ฉันตั้งใจไว้ว่าหลังจากเคลียร์เกตเสร็จ จะกลับไปฝึกให้กับยุนซึงต่อ
ถึงแม้กระบวนการนั้นจะทำเงินให้ฉันไม่ได้แล้วก็ตาม แต่ยังไงเสียสัญญาต้องเป็นสัญญา
ฉันไม่อยากได้ยินคำครหาว่าเป็นคนไร้ความรับผิดชอบ
ดังนั้น ฉันจึงแค่ต้องการจะปิดจบการแก้ไขทักษะของอันยุนซึงให้เรียบร้อยก็เท่านั้น
‘อย่างที่คิดไว้เลย มีแต่นายคนเดียวเท่านั้นจริงๆ!’
แต่ใครจะไปนึกว่าคำสัญญานั้นจะส่งผลลัพธ์แบบนี้
นี่สินะที่เขาบอกว่าคนเราต้องหัดทำความดีเอาไว้บ้าง
“พวกนี้มันโจร! พวกมันเล็งจะชิงไอเทมแล้วฆ่าฉัน!”
ไม่กี่นาทีต่อมา
ฉันมองดูภาพพวกอาชญากรที่ถูกฮันเตอร์ระดับ A สยบลงในชั่วพริบตา พร้อมกับสาบานในส่วนลึกของหัวใจ
‘ฮันเตอร์อันยุนซึง ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป นายคือพี่ชายของฉันเลย...!’
ในสังคมฮันเตอร์ ใครแข็งแกร่งกว่า คนนั้นคือลูกพี่!
***
ในขณะเดียวกัน สำหรับอันยุนซึงแล้ว เหตุการณ์นี้ก็น่าตกใจไม่แพ้กัน
[เสร็จงานแล้วจะดูเรื่องทักษะต่อให้เลย]
[ขอบคุณมากจริงๆ ครับพี่]
[อืม]
‘คะ... ค่อยยังชั่ว ตอนที่ถูกจับได้เรื่องการบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาต หัวใจแทบจะตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม คิดว่าพี่เขาคงไม่เรียกหาเราอีกแล้วแน่ๆ...’
ในบ่ายที่อากาศแจ่มใสวันหนึ่ง
อันยุนซึงอ่านข้อความที่ส่งมาจากคิมกิรยอด้วยความซาบซึ้งใจที่ยังคงตกค้างอยู่
‘ทั้งที่ฉันหมดผลประโยชน์ไปแล้ว แต่เขาก็ยังปฏิบัติกับฉันเหมือนเดิม’
สำหรับคิมกิรยอแล้ว คุณค่าของฮันเตอร์ระดับ A คืออะไร?
แน่นอนว่าคงไม่มากไปกว่า ‘เครื่องเปิดประตู’ ที่เอาไว้ใช้เวลาจะเข้าเกตระดับสูงเท่านั้น
อย่างน้อยอันยุนซึงก็เชื่อมั่นเช่นนั้น เขาจึงต้องทุกข์ใจอย่างหนักในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
“เฮ้อ”
แต่ทว่า ผิดจากที่กังวล คิมกิรยอยังคงติดต่อเขาอยู่เสมอ
แถมยังยอมสละเวลาอันมีค่าเพื่อมาแก้ไขทักษะที่เหลือให้อีก จะไม่ให้เขารู้สึกขอบคุณได้อย่างไร
‘ปกติฉันไม่ค่อยเชื่อเรื่องโชคลางเท่าไหร่ แต่อันที่จริงแล้ว ผู้อุปถัมภ์ที่เขาว่ากันว่าอยู่ในดวงชะตาของฉัน คือพี่ชายคนนี้หรือเปล่านะ’
อันยุนซึงคิดเรื่องไร้สาระไปพลางมุ่งหน้าไปยังจุดนัดพบ
มันคือหน้าเกตระดับ F ที่คิมกิรยอแจ้งไว้ล่วงหน้า
‘ว้าว เล็กจัง’
เขาฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่ทว่า
เมื่อเวลาผ่านไป 5 นาที 10 นาที จนกระทั่งล่วงเลยไปถึง 20 นาที
“ช้าจังนะ?”
