Cover

50

เหตุการณ์ลอบทำร้ายฮันเตอร์อันดับ 1 ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้

“ครับ ผมลองใช้เครื่องตรวจรุ่นล่าสุดเช็กดูอีกรอบแล้วก็ไม่พบสิ่งผิดปกติครับ คนคนนั้นอยู่ระดับ F จริงๆ”

จองฮาซองนึกถึงผู้ต้องสงสัยในคดีนี้

แน่นอนว่าคนที่น่าจะทำเรื่องแบบนั้นที่สุดคือคังชางโฮ แต่สายตาที่เฉยเมยและเย็นชาของคิมกิรยอที่จ้องมองตอนเขาล้มลงไปนั้น เป็นภาพที่เขาสลัดไม่หลุดจริงๆ

‘เครื่องตรวจวัดผิดพลาดงั้นเหรอ?’

จองฮาซองรู้สึกตกใจและเรียกขอเอกสารที่เกี่ยวข้อง

แต่เมื่อดูอีกที ผู้รับผิดชอบการตรวจซ้ำไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นซอนอูยอน

‘ถ้าเป็นคนนี้ โอกาสที่จะรับเงินใต้โต๊ะมาเพื่อปลอมแปลงผลก็คงต่ำ...’

ในเมื่อเจ้าหน้าที่ผู้ยึดมั่นในกฎระเบียบชื่อดังขององค์กรเป็นผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์ การตรวจวัดก็ไม่น่าจะหละหลวมได้

“หืม”

แม้จะยังรู้สึกติดค้างในใจ แต่สุดท้ายจองฮาซองก็ตัดสินใจฝังเรื่องนี้ไว้ลึกๆ

เอาเถอะ เอาเวลาแบบนี้ไปลุยดันเจี้ยนอีกสักแห่งยังดีกว่า จะมาเสียสมาธิกับเรื่องนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน

“ขอลิสต์รายชื่อเกตที่ใกล้จะเกิดดันเจี้ยนเบรกด้วยครับ ช่วยดึงออกมาให้หมดเลย”

ทันทีที่มาถึงโซล จองฮาซองก็จัดตารางงานถัดไปโดยไม่หยุดพัก

จุดหมายของวันนี้คือเกตที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในบริเวณใกล้เคียง

ในขณะเดียวกัน

ณ เกตที่ไม่ได้รับความนิยมที่จองฮาซองกำลังมุ่งหน้าไปนั้น บังเอิญว่าบุคคลผู้นี้ก็กำลังมาปฏิบัติงานนอกสถานที่อยู่พอดี

‘เพราะมีพวกชาวโลกสติไม่ดีอยู่เยอะเหลือเกิน ตอนนี้ฉันเลยเริ่มระแวงทุกครั้งที่ต้องออกจากบ้านแล้วสิ’

เหตุผลที่เขามายังเกตแห่งนี้ช่างเรียบง่าย

‘แต่ถึงอย่างนั้น เพื่อการวิจัยมันก็ช่วยไม่ได้’

ตอนนี้คิมกิรยอต้องการซากของสัตว์ประหลาดเพื่อนำมาใช้กับเวทมนตร์ของตนเอง

ในเมื่อพิสูจน์แล้วว่าเขาสามารถควบคุมสัตว์ธรรมดาบนโลกอย่างหนูหรือนกได้

คราวนี้ก็ถึงเวลาที่จะทดลองในขั้นถัดไป

‘ถ้าฉันสามารถควบคุมซากศพของมอนสเตอร์ได้ละก็ มันต้องสุดยอดแน่ๆ’

ทว่า

พวกฮันเตอร์มักจะมีธรรมเนียมที่เอะอะก็แล่เนื้อเถือหนัง มัดเอาชิ้นส่วนที่พอจะขายเป็นเงินได้ไปจนหมด

ดังนั้น การจะได้ตัวอย่างในสภาพที่สมบูรณ์จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากลำบาก

‘หึๆๆๆ...’

ด้วยเหตุนี้ กิรยอจึงใช้เล่ห์เหลี่ยมเล็กน้อย

หากเป็นมอนสเตอร์ที่ไม่มีหินมานา และกระดูกกับเนื้อก็ไม่มีมูลค่าอะไร ทุกคนก็คงจะทิ้งซากพวกมันไว้

เขาจึงตั้งใจถ่อมาจนถึงสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นดันเจี้ยนขยะแบบนี้ยังไงล่ะ

“แถมมอนสเตอร์ที่นี่ยังตัวเล็กอีกด้วย เหมาะแก่การแอบจิ๊กไปที่สุด...!”

เอ๊ะ?

แต่พอเข้ามาข้างในเกตจริงๆ พื้นที่เบื้องหน้ากลับว่างเปล่า

“อ้าว”

ที่นี่คือบลูเกตที่ไม่มีบอส

ดันเจี้ยนรูปแบบทั่วไป ประเภท 2

ด้วยลักษณะเฉพาะที่มอนสเตอร์ทั่วไปจะปรากฏตัวออกมาใหม่เรื่อยๆ เขาจึงนึกว่าจะมีซากเหลือทิ้งจากการล่าของทีมก่อนหน้านี้อยู่บ้าง

“ไม่มีอะไรให้เก็บเลยเหรอ?”

อย่าว่าแต่ซากศพเลย แม้แต่ร่องรอยการต่อสู้ก็ยังไม่มี!

“มันไม่เหมือนที่คิดไว้เลยแฮะ...”

เห็นบอกว่าถ้าปล่อยเกตทิ้งไว้เฉยๆ มันจะระเบิด แถมไอ้ที่นี่ก็ปรากฏออกมาตั้งนานแล้ว ไม่เห็นมีใครโผล่มาเลยสักคนหรือไง?

กิรยอไปนั่งยองๆ อยู่ที่มุมเกตเพื่อหลบสายตาพวกมอนสเตอร์

แต่ต่อให้รออยู่นานก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีใครมา

“พับผ่าสิ มิน่าล่ะถึงไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าอยู่หน้าเกตเลย ไม่นึกเลยว่าจะไม่มีคนนิยมขนาดนี้”

ถ้าพาอันยุนซึงมาด้วยจะดีกว่าไหมนะ?

กิรยอคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหัว

‘ไม่ได้หรอก’

ศาสตร์ควบคุมซากศพเป็นสูตรเวทมนตร์สำคัญที่เชื่อมโยงกับเวทจุติใหม่

แถมพอลองค้นหาดูคร่าวๆ ดูเหมือนว่าบนโลกนี้จะไม่มีผู้ตื่นรู้คนไหนที่สามารถควบคุมมอนสเตอร์ได้เลย

ถ้าวันหนึ่งอันยุนซึงเกิดสงสัยในการกระทำทางนี้ขึ้นมาละก็ เรื่องใหญ่แน่

‘การพึ่งพาชาวโลกมากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี’

กิรยอคิดว่าเขาควรจะค่อยๆ ลดระดับความพึ่งพาที่มีต่ออันยุนซึงลง

เรื่องไหนที่ทำเองได้ก็ควรทำด้วยตัวเอง

ประจวบเหมาะกับที่การช้อปปิ้งครั้งก่อน เขาได้เพิ่มอุปกรณ์เวทมนตร์สำหรับป้องกันตัวมาแล้วด้วย

“ช่วยไม่ได้แฮะ งั้นยอมตัดใจจากตัวอย่างระดับ B แล้วลดระดับสายตาลงมาเป็นระดับ C แทนละกัน”

ฮึบ

เขาค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้น เพราะเห็นว่าขืนนั่งแหง็กอยู่ตรงนี้ต่อไปก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา

“หืม?”

แต่ในวินาทีนั้นเอง

“...!”

จองฮาซองที่กำลังเดินเข้ามาในดันเจี้ยน

กับคิมกิรยอที่กำลังจะออกไป

คนทั้งสองเผชิญหน้ากันตรงๆ โดยมีเกตคั่นกลางอยู่

“เอ่อ... คือว่า...”

ชายหนุ่มผมดำที่มีผมหงอกแซมค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับอายุ

แถมยังมีบุคลิกที่ดูเนี้ยบเหมือนกับผู้ประกาศข่าวในทีวี

ในที่สุดกิรยอก็นึกชื่อของชายหนุ่มคนนี้ออก

“ฮันเตอร์จองฮาซอง?”

เมื่อได้ยินดังนั้น ฮาซองก็ขมวดคิ้ว

“คุณ...”

แววตาของเขาฉายความรังเกียจออกมาวูบหนึ่ง

เรื่องที่คิมกิรยอแอบเข้ามาในเกตโดยไม่ได้รับอนุญาตก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่นี่มันระดับ B เชียวนะ?

“คุณมาทำอะไรที่นี่ครับ?”

ความสงสัยที่อุตส่าห์ข่มเอาไว้เริ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง

ฮาซองคิดว่า อีกฝ่ายแอบมาล่ามอนสเตอร์ระดับ B อยู่ใช่ไหม

“อ้อ คือเรื่องนั้น”

“ไม่สิ สมาคมฯ ทำงานกันยังไงเนี่ย ถึงปล่อยให้ผู้ตื่นรู้ที่ปลอมแปลงระดับพลังเดินเพ่นพ่านไปมาแบบนี้ได้”

เมื่อจองฮาซองพึมพำอย่างหงุดหงิด กิรยอก็รีบละล่ำละลักพูด

“เข้าใจผิด... เข้าใจผิดแล้วครับ ผมไม่ได้ทำอะไรข้างในเลย แค่กำลังจะออกไปพอดี”

“จะบอกว่าหลงเข้ามางั้นเหรอครับ?”

“ใช่ครับ”

“แต่ผมยืนเตรียมตัวอยู่หน้าเกตตั้ง 10 นาทีแล้วค่อยเข้ามานะ?”

ไม่นานนัก คิมกิรยอก็ถึงกับน้ำท่วมปาก

‘ให้ตายสิ’

ต่อให้จะแก้ตัวยังไง สุดท้ายเรื่องที่แอบเข้ามาในเกตอย่างผิดกฎหมายก็ไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ดี

“คือ... ขอโทษครับ จริงๆ แล้วผมแค่เข้ามาดูข้างในด้วยความอยากรู้อยากเห็นน่ะครับ”

ในสถานการณ์แบบนี้ การพูดความจริงไปตรงๆ ยังเจ็บตัวน้อยกว่าการปั้นน้ำเป็นตัว

“คุณจะมาล่าเหรอครับ? งั้นเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวน ผมจะรีบออกไปเดี๋ยว...”

“จะไปไหนล่ะครับ?”

“อา ให้หยุดเหรอ? เข้าใจแล้วครับ เข้าใจแล้ว งั้นช่วยกรุณาลดดาบลงก่อนได้ไหม”

กิรยอกลืนน้ำลายอึกใหญ่พลางพยายามปลอบประโลมระดับ S คนนี้อย่างสุดความสามารถ

แต่ทว่าปัญหาไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้

ต่อมา มีบุคคลใหม่เพิ่มขึ้นมาในเกตที่ไม่ได้รับความนิยมแห่งนี้อีกหนึ่งคน

‘ไอ้พวกกลุ่มลัทธิบ้าเอ๊ย จิกหัวใช้คนยังกับทาสแค่เพราะเรื่องแค่นี้’

นั่นคือการแทรกแซงของพโยนากิล หัวหน้าองค์กรอาชญากรรม

ทำไมผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนคนนี้ถึงถ่อมายังเกตที่เงียบเหงาเช่นนี้ได้

สาเหตุก็มาจากคำขอจ้างวานก่อนหน้านี้นั่นเอง

-งั้นจะเป็นระดับ S คนอื่นก็ได้ ช่วยจัดการให้เร็วหน่อยเถอะ

เพราะพโยนากิลได้รับเงินมัดจำจำนวนมหาศาลจากกลุ่มนักบวชบางกลุ่มเพื่อเป็นค่าตอบแทน

แต่เพราะการปรากฏตัวของตัวแปรที่ชื่อคิมกิรยอ ทำให้เขาต้องล้มเลิกการลอบสังหารซอเอสเธอร์ไปโดยปริยาย

นอกจากจะต้องคืนเงินมัดจำที่กลืนลงท้องไปแล้ว เขายังตกอยู่ในสภาวะที่การค้าขายในอนาคตอาจจะถูกตัดขาดลงทั้งหมด

