Cover

93

‘นะ... นี่มันเกิดอะไรขึ้น...’

ที่นี่คือเกตระดับ B นั่นหมายความว่ากับดักก็ต้องถูกออกแบบมาให้ทำอันตรายผู้ตื่นรู้ในระดับเดียวกันได้ แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ

‘หรือว่า?’

ความเป็นไปได้ที่พอจะอนุมานได้มีเพียงอย่างเดียว

ฉันรีบกวาดตามองมือขวาของตัวเองตามสัญชาตญาณ

สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือแหวนสีเงินบนนิ้วชี้ที่กำลังเปล่งแสงเรืองรองออกมาจางๆ

[(เสริมแกร่ง) แหวนระดับกลาง]

[ระดับ : ทั่วไป]

[คำอธิบาย : แหวนที่สถิตด้วยพลังเวทแห่งการปกป้อง ช่วยลดความเสียหายเล็กน้อยเมื่อสวมใส่]

มันคือไอเทมชิ้นที่ กูซอฮยอง เป็นคน อินแชนต์ ให้กับมือนั่นเอง

‘เฮือก!’

พอได้สัมผัสประสิทธิภาพด้วยตัวเองแบบนี้ ถึงได้เข้าใจว่าทำไมใครๆ ถึงพากันกราบกรานสกิลของ อินแชนเตอร์ กันนัก

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแหวนแค่วงเดียวจะสามารถป้องกันการโจมตีอันรุนแรงเหล่านั้นได้ทั้งหมด

‘ถ้าไม่ใช่เพราะกูซอฮยอง ป่านนี้ร่างของฉันคงจะ...’

สั่น... สั่น...

ฉันปาดเหงื่อเย็นๆ ก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง

‘ตะ... ต่อไปจะไม่ลืมพกอุปกรณ์เวทอีกแล้วครับ!’

และในจังหวะที่ฉันกำลังสัญญากับตัวเองอยู่นั้น การกวาดล้างมอนสเตอร์ก็จบลงพอดี

“กี๊ซซซซ!”

ผัวะ!

ทันทีที่จัดการเศษซากสุดท้ายของสัตว์ประหลาดได้ พวกฮันเตอร์ระดับ A ก็รีบวิ่งตรงดิ่งเข้ามา

ก็แน่ละ สมาชิกกิลด์คนอื่นๆ ต่างนอนกองระเนระนาดกันอยู่ที่พื้น จะไม่ให้ตกใจได้ยังไงไหว

“อะ ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ! พวกเราจัดการสัตว์อสูรได้ไม่เร็วพอ เลยทำให้คุณ นักประเมิน ต้องพลอยโดนลูกหลง...”

ฮันเตอร์ระดับ A ที่ถือหน้าไม้ก้มหัวขอโทษด้วยสีหน้ารู้สึกผิด

อันที่จริงมอนสเตอร์มันตายก่อนที่จะทำอันตรายพวกเราด้วยซ้ำ ไม่เห็นจำเป็นต้องขอโทษขนาดนี้เลยนี่นา

“ไม่เป็นไรครับ”

เจอแบบนี้เข้าชักจะเริ่มระแวงขึ้นมาตงิดๆ แล้วแฮะ

ขนาดเธอที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกยังรู้สึกผิดขนาดนี้ ไอ้คนจิตใจอ่อนไหวอย่าง อันยุนซึง มิต้องโขกหัวลงกับพื้นดินเลยเรอะ

‘หืม?’

แต่ทว่า... ผิดคาดแฮะ โชคดีที่เรื่องที่กังวลไม่ได้เกิดขึ้น

“พี่ชายครับ...!”

ระดับ A คนนั้นเดินเข้ามาหาฉัน แต่กลับเอ่ยปากด้วยท่าทีที่เหนือความคาดหมาย และด้วยคำพูดที่ฉันคิดไม่ถึง

“สมกับเป็นพี่ชายจริงๆ ไม่นึกเลยว่าพี่จะยอมทิ้งตัวเพื่อปกป้องเหล่าฮันเตอร์ระดับ C แบบนี้!”

ยุนซึงพูดพลางส่งสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเคารพเทิดทูนมาให้ฉัน

---

อันที่จริงแล้ว อันยุนซึง แห่ง นีโอซิสเตอร์ รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างบอกไม่ถูกนับตั้งแต่วินาทีที่ได้ยินข่าวเรื่อง ปรากฏการณ์กลายพันธุ์ผิดปกติ

จำนวนฮันเตอร์ระดับ A ที่ระดมพลมาฉุกเฉินมีเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น

แถมในเวลาที่เร่งด่วนแบบนี้ ยังเกิดเรื่องขัดแย้งกับเหล่า นักประเมิน ของกิลด์อีก

-จะให้ระดับ D เข้าไปในเกตระดับ B เนี่ยนะครับ?

-ฉันไม่ไปเด็ดขาด!

-นี่มันละเมิดสิทธิมนุษยชนชัดๆ

ต่อให้สัญญาว่าจะหาไอเทมมาประโคมใส่ให้

ต่อให้รับปากว่าระดับ A จะคุ้มครองอย่างดีที่สุด

แต่สุดท้าย นักประเมิน ของกิลด์ก็ยังยืนกรานปฏิเสธที่จะเข้าเกต

ไม่ว่าเป็นคำสั่งของบริษัท แต่พวกเขาก็ยืนยันว่าไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงขนาดนั้นได้

‘เรื่องใหญ่แล้วสิ’

แน่นอนว่าทางฝั่ง นีโอซิสเตอร์ เองก็ไม่ได้ยอมถอยง่ายๆ แต่ยิ่งการเจรจายืดเยื้อ อัตราการรอดชีวิตของฮันเตอร์ที่ติดอยู่ข้างในก็ยิ่งลดน้อยลง

ดังนั้น อันยุนซึง จึงจำใจต้องลงมือเอง

เพราะอย่างน้อยเขาก็พอจะมีคนรู้จักที่เป็น นักประเมิน อยู่สักคน

“ฮะ... ฮัลโหล? พี่กิรยอเหรอครับ?”