เขาเริ่มรู้สึกแปลกใจขึ้นมา
ถึงแม้เขาจะมาก่อนเวลานัด แต่ทีมของคิมกิรยอก็เข้าไปข้างในนานมากแล้ว ทำไมถึงยังไม่มีข่าวคราวอะไรออกมาอีก
‘ระดับนี้... ถ้าเป็นฉัน ป่านนี้คงกวาดล้างจนเหี้ยนแล้วออกมาตั้งนานแล้ว’
วินาทีนั้น ความคิดหนึ่งก็แล่นผ่านสมองของเขา
“หรือว่าจะเป็น ปรากฏการณ์กลายพันธุ์ผิดปกติ?”
ปรากฏการณ์ที่ทำให้ทีมใหม่ของฮันเตอร์ระดับ A ที่กำลังรุ่งโรจน์ต้องพังพินาศ และกำลังพรากชีวิตฮันเตอร์ผู้โชคร้ายอยู่ในขณะนี้
การเพิ่มขึ้นของระดับเกตอย่างผิดปกติ
ถ้าเกิดเหตุการณ์ประหลาดที่น่ากลัวนั่นเกิดขึ้นอีกครั้งล่ะ?
“คงไม่หรอกมั้ง”
เขาอาจจะกังวลไปเองก็ได้
เพราะเดิมทีอุบัติเหตุแบบนั้นไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ โอกาสเกิดมันริบหรี่เสียจนเรียกได้ว่าแทบจะเป็นศูนย์
“คงไม่ใช่หรอก...”
ถึงอย่างนั้น ความคิดแง่ร้ายก็ยังไม่ยอมจากไปไหน
เนื่องจากเขาเองก็เป็นผู้ประสบเหตุจากอุบัติเหตุกลายพันธุ์มาโดยตรง เขาจึงไม่อาจเพิกเฉยต่อความเป็นไปได้อันน้อยนิดนั้นได้เลย
อึก
ในที่สุดอันยุนซึงก็ตัดสินใจเด็ดขาด
‘ขอดูข้างในแค่แป๊บเดียวแล้วกัน’
ใช่
แค่เข้าไปยืนยันว่าเกิดการกลายพันธุ์ขึ้นหรือไม่เท่านั้นเอง
เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปในเกตอย่างระมัดระวัง
ทว่า ภาพที่ปรากฏแก่สายตานั้นกลับน่าตกใจยิ่งกว่าที่เขาจินตนาการไว้เสียอีก
ไม่นานนัก อันยุนซึงก็ได้พบกับคิมกิรยอที่ถูกล้อมรอบไปด้วยฮันเตอร์แปลกหน้า
“ช่วยด้วย!”
อันยุนซึงเห็นภาพนั้นแล้วถึงกับสะดุ้งเฮือกด้วยความตกตะลึง
ฮันเตอร์คิมกิรยอบาดเจ็บ
มันเป็นเรื่องที่เขาไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลย
ยอดฝีมือที่ซ่อนเร้นผู้มักจะดูเหนือกว่าและผ่อนคลายอยู่เสมอคนนั้น กลับได้รับบาดเจ็บจนเลือดอาบแบบนี้เนี่ยนะ
หรือว่าฉันกำลังโดนภาพหลอนเล่นงานอยู่?
“พวกนี้มันโจร! พวกมันเล็งจะชิงไอเทมแล้วฆ่าฉัน!”
แต่ไม่มีเวลาให้มายืนบื้อ
อันยุนซึงดึงสติกลับมาตามคำพูดของกิรยอและกระชับอุปกรณ์ของตนให้แน่น
พวกกบ คือสถานะของคนสารเลวที่ใช้ฮันเตอร์ด้วยกันเป็นเหยื่ออย่างพวกมัน
“ทำไมอันยุนซึงถึงมาอยู่ที่นี่ได้...!”
“เฮ้ย คิมแจฮยอน! แกบอกว่าไอ้หมอนี่มันเป็นแค่พวกระดับ F กระจอกๆ ไงวะ! แล้วสถานการณ์นี้แกจะอธิบายยังไง!”
