‘นะ... นี่มันเกิดอะไรขึ้น...’
ที่นี่คือเกตระดับ B นั่นหมายความว่ากับดักก็ต้องถูกออกแบบมาให้ทำอันตรายผู้ตื่นรู้ในระดับเดียวกันได้ แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ
‘หรือว่า?’
ความเป็นไปได้ที่พอจะอนุมานได้มีเพียงอย่างเดียว
ฉันรีบกวาดตามองมือขวาของตัวเองตามสัญชาตญาณ
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือแหวนสีเงินบนนิ้วชี้ที่กำลังเปล่งแสงเรืองรองออกมาจางๆ
[(เสริมแกร่ง) แหวนระดับกลาง]
[ระดับ : ทั่วไป]
[คำอธิบาย : แหวนที่สถิตด้วยพลังเวทแห่งการปกป้อง ช่วยลดความเสียหายเล็กน้อยเมื่อสวมใส่]
มันคือไอเทมชิ้นที่ กูซอฮยอง เป็นคน อินแชนต์ ให้กับมือนั่นเอง
‘เฮือก!’
พอได้สัมผัสประสิทธิภาพด้วยตัวเองแบบนี้ ถึงได้เข้าใจว่าทำไมใครๆ ถึงพากันกราบกรานสกิลของ อินแชนเตอร์ กันนัก
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแหวนแค่วงเดียวจะสามารถป้องกันการโจมตีอันรุนแรงเหล่านั้นได้ทั้งหมด
‘ถ้าไม่ใช่เพราะกูซอฮยอง ป่านนี้ร่างของฉันคงจะ...’
สั่น... สั่น...
ฉันปาดเหงื่อเย็นๆ ก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง
‘ตะ... ต่อไปจะไม่ลืมพกอุปกรณ์เวทอีกแล้วครับ!’
และในจังหวะที่ฉันกำลังสัญญากับตัวเองอยู่นั้น การกวาดล้างมอนสเตอร์ก็จบลงพอดี
“กี๊ซซซซ!”
ผัวะ!
ทันทีที่จัดการเศษซากสุดท้ายของสัตว์ประหลาดได้ พวกฮันเตอร์ระดับ A ก็รีบวิ่งตรงดิ่งเข้ามา
ก็แน่ละ สมาชิกกิลด์คนอื่นๆ ต่างนอนกองระเนระนาดกันอยู่ที่พื้น จะไม่ให้ตกใจได้ยังไงไหว
“อะ ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ! พวกเราจัดการสัตว์อสูรได้ไม่เร็วพอ เลยทำให้คุณ นักประเมิน ต้องพลอยโดนลูกหลง...”
ฮันเตอร์ระดับ A ที่ถือหน้าไม้ก้มหัวขอโทษด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
อันที่จริงมอนสเตอร์มันตายก่อนที่จะทำอันตรายพวกเราด้วยซ้ำ ไม่เห็นจำเป็นต้องขอโทษขนาดนี้เลยนี่นา
“ไม่เป็นไรครับ”
เจอแบบนี้เข้าชักจะเริ่มระแวงขึ้นมาตงิดๆ แล้วแฮะ
ขนาดเธอที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกยังรู้สึกผิดขนาดนี้ ไอ้คนจิตใจอ่อนไหวอย่าง อันยุนซึง มิต้องโขกหัวลงกับพื้นดินเลยเรอะ
‘หืม?’
แต่ทว่า... ผิดคาดแฮะ โชคดีที่เรื่องที่กังวลไม่ได้เกิดขึ้น
“พี่ชายครับ...!”
ระดับ A คนนั้นเดินเข้ามาหาฉัน แต่กลับเอ่ยปากด้วยท่าทีที่เหนือความคาดหมาย และด้วยคำพูดที่ฉันคิดไม่ถึง
“สมกับเป็นพี่ชายจริงๆ ไม่นึกเลยว่าพี่จะยอมทิ้งตัวเพื่อปกป้องเหล่าฮันเตอร์ระดับ C แบบนี้!”
