Cover

43

ฉันมาถึงที่เกิดเหตุแล้ว

ทันทีที่ลงจากรถ ต้นเหตุของข้อความแจ้งเตือนภัยพิบัติฉุกเฉินก็ปรากฏแก่สายตา

“ขนาดใหญ่เอาเรื่องเลยนะครับเนี่ย?”

“ว้าว ถนนทั้งเส้นกลายเป็นสีแดงไปหมดเลย”

เกตสองแห่งตั้งตระหง่านอยู่คนละฝั่งถนนในตำแหน่งที่สมมาตรกันราวกับภาพสะท้อนในกระจก

พวกมันถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉาน ซึ่งต่างจากเกตทั่วไปที่เคยเห็นมาจนถึงตอนนี้

มันคือสิ่งที่เรียกกันว่า ‘เรดเกต’

ช่องว่างมิติที่เมื่อปรากฏขึ้นแล้วจะพ่นเหล่ามอนสเตอร์ออกมาภายในไม่กี่นาที ก่อนจะเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย

“พลเมืองอพยพเรียบร้อยดีหรือยังนะ”

ต่างจากบลูเกตที่หากปล่อยทิ้งไว้ถึงจะเกิดอุบัติเหตุ แต่เรดเกตนั้นจะกระตุ้นให้เกิดสแตมพีด (Stampede) หรือการอาละวาดของฝูงมอนสเตอร์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ มันจึงเป็นตัวปัญหาที่น่าปวดหัวอย่างมาก

“เฮ้อ ไม่อยากให้ไอ้สีแดง ๆ นี่มาโผล่ในเขตเมืองเลยจริง ๆ ~”

แต่นั่นก็เป็นเรื่องในยามที่ขาดแคลนกำลังคนที่จะมารับมือ

ตึก! ตึก! ตึก!

เมื่อเสียงฝีเท้าของสัตว์ร้ายที่หนักอึ้งดังมาจากอีกฟากของเกต

ซอเอสเธอร์ก็แค่นหัวเราะและเอ่ยกับคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอ

“ตั้งแต่นี้ไปเป็นเวลาทำงานของกิลด์มาสเตอร์คนนี้แล้ว พวกแกก็ไปหลบซอกไหนก็ไปไป๊!”

สิ้นคำ เหล่าพนักงานของกิลด์หอคอยเวทมนตร์ก็รีบทิ้งระยะห่างจากซอเอสเธอร์อย่างรวดเร็ว

คิมกิรยอที่ถูกลากมาด้วยอย่างงง ๆ คิดในใจอย่างเลื่อนลอย

‘ไกลไปหน่อยไหมนะ? แบบนี้ก็ไม่มีใครคอยซัพพอร์ตเอสเธอร์ได้เลยสิ’

จนถึงตอนนี้ เขายังคงมีด้านที่เผลอประเมินระดับ S ของโลกมนุษย์ต่ำไปอยู่บ้าง

ไม่ว่าจะเป็นตอนคังชางโฮ หรือตอนจองฮาซอง

คนพวกนั้นต้องต่อสู้ในพื้นที่ที่แคบและจำกัด แถมยังมีฮันเตอร์ระดับ F อย่างเขาพ่วงไปด้วย ทำให้ไม่สามารถแสดงพลังออกมาได้อย่างเต็มที่

- กรู้ววววว...

- ช่าาาาาา!

- อึก, กึก

“ฮันเตอร์คิมกิรยอครับ ตั้งแต่ตอนนี้ไป ห้ามเข้าใกล้ท่านประธานของเราเด็ดขาดเลยนะครับ เข้าใจไหม?”

แต่ในวันนี้ เขาจะได้ยืนยันถึงเกียรติภูมิของฮันเตอร์ระดับ S ในยามที่ไร้ซึ่งพันธนาการ

- ตูม! ตูม!...

เหล่าสัตว์ประหลาดจำนวนมหาศาลเริ่มปรากฏตัวออกมาจากเกตทั้งสองฝั่ง

ยักษ์ไร้หัวที่ถือท่อนซุงขนาดใหญ่

ปีศาจจิ๋วที่หัวเราะคิกคัก

ซอเอสเธอร์กวาดสายตามองฝูงมอนสเตอร์ที่เคลื่อนตัวเข้ามาราวกับคลื่นทมิฬ ก่อนจะเริ่มก้าวเดินอย่างเนิบนาบ

“จัดการทางซ้ายก่อนแล้วกัน เพราะฉันถนัดซ้ายน่ะ”

ทว่า ทุกครั้งที่เธอเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ปรากฏการณ์ประหลาดก็พลันเกิดขึ้น

“คิก, คิกคิก? อั้ก!”

มอนสเตอร์ที่พุ่งเข้ามาพร้อมจิตสังหารกลับล้มลงนอนหงายท้องไปเสียดื้อ ๆ

ตึด, ตึด

ราวกับหนูที่กินยาพิษเข้าไป

ยิ่งซอเอสเธอร์เข้าใกล้เกตมากเท่าไหร่ จำนวนมอนสเตอร์ที่กรีดร้องโหยหวนก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น

- ก๊าซซซซ! ก๊าซซซซ!

- ขู่...

ความกลัวที่ไร้รูปธรรมปกคลุมไปทั่วท้องถนน

ทว่า มีเพียงคนเดียวในที่แห่งนี้ที่สามารถเข้าใจสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังทำได้อย่างถ่องแท้

‘บ้าฉิบ ยัยนี่ของจริงนี่หว่า’

คำสาปคือการสะกดจิตที่รุนแรงประเภทหนึ่ง

มันสามารถทำให้คนที่แข็งแรงป่วยไข้ได้ในพริบตา

หรือทำให้รู้สึกเจ็บปวดเพียงแค่ปักเข็มลงบนตุ๊กตาฟาง

เพราะทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากสมองไม่เกิดการเข้าใจผิด

‘เพราะงั้นเวทมนตร์คำสาปถึงต้องใช้สมาธิสูงเป็นพิเศษไงล่ะ’

กิรยอรู้สึกขนลุกซู่เมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสพลังที่หมุนวนรอบตัวซอเอสเธอร์

เธอที่ใช้เวทมนตร์ออกมานั้นเหมือนกับแท่งพายุขนาดยักษ์

สิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่หลุดเข้ามาในอาณาเขตของเธอ จะถูกสาปจนตายโดยไม่มีการยกเว้น

‘มิน่าล่ะ พวกพนักงานถึงได้หนีมาไกลขนาดนี้ เพราะถ้าแค่เฉี่ยวโดนขอบเขตของวงจรเวท ก็คงไม่ได้ตายดีแน่ ๆ’

พลังเวทที่หยาบกระด้างและดิบเถื่อน

ถึงอย่างนั้น เธอกลับไม่มีความลังเลเลยแม้แต่นิดเดียวในการกวัดแกว่งพลังนั้น

“ไอ้พวกที่ขวางทางฉัน... จงกระอักเลือดตายไปซะให้หมด!”

