อย่างไรก็ตาม ฉันไม่มีเวลาให้คิดทบทวนอีกแล้ว
เพราะในขณะนี้ สถานการณ์กำลังดำเนินไปอย่างชุลมุน
“อึก!”
เปรี๊ยะ!
เสาน้ำแข็งเย็นเยือกพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน
พวกลัทธิประหลาดใช้พลังน้ำแข็งเปลี่ยนภูมิประเทศของดันเจี้ยน และรุกไล่ฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ลดละ
ระดับการตื่นรู้ของสาวกเหล่านี้คือ A, C และ C ตามลำดับ
ในสถานการณ์ที่มีผู้ตื่นรู้ระดับเดียวกับฝ่ายตรงข้ามเพียงคนเดียว อันยุนซึงจึงต้องตกเป็นฝ่ายลำบากอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเขาไม่มีทักษะการโจมตีที่เหมาะสมเลยสักอย่าง...!
‘ระยะโจมตีมันต่างกันเกินไป!’
การใช้กระบองเพียงอันเดียวเพื่อต่อกรกับฮันเตอร์ที่ใช้ทักษะวงกว้างแบบนั้นนับเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง
‘อือออ’
คิมกิรยอจ้องมองอันยุนซึงที่กำลังต่อสู้ด้วยสายตากังวล พลางออกแรงที่ขา
แม้ในจังหวะนี้ เท้าที่ถูกแช่แข็งก็ยังไม่ยอมหลุดออกไปเสียที
“พะ...พี่กิรยอ! ช่วยผมหน่อย...?!”
อันยุนซึงที่กำลังถูกระดมโจมตีหันกลับมามองด้วยใบหน้าตื่นตระหนก
แต่กิรยอก็ไม่มีคำพูดใดจะมอบให้เขาเป็นพิเศษ
‘เฮ้อ จะให้คนระดับ F อย่างฉันทำอะไรได้ล่ะ’
ต่อให้ฉันเข้าไปสมทบก็คงไม่ช่วยอะไรอยู่ดี
กิรยอส่ายหัวไปมาเป็นเชิงบอกว่าอย่าคาดหวังอะไรที่มันเปล่าประโยชน์เลย
ทันใดนั้น อันยุนซึงก็ทำหน้าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก
‘หรือว่าเพราะเป้าหมายเป็นมนุษย์ พี่เขาเลยกะแรงลำบากจนขยับตัวไม่ได้กันนะ!’
ปกติแล้ว ยิ่งเป็นผู้ตื่นรู้ที่แข็งแกร่งมากเท่าไหร่ แค่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็อาจฆ่าคนตายได้ง่ายๆ
“ขะ...เข้าใจแล้วครับ! ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะลองจัดการเองดูก่อน...!”
อันยุนซึงดูเหมือนจะลนลานในตอนแรก แต่เขาก็พยายามตั้งสติและรับมือกับพวกลอบกัด
แต่เดี๋ยวก่อนนะ
พอมองดูดีๆ แม้จะเป็นการต่อสู้แบบ 3 ต่อ 1 แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น
ผัวะ!
ร่างของใครบางคนลอยละลิ่วไปข้างหลัง
มันคือการเข้าชาร์จของยุนซึง เขาเพียงแค่ตั้งโล่ให้ตรงแล้วพุ่งเข้าปะทะ แต่มันกลับมีอานุภาพที่ไม่อาจดูแคลนได้เลย
“อั่ก!”
โครม!
ผู้ตื่นรู้ระดับ C ของฝั่งวิหารนาชัลกระแทกเข้ากับกำแพงและสลบไปในทันที
ตอนนี้เหลือศัตรูอีกเพียง 2 คน
‘ทั้งที่ล้มหุ่นศิลาเวทมนตร์ไปตั้งเยอะขนาดนั้น... ทำไมเขายังดูปกติได้ขนาดนี้ล่ะ?’
พวกโจรขโมยบอสลอบกลืนน้ำลายเมื่อเห็นยุนซึงที่ยังคงอาละวาดได้อย่างกระปรี้กระเปร่า
ทุกอย่างอยู่นอกเหนือความคาดหมาย
โดยปกติแล้ว อาชญากรรมการขโมยบอสมักจะตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ว่าฝ่ายตรงข้ามต้องเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับมอนสเตอร์มาแล้ว
ตูม!
