=======================
☆ พิกซีวิกิ (Pixie Wiki)
ข้อมูลไอเทมใหม่☜
[1]
ชื่อไอเทม : เทวทูตผู้พิทักษ์ฝาแฝด
สถานที่ที่ได้รับ : เขาวงกตสีขาว (EX)
ประเภท : อุปกรณ์สวมใส่
คำอธิบาย : ไอเทมรูปแบบกำไลข้อมือ โดยจำกัดการใช้งานเพียง 2 ครั้ง.......
=======================
วันถัดมาหลังจากที่วิธีการเข้าเกตแบบซิกแซกถูกปิดกั้น
ฉันนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนฟูกพลางเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ
เพราะตอนนี้การรวบรวมข้อมูลฮันเตอร์ทุกเช้าได้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปเสียแล้ว
“ในที่สุดพวกชาวโลกก็วิเคราะห์อุปกรณ์เวทมนตร์เสร็จแล้วสินะ”
ฉันมองข้อมูลไอเทมที่ปรากฏบนเว็บไซต์สลับกับกำไลข้อมือที่ถืออยู่
‘มิน่าล่ะ ที่ผ่านมาถึงหาข้อมูลไม่เจอเลย ที่แท้กำไลวงนี้ก็เพิ่งปรากฏขึ้นครั้งแรกในดันเจี้ยนระดับ EX นั่นเอง’
ดูเหมือนว่าชื่อของเจ้านี่จะถูกตั้งว่า เทวทูตผู้พิทักษ์ฝาแฝด สินะ
‘ถึงจะเก็บรักษาไว้อย่างดีเพราะเผื่อว่าจองฮาซองจะติดต่อกลับมาก็เถอะ แต่มาถึงขั้นนี้แล้วคงต้องตัดใจสินะ?’
ฉันหมุนอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ไม่เคยลองใช้มาก่อนเล่นไปมา ก่อนจะลองสวมมันดู
ทันใดนั้น อุปกรณ์เวทมนตร์ชิ้นนั้นก็กระชับเข้ากับข้อมือของกิรยอราวกับว่ามันเกิดมาคู่กันตั้งแต่ต้น
‘เยี่ยม ประกันชีวิตแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว’
ถ้าอย่างนั้น คำถาม
ทำไมฉันถึงเพิ่งจะมาสวมอุปกรณ์เวทมนตร์ที่เก็บรักษาไว้อย่างดีเหมือนของศักดิ์สิทธิ์เอาป่านนี้?
คำตอบคือ เพราะวันนี้เป็นวันที่ฉันต้องออกไปทำการทดลองที่ค่อนข้างอันตรายนิดหน่อยน่ะสิ
‘เฮ้อ ไม่นึกเลยว่าชีวิตนี้จะมีวันที่ต้องมานั่งกังวลเพราะไม่มีบอดี้การ์ด’
ฉันบ่นพึมพำขณะเตรียมตัวอย่างขะมักเขม้น
ท่าทางขึงขังจริงจังราวกับจะไปกอบกู้โลกจากหายนะระดับล้างบาง แต่ทว่า...
ความจริงแล้วสถานที่ที่ฉันเดินทางมาถึงก็คือ
[เกตระดับ F (031-F6)]
ระดับความอันตรายต่ำสุด
แหล่งรวมตัวของสัตว์อสูรอ่อนแอที่แม้แต่คนธรรมดาถือไม้หน้าสามไล่ตีก็ยังไหว เกตระดับ F!
ฉันมองป้ายที่แขวนอยู่หน้าทางเข้าแล้วเอียงคอ
เกตของโลกมนุษย์แบ่งออกเป็นบลูเกตและเรดเกต
ที่นี่เป็นบลูเกตประเภทหนึ่ง และเป็นรูปแบบที่ไม่มีบอสสินะ
‘รูปแบบทั่วไป ประเภท 2’
ในพื้นที่ทุ่งกว้างจะมีสัตว์อสูรขนาดเล็กปรากฏตัวออกมาเรื่อยๆ
เมื่อกำจัดมอนสเตอร์ได้ครบตามจำนวนที่กำหนด เกตก็จะปิดตัวลง ฉันทบทวนข้อมูลที่ศึกษามาล่วงหน้าอย่างแม่นยำ
‘ที่นี่เข้าออกค่อนข้างอิสระ เหมาะจะใช้เป็นสนามซ้อมมือที่สุด’
วันนี้ฉันมาที่นี่เพื่อล่า
‘ในที่สุดก็จะได้ทำตัวสมกับเป็นฮันเตอร์สักที’
ในเมื่อช่องทางทำเงินก้อนโตถูกซอนอูยอนเตือนจนโดนปิดไปแล้ว...