ยุนซึงพูดพลางส่งสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเคารพเทิดทูนมาให้ฉัน
---
อันที่จริงแล้ว อันยุนซึง แห่ง นีโอซิสเตอร์ รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างบอกไม่ถูกนับตั้งแต่วินาทีที่ได้ยินข่าวเรื่อง ปรากฏการณ์กลายพันธุ์ผิดปกติ
จำนวนฮันเตอร์ระดับ A ที่ระดมพลมาฉุกเฉินมีเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น
แถมในเวลาที่เร่งด่วนแบบนี้ ยังเกิดเรื่องขัดแย้งกับเหล่า นักประเมิน ของกิลด์อีก
-จะให้ระดับ D เข้าไปในเกตระดับ B เนี่ยนะครับ?
-ฉันไม่ไปเด็ดขาด!
-นี่มันละเมิดสิทธิมนุษยชนชัดๆ
ต่อให้สัญญาว่าจะหาไอเทมมาประโคมใส่ให้
ต่อให้รับปากว่าระดับ A จะคุ้มครองอย่างดีที่สุด
แต่สุดท้าย นักประเมิน ของกิลด์ก็ยังยืนกรานปฏิเสธที่จะเข้าเกต
ไม่ว่าเป็นคำสั่งของบริษัท แต่พวกเขาก็ยืนยันว่าไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงขนาดนั้นได้
‘เรื่องใหญ่แล้วสิ’
แน่นอนว่าทางฝั่ง นีโอซิสเตอร์ เองก็ไม่ได้ยอมถอยง่ายๆ แต่ยิ่งการเจรจายืดเยื้อ อัตราการรอดชีวิตของฮันเตอร์ที่ติดอยู่ข้างในก็ยิ่งลดน้อยลง
ดังนั้น อันยุนซึง จึงจำใจต้องลงมือเอง
เพราะอย่างน้อยเขาก็พอจะมีคนรู้จักที่เป็น นักประเมิน อยู่สักคน
“ฮะ... ฮัลโหล? พี่กิรยอเหรอครับ?”
คิมกิรยอ คือคนที่เหมาะสมกับงานนี้ที่สุด
ในบรรดา นักประเมิน ที่เขารู้จัก ชายคนนี้มีความสามารถโดดเด่นที่สุด แถมฝีมือในฐานะ ฮันเตอร์ ก็ไร้ที่ติไม่ใช่หรือ?
“พี่ครับ ขอโทษนะครับแต่ช่วยฟังคำขอของผมสักอย่างได้ไหมครับ? ได้โปรดช่วยด้วยเถอะครับ!”
มิหนำซ้ำ ผู้ตื่นรู้ คนนี้ยังมีอุปนิสัยที่สมบูรณ์แบบอีกต่างหาก
-เข้าใจแล้ว
จะมี ฮันเตอร์ สักกี่คนในโลกที่ยอมมาช่วยคนหลงทางของกิลด์อื่นอย่างเต็มใจแบบนี้
แต่ก็นั่นแหละ สมกับที่เป็น คิมกิรยอ ผู้มีจิตใจกว้างขวาง เขารับปากช่วยเหลือทันที เรื่องนี้เป็นไปตามที่คาดไว้
แต่ทว่า ในการรับความช่วยเหลือครั้งนี้มีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่ง
“บอกไว้ก่อนนะ ฉันจะใช้แค่สกิลประเมินแล้วก็ไปนะ”
คิมกิรยอ ย้ำเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนคุยโทรศัพท์
เขาบอกว่าเจตนาของเขาคือการมาช่วยเปิดทางให้เท่านั้น
แน่นอนว่าทางนี้ก็เรียกเขามาด้วยเจตนานั้นตั้งแต่แรก จึงยอมรับเงื่อนไขได้อยู่แล้ว แต่ทว่า...
‘อ๋อ!’
ยุนซึงเพิ่งจะเข้าใจเจตนาที่แท้จริงของอีกฝ่ายหลังจากได้ยินประโยคถัดมา
“นายจำได้ใช่ไหมว่าฉันเป็นระดับ F?”
“อะ ครับ”
“แล้วถ้าเกิดมอนสเตอร์มันพุ่งมาทางฉันล่ะก็... สถานการณ์จะเป็นยังไง?”