แม้อันยุนซึงจะไม่เคยลงมือทำร้ายคนจริงๆ มาก่อนเลยในชีวิต แต่เขาก็คือฮันเตอร์ระดับสูงสังกัดกิลด์ใหญ่
และเนื่องจากเขาเคยได้รับการฝึกอบรมเรื่องพวกนี้มาบ้างเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์เช่นนี้ การตอบโต้ของเขาจึงรวดเร็วมาก
‘ไม่นึกเลยว่าจะมีพวกทำตัวเป็นกบอยู่ในเกตระดับต่ำแบบนี้ด้วย!’
วูบ— ในชั่วพริบตาที่ได้ยินเสียงลมพัด
อันยุนซึงพุ่งตัวออกไปราวกับลูกศรและคว่ำหัวหน้าทีมที่ดูแข็งแกร่งที่สุดลงกับพื้น
“อั่ก! แค่กๆ”
อันที่จริงมันไม่มีแท็กติกอะไรยุ่งยากเลย
ในเมื่อฮันเตอร์ระดับ A ตัดสินใจที่จะสยบพวกมัน อุปสรรคเพียงอย่างเดียวก็คือการ ‘ออมแรง’ ไม่ให้คู่ต่อสู้ถึงตายก็เท่านั้น
“อ๊าก! ขะ... ขอโทษครับ ไม่ใช่สิ มันต้องมีเรื่องเข้าใจผิดแน่ๆ...!”
กร๊อบ!
ตามมาด้วยเสียงกระดูกแขนของฮันเตอร์คนหนึ่งแหลกละเอียด
เพียงเท่านี้ เขาก็ทำให้พวกกบทุกคนในที่แห่งนี้สิ้นฤทธิ์ลงได้ แต่อันยุนซึงกลับมีความรู้สึกที่ซับซ้อนภายในใจ
‘หักง่ายเกินไปแล้ว’
บางที ถ้าชายคนนี้ไม่ทักเขาขึ้นมาทันที เขาคงจมดิ่งอยู่กับความคิดนั้นต่อไป
“ยุนซึง ขอบใจนะ ฉันรอดมาได้เพราะนายเลย”
“พี่ครับ!”
อันยุนซึงหันกลับไปด้วยความตกใจ
ที่นั่นมีชายหนุ่มใบหน้าเย็นชายืนอยู่ พร้อมกับรอยแตกที่หน้าผาก
“ถ้าไม่ได้นายมาช่วยไว้ ไม่รู้จะเป็นยังไงต่อ...”
คิมกิรยอพูดออกมาโดยไม่แยแสเลยว่าใบหน้าซีกหนึ่งของตนจะโชกไปด้วยเลือด
“รอนานแล้วเห็นฉันไม่ออกมาสักที ก็เลยเข้ามาสินะ”
“อ๋อ ครับ”
แต่ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน
อันยุนซึงก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินประโยคถัดมาที่กิรยอเอ่ยออกมา
“ขอโทษนะ ทั้งที่การเข้าเกตคนเดียวมันน่าลำบากใจมากสำหรับนาย... ฉันดันทำให้นายต้องมาลำบากเสียได้”
จะว่าไปแล้ว ปกติแค่ได้ยินเสียงวูมๆ ของเกต เขาก็รู้สึกหวาดกลัวแล้ว
แต่ทว่าวันนี้ การเข้าเกตกลับไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย
นั่นเป็นเพราะความกังวลว่าคิมกิรยออาจจะกำลังตกที่นั่งลำบากเพราะปรากฏการณ์กลายพันธุ์นั้นมีมากกว่า
“ไม่ครับ ผมไม่ได้รู้สึกลำบากขนาดนั้น”
“งั้นเหรอ?”
คิมกิรยอได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาทันที
“เห็นไหมล่ะ! พอนายเริ่มมีความมั่นใจในฝีมือตัวเอง เกตก็ไม่น่ากลัวอีกต่อไปแล้ว”
ผมว่าเรื่องนี้มันไม่น่าจะเกี่ยวกับความมั่นใจนะครับ
“ยังไงก็เถอะ ที่นายยอมรวบรวมความกล้าเข้ามานี่ถือเป็นโชคดีมหาศาลจริงๆ ถ้าช้ากว่านี้อีกนิดฉันคงตายไปแล้ว”
“เฮือก! พี่ครับ เลือดไหลที่คางด้วย”
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร”
“แต่ว่า”
“เพราะได้ฮันเตอร์อันยุนซึงช่วยไว้ ตอนนี้ทุกอย่างเลยโอเคแล้วล่ะ”
พอคิมกิรยอเอาแต่ขอบคุณแบบนี้ มันก็ดูเหมือนว่าความมั่นใจที่ว่านั้นจะเกิดขึ้นมาจริงๆ
‘ฉันมีประโยชน์ด้วยล่ะ!’
