Cover

94

เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปสองวันแล้ว นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์กลายพันธุ์ผิดปกติ

“หึหึ”

ในระหว่างนั้นฉันจัดการขาย ผลึกมาร สีแดงชาดออกไปได้อย่างราบรื่น แถมทาง กิลด์นีโอซิสเตอร์ ยังส่งเงินค่าตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ มาให้เป็นกรณีพิเศษอีกต่างหาก

เมื่อรวมกับของรางวัลจาก [คลังสมบัติแห่งมิติ] ก่อนหน้านี้ ยอดเงินคงเหลือที่กวาดมารวมกันทั้งหมดก็คือ...

【สมุดบัญชีฝากถอน : 318,230,054 วอน】

ฉันจ้องมองตัวเลขในสมุดบัญชีด้วยความภาคภูมิใจ

ตั้งสามร้อยสิบเอ็ดล้านเชียวนะ!

ถ้านึกถึงสมัยที่ต้องนั่งตัวสั่นงกๆ เงินเคี่ยวเข็ญกับค่า ซุปเนื้อทานกับข้าว สักชาม นี่มันถือเป็นการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่สุดๆ ไปเลยไม่ใช่หรือไง

‘ฤดูหนาวยังไม่ทันมาเยือน ก็มีเงินแตะหลักสามร้อยล้านแล้ว’

แน่นอนว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล

ฉันยังมีเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ที่จะต้องซื้อ ‘ปอดมังกร’ ให้จงได้ และกว่าจะถึงตอนนั้น ก็ยังต้องรู้จักประหยัดมัธยัสถ์ต่อไป

“อืม...”

ดูท่าฉันคงต้องอาศัยอยู่ในห้องเช่ารูหนูแห่งนี้ไปอีกพักใหญ่

แต่เอาเถอะ แค่นี้ก็ถือว่าอยู่ได้สบายมากแล้ว

ไม่มีหัวหน้างานคอยจี้ให้ทำโอที มีข้าวกินครบทุกมื้อตามเวลา

แถมยังมีสิ่งของน่าสนใจของโลกใบนี้ให้ดูเล่นตั้งเยอะแยะ

‘นึกขึ้นได้ ดู Y-Tube หน่อยดีกว่า’

ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเข้าแอปพลิเคชันที่คุ้นเคย

แพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงเจ้านี้มีคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบเตรียมไว้ก็จริง แต่สิ่งที่ฉันดูจริงๆ ก็มีแค่ข่าวเท่านั้นแหละ

‘มนุษย์ต่างดาวอย่างฉัน การจะแยกแยะข้อมูลจริงเท็จมันยากนี่นา...’

ข่าวถือเป็นวัฒนธรรมที่ดี

มีความน่าเชื่อถือค่อนข้างสูง และสื่อรูปแบบวิดีโอก็มีความบันเทิงที่ดึงดูดสายตาได้ดี

‘วันนี้จะดูช่องไหนดีนะ’

ฉันไถหน้าจอโทรศัพท์เลือกสิ่งที่น่าดู

‘หืม?’

แต่ทว่า... มีบางอย่างผิดปกติ

ตามปกติแล้วเนื้อหาข่าวของแต่ละสถานีจะมีความแตกต่างกัน แต่วันนี้ไม่ว่าจะกดช่องไหนก็ได้เห็นแต่ภาพหน้าจอเดียวกันหมด...

[[●LIVE] ข่าว 2 ทุ่ม - สถานการณ์กิลด์ฮันชินเลวร้ายลง, บรรยากาศในพื้นที่เป็นอย่างไร?]

[“เหมือนฝันร้ายเลยครับ”... บทสัมภาษณ์ผู้ประสบภัย]

[ห้างสรรพสินค้ากลายเป็น ‘นรกบนดิน’ ตกลงแล้วความเสียหายขนาดไหนกันแน่?]

ฉันกดเข้าไปดูวิดีโอที่ขึ้นสถานะถ่ายทอดสด และตั้งใจฟังรายงานข่าวที่ดังออกมา

[ขณะนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เกิดเหตุแล้วครับ คุณนักข่าวคิม○○?]

[ครับ ตอนนี้ผมอยู่ที่ถนนแห่งหนึ่งใน ย่านซอคโย ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ‘วิกฤตการณ์ฮันชิน’ ครับ อย่างที่เห็นคือขณะนี้มีการห้ามประชาชนเข้าออกพื้นที่...]

จะว่าไป ออกข่าวใหญ่โตขนาดนี้ แต่สถานที่เกิดเหตุดูสะอาดสะอ้านกว่าที่คิดแฮะ

ภาพที่เห็นบนหน้าจอตอนนี้คือทางเดินเท้าที่ปูไว้อย่างเป็นระเบียบ

ตึกสีเทาที่ตั้งเรียงรายกันอย่างหนาแน่น

และสิ่งที่แทรกอยู่ระหว่างตึกเหล่านั้นคือ.... เขตแดน ขนาดมหึมา?

‘อืม?’

ฉันหรี่ตามองหน้าจออย่างละเอียด แต่ดูยังไงผลลัพธ์ก็ไม่เปลี่ยน

สิ่งที่ปกคลุมท้องถนนอยู่ ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเขตแดนอันกว้างใหญ่ไพศาล

[สิ่งที่เห็นอยู่ไกลๆ นั่นคือบอสมอนสเตอร์ที่เป็นต้นตอของเหตุการณ์ในครั้งนี้ ‘บารอนสวนดอกไม้’ ครับ]

ไม่นานนัก ผู้สื่อข่าวก็อธิบายด้วยน้ำเสียงฉะฉาน

‘บารอนสวนดอกไม้’ เดิมทีเป็นมอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ในเกตส่วนตัวของกิลด์แห่งหนึ่ง แต่วันหนึ่งกิลด์นั้นดันบริหารงานผิดพลาดอย่างร้ายแรง

[ในขณะเดียวกัน ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อ กิลด์ฮันชิน ที่เป็นผู้จุดชนวนเหตุการณ์นี้ครับ]

ความผิดพลาดของผู้ประมูลจนทำให้บอสหลุดออกมา

นี่มันภัยพิบัติที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ที่หาดูได้ยากจริงๆ

‘โลกนี้มีอุบัติเหตุร้อยแปดพันเก้าจริงๆ...’

