Cover

60

อย่างไรก็ตาม ฉันไม่มีเวลาให้คิดทบทวนอีกแล้ว

เพราะในขณะนี้ สถานการณ์กำลังดำเนินไปอย่างชุลมุน

“อึก!”

เปรี๊ยะ!

เสาน้ำแข็งเย็นเยือกพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน

พวกลัทธิประหลาดใช้พลังน้ำแข็งเปลี่ยนภูมิประเทศของดันเจี้ยน และรุกไล่ฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ลดละ

ระดับการตื่นรู้ของสาวกเหล่านี้คือ A, C และ C ตามลำดับ

ในสถานการณ์ที่มีผู้ตื่นรู้ระดับเดียวกับฝ่ายตรงข้ามเพียงคนเดียว อันยุนซึงจึงต้องตกเป็นฝ่ายลำบากอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเขาไม่มีทักษะการโจมตีที่เหมาะสมเลยสักอย่าง...!

‘ระยะโจมตีมันต่างกันเกินไป!’

การใช้กระบองเพียงอันเดียวเพื่อต่อกรกับฮันเตอร์ที่ใช้ทักษะวงกว้างแบบนั้นนับเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง

‘อือออ’

คิมกิรยอจ้องมองอันยุนซึงที่กำลังต่อสู้ด้วยสายตากังวล พลางออกแรงที่ขา

แม้ในจังหวะนี้ เท้าที่ถูกแช่แข็งก็ยังไม่ยอมหลุดออกไปเสียที

“พะ...พี่กิรยอ! ช่วยผมหน่อย...?!”

อันยุนซึงที่กำลังถูกระดมโจมตีหันกลับมามองด้วยใบหน้าตื่นตระหนก

แต่กิรยอก็ไม่มีคำพูดใดจะมอบให้เขาเป็นพิเศษ

‘เฮ้อ จะให้คนระดับ F อย่างฉันทำอะไรได้ล่ะ’

ต่อให้ฉันเข้าไปสมทบก็คงไม่ช่วยอะไรอยู่ดี

กิรยอส่ายหัวไปมาเป็นเชิงบอกว่าอย่าคาดหวังอะไรที่มันเปล่าประโยชน์เลย

ทันใดนั้น อันยุนซึงก็ทำหน้าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก

‘หรือว่าเพราะเป้าหมายเป็นมนุษย์ พี่เขาเลยกะแรงลำบากจนขยับตัวไม่ได้กันนะ!’

ปกติแล้ว ยิ่งเป็นผู้ตื่นรู้ที่แข็งแกร่งมากเท่าไหร่ แค่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็อาจฆ่าคนตายได้ง่ายๆ

“ขะ...เข้าใจแล้วครับ! ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะลองจัดการเองดูก่อน...!”

อันยุนซึงดูเหมือนจะลนลานในตอนแรก แต่เขาก็พยายามตั้งสติและรับมือกับพวกลอบกัด

แต่เดี๋ยวก่อนนะ

พอมองดูดีๆ แม้จะเป็นการต่อสู้แบบ 3 ต่อ 1 แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น

ผัวะ!

ร่างของใครบางคนลอยละลิ่วไปข้างหลัง

มันคือการเข้าชาร์จของยุนซึง เขาเพียงแค่ตั้งโล่ให้ตรงแล้วพุ่งเข้าปะทะ แต่มันกลับมีอานุภาพที่ไม่อาจดูแคลนได้เลย

“อั่ก!”

โครม!

ผู้ตื่นรู้ระดับ C ของฝั่งวิหารนาชัลกระแทกเข้ากับกำแพงและสลบไปในทันที

ตอนนี้เหลือศัตรูอีกเพียง 2 คน

‘ทั้งที่ล้มหุ่นศิลาเวทมนตร์ไปตั้งเยอะขนาดนั้น... ทำไมเขายังดูปกติได้ขนาดนี้ล่ะ?’

พวกโจรขโมยบอสลอบกลืนน้ำลายเมื่อเห็นยุนซึงที่ยังคงอาละวาดได้อย่างกระปรี้กระเปร่า

ทุกอย่างอยู่นอกเหนือความคาดหมาย

โดยปกติแล้ว อาชญากรรมการขโมยบอสมักจะตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ว่าฝ่ายตรงข้ามต้องเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับมอนสเตอร์มาแล้ว

ตูม!

“อึก!”

ทว่าอันยุนซึงกลับอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เกินไป

ยิ่งได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์จากกิลด์ชั้นนำอย่างกิลด์นีโอซิสเตอร์เข้าไปอีก ต่อให้เป็นฮันเตอร์ระดับเดียวกันก็ยังรับมือได้ลำบากมาก

‘ช่วยไม่ได้แฮะ’

เหล่าสาวกลัทธิประหลาดสบตากันครู่หนึ่ง

ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากอกเสื้อ

‘ถุงอะไรน่ะ?’

ความสงสัยนั้นเกิดขึ้นเพียงครู่เดียว

“อึก!”

พวกเขาขว้างสิ่งของในมือเข้าใส่อันยุนซึง

ทันใดนั้น ผงที่ถูกห่อไว้ด้วยผ้าบางๆ ก็แตกกระจายออกและฟุ้งกระจายไปติดตามตัวของยุนซึง

‘ไอเทมที่ทำให้สลบงั้นเหรอ?’

ฉันแอบกังวลเพราะมันดูเป็นฉากที่คุ้นตา แต่โชคดีที่เอฟเฟกต์ของผงนั้นแตกต่างจากที่กิรยอคิดไว้มาก

ไม่สิ อันที่จริง

เป็นยาสลบยังจะดีเสียกว่า

“ให้ตายสิ งานเข้าแล้วไง”

ครืนนนนนน

กิรยอตั้งสมาธิไปที่เสียงลึกลับที่ดังแว่วมาจากทางเดินอีกฝั่ง

มันเหมือนเสียงของสัตว์สี่เท้าที่กำลังวิ่งหวดเต็มกำลัง...

— กี๊ซซซซซซซซซ!

เป็นไปตามคาด

ไม่นานนัก สัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องสีทองแห่งนี้

‘โกริลล่าเหรอ?’