“อึก!”
ทว่าอันยุนซึงกลับอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เกินไป
ยิ่งได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์จากกิลด์ชั้นนำอย่างกิลด์นีโอซิสเตอร์เข้าไปอีก ต่อให้เป็นฮันเตอร์ระดับเดียวกันก็ยังรับมือได้ลำบากมาก
‘ช่วยไม่ได้แฮะ’
เหล่าสาวกลัทธิประหลาดสบตากันครู่หนึ่ง
ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากอกเสื้อ
‘ถุงอะไรน่ะ?’
ความสงสัยนั้นเกิดขึ้นเพียงครู่เดียว
“อึก!”
พวกเขาขว้างสิ่งของในมือเข้าใส่อันยุนซึง
ทันใดนั้น ผงที่ถูกห่อไว้ด้วยผ้าบางๆ ก็แตกกระจายออกและฟุ้งกระจายไปติดตามตัวของยุนซึง
‘ไอเทมที่ทำให้สลบงั้นเหรอ?’
ฉันแอบกังวลเพราะมันดูเป็นฉากที่คุ้นตา แต่โชคดีที่เอฟเฟกต์ของผงนั้นแตกต่างจากที่กิรยอคิดไว้มาก
ไม่สิ อันที่จริง
เป็นยาสลบยังจะดีเสียกว่า
“ให้ตายสิ งานเข้าแล้วไง”
ครืนนนนนน
กิรยอตั้งสมาธิไปที่เสียงลึกลับที่ดังแว่วมาจากทางเดินอีกฝั่ง
มันเหมือนเสียงของสัตว์สี่เท้าที่กำลังวิ่งหวดเต็มกำลัง...
— กี๊ซซซซซซซซซ!
เป็นไปตามคาด
ไม่นานนัก สัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องสีทองแห่งนี้
‘โกริลล่าเหรอ?’
หมัดสองข้างขนาดมหึมา
ช่วงบนที่กำยำล่ำสัน
กล้ามแขนของมันน่ากลัวเสียจนทำให้ช่วงล่างดูเล็กและลีบไปเลย
[กรีด]
[ระดับ : A]
บอสของดันเจี้ยนแห่งนี้วิ่งออกมาจากห้องของมันด้วยตัวเอง
นั่นหมายความว่า ตัวตนที่แท้จริงของผงที่พวกนั้นขว้างมาก็คือ...
“โฮก...”
“ยุนซึง! หนีเร็ว!”
สารล่อมอนสเตอร์!
กิรยอรู้ถึงจุดประสงค์ของพวกลอบกัดจึงตะโกนบอกยุนซึง
ทว่าการจะหนีโดยมีศัตรู 2 คนขวางหน้าอยู่นั้นมันทำได้ง่ายๆ ที่ไหนกัน?
“เดี๋ยวสิ อึก!”
ยุนซึงพยายามจะหนีแบบลนลาน แต่กลับถูกเวทน้ำแข็งพันธนาการขาไว้แทน
เปรี๊ยะ
ในช่วงเวลาที่เกล็ดน้ำแข็งสีขาวเริ่มปกคลุมร่างกาย
อสูรกายร่างยักษ์ที่กำลังคลุ้มคลั่งก็พุ่งเข้าหายุนซึง
“อ๊ากกก!”
อ้อ ใช่สิ แน่นอนว่ากรีดก็เป็นหุ่นศิลาเวทมนตร์ประเภทหนึ่ง
ปัญหาคือหุ่นศิลาเวทมนตร์ประเภทอินทรีย์ตัวนี้เป็นรุ่นค่อนข้างใหม่ การจะหาวิธีหยุดฉุกเฉินมันต้องใช้เวลา
‘บ้าจริง กะว่าจะพามาให้ก้าวข้ามปมในใจ แต่ดูทรงแล้วปมน่าจะหนักกว่าเดิมนะเนี่ย!’
กิรยอฝืนดึงขาออกโดยไม่สนว่าผิวหนังจะหลุดติดไปด้วยหรือไม่
ในที่สุดเท้าที่ถูกแช่แข็งก็หลุดออก แต่มันก็แทบไม่มีความหมายอะไรเลย
‘แย่แล้ว!’