ฉันคิดเพียงสั้นๆ แล้วลุกจากที่นั่ง ตั้งใจจะไปหยิบน้ำในตู้เย็น

‘หือ?’

แต่ทันใดนั้น

ฉันเปิดตู้เย็นค้างไว้แล้วยืนแข็งทื่อ

[△△ร้านเนื้อย่าง]

ป้ายสีแดงที่กล้องข่าวจับภาพได้เมื่อครู่นี้

คุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนไม่ใช่เหรอ?

‘ร้านอาหารหน้าตู้ ATM ที่ฉันไปกดเงินสดทุกวันนี่นา!’

หมายความว่า สถานที่เกิดเหตุในข่าว อยู่ใกล้กับที่นี่มากๆ เลยน่ะสิ

เรื่องแค่นี้ทำไมเพิ่งจะมานึกออกเอาป่านนี้...

ฉันมองดูภาพย่านที่คุ้นตาในโทรทัศน์ด้วยความประหลาดใจ จากนั้นภาพก็ตัดไปยังฉากต่อไป

พั่บ พั่บ พั่บ พั่บ...

ภาพนั้นคือทิวทัศน์ของถนนที่ถ่ายจากมุมสูงบนเฮลิคอปเตอร์

[สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ?]

[เหล่า ฮันเตอร์ ที่ถูกระดมพลฉุกเฉินกำลังต่อสู้อย่างหนักเพื่อล่า ‘บารอนสวนดอกไม้’ ครับ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร]

เจ้าบารอนสวนดอกไม้นั่น ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นมอนสเตอร์ที่น่ารำคาญใช่เล่น

ตัวมันซ่อนอยู่ในเขตแดนที่แข็งแกร่ง แล้วคอยโจมตีฮันเตอร์ข้างนอกด้วยการควบคุมระยะไกลไม่หยุดหย่อน

อาวุธของบารอนสวนดอกไม้คือการโจมตีทางจิต

กล่าวคือ หากใครเข้าใกล้เขตแดน มันจะใช้เวทมนตร์ล้างสมองทำให้พวกเดียวกันสู้กันเอง

แต่ประเด็นคือไอ้ขอบเขตและพลังของการล้างสมองดันรุนแรงเอาเรื่องเนี่ยสิ...

[ปกติการโจมตีทางจิตไม่ค่อยมีผลกับ ผู้ตื่นรู้ ไม่ใช่เหรอครับ? แล้วทำไมครั้งนี้ถึงเกิดความวุ่นวายขนาดนี้ล่ะ?]

[ตามคำอธิบายของเจ้าหน้าที่ สมาคมฮันเตอร์ บอกว่า ‘บารอนสวนดอกไม้’ เป็น สัตว์อสูร ที่จะแข็งแกร่งขึ้นตามระยะเวลาที่ปรากฏตัวครับ]

[มอนสเตอร์มีการเติบโตเหรอครับ?]

[ครับ ดังนั้นการล้างสมองของมอนสเตอร์จึงส่งผลกระทบไปถึงผู้ตื่นรู้ระดับกลางอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และความแข็งแกร่งของเขตแดนเองก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยครับ]

สรุปคือสถานการณ์ตอนนี้ แม้แต่จำนวนฮันเตอร์ที่จะส่งเข้าไปได้ก็ยังถูกจำกัดวงให้แคบลง

“อืม”

แต่ถึงฉันจะเห็นหน้าเครียดๆ ของผู้ประกาศข่าว ฉันก็ทำได้แค่ยักไหล่เท่านั้น

ทำไมน่ะเหรอ? ก็มันไม่ได้รู้สึกถึงวิกฤตอะไรเลยนี่นา

‘ต่อให้จุดเกิดเหตุจะอยู่ใกล้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเกิดเรื่องขึ้นในบ้านฉันซะหน่อย...’

กึก

ฉันดื่มน้ำที่หยิบจากตู้เย็นดับกระหายพลางครุ่นคิด

‘เดี๋ยวผ่านไปสักพักก็คงแก้ปัญหาได้เองแหละน่า’

ผู้ประกาศข่าวทำเป็นตื่นตูมว่าการล้างสมองรุนแรงอย่างนั้นอย่างนี้ แต่สุดท้ายตอนนี้ก็ยังมีฮันเตอร์บางส่วนรับมือกับเขตแดนของบารอนอยู่ไม่ใช่หรือไง

จะขนไอเทมป้องกันการล้างสมองมาใส่จนตัวบวม หรือจะไปตาม ระดับ S มาสักคน

ผู้ตื่นรู้ของที่นี่ก็มีทางเลือกตั้งเยอะแยะ

“ไม่เป็นไรหรอก”

ฉันเลยคิดว่าเดี๋ยวพวกชาวโลกก็คงจัดการเรื่องนี้กันเอง แล้วก็หันไปเตรียมมื้อเที่ยง

อุ่นแกงกะหรี่ซอง อุ่นข้าวสวย...

“ไม่เป็นไรใช่มั้ยนะ?”

แต่ทว่าหลังกินข้าวเสร็จ ข่าวก็ยังดูวุ่นวายหนวกหูไม่เลิก

“...นี่มันชักจะไม่เข้าท่าแล้วหรือเปล่า?”

และเมื่อเวลาผ่านไปราว 3 ชั่วโมง ไฟก็ลามมาจ่อที่หลังเท้าฉันจนได้

[(ข่าวด่วน) ขอบเขตผลกระทบของ ‘บารอนสวนดอกไม้’ ขยายวงกว้าง แจ้งเตือนผู้อยู่อาศัยในพื้นที่อพยพทันที]

บ้าเอ๊ย!

ไม่นึกเลยว่าพวกชาวโลกจะไร้ความสามารถกันขนาดนี้!

‘ป่านนี้แล้วยังเจาะเขตแดนกระจอกๆ นั่นไม่ได้อีกเหรอ?’

ฉันเลิกดูข่าวแล้วลุกพรวดขึ้นทันที

ในขณะที่พวกฮันเตอร์มัวแต่หัวหมุนกับกำแพงที่เรียกว่าเขตแดน เจ้าบารอนสวนดอกไม้ก็ขยายอาณาเขตของมันออกไปเสียแล้ว

‘ไม่ได้การ!’