คิมกิรยอ คือคนที่เหมาะสมกับงานนี้ที่สุด

ในบรรดา นักประเมิน ที่เขารู้จัก ชายคนนี้มีความสามารถโดดเด่นที่สุด แถมฝีมือในฐานะ ฮันเตอร์ ก็ไร้ที่ติไม่ใช่หรือ?

“พี่ครับ ขอโทษนะครับแต่ช่วยฟังคำขอของผมสักอย่างได้ไหมครับ? ได้โปรดช่วยด้วยเถอะครับ!”

มิหนำซ้ำ ผู้ตื่นรู้ คนนี้ยังมีอุปนิสัยที่สมบูรณ์แบบอีกต่างหาก

-เข้าใจแล้ว

จะมี ฮันเตอร์ สักกี่คนในโลกที่ยอมมาช่วยคนหลงทางของกิลด์อื่นอย่างเต็มใจแบบนี้

แต่ก็นั่นแหละ สมกับที่เป็น คิมกิรยอ ผู้มีจิตใจกว้างขวาง เขารับปากช่วยเหลือทันที เรื่องนี้เป็นไปตามที่คาดไว้

แต่ทว่า ในการรับความช่วยเหลือครั้งนี้มีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่ง

“บอกไว้ก่อนนะ ฉันจะใช้แค่สกิลประเมินแล้วก็ไปนะ”

คิมกิรยอ ย้ำเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนคุยโทรศัพท์

เขาบอกว่าเจตนาของเขาคือการมาช่วยเปิดทางให้เท่านั้น

แน่นอนว่าทางนี้ก็เรียกเขามาด้วยเจตนานั้นตั้งแต่แรก จึงยอมรับเงื่อนไขได้อยู่แล้ว แต่ทว่า...

‘อ๋อ!’

ยุนซึงเพิ่งจะเข้าใจเจตนาที่แท้จริงของอีกฝ่ายหลังจากได้ยินประโยคถัดมา

“นายจำได้ใช่ไหมว่าฉันเป็นระดับ F?”

“อะ ครับ”

“แล้วถ้าเกิดมอนสเตอร์มันพุ่งมาทางฉันล่ะก็... สถานการณ์จะเป็นยังไง?”

สำหรับคนคนนี้ มอนสเตอร์ในเกตกระจอกๆ แบบนี้คงฆ่าได้ง่ายเหมือนบี้แมลงวัน

แต่ถ้าให้คนอื่นในกิลด์ นีโอซิสเตอร์ มาเห็นฉากนั้นเข้า สถานการณ์คงจะดูแปลกพิลึก

‘ความแตกเรื่องปลอมแปลงระดับแน่...!’

นั่นหมายความว่า คำพูดของอีกฝ่ายสามารถตีความได้แบบนี้

-ภายนอกฉันเป็นแค่ระดับ F เพราะงั้นต่อหน้าสายตาคนอื่น ฉันจะใช้พลังไม่ได้

-เพราะฉะนั้น อย่าให้มอนสเตอร์เข้าใกล้ฉันเด็ดขาด!

วินาทีนั้น ยุนซึงสาบานกับตัวเองอย่างแน่วแน่ว่าจะทุ่มสุดตัวเพื่อปกป้องความลับของกิรยอ

เป็นการเข้าใจผิดที่กู่ไม่กลับเลยทีเดียว

‘ไม่ต้องห่วงครับพี่!’

ถึงความเข้าใจจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ผลลัพธ์ที่ทั้งสองฝ่ายต้องการก็ยังตรงกัน

เพราะยังไงซะ กิรยอก็ไม่อยากโดนมอนสเตอร์โจมตี และทางนี้เองก็ตั้งใจจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอยู่แล้ว...

.

.

.

สรุปสั้นๆ เลยก็คือ

ยุนซึงรักษาสัญญาได้อย่างยอดเยี่ยม

แม้แต่ตอนที่ไอ้สัตว์ประหลาดหน้าตาน่าเกลียดเหมือนตะขาบนรก จู่ๆ ก็แยกร่างเป็น 8 ส่วน เขาก็ไม่ตื่นตระหนกและกำจัดมันได้อย่างรวดเร็ว

[โล่แห่งการปกป้อง]

ยุนซึงใช้สกิลตื่นรู้กางม่านพลังทรงกลมขึ้นภายในดันเจี้ยน

เขาสร้างเกราะป้องกันขนาดใหญ่โดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง เพื่อขังมอนสเตอร์เอาไว้ข้างในแทน

‘พี่เขาบอกว่าทำแบบนี้จะใช้แทนเขตอาคมชั่วคราวได้’

การพลิกแพลงใช้เกราะป้องกันกลับด้านเพื่อใช้ในการโจมตีเชิงรุก!

นี่เป็นเทคนิคประยุกต์ใช้สกิลสายป้องกันที่ ฮันเตอร์ นามว่า คิมกิรยอ เป็นคนสอนให้โดยตรง

เดี๋ยวนี้แค่ใช้สกิลเดียวยังต้องทึ่งในความยอดเยี่ยมของระดับ F คนนั้นทุกครั้งไป

“โอ้! ยุนซึง เยี่ยมมาก!”

“รุ่นพี่ครับ! รีบจัดการทางขวาก่อนเลยครับ!”

แต่จะมัวมาชื่นชมอยู่ไม่ได้ ยุนซึงรีบกำจัดชิ้นส่วนของสัตว์ประหลาดที่ขังไว้ด้วยสกิล

ผัวะ!

ทุบเปลือกแข็งๆ ของมัน ทุบ แล้วก็ทุบ...

“เอ๊ะ?”

แต่ตอนนั้นเอง

ยุนซึงเกิดความสงสัยแวบหนึ่งเมื่อเห็นภาพที่อยู่นอกเกราะป้องกัน

‘ทำไมพี่กิรยอถึงวิ่งอยู่ล่ะ?’

ตึก ตึก ตึก

ไอ้พวกระดับ C คนอื่นน่ะไม่เท่าไหร่ คงตกใจมอนสเตอร์จนวิ่งพล่านกันไปเอง แต่...

