ฉันมาถึงที่เกิดเหตุแล้ว
ทันทีที่ลงจากรถ ต้นเหตุของข้อความแจ้งเตือนภัยพิบัติฉุกเฉินก็ปรากฏแก่สายตา
“ขนาดใหญ่เอาเรื่องเลยนะครับเนี่ย?”
“ว้าว ถนนทั้งเส้นกลายเป็นสีแดงไปหมดเลย”
เกตสองแห่งตั้งตระหง่านอยู่คนละฝั่งถนนในตำแหน่งที่สมมาตรกันราวกับภาพสะท้อนในกระจก
พวกมันถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉาน ซึ่งต่างจากเกตทั่วไปที่เคยเห็นมาจนถึงตอนนี้
มันคือสิ่งที่เรียกกันว่า ‘เรดเกต’
ช่องว่างมิติที่เมื่อปรากฏขึ้นแล้วจะพ่นเหล่ามอนสเตอร์ออกมาภายในไม่กี่นาที ก่อนจะเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“พลเมืองอพยพเรียบร้อยดีหรือยังนะ”
ต่างจากบลูเกตที่หากปล่อยทิ้งไว้ถึงจะเกิดอุบัติเหตุ แต่เรดเกตนั้นจะกระตุ้นให้เกิดสแตมพีด (Stampede) หรือการอาละวาดของฝูงมอนสเตอร์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ มันจึงเป็นตัวปัญหาที่น่าปวดหัวอย่างมาก
“เฮ้อ ไม่อยากให้ไอ้สีแดง ๆ นี่มาโผล่ในเขตเมืองเลยจริง ๆ ~”
แต่นั่นก็เป็นเรื่องในยามที่ขาดแคลนกำลังคนที่จะมารับมือ
ตึก! ตึก! ตึก!
เมื่อเสียงฝีเท้าของสัตว์ร้ายที่หนักอึ้งดังมาจากอีกฟากของเกต
ซอเอสเธอร์ก็แค่นหัวเราะและเอ่ยกับคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอ
“ตั้งแต่นี้ไปเป็นเวลาทำงานของกิลด์มาสเตอร์คนนี้แล้ว พวกแกก็ไปหลบซอกไหนก็ไปไป๊!”
สิ้นคำ เหล่าพนักงานของกิลด์หอคอยเวทมนตร์ก็รีบทิ้งระยะห่างจากซอเอสเธอร์อย่างรวดเร็ว
คิมกิรยอที่ถูกลากมาด้วยอย่างงง ๆ คิดในใจอย่างเลื่อนลอย
‘ไกลไปหน่อยไหมนะ? แบบนี้ก็ไม่มีใครคอยซัพพอร์ตเอสเธอร์ได้เลยสิ’
จนถึงตอนนี้ เขายังคงมีด้านที่เผลอประเมินระดับ S ของโลกมนุษย์ต่ำไปอยู่บ้าง
ไม่ว่าจะเป็นตอนคังชางโฮ หรือตอนจองฮาซอง
คนพวกนั้นต้องต่อสู้ในพื้นที่ที่แคบและจำกัด แถมยังมีฮันเตอร์ระดับ F อย่างเขาพ่วงไปด้วย ทำให้ไม่สามารถแสดงพลังออกมาได้อย่างเต็มที่
- กรู้ววววว...
- ช่าาาาาา!
- อึก, กึก
“ฮันเตอร์คิมกิรยอครับ ตั้งแต่ตอนนี้ไป ห้ามเข้าใกล้ท่านประธานของเราเด็ดขาดเลยนะครับ เข้าใจไหม?”
แต่ในวันนี้ เขาจะได้ยืนยันถึงเกียรติภูมิของฮันเตอร์ระดับ S ในยามที่ไร้ซึ่งพันธนาการ
- ตูม! ตูม!...
เหล่าสัตว์ประหลาดจำนวนมหาศาลเริ่มปรากฏตัวออกมาจากเกตทั้งสองฝั่ง
ยักษ์ไร้หัวที่ถือท่อนซุงขนาดใหญ่
ปีศาจจิ๋วที่หัวเราะคิกคัก
ซอเอสเธอร์กวาดสายตามองฝูงมอนสเตอร์ที่เคลื่อนตัวเข้ามาราวกับคลื่นทมิฬ ก่อนจะเริ่มก้าวเดินอย่างเนิบนาบ
“จัดการทางซ้ายก่อนแล้วกัน เพราะฉันถนัดซ้ายน่ะ”
ทว่า ทุกครั้งที่เธอเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ปรากฏการณ์ประหลาดก็พลันเกิดขึ้น
“คิก, คิกคิก? อั้ก!”
