เหตุการณ์ลอบทำร้ายฮันเตอร์อันดับ 1 ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้
“ครับ ผมลองใช้เครื่องตรวจรุ่นล่าสุดเช็กดูอีกรอบแล้วก็ไม่พบสิ่งผิดปกติครับ คนคนนั้นอยู่ระดับ F จริงๆ”
จองฮาซองนึกถึงผู้ต้องสงสัยในคดีนี้
แน่นอนว่าคนที่น่าจะทำเรื่องแบบนั้นที่สุดคือคังชางโฮ แต่สายตาที่เฉยเมยและเย็นชาของคิมกิรยอที่จ้องมองตอนเขาล้มลงไปนั้น เป็นภาพที่เขาสลัดไม่หลุดจริงๆ
‘เครื่องตรวจวัดผิดพลาดงั้นเหรอ?’
จองฮาซองรู้สึกตกใจและเรียกขอเอกสารที่เกี่ยวข้อง
แต่เมื่อดูอีกที ผู้รับผิดชอบการตรวจซ้ำไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นซอนอูยอน
‘ถ้าเป็นคนนี้ โอกาสที่จะรับเงินใต้โต๊ะมาเพื่อปลอมแปลงผลก็คงต่ำ...’
ในเมื่อเจ้าหน้าที่ผู้ยึดมั่นในกฎระเบียบชื่อดังขององค์กรเป็นผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์ การตรวจวัดก็ไม่น่าจะหละหลวมได้
“หืม”
แม้จะยังรู้สึกติดค้างในใจ แต่สุดท้ายจองฮาซองก็ตัดสินใจฝังเรื่องนี้ไว้ลึกๆ
เอาเถอะ เอาเวลาแบบนี้ไปลุยดันเจี้ยนอีกสักแห่งยังดีกว่า จะมาเสียสมาธิกับเรื่องนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน
“ขอลิสต์รายชื่อเกตที่ใกล้จะเกิดดันเจี้ยนเบรกด้วยครับ ช่วยดึงออกมาให้หมดเลย”
ทันทีที่มาถึงโซล จองฮาซองก็จัดตารางงานถัดไปโดยไม่หยุดพัก
จุดหมายของวันนี้คือเกตที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในบริเวณใกล้เคียง
ในขณะเดียวกัน
ณ เกตที่ไม่ได้รับความนิยมที่จองฮาซองกำลังมุ่งหน้าไปนั้น บังเอิญว่าบุคคลผู้นี้ก็กำลังมาปฏิบัติงานนอกสถานที่อยู่พอดี
‘เพราะมีพวกชาวโลกสติไม่ดีอยู่เยอะเหลือเกิน ตอนนี้ฉันเลยเริ่มระแวงทุกครั้งที่ต้องออกจากบ้านแล้วสิ’
เหตุผลที่เขามายังเกตแห่งนี้ช่างเรียบง่าย
‘แต่ถึงอย่างนั้น เพื่อการวิจัยมันก็ช่วยไม่ได้’
ตอนนี้คิมกิรยอต้องการซากของสัตว์ประหลาดเพื่อนำมาใช้กับเวทมนตร์ของตนเอง
ในเมื่อพิสูจน์แล้วว่าเขาสามารถควบคุมสัตว์ธรรมดาบนโลกอย่างหนูหรือนกได้
คราวนี้ก็ถึงเวลาที่จะทดลองในขั้นถัดไป
‘ถ้าฉันสามารถควบคุมซากศพของมอนสเตอร์ได้ละก็ มันต้องสุดยอดแน่ๆ’
ทว่า
พวกฮันเตอร์มักจะมีธรรมเนียมที่เอะอะก็แล่เนื้อเถือหนัง มัดเอาชิ้นส่วนที่พอจะขายเป็นเงินได้ไปจนหมด
ดังนั้น การจะได้ตัวอย่างในสภาพที่สมบูรณ์จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากลำบาก
‘หึๆๆๆ...’