การที่ คิมกิรยอ วิ่งหนีนี่สิ เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงจริงๆ

ฮันเตอร์ ผู้เยือกเย็นคนนั้นปกติแทบจะไม่เคยตื่นตระหนก และยอดฝีมือผู้สูงส่งอย่างเขาไม่มีทางวิ่งหนีมอนสเตอร์ระดับกากๆ ในเกตระดับ B แน่

‘ทำไมกัน?’

ถ้าอย่างนั้น ทำไมตอนนี้กิรยอถึงต้องขยับตัววุ่นวายขนาดนั้นด้วย?

ไม่นานนัก ยุนซึงก็ได้คำตอบ

“เดี๋ยว!”

“อึก!”

“อั่ก!”

เหตุการณ์เล็กๆ เริ่มต้นขึ้นเมื่อพวกระดับ C ที่วิ่งนำหน้าล้มลงระเนระนาด

‘เอ๊ะ?’

ยุนซึงที่อยู่ในเกราะป้องกันยังไม่ทันเข้าใจว่าทำไมจู่ๆ สมาชิกกิลด์ข้างนอกถึงล้มลง...

ชั่วพริบตานั้น บางอย่างก็ร่วงกราวลงมาจากเพดาน

กับดักฝนคมมีดทำงานเพราะพวกนั้นดันไปเหยียบสวิตช์เข้า

‘เฮ้ย!’

ต่อให้เป็น ฮันเตอร์ ระดับ A ก็ยากที่จะรับมือกับเหตุการณ์กะทันหันแบบนี้

ยุนซึงพยายามจะใช้สกิลบัฟอย่างเร่งด่วน แต่ติดที่การเตรียมร่ายเวททำให้ไม่ทันเวลา

-ติ๊ก!

แต่ไม่เป็นไร

เพราะข้างนอกเกราะป้องกันนั้น มีบุคคลผู้คาดการณ์เหตุการณ์ทั้งหมดไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว

“อ๊ากกก!”

ในจังหวะที่สมาชิกกิลด์ที่ล้มลงกำลังจะกรีดร้อง

คิมกิรยอ ก็ทำท่าล้มลงไปพร้อมกับพวกเขา แล้วใช้ร่างของตัวเองบังคนเหล่านั้นเอาไว้

ใช้ร่างกายต่างโล่รับคมมีดทั้งหมดเอาไว้เอง

-ติ๊ก, ติ้ก!

ถ้า คิมกิรยอ ไม่จงใจล้มลงเป็นคนสุดท้าย สภาพของพวกระดับ C ที่อยู่ข้างใต้จะเป็นยังไงบ้างนะ?

‘ตัดสินใจได้รวดเร็วขนาดนี้ในสถานการณ์ชุลมุนเนี่ยนะ?’

ยุนซึงอุทานออกมาด้วยความทึ่ง

ตอนนี้เขาเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว

พอพวกฮันเตอร์ระดับ C สติแตกจนคุมไม่อยู่ คิมกิรยอ ก็คงสันนิษฐานไว้แล้วว่าพวกนั้นจะต้องไปเหยียบกับดักแน่ๆ เลยวิ่งตามไป

‘เผื่อฉุกเฉินจะได้ปกป้องได้ทันท่วงทีสินะ!’

น่าประทับใจจริงๆ

การที่ไม่ได้รับบาดแผลแม้แต่น้อยจากกับดักเกตระดับ B อาจทำให้คนสงสัยได้ แต่เขาก็ยอมเสี่ยงเพื่อเลือกที่จะปกป้องผู้อ่อนแอ

‘ว้าว พี่กิรยอนี่... ทำไมถึงเป็นคนดีได้ขนาดนี้นะ...’

นี่มันสัญลักษณ์แห่งความเสียสละชัดๆ

ความเคารพเทิดทูนที่ยุนซึงมีต่อฮันเตอร์ผู้นี้ทวีคูณขึ้นทุกวัน

เขาจึงเผลอหลุดปากพูดสิ่งที่คิดในใจออกมา

“สมกับเป็นพี่ชายจริงๆ ไม่นึกเลยว่าพี่จะยอมทิ้งตัวเพื่อปกป้องเหล่าฮันเตอร์ระดับ C แบบนี้!”

ยุนซึงพูดยกย่องด้วยน้ำเสียงตื้นตัน

“เอ่อ... อะ... งั้นเหรอ?”

พอเขาพูดด้วยสีหน้ามั่นใจขนาดนั้น ฮันเตอร์ระดับ A อีกคนที่อยู่ด้วยกันก็เริ่มคล้อยตามไปด้วย

“เอ่อ... ฉันคงดูสถานการณ์ผิดไปสินะคะ ที่จริงแล้วคุณช่วยปกป้องสมาชิกกิลด์ของเราไว้นี่เอง?”

เอียงคอ

ระดับ A ที่ถือหน้าไม้ทำหน้างงๆ แต่ก็กล่าวขอบคุณในที่สุด

สุดท้ายเธอก็เชื่อว่ากิรยอปกป้องคนของบริษัทจริงๆ

“ขอบคุณนะคะ”

“รอดมาได้เพราะพี่แท้ๆ เลยครับ!”

ภาพที่น่าขันของระดับ A สองคนกำลังก้มหัวให้ ผู้ตื่นรู้ ระดับล่างสุด

แต่ทว่าผู้รับคำขอบคุณกลับมีท่าทีเฉยเมย เขาเพียงแค่ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าเงียบๆ โดยไม่ตอบอะไร

‘ช่างเป็นคนที่ยิ่งใหญ่จริงๆ’

บรรยากาศที่ดูเหมือนเรื่องแค่นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

ยุนซึงเห็นปฏิกิริยาของกิรยอแล้วก็ยิ่งมั่นใจ

เขาคือยอดฝีมือคนละชั้นที่ไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยสักนิดแม้จะมีระดับ A มาก้มหัวอยู่แทบเท้า

‘เอ่อ เจ้าพวกชาวโลกนี่พูดบ้าอะไรกันเนี่ย’

แน่นอนว่าทางนี้เงียบเพราะเหตุผลคนละเรื่องเลย

‘ไอ้เรายิ่งเพิ่งรอดตายมาหมาดๆ สติสตางค์ก็ไม่ค่อยจะมี...’

