! ตำรวจ!”
“เฮ้ย ที่นี่มันอะไรกันเนี่ย เลือดเต็มไปหมดเลย!”
“ตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไป หากมีการใช้พลังของผู้ตื่นรู้จะถือว่ามีความผิดเพิ่มขึ้น เข้าใจไหม!”
คนกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาล้อมรอบพื้นที่ในเวลาไม่นาน
ตำรวจมองสลับไปมาระหว่างคนที่นอนล้มระเนระนาดกับตัวฉัน ก่อนจะตะโกนออกมาด้วยความตกใจ
“ไอ้เจ้านี่ เอาเหยื่อที่ลักพาตัวมาไปไว้ที่ไหน!”
ถ้าเรื่องนี้มันจบลงแค่ ‘ลำบากหน่อยนะที่ต้องมาให้การแทนคังชางโฮคนเดียว’ ก็คงดีหรอก
“ผมเป็นคนแจ้งความครับ”
“อย่าขยับ! ขณะนี้คุณถูกจับกุมในข้อหาละเมิดกฎหมายพิเศษว่าด้วยอาชญากรรมผู้ตื่นรู้...”
“ผมบอกว่าเป็นคนแจ้งความไงครับ”
พวกตำรวจคงจะเข้าใจอะไรผิดไปไกลมากแน่ๆ พวกเขาใส่กุญแจมือฉันแล้วเริ่มลากตัวไปอย่างรุนแรง
“ไม่สิ มันจะเกินไปหน่อยไหมเนี่ย”
ปฏิบัติกับมนุษย์ต่างดาวผู้แสนดีแบบนี้ได้ยังไง
แต่ยังโชคดีที่การถูกปฏิบัติเหมือนอาชญากรนี้ไม่ได้ลากยาวไปนัก
ไม่กี่นาทีต่อมา หลังจากถูกตำรวจคุมตัวออกมานอกอาคาร ฉันก็ได้พบกับใบหน้าที่คุ้นเคย
ฮันเตอร์ที่อยู่หน้ารถตำรวจคนนั้นคือ...
“ฮันเตอร์คิมกิรยอ ทำไมถึงถูกใส่กุญแจมือล่ะคะ?”
ฉันพูดกับชาวโลกที่ทำหน้าตาตื่นตระหนกคนนั้นด้วยท่าทีเรียบเฉย
“นั่นสินะครับ คุณซอนอูยอน”
ดูเหมือนว่าอันยุนซึงจะได้รับข้อความของฉันอย่างปลอดภัยสินะ
***
[ยุนซึง ฉันกิรยอนะ ขอโทษทีแต่ตอนนี้ฉันถูกลักพาตัวมาน่ะ
แต่ฉันไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนเลยติดต่อไป ถ้านายรู้จักคนอย่างซอนอูยอนในสมาคม ช่วยบอกให้เขามาตามหาฉันทีได้ไหม?]
[เห็นว่านายเป็นระดับ A ก็น่าจะติดต่อกับสมาคมได้ เลยลองถามดูน่ะ]
[(แนบรูปถ่ายจากกล้องหน้า)]
***
ประมาณ 20 นาทีที่แล้ว
กลางดึกก่อนเข้าสู่วันใหม่
มีโทรศัพท์ด่วนโทรเข้ามาหาซอนอูยอนที่กำลังนอนซุกตัวอยู่บนเตียง
“ฮัลโหล?”
ผู้โทรมาคืออันยุนซึง ฮันเตอร์ระดับ A
พวกเขารู้จักมักจี่กันเพราะได้เจอกันตอนทำงานบ่อยๆ
“ว่าไงนะ? ใครถูกลักพาตัวนะ... คิมกิรยอ? ฮันเตอร์คิมกิรยอถูกลักพาตัวเหรอคะ?”
ข่าวที่อันยุนซึงแจ้งมานั้นน่าตกใจมาก
ฮันเตอร์ระดับ F ถูกลักพาตัวเนี่ยนะ
ถึงแม้โลกจะวุ่นวายเพราะมีเกตปรากฏขึ้นมาแค่ไหน แต่เหตุการณ์คนถูกลักพาตัวก็ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยนัก
“ฮันเตอร์อันยุนซึง ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันจะลองติดต่อทางกรมตำรวจดูเดี๋ยวนี้แหละ”
อันยุนซึงเป็นนักศึกษาที่มีมารยาทดี
ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญจริงๆ เขาคงไม่ติดต่อมาดึกดื่นขนาดนี้ และยิ่งไม่ใช่คนที่จะมาโทรเล่นพิเรนทร์แน่นอน
ซอนอูยอนจึงมั่นใจว่าสถานการณ์นี้ร้ายแรงมาก
เธอไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย หลังจากได้รับแจ้งเธอก็รีบใช้ทักษะทันที
‘พิกัดอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ถ้าใช้รถของฉันออกไปตอนนี้ก็น่าจะสมทบกับตำรวจได้ทัน’
นั่นคือที่มาที่ทำให้ซอนอูยอนปรากฏตัวขึ้นที่นี่
“มีผู้สูญหายอยู่ในทิศทางนี้จริงๆ เหรอครับ?”
นอกจากนี้ การเข้าร่วมของซอนอูยอนยังถือเป็นหมากที่ยอดเยี่ยมในอีกความหมายหนึ่งด้วย
“ขับตามถนนเส้นนี้ไปเรื่อยๆ เลยค่ะ มั่นใจแน่นอน”
เพราะสถานที่ที่คิมกิรยอถูกพาตัวไปตั้งอยู่ในหุบเขาลึกที่สัญญาณเข้าไม่ถึง การสะกดรอยตามจึงทำได้ยากลำบากมาก
เกือบจะไม่มีใครพบอาคารนี้และต้องยกเลิกการค้นหาไปเสียแล้ว
“อาคารนี้แหละค่ะ! ชั้น 1 ตรงนั้น เห็นส่วนที่ยื่นออกมาไหมคะ? ห้องนั้นแหละค่ะ”
ไม่นึกเลยว่าอาคารร้างที่ดูจะถล่มแหล่มิถล่มแหล่แบบนี้จะยังเปิดใช้งานอยู่
มันเป็นภาพบรรยากาศที่ชวนให้รู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย
“รีบไปเร็วเข้าค่ะ!”