ขืนเป็นแบบนี้ เดี๋ยวบ้านของ คิมกิรยอ ได้โดนลูกหลงไปด้วยแน่

ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจ

ฉันจะไปที่เกิดเหตุ แล้วกระซิบบอกวิธีจัดการเขตแดนให้พวกฮันเตอร์รู้สักหน่อย

“เฮ้อ ให้ตายสิ เจ้าพวกสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์พวกนี้!”

ถึงจะขี้เกียจแต่จะทำไงได้

[●LIVE ข่าว : แชตสด]

[พวกฮันเตอร์แม่งทำหอกไรกันอยู่วะ]

[เรายิงมิไซล์ใส่เลยไม่ได้เหรอ??]

[ไอ้พวกไม่เคยทำงานเสี่ยงตาย เอาแต่มุดหัวอยู่แต่ในบ้านพิมพ์เก่งกันจัง... ถึย. ถ้าอึดอัดนักพวกแกก็ออกไปแก้ปัญหาเองสิเว้ย~ อย่ามาโทษท่านฮันเตอร์เขา]

อย่างที่คอมเมนต์นี้ว่า ถ้าหงุดหงิดนักก็ต้องออกไปลุยเอง

---

ไม่นานฉันก็มาถึงที่เกิดเหตุ

การจะเข้าไปข้างในไม่ได้ยากอย่างที่คิด

เพราะในโลกนี้ สถานะของ นักประเมิน ถือว่ามีอิทธิพลพอสมควร

‘แค่โทรหาทางสมาคมกริ๊งเดียว ก็ได้ใบอนุญาตผ่านทางง่ายดายขนาดนี้เชียว...’

ฉันข้ามเส้น Police Line เข้าไปแล้วกวาดตามองรอบๆ

ทันใดนั้นก็เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย

“คุณ ซอนอูยอน!”

“เอ๊ะ?”

ฮันเตอร์ ระดับ B คนนั้นกำลังจัดระเบียบแนวป้องกันใหม่ พอได้ยินเสียงฉันก็เงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ

“ฮันเตอร์คิมกิรยอ?”

สีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่า ‘นายมาทำอะไรที่นี่’

“ผมอึดอัดจนทนไม่ไหวน่ะครับ อึดอัดใจจะแย่”

“คะ?”

“โธ่ ก็แค่เขตแดนแค่นั้น จะยื้อกันไปถึงเมื่อไหร่ครับ?”

ฉันเดินเข้าไปหาซอนอูยอนแล้วอธิบายเรื่องราว

บอกว่าในฐานะนักประเมิน ผมมาเพื่อช่วยวิเคราะห์เขตแดน

“อย่างนี้นี่เอง!”

พอได้ยินแบบนั้น ใบหน้าของซอนอูยอนก็แจ่มใสขึ้นทันตา

นักประเมินชั้นสูงที่ค่าตัวแพงระยับจนไม่กล้าจ้าง จู่ๆ ก็เสนอตัวมาช่วยงานจิตอาสา จะไม่ให้ดีใจได้ยังไง

“งั้นฉันจะพาไปที่เขตแดนค่ะ”

ซอนอูยอนเดินนำอย่างกระตือรือร้น พร้อมเล่าสถานการณ์ปัจจุบันให้ฟังคร่าวๆ

“สรุปคือความแข็งแกร่งของเขตแดน อยู่ในระดับที่ต่อให้ ระดับ A รุมโจมตีก็ยังไม่แตกสินะครับ?”

“ค่ะ ไม่รู้ว่ามานามันทะลักออกมาจากไหนนักหนา”

“อืม”

“แถมจำนวนฮันเตอร์ที่มารวมตัวกันก็น้อยด้วย ทางสมาคมใช้อำนาจเรียกคนมาเป็นการด่วนแล้ว แต่ว่า...”

“ระดับ A มีแค่สองคนจริงๆ เหรอครับ?”

“พวกเราจะใช้สิทธิ์เรียกตัวพร่ำเพรื่อไม่ได้น่ะค่ะ คำขอกำลังเสริมตอนนี้เลยติดอยู่ที่เบื้องบน”

ฉันฟังแล้วก็ชะงัก ถามแทรกขึ้นมา

“แล้วหัวหน้ากิลด์หอคอยเวทมนตร์ล่ะครับ?”

จองฮาซอง หรือ คังชางโฮ อาจจะติดธุระจนมาไม่ได้ก็ช่างเถอะ แต่ระดับคนคนนั้นน่าจะเรียกมาได้ตามใจชอบไม่ใช่เหรอ

แต่ซอนอูยอนกลับทำหน้าเครียด

“ฮันเตอร์เอสเธอร์เหรอคะ? น่าเสียดายที่ตอนนี้เธอเข้าไปในเกตอยู่ค่ะ”

“ไอหยา”

“คนของหอคอยเวทมนตร์บอกว่า น่าจะต้องใช้เวลาอีกครึ่งวันกว่าจะเคลียร์จบค่ะ”

ดูท่าการที่จับบารอนสวนดอกไม้ไม่ได้ คงมีเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังอันน่าเศร้าอยู่หลายอย่างสินะ

‘เฮ้อ’

ถ้าอย่างนั้น ต่อจากนี้ถึงจะน่ารำคาญหน่อยแต่ก็คงต้องใช้วิธีอ้อมค่ายแล้วล่ะ

วิเคราะห์โครงสร้างของเขตแดน แล้วหาจุดอ่อนของมันให้เจอ

“เอาล่ะ ตรงนี้คือเขตแดนชั้นนอกสุดครับ”

ทิวทัศน์ของสถานที่จริงที่มาถึง ให้ความรู้สึกสมจริงต่างจากในหน้าจอทีวีลิบลับ

ภายในเขตแดนทรงกลมกึ่งโปร่งใส

เต็มไปด้วยดอกไม้สีขาว สีฟ้า และสีสว่างสดใส ขึ้นเบียดเสียดกันจนแทบไม่มีที่ให้เหยียบ

‘ข...ของจริงใหญ่กว่าที่คิดแฮะ...?’

แต่ทว่าใจกลางทุ่งดอกไม้นั้น กลับมีสิ่งมีชีวิตที่ห่างไกลจากความงดงามยืนตระหง่านอยู่

เจ้านั่นมีรูปร่างเทอะทะดูคล้ายกับตุ๊กตาดินเผาสมัยชิลลาชอบกล

‘นั่นใช่สิ่งมีชีวิตแน่เรอะ?’