สำหรับคนคนนี้ มอนสเตอร์ในเกตกระจอกๆ แบบนี้คงฆ่าได้ง่ายเหมือนบี้แมลงวัน
แต่ถ้าให้คนอื่นในกิลด์ นีโอซิสเตอร์ มาเห็นฉากนั้นเข้า สถานการณ์คงจะดูแปลกพิลึก
‘ความแตกเรื่องปลอมแปลงระดับแน่...!’
นั่นหมายความว่า คำพูดของอีกฝ่ายสามารถตีความได้แบบนี้
-ภายนอกฉันเป็นแค่ระดับ F เพราะงั้นต่อหน้าสายตาคนอื่น ฉันจะใช้พลังไม่ได้
-เพราะฉะนั้น อย่าให้มอนสเตอร์เข้าใกล้ฉันเด็ดขาด!
วินาทีนั้น ยุนซึงสาบานกับตัวเองอย่างแน่วแน่ว่าจะทุ่มสุดตัวเพื่อปกป้องความลับของกิรยอ
เป็นการเข้าใจผิดที่กู่ไม่กลับเลยทีเดียว
‘ไม่ต้องห่วงครับพี่!’
ถึงความเข้าใจจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ผลลัพธ์ที่ทั้งสองฝ่ายต้องการก็ยังตรงกัน
เพราะยังไงซะ กิรยอก็ไม่อยากโดนมอนสเตอร์โจมตี และทางนี้เองก็ตั้งใจจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอยู่แล้ว...
.
.
.
สรุปสั้นๆ เลยก็คือ
ยุนซึงรักษาสัญญาได้อย่างยอดเยี่ยม
แม้แต่ตอนที่ไอ้สัตว์ประหลาดหน้าตาน่าเกลียดเหมือนตะขาบนรก จู่ๆ ก็แยกร่างเป็น 8 ส่วน เขาก็ไม่ตื่นตระหนกและกำจัดมันได้อย่างรวดเร็ว
[โล่แห่งการปกป้อง]
ยุนซึงใช้สกิลตื่นรู้กางม่านพลังทรงกลมขึ้นภายในดันเจี้ยน
เขาสร้างเกราะป้องกันขนาดใหญ่โดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง เพื่อขังมอนสเตอร์เอาไว้ข้างในแทน
‘พี่เขาบอกว่าทำแบบนี้จะใช้แทนเขตอาคมชั่วคราวได้’
การพลิกแพลงใช้เกราะป้องกันกลับด้านเพื่อใช้ในการโจมตีเชิงรุก!
นี่เป็นเทคนิคประยุกต์ใช้สกิลสายป้องกันที่ ฮันเตอร์ นามว่า คิมกิรยอ เป็นคนสอนให้โดยตรง
เดี๋ยวนี้แค่ใช้สกิลเดียวยังต้องทึ่งในความยอดเยี่ยมของระดับ F คนนั้นทุกครั้งไป
“โอ้! ยุนซึง เยี่ยมมาก!”
“รุ่นพี่ครับ! รีบจัดการทางขวาก่อนเลยครับ!”
แต่จะมัวมาชื่นชมอยู่ไม่ได้ ยุนซึงรีบกำจัดชิ้นส่วนของสัตว์ประหลาดที่ขังไว้ด้วยสกิล
ผัวะ!
ทุบเปลือกแข็งๆ ของมัน ทุบ แล้วก็ทุบ...
“เอ๊ะ?”
แต่ตอนนั้นเอง
ยุนซึงเกิดความสงสัยแวบหนึ่งเมื่อเห็นภาพที่อยู่นอกเกราะป้องกัน
‘ทำไมพี่กิรยอถึงวิ่งอยู่ล่ะ?’
ตึก ตึก ตึก
ไอ้พวกระดับ C คนอื่นน่ะไม่เท่าไหร่ คงตกใจมอนสเตอร์จนวิ่งพล่านกันไปเอง แต่...
