Cover

30

=======================

☆ พิกซีวิกิ (Pixie Wiki)

ข้อมูลไอเทมใหม่☜

[1]

ชื่อไอเทม : เทวทูตผู้พิทักษ์ฝาแฝด

สถานที่ที่ได้รับ : เขาวงกตสีขาว (EX)

ประเภท : อุปกรณ์สวมใส่

คำอธิบาย : ไอเทมรูปแบบกำไลข้อมือ โดยจำกัดการใช้งานเพียง 2 ครั้ง.......

=======================

วันถัดมาหลังจากที่วิธีการเข้าเกตแบบซิกแซกถูกปิดกั้น

ฉันนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนฟูกพลางเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ

เพราะตอนนี้การรวบรวมข้อมูลฮันเตอร์ทุกเช้าได้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปเสียแล้ว

“ในที่สุดพวกชาวโลกก็วิเคราะห์อุปกรณ์เวทมนตร์เสร็จแล้วสินะ”

ฉันมองข้อมูลไอเทมที่ปรากฏบนเว็บไซต์สลับกับกำไลข้อมือที่ถืออยู่

‘มิน่าล่ะ ที่ผ่านมาถึงหาข้อมูลไม่เจอเลย ที่แท้กำไลวงนี้ก็เพิ่งปรากฏขึ้นครั้งแรกในดันเจี้ยนระดับ EX นั่นเอง’

ดูเหมือนว่าชื่อของเจ้านี่จะถูกตั้งว่า เทวทูตผู้พิทักษ์ฝาแฝด สินะ

‘ถึงจะเก็บรักษาไว้อย่างดีเพราะเผื่อว่าจองฮาซองจะติดต่อกลับมาก็เถอะ แต่มาถึงขั้นนี้แล้วคงต้องตัดใจสินะ?’

ฉันหมุนอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ไม่เคยลองใช้มาก่อนเล่นไปมา ก่อนจะลองสวมมันดู

ทันใดนั้น อุปกรณ์เวทมนตร์ชิ้นนั้นก็กระชับเข้ากับข้อมือของกิรยอราวกับว่ามันเกิดมาคู่กันตั้งแต่ต้น

‘เยี่ยม ประกันชีวิตแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว’

ถ้าอย่างนั้น คำถาม

ทำไมฉันถึงเพิ่งจะมาสวมอุปกรณ์เวทมนตร์ที่เก็บรักษาไว้อย่างดีเหมือนของศักดิ์สิทธิ์เอาป่านนี้?

คำตอบคือ เพราะวันนี้เป็นวันที่ฉันต้องออกไปทำการทดลองที่ค่อนข้างอันตรายนิดหน่อยน่ะสิ

‘เฮ้อ ไม่นึกเลยว่าชีวิตนี้จะมีวันที่ต้องมานั่งกังวลเพราะไม่มีบอดี้การ์ด’

ฉันบ่นพึมพำขณะเตรียมตัวอย่างขะมักเขม้น

ท่าทางขึงขังจริงจังราวกับจะไปกอบกู้โลกจากหายนะระดับล้างบาง แต่ทว่า...

ความจริงแล้วสถานที่ที่ฉันเดินทางมาถึงก็คือ

[เกตระดับ F (031-F6)]

ระดับความอันตรายต่ำสุด

แหล่งรวมตัวของสัตว์อสูรอ่อนแอที่แม้แต่คนธรรมดาถือไม้หน้าสามไล่ตีก็ยังไหว เกตระดับ F!

ฉันมองป้ายที่แขวนอยู่หน้าทางเข้าแล้วเอียงคอ

เกตของโลกมนุษย์แบ่งออกเป็นบลูเกตและเรดเกต

ที่นี่เป็นบลูเกตประเภทหนึ่ง และเป็นรูปแบบที่ไม่มีบอสสินะ

‘รูปแบบทั่วไป ประเภท 2’

ในพื้นที่ทุ่งกว้างจะมีสัตว์อสูรขนาดเล็กปรากฏตัวออกมาเรื่อยๆ

เมื่อกำจัดมอนสเตอร์ได้ครบตามจำนวนที่กำหนด เกตก็จะปิดตัวลง ฉันทบทวนข้อมูลที่ศึกษามาล่วงหน้าอย่างแม่นยำ

‘ที่นี่เข้าออกค่อนข้างอิสระ เหมาะจะใช้เป็นสนามซ้อมมือที่สุด’

วันนี้ฉันมาที่นี่เพื่อล่า

‘ในที่สุดก็จะได้ทำตัวสมกับเป็นฮันเตอร์สักที’

ในเมื่อช่องทางทำเงินก้อนโตถูกซอนอูยอนเตือนจนโดนปิดไปแล้ว...

เมื่อเป็นแบบนี้ ฉันเลยคิดว่าจะลองมาล่ามอนสเตอร์ระดับ F ให้สมฐานะเพื่อหาค่าครองชีพดูสักหน่อย

“อา”

ภายในเกตที่ก้าวเข้ามาคือทุ่งหญ้าเขียวขจีแบนราบทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา

“เจอแล้ว มอนสเตอร์”

ทิวทัศน์งดงามราวกับภาพวาด แต่ฉันต้องกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏตัวขึ้น

“กี๊ซซซซ กิ๊ กี๊ซซซ.......”

“โอ๊ย นั่นเสียงร้องเรอะ?”