แต่จะทำไงได้

น้ำลึกหยั่งได้ แต่น้ำใจคนยากแท้หยั่งถึงจริงๆ นั่นแหละ

---

และแล้วพวกเขาก็ช่วยคนหลงทางและออกมาจากเกตได้อย่างปลอดภัย

พูดให้ถูกก็คือ ล้มบอสแล้วเปิดทางออกอย่างเป็นทางการนั่นเอง

“ฮือออ!”

“ข้างนอกล่ะ!”

“ตอนเห็นฮันเตอร์อันยุนซึงข้างใน ผมโล่งใจแทบบ้า...!”

พวกระดับ C ที่เคยติดอยู่ข้างในพอได้กลับมาสู่เขตปลอดภัยก็ระเบิดความอัดอั้นออกมาทันที

เพิ่งรอดความตายมาหมาดๆ จะเป็นแบบนี้ก็ไม่แปลก กิรยอพยักหน้าอย่างเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาเป็นอย่างดี

“เอ่อ คุณฮันเตอร์ครับ?”

แต่ทว่า...

ในขณะที่พวกระดับ C ตัวเปียกปอนกำลังเริ่มห่มผ้าห่ม ใครบางคนก็ค่อยๆ เดินเลียบๆ เคียงๆ เข้ามาทางมุมนี้

ผู้รับผิดชอบที่บัญชาการการพิชิต เกตกลายพันธุ์ หัวหน้าทีมคิมแห่ง นีโอซิสเตอร์ นั่นเอง

“เห็นว่าชื่อคุณคิมกิรยอใช่ไหมครับ?”

“ครับ”

ดูเหมือนเขาจะภูมิใจที่ช่วยลูกน้องออกมาได้ สีหน้าเลยดูสดใสขึ้นมากตอนเข้ามาทักทาย

“ขอบคุณจริงๆ นะครับที่ตอบรับคำขอความช่วยเหลืออย่างกะทันหันในวันนี้”

ตอนแรกก็เป็นการทักทายตามมารยาท แต่ไม่นานหัวหน้าทีมคิมก็เริ่มลองหยั่งเชิงกิรยอ

“ว่าแต่ได้ยินมาว่า คุณกิรยอเป็น ฮันเตอร์อิสระ เต็มตัวเลยสินะครับ...?”

แต่ไม่มีคำตอบกลับมา

ไม่ใช่เพราะไม่อยากเข้าสังกัดบริษัท แต่เพราะตอนนี้ในหัวของเขากำลังยุ่งเหยิงสุดๆ ต่างหาก

‘บ้าเอ๊ย’

กิรยอจมอยู่ในห้วงความคิดจนเผลอเมินคำพูดของหัวหน้าทีมไปโดยปริยาย

‘ไม่ได้การละ’

เรื่องที่เขากังวลส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับฮันเตอร์คนหนึ่งนั่นแหละ

‘ปล่อยให้อันยุนซึงเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว...!’

เขารู้สึกว่าความเคารพเทิดทูนของยุนซึงเริ่มจะอาการหนักเกินไปแล้ว

ไอ้มุมมองที่บิดเบี้ยวจนเห็นเขาเป็นยอดมนุษย์อะไรเทือกนั้น ถ้าไปอยู่ในพื้นที่อันตรายอย่างเกต เดี๋ยวก็ได้เกิดอุบัติเหตุเข้าสักวันไม่ใช่รึไง

‘ทำไมต้องประเมินฉันไว้สูงส่งขนาดนั้นด้วยฟะ!’

กิรยอจับขาที่สั่นพั่บๆ ของตัวเองพลางตั้งมั่นในใจ

ต้องแก้ไขความเข้าใจผิดนี้ซะ

ฉันจะอธิบายให้ชัดเจนทุกๆ 3 ชั่วโมงเลยว่าฉันเป็นแค่ระดับ F ยาจกที่ไม่มีอะไรดีสักอย่าง

“พี่ชายครับ!”

แต่ทว่า กิรยอก็ต้องลืมปณิธานนั้นไปจนหมดสิ้นเพราะการกระทำถัดมาของอันยุนซึง

“เอ่อ นี่ครับ...”

“หือ?”

“หินมานา ที่ดรอปจากบอสมอนสเตอร์เมื่อกี้นี้ครับ”

ครู่ต่อมา

อันยุนซึงอาศัยจังหวะที่คนอื่นไม่ทันสังเกต แอบยื่นบางอย่างให้กิรยอ

หินมานา ทรงรีที่เปล่งแสงสีชมพูงดงาม

นี่มันเพชรชมพูแห่งวงการ หินมานา ที่แม้แต่นักสะสมยังตีมูลค่าไว้สูงลิบลิ่วไม่ใช่เรอะ!

“นายให้ฉันทำไม?”

กิรยอกำ หินมานา ไว้ในมือด้วยสีหน้าตกใจ ก่อนที่ยุนซึงจะอธิบาย

“เห็นว่าเวลาเข้า เกต พี่มักจะคอยเก็บรวบรวม หินมานา ตลอด เผื่อพี่จำเป็นต้องใช้ ผมเลยแยกเก็บไว้ให้ต่างหากครับ”

“จริงดิ?”

“ของแบบนี้ถึงผมเก็บไว้ ก็คงเอาไปแลกเป็นเงินเฉยๆ ใช่ไหมล่ะครับ?”

“อะ... เอ๋...?”

“แต่ถ้าไปอยู่กับคนอย่างพี่ชาย มันต้องถูกนำไปใช้ในทางที่มีความหมายและยอดเยี่ยมกว่าแน่นอน...!”

อันยุนซึงถามย้ำด้วยดวงตาที่เป็นประกายวิบวับ

“ใช่ไหมครับ?”

เมื่อได้ยินดังนั้น กิรยอก็หลับตาลงแน่น ใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาประโยคหนึ่ง

“ดีใจนะ ที่อย่างน้อยก็นายก็เข้าใจเจตนารมณ์ของฉัน”

“กะแล้วเชียว!”

เอาวะ เป็นคนยิ่งใหญ่สักหน่อยก็ได้...