มอนสเตอร์ที่พุ่งเข้ามาพร้อมจิตสังหารกลับล้มลงนอนหงายท้องไปเสียดื้อ ๆ
ตึด, ตึด
ราวกับหนูที่กินยาพิษเข้าไป
ยิ่งซอเอสเธอร์เข้าใกล้เกตมากเท่าไหร่ จำนวนมอนสเตอร์ที่กรีดร้องโหยหวนก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
- ก๊าซซซซ! ก๊าซซซซ!
- ขู่...
ความกลัวที่ไร้รูปธรรมปกคลุมไปทั่วท้องถนน
ทว่า มีเพียงคนเดียวในที่แห่งนี้ที่สามารถเข้าใจสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังทำได้อย่างถ่องแท้
‘บ้าฉิบ ยัยนี่ของจริงนี่หว่า’
คำสาปคือการสะกดจิตที่รุนแรงประเภทหนึ่ง
มันสามารถทำให้คนที่แข็งแรงป่วยไข้ได้ในพริบตา
หรือทำให้รู้สึกเจ็บปวดเพียงแค่ปักเข็มลงบนตุ๊กตาฟาง
เพราะทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากสมองไม่เกิดการเข้าใจผิด
‘เพราะงั้นเวทมนตร์คำสาปถึงต้องใช้สมาธิสูงเป็นพิเศษไงล่ะ’
กิรยอรู้สึกขนลุกซู่เมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสพลังที่หมุนวนรอบตัวซอเอสเธอร์
เธอที่ใช้เวทมนตร์ออกมานั้นเหมือนกับแท่งพายุขนาดยักษ์
สิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่หลุดเข้ามาในอาณาเขตของเธอ จะถูกสาปจนตายโดยไม่มีการยกเว้น
‘มิน่าล่ะ พวกพนักงานถึงได้หนีมาไกลขนาดนี้ เพราะถ้าแค่เฉี่ยวโดนขอบเขตของวงจรเวท ก็คงไม่ได้ตายดีแน่ ๆ’
พลังเวทที่หยาบกระด้างและดิบเถื่อน
ถึงอย่างนั้น เธอกลับไม่มีความลังเลเลยแม้แต่นิดเดียวในการกวัดแกว่งพลังนั้น
“ไอ้พวกที่ขวางทางฉัน... จงกระอักเลือดตายไปซะให้หมด!”
ทันทีที่ถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์หลุดออกจากปากของซอเอสเธอร์
โผละ!
หัวของเหล่าปีศาจจิ๋วที่กระจายอยู่เต็มพื้นที่ระเบิดออกพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง
ปุด ๆ
จุดจบของเจ้ายักษ์ที่ถือกระบองก็ไม่ต่างกัน
ทักษะคำสาปของซอเอสเธอร์กวาดล้างกองทัพสัตว์ประหลาดหายไปในพริบตา
เลือดสีดำข้นราวกับโคลนพุ่งกระจายราวกับพลุไฟ ก่อนจะอาบไปทั่วท้องถนนจนดูราวกับภาพเหนือจริง
- อู้วววววววว!
“อา บอสออกมาแล้วเหรอ?”
และในตอนนั้นเอง
เสียงร้องโหยหวนก็ดังมาจากอีกฟากของเกตทั้งสองฝั่ง
หลังจากพวกลูกกระจ๊อกตายหมดแล้ว
ซอเอสเธอร์ก็ระเบิดหัวเราะลั่นเมื่อเห็นตัวตนของมอนสเตอร์ตัวสุดท้ายที่ปรากฏกายออกมา
“พูฮ่า ๆ! มิน่าล่ะถึงได้ออกมาล้าช้า!”
บอสของเรดเกตในครั้งนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นสัตว์ป่าที่เดินด้วยสองเท้า
ทว่าปัญหาคือ ขนาดตัวของมันไม่ได้ใหญ่ธรรมดา ๆ น่ะสิ
“นั่นมันจะไม่ติดเกตเอาเหรอ?”