หมัดสองข้างขนาดมหึมา

ช่วงบนที่กำยำล่ำสัน

กล้ามแขนของมันน่ากลัวเสียจนทำให้ช่วงล่างดูเล็กและลีบไปเลย

[กรีด]

[ระดับ : A]

บอสของดันเจี้ยนแห่งนี้วิ่งออกมาจากห้องของมันด้วยตัวเอง

นั่นหมายความว่า ตัวตนที่แท้จริงของผงที่พวกนั้นขว้างมาก็คือ...

“โฮก...”

“ยุนซึง! หนีเร็ว!”

สารล่อมอนสเตอร์!

กิรยอรู้ถึงจุดประสงค์ของพวกลอบกัดจึงตะโกนบอกยุนซึง

ทว่าการจะหนีโดยมีศัตรู 2 คนขวางหน้าอยู่นั้นมันทำได้ง่ายๆ ที่ไหนกัน?

“เดี๋ยวสิ อึก!”

ยุนซึงพยายามจะหนีแบบลนลาน แต่กลับถูกเวทน้ำแข็งพันธนาการขาไว้แทน

เปรี๊ยะ

ในช่วงเวลาที่เกล็ดน้ำแข็งสีขาวเริ่มปกคลุมร่างกาย

อสูรกายร่างยักษ์ที่กำลังคลุ้มคลั่งก็พุ่งเข้าหายุนซึง

“อ๊ากกก!”

อ้อ ใช่สิ แน่นอนว่ากรีดก็เป็นหุ่นศิลาเวทมนตร์ประเภทหนึ่ง

ปัญหาคือหุ่นศิลาเวทมนตร์ประเภทอินทรีย์ตัวนี้เป็นรุ่นค่อนข้างใหม่ การจะหาวิธีหยุดฉุกเฉินมันต้องใช้เวลา

‘บ้าจริง กะว่าจะพามาให้ก้าวข้ามปมในใจ แต่ดูทรงแล้วปมน่าจะหนักกว่าเดิมนะเนี่ย!’

กิรยอฝืนดึงขาออกโดยไม่สนว่าผิวหนังจะหลุดติดไปด้วยหรือไม่

ในที่สุดเท้าที่ถูกแช่แข็งก็หลุดออก แต่มันก็แทบไม่มีความหมายอะไรเลย

‘แย่แล้ว!’

อันยุนซึงที่ถูกบอสมอนสเตอร์โจมตีเพิ่งจะทรุดลงไปเมื่อครู่นี้เอง

“แค่น!”

โครม!

อันยุนซึงที่ถูกกระแทกเข้าอย่างจังดูท่าจะลุกขึ้นมาไม่ไหว

ทันทีที่กิรยอเห็นภาพนั้น เขาก็รีบกรอกสารขยายมานาที่พกติดตัวไว้เข้าปากทันที

ถึงแม้ตอนนี้คนระดับ F อย่างฉันจะออกโรงไปก็ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรได้ไหม

แต่อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องเลี่ยงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดให้ได้

“อะไรกัน หลุดออกมาจากน้ำแข็งได้แล้วเหรอ...!”

ในขณะที่นักเวทน้ำแข็งตะโกนออกมาด้วยความตกใจ

กิรยอก็ยื่นมือออกไปเปิดใช้งานสูตรเวทมนตร์ มันคือเวทวารีแบบพื้นฐาน

“อึก!”

ซ่าาาาาา!

สายน้ำแรงดันสูงสาดซัดลงบนศีรษะของอันยุนซึงที่นอนล้มอยู่

“ครืดดดดด?”

และเป็นไปตามคาด เมื่อผงที่เกาะตามตัวอันยุนซึงถูกล้างออกไป การเคลื่อนไหวของบอสก็ชะงักลงทันที

“ฟุดฟิด! ฟุดฟิด!”

ร่องรอยของอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ยั่วยุมันจู่ๆ ก็จางหายไป ทำให้มันตกอยู่ในอาการสับสนอย่างเลี่ยงไม่ได้

‘ผู้ตื่นรู้ธาตุน้ำงั้นเหรอ?’

อึก

พวกลัทธิประหลาดที่กลั้นหายใจเพื่อไม่ให้บอสสนใจลอบกลืนน้ำลาย

นึกว่าจะจัดการอันยุนซึงได้แล้วเชียว แต่ฮันเตอร์ที่นิ่งเฉยมาตลอดกลับลงมือเสียอย่างนั้น

‘ไอ้หมอนั่นมันระดับไหนกันแน่? สัมผัสมานาไม่ได้เลยสักนิด!’

ถ้าเป็นเวลาปกติ แค่เครื่องหอมล่อใจ (誘引香) เพียงชิ้นเดียวก็คงเกินพอแล้ว

แต่เพราะพวกนี้ดันกวาดล้างเกตไปจนเรียบภายในเวลาแค่ชั่วโมงเดียว มอนสเตอร์ที่ถูกล่อมาจึงมีจำนวนน้อยเกินไป

แถมอีกฝ่ายยังใช้ทักษะธาตุน้ำได้อีก

แบบนี้ต่อให้ขว้างผงออกไปกี่ครั้ง มันก็คงถูกล้างออกไปหมด...

“หึ... หนอย!”

แต่ในตอนนั้นเอง

— พรึ่บ!

ในขณะที่ฝั่งนี้กำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิด

สาวกระดับ C ที่ยืนข้างๆ ก็ขว้างผงใส่ศัตรูอีกรอบ

ใส่คิมกิรยอนั่นแหละ

นักเวทน้ำแข็งที่เห็นแบบนั้นก็ระเบิดอารมณ์โกรธออกมา เพราะของสิ่งนั้นราคาไม่ใช่เล่นๆ เลย!

“นี่คุณ! ขว้างไปเขาก็ล้างออกได้ทันทีอยู่ดี จะทำไปเพื่ออะไรกัน!”

“กะ... ก็... ก็มอนสเตอร์มันจ้องมาทางนี้ ผมเลยตกใจน่ะสิ!”

เจ้ากรีดพ่นลมหายใจฟึดฟัดพลางมองไปรอบๆ ก่อนจะล็อคเป้าหมายใหม่ในที่สุด

“ไม่สิ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...!”

แต่ผู้ชายคนนั้น

ทำไมคราวนี้เขาถึงไม่ล้างเครื่องหอมล่อใจออกล่ะ?

“...”