อันยุนซึงที่ถูกบอสมอนสเตอร์โจมตีเพิ่งจะทรุดลงไปเมื่อครู่นี้เอง
“แค่น!”
โครม!
อันยุนซึงที่ถูกกระแทกเข้าอย่างจังดูท่าจะลุกขึ้นมาไม่ไหว
ทันทีที่กิรยอเห็นภาพนั้น เขาก็รีบกรอกสารขยายมานาที่พกติดตัวไว้เข้าปากทันที
ถึงแม้ตอนนี้คนระดับ F อย่างฉันจะออกโรงไปก็ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรได้ไหม
แต่อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องเลี่ยงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดให้ได้
“อะไรกัน หลุดออกมาจากน้ำแข็งได้แล้วเหรอ...!”
ในขณะที่นักเวทน้ำแข็งตะโกนออกมาด้วยความตกใจ
กิรยอก็ยื่นมือออกไปเปิดใช้งานสูตรเวทมนตร์ มันคือเวทวารีแบบพื้นฐาน
“อึก!”
ซ่าาาาาา!
สายน้ำแรงดันสูงสาดซัดลงบนศีรษะของอันยุนซึงที่นอนล้มอยู่
“ครืดดดดด?”
และเป็นไปตามคาด เมื่อผงที่เกาะตามตัวอันยุนซึงถูกล้างออกไป การเคลื่อนไหวของบอสก็ชะงักลงทันที
“ฟุดฟิด! ฟุดฟิด!”
ร่องรอยของอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ยั่วยุมันจู่ๆ ก็จางหายไป ทำให้มันตกอยู่ในอาการสับสนอย่างเลี่ยงไม่ได้
‘ผู้ตื่นรู้ธาตุน้ำงั้นเหรอ?’
อึก
พวกลัทธิประหลาดที่กลั้นหายใจเพื่อไม่ให้บอสสนใจลอบกลืนน้ำลาย
นึกว่าจะจัดการอันยุนซึงได้แล้วเชียว แต่ฮันเตอร์ที่นิ่งเฉยมาตลอดกลับลงมือเสียอย่างนั้น
‘ไอ้หมอนั่นมันระดับไหนกันแน่? สัมผัสมานาไม่ได้เลยสักนิด!’
ถ้าเป็นเวลาปกติ แค่เครื่องหอมล่อใจ (誘引香) เพียงชิ้นเดียวก็คงเกินพอแล้ว
แต่เพราะพวกนี้ดันกวาดล้างเกตไปจนเรียบภายในเวลาแค่ชั่วโมงเดียว มอนสเตอร์ที่ถูกล่อมาจึงมีจำนวนน้อยเกินไป
แถมอีกฝ่ายยังใช้ทักษะธาตุน้ำได้อีก
แบบนี้ต่อให้ขว้างผงออกไปกี่ครั้ง มันก็คงถูกล้างออกไปหมด...
“หึ... หนอย!”
แต่ในตอนนั้นเอง
— พรึ่บ!
ในขณะที่ฝั่งนี้กำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิด
สาวกระดับ C ที่ยืนข้างๆ ก็ขว้างผงใส่ศัตรูอีกรอบ
ใส่คิมกิรยอนั่นแหละ
นักเวทน้ำแข็งที่เห็นแบบนั้นก็ระเบิดอารมณ์โกรธออกมา เพราะของสิ่งนั้นราคาไม่ใช่เล่นๆ เลย!
“นี่คุณ! ขว้างไปเขาก็ล้างออกได้ทันทีอยู่ดี จะทำไปเพื่ออะไรกัน!”
“กะ... ก็... ก็มอนสเตอร์มันจ้องมาทางนี้ ผมเลยตกใจน่ะสิ!”
เจ้ากรีดพ่นลมหายใจฟึดฟัดพลางมองไปรอบๆ ก่อนจะล็อคเป้าหมายใหม่ในที่สุด
“ไม่สิ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...!”
แต่ผู้ชายคนนั้น
ทำไมคราวนี้เขาถึงไม่ล้างเครื่องหอมล่อใจออกล่ะ?
“...”
ฮันเตอร์ผมทองที่ถูกผงคลุมไปทั้งตัวจ้องมองบอสกลับไปด้วยสายตาเย็นชา
‘ไอ้ผงนั่นมีอีกชุดเหรอ...?’
ขอแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
คิมกิรยอใช้มานาของวันนี้ไปจนหมดเกลี้ยงกับการล้างตัวให้อันยุนซึงแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถสร้างน้ำได้อีก
“พี่... กิรยอ?”
เฮ้อ
เขาค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วทิ้งคำสั่งเสียไว้เพียงคำเดียว
“ยุนซึง แกฉวยโอกาสนี้รีบกินยาฟื้นฟูซะ”
“ครับ?”
ทันทีที่ประโยคนั้นจบลง กรีดที่คลุ้มคลั่งก็เริ่มอาละวาด
“วู้ว! วู้ว! วู้ว!”
โครม!
กิรยอรีบเว้นระยะห่างจากยุนซึงทันที ส่วนเจ้ากรีดก็เหวี่ยงหมัดไล่ตามเป้าหมายที่กำลังวิ่งหนีอย่างสุดกำลัง
ตึง!
ทุกครั้งที่หมัดของบอสปะทะ กำแพงทองคำที่สวยงามของดันเจี้ยนก็ถูกทำลายจนย่อยยับ
แต่ตอนนี้ทองจะมีค่าอะไรล่ะ? ในเมื่อชีวิตฉันกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย!
‘อ๊ากกกกกก!’
ตึง!
แต่ยังดีที่ร่างของกรีดนั้นใหญ่โตเกินไปจนทำให้ความเร็วค่อนข้างช้า
“อึก ให้ตายสิ ผมนี่มันแย่จริงๆ ถ้าพี่ไม่ช่วยก็ทำอะไรเองไม่ได้เลยสักอย่าง...”
ในระหว่างที่กิรยอกำลังล่อความสนใจของบอส ในที่สุดอันยุนซึงก็ฟื้นตัวเสร็จสิ้น
พวกลอบกัดตะโกนออกมาด้วยความตกตะลึง
“ทำไมไม่รีบล้างออกล่ะเนี่ย ไอ้บ้านั่น! หรือว่ามันคิดจะจัดการบอสด้วยตัวคนเดียวจริงๆ ?!”
ยุนซึงจึงสวนกลับไปว่า
“พวกคุณน่ะถือว่าดวงดีนะ รู้ไหมว่าตอนนี้ท่านกิรยอกำลังออมมือให้อยู่แค่ไหน?”
“อะไรนะ?”
“เขาอดทนอยู่เพราะกลัวว่าถ้าเผลอซัดคนเข้าจริงๆ พวกคุณจะตายน่ะสิ!”
เพราะฉะนั้นก่อนจะล้ำเส้นไปมากกว่านี้ ก็รีบเลิกซะจะดีกว่า
อันยุนซึงส่งสายตาเวทนาไปยังพวกลอบกัดตรงหน้า
ด้วยใบหน้าที่จริงจังและความเชื่อมั่นที่หนักแน่นของเขา ทำให้พวกหัวขโมยเริ่มสับสนขึ้นมาจริงๆ
‘ช่วยด้วยโว้ย!’
แน่นอนว่าทางฝั่งนี้สถานการณ์วุ่นวายกว่าทางนั้นเยอะ
‘ถ้าโดนเข้าไปแค่ทีเดียว มีหวังได้ไปเกิดใหม่แน่!’
ตึง! ตึง!
กิรยอยังคงเล่นไล่จับเสี่ยงตายต่อไป
ร่างกายของมนุษย์นั้นเล็กและคล่องแคล่ว
เจ้าลิงยักษ์มักจะมีปัญหาในการเปลี่ยนทิศทางเพราะน้ำหนักตัวของมันเอง ฉันเลยพอจะถูไถเอาตัวรอดมาได้
“แฮ่ก!”
ครืนนนนน...
แต่พอจับเหยื่อไม่ได้สักที บอสก็เริ่มจะหมดความอดทนแล้วล่ะมั้ง?