ทันทีที่ถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์หลุดออกจากปากของซอเอสเธอร์

โผละ!

หัวของเหล่าปีศาจจิ๋วที่กระจายอยู่เต็มพื้นที่ระเบิดออกพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง

ปุด ๆ

จุดจบของเจ้ายักษ์ที่ถือกระบองก็ไม่ต่างกัน

ทักษะคำสาปของซอเอสเธอร์กวาดล้างกองทัพสัตว์ประหลาดหายไปในพริบตา

เลือดสีดำข้นราวกับโคลนพุ่งกระจายราวกับพลุไฟ ก่อนจะอาบไปทั่วท้องถนนจนดูราวกับภาพเหนือจริง

- อู้วววววววว!

“อา บอสออกมาแล้วเหรอ?”

และในตอนนั้นเอง

เสียงร้องโหยหวนก็ดังมาจากอีกฟากของเกตทั้งสองฝั่ง

หลังจากพวกลูกกระจ๊อกตายหมดแล้ว

ซอเอสเธอร์ก็ระเบิดหัวเราะลั่นเมื่อเห็นตัวตนของมอนสเตอร์ตัวสุดท้ายที่ปรากฏกายออกมา

“พูฮ่า ๆ! มิน่าล่ะถึงได้ออกมาล้าช้า!”

บอสของเรดเกตในครั้งนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นสัตว์ป่าที่เดินด้วยสองเท้า

ทว่าปัญหาคือ ขนาดตัวของมันไม่ได้ใหญ่ธรรมดา ๆ น่ะสิ

“นั่นมันจะไม่ติดเกตเอาเหรอ?”

ซอเอสเธอร์หลุดขำเมื่อเห็นสัตว์ป่าขนาดมหึมาที่คาดว่าน่าจะสูงพอ ๆ กับตึก 10 ชั้น

ด้วยความที่ปากของมันเป็นทรงเหลี่ยม มันเลยดูเซ่อซ่าและโง่เง่าพิกล

‘เอ๊ะ?’

ทว่า...

ต่างจากซอเอสเธอร์ที่ดูผ่อนคลาย คิมกิรยอกลับเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่าง

ก็เพราะว่าที่เรดเกตฝั่งขวา สิ่งที่โผล่ออกมามันคือเจ้าตัวนี้

วืดดดดด...

บอสตัวที่สองที่ปรากฏกายขึ้นไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่มันคือเศษเหล็กขนาดยักษ์

เป็นสัตว์อสูรรูปแบบเครื่องจักรที่มีรูปร่างคล้ายกับบอสฝั่งซ้ายราวกับฝาแฝด

‘มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตนี่?’

แน่นอนว่าของพรรค์นั้นน่ะใช้คำสาปไม่ได้ผลหรอก

‘ดะ... ดันมาดูเรื่องไม่เป็นเรื่องซะแล้วสิ นั่นมันจุดอ่อนของพวกจอมเวทสายคำสาปชัด ๆ เลยไม่ใช่เหรอ’

แต่นั่นเป็นความกังวลที่สูญเปล่า

“อ้าว~ ฝั่งโน้นเป็นหุ่นยนต์เหรอ?”

ซอเอสเธอร์พูดพลางถีบตัวทะยานออกไปในทันที

เธอร่นระยะห่างในชั่วพริบตา ก่อนจะเหวี่ยงหมัดซัดเข้าใส่สัตว์อสูรเครื่องจักรเต็มแรง

- เปรี้ยง!!

เสียงสนั่นหวั่นไหวทึบ ๆ ดังไปทั่วบริเวณ

ปากเหล็กของสัตว์อสูรเครื่องจักรบุบยุบลงไปจากการโจมตีอันหนักหน่วงของซอเอสเธอร์

ใช่แล้ว ถ้าเวทมนตร์ใช้ไม่ได้ผล ก็แค่ใช้ฮาร์ดแวร์อันเหนือชั้นของระดับ S ทุบมันเข้าไปก็สิ้นเรื่อง

“...”

กิรยอมองการล่าของซอเอสเธอร์แล้วเงียบไปพลางเอามืออุดหู

เคร้ง! โครม!

ถ้าหลับตาฟังนี่มันเสียงรื้อถอนอาคารชัด ๆ

“พอท่านประธานลงมือเอง เรดเกตระดับ A สองอันก็จบในพริบตาเลยนะครับ”

“ตอนที่ฮันเตอร์เอสเธอร์อยู่ที่สำนักงานใหญ่เนี่ย มันรู้สึกอุ่นใจบอกไม่ถูกเลยจริง ๆ นะ?”

คนของกิลด์ดูเหมือนจะคิดว่าการต่อสู้จบลงแล้ว จึงเริ่มจับกลุ่มคุยเล่นกันอย่างสนุกสนาน

“เดี๋ยวก่อน!”

ทว่าในวินาทีต่อมา

“มีอะไรเหรอครับ?”

“นั่น ดูตรงนั้นสิ!”

พนักงานของหอคอยเวทมนตร์คนหนึ่งชี้ไปที่ไหนสักแห่งพลางตะโกนขึ้น

ในทิศทางที่สายตาทุกคู่หันไปมอง มีผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งยืนอยู่

เธอถือกุญแจรถในมือพลางหันรีหันขวางมองไปรอบ ๆ...

“พลเรือน?”

ทันทีที่พบ กระแสลมรอบข้างก็เปลี่ยนไปในพริบตา

“เฮ้ย ๆ ๆ!”

“บ้าเอ๊ย! ก็ปิดถนนไว้ให้เห็นโต้ง ๆ แล้วยังจะแอบเข้ามาอีกเหรอ!”

ฮันเตอร์ระดับ C ของกิลด์หอคอยเวทมนตร์อุทานอย่างตกใจแล้ววิ่งออกไป

เขาเข้าชาร์จจับตัวผู้หญิงคนนั้นไว้ทันที จนเกิดการปะทะกันเล็กน้อย

“ทะ... ทำอะไรของพวกคุณน่ะ!”