ฮันเตอร์ผมทองที่ถูกผงคลุมไปทั้งตัวจ้องมองบอสกลับไปด้วยสายตาเย็นชา

‘ไอ้ผงนั่นมีอีกชุดเหรอ...?’

ขอแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

คิมกิรยอใช้มานาของวันนี้ไปจนหมดเกลี้ยงกับการล้างตัวให้อันยุนซึงแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถสร้างน้ำได้อีก

“พี่... กิรยอ?”

เฮ้อ

เขาค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วทิ้งคำสั่งเสียไว้เพียงคำเดียว

“ยุนซึง แกฉวยโอกาสนี้รีบกินยาฟื้นฟูซะ”

“ครับ?”

ทันทีที่ประโยคนั้นจบลง กรีดที่คลุ้มคลั่งก็เริ่มอาละวาด

“วู้ว! วู้ว! วู้ว!”

โครม!

กิรยอรีบเว้นระยะห่างจากยุนซึงทันที ส่วนเจ้ากรีดก็เหวี่ยงหมัดไล่ตามเป้าหมายที่กำลังวิ่งหนีอย่างสุดกำลัง

ตึง!

ทุกครั้งที่หมัดของบอสปะทะ กำแพงทองคำที่สวยงามของดันเจี้ยนก็ถูกทำลายจนย่อยยับ

แต่ตอนนี้ทองจะมีค่าอะไรล่ะ? ในเมื่อชีวิตฉันกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย!

‘อ๊ากกกกกก!’

ตึง!

แต่ยังดีที่ร่างของกรีดนั้นใหญ่โตเกินไปจนทำให้ความเร็วค่อนข้างช้า

“อึก ให้ตายสิ ผมนี่มันแย่จริงๆ ถ้าพี่ไม่ช่วยก็ทำอะไรเองไม่ได้เลยสักอย่าง...”

ในระหว่างที่กิรยอกำลังล่อความสนใจของบอส ในที่สุดอันยุนซึงก็ฟื้นตัวเสร็จสิ้น

พวกลอบกัดตะโกนออกมาด้วยความตกตะลึง

“ทำไมไม่รีบล้างออกล่ะเนี่ย ไอ้บ้านั่น! หรือว่ามันคิดจะจัดการบอสด้วยตัวคนเดียวจริงๆ ?!”

ยุนซึงจึงสวนกลับไปว่า

“พวกคุณน่ะถือว่าดวงดีนะ รู้ไหมว่าตอนนี้ท่านกิรยอกำลังออมมือให้อยู่แค่ไหน?”

“อะไรนะ?”

“เขาอดทนอยู่เพราะกลัวว่าถ้าเผลอซัดคนเข้าจริงๆ พวกคุณจะตายน่ะสิ!”

เพราะฉะนั้นก่อนจะล้ำเส้นไปมากกว่านี้ ก็รีบเลิกซะจะดีกว่า

อันยุนซึงส่งสายตาเวทนาไปยังพวกลอบกัดตรงหน้า

ด้วยใบหน้าที่จริงจังและความเชื่อมั่นที่หนักแน่นของเขา ทำให้พวกหัวขโมยเริ่มสับสนขึ้นมาจริงๆ

‘ช่วยด้วยโว้ย!’

แน่นอนว่าทางฝั่งนี้สถานการณ์วุ่นวายกว่าทางนั้นเยอะ

‘ถ้าโดนเข้าไปแค่ทีเดียว มีหวังได้ไปเกิดใหม่แน่!’

ตึง! ตึง!

กิรยอยังคงเล่นไล่จับเสี่ยงตายต่อไป

ร่างกายของมนุษย์นั้นเล็กและคล่องแคล่ว

เจ้าลิงยักษ์มักจะมีปัญหาในการเปลี่ยนทิศทางเพราะน้ำหนักตัวของมันเอง ฉันเลยพอจะถูไถเอาตัวรอดมาได้

“แฮ่ก!”

ครืนนนนน...

แต่พอจับเหยื่อไม่ได้สักที บอสก็เริ่มจะหมดความอดทนแล้วล่ะมั้ง?

ในวินาทีนั้นเอง

เจ้ากรีดที่เป็นเจ้าของเกตก็ได้เปิดใช้งานทักษะเฉพาะตัว

‘นี่มันอะไรกัน’

ดันเจี้ยนฝั่งหนึ่งพังทลายลง และถูกแทนที่ด้วยเหวลึกที่ไร้ก้นบึ้ง

กิรยอหยุดฝีเท้าที่กำลังจะหนีลงทันที

เส้นทางถูกตัดขาด

ไม่รู้ว่าใช้หลักการอะไร แต่ดูเหมือนเจ้ากรีดจะมีความสามารถในการเปลี่ยนภูมิประเทศของเกตแห่งนี้

‘อึก’

ฟิ้ววววววว

เสียงลมที่พัดผ่านก้นเหวที่ลาดชันทำเอาขนลุกซู่

ไม่ต้องมองลงไปข้างล่างก็รู้สึกได้โดยสัญชาตญาณ

ถ้าตกลงไป ตายแน่

‘บ้าเอ๊ย’

กิรยอรีบหักหลบไปอีกทางโดยไม่ลังเล

“โฮกซซซซซซ!”

ทว่า ทุกครั้งที่เจ้ากรีดคำราม เหวแห่งความมืดมิดก็ยิ่งขยายวงกว้างออกไปอย่างไม่ปรานี

ทางหนีเริ่มลดน้อยลงทุกที

ฉันรู้สึกเหมือนนักรบที่ถูกต้อนให้จนมุมในโคลอสเซียมไม่มีผิด

‘อันยุนซึงแกทำอะไรอยู่เนี่ย! รีบจัดการพวกนั้นแล้วมาช่วยสิโว้ย!’

ทางออกเดียวคือทางเดินทิศเหนือที่ใช้ตอนเข้ามาในห้องนี้ แต่ทางนั้นก็ถูกพวกโจรขวางไว้ไม่ใช่หรือไง?

“— ไอซ์ฟิลด์!”

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด

ตามมาด้วยเสียงร่ายเวทง่อยๆ จากทางเดิน

นักเวทน้ำแข็งสาดเวทมนตร์ไปทั่วเพื่อพันธนาการเท้าของอันยุนซึง

‘พื้นกลายเป็นน้ำแข็งไปหมดเลย!’

เส้นทางที่ลื่นปรื๊ดราวกับกระจก

หากเผลอล้มลงในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ล่ะก็...