‘ชิบหายแล้ว’

ความขัดแย้งกับวิหารนาชัลซึ่งเป็นองค์กรพันธมิตรนั้น สร้างความหวาดกลัวให้กับพโยนากิลมากกว่าที่คิด

คนที่ไม่ลงทะเบียนและต้องปกปิดตัวตนอย่างเขา ต่อให้ทำเรื่องผิดกฎหมายแค่ไหน รายได้ที่หาได้ก็มีขีดจำกัด

ยิ่งพักหลังๆ ถูกตำรวจไล่ตามกลิ่นจนความมั่นคงขององค์กรสั่นคลอน ตอนนี้แม้แต่ธุรกิจที่ขาดทุนอยู่ก็แทบจะต้องถอนตัวออกไปทั้งหมด

แน่นอนว่ารายได้ที่องค์กรของเขาทำได้นั้นไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ในสายตาคนทั่วไป แต่ตัณหาของมนุษย์นั้นไม่มีที่สิ้นสุด

‘ช่วยไม่ได้แฮะ’

พโยนากิลไม่สามารถตัดใจจากทรัพย์สินที่วิหารนาชัลประเคนให้ได้

ความโลภ

เขาสั่งให้ดำเนินภารกิจที่อันตรายต่อไปเพื่อรักษาบ่อเงินบ่อทองนี้เอาไว้

‘ช่างมันเถอะ แค่หลับตาปี๋โจมตีให้สำเร็จก็พอ ไม่เห็นมีอะไรยากเลย’

แม้จะพูดแบบนั้น แต่ความจริงเหงื่อเขากลับเริ่มซึมเพราะความตื่นเต้นมาได้พักใหญ่แล้ว

เป้าหมายของวันนี้คือ จองฮาซอง

เขามาลอบสังหารระดับ S คนอื่นตามที่องค์กรผู้อุปถัมภ์ต้องการ

รู้ไหมว่าทำไมที่ผ่านมาเขาถึงต้องลงมือสังหารฮันเตอร์ระดับท็อปเพียงลำพัง?

นั่นก็เพราะต่อหน้าระดับ S พวกปลายแถวไม่มีประโยชน์อะไรเลยน่ะสิ

แม้จองฮาซองจะมีจุดอ่อนเรื่องชอบเคลื่อนไหวคนเดียวบ่อยๆ แต่เขาก็เป็นสัตว์ประหลาดที่น่าเกรงขาม

เพียงแค่เขาสะบัดมือครั้งเดียว ผู้ตื่นรู้ระดับกลางทั่วไปก็อาจกลายเป็นเถ้าถ่านได้ในพริบตา

‘ไม่เป็นไร ตอนซ้อมเจ้านั่นก็มองไม่เห็นตอนเราล่องหน เพราะงั้นไม่น่าจะมีปัญหา...’

ถ้าท่าไม่ดีค่อยหนีออกมาในสภาพซ่อนตัวละกัน

พโยนากิลทำใจดีสู้เสือแล้วก้าวเข้าไปในเกตอย่างระมัดระวัง

‘อ้าว?’

แต่ผิดคาด

เขากลับต้องรีบวิ่งหนีออกมาจากที่นั่นภายในเวลาเพียง 2 วินาทีหลังจากที่เพิ่งคิดแบบนั้นไป

‘อะไรกัน! เมื่อกี้เห็นเดินเข้าไปคนเดียวชัดๆ นี่?’

เพราะตอนนี้จองฮาซองกำลังยืนคุยอยู่กับฮันเตอร์คนหนึ่ง

และถ้าเขามองไม่ผิด ผู้ตื่นรู้ผมทองข้างในเกตคนนั้นคือ

‘คิมกิรยอ!’

เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมออกมาที่ขมับทันที

‘หรือว่ามันอ่านทางเราออก? ไม่สิ เป็นไปไม่ได้... แต่ทำไมมันถึงได้ตามติดฮันเตอร์ที่เราเล็งไว้ได้ทุกครั้งแบบนี้ล่ะ!’

ในเมื่อเจ้าพวกระดับ F นั่นอยู่ข้างๆ การลอบสังหารจองฮาซองก็เป็นไปไม่ได้

เพราะวิชาล่องหนจะใช้ไม่ได้ผลเลยน่ะสิ

‘เวรเอ๊ย!’

พโยนากิลกัดริมฝีปากแน่นอยู่นอกเกต

ความจริง ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในสถานการณ์นี้คือการถอยออกไปก่อนเพื่อรอโอกาสหน้า

‘แต่มันน่ารำคาญ’

พโยนากิลรู้สึกติดค้างในใจกับฮันเตอร์ที่ชื่อคิมกิรยอมาก

ความทรงจำที่เขาเคยหันหลังหนีฮันเตอร์ระดับ F ที่เคยมองข้าม

ความอัปยศนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

‘เออ จริงด้วยสิ ในบรรดาของที่พวกลัทธินั่นให้มามี...’

พโยนากิลหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋า

[อนุภาคการล่มสลาย-อัลฟ่า]

[คำอธิบาย: เมื่อติดตั้ง จะทำลายอุปกรณ์ที่ระบุ 1 ชิ้น]

ไอเทมชิ้นนี้คือระเบิดขนาดเล็กที่สามารถกำจัดวัตถุที่ขวางหูขวางตาได้ตามชื่อของมัน

ปกติจะใช้เพื่อทำลายอุปกรณ์ของคู่แข่ง

‘มันบอกว่าถ้าเจอกับระดับ S ในเกต ให้ลองใช้เจ้านี่ดูนี่นา’

แต่ทว่ากลุ่มที่ชื่อวิหารนาชัลนั้น วันหนึ่งก็ได้ค้นพบวิธีใช้ไอเทมชิ้นนี้ในรูปแบบใหม่

‘เพราะเป็นของที่พวกนั้นให้มาเลยรู้สึกตะขิดตะขวงใจจนไม่เคยใช้เลยสักครั้ง แต่...’

ฟึ่บ

พโยนากิลขว้างไอเทมไปทางเกตด้วยความรู้สึกครึ่งเชื่อครึ่งไม่เชื่อ

ทันใดนั้น ลูกปัดสีแดงก็ผสมรวมไปกับแรงสั่นสะเทือนของเกตและเริ่มแตกกิ่งก้านเล็กๆ ออกมา

‘เฮ้ย?’

ความตกใจเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่

หลังจากนั้นไม่กี่วินาที

เพล้ง!

ช่องว่างมิติที่เคยส่องแสงสีฟ้าถูกทำลายจนสลายไปในพริบตา

‘อะไรกัน ดันเจี้ยนเบรกเหรอ?’

มันเป็นปรากฏการณ์ที่แตกต่างจากการปิดเกตตามปกติอย่างสิ้นเชิง จะว่าไปมันก็ดูคล้ายกับดันเจี้ยนเบรกอย่างที่เขาว่าจริงๆ

‘ไอ้เจ้านี่ไม่ได้ทำลายได้แค่อุปกรณ์หรอกเหรอ? กะ... เกตก็เป็นเป้าหมายได้ด้วยเหรอ?’

นี่คือสิ่งที่เหล่าผู้ก่อการร้ายในคราบกลุ่มทางศาสนาค้นพบ

ทางเชื่อมดันเจี้ยนสามารถถูกกำจัดได้ด้วยมือมนุษย์

แถมผลกระทบของมันไม่ได้จบลงแค่การหายไปของทางเข้าเท่านั้น

เพล้ง!

“หือ?”

“เอ๊ะ?”

ในเวลาเดียวกัน ภายในดันเจี้ยน

คนสองคนที่กำลังโต้เถียงกันอยู่หันไปมองพร้อมกันตามเสียงที่ผิดปกติ

“ทางออก...?”

จองฮาซองเป็นคนแรกที่เอ่ยปาก แต่กิรยอก็โพล่งออกมาคำหนึ่งหลังจากนั้นไม่นาน

“อา ให้ตายเถอะ”

คำสบถที่หลุดออกมาอย่างเรียบง่าย

ขอย้ำอีกครั้งว่าที่ที่พวกเขาอยู่คือบลูเกต

ยิ่งไปกว่านั้นคือรูปแบบทั่วไป ประเภท 2 ที่ไม่มีบอส และมีแต่มอนสเตอร์กี้ๆ ที่ปรากฏออกมาเรื่อยๆ

แต่หากพยายามทำลายทางเข้าของพื้นที่ล่ารูปแบบประเภท 2 นี้เข้าอย่างมีนัยสำคัญ ปรากฏการณ์ที่น่าประหลาดใจจะเกิดขึ้น

“ทำไมจู่ๆ เกตถึงปิดล่ะ? ฝีมือคุณเหรอ?”

“ผมจะไปทำได้ยังไงกันครับ? ผมยังโดนคุณฮาซองกระชากคอเสื้ออยู่นะ?”

หากล้มบอสได้ เกตจะสลายไป

นั่นคือกฎพื้นฐานของดันเจี้ยนรูปแบบทั่วไป ประเภท 1

ทว่าดันเจี้ยนรูปแบบทั่วไป ประเภท 2 ที่สูญเสียทางเชื่อมไปกะทันหันนั้น จะเกิดข้อผิดพลาดร้ายแรงโดยอิงจากกฎข้อนี้

[-เกตถูกทำลาย]

[-การที่เกตจะถูกทำลายได้ จำนวนมอนสเตอร์ต้องเกินขีดจำกัด หรือไม่บอสก็ต้องตาย]

[-ตอนนี้จำนวนมอนสเตอร์เกินขีดจำกัดหรือยัง?]

[-NO]

[-ดำเนินการประมวลผลว่าเกตถูกทำลายเนื่องจากบอสถูกกำจัด]

[-แต่ที่นี่ไม่มีบอสนี่นา?]

มันคือโดมิโนของข้อผิดพลาด

[-เพื่อแก้ไขความย้อนแย้ง จึงทำการตั้งค่าบอสตัวใหม่ขึ้นมา]

กิรยออาจจะมองไม่เห็นระบบทั้งหมดนี้ แต่เขาก็พอจะรู้ว่าตอนนี้เรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้ว

“คุณจองฮาซองครับ ถ้าออกจากเกตนี้ได้คุณจะแจ้งจับผมยังไงก็ได้เลย หรือจะให้ผมเข้ามอบตัวเลยก็ได้ว่าแอบเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย”

วูมมมม...

ชายผมทองมองตามเสียงร้องที่ดังมาจากป่าพรุอันรกชัฏ

“เพราะงั้น จนกว่าจะถึงตอนนั้น ช่วยช่วยชีวิตผมหน่อยได้ไหมครับ?”

ไอ้ผู้พรางระดับพลังหน้าหนานี่พูดจาอะไรออกมาเนี่ย

จองฮาซองยังไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของอีกฝ่ายนัก

แต่ไม่นานหลังจากนั้น ความจริงก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพวกเขา

“กรรรรรรรร...”

“มออออออ~”

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เดิมทีเกตแห่งนี้เป็นรังของมอนสเตอร์ประเภทนกสีขาวตัวเล็กๆ ที่แสนจะธรรมดา

แต่ตอนนี้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่เขาขนาดมหึมาพุ่งขึ้นมา

ฮันเตอร์ระดับ S ยื่นหน้าปัดนาฬิกาไปทางเหล่ากระทิงยักษ์สีแดงที่เริ่มบุกตะลุยดันเจี้ยน

ติ๊ด

[มิโนทาวรัส]

“มอนสเตอร์ที่เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนแฮะ”

บอสแห่งดันเจี้ยนเขาวงกตลาบิรินทอส

มิโนทาวรัสปรากฏตัวขึ้นแล้ว

แถมมันไม่ได้มาแค่ตัวหรือสองตัว

“คุณฮาซองครับ ผมยังไม่ได้ยินคำตอบเลยนะ”

...เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อมอนสเตอร์ทั่วไปทั้งหมดในเกตแห่งนี้ ถูกแทนที่ด้วย ‘มอนสเตอร์ระดับบอสแบบสุ่ม’ เสียแล้ว

“ขอสารภาพไว้ก่อนเลยนะครับ ว่าผมสู้ไม่เป็นจริงๆ”

คิมกิรยอค่อยๆ ถอยหลังไปทีละนิด

ในขณะที่กองทัพมิโนทาวรัสกำลังขยับใกล้พวกเขาเข้ามาทุกขณะ

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

50

20px

เหตุการณ์ลอบทำร้ายฮันเตอร์อันดับ 1 ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้

“ครับ ผมลองใช้เครื่องตรวจรุ่นล่าสุดเช็กดูอีกรอบแล้วก็ไม่พบสิ่งผิดปกติครับ คนคนนั้นอยู่ระดับ F จริงๆ”

จองฮาซองนึกถึงผู้ต้องสงสัยในคดีนี้

แน่นอนว่าคนที่น่าจะทำเรื่องแบบนั้นที่สุดคือคังชางโฮ แต่สายตาที่เฉยเมยและเย็นชาของคิมกิรยอที่จ้องมองตอนเขาล้มลงไปนั้น เป็นภาพที่เขาสลัดไม่หลุดจริงๆ

‘เครื่องตรวจวัดผิดพลาดงั้นเหรอ?’