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

93

20px

‘นะ... นี่มันเกิดอะไรขึ้น...’

ที่นี่คือเกตระดับ B นั่นหมายความว่ากับดักก็ต้องถูกออกแบบมาให้ทำอันตรายผู้ตื่นรู้ในระดับเดียวกันได้ แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ

‘หรือว่า?’

ความเป็นไปได้ที่พอจะอนุมานได้มีเพียงอย่างเดียว

ฉันรีบกวาดตามองมือขวาของตัวเองตามสัญชาตญาณ

สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือแหวนสีเงินบนนิ้วชี้ที่กำลังเปล่งแสงเรืองรองออกมาจางๆ

[(เสริมแกร่ง) แหวนระดับกลาง]

[ระดับ : ทั่วไป]

[คำอธิบาย : แหวนที่สถิตด้วยพลังเวทแห่งการปกป้อง ช่วยลดความเสียหายเล็กน้อยเมื่อสวมใส่]

มันคือไอเทมชิ้นที่ กูซอฮยอง เป็นคน อินแชนต์ ให้กับมือนั่นเอง

‘เฮือก!’

พอได้สัมผัสประสิทธิภาพด้วยตัวเองแบบนี้ ถึงได้เข้าใจว่าทำไมใครๆ ถึงพากันกราบกรานสกิลของ อินแชนเตอร์ กันนัก

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแหวนแค่วงเดียวจะสามารถป้องกันการโจมตีอันรุนแรงเหล่านั้นได้ทั้งหมด

‘ถ้าไม่ใช่เพราะกูซอฮยอง ป่านนี้ร่างของฉันคงจะ...’

สั่น... สั่น...

ฉันปาดเหงื่อเย็นๆ ก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง

‘ตะ... ต่อไปจะไม่ลืมพกอุปกรณ์เวทอีกแล้วครับ!’

และในจังหวะที่ฉันกำลังสัญญากับตัวเองอยู่นั้น การกวาดล้างมอนสเตอร์ก็จบลงพอดี

“กี๊ซซซซ!”

ผัวะ!

ทันทีที่จัดการเศษซากสุดท้ายของสัตว์ประหลาดได้ พวกฮันเตอร์ระดับ A ก็รีบวิ่งตรงดิ่งเข้ามา

ก็แน่ละ สมาชิกกิลด์คนอื่นๆ ต่างนอนกองระเนระนาดกันอยู่ที่พื้น จะไม่ให้ตกใจได้ยังไงไหว

“อะ ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ! พวกเราจัดการสัตว์อสูรได้ไม่เร็วพอ เลยทำให้คุณ นักประเมิน ต้องพลอยโดนลูกหลง...”

ฮันเตอร์ระดับ A ที่ถือหน้าไม้ก้มหัวขอโทษด้วยสีหน้ารู้สึกผิด

อันที่จริงมอนสเตอร์มันตายก่อนที่จะทำอันตรายพวกเราด้วยซ้ำ ไม่เห็นจำเป็นต้องขอโทษขนาดนี้เลยนี่นา

“ไม่เป็นไรครับ”

เจอแบบนี้เข้าชักจะเริ่มระแวงขึ้นมาตงิดๆ แล้วแฮะ

ขนาดเธอที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกยังรู้สึกผิดขนาดนี้ ไอ้คนจิตใจอ่อนไหวอย่าง อันยุนซึง มิต้องโขกหัวลงกับพื้นดินเลยเรอะ

‘หืม?’

แต่ทว่า... ผิดคาดแฮะ โชคดีที่เรื่องที่กังวลไม่ได้เกิดขึ้น

“พี่ชายครับ...!”

ระดับ A คนนั้นเดินเข้ามาหาฉัน แต่กลับเอ่ยปากด้วยท่าทีที่เหนือความคาดหมาย และด้วยคำพูดที่ฉันคิดไม่ถึง

“สมกับเป็นพี่ชายจริงๆ ไม่นึกเลยว่าพี่จะยอมทิ้งตัวเพื่อปกป้องเหล่าฮันเตอร์ระดับ C แบบนี้!”

ยุนซึงพูดพลางส่งสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเคารพเทิดทูนมาให้ฉัน

---

อันที่จริงแล้ว อันยุนซึง แห่ง นีโอซิสเตอร์ รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างบอกไม่ถูกนับตั้งแต่วินาทีที่ได้ยินข่าวเรื่อง ปรากฏการณ์กลายพันธุ์ผิดปกติ

จำนวนฮันเตอร์ระดับ A ที่ระดมพลมาฉุกเฉินมีเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น

แถมในเวลาที่เร่งด่วนแบบนี้ ยังเกิดเรื่องขัดแย้งกับเหล่า นักประเมิน ของกิลด์อีก

-จะให้ระดับ D เข้าไปในเกตระดับ B เนี่ยนะครับ?

-ฉันไม่ไปเด็ดขาด!

-นี่มันละเมิดสิทธิมนุษยชนชัดๆ

ต่อให้สัญญาว่าจะหาไอเทมมาประโคมใส่ให้

ต่อให้รับปากว่าระดับ A จะคุ้มครองอย่างดีที่สุด

แต่สุดท้าย นักประเมิน ของกิลด์ก็ยังยืนกรานปฏิเสธที่จะเข้าเกต

ไม่ว่าเป็นคำสั่งของบริษัท แต่พวกเขาก็ยืนยันว่าไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงขนาดนั้นได้

‘เรื่องใหญ่แล้วสิ’

แน่นอนว่าทางฝั่ง นีโอซิสเตอร์ เองก็ไม่ได้ยอมถอยง่ายๆ แต่ยิ่งการเจรจายืดเยื้อ อัตราการรอดชีวิตของฮันเตอร์ที่ติดอยู่ข้างในก็ยิ่งลดน้อยลง

ดังนั้น อันยุนซึง จึงจำใจต้องลงมือเอง

เพราะอย่างน้อยเขาก็พอจะมีคนรู้จักที่เป็น นักประเมิน อยู่สักคน

“ฮะ... ฮัลโหล? พี่กิรยอเหรอครับ?”