บารอนสวนดอกไม้ที่เผยโฉมออกมา

ร่างสีขาวมันวาวราวกับเครื่องปั้นดินเผาเคลือบน้ำยา ทำให้มอนสเตอร์ตัวนั้นดูแปลกประหลาดผิดธรรมชาติยิ่งกว่าเดิม

‘อืม’

เอาเป็นว่าจบการวิจารณ์บอสไว้แค่นี้

‘น่ากลัวแฮะ เลิกมองดีกว่า’

ฉันเบนสายตามายังเขตแดนของท่านบารอน

แสงสีฟ้าจางๆ ที่เกิดจากการรวมตัวของอนุภาคมานา

ดูแค่นี้ก็ไม่ต่างจากเขตแดนทั่วไปเท่าไหร่...

“หืม?”

ตึง!

ทันใดนั้น จู่ๆ ก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวมาจากที่ไหนสักแห่ง

“เมื่อกี้เสียงอะไรครับ?”

“อ๊ะ ขอโทษด้วยค่ะ จริงสิ ฉันควรแจ้งไปทางโน้นด้วยว่ามีนักประเมินมา”

แต่โชคดีที่ไม่ใช่เสียงในความหมายร้ายแรง

มันคือเสียงของเหล่าฮันเตอร์ที่ถูกระดมพลกำลังระดมโจมตีเขตแดนอยู่นั่นเอง

“คุณฮันเตอร์ครับ! ฟังทางนี้หน่อยครับ!”

ซอนอูยอนวิ่งไปทางต้นเสียงแล้วแจ้งข่าว

“ทุกท่านช่วยหยุดโจมตีเขตแดนก่อนค่ะ!”

“หือ? ทำไมล่ะ?”

“มีนักประเมินชั้นสูงมาช่วยดูให้ค่ะ เพราะฉะนั้นรบกวนรอจนกว่าการวิเคราะห์จะเสร็จสิ้นด้วยค่ะ”

“อ๋อ~”

เหล่าฮันเตอร์หันมามองพร้อมกันตามคำพูดของซอนอูยอน

ธาตุไฟ, เสริมกำลังกาย, สายฟ้า

ถึงสกิลที่ใช้จะต่างกัน แต่ทุกคนล้วนเป็นยอดฝีมือระดับ B ขึ้นไปทั้งนั้น เล่นเอาฉันรู้สึกกดดันแปลกๆ

“จะรีบดูให้นะครับ”

ฉันรีบลงมือทำงานทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนกลุ่มหัวกะทิพวกนี้

‘หึ เขตแดนแค่นี้ ถ้าเจอกับท่านจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่เข้าไปล่ะก็...!’

แต่ทว่า เจ้าเขตแดนชีวภาพเฮงซวยนี่ ดันมีโครงสร้างซับซ้อนแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลยน่ะสิ

‘เอ๊ะ?’

โครงสร้างที่ยุ่งยากซับซ้อนแตกต่างจากเขตแดนของ หอคอยเวทมนตร์เกาหลี อย่างชัดเจน

ฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคอ

ดันไปคุยโวไว้ซะดิบดีว่าจะรีบทำให้จบ ถ้าเกิดมัวแต่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ด้วยฝีมือระดับ ระดับ F ตรงนี้ล่ะก็...

“โห ว่าแต่ระดับนักประเมินอุตส่าห์มาที่แบบนี้ด้วยแฮะ”

“นั่นสิ”

“แรงค์คงจะสูงน่าดู ทนการล้างสมองได้สบายเลย”

“อย่าพูดเลย กิลด์เราไม่มีนักประเมินสักคน ฉันนี่เพิ่งจะเคยเห็นตัวเป็นๆ ครั้งแรกเลยเนี่ย”

ฉันได้ยินเสียงซุบซิบของพวกผู้ตื่นรู้ระดับสูง ก็ยิ่งรีบขยับมือไม้ให้ไวขึ้น

ตั้งใจจะสัมผัสเขตแดนโดยตรงเพื่อลดเวลาวิเคราะห์ลงสักวินาทีก็ยังดี

แต่ทว่า...

เหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นในวินาทีถัดมา

วูบ—

มือที่ฉันยื่นออกไป ทะลุผ่านเขตแดนเข้าไปอย่างง่ายดายเสียอย่างนั้น

“เอ๊ะ?”

“หือ?”

“หา?”

ทันทีที่เห็นภาพนั้น คนรอบข้างต่างพากันส่งเสียงเหวอๆ ออกมา

แต่ทางฝั่งฉันเองก็อึ้งกิมกี่ไม่แพ้กัน

เดี๋ยวสิ เขตแดนที่ทำให้พวกระดับ A ต้องเต้นเร่าๆ ทำไมถึงผ่านเข้าไปง่ายดายแบบนี้...!

‘เฮ้ย!’

ชั่วพริบตา หลักการพื้นฐานของเขตแดนก็ผุดขึ้นมาในหัว

เขตแดน...

เวทมนตร์ชนิดนี้จะกีดกันสิ่งที่ 'เป็นอันตราย' ต่อผู้ร่าย

แต่ทว่าต่อให้เป็นอันตรายแค่ไหน เขตแดนคงไม่กรองแม้กระทั่งฝุ่นผงที่ลอยในอากาศหรอกจริงไหม?

เขตแดนยิ่ง 'มีความละเอียด' มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเปลืองค่าบำรุงรักษาอย่างมหาศาล

ดังนั้นโดยปกติแล้ว เพื่อประสิทธิภาพ เขาจะจงใจออกแบบเวทมนตร์ให้มีความหละหลวมบ้าง

‘พวกแมลงตัวเล็กๆ หรือฝุ่นผงที่ไม่มีพลังเวท ก็ไม่จำเป็นต้องกรองออกไงล่ะ’

ดังนั้นสถานการณ์นี้ สรุปสั้นๆ ก็คือ...

‘เขตแดนนี้ ไม่มองว่าระดับ F เป็นศัตรู’

เจ้าบารอนสวนดอกไม้ ตัดสินว่าฉันมีค่าเท่ากับฝุ่นผงสินะ!

“.......”

เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ฉันโดนปฏิบัติเหมือนเป็นตัวอะไรนะ?