ด้วยเหตุนี้ กิรยอจึงใช้เล่ห์เหลี่ยมเล็กน้อย
หากเป็นมอนสเตอร์ที่ไม่มีหินมานา และกระดูกกับเนื้อก็ไม่มีมูลค่าอะไร ทุกคนก็คงจะทิ้งซากพวกมันไว้
เขาจึงตั้งใจถ่อมาจนถึงสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นดันเจี้ยนขยะแบบนี้ยังไงล่ะ
“แถมมอนสเตอร์ที่นี่ยังตัวเล็กอีกด้วย เหมาะแก่การแอบจิ๊กไปที่สุด...!”
เอ๊ะ?
แต่พอเข้ามาข้างในเกตจริงๆ พื้นที่เบื้องหน้ากลับว่างเปล่า
“อ้าว”
ที่นี่คือบลูเกตที่ไม่มีบอส
ดันเจี้ยนรูปแบบทั่วไป ประเภท 2
ด้วยลักษณะเฉพาะที่มอนสเตอร์ทั่วไปจะปรากฏตัวออกมาใหม่เรื่อยๆ เขาจึงนึกว่าจะมีซากเหลือทิ้งจากการล่าของทีมก่อนหน้านี้อยู่บ้าง
“ไม่มีอะไรให้เก็บเลยเหรอ?”
อย่าว่าแต่ซากศพเลย แม้แต่ร่องรอยการต่อสู้ก็ยังไม่มี!
“มันไม่เหมือนที่คิดไว้เลยแฮะ...”
เห็นบอกว่าถ้าปล่อยเกตทิ้งไว้เฉยๆ มันจะระเบิด แถมไอ้ที่นี่ก็ปรากฏออกมาตั้งนานแล้ว ไม่เห็นมีใครโผล่มาเลยสักคนหรือไง?
กิรยอไปนั่งยองๆ อยู่ที่มุมเกตเพื่อหลบสายตาพวกมอนสเตอร์
แต่ต่อให้รออยู่นานก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีใครมา
“พับผ่าสิ มิน่าล่ะถึงไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าอยู่หน้าเกตเลย ไม่นึกเลยว่าจะไม่มีคนนิยมขนาดนี้”
ถ้าพาอันยุนซึงมาด้วยจะดีกว่าไหมนะ?
กิรยอคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหัว
‘ไม่ได้หรอก’
ศาสตร์ควบคุมซากศพเป็นสูตรเวทมนตร์สำคัญที่เชื่อมโยงกับเวทจุติใหม่
แถมพอลองค้นหาดูคร่าวๆ ดูเหมือนว่าบนโลกนี้จะไม่มีผู้ตื่นรู้คนไหนที่สามารถควบคุมมอนสเตอร์ได้เลย
ถ้าวันหนึ่งอันยุนซึงเกิดสงสัยในการกระทำทางนี้ขึ้นมาละก็ เรื่องใหญ่แน่
‘การพึ่งพาชาวโลกมากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี’
กิรยอคิดว่าเขาควรจะค่อยๆ ลดระดับความพึ่งพาที่มีต่ออันยุนซึงลง
เรื่องไหนที่ทำเองได้ก็ควรทำด้วยตัวเอง
ประจวบเหมาะกับที่การช้อปปิ้งครั้งก่อน เขาได้เพิ่มอุปกรณ์เวทมนตร์สำหรับป้องกันตัวมาแล้วด้วย
“ช่วยไม่ได้แฮะ งั้นยอมตัดใจจากตัวอย่างระดับ B แล้วลดระดับสายตาลงมาเป็นระดับ C แทนละกัน”
ฮึบ
เขาค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้น เพราะเห็นว่าขืนนั่งแหง็กอยู่ตรงนี้ต่อไปก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา
“หืม?”
แต่ในวินาทีนั้นเอง
“...!”
จองฮาซองที่กำลังเดินเข้ามาในดันเจี้ยน
กับคิมกิรยอที่กำลังจะออกไป
คนทั้งสองเผชิญหน้ากันตรงๆ โดยมีเกตคั่นกลางอยู่
“เอ่อ... คือว่า...”
ชายหนุ่มผมดำที่มีผมหงอกแซมค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับอายุ
แถมยังมีบุคลิกที่ดูเนี้ยบเหมือนกับผู้ประกาศข่าวในทีวี
ในที่สุดกิรยอก็นึกชื่อของชายหนุ่มคนนี้ออก
“ฮันเตอร์จองฮาซอง?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฮาซองก็ขมวดคิ้ว
“คุณ...”