อันยุนซึงแอบยิ้มอยู่ในใจในจุดที่มองไม่เห็น
‘ฉันช่วยพี่กิรยอเอาไว้... สินะ’
ทว่าทันหลังจากนั้น
เมื่อช่วงเวลาที่เหมือนพายุผ่านพ้นไปและความสงบเริ่มกลับคืนมา สมองของอันยุนซึงก็พลันเย็นเยียบลง
เอ๊ะ
‘ลำดับเหตุการณ์มันฟังดูเข้าเค้าจริงๆ เหรอ?’
เขาเป็นคนหักแขนพวกนั้นเองกับมือย่อมรู้ดี พวกนั้นล้วนเป็นผู้ตื่นรู้ระดับล่างที่อยู่ต่ำกว่าระดับ D ทั้งหมด
แต่ฮันเตอร์คิมกิรยอกลับถูกคนพวกนี้รุมทำร้ายจนบาดเจ็บเนี่ยนะ?
‘เมื่อกี้มัวแต่ตกใจที่เห็นพี่เขาบาดเจ็บ เลยไม่มีเวลาคิดว่าสถานการณ์มันแปลกๆ’
อันยุนซึงสังเกตเห็นความผิดปกติและเกร็งตัวขึ้นมาทันที
“ยุนซึง รีบออกไปจากเกตกันเถอะ ออกไปแล้วต้องรีบไปแจ้งความพวกนี้ซะ”
ทำไมเขาถึงไม่เอะใจให้เร็วกว่านี้กันนะ
เมื่อมองดูตอนนี้ คิมกิรยอที่ถูกฮันเตอร์ด้วยกันทำร้ายกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
“ให้ตายสิ ซี่โครงน่าจะหักไปสัก 2 ซี่ได้มั้ง”
แถมยังทำหน้านิ่งเฉยราวกับคาดการณ์เรื่องราวทั้งหมดไว้แล้วอีกต่างหาก
“.......”
เขาคงจะคิดมากไปเองใช่ไหม?
ความรู้สึกที่ว่าทุกอย่างถูกจัดวางไว้เหมือนแผนการคงเป็นแค่การทึกทักไปเอง
นั่นก็เพราะว่า ฮันเตอร์คิมกิรยอ...
‘ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำเรื่องแบบนี้จงใจเลยนี่นา’
เขาไม่กล้าพูดสิ่งที่คิดออกมาส่งเดช
ในจังหวะนั้นเอง
“อันยุนซึง”
คิมกิรยอละสายตาที่แหลมคมดุจใบมีดซึ่งรอยเลือดโสโครกไม่อาจปกปิดไว้ได้ จ้องมองมาที่ยุนซึงอย่างพินิจพิจารณา
จากนั้นเขาก็โพล่งออกมาคำหนึ่ง
“ถ้าฉันมีระดับการตื่นรู้สูงกว่านี้ ฉันต้องเลือกตั้งทีมกับนายแน่ๆ ลองมาคิดดูแล้ว ฮันเตอร์แบบนายน่ะหาได้ยากมากเลยนะ”
“...”
“เรื่องความแข็งแกร่งน่ะใช่ แต่ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด คือนายยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อช่วยคนอื่นก่อนเสมอ”
อันยุนซึงพยายามจะปัดสมมติฐานที่ตนคิดขึ้นทิ้งไป แต่คำพูดต่อมาก็ทำให้ความตั้งใจนั้นทลายลง
“นายเป็นผู้ตื่นรู้ที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆ ฉันอยากให้นายรู้ซึ้งถึงข้อนี้เอาไว้ด้วย”
คำชมที่บอกว่าถ้าตนเองเป็นผู้ตื่นรู้ระดับสูงจะร่วมทีมกับเขานั้น
สำหรับฮันเตอร์มือใหม่คนหนึ่ง มันมีความหมายที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด
‘อา...’