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

94

20px

เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปสองวันแล้ว นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์กลายพันธุ์ผิดปกติ

“หึหึ”

ในระหว่างนั้นฉันจัดการขาย ผลึกมาร สีแดงชาดออกไปได้อย่างราบรื่น แถมทาง กิลด์นีโอซิสเตอร์ ยังส่งเงินค่าตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ มาให้เป็นกรณีพิเศษอีกต่างหาก

เมื่อรวมกับของรางวัลจาก [คลังสมบัติแห่งมิติ] ก่อนหน้านี้ ยอดเงินคงเหลือที่กวาดมารวมกันทั้งหมดก็คือ...

【สมุดบัญชีฝากถอน : 318,230,054 วอน】

ฉันจ้องมองตัวเลขในสมุดบัญชีด้วยความภาคภูมิใจ

ตั้งสามร้อยสิบเอ็ดล้านเชียวนะ!

ถ้านึกถึงสมัยที่ต้องนั่งตัวสั่นงกๆ เงินเคี่ยวเข็ญกับค่า ซุปเนื้อทานกับข้าว สักชาม นี่มันถือเป็นการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่สุดๆ ไปเลยไม่ใช่หรือไง

‘ฤดูหนาวยังไม่ทันมาเยือน ก็มีเงินแตะหลักสามร้อยล้านแล้ว’

แน่นอนว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล

ฉันยังมีเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ที่จะต้องซื้อ ‘ปอดมังกร’ ให้จงได้ และกว่าจะถึงตอนนั้น ก็ยังต้องรู้จักประหยัดมัธยัสถ์ต่อไป

“อืม...”

ดูท่าฉันคงต้องอาศัยอยู่ในห้องเช่ารูหนูแห่งนี้ไปอีกพักใหญ่

แต่เอาเถอะ แค่นี้ก็ถือว่าอยู่ได้สบายมากแล้ว

ไม่มีหัวหน้างานคอยจี้ให้ทำโอที มีข้าวกินครบทุกมื้อตามเวลา

แถมยังมีสิ่งของน่าสนใจของโลกใบนี้ให้ดูเล่นตั้งเยอะแยะ

‘นึกขึ้นได้ ดู Y-Tube หน่อยดีกว่า’

ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเข้าแอปพลิเคชันที่คุ้นเคย

แพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงเจ้านี้มีคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบเตรียมไว้ก็จริง แต่สิ่งที่ฉันดูจริงๆ ก็มีแค่ข่าวเท่านั้นแหละ

‘มนุษย์ต่างดาวอย่างฉัน การจะแยกแยะข้อมูลจริงเท็จมันยากนี่นา...’

ข่าวถือเป็นวัฒนธรรมที่ดี

มีความน่าเชื่อถือค่อนข้างสูง และสื่อรูปแบบวิดีโอก็มีความบันเทิงที่ดึงดูดสายตาได้ดี

‘วันนี้จะดูช่องไหนดีนะ’

ฉันไถหน้าจอโทรศัพท์เลือกสิ่งที่น่าดู

‘หืม?’

แต่ทว่า... มีบางอย่างผิดปกติ

ตามปกติแล้วเนื้อหาข่าวของแต่ละสถานีจะมีความแตกต่างกัน แต่วันนี้ไม่ว่าจะกดช่องไหนก็ได้เห็นแต่ภาพหน้าจอเดียวกันหมด...

[[●LIVE] ข่าว 2 ทุ่ม - สถานการณ์กิลด์ฮันชินเลวร้ายลง, บรรยากาศในพื้นที่เป็นอย่างไร?]

[“เหมือนฝันร้ายเลยครับ”... บทสัมภาษณ์ผู้ประสบภัย]

[ห้างสรรพสินค้ากลายเป็น ‘นรกบนดิน’ ตกลงแล้วความเสียหายขนาดไหนกันแน่?]

ฉันกดเข้าไปดูวิดีโอที่ขึ้นสถานะถ่ายทอดสด และตั้งใจฟังรายงานข่าวที่ดังออกมา

[ขณะนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เกิดเหตุแล้วครับ คุณนักข่าวคิม○○?]

[ครับ ตอนนี้ผมอยู่ที่ถนนแห่งหนึ่งใน ย่านซอคโย ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ‘วิกฤตการณ์ฮันชิน’ ครับ อย่างที่เห็นคือขณะนี้มีการห้ามประชาชนเข้าออกพื้นที่...]

จะว่าไป ออกข่าวใหญ่โตขนาดนี้ แต่สถานที่เกิดเหตุดูสะอาดสะอ้านกว่าที่คิดแฮะ

ภาพที่เห็นบนหน้าจอตอนนี้คือทางเดินเท้าที่ปูไว้อย่างเป็นระเบียบ

ตึกสีเทาที่ตั้งเรียงรายกันอย่างหนาแน่น

และสิ่งที่แทรกอยู่ระหว่างตึกเหล่านั้นคือ.... เขตแดน ขนาดมหึมา?

‘อืม?’

ฉันหรี่ตามองหน้าจออย่างละเอียด แต่ดูยังไงผลลัพธ์ก็ไม่เปลี่ยน

สิ่งที่ปกคลุมท้องถนนอยู่ ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเขตแดนอันกว้างใหญ่ไพศาล

[สิ่งที่เห็นอยู่ไกลๆ นั่นคือบอสมอนสเตอร์ที่เป็นต้นตอของเหตุการณ์ในครั้งนี้ ‘บารอนสวนดอกไม้’ ครับ]

ไม่นานนัก ผู้สื่อข่าวก็อธิบายด้วยน้ำเสียงฉะฉาน

‘บารอนสวนดอกไม้’ เดิมทีเป็นมอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ในเกตส่วนตัวของกิลด์แห่งหนึ่ง แต่วันหนึ่งกิลด์นั้นดันบริหารงานผิดพลาดอย่างร้ายแรง

[ในขณะเดียวกัน ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อ กิลด์ฮันชิน ที่เป็นผู้จุดชนวนเหตุการณ์นี้ครับ]

ความผิดพลาดของผู้ประมูลจนทำให้บอสหลุดออกมา

นี่มันภัยพิบัติที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ที่หาดูได้ยากจริงๆ

‘โลกนี้มีอุบัติเหตุร้อยแปดพันเก้าจริงๆ...’