จองฮาซองรู้สึกตกใจและเรียกขอเอกสารที่เกี่ยวข้อง

แต่เมื่อดูอีกที ผู้รับผิดชอบการตรวจซ้ำไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นซอนอูยอน

‘ถ้าเป็นคนนี้ โอกาสที่จะรับเงินใต้โต๊ะมาเพื่อปลอมแปลงผลก็คงต่ำ...’

ในเมื่อเจ้าหน้าที่ผู้ยึดมั่นในกฎระเบียบชื่อดังขององค์กรเป็นผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์ การตรวจวัดก็ไม่น่าจะหละหลวมได้

“หืม”

แม้จะยังรู้สึกติดค้างในใจ แต่สุดท้ายจองฮาซองก็ตัดสินใจฝังเรื่องนี้ไว้ลึกๆ

เอาเถอะ เอาเวลาแบบนี้ไปลุยดันเจี้ยนอีกสักแห่งยังดีกว่า จะมาเสียสมาธิกับเรื่องนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน

“ขอลิสต์รายชื่อเกตที่ใกล้จะเกิดดันเจี้ยนเบรกด้วยครับ ช่วยดึงออกมาให้หมดเลย”

ทันทีที่มาถึงโซล จองฮาซองก็จัดตารางงานถัดไปโดยไม่หยุดพัก

จุดหมายของวันนี้คือเกตที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในบริเวณใกล้เคียง

ในขณะเดียวกัน

ณ เกตที่ไม่ได้รับความนิยมที่จองฮาซองกำลังมุ่งหน้าไปนั้น บังเอิญว่าบุคคลผู้นี้ก็กำลังมาปฏิบัติงานนอกสถานที่อยู่พอดี

‘เพราะมีพวกชาวโลกสติไม่ดีอยู่เยอะเหลือเกิน ตอนนี้ฉันเลยเริ่มระแวงทุกครั้งที่ต้องออกจากบ้านแล้วสิ’

เหตุผลที่เขามายังเกตแห่งนี้ช่างเรียบง่าย

‘แต่ถึงอย่างนั้น เพื่อการวิจัยมันก็ช่วยไม่ได้’

ตอนนี้คิมกิรยอต้องการซากของสัตว์ประหลาดเพื่อนำมาใช้กับเวทมนตร์ของตนเอง

ในเมื่อพิสูจน์แล้วว่าเขาสามารถควบคุมสัตว์ธรรมดาบนโลกอย่างหนูหรือนกได้

คราวนี้ก็ถึงเวลาที่จะทดลองในขั้นถัดไป

‘ถ้าฉันสามารถควบคุมซากศพของมอนสเตอร์ได้ละก็ มันต้องสุดยอดแน่ๆ’

ทว่า

พวกฮันเตอร์มักจะมีธรรมเนียมที่เอะอะก็แล่เนื้อเถือหนัง มัดเอาชิ้นส่วนที่พอจะขายเป็นเงินได้ไปจนหมด

ดังนั้น การจะได้ตัวอย่างในสภาพที่สมบูรณ์จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากลำบาก

‘หึๆๆๆ...’

ด้วยเหตุนี้ กิรยอจึงใช้เล่ห์เหลี่ยมเล็กน้อย

หากเป็นมอนสเตอร์ที่ไม่มีหินมานา และกระดูกกับเนื้อก็ไม่มีมูลค่าอะไร ทุกคนก็คงจะทิ้งซากพวกมันไว้

เขาจึงตั้งใจถ่อมาจนถึงสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นดันเจี้ยนขยะแบบนี้ยังไงล่ะ

“แถมมอนสเตอร์ที่นี่ยังตัวเล็กอีกด้วย เหมาะแก่การแอบจิ๊กไปที่สุด...!”

เอ๊ะ?

แต่พอเข้ามาข้างในเกตจริงๆ พื้นที่เบื้องหน้ากลับว่างเปล่า

“อ้าว”

ที่นี่คือบลูเกตที่ไม่มีบอส

ดันเจี้ยนรูปแบบทั่วไป ประเภท 2

ด้วยลักษณะเฉพาะที่มอนสเตอร์ทั่วไปจะปรากฏตัวออกมาใหม่เรื่อยๆ เขาจึงนึกว่าจะมีซากเหลือทิ้งจากการล่าของทีมก่อนหน้านี้อยู่บ้าง

“ไม่มีอะไรให้เก็บเลยเหรอ?”

อย่าว่าแต่ซากศพเลย แม้แต่ร่องรอยการต่อสู้ก็ยังไม่มี!

“มันไม่เหมือนที่คิดไว้เลยแฮะ...”

เห็นบอกว่าถ้าปล่อยเกตทิ้งไว้เฉยๆ มันจะระเบิด แถมไอ้ที่นี่ก็ปรากฏออกมาตั้งนานแล้ว ไม่เห็นมีใครโผล่มาเลยสักคนหรือไง?

กิรยอไปนั่งยองๆ อยู่ที่มุมเกตเพื่อหลบสายตาพวกมอนสเตอร์

แต่ต่อให้รออยู่นานก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีใครมา

“พับผ่าสิ มิน่าล่ะถึงไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าอยู่หน้าเกตเลย ไม่นึกเลยว่าจะไม่มีคนนิยมขนาดนี้”

ถ้าพาอันยุนซึงมาด้วยจะดีกว่าไหมนะ?

กิรยอคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหัว

‘ไม่ได้หรอก’

ศาสตร์ควบคุมซากศพเป็นสูตรเวทมนตร์สำคัญที่เชื่อมโยงกับเวทจุติใหม่

แถมพอลองค้นหาดูคร่าวๆ ดูเหมือนว่าบนโลกนี้จะไม่มีผู้ตื่นรู้คนไหนที่สามารถควบคุมมอนสเตอร์ได้เลย

ถ้าวันหนึ่งอันยุนซึงเกิดสงสัยในการกระทำทางนี้ขึ้นมาละก็ เรื่องใหญ่แน่

‘การพึ่งพาชาวโลกมากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี’

กิรยอคิดว่าเขาควรจะค่อยๆ ลดระดับความพึ่งพาที่มีต่ออันยุนซึงลง

เรื่องไหนที่ทำเองได้ก็ควรทำด้วยตัวเอง

ประจวบเหมาะกับที่การช้อปปิ้งครั้งก่อน เขาได้เพิ่มอุปกรณ์เวทมนตร์สำหรับป้องกันตัวมาแล้วด้วย

“ช่วยไม่ได้แฮะ งั้นยอมตัดใจจากตัวอย่างระดับ B แล้วลดระดับสายตาลงมาเป็นระดับ C แทนละกัน”

ฮึบ

เขาค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้น เพราะเห็นว่าขืนนั่งแหง็กอยู่ตรงนี้ต่อไปก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา

“หืม?”

แต่ในวินาทีนั้นเอง

“...!”

จองฮาซองที่กำลังเดินเข้ามาในดันเจี้ยน

กับคิมกิรยอที่กำลังจะออกไป

คนทั้งสองเผชิญหน้ากันตรงๆ โดยมีเกตคั่นกลางอยู่

“เอ่อ... คือว่า...”

ชายหนุ่มผมดำที่มีผมหงอกแซมค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับอายุ

แถมยังมีบุคลิกที่ดูเนี้ยบเหมือนกับผู้ประกาศข่าวในทีวี

ในที่สุดกิรยอก็นึกชื่อของชายหนุ่มคนนี้ออก

“ฮันเตอร์จองฮาซอง?”

เมื่อได้ยินดังนั้น ฮาซองก็ขมวดคิ้ว

“คุณ...”

แววตาของเขาฉายความรังเกียจออกมาวูบหนึ่ง

เรื่องที่คิมกิรยอแอบเข้ามาในเกตโดยไม่ได้รับอนุญาตก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่นี่มันระดับ B เชียวนะ?

“คุณมาทำอะไรที่นี่ครับ?”

ความสงสัยที่อุตส่าห์ข่มเอาไว้เริ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง

ฮาซองคิดว่า อีกฝ่ายแอบมาล่ามอนสเตอร์ระดับ B อยู่ใช่ไหม

“อ้อ คือเรื่องนั้น”

“ไม่สิ สมาคมฯ ทำงานกันยังไงเนี่ย ถึงปล่อยให้ผู้ตื่นรู้ที่ปลอมแปลงระดับพลังเดินเพ่นพ่านไปมาแบบนี้ได้”

เมื่อจองฮาซองพึมพำอย่างหงุดหงิด กิรยอก็รีบละล่ำละลักพูด

“เข้าใจผิด... เข้าใจผิดแล้วครับ ผมไม่ได้ทำอะไรข้างในเลย แค่กำลังจะออกไปพอดี”

“จะบอกว่าหลงเข้ามางั้นเหรอครับ?”

“ใช่ครับ”

“แต่ผมยืนเตรียมตัวอยู่หน้าเกตตั้ง 10 นาทีแล้วค่อยเข้ามานะ?”

ไม่นานนัก คิมกิรยอก็ถึงกับน้ำท่วมปาก

‘ให้ตายสิ’

ต่อให้จะแก้ตัวยังไง สุดท้ายเรื่องที่แอบเข้ามาในเกตอย่างผิดกฎหมายก็ไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ดี

“คือ... ขอโทษครับ จริงๆ แล้วผมแค่เข้ามาดูข้างในด้วยความอยากรู้อยากเห็นน่ะครับ”

ในสถานการณ์แบบนี้ การพูดความจริงไปตรงๆ ยังเจ็บตัวน้อยกว่าการปั้นน้ำเป็นตัว

“คุณจะมาล่าเหรอครับ? งั้นเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวน ผมจะรีบออกไปเดี๋ยว...”

“จะไปไหนล่ะครับ?”

“อา ให้หยุดเหรอ? เข้าใจแล้วครับ เข้าใจแล้ว งั้นช่วยกรุณาลดดาบลงก่อนได้ไหม”

กิรยอกลืนน้ำลายอึกใหญ่พลางพยายามปลอบประโลมระดับ S คนนี้อย่างสุดความสามารถ

แต่ทว่าปัญหาไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้

ต่อมา มีบุคคลใหม่เพิ่มขึ้นมาในเกตที่ไม่ได้รับความนิยมแห่งนี้อีกหนึ่งคน

‘ไอ้พวกกลุ่มลัทธิบ้าเอ๊ย จิกหัวใช้คนยังกับทาสแค่เพราะเรื่องแค่นี้’

นั่นคือการแทรกแซงของพโยนากิล หัวหน้าองค์กรอาชญากรรม

ทำไมผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนคนนี้ถึงถ่อมายังเกตที่เงียบเหงาเช่นนี้ได้

สาเหตุก็มาจากคำขอจ้างวานก่อนหน้านี้นั่นเอง

-งั้นจะเป็นระดับ S คนอื่นก็ได้ ช่วยจัดการให้เร็วหน่อยเถอะ

เพราะพโยนากิลได้รับเงินมัดจำจำนวนมหาศาลจากกลุ่มนักบวชบางกลุ่มเพื่อเป็นค่าตอบแทน

แต่เพราะการปรากฏตัวของตัวแปรที่ชื่อคิมกิรยอ ทำให้เขาต้องล้มเลิกการลอบสังหารซอเอสเธอร์ไปโดยปริยาย

นอกจากจะต้องคืนเงินมัดจำที่กลืนลงท้องไปแล้ว เขายังตกอยู่ในสภาวะที่การค้าขายในอนาคตอาจจะถูกตัดขาดลงทั้งหมด