‘คงได้กลายเป็นขนมปังแผ่นแน่ๆ’

ตึง!

จินตนาการอันน่าสยดสยองผุดขึ้นมาในหัว

มนุษย์ต่างดาวในคราบของคิมกิรยอกัดฟันวิ่งต่อไป

ทำไมฉันถึงซวยขนาดนี้กันนะ?

วันนี้ฉันก็แค่อยากจะมาหาเงินสักหน่อยเองแท้ๆ

“แฮ่ก... แฮ่ก!”

ทว่าน่าเสียดายที่หลังจากนั้น ความซวยของเขาก็พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดจนได้

‘ไอ้ห้องเฮงซวยนี่มัน...!’

ครืนนนน

ทางเดินถล่มลงอีกครั้งตามเสียงคำรามของเจ้ากรีด

การถล่มครั้งนี้รุนแรงถึงชีวิต

เพราะดันเจี้ยนทางทิศใต้หายวับไปในพริบตาโดยที่ฉันยังไม่ทันได้เปลี่ยนทิศทางหนีด้วยซ้ำ

“อา...”

เมื่อหันหลังกลับไป เจ้ากรีดก็ไล่ตามมาทันแล้ว

ฉันถูกต้อนจนมุมอย่างสมบูรณ์

กรีดเหวี่ยงเท้าหน้าที่ใหญ่ยักษ์เข้าใส่จุดที่กิรยอยืนอยู่

ทว่า เมื่อถึงคราวอับจนหนทาง ฟ้าก็มักจะเปิดช่องว่างให้เสมอ

‘ข้างล่างมันว่างนี่นา!’

ก่อนที่การโจมตีจะฟาดลงมา

กิรยอพุ่งตัวออกไปข้างหน้าเพื่อลอดผ่านใต้ร่างของมอนสเตอร์

เดิมทีฉันกะว่าจะวิ่งผ่านตัวมันไปแบบเนียนๆ

‘ฮ่าๆ! เจ้าลิงโง่เอ๊ย!’

ทว่าในตอนนั้นเอง

— พรืด

สัมผัสที่น่าหวาดเสียวพุ่งพล่านไปตามหลอดเลือดพร้อมกับเสียงที่ทำเอาใจหายแวบ

“เอ๊ะ”

ลืมไปเลยว่าตอนนี้ห้องมันแคบลงมากจนหาพื้นที่ไม่มีน้ำแข็งได้ยากยิ่ง

“...”

กิรยอหน้าถอดสี

เพราะมัวแต่รีบหนีจนลืมเช็กพื้นใต้เท้าตัวเอง

ผลก็คือเขาเหยียบเข้ากับทางน้ำแข็งที่ศัตรูทำไว้และลื่นไถลไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

‘เฮือก!’

แต่ทว่า

การล้มลงบนพื้นน้ำแข็งทำให้ท่าทางของเขาต่ำลง ซึ่งนั่นกลับทำให้เขาหลบการโจมตีของมอนสเตอร์ได้พ้นอย่างไม่คาดคิด

ฟิ้ววว

หมัดของมอนสเตอร์เฉียดผ่านปลายจมูกไปเพียงนิดเดียว

ถ้าไม่ได้เหยียบน้ำแข็งล่ะก็ หัวของเขาคงระเบิดกระจายไปแล้วแน่นอน

‘ฟู่ว’

นั่นคือช่วงเวลาที่เขารู้สึกเบาใจ

เท้าของกิรยอก็ไปกระแทกเข้ากับขาซ้ายของเจ้ากรีด

กร๊อบ!

การพุ่งชนมอนสเตอร์ระดับ A ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจากการลื่นไถล แน่นอนว่าข้อเท้าต้องหักเป็นธรรมดา

‘อึก! มีแต่ฉันที่เจ็บตัวเหรอเนี่ย อุบัติเหตุเฉี่ยวชนแค่นี้ คงไม่ระคายผิวหุ่นศิลานั่นหรอก...’

กิรยอที่กำลังคิดอะไรบางอย่างถึงกับหุบปากฉับทันที

“โฮกกกกกกก!”

เพราะหลังจากนั้น

ร่างยักษ์ของมอนสเตอร์ก็ถลันไปข้างหน้าและร่วงหล่นลงสู่ก้นเหวที่ไร้จุดสิ้นสุดไปต่อหน้าต่อตา

‘หือ?’

ลองมาสรุปสถานการณ์กันอีกครั้ง

เจ้ากรีดเป็นสัตว์ประหลาดที่มีร่างกายส่วนบนกำยำผิดปกติ

เวลาโจมตีน้ำหนักทั้งหมดจะพุ่งไปข้างหน้า

ในขณะที่ขาสองข้างที่ค่อนข้างเล็กกำลังเหยียบอยู่บนพื้นน้ำแข็ง

— โฮกกกก...

— ก... ก...

— ...

และในจังหวะนั้น คิมกิรยอก็เพิ่มแรงส่งไปที่ขาของมัน

ไม่ได้ตั้งใจนะ

ก็แค่ไถลไปแล้วปลายเท้ามันไปหยุดอยู่ตรงนั้นพอดี

หลังจากนั้นมันก็แค่เป็นไปตามหลักฟิสิกส์พื้นฐาน

ไม่ว่าจะระดับ A หรือระดับ B

ต่างก็ได้รับผลกระทบจากสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเท่ากันหมดนั่นแหละ

“อืม”

บังเอิญลื่นน้ำแข็ง

มอนสเตอร์เลยเหวี่ยงหมัดพลาดไป

แล้วพอมอนสเตอร์เสียหลัก ตนเองก็ดันไปเขี่ยให้มันพุ่งหล่นหน้าผาไปแบบสวยๆ

‘เอ่อ...’

กิรยามองลงไปในความมืดด้วยสีหน้าสับสน

ทันใดนั้น บางอย่างก็ผุดขึ้นมาตรงหน้าเขา

วูบ

วัตถุปริศนาที่ห่อหุ้มด้วยแสงจางๆ...

‘เดี๋ยวสิ นี่มันตายง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?’