แววตาของเขาฉายความรังเกียจออกมาวูบหนึ่ง
เรื่องที่คิมกิรยอแอบเข้ามาในเกตโดยไม่ได้รับอนุญาตก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่นี่มันระดับ B เชียวนะ?
“คุณมาทำอะไรที่นี่ครับ?”
ความสงสัยที่อุตส่าห์ข่มเอาไว้เริ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง
ฮาซองคิดว่า อีกฝ่ายแอบมาล่ามอนสเตอร์ระดับ B อยู่ใช่ไหม
“อ้อ คือเรื่องนั้น”
“ไม่สิ สมาคมฯ ทำงานกันยังไงเนี่ย ถึงปล่อยให้ผู้ตื่นรู้ที่ปลอมแปลงระดับพลังเดินเพ่นพ่านไปมาแบบนี้ได้”
เมื่อจองฮาซองพึมพำอย่างหงุดหงิด กิรยอก็รีบละล่ำละลักพูด
“เข้าใจผิด... เข้าใจผิดแล้วครับ ผมไม่ได้ทำอะไรข้างในเลย แค่กำลังจะออกไปพอดี”
“จะบอกว่าหลงเข้ามางั้นเหรอครับ?”
“ใช่ครับ”
“แต่ผมยืนเตรียมตัวอยู่หน้าเกตตั้ง 10 นาทีแล้วค่อยเข้ามานะ?”
ไม่นานนัก คิมกิรยอก็ถึงกับน้ำท่วมปาก
‘ให้ตายสิ’
ต่อให้จะแก้ตัวยังไง สุดท้ายเรื่องที่แอบเข้ามาในเกตอย่างผิดกฎหมายก็ไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ดี
“คือ... ขอโทษครับ จริงๆ แล้วผมแค่เข้ามาดูข้างในด้วยความอยากรู้อยากเห็นน่ะครับ”
ในสถานการณ์แบบนี้ การพูดความจริงไปตรงๆ ยังเจ็บตัวน้อยกว่าการปั้นน้ำเป็นตัว
“คุณจะมาล่าเหรอครับ? งั้นเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวน ผมจะรีบออกไปเดี๋ยว...”
“จะไปไหนล่ะครับ?”
“อา ให้หยุดเหรอ? เข้าใจแล้วครับ เข้าใจแล้ว งั้นช่วยกรุณาลดดาบลงก่อนได้ไหม”
กิรยอกลืนน้ำลายอึกใหญ่พลางพยายามปลอบประโลมระดับ S คนนี้อย่างสุดความสามารถ
แต่ทว่าปัญหาไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้
ต่อมา มีบุคคลใหม่เพิ่มขึ้นมาในเกตที่ไม่ได้รับความนิยมแห่งนี้อีกหนึ่งคน
‘ไอ้พวกกลุ่มลัทธิบ้าเอ๊ย จิกหัวใช้คนยังกับทาสแค่เพราะเรื่องแค่นี้’
นั่นคือการแทรกแซงของพโยนากิล หัวหน้าองค์กรอาชญากรรม
ทำไมผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนคนนี้ถึงถ่อมายังเกตที่เงียบเหงาเช่นนี้ได้
สาเหตุก็มาจากคำขอจ้างวานก่อนหน้านี้นั่นเอง
-งั้นจะเป็นระดับ S คนอื่นก็ได้ ช่วยจัดการให้เร็วหน่อยเถอะ
เพราะพโยนากิลได้รับเงินมัดจำจำนวนมหาศาลจากกลุ่มนักบวชบางกลุ่มเพื่อเป็นค่าตอบแทน
แต่เพราะการปรากฏตัวของตัวแปรที่ชื่อคิมกิรยอ ทำให้เขาต้องล้มเลิกการลอบสังหารซอเอสเธอร์ไปโดยปริยาย
นอกจากจะต้องคืนเงินมัดจำที่กลืนลงท้องไปแล้ว เขายังตกอยู่ในสภาวะที่การค้าขายในอนาคตอาจจะถูกตัดขาดลงทั้งหมด