อย่างนี้เองสินะ
ทั้งหมดคือแผนของเขาจริงๆ ด้วย
อันยุนซึงทอดถอนใจสั้นๆ
เหตุผลที่เขาไม่สามารถตั้งทีมใหม่ได้และต้องปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปอย่างเปล่าประโยชน์คืออะไร?
การทรยศของพวกพ้อง? นั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งในแบบของมัน แต่สิ่งที่ส่งผลกระทบใหญ่หลวงที่สุดคือความพ่ายแพ้ในวันนั้นต่างหาก
‘พี่กิรยอ มองทะลุไปถึงจุดนั้นเลยงั้นเหรอ...’
ในวันที่เกิดปรากฏการณ์กลายพันธุ์ผิดปกติ
อันยุนซึงสูญเสียพวกพ้องไปต่อหน้าต่อตา
มันเป็นความผิดพลาดของเขาอย่างชัดเจน เพราะหน้าที่ของผู้ตื่นรู้สายป้องกันคือการปกป้องเพื่อนร่วมทีม
อันยุนซึงยังไม่สามารถสลัดความล้มเหลวในอดีตนั้นทิ้งไปได้จนถึงทุกวันนี้
‘เพราะความคิดที่ว่าปกป้องทีมไว้ไม่ได้ เลยทำให้ไม่กล้ามีปฏิสัมพันธ์กับฮันเตอร์คนอื่นเลย’
แต่ในเวลาแบบนี้ กลับเกิดเหตุการณ์ที่เขาต้องช่วยคนรู้จักที่กำลังตกอยู่ในอันตรายขึ้น...
บางที คิมกิรยออาจจะสร้างสถานการณ์ที่คล้ายกับตอนนั้นขึ้นมา เพื่อสร้าง ‘ประสบการณ์แห่งความสำเร็จ’ ให้กับเขากันนะ?
นายน่ะไม่ได้ไร้ความสามารถนะ
ถ้านายตั้งใจ นายก็สามารถช่วยสมาชิกในทีมไว้ได้
หากนี่เป็นอุบัติเหตุที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสอนความจริงข้อนั้น ทุกอย่างก็เริ่มสมเหตุสมผลขึ้นมาทันที
‘ถ้าอย่างนั้น บาดแผลพวกนี้ก็คือการทำร้ายตัวเองเพื่อการแสดงงั้นเหรอ?’
อันยุนซึงหันไปมองบาดแผลของกิรยอ
ผิวหนังที่ฉีกขาดและเลือดที่ไหลริน จะมีสักกี่คนที่ยอมทำถึงขนาดนี้เพื่อคนอื่นกันเชียว
—ถ้าไม่รังเกียจ ในช่วงที่นายลาพักงานอยู่นี้ ฉันอยากจะฝึกให้นายเอง
แต่ถ้าเป็นคิมกิรยอ เขาก็รู้สึกว่าชายคนนี้อาจจะทำแบบนั้นจริงๆ ก็ได้
ทั้งการยอมถ่ายทอดเคล็ดลับล้ำค่าที่คนอื่นไม่มีวันปริปากบอกง่ายๆ และอีกหลายอย่าง เขามีส่วนที่แตกต่างจากฮันเตอร์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิงในระดับรากฐาน
‘การที่เขาจงใจให้ฉันรอหน้าเกตระดับ F ก็เพื่อให้เรียกฉันเข้ามาได้อย่างเป็นธรรมชาติสินะ...?’
พอตระหนักถึงความจริงได้ ขนทั่วร่างก็ลุกซู่
ฝ่ายนี้ถูกชักจูงอย่างสมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้นจนจบ
แต่เขากลับไม่รู้สึกรำคาญใจเลย เพราะเขาก็เริ่มกู้คืนความมั่นใจกลับมาได้บ้างตามความตั้งใจของอีกฝ่ายจริงๆ
‘การจะรวบรวมความกล้า มันก็ยากแค่ครั้งแรกเท่านั้นแหละ’
แถมยังช่วยให้ความรู้สึกต่อต้านในการเข้าเกตเจือจางลงอีกด้วย...
