เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปสองวันแล้ว นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์กลายพันธุ์ผิดปกติ
“หึหึ”
ในระหว่างนั้นฉันจัดการขาย ผลึกมาร สีแดงชาดออกไปได้อย่างราบรื่น แถมทาง กิลด์นีโอซิสเตอร์ ยังส่งเงินค่าตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ มาให้เป็นกรณีพิเศษอีกต่างหาก
เมื่อรวมกับของรางวัลจาก [คลังสมบัติแห่งมิติ] ก่อนหน้านี้ ยอดเงินคงเหลือที่กวาดมารวมกันทั้งหมดก็คือ...
【สมุดบัญชีฝากถอน : 318,230,054 วอน】
ฉันจ้องมองตัวเลขในสมุดบัญชีด้วยความภาคภูมิใจ
ตั้งสามร้อยสิบเอ็ดล้านเชียวนะ!
ถ้านึกถึงสมัยที่ต้องนั่งตัวสั่นงกๆ เงินเคี่ยวเข็ญกับค่า ซุปเนื้อทานกับข้าว สักชาม นี่มันถือเป็นการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่สุดๆ ไปเลยไม่ใช่หรือไง
‘ฤดูหนาวยังไม่ทันมาเยือน ก็มีเงินแตะหลักสามร้อยล้านแล้ว’
แน่นอนว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล
ฉันยังมีเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ที่จะต้องซื้อ ‘ปอดมังกร’ ให้จงได้ และกว่าจะถึงตอนนั้น ก็ยังต้องรู้จักประหยัดมัธยัสถ์ต่อไป
“อืม...”
ดูท่าฉันคงต้องอาศัยอยู่ในห้องเช่ารูหนูแห่งนี้ไปอีกพักใหญ่
แต่เอาเถอะ แค่นี้ก็ถือว่าอยู่ได้สบายมากแล้ว
ไม่มีหัวหน้างานคอยจี้ให้ทำโอที มีข้าวกินครบทุกมื้อตามเวลา
แถมยังมีสิ่งของน่าสนใจของโลกใบนี้ให้ดูเล่นตั้งเยอะแยะ
‘นึกขึ้นได้ ดู Y-Tube หน่อยดีกว่า’
ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเข้าแอปพลิเคชันที่คุ้นเคย
แพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงเจ้านี้มีคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบเตรียมไว้ก็จริง แต่สิ่งที่ฉันดูจริงๆ ก็มีแค่ข่าวเท่านั้นแหละ
‘มนุษย์ต่างดาวอย่างฉัน การจะแยกแยะข้อมูลจริงเท็จมันยากนี่นา...’
ข่าวถือเป็นวัฒนธรรมที่ดี
มีความน่าเชื่อถือค่อนข้างสูง และสื่อรูปแบบวิดีโอก็มีความบันเทิงที่ดึงดูดสายตาได้ดี
‘วันนี้จะดูช่องไหนดีนะ’
ฉันไถหน้าจอโทรศัพท์เลือกสิ่งที่น่าดู
‘หืม?’
แต่ทว่า... มีบางอย่างผิดปกติ
ตามปกติแล้วเนื้อหาข่าวของแต่ละสถานีจะมีความแตกต่างกัน แต่วันนี้ไม่ว่าจะกดช่องไหนก็ได้เห็นแต่ภาพหน้าจอเดียวกันหมด...
[[●LIVE] ข่าว 2 ทุ่ม - สถานการณ์กิลด์ฮันชินเลวร้ายลง, บรรยากาศในพื้นที่เป็นอย่างไร?]
[“เหมือนฝันร้ายเลยครับ”... บทสัมภาษณ์ผู้ประสบภัย]
[ห้างสรรพสินค้ากลายเป็น ‘นรกบนดิน’ ตกลงแล้วความเสียหายขนาดไหนกันแน่?]
ฉันกดเข้าไปดูวิดีโอที่ขึ้นสถานะถ่ายทอดสด และตั้งใจฟังรายงานข่าวที่ดังออกมา
[ขณะนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เกิดเหตุแล้วครับ คุณนักข่าวคิม○○?]