‘ชิบหายแล้ว’
ความขัดแย้งกับวิหารนาชัลซึ่งเป็นองค์กรพันธมิตรนั้น สร้างความหวาดกลัวให้กับพโยนากิลมากกว่าที่คิด
คนที่ไม่ลงทะเบียนและต้องปกปิดตัวตนอย่างเขา ต่อให้ทำเรื่องผิดกฎหมายแค่ไหน รายได้ที่หาได้ก็มีขีดจำกัด
ยิ่งพักหลังๆ ถูกตำรวจไล่ตามกลิ่นจนความมั่นคงขององค์กรสั่นคลอน ตอนนี้แม้แต่ธุรกิจที่ขาดทุนอยู่ก็แทบจะต้องถอนตัวออกไปทั้งหมด
แน่นอนว่ารายได้ที่องค์กรของเขาทำได้นั้นไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ในสายตาคนทั่วไป แต่ตัณหาของมนุษย์นั้นไม่มีที่สิ้นสุด
‘ช่วยไม่ได้แฮะ’
พโยนากิลไม่สามารถตัดใจจากทรัพย์สินที่วิหารนาชัลประเคนให้ได้
ความโลภ
เขาสั่งให้ดำเนินภารกิจที่อันตรายต่อไปเพื่อรักษาบ่อเงินบ่อทองนี้เอาไว้
‘ช่างมันเถอะ แค่หลับตาปี๋โจมตีให้สำเร็จก็พอ ไม่เห็นมีอะไรยากเลย’
แม้จะพูดแบบนั้น แต่ความจริงเหงื่อเขากลับเริ่มซึมเพราะความตื่นเต้นมาได้พักใหญ่แล้ว
เป้าหมายของวันนี้คือ จองฮาซอง
เขามาลอบสังหารระดับ S คนอื่นตามที่องค์กรผู้อุปถัมภ์ต้องการ
รู้ไหมว่าทำไมที่ผ่านมาเขาถึงต้องลงมือสังหารฮันเตอร์ระดับท็อปเพียงลำพัง?
นั่นก็เพราะต่อหน้าระดับ S พวกปลายแถวไม่มีประโยชน์อะไรเลยน่ะสิ
แม้จองฮาซองจะมีจุดอ่อนเรื่องชอบเคลื่อนไหวคนเดียวบ่อยๆ แต่เขาก็เป็นสัตว์ประหลาดที่น่าเกรงขาม
เพียงแค่เขาสะบัดมือครั้งเดียว ผู้ตื่นรู้ระดับกลางทั่วไปก็อาจกลายเป็นเถ้าถ่านได้ในพริบตา
‘ไม่เป็นไร ตอนซ้อมเจ้านั่นก็มองไม่เห็นตอนเราล่องหน เพราะงั้นไม่น่าจะมีปัญหา...’
ถ้าท่าไม่ดีค่อยหนีออกมาในสภาพซ่อนตัวละกัน
พโยนากิลทำใจดีสู้เสือแล้วก้าวเข้าไปในเกตอย่างระมัดระวัง
‘อ้าว?’
แต่ผิดคาด
เขากลับต้องรีบวิ่งหนีออกมาจากที่นั่นภายในเวลาเพียง 2 วินาทีหลังจากที่เพิ่งคิดแบบนั้นไป
‘อะไรกัน! เมื่อกี้เห็นเดินเข้าไปคนเดียวชัดๆ นี่?’
เพราะตอนนี้จองฮาซองกำลังยืนคุยอยู่กับฮันเตอร์คนหนึ่ง
และถ้าเขามองไม่ผิด ผู้ตื่นรู้ผมทองข้างในเกตคนนั้นคือ
‘คิมกิรยอ!’
เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมออกมาที่ขมับทันที
‘หรือว่ามันอ่านทางเราออก? ไม่สิ เป็นไปไม่ได้... แต่ทำไมมันถึงได้ตามติดฮันเตอร์ที่เราเล็งไว้ได้ทุกครั้งแบบนี้ล่ะ!’
ในเมื่อเจ้าพวกระดับ F นั่นอยู่ข้างๆ การลอบสังหารจองฮาซองก็เป็นไปไม่ได้
เพราะวิชาล่องหนจะใช้ไม่ได้ผลเลยน่ะสิ
‘เวรเอ๊ย!’