“ออกจากถนนเดี๋ยวนี้เลยครับ!”

“นี่ ฮันเตอร์มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวคนทั่วไปตามใจชอบแบบนี้ได้ยังไง? ปล่อยนะ! ฉันแค่จะรีบไปเอารถที่จอดอยู่ฝั่งโน้นออกมาแค่นั้นเอง!”

ดูเหมือนว่าจะเป็นคนที่เพิ่งเห็นข่าวเรดเกตปรากฏขึ้น แล้วรีบมาเพื่อจะย้ายทรัพย์สินของตัวเองออกไป

เหล่าพนักงานของหอคอยเวทมนตร์ที่เห็นพลเรือนคนนั้นต่างพากันหน้าถอดสี

“ของพรรค์นั้นน่ะต้องย้ายออกไปตั้งนานแล้วสิ! สัญญาณเตือนภัยมันดังไปตั้งเท่าไหร่แล้ว!”

กิรยอเองก็เหงื่อตกไม่แพ้กัน

‘ตอนนี้มอนสเตอร์ไม่ใช่ปัญหาแล้ว’

เมื่อกี้ฉันเพิ่งเปรียบเปรยซอเอสเธอร์ว่าเป็นพายุไปเองไม่ใช่หรือไง

โดยปกติแล้ว ยิ่งเกิดมาพร้อมพลังมหาศาลมากเท่าไหร่ การควบคุมเวทมนตร์ให้ละเอียดอ่อนก็จะยิ่งยากขึ้นเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ เวลาซอเอสเธอร์ต่อสู้ เธอจึงต้องโปรยปรายคำสาปเป็นวงกว้างจนคนรอบข้างพลอยติดร่างแหไปด้วย...

‘ถ้าคนที่ไม่ใช่ผู้ตื่นรู้โดนเวทมนตร์ระดับ S เฉี่ยวเข้าละก็...’

แบบนี้คนธรรมดาได้ตายฟรีแน่ ๆ

ดูเหมือนฮันเตอร์ของกิลด์จะสรุปผลออกมาได้เหมือนกัน จึงพยายามจะกันตัวคนคนนั้นออกไปทันที

ทว่า เหตุการณ์ที่น่ากังวลกลับเกิดขึ้นก่อนเสียแล้ว

“อะไรเนี่ย? ทำไมมีพลเรือนเข้ามาที่นี่ได้?”

“ท่านประธานครับ!”

ซอเอสเธอร์ที่จัดการสัตว์อสูรเครื่องจักรได้แล้ว เคลื่อนตัวมาที่กลางถนนเพื่อจัดการบอสตัวสุดท้าย

ตาพายุเคลื่อนที่แล้ว

ดังนั้น ถนนฝั่งซ้ายนี้จึงตกอยู่ในอาณาเขตของเวทมนตร์ในพริบตา

และผลที่ตามมาคือ คำสาปอันชั่วร้ายระดับ S กำลังจะข่วนเข้าที่ร่างของพลเรือน

“รีบพาคนคนนั้นหนีไปเร็ว!”

ซอเอสเธอร์ยกเลิกทักษะทั้งหมดที่กำลังใช้อยู่ตามสัญชาตญาณ

เธอถอนเวทมนตร์ออกเพื่อปกป้องพลเมือง

ทว่าการกระทำนั้นกลับนำมาซึ่งแรงสะท้อนกลับอันมหาศาล

- อู้ววววววววววว!

สัตว์ร้ายสีขาวโพลนแผดเสียงร้องพลางเชิดหน้าขึ้น

เมื่อคำสาปที่กดทับมันอยู่มลายหายไป มันก็ดูเหมือนจะระเบิดความโกรธที่อัดอั้นออกมาในคราวเดียว

“กรี๊ดดดด!”

“คุณเอสเธอร์!”

ตึด! ตึด! ตึด!

บอสของเรดเกตเปิดใช้ทักษะเฉพาะตัว

มันฟาดอุ้งเท้าเหลี่ยม ๆ ลงมาบนหัวของฮันเตอร์ระดับ S

ซอเอสเธอร์รีบยกแขนไขว้กันเพื่อป้องกันศีรษะอย่างรวดเร็ว แต่นี่ไม่ใช่แค่การต่อยธรรมดา

“อะ... อะไรเนี่ย!”

ตูมมมมม!

เมื่อกีบเท้าของสัตว์ร้ายส่งเสียงกึกก้อง

พื้นดินที่ซอเอสเธอร์เหยียบอยู่ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์อย่างรุนแรง

พื้นดินกระเพื่อมไหว

ของเหลวเหนียวหนืดผุดขึ้นมา

ร่างกายท่อนล่างเริ่มถูกฝังกลบ

“อึก!”

มันคือบึง

เวทมนตร์ของมอนสเตอร์สร้างบึงสีม่วงขึ้นมาใจกลางเมือง

‘ขาขยับไม่ได้!’

ซอเอสเธอร์ติดแหง็กอยู่ใจกลางบึงนั้น

เธอกลายเป็นอัมพาตเคลื่อนไหวไม่ได้เสียแล้ว

ทว่า วิกฤตนี้กลับจบลงอย่างจืดชืด

“ท่านประธานครับ! อพยพพลเรือนเรียบร้อยแล้วครับ!”

ทันทีที่ได้รับแจ้งว่าแขกไม่ได้รับเชิญหายไปแล้ว ซอเอสเธอร์ก็เปิดใช้คำสาปใส่บอสอีกครั้ง

จะมีมอนสเตอร์สักกี่ตัวบนโลกนี้ที่ทนรับพลังระดับสูงสุดของเลเวล S ได้กันเชียว

- อู้ววว, อู้ววววว...!

สัตว์ป่าร่างยักษ์ล้มลงหายใจหอบพลางน้ำลายฟูมปากราวกับติดโรคร้ายแรง ก่อนจะสิ้นใจตายไปโดยที่ลิ้นยังจุกปากอยู่

ตึด...

นั่นคือความต่างของพลังที่เหนือชั้นอย่างสิ้นเชิง

แต่เดิม ฮันเตอร์ระดับ S ก็ไม่มีทางเจอวิกฤตหนักหนาอะไรในการต่อสู้ครั้งนี้อยู่แล้ว

“จัดการได้แล้ว!”