เมื่อเป็นแบบนี้ ฉันเลยคิดว่าจะลองมาล่ามอนสเตอร์ระดับ F ให้สมฐานะเพื่อหาค่าครองชีพดูสักหน่อย
“อา”
ภายในเกตที่ก้าวเข้ามาคือทุ่งหญ้าเขียวขจีแบนราบทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา
“เจอแล้ว มอนสเตอร์”
ทิวทัศน์งดงามราวกับภาพวาด แต่ฉันต้องกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏตัวขึ้น
“กี๊ซซซซ กิ๊ กี๊ซซซ.......”
“โอ๊ย นั่นเสียงร้องเรอะ?”
เจ้านั่นคือผู้อยู่อาศัยประจำเกตแห่งนี้ ‘แพะภูเขาเสียงเพี้ยน’
ที่ได้ชื่อนี้มาคงเป็นเพราะเสียงจากปากของมันเหมือนสีไวโอลินที่สายขาดกระมัง
“กี๊ซซซซ.......”
หน้าตาดูเชื่องๆ แบบนั้น แต่เห็นแบบนี้เจ้านี่จัดเป็นมอนสเตอร์อันตรายที่แย่งชิงอันดับ 1-2 ในระดับ F เลยนะ
ดังนั้นราคาค่าตัวเลยค่อนข้างสูง
ฉันคิดพลางเปิดฝาขวดสารขยายมานาดัง ป๊อก ถึงเวลาทดสอบเวทโจมตีแล้ว
“อี๊อิง กี๊ซซซซ......?”
อึก
จังหวะที่สารขยายมานาไหลลงคอ เจ้ามอนสเตอร์ก็หันขวับมาทางนี้พอดี
แต่มันสายไปเสียแล้ว ความเร็วในการร่ายเวทของฉันเร็วกว่าใครบนโลกใบนี้
‘ตายซะ!’
ฉันยื่นนิ้วชี้ออกไป ลูกบอลเพลิงขนาดเล็กก่อตัวขึ้นที่ปลายนิ้วก่อนจะพุ่งออกไปราวกับกระสุน
ได้การ พายเออร์บอลสำเร็จแล้ว!
ฟุ่บ!
“หืม?”
แต่ทว่าประมาณ 2 วินาทีต่อมา
กระสุนเพลิงที่ยิงออกไปอย่างมาดมั่นกลับจมหายไปในขนของเจ้าแพะภูเขาก่อนจะมอดดับไปอย่างน่าอนาถ
ฉันถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“.......”
ไอ้นี่เนี่ยนะ... พายเออร์บอล?
“กิ๊วววว~!”
“แม่ง เอ้ย กะแล้วเชียว!”
มานาระดับ F มันก็ได้แค่นี้แหละ
ฉันออกตัววิ่งหนีสุดฝีเท้า เจ้าแพะภูเขาที่ไล่กวดมาด้านหลังดูหัวเสียสุดขีดราวกับคนโดนขี้บุหรี่ดีดใส่
แต่ยังโชคดีที่มันไม่ตามออกมานอกเกต
“เซฟ!”
ฟุ่บ!
ฉันกระโจนออกมานอกเกตพลางหอบหายใจแฮกๆ บ้าจริง สภาพมานาของคิมกิรยอดูจะอาการหนักกว่าที่คิดไว้อีกนะเนี่ย?
“แฮก แฮก”
แถมไอ้ร่างกายนี้ความจุปอดก็ขยะสิ้นดี วิ่งแค่นิดเดียวก็แทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว
ทำให้ฉันต้องยืนปรับลมหายใจอยู่พักใหญ่
‘หืม?’
ทว่าตอนนั้นเอง
“อ๊ะ! นี่มันไม่เจอกันนานแค่ไหนแล้วครับเนี่ย?”
ฉันหยุดหอบแล้วเงยหน้าขวับเมื่อได้ยินเสียงที่ดังข้างหู
“สวัสดีครับ! ไม่เจอกันนานเลย! ว้าว ยังเป็นฮันเตอร์อยู่สินะครับ?”