[ครับ ตอนนี้ผมอยู่ที่ถนนแห่งหนึ่งใน ย่านซอคโย ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ‘วิกฤตการณ์ฮันชิน’ ครับ อย่างที่เห็นคือขณะนี้มีการห้ามประชาชนเข้าออกพื้นที่...]
จะว่าไป ออกข่าวใหญ่โตขนาดนี้ แต่สถานที่เกิดเหตุดูสะอาดสะอ้านกว่าที่คิดแฮะ
ภาพที่เห็นบนหน้าจอตอนนี้คือทางเดินเท้าที่ปูไว้อย่างเป็นระเบียบ
ตึกสีเทาที่ตั้งเรียงรายกันอย่างหนาแน่น
และสิ่งที่แทรกอยู่ระหว่างตึกเหล่านั้นคือ.... เขตแดน ขนาดมหึมา?
‘อืม?’
ฉันหรี่ตามองหน้าจออย่างละเอียด แต่ดูยังไงผลลัพธ์ก็ไม่เปลี่ยน
สิ่งที่ปกคลุมท้องถนนอยู่ ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเขตแดนอันกว้างใหญ่ไพศาล
[สิ่งที่เห็นอยู่ไกลๆ นั่นคือบอสมอนสเตอร์ที่เป็นต้นตอของเหตุการณ์ในครั้งนี้ ‘บารอนสวนดอกไม้’ ครับ]
ไม่นานนัก ผู้สื่อข่าวก็อธิบายด้วยน้ำเสียงฉะฉาน
‘บารอนสวนดอกไม้’ เดิมทีเป็นมอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ในเกตส่วนตัวของกิลด์แห่งหนึ่ง แต่วันหนึ่งกิลด์นั้นดันบริหารงานผิดพลาดอย่างร้ายแรง
[ในขณะเดียวกัน ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อ กิลด์ฮันชิน ที่เป็นผู้จุดชนวนเหตุการณ์นี้ครับ]
ความผิดพลาดของผู้ประมูลจนทำให้บอสหลุดออกมา
นี่มันภัยพิบัติที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ที่หาดูได้ยากจริงๆ
‘โลกนี้มีอุบัติเหตุร้อยแปดพันเก้าจริงๆ...’
ฉันคิดเพียงสั้นๆ แล้วลุกจากที่นั่ง ตั้งใจจะไปหยิบน้ำในตู้เย็น
‘หือ?’
แต่ทันใดนั้น
ฉันเปิดตู้เย็นค้างไว้แล้วยืนแข็งทื่อ
[△△ร้านเนื้อย่าง]
ป้ายสีแดงที่กล้องข่าวจับภาพได้เมื่อครู่นี้
คุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนไม่ใช่เหรอ?
‘ร้านอาหารหน้าตู้ ATM ที่ฉันไปกดเงินสดทุกวันนี่นา!’
หมายความว่า สถานที่เกิดเหตุในข่าว อยู่ใกล้กับที่นี่มากๆ เลยน่ะสิ
เรื่องแค่นี้ทำไมเพิ่งจะมานึกออกเอาป่านนี้...
ฉันมองดูภาพย่านที่คุ้นตาในโทรทัศน์ด้วยความประหลาดใจ จากนั้นภาพก็ตัดไปยังฉากต่อไป
พั่บ พั่บ พั่บ พั่บ...
ภาพนั้นคือทิวทัศน์ของถนนที่ถ่ายจากมุมสูงบนเฮลิคอปเตอร์
[สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ?]
[เหล่า ฮันเตอร์ ที่ถูกระดมพลฉุกเฉินกำลังต่อสู้อย่างหนักเพื่อล่า ‘บารอนสวนดอกไม้’ ครับ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร]
เจ้าบารอนสวนดอกไม้นั่น ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นมอนสเตอร์ที่น่ารำคาญใช่เล่น
ตัวมันซ่อนอยู่ในเขตแดนที่แข็งแกร่ง แล้วคอยโจมตีฮันเตอร์ข้างนอกด้วยการควบคุมระยะไกลไม่หยุดหย่อน
อาวุธของบารอนสวนดอกไม้คือการโจมตีทางจิต
กล่าวคือ หากใครเข้าใกล้เขตแดน มันจะใช้เวทมนตร์ล้างสมองทำให้พวกเดียวกันสู้กันเอง
แต่ประเด็นคือไอ้ขอบเขตและพลังของการล้างสมองดันรุนแรงเอาเรื่องเนี่ยสิ...