ในวินาทีนั้นเอง
เจ้ากรีดที่เป็นเจ้าของเกตก็ได้เปิดใช้งานทักษะเฉพาะตัว
‘นี่มันอะไรกัน’
ดันเจี้ยนฝั่งหนึ่งพังทลายลง และถูกแทนที่ด้วยเหวลึกที่ไร้ก้นบึ้ง
กิรยอหยุดฝีเท้าที่กำลังจะหนีลงทันที
เส้นทางถูกตัดขาด
ไม่รู้ว่าใช้หลักการอะไร แต่ดูเหมือนเจ้ากรีดจะมีความสามารถในการเปลี่ยนภูมิประเทศของเกตแห่งนี้
‘อึก’
ฟิ้ววววววว
เสียงลมที่พัดผ่านก้นเหวที่ลาดชันทำเอาขนลุกซู่
ไม่ต้องมองลงไปข้างล่างก็รู้สึกได้โดยสัญชาตญาณ
ถ้าตกลงไป ตายแน่
‘บ้าเอ๊ย’
กิรยอรีบหักหลบไปอีกทางโดยไม่ลังเล
“โฮกซซซซซซ!”
ทว่า ทุกครั้งที่เจ้ากรีดคำราม เหวแห่งความมืดมิดก็ยิ่งขยายวงกว้างออกไปอย่างไม่ปรานี
ทางหนีเริ่มลดน้อยลงทุกที
ฉันรู้สึกเหมือนนักรบที่ถูกต้อนให้จนมุมในโคลอสเซียมไม่มีผิด
‘อันยุนซึงแกทำอะไรอยู่เนี่ย! รีบจัดการพวกนั้นแล้วมาช่วยสิโว้ย!’
ทางออกเดียวคือทางเดินทิศเหนือที่ใช้ตอนเข้ามาในห้องนี้ แต่ทางนั้นก็ถูกพวกโจรขวางไว้ไม่ใช่หรือไง?
“— ไอซ์ฟิลด์!”
เคราะห์ซ้ำกรรมซัด
ตามมาด้วยเสียงร่ายเวทง่อยๆ จากทางเดิน
นักเวทน้ำแข็งสาดเวทมนตร์ไปทั่วเพื่อพันธนาการเท้าของอันยุนซึง
‘พื้นกลายเป็นน้ำแข็งไปหมดเลย!’
เส้นทางที่ลื่นปรื๊ดราวกับกระจก
หากเผลอล้มลงในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ล่ะก็...
‘คงได้กลายเป็นขนมปังแผ่นแน่ๆ’
ตึง!
จินตนาการอันน่าสยดสยองผุดขึ้นมาในหัว
มนุษย์ต่างดาวในคราบของคิมกิรยอกัดฟันวิ่งต่อไป
ทำไมฉันถึงซวยขนาดนี้กันนะ?
วันนี้ฉันก็แค่อยากจะมาหาเงินสักหน่อยเองแท้ๆ
“แฮ่ก... แฮ่ก!”
ทว่าน่าเสียดายที่หลังจากนั้น ความซวยของเขาก็พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดจนได้
‘ไอ้ห้องเฮงซวยนี่มัน...!’
ครืนนนน
ทางเดินถล่มลงอีกครั้งตามเสียงคำรามของเจ้ากรีด
การถล่มครั้งนี้รุนแรงถึงชีวิต
เพราะดันเจี้ยนทางทิศใต้หายวับไปในพริบตาโดยที่ฉันยังไม่ทันได้เปลี่ยนทิศทางหนีด้วยซ้ำ
“อา...”
เมื่อหันหลังกลับไป เจ้ากรีดก็ไล่ตามมาทันแล้ว
ฉันถูกต้อนจนมุมอย่างสมบูรณ์
กรีดเหวี่ยงเท้าหน้าที่ใหญ่ยักษ์เข้าใส่จุดที่กิรยอยืนอยู่
ทว่า เมื่อถึงคราวอับจนหนทาง ฟ้าก็มักจะเปิดช่องว่างให้เสมอ
‘ข้างล่างมันว่างนี่นา!’
ก่อนที่การโจมตีจะฟาดลงมา
กิรยอพุ่งตัวออกไปข้างหน้าเพื่อลอดผ่านใต้ร่างของมอนสเตอร์
เดิมทีฉันกะว่าจะวิ่งผ่านตัวมันไปแบบเนียนๆ
‘ฮ่าๆ! เจ้าลิงโง่เอ๊ย!’