มันคือรางวัลจากการปราบความสำเร็จบอส

เจ้ากรีดตายในทันที และเกตก็ได้ตัดสินให้คิมกิรยอเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมสูงสุดในการล่าครั้งนี้

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

60

20px

อย่างไรก็ตาม ฉันไม่มีเวลาให้คิดทบทวนอีกแล้ว

เพราะในขณะนี้ สถานการณ์กำลังดำเนินไปอย่างชุลมุน

“อึก!”

เปรี๊ยะ!

เสาน้ำแข็งเย็นเยือกพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน

พวกลัทธิประหลาดใช้พลังน้ำแข็งเปลี่ยนภูมิประเทศของดันเจี้ยน และรุกไล่ฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ลดละ

ระดับการตื่นรู้ของสาวกเหล่านี้คือ A, C และ C ตามลำดับ

ในสถานการณ์ที่มีผู้ตื่นรู้ระดับเดียวกับฝ่ายตรงข้ามเพียงคนเดียว อันยุนซึงจึงต้องตกเป็นฝ่ายลำบากอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเขาไม่มีทักษะการโจมตีที่เหมาะสมเลยสักอย่าง...!

‘ระยะโจมตีมันต่างกันเกินไป!’

การใช้กระบองเพียงอันเดียวเพื่อต่อกรกับฮันเตอร์ที่ใช้ทักษะวงกว้างแบบนั้นนับเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง

‘อือออ’

คิมกิรยอจ้องมองอันยุนซึงที่กำลังต่อสู้ด้วยสายตากังวล พลางออกแรงที่ขา

แม้ในจังหวะนี้ เท้าที่ถูกแช่แข็งก็ยังไม่ยอมหลุดออกไปเสียที

“พะ...พี่กิรยอ! ช่วยผมหน่อย...?!”

อันยุนซึงที่กำลังถูกระดมโจมตีหันกลับมามองด้วยใบหน้าตื่นตระหนก

แต่กิรยอก็ไม่มีคำพูดใดจะมอบให้เขาเป็นพิเศษ

‘เฮ้อ จะให้คนระดับ F อย่างฉันทำอะไรได้ล่ะ’

ต่อให้ฉันเข้าไปสมทบก็คงไม่ช่วยอะไรอยู่ดี

กิรยอส่ายหัวไปมาเป็นเชิงบอกว่าอย่าคาดหวังอะไรที่มันเปล่าประโยชน์เลย

ทันใดนั้น อันยุนซึงก็ทำหน้าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก

‘หรือว่าเพราะเป้าหมายเป็นมนุษย์ พี่เขาเลยกะแรงลำบากจนขยับตัวไม่ได้กันนะ!’

ปกติแล้ว ยิ่งเป็นผู้ตื่นรู้ที่แข็งแกร่งมากเท่าไหร่ แค่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็อาจฆ่าคนตายได้ง่ายๆ

“ขะ...เข้าใจแล้วครับ! ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะลองจัดการเองดูก่อน...!”

อันยุนซึงดูเหมือนจะลนลานในตอนแรก แต่เขาก็พยายามตั้งสติและรับมือกับพวกลอบกัด

แต่เดี๋ยวก่อนนะ

พอมองดูดีๆ แม้จะเป็นการต่อสู้แบบ 3 ต่อ 1 แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น

ผัวะ!

ร่างของใครบางคนลอยละลิ่วไปข้างหลัง

มันคือการเข้าชาร์จของยุนซึง เขาเพียงแค่ตั้งโล่ให้ตรงแล้วพุ่งเข้าปะทะ แต่มันกลับมีอานุภาพที่ไม่อาจดูแคลนได้เลย

“อั่ก!”

โครม!

ผู้ตื่นรู้ระดับ C ของฝั่งวิหารนาชัลกระแทกเข้ากับกำแพงและสลบไปในทันที

ตอนนี้เหลือศัตรูอีกเพียง 2 คน

‘ทั้งที่ล้มหุ่นศิลาเวทมนตร์ไปตั้งเยอะขนาดนั้น... ทำไมเขายังดูปกติได้ขนาดนี้ล่ะ?’

พวกโจรขโมยบอสลอบกลืนน้ำลายเมื่อเห็นยุนซึงที่ยังคงอาละวาดได้อย่างกระปรี้กระเปร่า

ทุกอย่างอยู่นอกเหนือความคาดหมาย

โดยปกติแล้ว อาชญากรรมการขโมยบอสมักจะตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ว่าฝ่ายตรงข้ามต้องเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับมอนสเตอร์มาแล้ว

ตูม!

“อึก!”

ทว่าอันยุนซึงกลับอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เกินไป

ยิ่งได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์จากกิลด์ชั้นนำอย่างกิลด์นีโอซิสเตอร์เข้าไปอีก ต่อให้เป็นฮันเตอร์ระดับเดียวกันก็ยังรับมือได้ลำบากมาก

‘ช่วยไม่ได้แฮะ’

เหล่าสาวกลัทธิประหลาดสบตากันครู่หนึ่ง

ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากอกเสื้อ

‘ถุงอะไรน่ะ?’

ความสงสัยนั้นเกิดขึ้นเพียงครู่เดียว

“อึก!”

พวกเขาขว้างสิ่งของในมือเข้าใส่อันยุนซึง

ทันใดนั้น ผงที่ถูกห่อไว้ด้วยผ้าบางๆ ก็แตกกระจายออกและฟุ้งกระจายไปติดตามตัวของยุนซึง

‘ไอเทมที่ทำให้สลบงั้นเหรอ?’

ฉันแอบกังวลเพราะมันดูเป็นฉากที่คุ้นตา แต่โชคดีที่เอฟเฟกต์ของผงนั้นแตกต่างจากที่กิรยอคิดไว้มาก

ไม่สิ อันที่จริง

เป็นยาสลบยังจะดีเสียกว่า

“ให้ตายสิ งานเข้าแล้วไง”

ครืนนนนนน

กิรยอตั้งสมาธิไปที่เสียงลึกลับที่ดังแว่วมาจากทางเดินอีกฝั่ง

มันเหมือนเสียงของสัตว์สี่เท้าที่กำลังวิ่งหวดเต็มกำลัง...

— กี๊ซซซซซซซซซ!

เป็นไปตามคาด

ไม่นานนัก สัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องสีทองแห่งนี้

‘โกริลล่าเหรอ?’