เจ้านั่นคือผู้อยู่อาศัยประจำเกตแห่งนี้ ‘แพะภูเขาเสียงเพี้ยน’

ที่ได้ชื่อนี้มาคงเป็นเพราะเสียงจากปากของมันเหมือนสีไวโอลินที่สายขาดกระมัง

“กี๊ซซซซ.......”

หน้าตาดูเชื่องๆ แบบนั้น แต่เห็นแบบนี้เจ้านี่จัดเป็นมอนสเตอร์อันตรายที่แย่งชิงอันดับ 1-2 ในระดับ F เลยนะ

ดังนั้นราคาค่าตัวเลยค่อนข้างสูง

ฉันคิดพลางเปิดฝาขวดสารขยายมานาดัง ป๊อก ถึงเวลาทดสอบเวทโจมตีแล้ว

“อี๊อิง กี๊ซซซซ......?”

อึก

จังหวะที่สารขยายมานาไหลลงคอ เจ้ามอนสเตอร์ก็หันขวับมาทางนี้พอดี

แต่มันสายไปเสียแล้ว ความเร็วในการร่ายเวทของฉันเร็วกว่าใครบนโลกใบนี้

‘ตายซะ!’

ฉันยื่นนิ้วชี้ออกไป ลูกบอลเพลิงขนาดเล็กก่อตัวขึ้นที่ปลายนิ้วก่อนจะพุ่งออกไปราวกับกระสุน

ได้การ พายเออร์บอลสำเร็จแล้ว!

ฟุ่บ!

“หืม?”

แต่ทว่าประมาณ 2 วินาทีต่อมา

กระสุนเพลิงที่ยิงออกไปอย่างมาดมั่นกลับจมหายไปในขนของเจ้าแพะภูเขาก่อนจะมอดดับไปอย่างน่าอนาถ

ฉันถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

“.......”

ไอ้นี่เนี่ยนะ... พายเออร์บอล?

“กิ๊วววว~!”

“แม่ง เอ้ย กะแล้วเชียว!”

มานาระดับ F มันก็ได้แค่นี้แหละ

ฉันออกตัววิ่งหนีสุดฝีเท้า เจ้าแพะภูเขาที่ไล่กวดมาด้านหลังดูหัวเสียสุดขีดราวกับคนโดนขี้บุหรี่ดีดใส่

แต่ยังโชคดีที่มันไม่ตามออกมานอกเกต

“เซฟ!”

ฟุ่บ!

ฉันกระโจนออกมานอกเกตพลางหอบหายใจแฮกๆ บ้าจริง สภาพมานาของคิมกิรยอดูจะอาการหนักกว่าที่คิดไว้อีกนะเนี่ย?

“แฮก แฮก”

แถมไอ้ร่างกายนี้ความจุปอดก็ขยะสิ้นดี วิ่งแค่นิดเดียวก็แทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว

ทำให้ฉันต้องยืนปรับลมหายใจอยู่พักใหญ่

‘หืม?’

ทว่าตอนนั้นเอง

“อ๊ะ! นี่มันไม่เจอกันนานแค่ไหนแล้วครับเนี่ย?”

ฉันหยุดหอบแล้วเงยหน้าขวับเมื่อได้ยินเสียงที่ดังข้างหู

“สวัสดีครับ! ไม่เจอกันนานเลย! ว้าว ยังเป็นฮันเตอร์อยู่สินะครับ?”

ผมสั้น นัยน์ตาสีดำ

สวมเสื้อยืดลายทางดีไซน์เรียบง่ายที่มีแถบสีน้ำเงินคาด

“จำผมได้ไหมครับ? ที่เมื่อก่อนตอนเราเพิ่งได้ใบอนุญาตฮันเตอร์ใหม่ๆ... เราเคยลงเกตเดียวกันไงครับ! ใช่ไหม?”

ตอนแรกฉันจำไม่ได้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร แต่พอยิ่งคุย ภาพความทรงจำจางๆ ก็ค่อยๆ ผุดขึ้นมา

“ผมแจฮยอนที่เป็นหัวหน้าทีมตอนนั้นไงครับ”

ความทรงจำไม่ได้กลับมาทั้งหมดอย่างชัดเจน

แต่ฉันสัมผัสได้ว่าสิ่งที่ผู้ชายคนนี้พูดเป็นความจริง

“พี่ชื่อกิรยอใช่ไหมครับ?”

หมายความว่า เขาคือคนที่รู้จักคิมกิรยอสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่......?

ฉันตัดสินใจยังไม่พูดอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า และลองดูสถานการณ์ไปก่อน

เดิมทีคิมกิรยอเป็นคนนิสัยยังไงกันนะ?

“ตอนนั้นเราสองคนตกใจจนวิ่งหนีป่าราบเลยนี่เนอะ ฮ่าฮ่าฮ่า! ทั้งที่อยู่ต่อหน้ามอนระดับ F แท้ๆ!”

ดูจากบทสนทนาตอนนี้ อย่างน้อยก็คงไม่ใช่ยอดคนผู้กล้าหาญแน่ๆ

“จะว่าไปเพราะเป็นการลงสนามครั้งแรกเลยตื่นเต้นสุดๆ สินะครับ”

ว่าแต่ไอ้มนุษย์โลกคนนี้พูดมากชะมัด

“แล้วพี่มาทำอะไรที่เกตนี้เหรอครับ? อย่าบอกนะว่าลุยเดี่ยว?”

เจ้านี่จะรู้ตัวไหมว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือมนุษย์ต่างดาวที่สวมหนังศพของคนอื่นอยู่?