[ปกติการโจมตีทางจิตไม่ค่อยมีผลกับ ผู้ตื่นรู้ ไม่ใช่เหรอครับ? แล้วทำไมครั้งนี้ถึงเกิดความวุ่นวายขนาดนี้ล่ะ?]
[ตามคำอธิบายของเจ้าหน้าที่ สมาคมฮันเตอร์ บอกว่า ‘บารอนสวนดอกไม้’ เป็น สัตว์อสูร ที่จะแข็งแกร่งขึ้นตามระยะเวลาที่ปรากฏตัวครับ]
[มอนสเตอร์มีการเติบโตเหรอครับ?]
[ครับ ดังนั้นการล้างสมองของมอนสเตอร์จึงส่งผลกระทบไปถึงผู้ตื่นรู้ระดับกลางอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และความแข็งแกร่งของเขตแดนเองก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยครับ]
สรุปคือสถานการณ์ตอนนี้ แม้แต่จำนวนฮันเตอร์ที่จะส่งเข้าไปได้ก็ยังถูกจำกัดวงให้แคบลง
“อืม”
แต่ถึงฉันจะเห็นหน้าเครียดๆ ของผู้ประกาศข่าว ฉันก็ทำได้แค่ยักไหล่เท่านั้น
ทำไมน่ะเหรอ? ก็มันไม่ได้รู้สึกถึงวิกฤตอะไรเลยนี่นา
‘ต่อให้จุดเกิดเหตุจะอยู่ใกล้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเกิดเรื่องขึ้นในบ้านฉันซะหน่อย...’
กึก
ฉันดื่มน้ำที่หยิบจากตู้เย็นดับกระหายพลางครุ่นคิด
‘เดี๋ยวผ่านไปสักพักก็คงแก้ปัญหาได้เองแหละน่า’
ผู้ประกาศข่าวทำเป็นตื่นตูมว่าการล้างสมองรุนแรงอย่างนั้นอย่างนี้ แต่สุดท้ายตอนนี้ก็ยังมีฮันเตอร์บางส่วนรับมือกับเขตแดนของบารอนอยู่ไม่ใช่หรือไง
จะขนไอเทมป้องกันการล้างสมองมาใส่จนตัวบวม หรือจะไปตาม ระดับ S มาสักคน
ผู้ตื่นรู้ของที่นี่ก็มีทางเลือกตั้งเยอะแยะ
“ไม่เป็นไรหรอก”
ฉันเลยคิดว่าเดี๋ยวพวกชาวโลกก็คงจัดการเรื่องนี้กันเอง แล้วก็หันไปเตรียมมื้อเที่ยง
อุ่นแกงกะหรี่ซอง อุ่นข้าวสวย...
“ไม่เป็นไรใช่มั้ยนะ?”
แต่ทว่าหลังกินข้าวเสร็จ ข่าวก็ยังดูวุ่นวายหนวกหูไม่เลิก
“...นี่มันชักจะไม่เข้าท่าแล้วหรือเปล่า?”
และเมื่อเวลาผ่านไปราว 3 ชั่วโมง ไฟก็ลามมาจ่อที่หลังเท้าฉันจนได้
[(ข่าวด่วน) ขอบเขตผลกระทบของ ‘บารอนสวนดอกไม้’ ขยายวงกว้าง แจ้งเตือนผู้อยู่อาศัยในพื้นที่อพยพทันที]
บ้าเอ๊ย!
ไม่นึกเลยว่าพวกชาวโลกจะไร้ความสามารถกันขนาดนี้!
‘ป่านนี้แล้วยังเจาะเขตแดนกระจอกๆ นั่นไม่ได้อีกเหรอ?’
ฉันเลิกดูข่าวแล้วลุกพรวดขึ้นทันที
ในขณะที่พวกฮันเตอร์มัวแต่หัวหมุนกับกำแพงที่เรียกว่าเขตแดน เจ้าบารอนสวนดอกไม้ก็ขยายอาณาเขตของมันออกไปเสียแล้ว
‘ไม่ได้การ!’