เหล่าพนักงานกิลด์หอคอยเวทมนตร์ส่งเสียงไชโย

ในสถานการณ์ที่มีเรดเกตระดับ A เกิดขึ้นพร้อมกันถึง 2 แห่ง แต่ไม่มีการสูญเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว นี่สิถึงจะเรียกว่าความสำเร็จ

“โหย เมื่อกี้ตอนที่มีคนหลงเข้ามา ฉันนึกว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ซะแล้ว!”

“รู้ไหมว่ายัยป้าคนนั้นพูดกับฉันว่ายังไงตอนฉันลากออกไปนอกเขตกั้น? บอกว่าจะแจ้งความจับฉันที่ไปแตะตัวจนแขนแกเกือบหักน่ะ!”

“เฮ้อออ~”

ทว่า ในขณะที่กำลังพูดคุยกันอย่างโล่งอก ก็มีเสียงเบา ๆ ดังแทรกขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง

“นี่...”

ทุกคนหยุดพูดแล้วหันไปตามทิศทางของเสียง

“ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจมลงไปลึกขึ้นเรื่อย ๆ เลยน้า...”

ตรงนั้นมีผู้หญิงที่จมลงไปในบึงแล้วเกือบสองในสาม เมื่อกี้ยังไม่หนักขนาดนี้นี่นา?

“เห็นในทีวีบอกว่าถ้าตกโคลนดูด ให้เอนตัวไปข้างหลังจะดี ฉันเลยลองทำดูตะกี้นี้... แต่ทำไมมันเหมือนจะจมลงไปมากกว่าเดิมล่ะเนี่ย”

ซอเอสเธอร์เงยหน้ามองพนักงานที่อยู่นอกบึงด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

“ทำยังไงดีครับท่านหัวหน้า ในกระโปรงหลังรถน่าจะมีเชือกกู้ภัยอยู่นะครับ...”

“เอ่อ... อืม”

แต่พวกพนักงานเองก็ลำบากใจไม่แพ้กัน

เพราะบึงที่ซอเอสเธอร์ตกลงไปนั้นไม่ใช่แค่บึงน้ำธรรมดา ๆ

ในโคลนสีม่วงที่เดือดปุด ๆ นั้น มีคราบน้ำมันสีเขียวลอยจาง ๆ

สิ่งนี้คือสารที่เคยถูกตีพิมพ์ข่าวหน้าหนึ่งในสื่อต่าง ๆ เมื่อ 3 ปีก่อน จนตอนนี้แทบไม่มีใครไม่รู้จัก

‘บึงพิษที่สร้างโดยมอนสเตอร์ระดับ A...!’

นั่นมันคือยาพิษร้ายแรงอันเป็นเอกลักษณ์ของสิ่งมีชีวิตในเกตไม่ใช่หรือไง

สำหรับคนที่นี่ มันคือสามัญสำนึกเบื้องต้นว่า ของเหลวที่มีสีสันแบบนั้นย่อมมีความเป็นพิษ

ดังนั้นพนักงานของกิลด์จึงไม่กล้าบุ่มบามเข้าไป

เนื่องจากผลพวงจากการต่อสู้ ทำให้พิษจากบึงกระเด็นไปทั่วท้องถนน หากก้าวพลาดไปเหยียบแอ่งน้ำเข้าจะทำยังไง?

หรือบางที แค่ปริมาณที่ระเหยกลายเป็นไอในอากาศก็อาจจะอันตรายแล้วก็ได้

‘เพราะฉันเป็นระดับ S แถมยังใส่อุปกรณ์ต้านทานพิษอยู่ถึงได้ยังทนไหว’

ซอเอสเธอร์เองก็รู้ดีจึงไม่กล้าขยับตัวซี้ซั้ว

ด้วยสมรรถภาพทางกายของระดับ S เธอสามารถออกจากบึงได้สบาย ๆ อยู่แล้ว แต่ในกระบวนการดิ้นรนนั้น มีความเป็นไปได้สูงที่พิษจะกระจายเป็นวงกว้างกว่าเดิม

ซอเอสเธอร์จึงลอยตัวอยู่นิ่ง ๆ พลางนึกกังวลถึงพวกหน่วยทำความสะอาดที่จะตามมาทีหลัง

“...”

ทว่า ณ ที่แห่งนี้

ยังมีฮันเตอร์เกาหลีอยู่คนหนึ่งที่ต่อให้เป็นฮันเตอร์ แต่ก็เป็นเพียงคนเดียวที่ไม่รู้ข่าวเมื่อ 3 ปีก่อน

“หืม”

กิรยอมองสลับไปมาระหว่างซอเอสเธอร์ที่จมลงไปถึงเอว กับพนักงานกิลด์หอคอยเวทมนตร์ที่เอาแต่ยืนกระทืบเท้ากระวนกระวายพลางคิดเงียบ ๆ

‘ไอ้พวกนี้มันรังเกียจหัวหน้าตัวเองขนาดไหนกันแน่ ถึงได้ไม่ขยับตัวกันเลยสักนิด?’

เขาเข้าใจผิดไปว่า พนักงานพวกนั้นมีความรู้สึกไม่ดีต่อซอเอสเธอร์เลยพากันนิ่งดูดายแบบนี้...

แน่นอนว่าเขาก็พอจะเข้าใจได้อยู่

เพราะบางครั้งเขาก็อยากจับหัวหน้าในบ้านเกิดตัวเองไปหมกบึงเหมือนกัน

แต่นั่นก็เรื่องหนึ่ง

‘แต่ครั้งนี้มันก็น่าสงสารไปหน่อยไหมนะ?’

เขารู้สึกสงสารในการปฏิบัติที่ซอเอสเธอร์ได้รับ

เธอไม่ได้ตกลงไปเพราะความผิดของตัวเอง แต่เป็นเพราะพยายามปกป้องพลเมืองที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งควบคุมจนหลงเข้ามาในถนนแท้ ๆ

‘เอาเถอะ เห็นแก่ความอารมณ์ดี จะให้โอกาสยัยหัวหน้าจอมขูดรีดนั่นสักครั้งแล้วกัน’

ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้

เขาจะเป็นคนออกหน้าไปช่วยซอเอสเธอร์เอง

“ขอโทษครับ เออ... คุณพนักงานทางนั้น?”

“อ๊ะ ครับ!”

“เมื่อกี้บอกว่ามีเชือกอยู่ในกระโปรงหลังรถใช่ไหมครับ ขอยืมหน่อยได้ไหม?”