ฉันมองเขาด้วยความเวทนาก่อนจะขยับปากตอบ

“อืม มาล่าแป๊บนึงน่ะ”

“เอ~ เอาอีกแล้ว ลืมเหรอครับ? พี่ตกลงว่าจะพูดเป็นกันเองกับผมแล้วนี่นา”

เวร แล้วไป?

“อ๊ะ โทษที พอดีช่วงนี้ฉันขี้ลืมน่ะ”

ไม่รู้ว่าจะเผลอทำพลาดตอนไหน เล่นเอาเหงื่อตกมือเลยแฮะ

ฉันรู้สึกอึดอัดกับการสนทนากับเขา แต่จะผลุนผลันเดินหนีไปเลยก็ไม่ได้

‘คนที่รู้จักเจ้าของร่างนี้’

ช่องว่างของความทรงจำที่เกิดจากความผิดพลาดของเวทจุติใหม่ นี่อาจเป็นโอกาสที่จะถมช่องว่างนั้นให้เต็มก็ได้

“งั้นฉันพูดเป็นกันเองนะ แจฮยอน... อ่า?”

“ครับผม!”

พอฉันลองเรียกชื่ออย่างระมัดระวัง เขาก็ยิ้มร่า

“จริงสิ! ไหนๆ เราก็ได้เจอกันแบบนี้แล้ว ถือเป็นพรหมลิขิตนะครับเนี่ย”

และหลังจากนั้นไม่นาน

ฉันก็ได้รับข้อเสนอที่คาดไม่ถึงจากฮันเตอร์ผู้เป็นมิตรคนนี้

“พี่ครับ ถือโอกาสวันนี้มาเข้าทีมกับผมไหมครับ?”

“ทีม?”

“ที่นี่มาคนเดียวมันตึงมือนี่นา~ เมื่อกี้ก็เห็นยืนหอบอยู่หน้าเกตด้วย”

“อา”

“พอดีทางเราว่างอยู่หนึ่งที่พอดีเลย!”

แจฮยอนอธิบายต่อว่า ฮันเตอร์คนหนึ่งที่นัดไว้ดันขาดงานโดยไม่บอกกล่าว

“เห็นตรงนั้นไหมครับ? นั่นทีมที่ผมทำงานด้วยอยู่ตอนนี้ หัวหน้าทีมเป็นถึงระดับ D เลยนะครับ”

ตรงจุดที่เขาชี้ไป มีฮันเตอร์สวมชุดเกราะหนักยืนอยู่ประมาณ 3 คน

คนที่ถูกเรียกว่าระดับ D คงเป็นผู้ตื่นรู้ที่ถือขวานยักษ์นั่นสินะ

ท่ามกลางพวกปลายแถว หมอนั่นมีพลังเวทมากที่สุด

“ว่าไงครับ? ถ้าพี่ตกลง เราเข้าเกตได้ตอนนี้เลย”

การล่าแบบกลุ่ม

จริงอยู่ที่สำหรับพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อ่อนแอ ไม่มีกลยุทธ์ไหนจะมีประสิทธิภาพไปกว่าการรวมกลุ่มกันอีกแล้ว

แต่ทว่า ถึงอย่างนั้นก็เถอะ

“โทษที ฉันกะว่าจะกลับบ้านแล้วน่ะ”

สิ่งที่หลุดจากปากฉันคือคำปฏิเสธ เพราะฉันกินสารขยายมานาสำหรับวันนี้ไปแล้วน่ะสิ

“ใช้มานาหมดแล้ว ล่าต่อไม่ไหวหรอก”

“หมดแล้วเหรอครับ?”

“นายก็รู้นี่ ระดับ F อย่างฉันใช้สกิลไม่กี่ครั้งก็หมดก๊อกแล้ว”

เฮ้อ ฉันแกล้งถอนหายใจออกมาเพื่อให้ดูน่าเสียดาย

แต่ตอนนั้นเอง แจฮยอนที่ยืนฟังเงียบๆ ก็พูดโพล่งขึ้นมา

“พวกผมไม่ซีเรียสนะครับ? เพราะยังไงเราก็ไม่ได้กะจะหาคนมาช่วยล่าอยู่แล้ว”

ว่าไงนะ?

“ลืมบอกไป จริงๆ แล้วคนที่เบี้ยวนัดคือเด็กแบกของครับ”

“เด็กแบกของ?”

“ใช่ครับ ก็เลยกังวลกันอยู่ว่าจะต้องแบกเป้ล่ากันเองอย่างทุลักทุเลรึเปล่า”

แจฮยอนถึงกับก้มหัวขอร้อง

“พี่ครับ ถ้าไม่รังเกียจช่วยพวกผมแค่รอบนี้เถอะครับ เดี๋ยวให้ค่าแรงงามๆ เลย นะครับ?”

ถ้าแค่ช่วยถือของล่ะก็.......

“เข้าใจแล้ว”

“ขอบคุณครับ!”