ขืนเป็นแบบนี้ เดี๋ยวบ้านของ คิมกิรยอ ได้โดนลูกหลงไปด้วยแน่
ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจ
ฉันจะไปที่เกิดเหตุ แล้วกระซิบบอกวิธีจัดการเขตแดนให้พวกฮันเตอร์รู้สักหน่อย
“เฮ้อ ให้ตายสิ เจ้าพวกสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์พวกนี้!”
ถึงจะขี้เกียจแต่จะทำไงได้
[●LIVE ข่าว : แชตสด]
[พวกฮันเตอร์แม่งทำหอกไรกันอยู่วะ]
[เรายิงมิไซล์ใส่เลยไม่ได้เหรอ??]
[ไอ้พวกไม่เคยทำงานเสี่ยงตาย เอาแต่มุดหัวอยู่แต่ในบ้านพิมพ์เก่งกันจัง... ถึย. ถ้าอึดอัดนักพวกแกก็ออกไปแก้ปัญหาเองสิเว้ย~ อย่ามาโทษท่านฮันเตอร์เขา]
อย่างที่คอมเมนต์นี้ว่า ถ้าหงุดหงิดนักก็ต้องออกไปลุยเอง
---
ไม่นานฉันก็มาถึงที่เกิดเหตุ
การจะเข้าไปข้างในไม่ได้ยากอย่างที่คิด
เพราะในโลกนี้ สถานะของ นักประเมิน ถือว่ามีอิทธิพลพอสมควร
‘แค่โทรหาทางสมาคมกริ๊งเดียว ก็ได้ใบอนุญาตผ่านทางง่ายดายขนาดนี้เชียว...’
ฉันข้ามเส้น Police Line เข้าไปแล้วกวาดตามองรอบๆ
ทันใดนั้นก็เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย
“คุณ ซอนอูยอน!”
“เอ๊ะ?”
ฮันเตอร์ ระดับ B คนนั้นกำลังจัดระเบียบแนวป้องกันใหม่ พอได้ยินเสียงฉันก็เงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ
“ฮันเตอร์คิมกิรยอ?”
สีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่า ‘นายมาทำอะไรที่นี่’
“ผมอึดอัดจนทนไม่ไหวน่ะครับ อึดอัดใจจะแย่”
“คะ?”
“โธ่ ก็แค่เขตแดนแค่นั้น จะยื้อกันไปถึงเมื่อไหร่ครับ?”
ฉันเดินเข้าไปหาซอนอูยอนแล้วอธิบายเรื่องราว
บอกว่าในฐานะนักประเมิน ผมมาเพื่อช่วยวิเคราะห์เขตแดน
“อย่างนี้นี่เอง!”
พอได้ยินแบบนั้น ใบหน้าของซอนอูยอนก็แจ่มใสขึ้นทันตา
นักประเมินชั้นสูงที่ค่าตัวแพงระยับจนไม่กล้าจ้าง จู่ๆ ก็เสนอตัวมาช่วยงานจิตอาสา จะไม่ให้ดีใจได้ยังไง
“งั้นฉันจะพาไปที่เขตแดนค่ะ”
ซอนอูยอนเดินนำอย่างกระตือรือร้น พร้อมเล่าสถานการณ์ปัจจุบันให้ฟังคร่าวๆ
“สรุปคือความแข็งแกร่งของเขตแดน อยู่ในระดับที่ต่อให้ ระดับ A รุมโจมตีก็ยังไม่แตกสินะครับ?”
“ค่ะ ไม่รู้ว่ามานามันทะลักออกมาจากไหนนักหนา”
“อืม”
“แถมจำนวนฮันเตอร์ที่มารวมตัวกันก็น้อยด้วย ทางสมาคมใช้อำนาจเรียกคนมาเป็นการด่วนแล้ว แต่ว่า...”
“ระดับ A มีแค่สองคนจริงๆ เหรอครับ?”
“พวกเราจะใช้สิทธิ์เรียกตัวพร่ำเพรื่อไม่ได้น่ะค่ะ คำขอกำลังเสริมตอนนี้เลยติดอยู่ที่เบื้องบน”
ฉันฟังแล้วก็ชะงัก ถามแทรกขึ้นมา
“แล้วหัวหน้ากิลด์หอคอยเวทมนตร์ล่ะครับ?”