หมัดสองข้างขนาดมหึมา

ช่วงบนที่กำยำล่ำสัน

กล้ามแขนของมันน่ากลัวเสียจนทำให้ช่วงล่างดูเล็กและลีบไปเลย

[กรีด]

[ระดับ : A]

บอสของดันเจี้ยนแห่งนี้วิ่งออกมาจากห้องของมันด้วยตัวเอง

นั่นหมายความว่า ตัวตนที่แท้จริงของผงที่พวกนั้นขว้างมาก็คือ...

“โฮก...”

“ยุนซึง! หนีเร็ว!”

สารล่อมอนสเตอร์!

กิรยอรู้ถึงจุดประสงค์ของพวกลอบกัดจึงตะโกนบอกยุนซึง

ทว่าการจะหนีโดยมีศัตรู 2 คนขวางหน้าอยู่นั้นมันทำได้ง่ายๆ ที่ไหนกัน?

“เดี๋ยวสิ อึก!”

ยุนซึงพยายามจะหนีแบบลนลาน แต่กลับถูกเวทน้ำแข็งพันธนาการขาไว้แทน

เปรี๊ยะ

ในช่วงเวลาที่เกล็ดน้ำแข็งสีขาวเริ่มปกคลุมร่างกาย

อสูรกายร่างยักษ์ที่กำลังคลุ้มคลั่งก็พุ่งเข้าหายุนซึง

“อ๊ากกก!”

อ้อ ใช่สิ แน่นอนว่ากรีดก็เป็นหุ่นศิลาเวทมนตร์ประเภทหนึ่ง

ปัญหาคือหุ่นศิลาเวทมนตร์ประเภทอินทรีย์ตัวนี้เป็นรุ่นค่อนข้างใหม่ การจะหาวิธีหยุดฉุกเฉินมันต้องใช้เวลา

‘บ้าจริง กะว่าจะพามาให้ก้าวข้ามปมในใจ แต่ดูทรงแล้วปมน่าจะหนักกว่าเดิมนะเนี่ย!’

กิรยอฝืนดึงขาออกโดยไม่สนว่าผิวหนังจะหลุดติดไปด้วยหรือไม่

ในที่สุดเท้าที่ถูกแช่แข็งก็หลุดออก แต่มันก็แทบไม่มีความหมายอะไรเลย

‘แย่แล้ว!’

อันยุนซึงที่ถูกบอสมอนสเตอร์โจมตีเพิ่งจะทรุดลงไปเมื่อครู่นี้เอง

“แค่น!”

โครม!

อันยุนซึงที่ถูกกระแทกเข้าอย่างจังดูท่าจะลุกขึ้นมาไม่ไหว

ทันทีที่กิรยอเห็นภาพนั้น เขาก็รีบกรอกสารขยายมานาที่พกติดตัวไว้เข้าปากทันที

ถึงแม้ตอนนี้คนระดับ F อย่างฉันจะออกโรงไปก็ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรได้ไหม

แต่อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องเลี่ยงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดให้ได้

“อะไรกัน หลุดออกมาจากน้ำแข็งได้แล้วเหรอ...!”

ในขณะที่นักเวทน้ำแข็งตะโกนออกมาด้วยความตกใจ

กิรยอก็ยื่นมือออกไปเปิดใช้งานสูตรเวทมนตร์ มันคือเวทวารีแบบพื้นฐาน

“อึก!”

ซ่าาาาาา!

สายน้ำแรงดันสูงสาดซัดลงบนศีรษะของอันยุนซึงที่นอนล้มอยู่

“ครืดดดดด?”

และเป็นไปตามคาด เมื่อผงที่เกาะตามตัวอันยุนซึงถูกล้างออกไป การเคลื่อนไหวของบอสก็ชะงักลงทันที

“ฟุดฟิด! ฟุดฟิด!”

ร่องรอยของอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ยั่วยุมันจู่ๆ ก็จางหายไป ทำให้มันตกอยู่ในอาการสับสนอย่างเลี่ยงไม่ได้

‘ผู้ตื่นรู้ธาตุน้ำงั้นเหรอ?’

อึก

พวกลัทธิประหลาดที่กลั้นหายใจเพื่อไม่ให้บอสสนใจลอบกลืนน้ำลาย

นึกว่าจะจัดการอันยุนซึงได้แล้วเชียว แต่ฮันเตอร์ที่นิ่งเฉยมาตลอดกลับลงมือเสียอย่างนั้น

‘ไอ้หมอนั่นมันระดับไหนกันแน่? สัมผัสมานาไม่ได้เลยสักนิด!’

ถ้าเป็นเวลาปกติ แค่เครื่องหอมล่อใจ (誘引香) เพียงชิ้นเดียวก็คงเกินพอแล้ว

แต่เพราะพวกนี้ดันกวาดล้างเกตไปจนเรียบภายในเวลาแค่ชั่วโมงเดียว มอนสเตอร์ที่ถูกล่อมาจึงมีจำนวนน้อยเกินไป

แถมอีกฝ่ายยังใช้ทักษะธาตุน้ำได้อีก

แบบนี้ต่อให้ขว้างผงออกไปกี่ครั้ง มันก็คงถูกล้างออกไปหมด...

“หึ... หนอย!”

แต่ในตอนนั้นเอง

— พรึ่บ!

ในขณะที่ฝั่งนี้กำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิด

สาวกระดับ C ที่ยืนข้างๆ ก็ขว้างผงใส่ศัตรูอีกรอบ

ใส่คิมกิรยอนั่นแหละ

นักเวทน้ำแข็งที่เห็นแบบนั้นก็ระเบิดอารมณ์โกรธออกมา เพราะของสิ่งนั้นราคาไม่ใช่เล่นๆ เลย!

“นี่คุณ! ขว้างไปเขาก็ล้างออกได้ทันทีอยู่ดี จะทำไปเพื่ออะไรกัน!”

“กะ... ก็... ก็มอนสเตอร์มันจ้องมาทางนี้ ผมเลยตกใจน่ะสิ!”

เจ้ากรีดพ่นลมหายใจฟึดฟัดพลางมองไปรอบๆ ก่อนจะล็อคเป้าหมายใหม่ในที่สุด

“ไม่สิ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...!”

แต่ผู้ชายคนนั้น

ทำไมคราวนี้เขาถึงไม่ล้างเครื่องหอมล่อใจออกล่ะ?

“...”