การได้เห็นระบบการทำงานของทีมฮันเตอร์ทั่วไปก็คงไม่เลวเหมือนกัน

ในที่สุดฉันก็ตอบรับคำเชิญของเขา ตามมาด้วยการแนะนำตัวกับสมาชิกในทีมอย่างง่ายๆ

และหลังจากนั้นครู่ใหญ่

การล่าที่กินเวลา 3 ชั่วโมงก็จบลง

ฉันที่ออกมาจากเกตได้อย่างปลอดภัยประเมินทีมนี้ในใจ

‘สมดุลดีมาก’

ทีมที่แจฮยอนแนะนำมีความสมบูรณ์แบบเหนือความคาดหมาย

ในขณะที่แนวหน้า 2 คนที่มีเวทควบคุมความเกลียดชังของมอนสเตอร์คอยรับส่งความสนใจ สมาชิกสายเวทแนวหลังก็คอยสอยศัตรูให้ร่วง

‘เรียบง่าย แต่สบายและปลอดภัย’

รู้สึกเหมือนกำลังยืนดูมนุษย์ยุคหินผู้ช่ำชองล่าแมมมอธอยู่เลย

ฉันนึกย้อนถึงเหตุการณ์วันนี้พลางขยับกระเป๋าเป้ที่หนักอึ้งบนหลัง

ถึงแม้น้ำหนักของเป้จะทำเอาขาเซไปวูบหนึ่งก็เถอะ

‘อึ้ก’

แต่ตอนนั้นเอง จู่ๆ น้ำหนักกระเป๋าที่แบกอยู่ก็เบาหวิว

“เอาล่ะ ล่าเสร็จแล้วส่งเป้มาทางนี้เลยครับ! เดี๋ยวผมถือไปที่จุดรับซื้อเอง”

เป็นเพราะฮันเตอร์ระดับ D ผู้เป็นหัวหน้าทีมคว้าหูหิ้วกระเป๋ายกขึ้นไปนั่นเอง

ฉันเงยหน้ามองชายร่างยักษ์แวบหนึ่ง อีกฝ่ายก็หัวเราะร่า

“จะว่าไปก็ได้คุณช่วยไว้แท้ๆ ใครจะไปนึกว่าไอ้เด็กแบกของไร้ความรับผิดชอบนั่นจะมาเบี้ยวงานเอาวันจริง ใช่ไหมล่ะครับ?”

“อ่า ครับ”

“แถมพี่ชายคนนี้ถูกใจผมจริงๆ นึกว่าจะผอมแห้งแรงน้อยแป๊บเดียวก็หมดแรง ที่ไหนได้ แบกของเดินตัวปลิวเชียว”

เขาตบหลังฉันป้าบๆ ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“เอ้า ผมอารมณ์ดี ไหนๆ ก็เป็นคนรู้จักของแจฮยอนด้วย เดี๋ยวผมให้พิเศษเลย......”

และทันใดนั้น

ฮันเตอร์ระดับ D ก็หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจากอกเสื้อ แล้วนับแบงก์ในนั้นยื่นมาตรงหน้าฉัน

แบงก์ห้าหมื่นวอน หนึ่ง สอง สาม สี่... นั่นมันเท่าไหร่กันน่ะ?

“สำหรับค่าแรงเด็กแบกของ มันเยอะเกินไปนะครับ”

“มาเป็นมวยแทนกะทันหันขนาดนี้ โบนัสแค่นี้ต้องมีให้อยู่แล้วครับ”

พอฉันยืนงงทำตัวไม่ถูก ฮันเตอร์ระดับ D ก็หัวเราะเสียงดังอีกครั้งพลางพูดขึ้น

“จริงสิ พรุ่งนี้คุณพอจะมีเวลาว่างไหมครับ?”

“เวลาเหรอครับ?”

“พอดีจองเกตไว้ล่วงหน้าแล้วมันยังเหลือน่ะครับ แต่จะให้ไปหาเด็กแบกของใหม่ตอนนี้ก็ขี้เกียจ.......”

ฟังดูเหมือนพวกเขากำลังลำบากเพราะเด็กแบกของไร้ความรับผิดชอบที่จู่ๆ ก็ลาออกไป

“ผมอยากได้คุณกิรยอที่ทำงานดีแบบนี้ไปด้วยกันมากกว่าน่ะครับ ฮึ? ว่าไงครับ”

ข้อเสนอให้มาเป็นเด็กแบกของอีกแค่วันเดียวงั้นเหรอ

ก่อนอื่นเลย พวกนี้ฝีมือดี

วันนี้ก็ล่าจบได้อย่างมั่นคง ถ้าไปลงเกตระดับ F เหมือนเดิม ความเสี่ยงคงแทบไม่มี

“อืม ก็ได้ครับ”

ดังนั้นฉันจึงพยักหน้าตอบรับด้วยความยินดี

ฉันรับงานนี้เพราะการวิเคราะห์ตามหลักเหตุผล

ไม่ใช่ว่าเห็นเงินค่าจ้างที่พวกเขาให้เยอะแล้วตาโตรับปากหรอกนะ

ไม่มีทาง

“เฮ้ย ชัวร์นะ?”

คิมกิรยอรับเงินแล้วจากไป

เมื่อแน่ใจว่าเขาหายไปลับตาแล้ว ฮันเตอร์ระดับ D ก็หันมาเร่งถามลูกทีม

คนสวมเสื้อลายทางจึงกระซิบตอบเสียงเบา

“ชัวร์สิครับพี่ ของที่อยู่บนข้อมือมันน่ะ ไอเทมจากเกตระดับ EX นั่น 100%”

“มั่นใจนะ?”

“ข้อมูลกำไลเพิ่งเปิดเผยเมื่อวาน ของเลียนแบบจะโผล่มาเร็วขนาดนี้ได้ไงครับ?”