คิมกิรยอ คือคนที่เหมาะสมกับงานนี้ที่สุด

ในบรรดา นักประเมิน ที่เขารู้จัก ชายคนนี้มีความสามารถโดดเด่นที่สุด แถมฝีมือในฐานะ ฮันเตอร์ ก็ไร้ที่ติไม่ใช่หรือ?

“พี่ครับ ขอโทษนะครับแต่ช่วยฟังคำขอของผมสักอย่างได้ไหมครับ? ได้โปรดช่วยด้วยเถอะครับ!”

มิหนำซ้ำ ผู้ตื่นรู้ คนนี้ยังมีอุปนิสัยที่สมบูรณ์แบบอีกต่างหาก

-เข้าใจแล้ว

จะมี ฮันเตอร์ สักกี่คนในโลกที่ยอมมาช่วยคนหลงทางของกิลด์อื่นอย่างเต็มใจแบบนี้

แต่ก็นั่นแหละ สมกับที่เป็น คิมกิรยอ ผู้มีจิตใจกว้างขวาง เขารับปากช่วยเหลือทันที เรื่องนี้เป็นไปตามที่คาดไว้

แต่ทว่า ในการรับความช่วยเหลือครั้งนี้มีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่ง

“บอกไว้ก่อนนะ ฉันจะใช้แค่สกิลประเมินแล้วก็ไปนะ”

คิมกิรยอ ย้ำเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนคุยโทรศัพท์

เขาบอกว่าเจตนาของเขาคือการมาช่วยเปิดทางให้เท่านั้น

แน่นอนว่าทางนี้ก็เรียกเขามาด้วยเจตนานั้นตั้งแต่แรก จึงยอมรับเงื่อนไขได้อยู่แล้ว แต่ทว่า...

‘อ๋อ!’

ยุนซึงเพิ่งจะเข้าใจเจตนาที่แท้จริงของอีกฝ่ายหลังจากได้ยินประโยคถัดมา

“นายจำได้ใช่ไหมว่าฉันเป็นระดับ F?”

“อะ ครับ”

“แล้วถ้าเกิดมอนสเตอร์มันพุ่งมาทางฉันล่ะก็... สถานการณ์จะเป็นยังไง?”

สำหรับคนคนนี้ มอนสเตอร์ในเกตกระจอกๆ แบบนี้คงฆ่าได้ง่ายเหมือนบี้แมลงวัน

แต่ถ้าให้คนอื่นในกิลด์ นีโอซิสเตอร์ มาเห็นฉากนั้นเข้า สถานการณ์คงจะดูแปลกพิลึก

‘ความแตกเรื่องปลอมแปลงระดับแน่...!’

นั่นหมายความว่า คำพูดของอีกฝ่ายสามารถตีความได้แบบนี้

-ภายนอกฉันเป็นแค่ระดับ F เพราะงั้นต่อหน้าสายตาคนอื่น ฉันจะใช้พลังไม่ได้

-เพราะฉะนั้น อย่าให้มอนสเตอร์เข้าใกล้ฉันเด็ดขาด!

วินาทีนั้น ยุนซึงสาบานกับตัวเองอย่างแน่วแน่ว่าจะทุ่มสุดตัวเพื่อปกป้องความลับของกิรยอ

เป็นการเข้าใจผิดที่กู่ไม่กลับเลยทีเดียว

‘ไม่ต้องห่วงครับพี่!’

ถึงความเข้าใจจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ผลลัพธ์ที่ทั้งสองฝ่ายต้องการก็ยังตรงกัน

เพราะยังไงซะ กิรยอก็ไม่อยากโดนมอนสเตอร์โจมตี และทางนี้เองก็ตั้งใจจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอยู่แล้ว...

.

.

.

สรุปสั้นๆ เลยก็คือ

ยุนซึงรักษาสัญญาได้อย่างยอดเยี่ยม

แม้แต่ตอนที่ไอ้สัตว์ประหลาดหน้าตาน่าเกลียดเหมือนตะขาบนรก จู่ๆ ก็แยกร่างเป็น 8 ส่วน เขาก็ไม่ตื่นตระหนกและกำจัดมันได้อย่างรวดเร็ว

[โล่แห่งการปกป้อง]

ยุนซึงใช้สกิลตื่นรู้กางม่านพลังทรงกลมขึ้นภายในดันเจี้ยน

เขาสร้างเกราะป้องกันขนาดใหญ่โดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง เพื่อขังมอนสเตอร์เอาไว้ข้างในแทน

‘พี่เขาบอกว่าทำแบบนี้จะใช้แทนเขตอาคมชั่วคราวได้’

การพลิกแพลงใช้เกราะป้องกันกลับด้านเพื่อใช้ในการโจมตีเชิงรุก!

นี่เป็นเทคนิคประยุกต์ใช้สกิลสายป้องกันที่ ฮันเตอร์ นามว่า คิมกิรยอ เป็นคนสอนให้โดยตรง

เดี๋ยวนี้แค่ใช้สกิลเดียวยังต้องทึ่งในความยอดเยี่ยมของระดับ F คนนั้นทุกครั้งไป

“โอ้! ยุนซึง เยี่ยมมาก!”

“รุ่นพี่ครับ! รีบจัดการทางขวาก่อนเลยครับ!”

แต่จะมัวมาชื่นชมอยู่ไม่ได้ ยุนซึงรีบกำจัดชิ้นส่วนของสัตว์ประหลาดที่ขังไว้ด้วยสกิล

ผัวะ!

ทุบเปลือกแข็งๆ ของมัน ทุบ แล้วก็ทุบ...

“เอ๊ะ?”

แต่ตอนนั้นเอง

ยุนซึงเกิดความสงสัยแวบหนึ่งเมื่อเห็นภาพที่อยู่นอกเกราะป้องกัน

‘ทำไมพี่กิรยอถึงวิ่งอยู่ล่ะ?’

ตึก ตึก ตึก

ไอ้พวกระดับ C คนอื่นน่ะไม่เท่าไหร่ คงตกใจมอนสเตอร์จนวิ่งพล่านกันไปเอง แต่...