ฉันคิดเพียงสั้นๆ แล้วลุกจากที่นั่ง ตั้งใจจะไปหยิบน้ำในตู้เย็น

‘หือ?’

แต่ทันใดนั้น

ฉันเปิดตู้เย็นค้างไว้แล้วยืนแข็งทื่อ

[△△ร้านเนื้อย่าง]

ป้ายสีแดงที่กล้องข่าวจับภาพได้เมื่อครู่นี้

คุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนไม่ใช่เหรอ?

‘ร้านอาหารหน้าตู้ ATM ที่ฉันไปกดเงินสดทุกวันนี่นา!’

หมายความว่า สถานที่เกิดเหตุในข่าว อยู่ใกล้กับที่นี่มากๆ เลยน่ะสิ

เรื่องแค่นี้ทำไมเพิ่งจะมานึกออกเอาป่านนี้...

ฉันมองดูภาพย่านที่คุ้นตาในโทรทัศน์ด้วยความประหลาดใจ จากนั้นภาพก็ตัดไปยังฉากต่อไป

พั่บ พั่บ พั่บ พั่บ...

ภาพนั้นคือทิวทัศน์ของถนนที่ถ่ายจากมุมสูงบนเฮลิคอปเตอร์

[สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ?]

[เหล่า ฮันเตอร์ ที่ถูกระดมพลฉุกเฉินกำลังต่อสู้อย่างหนักเพื่อล่า ‘บารอนสวนดอกไม้’ ครับ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร]

เจ้าบารอนสวนดอกไม้นั่น ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นมอนสเตอร์ที่น่ารำคาญใช่เล่น

ตัวมันซ่อนอยู่ในเขตแดนที่แข็งแกร่ง แล้วคอยโจมตีฮันเตอร์ข้างนอกด้วยการควบคุมระยะไกลไม่หยุดหย่อน

อาวุธของบารอนสวนดอกไม้คือการโจมตีทางจิต

กล่าวคือ หากใครเข้าใกล้เขตแดน มันจะใช้เวทมนตร์ล้างสมองทำให้พวกเดียวกันสู้กันเอง

แต่ประเด็นคือไอ้ขอบเขตและพลังของการล้างสมองดันรุนแรงเอาเรื่องเนี่ยสิ...

[ปกติการโจมตีทางจิตไม่ค่อยมีผลกับ ผู้ตื่นรู้ ไม่ใช่เหรอครับ? แล้วทำไมครั้งนี้ถึงเกิดความวุ่นวายขนาดนี้ล่ะ?]

[ตามคำอธิบายของเจ้าหน้าที่ สมาคมฮันเตอร์ บอกว่า ‘บารอนสวนดอกไม้’ เป็น สัตว์อสูร ที่จะแข็งแกร่งขึ้นตามระยะเวลาที่ปรากฏตัวครับ]

[มอนสเตอร์มีการเติบโตเหรอครับ?]

[ครับ ดังนั้นการล้างสมองของมอนสเตอร์จึงส่งผลกระทบไปถึงผู้ตื่นรู้ระดับกลางอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และความแข็งแกร่งของเขตแดนเองก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยครับ]

สรุปคือสถานการณ์ตอนนี้ แม้แต่จำนวนฮันเตอร์ที่จะส่งเข้าไปได้ก็ยังถูกจำกัดวงให้แคบลง

“อืม”

แต่ถึงฉันจะเห็นหน้าเครียดๆ ของผู้ประกาศข่าว ฉันก็ทำได้แค่ยักไหล่เท่านั้น

ทำไมน่ะเหรอ? ก็มันไม่ได้รู้สึกถึงวิกฤตอะไรเลยนี่นา

‘ต่อให้จุดเกิดเหตุจะอยู่ใกล้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเกิดเรื่องขึ้นในบ้านฉันซะหน่อย...’

กึก

ฉันดื่มน้ำที่หยิบจากตู้เย็นดับกระหายพลางครุ่นคิด

‘เดี๋ยวผ่านไปสักพักก็คงแก้ปัญหาได้เองแหละน่า’

ผู้ประกาศข่าวทำเป็นตื่นตูมว่าการล้างสมองรุนแรงอย่างนั้นอย่างนี้ แต่สุดท้ายตอนนี้ก็ยังมีฮันเตอร์บางส่วนรับมือกับเขตแดนของบารอนอยู่ไม่ใช่หรือไง

จะขนไอเทมป้องกันการล้างสมองมาใส่จนตัวบวม หรือจะไปตาม ระดับ S มาสักคน

ผู้ตื่นรู้ของที่นี่ก็มีทางเลือกตั้งเยอะแยะ

“ไม่เป็นไรหรอก”

ฉันเลยคิดว่าเดี๋ยวพวกชาวโลกก็คงจัดการเรื่องนี้กันเอง แล้วก็หันไปเตรียมมื้อเที่ยง

อุ่นแกงกะหรี่ซอง อุ่นข้าวสวย...

“ไม่เป็นไรใช่มั้ยนะ?”

แต่ทว่าหลังกินข้าวเสร็จ ข่าวก็ยังดูวุ่นวายหนวกหูไม่เลิก

“...นี่มันชักจะไม่เข้าท่าแล้วหรือเปล่า?”

และเมื่อเวลาผ่านไปราว 3 ชั่วโมง ไฟก็ลามมาจ่อที่หลังเท้าฉันจนได้

[(ข่าวด่วน) ขอบเขตผลกระทบของ ‘บารอนสวนดอกไม้’ ขยายวงกว้าง แจ้งเตือนผู้อยู่อาศัยในพื้นที่อพยพทันที]

บ้าเอ๊ย!

ไม่นึกเลยว่าพวกชาวโลกจะไร้ความสามารถกันขนาดนี้!

‘ป่านนี้แล้วยังเจาะเขตแดนกระจอกๆ นั่นไม่ได้อีกเหรอ?’

ฉันเลิกดูข่าวแล้วลุกพรวดขึ้นทันที

ในขณะที่พวกฮันเตอร์มัวแต่หัวหมุนกับกำแพงที่เรียกว่าเขตแดน เจ้าบารอนสวนดอกไม้ก็ขยายอาณาเขตของมันออกไปเสียแล้ว

‘ไม่ได้การ!’