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

43

20px

ฉันมาถึงที่เกิดเหตุแล้ว

ทันทีที่ลงจากรถ ต้นเหตุของข้อความแจ้งเตือนภัยพิบัติฉุกเฉินก็ปรากฏแก่สายตา

“ขนาดใหญ่เอาเรื่องเลยนะครับเนี่ย?”

“ว้าว ถนนทั้งเส้นกลายเป็นสีแดงไปหมดเลย”

เกตสองแห่งตั้งตระหง่านอยู่คนละฝั่งถนนในตำแหน่งที่สมมาตรกันราวกับภาพสะท้อนในกระจก

พวกมันถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉาน ซึ่งต่างจากเกตทั่วไปที่เคยเห็นมาจนถึงตอนนี้

มันคือสิ่งที่เรียกกันว่า ‘เรดเกต’

ช่องว่างมิติที่เมื่อปรากฏขึ้นแล้วจะพ่นเหล่ามอนสเตอร์ออกมาภายในไม่กี่นาที ก่อนจะเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย

“พลเมืองอพยพเรียบร้อยดีหรือยังนะ”

ต่างจากบลูเกตที่หากปล่อยทิ้งไว้ถึงจะเกิดอุบัติเหตุ แต่เรดเกตนั้นจะกระตุ้นให้เกิดสแตมพีด (Stampede) หรือการอาละวาดของฝูงมอนสเตอร์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ มันจึงเป็นตัวปัญหาที่น่าปวดหัวอย่างมาก

“เฮ้อ ไม่อยากให้ไอ้สีแดง ๆ นี่มาโผล่ในเขตเมืองเลยจริง ๆ ~”

แต่นั่นก็เป็นเรื่องในยามที่ขาดแคลนกำลังคนที่จะมารับมือ

ตึก! ตึก! ตึก!

เมื่อเสียงฝีเท้าของสัตว์ร้ายที่หนักอึ้งดังมาจากอีกฟากของเกต

ซอเอสเธอร์ก็แค่นหัวเราะและเอ่ยกับคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอ

“ตั้งแต่นี้ไปเป็นเวลาทำงานของกิลด์มาสเตอร์คนนี้แล้ว พวกแกก็ไปหลบซอกไหนก็ไปไป๊!”

สิ้นคำ เหล่าพนักงานของกิลด์หอคอยเวทมนตร์ก็รีบทิ้งระยะห่างจากซอเอสเธอร์อย่างรวดเร็ว

คิมกิรยอที่ถูกลากมาด้วยอย่างงง ๆ คิดในใจอย่างเลื่อนลอย

‘ไกลไปหน่อยไหมนะ? แบบนี้ก็ไม่มีใครคอยซัพพอร์ตเอสเธอร์ได้เลยสิ’

จนถึงตอนนี้ เขายังคงมีด้านที่เผลอประเมินระดับ S ของโลกมนุษย์ต่ำไปอยู่บ้าง

ไม่ว่าจะเป็นตอนคังชางโฮ หรือตอนจองฮาซอง

คนพวกนั้นต้องต่อสู้ในพื้นที่ที่แคบและจำกัด แถมยังมีฮันเตอร์ระดับ F อย่างเขาพ่วงไปด้วย ทำให้ไม่สามารถแสดงพลังออกมาได้อย่างเต็มที่

- กรู้ววววว...

- ช่าาาาาา!

- อึก, กึก

“ฮันเตอร์คิมกิรยอครับ ตั้งแต่ตอนนี้ไป ห้ามเข้าใกล้ท่านประธานของเราเด็ดขาดเลยนะครับ เข้าใจไหม?”

แต่ในวันนี้ เขาจะได้ยืนยันถึงเกียรติภูมิของฮันเตอร์ระดับ S ในยามที่ไร้ซึ่งพันธนาการ

- ตูม! ตูม!...

เหล่าสัตว์ประหลาดจำนวนมหาศาลเริ่มปรากฏตัวออกมาจากเกตทั้งสองฝั่ง

ยักษ์ไร้หัวที่ถือท่อนซุงขนาดใหญ่

ปีศาจจิ๋วที่หัวเราะคิกคัก

ซอเอสเธอร์กวาดสายตามองฝูงมอนสเตอร์ที่เคลื่อนตัวเข้ามาราวกับคลื่นทมิฬ ก่อนจะเริ่มก้าวเดินอย่างเนิบนาบ

“จัดการทางซ้ายก่อนแล้วกัน เพราะฉันถนัดซ้ายน่ะ”

ทว่า ทุกครั้งที่เธอเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ปรากฏการณ์ประหลาดก็พลันเกิดขึ้น

“คิก, คิกคิก? อั้ก!”

มอนสเตอร์ที่พุ่งเข้ามาพร้อมจิตสังหารกลับล้มลงนอนหงายท้องไปเสียดื้อ ๆ

ตึด, ตึด

ราวกับหนูที่กินยาพิษเข้าไป

ยิ่งซอเอสเธอร์เข้าใกล้เกตมากเท่าไหร่ จำนวนมอนสเตอร์ที่กรีดร้องโหยหวนก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น

- ก๊าซซซซ! ก๊าซซซซ!

- ขู่...

ความกลัวที่ไร้รูปธรรมปกคลุมไปทั่วท้องถนน

ทว่า มีเพียงคนเดียวในที่แห่งนี้ที่สามารถเข้าใจสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังทำได้อย่างถ่องแท้

‘บ้าฉิบ ยัยนี่ของจริงนี่หว่า’

คำสาปคือการสะกดจิตที่รุนแรงประเภทหนึ่ง

มันสามารถทำให้คนที่แข็งแรงป่วยไข้ได้ในพริบตา

หรือทำให้รู้สึกเจ็บปวดเพียงแค่ปักเข็มลงบนตุ๊กตาฟาง

เพราะทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากสมองไม่เกิดการเข้าใจผิด

‘เพราะงั้นเวทมนตร์คำสาปถึงต้องใช้สมาธิสูงเป็นพิเศษไงล่ะ’

กิรยอรู้สึกขนลุกซู่เมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสพลังที่หมุนวนรอบตัวซอเอสเธอร์

เธอที่ใช้เวทมนตร์ออกมานั้นเหมือนกับแท่งพายุขนาดยักษ์

สิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่หลุดเข้ามาในอาณาเขตของเธอ จะถูกสาปจนตายโดยไม่มีการยกเว้น

‘มิน่าล่ะ พวกพนักงานถึงได้หนีมาไกลขนาดนี้ เพราะถ้าแค่เฉี่ยวโดนขอบเขตของวงจรเวท ก็คงไม่ได้ตายดีแน่ ๆ’

พลังเวทที่หยาบกระด้างและดิบเถื่อน

ถึงอย่างนั้น เธอกลับไม่มีความลังเลเลยแม้แต่นิดเดียวในการกวัดแกว่งพลังนั้น

“ไอ้พวกที่ขวางทางฉัน... จงกระอักเลือดตายไปซะให้หมด!”