การที่ คิมกิรยอ วิ่งหนีนี่สิ เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงจริงๆ

ฮันเตอร์ ผู้เยือกเย็นคนนั้นปกติแทบจะไม่เคยตื่นตระหนก และยอดฝีมือผู้สูงส่งอย่างเขาไม่มีทางวิ่งหนีมอนสเตอร์ระดับกากๆ ในเกตระดับ B แน่

‘ทำไมกัน?’

ถ้าอย่างนั้น ทำไมตอนนี้กิรยอถึงต้องขยับตัววุ่นวายขนาดนั้นด้วย?

ไม่นานนัก ยุนซึงก็ได้คำตอบ

“เดี๋ยว!”

“อึก!”

“อั่ก!”

เหตุการณ์เล็กๆ เริ่มต้นขึ้นเมื่อพวกระดับ C ที่วิ่งนำหน้าล้มลงระเนระนาด

‘เอ๊ะ?’

ยุนซึงที่อยู่ในเกราะป้องกันยังไม่ทันเข้าใจว่าทำไมจู่ๆ สมาชิกกิลด์ข้างนอกถึงล้มลง...

ชั่วพริบตานั้น บางอย่างก็ร่วงกราวลงมาจากเพดาน

กับดักฝนคมมีดทำงานเพราะพวกนั้นดันไปเหยียบสวิตช์เข้า

‘เฮ้ย!’

ต่อให้เป็น ฮันเตอร์ ระดับ A ก็ยากที่จะรับมือกับเหตุการณ์กะทันหันแบบนี้

ยุนซึงพยายามจะใช้สกิลบัฟอย่างเร่งด่วน แต่ติดที่การเตรียมร่ายเวททำให้ไม่ทันเวลา

-ติ๊ก!

แต่ไม่เป็นไร

เพราะข้างนอกเกราะป้องกันนั้น มีบุคคลผู้คาดการณ์เหตุการณ์ทั้งหมดไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว

“อ๊ากกก!”

ในจังหวะที่สมาชิกกิลด์ที่ล้มลงกำลังจะกรีดร้อง

คิมกิรยอ ก็ทำท่าล้มลงไปพร้อมกับพวกเขา แล้วใช้ร่างของตัวเองบังคนเหล่านั้นเอาไว้

ใช้ร่างกายต่างโล่รับคมมีดทั้งหมดเอาไว้เอง

-ติ๊ก, ติ้ก!

ถ้า คิมกิรยอ ไม่จงใจล้มลงเป็นคนสุดท้าย สภาพของพวกระดับ C ที่อยู่ข้างใต้จะเป็นยังไงบ้างนะ?

‘ตัดสินใจได้รวดเร็วขนาดนี้ในสถานการณ์ชุลมุนเนี่ยนะ?’

ยุนซึงอุทานออกมาด้วยความทึ่ง

ตอนนี้เขาเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว

พอพวกฮันเตอร์ระดับ C สติแตกจนคุมไม่อยู่ คิมกิรยอ ก็คงสันนิษฐานไว้แล้วว่าพวกนั้นจะต้องไปเหยียบกับดักแน่ๆ เลยวิ่งตามไป

‘เผื่อฉุกเฉินจะได้ปกป้องได้ทันท่วงทีสินะ!’

น่าประทับใจจริงๆ

การที่ไม่ได้รับบาดแผลแม้แต่น้อยจากกับดักเกตระดับ B อาจทำให้คนสงสัยได้ แต่เขาก็ยอมเสี่ยงเพื่อเลือกที่จะปกป้องผู้อ่อนแอ

‘ว้าว พี่กิรยอนี่... ทำไมถึงเป็นคนดีได้ขนาดนี้นะ...’

นี่มันสัญลักษณ์แห่งความเสียสละชัดๆ

ความเคารพเทิดทูนที่ยุนซึงมีต่อฮันเตอร์ผู้นี้ทวีคูณขึ้นทุกวัน

เขาจึงเผลอหลุดปากพูดสิ่งที่คิดในใจออกมา

“สมกับเป็นพี่ชายจริงๆ ไม่นึกเลยว่าพี่จะยอมทิ้งตัวเพื่อปกป้องเหล่าฮันเตอร์ระดับ C แบบนี้!”

ยุนซึงพูดยกย่องด้วยน้ำเสียงตื้นตัน

“เอ่อ... อะ... งั้นเหรอ?”

พอเขาพูดด้วยสีหน้ามั่นใจขนาดนั้น ฮันเตอร์ระดับ A อีกคนที่อยู่ด้วยกันก็เริ่มคล้อยตามไปด้วย

“เอ่อ... ฉันคงดูสถานการณ์ผิดไปสินะคะ ที่จริงแล้วคุณช่วยปกป้องสมาชิกกิลด์ของเราไว้นี่เอง?”

เอียงคอ

ระดับ A ที่ถือหน้าไม้ทำหน้างงๆ แต่ก็กล่าวขอบคุณในที่สุด

สุดท้ายเธอก็เชื่อว่ากิรยอปกป้องคนของบริษัทจริงๆ

“ขอบคุณนะคะ”

“รอดมาได้เพราะพี่แท้ๆ เลยครับ!”

ภาพที่น่าขันของระดับ A สองคนกำลังก้มหัวให้ ผู้ตื่นรู้ ระดับล่างสุด

แต่ทว่าผู้รับคำขอบคุณกลับมีท่าทีเฉยเมย เขาเพียงแค่ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าเงียบๆ โดยไม่ตอบอะไร

‘ช่างเป็นคนที่ยิ่งใหญ่จริงๆ’

บรรยากาศที่ดูเหมือนเรื่องแค่นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

ยุนซึงเห็นปฏิกิริยาของกิรยอแล้วก็ยิ่งมั่นใจ

เขาคือยอดฝีมือคนละชั้นที่ไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยสักนิดแม้จะมีระดับ A มาก้มหัวอยู่แทบเท้า

‘เอ่อ เจ้าพวกชาวโลกนี่พูดบ้าอะไรกันเนี่ย’

แน่นอนว่าทางนี้เงียบเพราะเหตุผลคนละเรื่องเลย

‘ไอ้เรายิ่งเพิ่งรอดตายมาหมาดๆ สติสตางค์ก็ไม่ค่อยจะมี...’