ขืนเป็นแบบนี้ เดี๋ยวบ้านของ คิมกิรยอ ได้โดนลูกหลงไปด้วยแน่

ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจ

ฉันจะไปที่เกิดเหตุ แล้วกระซิบบอกวิธีจัดการเขตแดนให้พวกฮันเตอร์รู้สักหน่อย

“เฮ้อ ให้ตายสิ เจ้าพวกสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์พวกนี้!”

ถึงจะขี้เกียจแต่จะทำไงได้

[●LIVE ข่าว : แชตสด]

[พวกฮันเตอร์แม่งทำหอกไรกันอยู่วะ]

[เรายิงมิไซล์ใส่เลยไม่ได้เหรอ??]

[ไอ้พวกไม่เคยทำงานเสี่ยงตาย เอาแต่มุดหัวอยู่แต่ในบ้านพิมพ์เก่งกันจัง... ถึย. ถ้าอึดอัดนักพวกแกก็ออกไปแก้ปัญหาเองสิเว้ย~ อย่ามาโทษท่านฮันเตอร์เขา]

อย่างที่คอมเมนต์นี้ว่า ถ้าหงุดหงิดนักก็ต้องออกไปลุยเอง

---

ไม่นานฉันก็มาถึงที่เกิดเหตุ

การจะเข้าไปข้างในไม่ได้ยากอย่างที่คิด

เพราะในโลกนี้ สถานะของ นักประเมิน ถือว่ามีอิทธิพลพอสมควร

‘แค่โทรหาทางสมาคมกริ๊งเดียว ก็ได้ใบอนุญาตผ่านทางง่ายดายขนาดนี้เชียว...’

ฉันข้ามเส้น Police Line เข้าไปแล้วกวาดตามองรอบๆ

ทันใดนั้นก็เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย

“คุณ ซอนอูยอน!”

“เอ๊ะ?”

ฮันเตอร์ ระดับ B คนนั้นกำลังจัดระเบียบแนวป้องกันใหม่ พอได้ยินเสียงฉันก็เงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ

“ฮันเตอร์คิมกิรยอ?”

สีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่า ‘นายมาทำอะไรที่นี่’

“ผมอึดอัดจนทนไม่ไหวน่ะครับ อึดอัดใจจะแย่”

“คะ?”

“โธ่ ก็แค่เขตแดนแค่นั้น จะยื้อกันไปถึงเมื่อไหร่ครับ?”

ฉันเดินเข้าไปหาซอนอูยอนแล้วอธิบายเรื่องราว

บอกว่าในฐานะนักประเมิน ผมมาเพื่อช่วยวิเคราะห์เขตแดน

“อย่างนี้นี่เอง!”

พอได้ยินแบบนั้น ใบหน้าของซอนอูยอนก็แจ่มใสขึ้นทันตา

นักประเมินชั้นสูงที่ค่าตัวแพงระยับจนไม่กล้าจ้าง จู่ๆ ก็เสนอตัวมาช่วยงานจิตอาสา จะไม่ให้ดีใจได้ยังไง

“งั้นฉันจะพาไปที่เขตแดนค่ะ”

ซอนอูยอนเดินนำอย่างกระตือรือร้น พร้อมเล่าสถานการณ์ปัจจุบันให้ฟังคร่าวๆ

“สรุปคือความแข็งแกร่งของเขตแดน อยู่ในระดับที่ต่อให้ ระดับ A รุมโจมตีก็ยังไม่แตกสินะครับ?”

“ค่ะ ไม่รู้ว่ามานามันทะลักออกมาจากไหนนักหนา”

“อืม”

“แถมจำนวนฮันเตอร์ที่มารวมตัวกันก็น้อยด้วย ทางสมาคมใช้อำนาจเรียกคนมาเป็นการด่วนแล้ว แต่ว่า...”

“ระดับ A มีแค่สองคนจริงๆ เหรอครับ?”

“พวกเราจะใช้สิทธิ์เรียกตัวพร่ำเพรื่อไม่ได้น่ะค่ะ คำขอกำลังเสริมตอนนี้เลยติดอยู่ที่เบื้องบน”

ฉันฟังแล้วก็ชะงัก ถามแทรกขึ้นมา

“แล้วหัวหน้ากิลด์หอคอยเวทมนตร์ล่ะครับ?”

จองฮาซอง หรือ คังชางโฮ อาจจะติดธุระจนมาไม่ได้ก็ช่างเถอะ แต่ระดับคนคนนั้นน่าจะเรียกมาได้ตามใจชอบไม่ใช่เหรอ

แต่ซอนอูยอนกลับทำหน้าเครียด

“ฮันเตอร์เอสเธอร์เหรอคะ? น่าเสียดายที่ตอนนี้เธอเข้าไปในเกตอยู่ค่ะ”

“ไอหยา”

“คนของหอคอยเวทมนตร์บอกว่า น่าจะต้องใช้เวลาอีกครึ่งวันกว่าจะเคลียร์จบค่ะ”

ดูท่าการที่จับบารอนสวนดอกไม้ไม่ได้ คงมีเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังอันน่าเศร้าอยู่หลายอย่างสินะ

‘เฮ้อ’

ถ้าอย่างนั้น ต่อจากนี้ถึงจะน่ารำคาญหน่อยแต่ก็คงต้องใช้วิธีอ้อมค่ายแล้วล่ะ

วิเคราะห์โครงสร้างของเขตแดน แล้วหาจุดอ่อนของมันให้เจอ

“เอาล่ะ ตรงนี้คือเขตแดนชั้นนอกสุดครับ”

ทิวทัศน์ของสถานที่จริงที่มาถึง ให้ความรู้สึกสมจริงต่างจากในหน้าจอทีวีลิบลับ

ภายในเขตแดนทรงกลมกึ่งโปร่งใส

เต็มไปด้วยดอกไม้สีขาว สีฟ้า และสีสว่างสดใส ขึ้นเบียดเสียดกันจนแทบไม่มีที่ให้เหยียบ

‘ข...ของจริงใหญ่กว่าที่คิดแฮะ...?’

แต่ทว่าใจกลางทุ่งดอกไม้นั้น กลับมีสิ่งมีชีวิตที่ห่างไกลจากความงดงามยืนตระหง่านอยู่

เจ้านั่นมีรูปร่างเทอะทะดูคล้ายกับตุ๊กตาดินเผาสมัยชิลลาชอบกล

‘นั่นใช่สิ่งมีชีวิตแน่เรอะ?’