ผมสั้น นัยน์ตาสีดำ
สวมเสื้อยืดลายทางดีไซน์เรียบง่ายที่มีแถบสีน้ำเงินคาด
“จำผมได้ไหมครับ? ที่เมื่อก่อนตอนเราเพิ่งได้ใบอนุญาตฮันเตอร์ใหม่ๆ... เราเคยลงเกตเดียวกันไงครับ! ใช่ไหม?”
ตอนแรกฉันจำไม่ได้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร แต่พอยิ่งคุย ภาพความทรงจำจางๆ ก็ค่อยๆ ผุดขึ้นมา
“ผมแจฮยอนที่เป็นหัวหน้าทีมตอนนั้นไงครับ”
ความทรงจำไม่ได้กลับมาทั้งหมดอย่างชัดเจน
แต่ฉันสัมผัสได้ว่าสิ่งที่ผู้ชายคนนี้พูดเป็นความจริง
“พี่ชื่อกิรยอใช่ไหมครับ?”
หมายความว่า เขาคือคนที่รู้จักคิมกิรยอสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่......?
ฉันตัดสินใจยังไม่พูดอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า และลองดูสถานการณ์ไปก่อน
เดิมทีคิมกิรยอเป็นคนนิสัยยังไงกันนะ?
“ตอนนั้นเราสองคนตกใจจนวิ่งหนีป่าราบเลยนี่เนอะ ฮ่าฮ่าฮ่า! ทั้งที่อยู่ต่อหน้ามอนระดับ F แท้ๆ!”
ดูจากบทสนทนาตอนนี้ อย่างน้อยก็คงไม่ใช่ยอดคนผู้กล้าหาญแน่ๆ
“จะว่าไปเพราะเป็นการลงสนามครั้งแรกเลยตื่นเต้นสุดๆ สินะครับ”
ว่าแต่ไอ้มนุษย์โลกคนนี้พูดมากชะมัด
“แล้วพี่มาทำอะไรที่เกตนี้เหรอครับ? อย่าบอกนะว่าลุยเดี่ยว?”
เจ้านี่จะรู้ตัวไหมว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือมนุษย์ต่างดาวที่สวมหนังศพของคนอื่นอยู่?
ฉันมองเขาด้วยความเวทนาก่อนจะขยับปากตอบ
“อืม มาล่าแป๊บนึงน่ะ”
“เอ~ เอาอีกแล้ว ลืมเหรอครับ? พี่ตกลงว่าจะพูดเป็นกันเองกับผมแล้วนี่นา”
เวร แล้วไป?
“อ๊ะ โทษที พอดีช่วงนี้ฉันขี้ลืมน่ะ”
ไม่รู้ว่าจะเผลอทำพลาดตอนไหน เล่นเอาเหงื่อตกมือเลยแฮะ
ฉันรู้สึกอึดอัดกับการสนทนากับเขา แต่จะผลุนผลันเดินหนีไปเลยก็ไม่ได้
‘คนที่รู้จักเจ้าของร่างนี้’
ช่องว่างของความทรงจำที่เกิดจากความผิดพลาดของเวทจุติใหม่ นี่อาจเป็นโอกาสที่จะถมช่องว่างนั้นให้เต็มก็ได้
“งั้นฉันพูดเป็นกันเองนะ แจฮยอน... อ่า?”
“ครับผม!”
พอฉันลองเรียกชื่ออย่างระมัดระวัง เขาก็ยิ้มร่า
“จริงสิ! ไหนๆ เราก็ได้เจอกันแบบนี้แล้ว ถือเป็นพรหมลิขิตนะครับเนี่ย”
และหลังจากนั้นไม่นาน
ฉันก็ได้รับข้อเสนอที่คาดไม่ถึงจากฮันเตอร์ผู้เป็นมิตรคนนี้
“พี่ครับ ถือโอกาสวันนี้มาเข้าทีมกับผมไหมครับ?”
“ทีม?”
“ที่นี่มาคนเดียวมันตึงมือนี่นา~ เมื่อกี้ก็เห็นยืนหอบอยู่หน้าเกตด้วย”
“อา”
“พอดีทางเราว่างอยู่หนึ่งที่พอดีเลย!”