พโยนากิลกัดริมฝีปากแน่นอยู่นอกเกต
ความจริง ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในสถานการณ์นี้คือการถอยออกไปก่อนเพื่อรอโอกาสหน้า
‘แต่มันน่ารำคาญ’
พโยนากิลรู้สึกติดค้างในใจกับฮันเตอร์ที่ชื่อคิมกิรยอมาก
ความทรงจำที่เขาเคยหันหลังหนีฮันเตอร์ระดับ F ที่เคยมองข้าม
ความอัปยศนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
‘เออ จริงด้วยสิ ในบรรดาของที่พวกลัทธินั่นให้มามี...’
พโยนากิลหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋า
[อนุภาคการล่มสลาย-อัลฟ่า]
[คำอธิบาย: เมื่อติดตั้ง จะทำลายอุปกรณ์ที่ระบุ 1 ชิ้น]
ไอเทมชิ้นนี้คือระเบิดขนาดเล็กที่สามารถกำจัดวัตถุที่ขวางหูขวางตาได้ตามชื่อของมัน
ปกติจะใช้เพื่อทำลายอุปกรณ์ของคู่แข่ง
‘มันบอกว่าถ้าเจอกับระดับ S ในเกต ให้ลองใช้เจ้านี่ดูนี่นา’
แต่ทว่ากลุ่มที่ชื่อวิหารนาชัลนั้น วันหนึ่งก็ได้ค้นพบวิธีใช้ไอเทมชิ้นนี้ในรูปแบบใหม่
‘เพราะเป็นของที่พวกนั้นให้มาเลยรู้สึกตะขิดตะขวงใจจนไม่เคยใช้เลยสักครั้ง แต่...’
ฟึ่บ
พโยนากิลขว้างไอเทมไปทางเกตด้วยความรู้สึกครึ่งเชื่อครึ่งไม่เชื่อ
ทันใดนั้น ลูกปัดสีแดงก็ผสมรวมไปกับแรงสั่นสะเทือนของเกตและเริ่มแตกกิ่งก้านเล็กๆ ออกมา
‘เฮ้ย?’
ความตกใจเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่
หลังจากนั้นไม่กี่วินาที
เพล้ง!
ช่องว่างมิติที่เคยส่องแสงสีฟ้าถูกทำลายจนสลายไปในพริบตา
‘อะไรกัน ดันเจี้ยนเบรกเหรอ?’
มันเป็นปรากฏการณ์ที่แตกต่างจากการปิดเกตตามปกติอย่างสิ้นเชิง จะว่าไปมันก็ดูคล้ายกับดันเจี้ยนเบรกอย่างที่เขาว่าจริงๆ
‘ไอ้เจ้านี่ไม่ได้ทำลายได้แค่อุปกรณ์หรอกเหรอ? กะ... เกตก็เป็นเป้าหมายได้ด้วยเหรอ?’
นี่คือสิ่งที่เหล่าผู้ก่อการร้ายในคราบกลุ่มทางศาสนาค้นพบ
ทางเชื่อมดันเจี้ยนสามารถถูกกำจัดได้ด้วยมือมนุษย์
แถมผลกระทบของมันไม่ได้จบลงแค่การหายไปของทางเข้าเท่านั้น
เพล้ง!
“หือ?”
“เอ๊ะ?”
ในเวลาเดียวกัน ภายในดันเจี้ยน
คนสองคนที่กำลังโต้เถียงกันอยู่หันไปมองพร้อมกันตามเสียงที่ผิดปกติ
“ทางออก...?”
จองฮาซองเป็นคนแรกที่เอ่ยปาก แต่กิรยอก็โพล่งออกมาคำหนึ่งหลังจากนั้นไม่นาน
“อา ให้ตายเถอะ”
คำสบถที่หลุดออกมาอย่างเรียบง่าย
ขอย้ำอีกครั้งว่าที่ที่พวกเขาอยู่คือบลูเกต
ยิ่งไปกว่านั้นคือรูปแบบทั่วไป ประเภท 2 ที่ไม่มีบอส และมีแต่มอนสเตอร์กี้ๆ ที่ปรากฏออกมาเรื่อยๆ
แต่หากพยายามทำลายทางเข้าของพื้นที่ล่ารูปแบบประเภท 2 นี้เข้าอย่างมีนัยสำคัญ ปรากฏการณ์ที่น่าประหลาดใจจะเกิดขึ้น
“ทำไมจู่ๆ เกตถึงปิดล่ะ? ฝีมือคุณเหรอ?”