จองฮาซอง หรือ คังชางโฮ อาจจะติดธุระจนมาไม่ได้ก็ช่างเถอะ แต่ระดับคนคนนั้นน่าจะเรียกมาได้ตามใจชอบไม่ใช่เหรอ
แต่ซอนอูยอนกลับทำหน้าเครียด
“ฮันเตอร์เอสเธอร์เหรอคะ? น่าเสียดายที่ตอนนี้เธอเข้าไปในเกตอยู่ค่ะ”
“ไอหยา”
“คนของหอคอยเวทมนตร์บอกว่า น่าจะต้องใช้เวลาอีกครึ่งวันกว่าจะเคลียร์จบค่ะ”
ดูท่าการที่จับบารอนสวนดอกไม้ไม่ได้ คงมีเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังอันน่าเศร้าอยู่หลายอย่างสินะ
‘เฮ้อ’
ถ้าอย่างนั้น ต่อจากนี้ถึงจะน่ารำคาญหน่อยแต่ก็คงต้องใช้วิธีอ้อมค่ายแล้วล่ะ
วิเคราะห์โครงสร้างของเขตแดน แล้วหาจุดอ่อนของมันให้เจอ
“เอาล่ะ ตรงนี้คือเขตแดนชั้นนอกสุดครับ”
ทิวทัศน์ของสถานที่จริงที่มาถึง ให้ความรู้สึกสมจริงต่างจากในหน้าจอทีวีลิบลับ
ภายในเขตแดนทรงกลมกึ่งโปร่งใส
เต็มไปด้วยดอกไม้สีขาว สีฟ้า และสีสว่างสดใส ขึ้นเบียดเสียดกันจนแทบไม่มีที่ให้เหยียบ
‘ข...ของจริงใหญ่กว่าที่คิดแฮะ...?’
แต่ทว่าใจกลางทุ่งดอกไม้นั้น กลับมีสิ่งมีชีวิตที่ห่างไกลจากความงดงามยืนตระหง่านอยู่
เจ้านั่นมีรูปร่างเทอะทะดูคล้ายกับตุ๊กตาดินเผาสมัยชิลลาชอบกล
‘นั่นใช่สิ่งมีชีวิตแน่เรอะ?’
บารอนสวนดอกไม้ที่เผยโฉมออกมา
ร่างสีขาวมันวาวราวกับเครื่องปั้นดินเผาเคลือบน้ำยา ทำให้มอนสเตอร์ตัวนั้นดูแปลกประหลาดผิดธรรมชาติยิ่งกว่าเดิม
‘อืม’
เอาเป็นว่าจบการวิจารณ์บอสไว้แค่นี้
‘น่ากลัวแฮะ เลิกมองดีกว่า’
ฉันเบนสายตามายังเขตแดนของท่านบารอน
แสงสีฟ้าจางๆ ที่เกิดจากการรวมตัวของอนุภาคมานา
ดูแค่นี้ก็ไม่ต่างจากเขตแดนทั่วไปเท่าไหร่...
“หืม?”
ตึง!
ทันใดนั้น จู่ๆ ก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวมาจากที่ไหนสักแห่ง
“เมื่อกี้เสียงอะไรครับ?”
“อ๊ะ ขอโทษด้วยค่ะ จริงสิ ฉันควรแจ้งไปทางโน้นด้วยว่ามีนักประเมินมา”
แต่โชคดีที่ไม่ใช่เสียงในความหมายร้ายแรง
มันคือเสียงของเหล่าฮันเตอร์ที่ถูกระดมพลกำลังระดมโจมตีเขตแดนอยู่นั่นเอง
“คุณฮันเตอร์ครับ! ฟังทางนี้หน่อยครับ!”
ซอนอูยอนวิ่งไปทางต้นเสียงแล้วแจ้งข่าว
“ทุกท่านช่วยหยุดโจมตีเขตแดนก่อนค่ะ!”
“หือ? ทำไมล่ะ?”