“โฮ่”

“ลูกพี่ คราวหน้าจัดไอ้หมอนั่นเลยนะครับ”

รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากของแจฮยอน

“ไอ้เวรนั่นขาเป๋ วิ่งหนีไม่รอดหรอกครับ เมื่อกี้ที่ทนแบกของมาได้ก็คงเพราะงกเงินนั่นแหละ”

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

30

20px

=======================

☆ พิกซีวิกิ (Pixie Wiki)

ข้อมูลไอเทมใหม่☜

[1]

ชื่อไอเทม : เทวทูตผู้พิทักษ์ฝาแฝด

สถานที่ที่ได้รับ : เขาวงกตสีขาว (EX)

ประเภท : อุปกรณ์สวมใส่

คำอธิบาย : ไอเทมรูปแบบกำไลข้อมือ โดยจำกัดการใช้งานเพียง 2 ครั้ง.......

=======================

วันถัดมาหลังจากที่วิธีการเข้าเกตแบบซิกแซกถูกปิดกั้น

ฉันนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนฟูกพลางเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ

เพราะตอนนี้การรวบรวมข้อมูลฮันเตอร์ทุกเช้าได้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปเสียแล้ว

“ในที่สุดพวกชาวโลกก็วิเคราะห์อุปกรณ์เวทมนตร์เสร็จแล้วสินะ”

ฉันมองข้อมูลไอเทมที่ปรากฏบนเว็บไซต์สลับกับกำไลข้อมือที่ถืออยู่

‘มิน่าล่ะ ที่ผ่านมาถึงหาข้อมูลไม่เจอเลย ที่แท้กำไลวงนี้ก็เพิ่งปรากฏขึ้นครั้งแรกในดันเจี้ยนระดับ EX นั่นเอง’

ดูเหมือนว่าชื่อของเจ้านี่จะถูกตั้งว่า เทวทูตผู้พิทักษ์ฝาแฝด สินะ

‘ถึงจะเก็บรักษาไว้อย่างดีเพราะเผื่อว่าจองฮาซองจะติดต่อกลับมาก็เถอะ แต่มาถึงขั้นนี้แล้วคงต้องตัดใจสินะ?’

ฉันหมุนอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ไม่เคยลองใช้มาก่อนเล่นไปมา ก่อนจะลองสวมมันดู

ทันใดนั้น อุปกรณ์เวทมนตร์ชิ้นนั้นก็กระชับเข้ากับข้อมือของกิรยอราวกับว่ามันเกิดมาคู่กันตั้งแต่ต้น

‘เยี่ยม ประกันชีวิตแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว’

ถ้าอย่างนั้น คำถาม

ทำไมฉันถึงเพิ่งจะมาสวมอุปกรณ์เวทมนตร์ที่เก็บรักษาไว้อย่างดีเหมือนของศักดิ์สิทธิ์เอาป่านนี้?

คำตอบคือ เพราะวันนี้เป็นวันที่ฉันต้องออกไปทำการทดลองที่ค่อนข้างอันตรายนิดหน่อยน่ะสิ

‘เฮ้อ ไม่นึกเลยว่าชีวิตนี้จะมีวันที่ต้องมานั่งกังวลเพราะไม่มีบอดี้การ์ด’

ฉันบ่นพึมพำขณะเตรียมตัวอย่างขะมักเขม้น

ท่าทางขึงขังจริงจังราวกับจะไปกอบกู้โลกจากหายนะระดับล้างบาง แต่ทว่า...

ความจริงแล้วสถานที่ที่ฉันเดินทางมาถึงก็คือ

[เกตระดับ F (031-F6)]

ระดับความอันตรายต่ำสุด

แหล่งรวมตัวของสัตว์อสูรอ่อนแอที่แม้แต่คนธรรมดาถือไม้หน้าสามไล่ตีก็ยังไหว เกตระดับ F!

ฉันมองป้ายที่แขวนอยู่หน้าทางเข้าแล้วเอียงคอ

เกตของโลกมนุษย์แบ่งออกเป็นบลูเกตและเรดเกต

ที่นี่เป็นบลูเกตประเภทหนึ่ง และเป็นรูปแบบที่ไม่มีบอสสินะ

‘รูปแบบทั่วไป ประเภท 2’

ในพื้นที่ทุ่งกว้างจะมีสัตว์อสูรขนาดเล็กปรากฏตัวออกมาเรื่อยๆ

เมื่อกำจัดมอนสเตอร์ได้ครบตามจำนวนที่กำหนด เกตก็จะปิดตัวลง ฉันทบทวนข้อมูลที่ศึกษามาล่วงหน้าอย่างแม่นยำ

‘ที่นี่เข้าออกค่อนข้างอิสระ เหมาะจะใช้เป็นสนามซ้อมมือที่สุด’

วันนี้ฉันมาที่นี่เพื่อล่า

‘ในที่สุดก็จะได้ทำตัวสมกับเป็นฮันเตอร์สักที’

ในเมื่อช่องทางทำเงินก้อนโตถูกซอนอูยอนเตือนจนโดนปิดไปแล้ว...

เมื่อเป็นแบบนี้ ฉันเลยคิดว่าจะลองมาล่ามอนสเตอร์ระดับ F ให้สมฐานะเพื่อหาค่าครองชีพดูสักหน่อย

“อา”

ภายในเกตที่ก้าวเข้ามาคือทุ่งหญ้าเขียวขจีแบนราบทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา

“เจอแล้ว มอนสเตอร์”

ทิวทัศน์งดงามราวกับภาพวาด แต่ฉันต้องกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏตัวขึ้น

“กี๊ซซซซ กิ๊ กี๊ซซซ.......”

“โอ๊ย นั่นเสียงร้องเรอะ?”