ทันทีที่ถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์หลุดออกจากปากของซอเอสเธอร์

โผละ!

หัวของเหล่าปีศาจจิ๋วที่กระจายอยู่เต็มพื้นที่ระเบิดออกพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง

ปุด ๆ

จุดจบของเจ้ายักษ์ที่ถือกระบองก็ไม่ต่างกัน

ทักษะคำสาปของซอเอสเธอร์กวาดล้างกองทัพสัตว์ประหลาดหายไปในพริบตา

เลือดสีดำข้นราวกับโคลนพุ่งกระจายราวกับพลุไฟ ก่อนจะอาบไปทั่วท้องถนนจนดูราวกับภาพเหนือจริง

- อู้วววววววว!

“อา บอสออกมาแล้วเหรอ?”

และในตอนนั้นเอง

เสียงร้องโหยหวนก็ดังมาจากอีกฟากของเกตทั้งสองฝั่ง

หลังจากพวกลูกกระจ๊อกตายหมดแล้ว

ซอเอสเธอร์ก็ระเบิดหัวเราะลั่นเมื่อเห็นตัวตนของมอนสเตอร์ตัวสุดท้ายที่ปรากฏกายออกมา

“พูฮ่า ๆ! มิน่าล่ะถึงได้ออกมาล้าช้า!”

บอสของเรดเกตในครั้งนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นสัตว์ป่าที่เดินด้วยสองเท้า

ทว่าปัญหาคือ ขนาดตัวของมันไม่ได้ใหญ่ธรรมดา ๆ น่ะสิ

“นั่นมันจะไม่ติดเกตเอาเหรอ?”

ซอเอสเธอร์หลุดขำเมื่อเห็นสัตว์ป่าขนาดมหึมาที่คาดว่าน่าจะสูงพอ ๆ กับตึก 10 ชั้น

ด้วยความที่ปากของมันเป็นทรงเหลี่ยม มันเลยดูเซ่อซ่าและโง่เง่าพิกล

‘เอ๊ะ?’

ทว่า...

ต่างจากซอเอสเธอร์ที่ดูผ่อนคลาย คิมกิรยอกลับเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่าง

ก็เพราะว่าที่เรดเกตฝั่งขวา สิ่งที่โผล่ออกมามันคือเจ้าตัวนี้

วืดดดดด...

บอสตัวที่สองที่ปรากฏกายขึ้นไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่มันคือเศษเหล็กขนาดยักษ์

เป็นสัตว์อสูรรูปแบบเครื่องจักรที่มีรูปร่างคล้ายกับบอสฝั่งซ้ายราวกับฝาแฝด

‘มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตนี่?’

แน่นอนว่าของพรรค์นั้นน่ะใช้คำสาปไม่ได้ผลหรอก

‘ดะ... ดันมาดูเรื่องไม่เป็นเรื่องซะแล้วสิ นั่นมันจุดอ่อนของพวกจอมเวทสายคำสาปชัด ๆ เลยไม่ใช่เหรอ’

แต่นั่นเป็นความกังวลที่สูญเปล่า

“อ้าว~ ฝั่งโน้นเป็นหุ่นยนต์เหรอ?”

ซอเอสเธอร์พูดพลางถีบตัวทะยานออกไปในทันที

เธอร่นระยะห่างในชั่วพริบตา ก่อนจะเหวี่ยงหมัดซัดเข้าใส่สัตว์อสูรเครื่องจักรเต็มแรง

- เปรี้ยง!!

เสียงสนั่นหวั่นไหวทึบ ๆ ดังไปทั่วบริเวณ

ปากเหล็กของสัตว์อสูรเครื่องจักรบุบยุบลงไปจากการโจมตีอันหนักหน่วงของซอเอสเธอร์

ใช่แล้ว ถ้าเวทมนตร์ใช้ไม่ได้ผล ก็แค่ใช้ฮาร์ดแวร์อันเหนือชั้นของระดับ S ทุบมันเข้าไปก็สิ้นเรื่อง

“...”

กิรยอมองการล่าของซอเอสเธอร์แล้วเงียบไปพลางเอามืออุดหู

เคร้ง! โครม!

ถ้าหลับตาฟังนี่มันเสียงรื้อถอนอาคารชัด ๆ

“พอท่านประธานลงมือเอง เรดเกตระดับ A สองอันก็จบในพริบตาเลยนะครับ”

“ตอนที่ฮันเตอร์เอสเธอร์อยู่ที่สำนักงานใหญ่เนี่ย มันรู้สึกอุ่นใจบอกไม่ถูกเลยจริง ๆ นะ?”

คนของกิลด์ดูเหมือนจะคิดว่าการต่อสู้จบลงแล้ว จึงเริ่มจับกลุ่มคุยเล่นกันอย่างสนุกสนาน

“เดี๋ยวก่อน!”

ทว่าในวินาทีต่อมา

“มีอะไรเหรอครับ?”

“นั่น ดูตรงนั้นสิ!”

พนักงานของหอคอยเวทมนตร์คนหนึ่งชี้ไปที่ไหนสักแห่งพลางตะโกนขึ้น

ในทิศทางที่สายตาทุกคู่หันไปมอง มีผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งยืนอยู่

เธอถือกุญแจรถในมือพลางหันรีหันขวางมองไปรอบ ๆ...

“พลเรือน?”

ทันทีที่พบ กระแสลมรอบข้างก็เปลี่ยนไปในพริบตา

“เฮ้ย ๆ ๆ!”

“บ้าเอ๊ย! ก็ปิดถนนไว้ให้เห็นโต้ง ๆ แล้วยังจะแอบเข้ามาอีกเหรอ!”

ฮันเตอร์ระดับ C ของกิลด์หอคอยเวทมนตร์อุทานอย่างตกใจแล้ววิ่งออกไป

เขาเข้าชาร์จจับตัวผู้หญิงคนนั้นไว้ทันที จนเกิดการปะทะกันเล็กน้อย

“ทะ... ทำอะไรของพวกคุณน่ะ!”