“มีนักประเมินชั้นสูงมาช่วยดูให้ค่ะ เพราะฉะนั้นรบกวนรอจนกว่าการวิเคราะห์จะเสร็จสิ้นด้วยค่ะ”
“อ๋อ~”
เหล่าฮันเตอร์หันมามองพร้อมกันตามคำพูดของซอนอูยอน
ธาตุไฟ, เสริมกำลังกาย, สายฟ้า
ถึงสกิลที่ใช้จะต่างกัน แต่ทุกคนล้วนเป็นยอดฝีมือระดับ B ขึ้นไปทั้งนั้น เล่นเอาฉันรู้สึกกดดันแปลกๆ
“จะรีบดูให้นะครับ”
ฉันรีบลงมือทำงานทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนกลุ่มหัวกะทิพวกนี้
‘หึ เขตแดนแค่นี้ ถ้าเจอกับท่านจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่เข้าไปล่ะก็...!’
แต่ทว่า เจ้าเขตแดนชีวภาพเฮงซวยนี่ ดันมีโครงสร้างซับซ้อนแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลยน่ะสิ
‘เอ๊ะ?’
โครงสร้างที่ยุ่งยากซับซ้อนแตกต่างจากเขตแดนของ หอคอยเวทมนตร์เกาหลี อย่างชัดเจน
ฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคอ
ดันไปคุยโวไว้ซะดิบดีว่าจะรีบทำให้จบ ถ้าเกิดมัวแต่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ด้วยฝีมือระดับ ระดับ F ตรงนี้ล่ะก็...
“โห ว่าแต่ระดับนักประเมินอุตส่าห์มาที่แบบนี้ด้วยแฮะ”
“นั่นสิ”
“แรงค์คงจะสูงน่าดู ทนการล้างสมองได้สบายเลย”
“อย่าพูดเลย กิลด์เราไม่มีนักประเมินสักคน ฉันนี่เพิ่งจะเคยเห็นตัวเป็นๆ ครั้งแรกเลยเนี่ย”
ฉันได้ยินเสียงซุบซิบของพวกผู้ตื่นรู้ระดับสูง ก็ยิ่งรีบขยับมือไม้ให้ไวขึ้น
ตั้งใจจะสัมผัสเขตแดนโดยตรงเพื่อลดเวลาวิเคราะห์ลงสักวินาทีก็ยังดี
แต่ทว่า...
เหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นในวินาทีถัดมา
วูบ—
มือที่ฉันยื่นออกไป ทะลุผ่านเขตแดนเข้าไปอย่างง่ายดายเสียอย่างนั้น
“เอ๊ะ?”
“หือ?”
“หา?”
ทันทีที่เห็นภาพนั้น คนรอบข้างต่างพากันส่งเสียงเหวอๆ ออกมา
แต่ทางฝั่งฉันเองก็อึ้งกิมกี่ไม่แพ้กัน
เดี๋ยวสิ เขตแดนที่ทำให้พวกระดับ A ต้องเต้นเร่าๆ ทำไมถึงผ่านเข้าไปง่ายดายแบบนี้...!
‘เฮ้ย!’
ชั่วพริบตา หลักการพื้นฐานของเขตแดนก็ผุดขึ้นมาในหัว
เขตแดน...
เวทมนตร์ชนิดนี้จะกีดกันสิ่งที่ 'เป็นอันตราย' ต่อผู้ร่าย
แต่ทว่าต่อให้เป็นอันตรายแค่ไหน เขตแดนคงไม่กรองแม้กระทั่งฝุ่นผงที่ลอยในอากาศหรอกจริงไหม?
เขตแดนยิ่ง 'มีความละเอียด' มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเปลืองค่าบำรุงรักษาอย่างมหาศาล
ดังนั้นโดยปกติแล้ว เพื่อประสิทธิภาพ เขาจะจงใจออกแบบเวทมนตร์ให้มีความหละหลวมบ้าง
‘พวกแมลงตัวเล็กๆ หรือฝุ่นผงที่ไม่มีพลังเวท ก็ไม่จำเป็นต้องกรองออกไงล่ะ’
ดังนั้นสถานการณ์นี้ สรุปสั้นๆ ก็คือ...
‘เขตแดนนี้ ไม่มองว่าระดับ F เป็นศัตรู’
เจ้าบารอนสวนดอกไม้ ตัดสินว่าฉันมีค่าเท่ากับฝุ่นผงสินะ!
“.......”
เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ฉันโดนปฏิบัติเหมือนเป็นตัวอะไรนะ?