บารอนสวนดอกไม้ที่เผยโฉมออกมา

ร่างสีขาวมันวาวราวกับเครื่องปั้นดินเผาเคลือบน้ำยา ทำให้มอนสเตอร์ตัวนั้นดูแปลกประหลาดผิดธรรมชาติยิ่งกว่าเดิม

‘อืม’

เอาเป็นว่าจบการวิจารณ์บอสไว้แค่นี้

‘น่ากลัวแฮะ เลิกมองดีกว่า’

ฉันเบนสายตามายังเขตแดนของท่านบารอน

แสงสีฟ้าจางๆ ที่เกิดจากการรวมตัวของอนุภาคมานา

ดูแค่นี้ก็ไม่ต่างจากเขตแดนทั่วไปเท่าไหร่...

“หืม?”

ตึง!

ทันใดนั้น จู่ๆ ก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวมาจากที่ไหนสักแห่ง

“เมื่อกี้เสียงอะไรครับ?”

“อ๊ะ ขอโทษด้วยค่ะ จริงสิ ฉันควรแจ้งไปทางโน้นด้วยว่ามีนักประเมินมา”

แต่โชคดีที่ไม่ใช่เสียงในความหมายร้ายแรง

มันคือเสียงของเหล่าฮันเตอร์ที่ถูกระดมพลกำลังระดมโจมตีเขตแดนอยู่นั่นเอง

“คุณฮันเตอร์ครับ! ฟังทางนี้หน่อยครับ!”

ซอนอูยอนวิ่งไปทางต้นเสียงแล้วแจ้งข่าว

“ทุกท่านช่วยหยุดโจมตีเขตแดนก่อนค่ะ!”

“หือ? ทำไมล่ะ?”

“มีนักประเมินชั้นสูงมาช่วยดูให้ค่ะ เพราะฉะนั้นรบกวนรอจนกว่าการวิเคราะห์จะเสร็จสิ้นด้วยค่ะ”

“อ๋อ~”

เหล่าฮันเตอร์หันมามองพร้อมกันตามคำพูดของซอนอูยอน

ธาตุไฟ, เสริมกำลังกาย, สายฟ้า

ถึงสกิลที่ใช้จะต่างกัน แต่ทุกคนล้วนเป็นยอดฝีมือระดับ B ขึ้นไปทั้งนั้น เล่นเอาฉันรู้สึกกดดันแปลกๆ

“จะรีบดูให้นะครับ”

ฉันรีบลงมือทำงานทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนกลุ่มหัวกะทิพวกนี้

‘หึ เขตแดนแค่นี้ ถ้าเจอกับท่านจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่เข้าไปล่ะก็...!’

แต่ทว่า เจ้าเขตแดนชีวภาพเฮงซวยนี่ ดันมีโครงสร้างซับซ้อนแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลยน่ะสิ

‘เอ๊ะ?’

โครงสร้างที่ยุ่งยากซับซ้อนแตกต่างจากเขตแดนของ หอคอยเวทมนตร์เกาหลี อย่างชัดเจน

ฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคอ

ดันไปคุยโวไว้ซะดิบดีว่าจะรีบทำให้จบ ถ้าเกิดมัวแต่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ด้วยฝีมือระดับ ระดับ F ตรงนี้ล่ะก็...

“โห ว่าแต่ระดับนักประเมินอุตส่าห์มาที่แบบนี้ด้วยแฮะ”

“นั่นสิ”

“แรงค์คงจะสูงน่าดู ทนการล้างสมองได้สบายเลย”

“อย่าพูดเลย กิลด์เราไม่มีนักประเมินสักคน ฉันนี่เพิ่งจะเคยเห็นตัวเป็นๆ ครั้งแรกเลยเนี่ย”

ฉันได้ยินเสียงซุบซิบของพวกผู้ตื่นรู้ระดับสูง ก็ยิ่งรีบขยับมือไม้ให้ไวขึ้น

ตั้งใจจะสัมผัสเขตแดนโดยตรงเพื่อลดเวลาวิเคราะห์ลงสักวินาทีก็ยังดี

แต่ทว่า...

เหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นในวินาทีถัดมา

วูบ—

มือที่ฉันยื่นออกไป ทะลุผ่านเขตแดนเข้าไปอย่างง่ายดายเสียอย่างนั้น

“เอ๊ะ?”

“หือ?”

“หา?”

ทันทีที่เห็นภาพนั้น คนรอบข้างต่างพากันส่งเสียงเหวอๆ ออกมา

แต่ทางฝั่งฉันเองก็อึ้งกิมกี่ไม่แพ้กัน

เดี๋ยวสิ เขตแดนที่ทำให้พวกระดับ A ต้องเต้นเร่าๆ ทำไมถึงผ่านเข้าไปง่ายดายแบบนี้...!

‘เฮ้ย!’

ชั่วพริบตา หลักการพื้นฐานของเขตแดนก็ผุดขึ้นมาในหัว

เขตแดน...

เวทมนตร์ชนิดนี้จะกีดกันสิ่งที่ 'เป็นอันตราย' ต่อผู้ร่าย

แต่ทว่าต่อให้เป็นอันตรายแค่ไหน เขตแดนคงไม่กรองแม้กระทั่งฝุ่นผงที่ลอยในอากาศหรอกจริงไหม?

เขตแดนยิ่ง 'มีความละเอียด' มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเปลืองค่าบำรุงรักษาอย่างมหาศาล

ดังนั้นโดยปกติแล้ว เพื่อประสิทธิภาพ เขาจะจงใจออกแบบเวทมนตร์ให้มีความหละหลวมบ้าง

‘พวกแมลงตัวเล็กๆ หรือฝุ่นผงที่ไม่มีพลังเวท ก็ไม่จำเป็นต้องกรองออกไงล่ะ’

ดังนั้นสถานการณ์นี้ สรุปสั้นๆ ก็คือ...

‘เขตแดนนี้ ไม่มองว่าระดับ F เป็นศัตรู’

เจ้าบารอนสวนดอกไม้ ตัดสินว่าฉันมีค่าเท่ากับฝุ่นผงสินะ!

“.......”

เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ฉันโดนปฏิบัติเหมือนเป็นตัวอะไรนะ?