ซอนอูยอนไม่ใช่บุคลากรสายต่อสู้หากเทียบกับฮันเตอร์ระดับ B คนอื่นๆ
ในแง่ที่ว่าทักษะที่เธอใช้ได้มีเพียงเวทมนตร์แกะรอยเท่านั้น
เธอจึงรออยู่ข้างนอกเพื่อไม่ให้เกะกะการปฏิบัติงานช่วยเหลือ...
‘ขอให้ปลอดภัยทีเถอะ’
คำอธิษฐานนั้นส่งไปถึงสวรรค์หรือเปล่านะ?
“อา!”
โชคดีที่ทีมสำรวจสามารถช่วยเหลือผู้ถูกลักพาตัวออกมาได้สำเร็จ
ถึงแม้กระบวนการจะมีปัญหาเล็กน้อยก็เถอะ
“ฮันเตอร์คิมกิรยอ ทำไมถึงถูกใส่กุญแจมือล่ะคะ?”
“นั่นสินะครับ คุณซอนอูยอน”
ยังไงซะเดี๋ยวแค่อธิบายต้นสายปลายเหตุทุกอย่างก็จบ คิมกิรยอจึงหลุดพ้นจากพันธนาการได้ไม่ยาก
“ขอบคุณที่มาช่วยนะครับ ว่าแต่อันยุนซึงล่ะ ทำไมไม่เห็นเลย?”
“ฮันเตอร์อันยุนซึงกำลังไปจัดการกับดันเจี้ยนเบรกที่เกิดขึ้นนอกเมืองอยู่น่ะค่ะ เห็นว่าได้รับข้อความของคุณตอนกำลังออกปฏิบัติหน้าที่พอดี”
ถึงจุดนี้ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะคลี่คลายลงได้ด้วยดี
แต่หลังจากนั้นไม่นาน
ทันทีที่ตำรวจระบุตัวตนของกลุ่มโจรลักพาตัวได้ บรรยากาศในที่เกิดเหยื่อก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างประหลาด
“เดี๋ยวก่อน ไอ้พวกนี้มันไม่ใช่พวกขบวนการค้ามนุษย์ที่ถูกประกาศจับอยู่หรอกเหรอ?”
ช่วงนี้ตำรวจมีปัญหาหนักใจเรื่องหนึ่งอยู่
นั่นคือการปรากฏตัวขององค์กรอาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่ลักพาตัวผู้ตื่นรู้เพื่อส่งไปค้ามนุษย์ยังต่างประเทศ
ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการสะกดรอยตามจากเหล่าเซอร์เชอร์อย่างซอนอูยอน พวกมันจึงปิดบังตัวตนของระดับแกนนำอย่างแยบยล
ทั้งชื่อและสัญชาติล้วนเป็นของปลอม จึงไม่แปลกที่ทักษะจะใช้งานไม่ได้ผล
ต่อให้จับกุมสมาชิกองค์กรได้ยากลำบากแค่ไหน สุดท้ายก็นำไปสู่การตัดหางปล่อยวัดเท่านั้น ทำให้การสืบสวนยืดเยื้อและไม่มีความคืบหน้ามาสักพัก
แต่ไม่นึกเลยว่าที่นี่จะเป็นจุดนัดพบของพวกมัน!
‘แถมองค์กรยังเกือบจะล่มสลายอยู่แล้ว?’
ซอนอูยอนตกใจกับหลักฐานที่ถูกค้นพบอย่างต่อเนื่อง
นอกจากคนจำนวนน้อยที่ถูกจับกุมขณะพยายามหลบหนี พวกโจรลักพาตัวทั้งหมดในอาคารนี้ล้วนอยู่ในสภาพหมดสติหรือบาดเจ็บสาหัส
“ไม่ใช่ผมหรอกครับ เป็นฝีมือของเจ้าบ้าคังชางโฮนั่นต่างหาก”
คิมกิรยอแก้ตัวแบบนั้นในช่วงแรก
แต่พอมีการพบผู้ตื่นรู้จำนวนมากนอนสลบอยู่แถวชั้น 2 เขาก็เริ่มเปลี่ยนคำพูดอย่างแนบเนียน
“พอดีพยายามจะป้องกันตัวน่ะครับ มันก็เลยเป็นอย่างที่เห็น”
...จะว่าไป ผู้ชายคนนี้ไม่มีบาดแผลเลยสักนิด ออกจะดูดีเกินไปด้วยซ้ำ
‘อะไรกันแน่?’
สมาชิกองค์กรที่ถูกใครบางคนจัดการจนหมอบ
ห้องของหัวหน้าองค์กรที่นองไปด้วยเลือด
และฮันเตอร์ระดับ F ที่ถูกพบในห้องที่เป็นปัญหานั้น ไม่ใช่ตรงทางออก...
ซอนอูยอนที่กำลังเรียบเรียงความคิดอยู่ ไม่สามารถเอ่ยปากพูดอะไรออกมาได้
คิมกิรยอถูกลักพาตัวมาจริงๆ น่ะเหรอ?
เรื่องทั้งหมดนี้ไม่มีเจตนาของเขาปนอยู่เลยจริงๆ อย่างนั้นเหรอ?