การที่ คิมกิรยอ วิ่งหนีนี่สิ เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงจริงๆ
ฮันเตอร์ ผู้เยือกเย็นคนนั้นปกติแทบจะไม่เคยตื่นตระหนก และยอดฝีมือผู้สูงส่งอย่างเขาไม่มีทางวิ่งหนีมอนสเตอร์ระดับกากๆ ในเกตระดับ B แน่
‘ทำไมกัน?’
ถ้าอย่างนั้น ทำไมตอนนี้กิรยอถึงต้องขยับตัววุ่นวายขนาดนั้นด้วย?
ไม่นานนัก ยุนซึงก็ได้คำตอบ
“เดี๋ยว!”
“อึก!”
“อั่ก!”
เหตุการณ์เล็กๆ เริ่มต้นขึ้นเมื่อพวกระดับ C ที่วิ่งนำหน้าล้มลงระเนระนาด
‘เอ๊ะ?’
ยุนซึงที่อยู่ในเกราะป้องกันยังไม่ทันเข้าใจว่าทำไมจู่ๆ สมาชิกกิลด์ข้างนอกถึงล้มลง...
ชั่วพริบตานั้น บางอย่างก็ร่วงกราวลงมาจากเพดาน
กับดักฝนคมมีดทำงานเพราะพวกนั้นดันไปเหยียบสวิตช์เข้า
‘เฮ้ย!’
ต่อให้เป็น ฮันเตอร์ ระดับ A ก็ยากที่จะรับมือกับเหตุการณ์กะทันหันแบบนี้
ยุนซึงพยายามจะใช้สกิลบัฟอย่างเร่งด่วน แต่ติดที่การเตรียมร่ายเวททำให้ไม่ทันเวลา
-ติ๊ก!
แต่ไม่เป็นไร
เพราะข้างนอกเกราะป้องกันนั้น มีบุคคลผู้คาดการณ์เหตุการณ์ทั้งหมดไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว
“อ๊ากกก!”
ในจังหวะที่สมาชิกกิลด์ที่ล้มลงกำลังจะกรีดร้อง
คิมกิรยอ ก็ทำท่าล้มลงไปพร้อมกับพวกเขา แล้วใช้ร่างของตัวเองบังคนเหล่านั้นเอาไว้
ใช้ร่างกายต่างโล่รับคมมีดทั้งหมดเอาไว้เอง
-ติ๊ก, ติ้ก!
ถ้า คิมกิรยอ ไม่จงใจล้มลงเป็นคนสุดท้าย สภาพของพวกระดับ C ที่อยู่ข้างใต้จะเป็นยังไงบ้างนะ?
‘ตัดสินใจได้รวดเร็วขนาดนี้ในสถานการณ์ชุลมุนเนี่ยนะ?’
ยุนซึงอุทานออกมาด้วยความทึ่ง
ตอนนี้เขาเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว
พอพวกฮันเตอร์ระดับ C สติแตกจนคุมไม่อยู่ คิมกิรยอ ก็คงสันนิษฐานไว้แล้วว่าพวกนั้นจะต้องไปเหยียบกับดักแน่ๆ เลยวิ่งตามไป
‘เผื่อฉุกเฉินจะได้ปกป้องได้ทันท่วงทีสินะ!’
น่าประทับใจจริงๆ
การที่ไม่ได้รับบาดแผลแม้แต่น้อยจากกับดักเกตระดับ B อาจทำให้คนสงสัยได้ แต่เขาก็ยอมเสี่ยงเพื่อเลือกที่จะปกป้องผู้อ่อนแอ
‘ว้าว พี่กิรยอนี่... ทำไมถึงเป็นคนดีได้ขนาดนี้นะ...’
นี่มันสัญลักษณ์แห่งความเสียสละชัดๆ
ความเคารพเทิดทูนที่ยุนซึงมีต่อฮันเตอร์ผู้นี้ทวีคูณขึ้นทุกวัน
เขาจึงเผลอหลุดปากพูดสิ่งที่คิดในใจออกมา
“สมกับเป็นพี่ชายจริงๆ ไม่นึกเลยว่าพี่จะยอมทิ้งตัวเพื่อปกป้องเหล่าฮันเตอร์ระดับ C แบบนี้!”