แจฮยอนอธิบายต่อว่า ฮันเตอร์คนหนึ่งที่นัดไว้ดันขาดงานโดยไม่บอกกล่าว
“เห็นตรงนั้นไหมครับ? นั่นทีมที่ผมทำงานด้วยอยู่ตอนนี้ หัวหน้าทีมเป็นถึงระดับ D เลยนะครับ”
ตรงจุดที่เขาชี้ไป มีฮันเตอร์สวมชุดเกราะหนักยืนอยู่ประมาณ 3 คน
คนที่ถูกเรียกว่าระดับ D คงเป็นผู้ตื่นรู้ที่ถือขวานยักษ์นั่นสินะ
ท่ามกลางพวกปลายแถว หมอนั่นมีพลังเวทมากที่สุด
“ว่าไงครับ? ถ้าพี่ตกลง เราเข้าเกตได้ตอนนี้เลย”
การล่าแบบกลุ่ม
จริงอยู่ที่สำหรับพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อ่อนแอ ไม่มีกลยุทธ์ไหนจะมีประสิทธิภาพไปกว่าการรวมกลุ่มกันอีกแล้ว
แต่ทว่า ถึงอย่างนั้นก็เถอะ
“โทษที ฉันกะว่าจะกลับบ้านแล้วน่ะ”
สิ่งที่หลุดจากปากฉันคือคำปฏิเสธ เพราะฉันกินสารขยายมานาสำหรับวันนี้ไปแล้วน่ะสิ
“ใช้มานาหมดแล้ว ล่าต่อไม่ไหวหรอก”
“หมดแล้วเหรอครับ?”
“นายก็รู้นี่ ระดับ F อย่างฉันใช้สกิลไม่กี่ครั้งก็หมดก๊อกแล้ว”
เฮ้อ ฉันแกล้งถอนหายใจออกมาเพื่อให้ดูน่าเสียดาย
แต่ตอนนั้นเอง แจฮยอนที่ยืนฟังเงียบๆ ก็พูดโพล่งขึ้นมา
“พวกผมไม่ซีเรียสนะครับ? เพราะยังไงเราก็ไม่ได้กะจะหาคนมาช่วยล่าอยู่แล้ว”
ว่าไงนะ?
“ลืมบอกไป จริงๆ แล้วคนที่เบี้ยวนัดคือเด็กแบกของครับ”
“เด็กแบกของ?”
“ใช่ครับ ก็เลยกังวลกันอยู่ว่าจะต้องแบกเป้ล่ากันเองอย่างทุลักทุเลรึเปล่า”
แจฮยอนถึงกับก้มหัวขอร้อง
“พี่ครับ ถ้าไม่รังเกียจช่วยพวกผมแค่รอบนี้เถอะครับ เดี๋ยวให้ค่าแรงงามๆ เลย นะครับ?”
ถ้าแค่ช่วยถือของล่ะก็.......
“เข้าใจแล้ว”
“ขอบคุณครับ!”
การได้เห็นระบบการทำงานของทีมฮันเตอร์ทั่วไปก็คงไม่เลวเหมือนกัน
ในที่สุดฉันก็ตอบรับคำเชิญของเขา ตามมาด้วยการแนะนำตัวกับสมาชิกในทีมอย่างง่ายๆ
และหลังจากนั้นครู่ใหญ่
การล่าที่กินเวลา 3 ชั่วโมงก็จบลง
ฉันที่ออกมาจากเกตได้อย่างปลอดภัยประเมินทีมนี้ในใจ
‘สมดุลดีมาก’
ทีมที่แจฮยอนแนะนำมีความสมบูรณ์แบบเหนือความคาดหมาย
ในขณะที่แนวหน้า 2 คนที่มีเวทควบคุมความเกลียดชังของมอนสเตอร์คอยรับส่งความสนใจ สมาชิกสายเวทแนวหลังก็คอยสอยศัตรูให้ร่วง
‘เรียบง่าย แต่สบายและปลอดภัย’
รู้สึกเหมือนกำลังยืนดูมนุษย์ยุคหินผู้ช่ำชองล่าแมมมอธอยู่เลย
ฉันนึกย้อนถึงเหตุการณ์วันนี้พลางขยับกระเป๋าเป้ที่หนักอึ้งบนหลัง
ถึงแม้น้ำหนักของเป้จะทำเอาขาเซไปวูบหนึ่งก็เถอะ
‘อึ้ก’
แต่ตอนนั้นเอง จู่ๆ น้ำหนักกระเป๋าที่แบกอยู่ก็เบาหวิว
“เอาล่ะ ล่าเสร็จแล้วส่งเป้มาทางนี้เลยครับ! เดี๋ยวผมถือไปที่จุดรับซื้อเอง”
เป็นเพราะฮันเตอร์ระดับ D ผู้เป็นหัวหน้าทีมคว้าหูหิ้วกระเป๋ายกขึ้นไปนั่นเอง
ฉันเงยหน้ามองชายร่างยักษ์แวบหนึ่ง อีกฝ่ายก็หัวเราะร่า
“จะว่าไปก็ได้คุณช่วยไว้แท้ๆ ใครจะไปนึกว่าไอ้เด็กแบกของไร้ความรับผิดชอบนั่นจะมาเบี้ยวงานเอาวันจริง ใช่ไหมล่ะครับ?”