“ออกจากถนนเดี๋ยวนี้เลยครับ!”

“นี่ ฮันเตอร์มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวคนทั่วไปตามใจชอบแบบนี้ได้ยังไง? ปล่อยนะ! ฉันแค่จะรีบไปเอารถที่จอดอยู่ฝั่งโน้นออกมาแค่นั้นเอง!”

ดูเหมือนว่าจะเป็นคนที่เพิ่งเห็นข่าวเรดเกตปรากฏขึ้น แล้วรีบมาเพื่อจะย้ายทรัพย์สินของตัวเองออกไป

เหล่าพนักงานของหอคอยเวทมนตร์ที่เห็นพลเรือนคนนั้นต่างพากันหน้าถอดสี

“ของพรรค์นั้นน่ะต้องย้ายออกไปตั้งนานแล้วสิ! สัญญาณเตือนภัยมันดังไปตั้งเท่าไหร่แล้ว!”

กิรยอเองก็เหงื่อตกไม่แพ้กัน

‘ตอนนี้มอนสเตอร์ไม่ใช่ปัญหาแล้ว’

เมื่อกี้ฉันเพิ่งเปรียบเปรยซอเอสเธอร์ว่าเป็นพายุไปเองไม่ใช่หรือไง

โดยปกติแล้ว ยิ่งเกิดมาพร้อมพลังมหาศาลมากเท่าไหร่ การควบคุมเวทมนตร์ให้ละเอียดอ่อนก็จะยิ่งยากขึ้นเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ เวลาซอเอสเธอร์ต่อสู้ เธอจึงต้องโปรยปรายคำสาปเป็นวงกว้างจนคนรอบข้างพลอยติดร่างแหไปด้วย...

‘ถ้าคนที่ไม่ใช่ผู้ตื่นรู้โดนเวทมนตร์ระดับ S เฉี่ยวเข้าละก็...’

แบบนี้คนธรรมดาได้ตายฟรีแน่ ๆ

ดูเหมือนฮันเตอร์ของกิลด์จะสรุปผลออกมาได้เหมือนกัน จึงพยายามจะกันตัวคนคนนั้นออกไปทันที

ทว่า เหตุการณ์ที่น่ากังวลกลับเกิดขึ้นก่อนเสียแล้ว

“อะไรเนี่ย? ทำไมมีพลเรือนเข้ามาที่นี่ได้?”

“ท่านประธานครับ!”

ซอเอสเธอร์ที่จัดการสัตว์อสูรเครื่องจักรได้แล้ว เคลื่อนตัวมาที่กลางถนนเพื่อจัดการบอสตัวสุดท้าย

ตาพายุเคลื่อนที่แล้ว

ดังนั้น ถนนฝั่งซ้ายนี้จึงตกอยู่ในอาณาเขตของเวทมนตร์ในพริบตา

และผลที่ตามมาคือ คำสาปอันชั่วร้ายระดับ S กำลังจะข่วนเข้าที่ร่างของพลเรือน

“รีบพาคนคนนั้นหนีไปเร็ว!”

ซอเอสเธอร์ยกเลิกทักษะทั้งหมดที่กำลังใช้อยู่ตามสัญชาตญาณ

เธอถอนเวทมนตร์ออกเพื่อปกป้องพลเมือง

ทว่าการกระทำนั้นกลับนำมาซึ่งแรงสะท้อนกลับอันมหาศาล

- อู้ววววววววววว!

สัตว์ร้ายสีขาวโพลนแผดเสียงร้องพลางเชิดหน้าขึ้น

เมื่อคำสาปที่กดทับมันอยู่มลายหายไป มันก็ดูเหมือนจะระเบิดความโกรธที่อัดอั้นออกมาในคราวเดียว

“กรี๊ดดดด!”

“คุณเอสเธอร์!”

ตึด! ตึด! ตึด!

บอสของเรดเกตเปิดใช้ทักษะเฉพาะตัว

มันฟาดอุ้งเท้าเหลี่ยม ๆ ลงมาบนหัวของฮันเตอร์ระดับ S

ซอเอสเธอร์รีบยกแขนไขว้กันเพื่อป้องกันศีรษะอย่างรวดเร็ว แต่นี่ไม่ใช่แค่การต่อยธรรมดา

“อะ... อะไรเนี่ย!”

ตูมมมมม!

เมื่อกีบเท้าของสัตว์ร้ายส่งเสียงกึกก้อง

พื้นดินที่ซอเอสเธอร์เหยียบอยู่ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์อย่างรุนแรง

พื้นดินกระเพื่อมไหว

ของเหลวเหนียวหนืดผุดขึ้นมา

ร่างกายท่อนล่างเริ่มถูกฝังกลบ

“อึก!”

มันคือบึง

เวทมนตร์ของมอนสเตอร์สร้างบึงสีม่วงขึ้นมาใจกลางเมือง

‘ขาขยับไม่ได้!’

ซอเอสเธอร์ติดแหง็กอยู่ใจกลางบึงนั้น

เธอกลายเป็นอัมพาตเคลื่อนไหวไม่ได้เสียแล้ว

ทว่า วิกฤตนี้กลับจบลงอย่างจืดชืด

“ท่านประธานครับ! อพยพพลเรือนเรียบร้อยแล้วครับ!”

ทันทีที่ได้รับแจ้งว่าแขกไม่ได้รับเชิญหายไปแล้ว ซอเอสเธอร์ก็เปิดใช้คำสาปใส่บอสอีกครั้ง

จะมีมอนสเตอร์สักกี่ตัวบนโลกนี้ที่ทนรับพลังระดับสูงสุดของเลเวล S ได้กันเชียว

- อู้ววว, อู้ววววว...!

สัตว์ป่าร่างยักษ์ล้มลงหายใจหอบพลางน้ำลายฟูมปากราวกับติดโรคร้ายแรง ก่อนจะสิ้นใจตายไปโดยที่ลิ้นยังจุกปากอยู่

ตึด...

นั่นคือความต่างของพลังที่เหนือชั้นอย่างสิ้นเชิง

แต่เดิม ฮันเตอร์ระดับ S ก็ไม่มีทางเจอวิกฤตหนักหนาอะไรในการต่อสู้ครั้งนี้อยู่แล้ว

“จัดการได้แล้ว!”