ซอเอสเธอร์หลุดขำเมื่อเห็นสัตว์ป่าขนาดมหึมาที่คาดว่าน่าจะสูงพอ ๆ กับตึก 10 ชั้น
ด้วยความที่ปากของมันเป็นทรงเหลี่ยม มันเลยดูเซ่อซ่าและโง่เง่าพิกล
‘เอ๊ะ?’
ทว่า...
ต่างจากซอเอสเธอร์ที่ดูผ่อนคลาย คิมกิรยอกลับเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่าง
ก็เพราะว่าที่เรดเกตฝั่งขวา สิ่งที่โผล่ออกมามันคือเจ้าตัวนี้
วืดดดดด...
บอสตัวที่สองที่ปรากฏกายขึ้นไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่มันคือเศษเหล็กขนาดยักษ์
เป็นสัตว์อสูรรูปแบบเครื่องจักรที่มีรูปร่างคล้ายกับบอสฝั่งซ้ายราวกับฝาแฝด
‘มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตนี่?’
แน่นอนว่าของพรรค์นั้นน่ะใช้คำสาปไม่ได้ผลหรอก
‘ดะ... ดันมาดูเรื่องไม่เป็นเรื่องซะแล้วสิ นั่นมันจุดอ่อนของพวกจอมเวทสายคำสาปชัด ๆ เลยไม่ใช่เหรอ’
แต่นั่นเป็นความกังวลที่สูญเปล่า
“อ้าว~ ฝั่งโน้นเป็นหุ่นยนต์เหรอ?”
ซอเอสเธอร์พูดพลางถีบตัวทะยานออกไปในทันที
เธอร่นระยะห่างในชั่วพริบตา ก่อนจะเหวี่ยงหมัดซัดเข้าใส่สัตว์อสูรเครื่องจักรเต็มแรง
- เปรี้ยง!!
เสียงสนั่นหวั่นไหวทึบ ๆ ดังไปทั่วบริเวณ
ปากเหล็กของสัตว์อสูรเครื่องจักรบุบยุบลงไปจากการโจมตีอันหนักหน่วงของซอเอสเธอร์
ใช่แล้ว ถ้าเวทมนตร์ใช้ไม่ได้ผล ก็แค่ใช้ฮาร์ดแวร์อันเหนือชั้นของระดับ S ทุบมันเข้าไปก็สิ้นเรื่อง
“...”
กิรยอมองการล่าของซอเอสเธอร์แล้วเงียบไปพลางเอามืออุดหู
เคร้ง! โครม!
ถ้าหลับตาฟังนี่มันเสียงรื้อถอนอาคารชัด ๆ
“พอท่านประธานลงมือเอง เรดเกตระดับ A สองอันก็จบในพริบตาเลยนะครับ”
“ตอนที่ฮันเตอร์เอสเธอร์อยู่ที่สำนักงานใหญ่เนี่ย มันรู้สึกอุ่นใจบอกไม่ถูกเลยจริง ๆ นะ?”
คนของกิลด์ดูเหมือนจะคิดว่าการต่อสู้จบลงแล้ว จึงเริ่มจับกลุ่มคุยเล่นกันอย่างสนุกสนาน
“เดี๋ยวก่อน!”
ทว่าในวินาทีต่อมา
“มีอะไรเหรอครับ?”
“นั่น ดูตรงนั้นสิ!”
พนักงานของหอคอยเวทมนตร์คนหนึ่งชี้ไปที่ไหนสักแห่งพลางตะโกนขึ้น
ในทิศทางที่สายตาทุกคู่หันไปมอง มีผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งยืนอยู่
เธอถือกุญแจรถในมือพลางหันรีหันขวางมองไปรอบ ๆ...
“พลเรือน?”
ทันทีที่พบ กระแสลมรอบข้างก็เปลี่ยนไปในพริบตา
“เฮ้ย ๆ ๆ!”
“บ้าเอ๊ย! ก็ปิดถนนไว้ให้เห็นโต้ง ๆ แล้วยังจะแอบเข้ามาอีกเหรอ!”
ฮันเตอร์ระดับ C ของกิลด์หอคอยเวทมนตร์อุทานอย่างตกใจแล้ววิ่งออกไป
เขาเข้าชาร์จจับตัวผู้หญิงคนนั้นไว้ทันที จนเกิดการปะทะกันเล็กน้อย
“ทะ... ทำอะไรของพวกคุณน่ะ!”