“อ่า ครับ”
“แถมพี่ชายคนนี้ถูกใจผมจริงๆ นึกว่าจะผอมแห้งแรงน้อยแป๊บเดียวก็หมดแรง ที่ไหนได้ แบกของเดินตัวปลิวเชียว”
เขาตบหลังฉันป้าบๆ ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“เอ้า ผมอารมณ์ดี ไหนๆ ก็เป็นคนรู้จักของแจฮยอนด้วย เดี๋ยวผมให้พิเศษเลย......”
และทันใดนั้น
ฮันเตอร์ระดับ D ก็หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจากอกเสื้อ แล้วนับแบงก์ในนั้นยื่นมาตรงหน้าฉัน
แบงก์ห้าหมื่นวอน หนึ่ง สอง สาม สี่... นั่นมันเท่าไหร่กันน่ะ?
“สำหรับค่าแรงเด็กแบกของ มันเยอะเกินไปนะครับ”
“มาเป็นมวยแทนกะทันหันขนาดนี้ โบนัสแค่นี้ต้องมีให้อยู่แล้วครับ”
พอฉันยืนงงทำตัวไม่ถูก ฮันเตอร์ระดับ D ก็หัวเราะเสียงดังอีกครั้งพลางพูดขึ้น
“จริงสิ พรุ่งนี้คุณพอจะมีเวลาว่างไหมครับ?”
“เวลาเหรอครับ?”
“พอดีจองเกตไว้ล่วงหน้าแล้วมันยังเหลือน่ะครับ แต่จะให้ไปหาเด็กแบกของใหม่ตอนนี้ก็ขี้เกียจ.......”
ฟังดูเหมือนพวกเขากำลังลำบากเพราะเด็กแบกของไร้ความรับผิดชอบที่จู่ๆ ก็ลาออกไป
“ผมอยากได้คุณกิรยอที่ทำงานดีแบบนี้ไปด้วยกันมากกว่าน่ะครับ ฮึ? ว่าไงครับ”
ข้อเสนอให้มาเป็นเด็กแบกของอีกแค่วันเดียวงั้นเหรอ
ก่อนอื่นเลย พวกนี้ฝีมือดี
วันนี้ก็ล่าจบได้อย่างมั่นคง ถ้าไปลงเกตระดับ F เหมือนเดิม ความเสี่ยงคงแทบไม่มี
“อืม ก็ได้ครับ”
ดังนั้นฉันจึงพยักหน้าตอบรับด้วยความยินดี
ฉันรับงานนี้เพราะการวิเคราะห์ตามหลักเหตุผล
ไม่ใช่ว่าเห็นเงินค่าจ้างที่พวกเขาให้เยอะแล้วตาโตรับปากหรอกนะ
ไม่มีทาง
“เฮ้ย ชัวร์นะ?”
คิมกิรยอรับเงินแล้วจากไป
เมื่อแน่ใจว่าเขาหายไปลับตาแล้ว ฮันเตอร์ระดับ D ก็หันมาเร่งถามลูกทีม
คนสวมเสื้อลายทางจึงกระซิบตอบเสียงเบา
“ชัวร์สิครับพี่ ของที่อยู่บนข้อมือมันน่ะ ไอเทมจากเกตระดับ EX นั่น 100%”
“มั่นใจนะ?”
“ข้อมูลกำไลเพิ่งเปิดเผยเมื่อวาน ของเลียนแบบจะโผล่มาเร็วขนาดนี้ได้ไงครับ?”
“โฮ่”
“ลูกพี่ คราวหน้าจัดไอ้หมอนั่นเลยนะครับ”
รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากของแจฮยอน
“ไอ้เวรนั่นขาเป๋ วิ่งหนีไม่รอดหรอกครับ เมื่อกี้ที่ทนแบกของมาได้ก็คงเพราะงกเงินนั่นแหละ”