เหล่าพนักงานกิลด์หอคอยเวทมนตร์ส่งเสียงไชโย

ในสถานการณ์ที่มีเรดเกตระดับ A เกิดขึ้นพร้อมกันถึง 2 แห่ง แต่ไม่มีการสูญเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว นี่สิถึงจะเรียกว่าความสำเร็จ

“โหย เมื่อกี้ตอนที่มีคนหลงเข้ามา ฉันนึกว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ซะแล้ว!”

“รู้ไหมว่ายัยป้าคนนั้นพูดกับฉันว่ายังไงตอนฉันลากออกไปนอกเขตกั้น? บอกว่าจะแจ้งความจับฉันที่ไปแตะตัวจนแขนแกเกือบหักน่ะ!”

“เฮ้อออ~”

ทว่า ในขณะที่กำลังพูดคุยกันอย่างโล่งอก ก็มีเสียงเบา ๆ ดังแทรกขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง

“นี่...”

ทุกคนหยุดพูดแล้วหันไปตามทิศทางของเสียง

“ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจมลงไปลึกขึ้นเรื่อย ๆ เลยน้า...”

ตรงนั้นมีผู้หญิงที่จมลงไปในบึงแล้วเกือบสองในสาม เมื่อกี้ยังไม่หนักขนาดนี้นี่นา?

“เห็นในทีวีบอกว่าถ้าตกโคลนดูด ให้เอนตัวไปข้างหลังจะดี ฉันเลยลองทำดูตะกี้นี้... แต่ทำไมมันเหมือนจะจมลงไปมากกว่าเดิมล่ะเนี่ย”

ซอเอสเธอร์เงยหน้ามองพนักงานที่อยู่นอกบึงด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

“ทำยังไงดีครับท่านหัวหน้า ในกระโปรงหลังรถน่าจะมีเชือกกู้ภัยอยู่นะครับ...”

“เอ่อ... อืม”

แต่พวกพนักงานเองก็ลำบากใจไม่แพ้กัน

เพราะบึงที่ซอเอสเธอร์ตกลงไปนั้นไม่ใช่แค่บึงน้ำธรรมดา ๆ

ในโคลนสีม่วงที่เดือดปุด ๆ นั้น มีคราบน้ำมันสีเขียวลอยจาง ๆ

สิ่งนี้คือสารที่เคยถูกตีพิมพ์ข่าวหน้าหนึ่งในสื่อต่าง ๆ เมื่อ 3 ปีก่อน จนตอนนี้แทบไม่มีใครไม่รู้จัก

‘บึงพิษที่สร้างโดยมอนสเตอร์ระดับ A...!’

นั่นมันคือยาพิษร้ายแรงอันเป็นเอกลักษณ์ของสิ่งมีชีวิตในเกตไม่ใช่หรือไง

สำหรับคนที่นี่ มันคือสามัญสำนึกเบื้องต้นว่า ของเหลวที่มีสีสันแบบนั้นย่อมมีความเป็นพิษ

ดังนั้นพนักงานของกิลด์จึงไม่กล้าบุ่มบามเข้าไป

เนื่องจากผลพวงจากการต่อสู้ ทำให้พิษจากบึงกระเด็นไปทั่วท้องถนน หากก้าวพลาดไปเหยียบแอ่งน้ำเข้าจะทำยังไง?

หรือบางที แค่ปริมาณที่ระเหยกลายเป็นไอในอากาศก็อาจจะอันตรายแล้วก็ได้

‘เพราะฉันเป็นระดับ S แถมยังใส่อุปกรณ์ต้านทานพิษอยู่ถึงได้ยังทนไหว’

ซอเอสเธอร์เองก็รู้ดีจึงไม่กล้าขยับตัวซี้ซั้ว

ด้วยสมรรถภาพทางกายของระดับ S เธอสามารถออกจากบึงได้สบาย ๆ อยู่แล้ว แต่ในกระบวนการดิ้นรนนั้น มีความเป็นไปได้สูงที่พิษจะกระจายเป็นวงกว้างกว่าเดิม

ซอเอสเธอร์จึงลอยตัวอยู่นิ่ง ๆ พลางนึกกังวลถึงพวกหน่วยทำความสะอาดที่จะตามมาทีหลัง

“...”

ทว่า ณ ที่แห่งนี้

ยังมีฮันเตอร์เกาหลีอยู่คนหนึ่งที่ต่อให้เป็นฮันเตอร์ แต่ก็เป็นเพียงคนเดียวที่ไม่รู้ข่าวเมื่อ 3 ปีก่อน

“หืม”

กิรยอมองสลับไปมาระหว่างซอเอสเธอร์ที่จมลงไปถึงเอว กับพนักงานกิลด์หอคอยเวทมนตร์ที่เอาแต่ยืนกระทืบเท้ากระวนกระวายพลางคิดเงียบ ๆ

‘ไอ้พวกนี้มันรังเกียจหัวหน้าตัวเองขนาดไหนกันแน่ ถึงได้ไม่ขยับตัวกันเลยสักนิด?’

เขาเข้าใจผิดไปว่า พนักงานพวกนั้นมีความรู้สึกไม่ดีต่อซอเอสเธอร์เลยพากันนิ่งดูดายแบบนี้...

แน่นอนว่าเขาก็พอจะเข้าใจได้อยู่

เพราะบางครั้งเขาก็อยากจับหัวหน้าในบ้านเกิดตัวเองไปหมกบึงเหมือนกัน

แต่นั่นก็เรื่องหนึ่ง

‘แต่ครั้งนี้มันก็น่าสงสารไปหน่อยไหมนะ?’

เขารู้สึกสงสารในการปฏิบัติที่ซอเอสเธอร์ได้รับ

เธอไม่ได้ตกลงไปเพราะความผิดของตัวเอง แต่เป็นเพราะพยายามปกป้องพลเมืองที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งควบคุมจนหลงเข้ามาในถนนแท้ ๆ

‘เอาเถอะ เห็นแก่ความอารมณ์ดี จะให้โอกาสยัยหัวหน้าจอมขูดรีดนั่นสักครั้งแล้วกัน’

ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้

เขาจะเป็นคนออกหน้าไปช่วยซอเอสเธอร์เอง

“ขอโทษครับ เออ... คุณพนักงานทางนั้น?”

“อ๊ะ ครับ!”

“เมื่อกี้บอกว่ามีเชือกอยู่ในกระโปรงหลังรถใช่ไหมครับ ขอยืมหน่อยได้ไหม?”