เจ้านั่นคือผู้อยู่อาศัยประจำเกตแห่งนี้ ‘แพะภูเขาเสียงเพี้ยน’

ที่ได้ชื่อนี้มาคงเป็นเพราะเสียงจากปากของมันเหมือนสีไวโอลินที่สายขาดกระมัง

“กี๊ซซซซ.......”

หน้าตาดูเชื่องๆ แบบนั้น แต่เห็นแบบนี้เจ้านี่จัดเป็นมอนสเตอร์อันตรายที่แย่งชิงอันดับ 1-2 ในระดับ F เลยนะ

ดังนั้นราคาค่าตัวเลยค่อนข้างสูง

ฉันคิดพลางเปิดฝาขวดสารขยายมานาดัง ป๊อก ถึงเวลาทดสอบเวทโจมตีแล้ว

“อี๊อิง กี๊ซซซซ......?”

อึก

จังหวะที่สารขยายมานาไหลลงคอ เจ้ามอนสเตอร์ก็หันขวับมาทางนี้พอดี

แต่มันสายไปเสียแล้ว ความเร็วในการร่ายเวทของฉันเร็วกว่าใครบนโลกใบนี้

‘ตายซะ!’

ฉันยื่นนิ้วชี้ออกไป ลูกบอลเพลิงขนาดเล็กก่อตัวขึ้นที่ปลายนิ้วก่อนจะพุ่งออกไปราวกับกระสุน

ได้การ พายเออร์บอลสำเร็จแล้ว!

ฟุ่บ!

“หืม?”

แต่ทว่าประมาณ 2 วินาทีต่อมา

กระสุนเพลิงที่ยิงออกไปอย่างมาดมั่นกลับจมหายไปในขนของเจ้าแพะภูเขาก่อนจะมอดดับไปอย่างน่าอนาถ

ฉันถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

“.......”

ไอ้นี่เนี่ยนะ... พายเออร์บอล?

“กิ๊วววว~!”

“แม่ง เอ้ย กะแล้วเชียว!”

มานาระดับ F มันก็ได้แค่นี้แหละ

ฉันออกตัววิ่งหนีสุดฝีเท้า เจ้าแพะภูเขาที่ไล่กวดมาด้านหลังดูหัวเสียสุดขีดราวกับคนโดนขี้บุหรี่ดีดใส่

แต่ยังโชคดีที่มันไม่ตามออกมานอกเกต

“เซฟ!”

ฟุ่บ!

ฉันกระโจนออกมานอกเกตพลางหอบหายใจแฮกๆ บ้าจริง สภาพมานาของคิมกิรยอดูจะอาการหนักกว่าที่คิดไว้อีกนะเนี่ย?

“แฮก แฮก”

แถมไอ้ร่างกายนี้ความจุปอดก็ขยะสิ้นดี วิ่งแค่นิดเดียวก็แทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว

ทำให้ฉันต้องยืนปรับลมหายใจอยู่พักใหญ่

‘หืม?’

ทว่าตอนนั้นเอง

“อ๊ะ! นี่มันไม่เจอกันนานแค่ไหนแล้วครับเนี่ย?”

ฉันหยุดหอบแล้วเงยหน้าขวับเมื่อได้ยินเสียงที่ดังข้างหู

“สวัสดีครับ! ไม่เจอกันนานเลย! ว้าว ยังเป็นฮันเตอร์อยู่สินะครับ?”

ผมสั้น นัยน์ตาสีดำ

สวมเสื้อยืดลายทางดีไซน์เรียบง่ายที่มีแถบสีน้ำเงินคาด

“จำผมได้ไหมครับ? ที่เมื่อก่อนตอนเราเพิ่งได้ใบอนุญาตฮันเตอร์ใหม่ๆ... เราเคยลงเกตเดียวกันไงครับ! ใช่ไหม?”

ตอนแรกฉันจำไม่ได้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร แต่พอยิ่งคุย ภาพความทรงจำจางๆ ก็ค่อยๆ ผุดขึ้นมา

“ผมแจฮยอนที่เป็นหัวหน้าทีมตอนนั้นไงครับ”

ความทรงจำไม่ได้กลับมาทั้งหมดอย่างชัดเจน

แต่ฉันสัมผัสได้ว่าสิ่งที่ผู้ชายคนนี้พูดเป็นความจริง

“พี่ชื่อกิรยอใช่ไหมครับ?”

หมายความว่า เขาคือคนที่รู้จักคิมกิรยอสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่......?

ฉันตัดสินใจยังไม่พูดอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า และลองดูสถานการณ์ไปก่อน

เดิมทีคิมกิรยอเป็นคนนิสัยยังไงกันนะ?

“ตอนนั้นเราสองคนตกใจจนวิ่งหนีป่าราบเลยนี่เนอะ ฮ่าฮ่าฮ่า! ทั้งที่อยู่ต่อหน้ามอนระดับ F แท้ๆ!”

ดูจากบทสนทนาตอนนี้ อย่างน้อยก็คงไม่ใช่ยอดคนผู้กล้าหาญแน่ๆ

“จะว่าไปเพราะเป็นการลงสนามครั้งแรกเลยตื่นเต้นสุดๆ สินะครับ”

ว่าแต่ไอ้มนุษย์โลกคนนี้พูดมากชะมัด

“แล้วพี่มาทำอะไรที่เกตนี้เหรอครับ? อย่าบอกนะว่าลุยเดี่ยว?”

เจ้านี่จะรู้ตัวไหมว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือมนุษย์ต่างดาวที่สวมหนังศพของคนอื่นอยู่?