เดี๋ยวนะ หรือว่าฮันเตอร์คิมกิรยอจะคำนวณมาถึงจุดนี้ด้วย?
‘คนเราจะทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ?’
ยุนซึงมองดูผู้ตื่นรู้ที่เดินอยู่ข้างๆ อยู่นาน ก่อนจะค่อยๆ เปิดปากพูดออกมาอย่างยากลำบาก
และถามคำถามออกไป
“คะ... คือว่า พี่ช่วยดูแลผมมาตลอดด้วยความคิดแบบไหนกันแน่ครับ?”
“ดูแล? ฉันน่ะเหรอ?”
“ครับ”
“อืม... งั้นเหรอ?”
คิมกิรยอหยุดเดินทันที
แต่คำตอบนั้นใช้เวลาไม่นานเลย
“ก็ นายเป็นเด็กดีนี่นา”
ชอบช่วยเหลือคนอื่น และจิตใจดี
“แค่นั้นก็น่าจะพอแล้วนะ”
คำถามย้อนกลับที่ถามว่าจำเป็นต้องมีเหตุผลอื่นอีกด้วยเหรอ ทำให้อันยุนซึงพูดอะไรไม่ออก
คิมกิรยอ เขาเป็นคนที่มอบความปรารถนาดีอย่างไม่มีที่สิ้นสุดให้กับฮันเตอร์ที่ไม่มีเจตนาร้ายจริงๆ สินะ
“อา ในที่สุดก็ออกจากเกตมาได้ซะที ยุนซึง นายช่วยแจ้งความแทนฉันหน่อยได้ไหม?”
อันยุนซึงได้ยินดังนั้นจึงหยิบโทรศัพท์มือถือที่เก็บไว้ในเคสป้องกันออกมา
แต่ในขณะที่กำลังกดโทรออกนั้นเอง
กิรยอก็ยกมือขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับพูดเรื่องที่น่าเหลือเชื่อออกมา
“แล้วก็ขอโทษนะ แต่เรื่องฝึกน่ะไว้เริ่มพรุ่งนี้แล้วกัน ฉันต้องรีบกลับบ้านแล้ว”
การที่บอกให้มาเจอกันใหม่อีกครั้งในเวลาเพียงแค่วันเดียวก็น่าตกใจอยู่หรอก แต่เรื่องนั้นน่ะเป็นประเด็นรอง
“บ้านเหรอครับ? ไม่ใช่บ้านสิ พี่ต้องไปโรงพยาบาลนะ! หรือจะให้ผมเรียกฮีลเลอร์ที่รู้จักมาให้ไหม?”
“เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
“ไม่สิ แต่ว่า”
“พอแล้ว รำคาญ อย่าเรียกคนมาเลยมันน่าเหนื่อย”
คิมกิรยอปฏิเสธการตรวจอาการอย่างเด็ดขาดและเดินจ้ำอ้าวออกจากซอยไปทันที
อันยุนซึงเห็นดังนั้นก็ได้แต่อ้าปากค้าง คุณพระช่วย
“โธ่เอ๊ย จะมีผู้ตื่นรู้ระดับ F ที่ไหนในโลกเขารักษาตัวเองคนเดียวบ้าง! ค่าโพชั่นมันตั้งเท่าไหร่กัน”
ถึงจะเป็นคนที่เก่งกาจจนน่ากลัว แต่เขาก็มีเรื่องที่ไม่ถนัดอยู่หนึ่งเรื่องสินะ
ระดับ F บ้าบออะไรกัน
ชัดเจนเลยว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ พวกกบผู้น่าสงสารต่างหากที่เป็นฝ่ายถูกคิมกิรยอใช้ประโยชน์อยู่ข้างเดียว
“ปกติพี่เขาแสดงไม่เก่ง หรือว่าเป็นเพราะเขารู้ว่าฉันดูออกหมดแล้ว เลยเลิกทำไปดื้อๆ กันแน่นะ...?”
อันยุนซึงพึมพำด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย พร้อมกับแจ้งความจับกุมอาชญากรต่อไป