“ออกจากถนนเดี๋ยวนี้เลยครับ!”
“นี่ ฮันเตอร์มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวคนทั่วไปตามใจชอบแบบนี้ได้ยังไง? ปล่อยนะ! ฉันแค่จะรีบไปเอารถที่จอดอยู่ฝั่งโน้นออกมาแค่นั้นเอง!”
ดูเหมือนว่าจะเป็นคนที่เพิ่งเห็นข่าวเรดเกตปรากฏขึ้น แล้วรีบมาเพื่อจะย้ายทรัพย์สินของตัวเองออกไป
เหล่าพนักงานของหอคอยเวทมนตร์ที่เห็นพลเรือนคนนั้นต่างพากันหน้าถอดสี
“ของพรรค์นั้นน่ะต้องย้ายออกไปตั้งนานแล้วสิ! สัญญาณเตือนภัยมันดังไปตั้งเท่าไหร่แล้ว!”
กิรยอเองก็เหงื่อตกไม่แพ้กัน
‘ตอนนี้มอนสเตอร์ไม่ใช่ปัญหาแล้ว’
เมื่อกี้ฉันเพิ่งเปรียบเปรยซอเอสเธอร์ว่าเป็นพายุไปเองไม่ใช่หรือไง
โดยปกติแล้ว ยิ่งเกิดมาพร้อมพลังมหาศาลมากเท่าไหร่ การควบคุมเวทมนตร์ให้ละเอียดอ่อนก็จะยิ่งยากขึ้นเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ เวลาซอเอสเธอร์ต่อสู้ เธอจึงต้องโปรยปรายคำสาปเป็นวงกว้างจนคนรอบข้างพลอยติดร่างแหไปด้วย...
‘ถ้าคนที่ไม่ใช่ผู้ตื่นรู้โดนเวทมนตร์ระดับ S เฉี่ยวเข้าละก็...’
แบบนี้คนธรรมดาได้ตายฟรีแน่ ๆ
ดูเหมือนฮันเตอร์ของกิลด์จะสรุปผลออกมาได้เหมือนกัน จึงพยายามจะกันตัวคนคนนั้นออกไปทันที
ทว่า เหตุการณ์ที่น่ากังวลกลับเกิดขึ้นก่อนเสียแล้ว
“อะไรเนี่ย? ทำไมมีพลเรือนเข้ามาที่นี่ได้?”
“ท่านประธานครับ!”
ซอเอสเธอร์ที่จัดการสัตว์อสูรเครื่องจักรได้แล้ว เคลื่อนตัวมาที่กลางถนนเพื่อจัดการบอสตัวสุดท้าย
ตาพายุเคลื่อนที่แล้ว
ดังนั้น ถนนฝั่งซ้ายนี้จึงตกอยู่ในอาณาเขตของเวทมนตร์ในพริบตา
และผลที่ตามมาคือ คำสาปอันชั่วร้ายระดับ S กำลังจะข่วนเข้าที่ร่างของพลเรือน
“รีบพาคนคนนั้นหนีไปเร็ว!”
ซอเอสเธอร์ยกเลิกทักษะทั้งหมดที่กำลังใช้อยู่ตามสัญชาตญาณ
เธอถอนเวทมนตร์ออกเพื่อปกป้องพลเมือง
ทว่าการกระทำนั้นกลับนำมาซึ่งแรงสะท้อนกลับอันมหาศาล
- อู้ววววววววววว!
สัตว์ร้ายสีขาวโพลนแผดเสียงร้องพลางเชิดหน้าขึ้น
เมื่อคำสาปที่กดทับมันอยู่มลายหายไป มันก็ดูเหมือนจะระเบิดความโกรธที่อัดอั้นออกมาในคราวเดียว
“กรี๊ดดดด!”
“คุณเอสเธอร์!”
ตึด! ตึด! ตึด!
บอสของเรดเกตเปิดใช้ทักษะเฉพาะตัว
มันฟาดอุ้งเท้าเหลี่ยม ๆ ลงมาบนหัวของฮันเตอร์ระดับ S
ซอเอสเธอร์รีบยกแขนไขว้กันเพื่อป้องกันศีรษะอย่างรวดเร็ว แต่นี่ไม่ใช่แค่การต่อยธรรมดา
“อะ... อะไรเนี่ย!”