ยุนซึงพูดยกย่องด้วยน้ำเสียงตื้นตัน
“เอ่อ... อะ... งั้นเหรอ?”
พอเขาพูดด้วยสีหน้ามั่นใจขนาดนั้น ฮันเตอร์ระดับ A อีกคนที่อยู่ด้วยกันก็เริ่มคล้อยตามไปด้วย
“เอ่อ... ฉันคงดูสถานการณ์ผิดไปสินะคะ ที่จริงแล้วคุณช่วยปกป้องสมาชิกกิลด์ของเราไว้นี่เอง?”
เอียงคอ
ระดับ A ที่ถือหน้าไม้ทำหน้างงๆ แต่ก็กล่าวขอบคุณในที่สุด
สุดท้ายเธอก็เชื่อว่ากิรยอปกป้องคนของบริษัทจริงๆ
“ขอบคุณนะคะ”
“รอดมาได้เพราะพี่แท้ๆ เลยครับ!”
ภาพที่น่าขันของระดับ A สองคนกำลังก้มหัวให้ ผู้ตื่นรู้ ระดับล่างสุด
แต่ทว่าผู้รับคำขอบคุณกลับมีท่าทีเฉยเมย เขาเพียงแค่ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าเงียบๆ โดยไม่ตอบอะไร
‘ช่างเป็นคนที่ยิ่งใหญ่จริงๆ’
บรรยากาศที่ดูเหมือนเรื่องแค่นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
ยุนซึงเห็นปฏิกิริยาของกิรยอแล้วก็ยิ่งมั่นใจ
เขาคือยอดฝีมือคนละชั้นที่ไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยสักนิดแม้จะมีระดับ A มาก้มหัวอยู่แทบเท้า
‘เอ่อ เจ้าพวกชาวโลกนี่พูดบ้าอะไรกันเนี่ย’
แน่นอนว่าทางนี้เงียบเพราะเหตุผลคนละเรื่องเลย
‘ไอ้เรายิ่งเพิ่งรอดตายมาหมาดๆ สติสตางค์ก็ไม่ค่อยจะมี...’
แต่จะทำไงได้
น้ำลึกหยั่งได้ แต่น้ำใจคนยากแท้หยั่งถึงจริงๆ นั่นแหละ
---
และแล้วพวกเขาก็ช่วยคนหลงทางและออกมาจากเกตได้อย่างปลอดภัย
พูดให้ถูกก็คือ ล้มบอสแล้วเปิดทางออกอย่างเป็นทางการนั่นเอง
“ฮือออ!”
“ข้างนอกล่ะ!”
“ตอนเห็นฮันเตอร์อันยุนซึงข้างใน ผมโล่งใจแทบบ้า...!”
พวกระดับ C ที่เคยติดอยู่ข้างในพอได้กลับมาสู่เขตปลอดภัยก็ระเบิดความอัดอั้นออกมาทันที
เพิ่งรอดความตายมาหมาดๆ จะเป็นแบบนี้ก็ไม่แปลก กิรยอพยักหน้าอย่างเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาเป็นอย่างดี
“เอ่อ คุณฮันเตอร์ครับ?”
แต่ทว่า...
ในขณะที่พวกระดับ C ตัวเปียกปอนกำลังเริ่มห่มผ้าห่ม ใครบางคนก็ค่อยๆ เดินเลียบๆ เคียงๆ เข้ามาทางมุมนี้
ผู้รับผิดชอบที่บัญชาการการพิชิต เกตกลายพันธุ์ หัวหน้าทีมคิมแห่ง นีโอซิสเตอร์ นั่นเอง
“เห็นว่าชื่อคุณคิมกิรยอใช่ไหมครับ?”
“ครับ”
ดูเหมือนเขาจะภูมิใจที่ช่วยลูกน้องออกมาได้ สีหน้าเลยดูสดใสขึ้นมากตอนเข้ามาทักทาย
“ขอบคุณจริงๆ นะครับที่ตอบรับคำขอความช่วยเหลืออย่างกะทันหันในวันนี้”
ตอนแรกก็เป็นการทักทายตามมารยาท แต่ไม่นานหัวหน้าทีมคิมก็เริ่มลองหยั่งเชิงกิรยอ
“ว่าแต่ได้ยินมาว่า คุณกิรยอเป็น ฮันเตอร์อิสระ เต็มตัวเลยสินะครับ...?”