ฮันเตอร์ผมทองที่ถูกผงคลุมไปทั้งตัวจ้องมองบอสกลับไปด้วยสายตาเย็นชา

‘ไอ้ผงนั่นมีอีกชุดเหรอ...?’

ขอแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

คิมกิรยอใช้มานาของวันนี้ไปจนหมดเกลี้ยงกับการล้างตัวให้อันยุนซึงแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถสร้างน้ำได้อีก

“พี่... กิรยอ?”

เฮ้อ

เขาค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วทิ้งคำสั่งเสียไว้เพียงคำเดียว

“ยุนซึง แกฉวยโอกาสนี้รีบกินยาฟื้นฟูซะ”

“ครับ?”

ทันทีที่ประโยคนั้นจบลง กรีดที่คลุ้มคลั่งก็เริ่มอาละวาด

“วู้ว! วู้ว! วู้ว!”

โครม!

กิรยอรีบเว้นระยะห่างจากยุนซึงทันที ส่วนเจ้ากรีดก็เหวี่ยงหมัดไล่ตามเป้าหมายที่กำลังวิ่งหนีอย่างสุดกำลัง

ตึง!

ทุกครั้งที่หมัดของบอสปะทะ กำแพงทองคำที่สวยงามของดันเจี้ยนก็ถูกทำลายจนย่อยยับ

แต่ตอนนี้ทองจะมีค่าอะไรล่ะ? ในเมื่อชีวิตฉันกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย!

‘อ๊ากกกกกก!’

ตึง!

แต่ยังดีที่ร่างของกรีดนั้นใหญ่โตเกินไปจนทำให้ความเร็วค่อนข้างช้า

“อึก ให้ตายสิ ผมนี่มันแย่จริงๆ ถ้าพี่ไม่ช่วยก็ทำอะไรเองไม่ได้เลยสักอย่าง...”

ในระหว่างที่กิรยอกำลังล่อความสนใจของบอส ในที่สุดอันยุนซึงก็ฟื้นตัวเสร็จสิ้น

พวกลอบกัดตะโกนออกมาด้วยความตกตะลึง

“ทำไมไม่รีบล้างออกล่ะเนี่ย ไอ้บ้านั่น! หรือว่ามันคิดจะจัดการบอสด้วยตัวคนเดียวจริงๆ ?!”

ยุนซึงจึงสวนกลับไปว่า

“พวกคุณน่ะถือว่าดวงดีนะ รู้ไหมว่าตอนนี้ท่านกิรยอกำลังออมมือให้อยู่แค่ไหน?”

“อะไรนะ?”

“เขาอดทนอยู่เพราะกลัวว่าถ้าเผลอซัดคนเข้าจริงๆ พวกคุณจะตายน่ะสิ!”

เพราะฉะนั้นก่อนจะล้ำเส้นไปมากกว่านี้ ก็รีบเลิกซะจะดีกว่า

อันยุนซึงส่งสายตาเวทนาไปยังพวกลอบกัดตรงหน้า

ด้วยใบหน้าที่จริงจังและความเชื่อมั่นที่หนักแน่นของเขา ทำให้พวกหัวขโมยเริ่มสับสนขึ้นมาจริงๆ

‘ช่วยด้วยโว้ย!’

แน่นอนว่าทางฝั่งนี้สถานการณ์วุ่นวายกว่าทางนั้นเยอะ

‘ถ้าโดนเข้าไปแค่ทีเดียว มีหวังได้ไปเกิดใหม่แน่!’

ตึง! ตึง!

กิรยอยังคงเล่นไล่จับเสี่ยงตายต่อไป

ร่างกายของมนุษย์นั้นเล็กและคล่องแคล่ว

เจ้าลิงยักษ์มักจะมีปัญหาในการเปลี่ยนทิศทางเพราะน้ำหนักตัวของมันเอง ฉันเลยพอจะถูไถเอาตัวรอดมาได้

“แฮ่ก!”

ครืนนนนน...

แต่พอจับเหยื่อไม่ได้สักที บอสก็เริ่มจะหมดความอดทนแล้วล่ะมั้ง?

ในวินาทีนั้นเอง

เจ้ากรีดที่เป็นเจ้าของเกตก็ได้เปิดใช้งานทักษะเฉพาะตัว

‘นี่มันอะไรกัน’

ดันเจี้ยนฝั่งหนึ่งพังทลายลง และถูกแทนที่ด้วยเหวลึกที่ไร้ก้นบึ้ง

กิรยอหยุดฝีเท้าที่กำลังจะหนีลงทันที

เส้นทางถูกตัดขาด

ไม่รู้ว่าใช้หลักการอะไร แต่ดูเหมือนเจ้ากรีดจะมีความสามารถในการเปลี่ยนภูมิประเทศของเกตแห่งนี้

‘อึก’

ฟิ้ววววววว

เสียงลมที่พัดผ่านก้นเหวที่ลาดชันทำเอาขนลุกซู่

ไม่ต้องมองลงไปข้างล่างก็รู้สึกได้โดยสัญชาตญาณ

ถ้าตกลงไป ตายแน่

‘บ้าเอ๊ย’

กิรยอรีบหักหลบไปอีกทางโดยไม่ลังเล

“โฮกซซซซซซ!”

ทว่า ทุกครั้งที่เจ้ากรีดคำราม เหวแห่งความมืดมิดก็ยิ่งขยายวงกว้างออกไปอย่างไม่ปรานี

ทางหนีเริ่มลดน้อยลงทุกที

ฉันรู้สึกเหมือนนักรบที่ถูกต้อนให้จนมุมในโคลอสเซียมไม่มีผิด

‘อันยุนซึงแกทำอะไรอยู่เนี่ย! รีบจัดการพวกนั้นแล้วมาช่วยสิโว้ย!’

ทางออกเดียวคือทางเดินทิศเหนือที่ใช้ตอนเข้ามาในห้องนี้ แต่ทางนั้นก็ถูกพวกโจรขวางไว้ไม่ใช่หรือไง?

“— ไอซ์ฟิลด์!”

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด

ตามมาด้วยเสียงร่ายเวทง่อยๆ จากทางเดิน

นักเวทน้ำแข็งสาดเวทมนตร์ไปทั่วเพื่อพันธนาการเท้าของอันยุนซึง

‘พื้นกลายเป็นน้ำแข็งไปหมดเลย!’

เส้นทางที่ลื่นปรื๊ดราวกับกระจก

หากเผลอล้มลงในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ล่ะก็...