ตูมมมมม!
เมื่อกีบเท้าของสัตว์ร้ายส่งเสียงกึกก้อง
พื้นดินที่ซอเอสเธอร์เหยียบอยู่ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์อย่างรุนแรง
พื้นดินกระเพื่อมไหว
ของเหลวเหนียวหนืดผุดขึ้นมา
ร่างกายท่อนล่างเริ่มถูกฝังกลบ
“อึก!”
มันคือบึง
เวทมนตร์ของมอนสเตอร์สร้างบึงสีม่วงขึ้นมาใจกลางเมือง
‘ขาขยับไม่ได้!’
ซอเอสเธอร์ติดแหง็กอยู่ใจกลางบึงนั้น
เธอกลายเป็นอัมพาตเคลื่อนไหวไม่ได้เสียแล้ว
ทว่า วิกฤตนี้กลับจบลงอย่างจืดชืด
“ท่านประธานครับ! อพยพพลเรือนเรียบร้อยแล้วครับ!”
ทันทีที่ได้รับแจ้งว่าแขกไม่ได้รับเชิญหายไปแล้ว ซอเอสเธอร์ก็เปิดใช้คำสาปใส่บอสอีกครั้ง
จะมีมอนสเตอร์สักกี่ตัวบนโลกนี้ที่ทนรับพลังระดับสูงสุดของเลเวล S ได้กันเชียว
- อู้ววว, อู้ววววว...!
สัตว์ป่าร่างยักษ์ล้มลงหายใจหอบพลางน้ำลายฟูมปากราวกับติดโรคร้ายแรง ก่อนจะสิ้นใจตายไปโดยที่ลิ้นยังจุกปากอยู่
ตึด...
นั่นคือความต่างของพลังที่เหนือชั้นอย่างสิ้นเชิง
แต่เดิม ฮันเตอร์ระดับ S ก็ไม่มีทางเจอวิกฤตหนักหนาอะไรในการต่อสู้ครั้งนี้อยู่แล้ว
“จัดการได้แล้ว!”
เหล่าพนักงานกิลด์หอคอยเวทมนตร์ส่งเสียงไชโย
ในสถานการณ์ที่มีเรดเกตระดับ A เกิดขึ้นพร้อมกันถึง 2 แห่ง แต่ไม่มีการสูญเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว นี่สิถึงจะเรียกว่าความสำเร็จ
“โหย เมื่อกี้ตอนที่มีคนหลงเข้ามา ฉันนึกว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ซะแล้ว!”
“รู้ไหมว่ายัยป้าคนนั้นพูดกับฉันว่ายังไงตอนฉันลากออกไปนอกเขตกั้น? บอกว่าจะแจ้งความจับฉันที่ไปแตะตัวจนแขนแกเกือบหักน่ะ!”
“เฮ้อออ~”
ทว่า ในขณะที่กำลังพูดคุยกันอย่างโล่งอก ก็มีเสียงเบา ๆ ดังแทรกขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง
“นี่...”
ทุกคนหยุดพูดแล้วหันไปตามทิศทางของเสียง
“ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจมลงไปลึกขึ้นเรื่อย ๆ เลยน้า...”
ตรงนั้นมีผู้หญิงที่จมลงไปในบึงแล้วเกือบสองในสาม เมื่อกี้ยังไม่หนักขนาดนี้นี่นา?
“เห็นในทีวีบอกว่าถ้าตกโคลนดูด ให้เอนตัวไปข้างหลังจะดี ฉันเลยลองทำดูตะกี้นี้... แต่ทำไมมันเหมือนจะจมลงไปมากกว่าเดิมล่ะเนี่ย”
ซอเอสเธอร์เงยหน้ามองพนักงานที่อยู่นอกบึงด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
“ทำยังไงดีครับท่านหัวหน้า ในกระโปรงหลังรถน่าจะมีเชือกกู้ภัยอยู่นะครับ...”