แต่ไม่มีคำตอบกลับมา
ไม่ใช่เพราะไม่อยากเข้าสังกัดบริษัท แต่เพราะตอนนี้ในหัวของเขากำลังยุ่งเหยิงสุดๆ ต่างหาก
‘บ้าเอ๊ย’
กิรยอจมอยู่ในห้วงความคิดจนเผลอเมินคำพูดของหัวหน้าทีมไปโดยปริยาย
‘ไม่ได้การละ’
เรื่องที่เขากังวลส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับฮันเตอร์คนหนึ่งนั่นแหละ
‘ปล่อยให้อันยุนซึงเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว...!’
เขารู้สึกว่าความเคารพเทิดทูนของยุนซึงเริ่มจะอาการหนักเกินไปแล้ว
ไอ้มุมมองที่บิดเบี้ยวจนเห็นเขาเป็นยอดมนุษย์อะไรเทือกนั้น ถ้าไปอยู่ในพื้นที่อันตรายอย่างเกต เดี๋ยวก็ได้เกิดอุบัติเหตุเข้าสักวันไม่ใช่รึไง
‘ทำไมต้องประเมินฉันไว้สูงส่งขนาดนั้นด้วยฟะ!’
กิรยอจับขาที่สั่นพั่บๆ ของตัวเองพลางตั้งมั่นในใจ
ต้องแก้ไขความเข้าใจผิดนี้ซะ
ฉันจะอธิบายให้ชัดเจนทุกๆ 3 ชั่วโมงเลยว่าฉันเป็นแค่ระดับ F ยาจกที่ไม่มีอะไรดีสักอย่าง
“พี่ชายครับ!”
แต่ทว่า กิรยอก็ต้องลืมปณิธานนั้นไปจนหมดสิ้นเพราะการกระทำถัดมาของอันยุนซึง
“เอ่อ นี่ครับ...”
“หือ?”
“หินมานา ที่ดรอปจากบอสมอนสเตอร์เมื่อกี้นี้ครับ”
ครู่ต่อมา
อันยุนซึงอาศัยจังหวะที่คนอื่นไม่ทันสังเกต แอบยื่นบางอย่างให้กิรยอ
หินมานา ทรงรีที่เปล่งแสงสีชมพูงดงาม
นี่มันเพชรชมพูแห่งวงการ หินมานา ที่แม้แต่นักสะสมยังตีมูลค่าไว้สูงลิบลิ่วไม่ใช่เรอะ!
“นายให้ฉันทำไม?”
กิรยอกำ หินมานา ไว้ในมือด้วยสีหน้าตกใจ ก่อนที่ยุนซึงจะอธิบาย
“เห็นว่าเวลาเข้า เกต พี่มักจะคอยเก็บรวบรวม หินมานา ตลอด เผื่อพี่จำเป็นต้องใช้ ผมเลยแยกเก็บไว้ให้ต่างหากครับ”
“จริงดิ?”
“ของแบบนี้ถึงผมเก็บไว้ ก็คงเอาไปแลกเป็นเงินเฉยๆ ใช่ไหมล่ะครับ?”
“อะ... เอ๋...?”
“แต่ถ้าไปอยู่กับคนอย่างพี่ชาย มันต้องถูกนำไปใช้ในทางที่มีความหมายและยอดเยี่ยมกว่าแน่นอน...!”
อันยุนซึงถามย้ำด้วยดวงตาที่เป็นประกายวิบวับ
“ใช่ไหมครับ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น กิรยอก็หลับตาลงแน่น ใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาประโยคหนึ่ง
“ดีใจนะ ที่อย่างน้อยก็นายก็เข้าใจเจตนารมณ์ของฉัน”
“กะแล้วเชียว!”
เอาวะ เป็นคนยิ่งใหญ่สักหน่อยก็ได้...