“ผมจะไปทำได้ยังไงกันครับ? ผมยังโดนคุณฮาซองกระชากคอเสื้ออยู่นะ?”
หากล้มบอสได้ เกตจะสลายไป
นั่นคือกฎพื้นฐานของดันเจี้ยนรูปแบบทั่วไป ประเภท 1
ทว่าดันเจี้ยนรูปแบบทั่วไป ประเภท 2 ที่สูญเสียทางเชื่อมไปกะทันหันนั้น จะเกิดข้อผิดพลาดร้ายแรงโดยอิงจากกฎข้อนี้
[-เกตถูกทำลาย]
[-การที่เกตจะถูกทำลายได้ จำนวนมอนสเตอร์ต้องเกินขีดจำกัด หรือไม่บอสก็ต้องตาย]
[-ตอนนี้จำนวนมอนสเตอร์เกินขีดจำกัดหรือยัง?]
[-NO]
[-ดำเนินการประมวลผลว่าเกตถูกทำลายเนื่องจากบอสถูกกำจัด]
[-แต่ที่นี่ไม่มีบอสนี่นา?]
มันคือโดมิโนของข้อผิดพลาด
[-เพื่อแก้ไขความย้อนแย้ง จึงทำการตั้งค่าบอสตัวใหม่ขึ้นมา]
กิรยออาจจะมองไม่เห็นระบบทั้งหมดนี้ แต่เขาก็พอจะรู้ว่าตอนนี้เรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้ว
“คุณจองฮาซองครับ ถ้าออกจากเกตนี้ได้คุณจะแจ้งจับผมยังไงก็ได้เลย หรือจะให้ผมเข้ามอบตัวเลยก็ได้ว่าแอบเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย”
วูมมมม...
ชายผมทองมองตามเสียงร้องที่ดังมาจากป่าพรุอันรกชัฏ
“เพราะงั้น จนกว่าจะถึงตอนนั้น ช่วยช่วยชีวิตผมหน่อยได้ไหมครับ?”
ไอ้ผู้พรางระดับพลังหน้าหนานี่พูดจาอะไรออกมาเนี่ย
จองฮาซองยังไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของอีกฝ่ายนัก
แต่ไม่นานหลังจากนั้น ความจริงก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพวกเขา
“กรรรรรรรร...”
“มออออออ~”
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เดิมทีเกตแห่งนี้เป็นรังของมอนสเตอร์ประเภทนกสีขาวตัวเล็กๆ ที่แสนจะธรรมดา
แต่ตอนนี้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่เขาขนาดมหึมาพุ่งขึ้นมา
ฮันเตอร์ระดับ S ยื่นหน้าปัดนาฬิกาไปทางเหล่ากระทิงยักษ์สีแดงที่เริ่มบุกตะลุยดันเจี้ยน
ติ๊ด
[มิโนทาวรัส]
“มอนสเตอร์ที่เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนแฮะ”
บอสแห่งดันเจี้ยนเขาวงกตลาบิรินทอส
มิโนทาวรัสปรากฏตัวขึ้นแล้ว
แถมมันไม่ได้มาแค่ตัวหรือสองตัว
“คุณฮาซองครับ ผมยังไม่ได้ยินคำตอบเลยนะ”
...เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อมอนสเตอร์ทั่วไปทั้งหมดในเกตแห่งนี้ ถูกแทนที่ด้วย ‘มอนสเตอร์ระดับบอสแบบสุ่ม’ เสียแล้ว
“ขอสารภาพไว้ก่อนเลยนะครับ ว่าผมสู้ไม่เป็นจริงๆ”
คิมกิรยอค่อยๆ ถอยหลังไปทีละนิด
ในขณะที่กองทัพมิโนทาวรัสกำลังขยับใกล้พวกเขาเข้ามาทุกขณะ