‘ชิบหายแล้ว’

ความขัดแย้งกับวิหารนาชัลซึ่งเป็นองค์กรพันธมิตรนั้น สร้างความหวาดกลัวให้กับพโยนากิลมากกว่าที่คิด

คนที่ไม่ลงทะเบียนและต้องปกปิดตัวตนอย่างเขา ต่อให้ทำเรื่องผิดกฎหมายแค่ไหน รายได้ที่หาได้ก็มีขีดจำกัด

ยิ่งพักหลังๆ ถูกตำรวจไล่ตามกลิ่นจนความมั่นคงขององค์กรสั่นคลอน ตอนนี้แม้แต่ธุรกิจที่ขาดทุนอยู่ก็แทบจะต้องถอนตัวออกไปทั้งหมด

แน่นอนว่ารายได้ที่องค์กรของเขาทำได้นั้นไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ในสายตาคนทั่วไป แต่ตัณหาของมนุษย์นั้นไม่มีที่สิ้นสุด

‘ช่วยไม่ได้แฮะ’

พโยนากิลไม่สามารถตัดใจจากทรัพย์สินที่วิหารนาชัลประเคนให้ได้

ความโลภ

เขาสั่งให้ดำเนินภารกิจที่อันตรายต่อไปเพื่อรักษาบ่อเงินบ่อทองนี้เอาไว้

‘ช่างมันเถอะ แค่หลับตาปี๋โจมตีให้สำเร็จก็พอ ไม่เห็นมีอะไรยากเลย’

แม้จะพูดแบบนั้น แต่ความจริงเหงื่อเขากลับเริ่มซึมเพราะความตื่นเต้นมาได้พักใหญ่แล้ว

เป้าหมายของวันนี้คือ จองฮาซอง

เขามาลอบสังหารระดับ S คนอื่นตามที่องค์กรผู้อุปถัมภ์ต้องการ

รู้ไหมว่าทำไมที่ผ่านมาเขาถึงต้องลงมือสังหารฮันเตอร์ระดับท็อปเพียงลำพัง?

นั่นก็เพราะต่อหน้าระดับ S พวกปลายแถวไม่มีประโยชน์อะไรเลยน่ะสิ

แม้จองฮาซองจะมีจุดอ่อนเรื่องชอบเคลื่อนไหวคนเดียวบ่อยๆ แต่เขาก็เป็นสัตว์ประหลาดที่น่าเกรงขาม

เพียงแค่เขาสะบัดมือครั้งเดียว ผู้ตื่นรู้ระดับกลางทั่วไปก็อาจกลายเป็นเถ้าถ่านได้ในพริบตา

‘ไม่เป็นไร ตอนซ้อมเจ้านั่นก็มองไม่เห็นตอนเราล่องหน เพราะงั้นไม่น่าจะมีปัญหา...’

ถ้าท่าไม่ดีค่อยหนีออกมาในสภาพซ่อนตัวละกัน

พโยนากิลทำใจดีสู้เสือแล้วก้าวเข้าไปในเกตอย่างระมัดระวัง

‘อ้าว?’

แต่ผิดคาด

เขากลับต้องรีบวิ่งหนีออกมาจากที่นั่นภายในเวลาเพียง 2 วินาทีหลังจากที่เพิ่งคิดแบบนั้นไป

‘อะไรกัน! เมื่อกี้เห็นเดินเข้าไปคนเดียวชัดๆ นี่?’

เพราะตอนนี้จองฮาซองกำลังยืนคุยอยู่กับฮันเตอร์คนหนึ่ง

และถ้าเขามองไม่ผิด ผู้ตื่นรู้ผมทองข้างในเกตคนนั้นคือ

‘คิมกิรยอ!’

เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมออกมาที่ขมับทันที

‘หรือว่ามันอ่านทางเราออก? ไม่สิ เป็นไปไม่ได้... แต่ทำไมมันถึงได้ตามติดฮันเตอร์ที่เราเล็งไว้ได้ทุกครั้งแบบนี้ล่ะ!’

ในเมื่อเจ้าพวกระดับ F นั่นอยู่ข้างๆ การลอบสังหารจองฮาซองก็เป็นไปไม่ได้

เพราะวิชาล่องหนจะใช้ไม่ได้ผลเลยน่ะสิ

‘เวรเอ๊ย!’

พโยนากิลกัดริมฝีปากแน่นอยู่นอกเกต

ความจริง ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในสถานการณ์นี้คือการถอยออกไปก่อนเพื่อรอโอกาสหน้า

‘แต่มันน่ารำคาญ’

พโยนากิลรู้สึกติดค้างในใจกับฮันเตอร์ที่ชื่อคิมกิรยอมาก

ความทรงจำที่เขาเคยหันหลังหนีฮันเตอร์ระดับ F ที่เคยมองข้าม

ความอัปยศนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

‘เออ จริงด้วยสิ ในบรรดาของที่พวกลัทธินั่นให้มามี...’

พโยนากิลหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋า

[อนุภาคการล่มสลาย-อัลฟ่า]

[คำอธิบาย: เมื่อติดตั้ง จะทำลายอุปกรณ์ที่ระบุ 1 ชิ้น]

ไอเทมชิ้นนี้คือระเบิดขนาดเล็กที่สามารถกำจัดวัตถุที่ขวางหูขวางตาได้ตามชื่อของมัน

ปกติจะใช้เพื่อทำลายอุปกรณ์ของคู่แข่ง

‘มันบอกว่าถ้าเจอกับระดับ S ในเกต ให้ลองใช้เจ้านี่ดูนี่นา’

แต่ทว่ากลุ่มที่ชื่อวิหารนาชัลนั้น วันหนึ่งก็ได้ค้นพบวิธีใช้ไอเทมชิ้นนี้ในรูปแบบใหม่

‘เพราะเป็นของที่พวกนั้นให้มาเลยรู้สึกตะขิดตะขวงใจจนไม่เคยใช้เลยสักครั้ง แต่...’

ฟึ่บ

พโยนากิลขว้างไอเทมไปทางเกตด้วยความรู้สึกครึ่งเชื่อครึ่งไม่เชื่อ

ทันใดนั้น ลูกปัดสีแดงก็ผสมรวมไปกับแรงสั่นสะเทือนของเกตและเริ่มแตกกิ่งก้านเล็กๆ ออกมา

‘เฮ้ย?’

ความตกใจเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่

หลังจากนั้นไม่กี่วินาที

เพล้ง!

ช่องว่างมิติที่เคยส่องแสงสีฟ้าถูกทำลายจนสลายไปในพริบตา

‘อะไรกัน ดันเจี้ยนเบรกเหรอ?’

มันเป็นปรากฏการณ์ที่แตกต่างจากการปิดเกตตามปกติอย่างสิ้นเชิง จะว่าไปมันก็ดูคล้ายกับดันเจี้ยนเบรกอย่างที่เขาว่าจริงๆ

‘ไอ้เจ้านี่ไม่ได้ทำลายได้แค่อุปกรณ์หรอกเหรอ? กะ... เกตก็เป็นเป้าหมายได้ด้วยเหรอ?’

นี่คือสิ่งที่เหล่าผู้ก่อการร้ายในคราบกลุ่มทางศาสนาค้นพบ

ทางเชื่อมดันเจี้ยนสามารถถูกกำจัดได้ด้วยมือมนุษย์

แถมผลกระทบของมันไม่ได้จบลงแค่การหายไปของทางเข้าเท่านั้น

เพล้ง!

“หือ?”

“เอ๊ะ?”

ในเวลาเดียวกัน ภายในดันเจี้ยน

คนสองคนที่กำลังโต้เถียงกันอยู่หันไปมองพร้อมกันตามเสียงที่ผิดปกติ

“ทางออก...?”

จองฮาซองเป็นคนแรกที่เอ่ยปาก แต่กิรยอก็โพล่งออกมาคำหนึ่งหลังจากนั้นไม่นาน

“อา ให้ตายเถอะ”

คำสบถที่หลุดออกมาอย่างเรียบง่าย

ขอย้ำอีกครั้งว่าที่ที่พวกเขาอยู่คือบลูเกต

ยิ่งไปกว่านั้นคือรูปแบบทั่วไป ประเภท 2 ที่ไม่มีบอส และมีแต่มอนสเตอร์กี้ๆ ที่ปรากฏออกมาเรื่อยๆ

แต่หากพยายามทำลายทางเข้าของพื้นที่ล่ารูปแบบประเภท 2 นี้เข้าอย่างมีนัยสำคัญ ปรากฏการณ์ที่น่าประหลาดใจจะเกิดขึ้น

“ทำไมจู่ๆ เกตถึงปิดล่ะ? ฝีมือคุณเหรอ?”

“ผมจะไปทำได้ยังไงกันครับ? ผมยังโดนคุณฮาซองกระชากคอเสื้ออยู่นะ?”

หากล้มบอสได้ เกตจะสลายไป

นั่นคือกฎพื้นฐานของดันเจี้ยนรูปแบบทั่วไป ประเภท 1

ทว่าดันเจี้ยนรูปแบบทั่วไป ประเภท 2 ที่สูญเสียทางเชื่อมไปกะทันหันนั้น จะเกิดข้อผิดพลาดร้ายแรงโดยอิงจากกฎข้อนี้

[-เกตถูกทำลาย]

[-การที่เกตจะถูกทำลายได้ จำนวนมอนสเตอร์ต้องเกินขีดจำกัด หรือไม่บอสก็ต้องตาย]

[-ตอนนี้จำนวนมอนสเตอร์เกินขีดจำกัดหรือยัง?]

[-NO]

[-ดำเนินการประมวลผลว่าเกตถูกทำลายเนื่องจากบอสถูกกำจัด]

[-แต่ที่นี่ไม่มีบอสนี่นา?]

มันคือโดมิโนของข้อผิดพลาด

[-เพื่อแก้ไขความย้อนแย้ง จึงทำการตั้งค่าบอสตัวใหม่ขึ้นมา]

กิรยออาจจะมองไม่เห็นระบบทั้งหมดนี้ แต่เขาก็พอจะรู้ว่าตอนนี้เรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้ว

“คุณจองฮาซองครับ ถ้าออกจากเกตนี้ได้คุณจะแจ้งจับผมยังไงก็ได้เลย หรือจะให้ผมเข้ามอบตัวเลยก็ได้ว่าแอบเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย”

วูมมมม...

ชายผมทองมองตามเสียงร้องที่ดังมาจากป่าพรุอันรกชัฏ

“เพราะงั้น จนกว่าจะถึงตอนนั้น ช่วยช่วยชีวิตผมหน่อยได้ไหมครับ?”

ไอ้ผู้พรางระดับพลังหน้าหนานี่พูดจาอะไรออกมาเนี่ย

จองฮาซองยังไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของอีกฝ่ายนัก

แต่ไม่นานหลังจากนั้น ความจริงก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพวกเขา

“กรรรรรรรร...”

“มออออออ~”

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เดิมทีเกตแห่งนี้เป็นรังของมอนสเตอร์ประเภทนกสีขาวตัวเล็กๆ ที่แสนจะธรรมดา

แต่ตอนนี้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่เขาขนาดมหึมาพุ่งขึ้นมา

ฮันเตอร์ระดับ S ยื่นหน้าปัดนาฬิกาไปทางเหล่ากระทิงยักษ์สีแดงที่เริ่มบุกตะลุยดันเจี้ยน

ติ๊ด

[มิโนทาวรัส]

“มอนสเตอร์ที่เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนแฮะ”

บอสแห่งดันเจี้ยนเขาวงกตลาบิรินทอส

มิโนทาวรัสปรากฏตัวขึ้นแล้ว

แถมมันไม่ได้มาแค่ตัวหรือสองตัว

“คุณฮาซองครับ ผมยังไม่ได้ยินคำตอบเลยนะ”

...เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อมอนสเตอร์ทั่วไปทั้งหมดในเกตแห่งนี้ ถูกแทนที่ด้วย ‘มอนสเตอร์ระดับบอสแบบสุ่ม’ เสียแล้ว

“ขอสารภาพไว้ก่อนเลยนะครับ ว่าผมสู้ไม่เป็นจริงๆ”

คิมกิรยอค่อยๆ ถอยหลังไปทีละนิด

ในขณะที่กองทัพมิโนทาวรัสกำลังขยับใกล้พวกเขาเข้ามาทุกขณะ