ทว่าในตอนนั้นเอง
— พรืด
สัมผัสที่น่าหวาดเสียวพุ่งพล่านไปตามหลอดเลือดพร้อมกับเสียงที่ทำเอาใจหายแวบ
“เอ๊ะ”
ลืมไปเลยว่าตอนนี้ห้องมันแคบลงมากจนหาพื้นที่ไม่มีน้ำแข็งได้ยากยิ่ง
“...”
กิรยอหน้าถอดสี
เพราะมัวแต่รีบหนีจนลืมเช็กพื้นใต้เท้าตัวเอง
ผลก็คือเขาเหยียบเข้ากับทางน้ำแข็งที่ศัตรูทำไว้และลื่นไถลไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
‘เฮือก!’
แต่ทว่า
การล้มลงบนพื้นน้ำแข็งทำให้ท่าทางของเขาต่ำลง ซึ่งนั่นกลับทำให้เขาหลบการโจมตีของมอนสเตอร์ได้พ้นอย่างไม่คาดคิด
ฟิ้ววว
หมัดของมอนสเตอร์เฉียดผ่านปลายจมูกไปเพียงนิดเดียว
ถ้าไม่ได้เหยียบน้ำแข็งล่ะก็ หัวของเขาคงระเบิดกระจายไปแล้วแน่นอน
‘ฟู่ว’
นั่นคือช่วงเวลาที่เขารู้สึกเบาใจ
เท้าของกิรยอก็ไปกระแทกเข้ากับขาซ้ายของเจ้ากรีด
กร๊อบ!
การพุ่งชนมอนสเตอร์ระดับ A ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจากการลื่นไถล แน่นอนว่าข้อเท้าต้องหักเป็นธรรมดา
‘อึก! มีแต่ฉันที่เจ็บตัวเหรอเนี่ย อุบัติเหตุเฉี่ยวชนแค่นี้ คงไม่ระคายผิวหุ่นศิลานั่นหรอก...’
กิรยอที่กำลังคิดอะไรบางอย่างถึงกับหุบปากฉับทันที
“โฮกกกกกกก!”
เพราะหลังจากนั้น
ร่างยักษ์ของมอนสเตอร์ก็ถลันไปข้างหน้าและร่วงหล่นลงสู่ก้นเหวที่ไร้จุดสิ้นสุดไปต่อหน้าต่อตา
‘หือ?’
ลองมาสรุปสถานการณ์กันอีกครั้ง
เจ้ากรีดเป็นสัตว์ประหลาดที่มีร่างกายส่วนบนกำยำผิดปกติ
เวลาโจมตีน้ำหนักทั้งหมดจะพุ่งไปข้างหน้า
ในขณะที่ขาสองข้างที่ค่อนข้างเล็กกำลังเหยียบอยู่บนพื้นน้ำแข็ง
— โฮกกกก...
— ก... ก...
— ...
และในจังหวะนั้น คิมกิรยอก็เพิ่มแรงส่งไปที่ขาของมัน
ไม่ได้ตั้งใจนะ
ก็แค่ไถลไปแล้วปลายเท้ามันไปหยุดอยู่ตรงนั้นพอดี
หลังจากนั้นมันก็แค่เป็นไปตามหลักฟิสิกส์พื้นฐาน
ไม่ว่าจะระดับ A หรือระดับ B
ต่างก็ได้รับผลกระทบจากสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเท่ากันหมดนั่นแหละ
“อืม”
บังเอิญลื่นน้ำแข็ง
มอนสเตอร์เลยเหวี่ยงหมัดพลาดไป
แล้วพอมอนสเตอร์เสียหลัก ตนเองก็ดันไปเขี่ยให้มันพุ่งหล่นหน้าผาไปแบบสวยๆ
‘เอ่อ...’
กิรยามองลงไปในความมืดด้วยสีหน้าสับสน
ทันใดนั้น บางอย่างก็ผุดขึ้นมาตรงหน้าเขา
วูบ
วัตถุปริศนาที่ห่อหุ้มด้วยแสงจางๆ...
‘เดี๋ยวสิ นี่มันตายง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?’
มันคือรางวัลจากการปราบความสำเร็จบอส
เจ้ากรีดตายในทันที และเกตก็ได้ตัดสินให้คิมกิรยอเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมสูงสุดในการล่าครั้งนี้