ฉันมองเขาด้วยความเวทนาก่อนจะขยับปากตอบ

“อืม มาล่าแป๊บนึงน่ะ”

“เอ~ เอาอีกแล้ว ลืมเหรอครับ? พี่ตกลงว่าจะพูดเป็นกันเองกับผมแล้วนี่นา”

เวร แล้วไป?

“อ๊ะ โทษที พอดีช่วงนี้ฉันขี้ลืมน่ะ”

ไม่รู้ว่าจะเผลอทำพลาดตอนไหน เล่นเอาเหงื่อตกมือเลยแฮะ

ฉันรู้สึกอึดอัดกับการสนทนากับเขา แต่จะผลุนผลันเดินหนีไปเลยก็ไม่ได้

‘คนที่รู้จักเจ้าของร่างนี้’

ช่องว่างของความทรงจำที่เกิดจากความผิดพลาดของเวทจุติใหม่ นี่อาจเป็นโอกาสที่จะถมช่องว่างนั้นให้เต็มก็ได้

“งั้นฉันพูดเป็นกันเองนะ แจฮยอน... อ่า?”

“ครับผม!”

พอฉันลองเรียกชื่ออย่างระมัดระวัง เขาก็ยิ้มร่า

“จริงสิ! ไหนๆ เราก็ได้เจอกันแบบนี้แล้ว ถือเป็นพรหมลิขิตนะครับเนี่ย”

และหลังจากนั้นไม่นาน

ฉันก็ได้รับข้อเสนอที่คาดไม่ถึงจากฮันเตอร์ผู้เป็นมิตรคนนี้

“พี่ครับ ถือโอกาสวันนี้มาเข้าทีมกับผมไหมครับ?”

“ทีม?”

“ที่นี่มาคนเดียวมันตึงมือนี่นา~ เมื่อกี้ก็เห็นยืนหอบอยู่หน้าเกตด้วย”

“อา”

“พอดีทางเราว่างอยู่หนึ่งที่พอดีเลย!”

แจฮยอนอธิบายต่อว่า ฮันเตอร์คนหนึ่งที่นัดไว้ดันขาดงานโดยไม่บอกกล่าว

“เห็นตรงนั้นไหมครับ? นั่นทีมที่ผมทำงานด้วยอยู่ตอนนี้ หัวหน้าทีมเป็นถึงระดับ D เลยนะครับ”

ตรงจุดที่เขาชี้ไป มีฮันเตอร์สวมชุดเกราะหนักยืนอยู่ประมาณ 3 คน

คนที่ถูกเรียกว่าระดับ D คงเป็นผู้ตื่นรู้ที่ถือขวานยักษ์นั่นสินะ

ท่ามกลางพวกปลายแถว หมอนั่นมีพลังเวทมากที่สุด

“ว่าไงครับ? ถ้าพี่ตกลง เราเข้าเกตได้ตอนนี้เลย”

การล่าแบบกลุ่ม

จริงอยู่ที่สำหรับพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อ่อนแอ ไม่มีกลยุทธ์ไหนจะมีประสิทธิภาพไปกว่าการรวมกลุ่มกันอีกแล้ว

แต่ทว่า ถึงอย่างนั้นก็เถอะ

“โทษที ฉันกะว่าจะกลับบ้านแล้วน่ะ”

สิ่งที่หลุดจากปากฉันคือคำปฏิเสธ เพราะฉันกินสารขยายมานาสำหรับวันนี้ไปแล้วน่ะสิ

“ใช้มานาหมดแล้ว ล่าต่อไม่ไหวหรอก”

“หมดแล้วเหรอครับ?”

“นายก็รู้นี่ ระดับ F อย่างฉันใช้สกิลไม่กี่ครั้งก็หมดก๊อกแล้ว”

เฮ้อ ฉันแกล้งถอนหายใจออกมาเพื่อให้ดูน่าเสียดาย

แต่ตอนนั้นเอง แจฮยอนที่ยืนฟังเงียบๆ ก็พูดโพล่งขึ้นมา

“พวกผมไม่ซีเรียสนะครับ? เพราะยังไงเราก็ไม่ได้กะจะหาคนมาช่วยล่าอยู่แล้ว”

ว่าไงนะ?

“ลืมบอกไป จริงๆ แล้วคนที่เบี้ยวนัดคือเด็กแบกของครับ”

“เด็กแบกของ?”

“ใช่ครับ ก็เลยกังวลกันอยู่ว่าจะต้องแบกเป้ล่ากันเองอย่างทุลักทุเลรึเปล่า”

แจฮยอนถึงกับก้มหัวขอร้อง

“พี่ครับ ถ้าไม่รังเกียจช่วยพวกผมแค่รอบนี้เถอะครับ เดี๋ยวให้ค่าแรงงามๆ เลย นะครับ?”

ถ้าแค่ช่วยถือของล่ะก็.......

“เข้าใจแล้ว”

“ขอบคุณครับ!”