‘คงได้กลายเป็นขนมปังแผ่นแน่ๆ’

ตึง!

จินตนาการอันน่าสยดสยองผุดขึ้นมาในหัว

มนุษย์ต่างดาวในคราบของคิมกิรยอกัดฟันวิ่งต่อไป

ทำไมฉันถึงซวยขนาดนี้กันนะ?

วันนี้ฉันก็แค่อยากจะมาหาเงินสักหน่อยเองแท้ๆ

“แฮ่ก... แฮ่ก!”

ทว่าน่าเสียดายที่หลังจากนั้น ความซวยของเขาก็พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดจนได้

‘ไอ้ห้องเฮงซวยนี่มัน...!’

ครืนนนน

ทางเดินถล่มลงอีกครั้งตามเสียงคำรามของเจ้ากรีด

การถล่มครั้งนี้รุนแรงถึงชีวิต

เพราะดันเจี้ยนทางทิศใต้หายวับไปในพริบตาโดยที่ฉันยังไม่ทันได้เปลี่ยนทิศทางหนีด้วยซ้ำ

“อา...”

เมื่อหันหลังกลับไป เจ้ากรีดก็ไล่ตามมาทันแล้ว

ฉันถูกต้อนจนมุมอย่างสมบูรณ์

กรีดเหวี่ยงเท้าหน้าที่ใหญ่ยักษ์เข้าใส่จุดที่กิรยอยืนอยู่

ทว่า เมื่อถึงคราวอับจนหนทาง ฟ้าก็มักจะเปิดช่องว่างให้เสมอ

‘ข้างล่างมันว่างนี่นา!’

ก่อนที่การโจมตีจะฟาดลงมา

กิรยอพุ่งตัวออกไปข้างหน้าเพื่อลอดผ่านใต้ร่างของมอนสเตอร์

เดิมทีฉันกะว่าจะวิ่งผ่านตัวมันไปแบบเนียนๆ

‘ฮ่าๆ! เจ้าลิงโง่เอ๊ย!’

ทว่าในตอนนั้นเอง

— พรืด

สัมผัสที่น่าหวาดเสียวพุ่งพล่านไปตามหลอดเลือดพร้อมกับเสียงที่ทำเอาใจหายแวบ

“เอ๊ะ”

ลืมไปเลยว่าตอนนี้ห้องมันแคบลงมากจนหาพื้นที่ไม่มีน้ำแข็งได้ยากยิ่ง

“...”

กิรยอหน้าถอดสี

เพราะมัวแต่รีบหนีจนลืมเช็กพื้นใต้เท้าตัวเอง

ผลก็คือเขาเหยียบเข้ากับทางน้ำแข็งที่ศัตรูทำไว้และลื่นไถลไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

‘เฮือก!’

แต่ทว่า

การล้มลงบนพื้นน้ำแข็งทำให้ท่าทางของเขาต่ำลง ซึ่งนั่นกลับทำให้เขาหลบการโจมตีของมอนสเตอร์ได้พ้นอย่างไม่คาดคิด

ฟิ้ววว

หมัดของมอนสเตอร์เฉียดผ่านปลายจมูกไปเพียงนิดเดียว

ถ้าไม่ได้เหยียบน้ำแข็งล่ะก็ หัวของเขาคงระเบิดกระจายไปแล้วแน่นอน

‘ฟู่ว’

นั่นคือช่วงเวลาที่เขารู้สึกเบาใจ

เท้าของกิรยอก็ไปกระแทกเข้ากับขาซ้ายของเจ้ากรีด

กร๊อบ!

การพุ่งชนมอนสเตอร์ระดับ A ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจากการลื่นไถล แน่นอนว่าข้อเท้าต้องหักเป็นธรรมดา

‘อึก! มีแต่ฉันที่เจ็บตัวเหรอเนี่ย อุบัติเหตุเฉี่ยวชนแค่นี้ คงไม่ระคายผิวหุ่นศิลานั่นหรอก...’

กิรยอที่กำลังคิดอะไรบางอย่างถึงกับหุบปากฉับทันที

“โฮกกกกกกก!”

เพราะหลังจากนั้น

ร่างยักษ์ของมอนสเตอร์ก็ถลันไปข้างหน้าและร่วงหล่นลงสู่ก้นเหวที่ไร้จุดสิ้นสุดไปต่อหน้าต่อตา

‘หือ?’

ลองมาสรุปสถานการณ์กันอีกครั้ง

เจ้ากรีดเป็นสัตว์ประหลาดที่มีร่างกายส่วนบนกำยำผิดปกติ

เวลาโจมตีน้ำหนักทั้งหมดจะพุ่งไปข้างหน้า

ในขณะที่ขาสองข้างที่ค่อนข้างเล็กกำลังเหยียบอยู่บนพื้นน้ำแข็ง

— โฮกกกก...

— ก... ก...

— ...

และในจังหวะนั้น คิมกิรยอก็เพิ่มแรงส่งไปที่ขาของมัน

ไม่ได้ตั้งใจนะ

ก็แค่ไถลไปแล้วปลายเท้ามันไปหยุดอยู่ตรงนั้นพอดี

หลังจากนั้นมันก็แค่เป็นไปตามหลักฟิสิกส์พื้นฐาน

ไม่ว่าจะระดับ A หรือระดับ B

ต่างก็ได้รับผลกระทบจากสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเท่ากันหมดนั่นแหละ

“อืม”

บังเอิญลื่นน้ำแข็ง

มอนสเตอร์เลยเหวี่ยงหมัดพลาดไป

แล้วพอมอนสเตอร์เสียหลัก ตนเองก็ดันไปเขี่ยให้มันพุ่งหล่นหน้าผาไปแบบสวยๆ

‘เอ่อ...’

กิรยามองลงไปในความมืดด้วยสีหน้าสับสน

ทันใดนั้น บางอย่างก็ผุดขึ้นมาตรงหน้าเขา

วูบ

วัตถุปริศนาที่ห่อหุ้มด้วยแสงจางๆ...

‘เดี๋ยวสิ นี่มันตายง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?’

มันคือรางวัลจากการปราบความสำเร็จบอส

เจ้ากรีดตายในทันที และเกตก็ได้ตัดสินให้คิมกิรยอเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมสูงสุดในการล่าครั้งนี้