“เอ่อ... อืม”
แต่พวกพนักงานเองก็ลำบากใจไม่แพ้กัน
เพราะบึงที่ซอเอสเธอร์ตกลงไปนั้นไม่ใช่แค่บึงน้ำธรรมดา ๆ
ในโคลนสีม่วงที่เดือดปุด ๆ นั้น มีคราบน้ำมันสีเขียวลอยจาง ๆ
สิ่งนี้คือสารที่เคยถูกตีพิมพ์ข่าวหน้าหนึ่งในสื่อต่าง ๆ เมื่อ 3 ปีก่อน จนตอนนี้แทบไม่มีใครไม่รู้จัก
‘บึงพิษที่สร้างโดยมอนสเตอร์ระดับ A...!’
นั่นมันคือยาพิษร้ายแรงอันเป็นเอกลักษณ์ของสิ่งมีชีวิตในเกตไม่ใช่หรือไง
สำหรับคนที่นี่ มันคือสามัญสำนึกเบื้องต้นว่า ของเหลวที่มีสีสันแบบนั้นย่อมมีความเป็นพิษ
ดังนั้นพนักงานของกิลด์จึงไม่กล้าบุ่มบามเข้าไป
เนื่องจากผลพวงจากการต่อสู้ ทำให้พิษจากบึงกระเด็นไปทั่วท้องถนน หากก้าวพลาดไปเหยียบแอ่งน้ำเข้าจะทำยังไง?
หรือบางที แค่ปริมาณที่ระเหยกลายเป็นไอในอากาศก็อาจจะอันตรายแล้วก็ได้
‘เพราะฉันเป็นระดับ S แถมยังใส่อุปกรณ์ต้านทานพิษอยู่ถึงได้ยังทนไหว’
ซอเอสเธอร์เองก็รู้ดีจึงไม่กล้าขยับตัวซี้ซั้ว
ด้วยสมรรถภาพทางกายของระดับ S เธอสามารถออกจากบึงได้สบาย ๆ อยู่แล้ว แต่ในกระบวนการดิ้นรนนั้น มีความเป็นไปได้สูงที่พิษจะกระจายเป็นวงกว้างกว่าเดิม
ซอเอสเธอร์จึงลอยตัวอยู่นิ่ง ๆ พลางนึกกังวลถึงพวกหน่วยทำความสะอาดที่จะตามมาทีหลัง
“...”
ทว่า ณ ที่แห่งนี้
ยังมีฮันเตอร์เกาหลีอยู่คนหนึ่งที่ต่อให้เป็นฮันเตอร์ แต่ก็เป็นเพียงคนเดียวที่ไม่รู้ข่าวเมื่อ 3 ปีก่อน
“หืม”
กิรยอมองสลับไปมาระหว่างซอเอสเธอร์ที่จมลงไปถึงเอว กับพนักงานกิลด์หอคอยเวทมนตร์ที่เอาแต่ยืนกระทืบเท้ากระวนกระวายพลางคิดเงียบ ๆ
‘ไอ้พวกนี้มันรังเกียจหัวหน้าตัวเองขนาดไหนกันแน่ ถึงได้ไม่ขยับตัวกันเลยสักนิด?’
เขาเข้าใจผิดไปว่า พนักงานพวกนั้นมีความรู้สึกไม่ดีต่อซอเอสเธอร์เลยพากันนิ่งดูดายแบบนี้...
แน่นอนว่าเขาก็พอจะเข้าใจได้อยู่
เพราะบางครั้งเขาก็อยากจับหัวหน้าในบ้านเกิดตัวเองไปหมกบึงเหมือนกัน
แต่นั่นก็เรื่องหนึ่ง
‘แต่ครั้งนี้มันก็น่าสงสารไปหน่อยไหมนะ?’
เขารู้สึกสงสารในการปฏิบัติที่ซอเอสเธอร์ได้รับ
เธอไม่ได้ตกลงไปเพราะความผิดของตัวเอง แต่เป็นเพราะพยายามปกป้องพลเมืองที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งควบคุมจนหลงเข้ามาในถนนแท้ ๆ
‘เอาเถอะ เห็นแก่ความอารมณ์ดี จะให้โอกาสยัยหัวหน้าจอมขูดรีดนั่นสักครั้งแล้วกัน’
ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้
เขาจะเป็นคนออกหน้าไปช่วยซอเอสเธอร์เอง
“ขอโทษครับ เออ... คุณพนักงานทางนั้น?”
“อ๊ะ ครับ!”
“เมื่อกี้บอกว่ามีเชือกอยู่ในกระโปรงหลังรถใช่ไหมครับ ขอยืมหน่อยได้ไหม?”