การได้เห็นระบบการทำงานของทีมฮันเตอร์ทั่วไปก็คงไม่เลวเหมือนกัน

ในที่สุดฉันก็ตอบรับคำเชิญของเขา ตามมาด้วยการแนะนำตัวกับสมาชิกในทีมอย่างง่ายๆ

และหลังจากนั้นครู่ใหญ่

การล่าที่กินเวลา 3 ชั่วโมงก็จบลง

ฉันที่ออกมาจากเกตได้อย่างปลอดภัยประเมินทีมนี้ในใจ

‘สมดุลดีมาก’

ทีมที่แจฮยอนแนะนำมีความสมบูรณ์แบบเหนือความคาดหมาย

ในขณะที่แนวหน้า 2 คนที่มีเวทควบคุมความเกลียดชังของมอนสเตอร์คอยรับส่งความสนใจ สมาชิกสายเวทแนวหลังก็คอยสอยศัตรูให้ร่วง

‘เรียบง่าย แต่สบายและปลอดภัย’

รู้สึกเหมือนกำลังยืนดูมนุษย์ยุคหินผู้ช่ำชองล่าแมมมอธอยู่เลย

ฉันนึกย้อนถึงเหตุการณ์วันนี้พลางขยับกระเป๋าเป้ที่หนักอึ้งบนหลัง

ถึงแม้น้ำหนักของเป้จะทำเอาขาเซไปวูบหนึ่งก็เถอะ

‘อึ้ก’

แต่ตอนนั้นเอง จู่ๆ น้ำหนักกระเป๋าที่แบกอยู่ก็เบาหวิว

“เอาล่ะ ล่าเสร็จแล้วส่งเป้มาทางนี้เลยครับ! เดี๋ยวผมถือไปที่จุดรับซื้อเอง”

เป็นเพราะฮันเตอร์ระดับ D ผู้เป็นหัวหน้าทีมคว้าหูหิ้วกระเป๋ายกขึ้นไปนั่นเอง

ฉันเงยหน้ามองชายร่างยักษ์แวบหนึ่ง อีกฝ่ายก็หัวเราะร่า

“จะว่าไปก็ได้คุณช่วยไว้แท้ๆ ใครจะไปนึกว่าไอ้เด็กแบกของไร้ความรับผิดชอบนั่นจะมาเบี้ยวงานเอาวันจริง ใช่ไหมล่ะครับ?”

“อ่า ครับ”

“แถมพี่ชายคนนี้ถูกใจผมจริงๆ นึกว่าจะผอมแห้งแรงน้อยแป๊บเดียวก็หมดแรง ที่ไหนได้ แบกของเดินตัวปลิวเชียว”

เขาตบหลังฉันป้าบๆ ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“เอ้า ผมอารมณ์ดี ไหนๆ ก็เป็นคนรู้จักของแจฮยอนด้วย เดี๋ยวผมให้พิเศษเลย......”

และทันใดนั้น

ฮันเตอร์ระดับ D ก็หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจากอกเสื้อ แล้วนับแบงก์ในนั้นยื่นมาตรงหน้าฉัน

แบงก์ห้าหมื่นวอน หนึ่ง สอง สาม สี่... นั่นมันเท่าไหร่กันน่ะ?

“สำหรับค่าแรงเด็กแบกของ มันเยอะเกินไปนะครับ”

“มาเป็นมวยแทนกะทันหันขนาดนี้ โบนัสแค่นี้ต้องมีให้อยู่แล้วครับ”

พอฉันยืนงงทำตัวไม่ถูก ฮันเตอร์ระดับ D ก็หัวเราะเสียงดังอีกครั้งพลางพูดขึ้น

“จริงสิ พรุ่งนี้คุณพอจะมีเวลาว่างไหมครับ?”

“เวลาเหรอครับ?”

“พอดีจองเกตไว้ล่วงหน้าแล้วมันยังเหลือน่ะครับ แต่จะให้ไปหาเด็กแบกของใหม่ตอนนี้ก็ขี้เกียจ.......”

ฟังดูเหมือนพวกเขากำลังลำบากเพราะเด็กแบกของไร้ความรับผิดชอบที่จู่ๆ ก็ลาออกไป

“ผมอยากได้คุณกิรยอที่ทำงานดีแบบนี้ไปด้วยกันมากกว่าน่ะครับ ฮึ? ว่าไงครับ”

ข้อเสนอให้มาเป็นเด็กแบกของอีกแค่วันเดียวงั้นเหรอ

ก่อนอื่นเลย พวกนี้ฝีมือดี

วันนี้ก็ล่าจบได้อย่างมั่นคง ถ้าไปลงเกตระดับ F เหมือนเดิม ความเสี่ยงคงแทบไม่มี

“อืม ก็ได้ครับ”

ดังนั้นฉันจึงพยักหน้าตอบรับด้วยความยินดี

ฉันรับงานนี้เพราะการวิเคราะห์ตามหลักเหตุผล

ไม่ใช่ว่าเห็นเงินค่าจ้างที่พวกเขาให้เยอะแล้วตาโตรับปากหรอกนะ

ไม่มีทาง

“เฮ้ย ชัวร์นะ?”

คิมกิรยอรับเงินแล้วจากไป

เมื่อแน่ใจว่าเขาหายไปลับตาแล้ว ฮันเตอร์ระดับ D ก็หันมาเร่งถามลูกทีม

คนสวมเสื้อลายทางจึงกระซิบตอบเสียงเบา

“ชัวร์สิครับพี่ ของที่อยู่บนข้อมือมันน่ะ ไอเทมจากเกตระดับ EX นั่น 100%”

“มั่นใจนะ?”

“ข้อมูลกำไลเพิ่งเปิดเผยเมื่อวาน ของเลียนแบบจะโผล่มาเร็วขนาดนี้ได้ไงครับ?”

“โฮ่”

“ลูกพี่ คราวหน้าจัดไอ้หมอนั่นเลยนะครับ”

รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากของแจฮยอน

“ไอ้เวรนั่นขาเป๋ วิ่งหนีไม่รอดหรอกครับ เมื่อกี้ที่ทนแบกของมาได้ก็คงเพราะงกเงินนั่นแหละ”