แต่จะทำไงได้

น้ำลึกหยั่งได้ แต่น้ำใจคนยากแท้หยั่งถึงจริงๆ นั่นแหละ

---

และแล้วพวกเขาก็ช่วยคนหลงทางและออกมาจากเกตได้อย่างปลอดภัย

พูดให้ถูกก็คือ ล้มบอสแล้วเปิดทางออกอย่างเป็นทางการนั่นเอง

“ฮือออ!”

“ข้างนอกล่ะ!”

“ตอนเห็นฮันเตอร์อันยุนซึงข้างใน ผมโล่งใจแทบบ้า...!”

พวกระดับ C ที่เคยติดอยู่ข้างในพอได้กลับมาสู่เขตปลอดภัยก็ระเบิดความอัดอั้นออกมาทันที

เพิ่งรอดความตายมาหมาดๆ จะเป็นแบบนี้ก็ไม่แปลก กิรยอพยักหน้าอย่างเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาเป็นอย่างดี

“เอ่อ คุณฮันเตอร์ครับ?”

แต่ทว่า...

ในขณะที่พวกระดับ C ตัวเปียกปอนกำลังเริ่มห่มผ้าห่ม ใครบางคนก็ค่อยๆ เดินเลียบๆ เคียงๆ เข้ามาทางมุมนี้

ผู้รับผิดชอบที่บัญชาการการพิชิต เกตกลายพันธุ์ หัวหน้าทีมคิมแห่ง นีโอซิสเตอร์ นั่นเอง

“เห็นว่าชื่อคุณคิมกิรยอใช่ไหมครับ?”

“ครับ”

ดูเหมือนเขาจะภูมิใจที่ช่วยลูกน้องออกมาได้ สีหน้าเลยดูสดใสขึ้นมากตอนเข้ามาทักทาย

“ขอบคุณจริงๆ นะครับที่ตอบรับคำขอความช่วยเหลืออย่างกะทันหันในวันนี้”

ตอนแรกก็เป็นการทักทายตามมารยาท แต่ไม่นานหัวหน้าทีมคิมก็เริ่มลองหยั่งเชิงกิรยอ

“ว่าแต่ได้ยินมาว่า คุณกิรยอเป็น ฮันเตอร์อิสระ เต็มตัวเลยสินะครับ...?”

แต่ไม่มีคำตอบกลับมา

ไม่ใช่เพราะไม่อยากเข้าสังกัดบริษัท แต่เพราะตอนนี้ในหัวของเขากำลังยุ่งเหยิงสุดๆ ต่างหาก

‘บ้าเอ๊ย’

กิรยอจมอยู่ในห้วงความคิดจนเผลอเมินคำพูดของหัวหน้าทีมไปโดยปริยาย

‘ไม่ได้การละ’

เรื่องที่เขากังวลส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับฮันเตอร์คนหนึ่งนั่นแหละ

‘ปล่อยให้อันยุนซึงเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว...!’

เขารู้สึกว่าความเคารพเทิดทูนของยุนซึงเริ่มจะอาการหนักเกินไปแล้ว

ไอ้มุมมองที่บิดเบี้ยวจนเห็นเขาเป็นยอดมนุษย์อะไรเทือกนั้น ถ้าไปอยู่ในพื้นที่อันตรายอย่างเกต เดี๋ยวก็ได้เกิดอุบัติเหตุเข้าสักวันไม่ใช่รึไง

‘ทำไมต้องประเมินฉันไว้สูงส่งขนาดนั้นด้วยฟะ!’

กิรยอจับขาที่สั่นพั่บๆ ของตัวเองพลางตั้งมั่นในใจ

ต้องแก้ไขความเข้าใจผิดนี้ซะ

ฉันจะอธิบายให้ชัดเจนทุกๆ 3 ชั่วโมงเลยว่าฉันเป็นแค่ระดับ F ยาจกที่ไม่มีอะไรดีสักอย่าง

“พี่ชายครับ!”

แต่ทว่า กิรยอก็ต้องลืมปณิธานนั้นไปจนหมดสิ้นเพราะการกระทำถัดมาของอันยุนซึง

“เอ่อ นี่ครับ...”

“หือ?”

“หินมานา ที่ดรอปจากบอสมอนสเตอร์เมื่อกี้นี้ครับ”

ครู่ต่อมา

อันยุนซึงอาศัยจังหวะที่คนอื่นไม่ทันสังเกต แอบยื่นบางอย่างให้กิรยอ

หินมานา ทรงรีที่เปล่งแสงสีชมพูงดงาม

นี่มันเพชรชมพูแห่งวงการ หินมานา ที่แม้แต่นักสะสมยังตีมูลค่าไว้สูงลิบลิ่วไม่ใช่เรอะ!

“นายให้ฉันทำไม?”

กิรยอกำ หินมานา ไว้ในมือด้วยสีหน้าตกใจ ก่อนที่ยุนซึงจะอธิบาย

“เห็นว่าเวลาเข้า เกต พี่มักจะคอยเก็บรวบรวม หินมานา ตลอด เผื่อพี่จำเป็นต้องใช้ ผมเลยแยกเก็บไว้ให้ต่างหากครับ”

“จริงดิ?”

“ของแบบนี้ถึงผมเก็บไว้ ก็คงเอาไปแลกเป็นเงินเฉยๆ ใช่ไหมล่ะครับ?”

“อะ... เอ๋...?”

“แต่ถ้าไปอยู่กับคนอย่างพี่ชาย มันต้องถูกนำไปใช้ในทางที่มีความหมายและยอดเยี่ยมกว่าแน่นอน...!”

อันยุนซึงถามย้ำด้วยดวงตาที่เป็นประกายวิบวับ

“ใช่ไหมครับ?”

เมื่อได้ยินดังนั้น กิรยอก็หลับตาลงแน่น ใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาประโยคหนึ่ง

“ดีใจนะ ที่อย่างน้อยก็นายก็เข้าใจเจตนารมณ์ของฉัน”

“กะแล้วเชียว!”

เอาวะ เป็นคนยิ่งใหญ่สักหน่อยก็ได้...