Cover

95

‘ฝุ่นผงหรือแมลงตัวเล็กๆ?’

เป็นเรื่องที่น่าประหลาดชะมัด

ชัดเจนว่าวันนี้อากาศหนาวเหน็บแท้ๆ แต่ทำไมต่อมน้ำตาของฉันถึงได้มีเหงื่อไหลออกมาแบบนี้

แต่ไม่มีเวลามานั่งหดหู่ใจหรอกนะ

เพราะที่นี่คือศูนย์กลางของเหตุการณ์ไม่ผิดแน่

“เฮ้ย!”

“เข้าไปข้างในนั้นได้ยังไง……!”

“คุณนักประเมิน ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?”

ฉันหันไปบอกพวกฮันเตอร์ด้านนอกที่กำลังตื่นตระหนกตกใจ

“ไม่เป็นไรครับ ทุกคนใจเย็นๆ ก่อน”

ในเมื่อเข้ามาง่ายขนาดนี้ ถ้าคิดจะออกก็คงทำได้ตลอดเวลาแหละน่า

สำหรับฉันแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องรีบร้อนเลย

ไม่สิ นี่ถือเป็นโอกาสดีด้วยซ้ำ

เขตแดนเนี่ย ถ้ามองจากข้างในมันหาจุดอ่อนง่ายกว่าเห็นๆ

“อืม”

ฉันกลอกตามองเจ้าสัตว์ประหลาดที่อยู่กลางทุ่งดอกไม้แวบหนึ่ง

แล้วเอ่ยถามเจ้าหน้าที่ที่อยู่นอกเขตแดนอย่างระมัดระวัง

“ฮันเตอร์ซอนอูยอนครับ?”

“คะ?”

“มอนสเตอร์ตัวนั้นน่ะครับ มันมีการโจมตีทางกายภาพแยกต่างหากบ้างไหม?”

ซอนอูยอนส่ายหน้าให้กับคำถามนั้น

“ไม่ค่ะ ตามข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้ บารอนสวนดอกไม้สร้างความเสียหายทางจิตใจเพียงอย่างเดีย…….”

งั้นผลลัพธ์ก็ออกมาแล้วสินะ

ฉันใช้นิ้วโป้งชี้ไปด้านหลังพลางพูดว่า

“งั้นไหนๆ ก็เข้ามาแล้ว เดี๋ยวผมขอสำรวจข้างในสักครู่แล้วจะออกไปนะครับ”

“คะ?”

“แบบนั้นทำงานสะดวกกว่าน่ะครับ ไม่แน่ว่าตัวเขตแดนเองอาจจะมีโครงสร้างภายในที่หละหลวมก็ได้”

เมื่อได้ยินดังนั้น ซอนอูยอนก็ตกใจจนเผลอทำเสียงสูงปรี๊ด

“ไม่สิ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ…….”

ดูจากสายตาก็พอจะเดาได้เลาๆ ว่าอยากจะพูดอะไร แต่โชคดีที่แรงคัดค้านโดยรวมไม่ได้มากมายนัก

“โอ้! จะช่วยทำแบบนั้นให้จริงๆ เหรอครับ?”

“ยังไงซะขอแค่ทะลวงเขตแดนได้ก็…….”

“ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”

“ใช่ๆ ตอนนี้การล้างสมองก็ยังป้องกันได้ดีอยู่นี่นา!”

ฮันเตอร์คนอื่นๆ ดูเหมือนจะเห็นด้วยกับคำพูดของฉันแบบส่งๆ

บารอนสวนดอกไม้เป็นบอสเรียบง่ายที่โจมตีด้วยเวทสายจิตใจเท่านั้น แถมสถานการณ์นี้ก็ยืดเยื้อมา 3 ชั่วโมงแล้ว

‘ทุกคนคงอยากจะรีบๆ จบงานกันเต็มแก่แล้วสินะ’

แค่ 5 นาที

ฉันทิ้งคำสัญญาว่าจะกลับมาภายใน 5 นาที แล้วเริ่มสำรวจเขตแดนโดยไม่ชักช้า

‘ดอกไม้เยอะขนาดนี้ แต่กลับไม่มีกลิ่นเลยแฮะ’

สวบ สาบ

พืชพรรณที่ขึ้นรกทึบเสียดสีกับพื้นรองเท้า

แต่ฉันเมินเฉยต่อสัมผัสเหล่านั้นทั้งหมด แล้วเพ่งสมาธิไปที่เขตแดน

‘ไหนดูซิ โครงสร้างของเจ้านี่มันคร่าวๆ……. โห เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นค้ำจุนเขตแดนขนาดใหญ่นี้ด้วยตัวเองเลยเหรอเนี่ย?’

เหอะ ให้ตายสิ แต่พอคิดดูแล้วก็น่าโมโหอีกละ

กล้าดียังไงมาเปรียบเทียบอัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคอย่างฉันกับฝุ่นผง?

ถึงตอนนี้ฉันจะติดอยู่ในร่างกายกระจอกๆ นี่เพราะเหตุจำเป็นก็เถอะ แต่สมัยก่อนน่ะฉันคือของจริงนะโว้ย…….

“หือ?”

ตอนนั้นเอง

ฉันหันขวับไปมองตามสัมผัสพลังเวทแปลกปลอมที่รู้สึกได้จากรอบข้าง

วัตถุที่อัดแน่นไปด้วยมานามหาศาลเมื่อเทียบกับขนาดที่เล็กจิ๋ว

นี่มันแพทเทิร์นของหินมานาที่มักจะพบได้ในเกตชัดๆ

‘มีหินมานาอยู่ในทุ่งดอกไม้เนี่ยนะ?’

ฉันก้มตัวลงสำรวจที่พื้น

สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา คืออัญมณีสีน้ำเงินที่โผล่พ้นยอดดอกไม้ออกมาอย่างเอียงอาย

‘โอ้’

พอลองตรวจสอบดูใกล้ๆ มันคือหินมานาคุณภาพดีที่หาได้ยาก

แถมยังแปลกตรงที่มีกรงเล็บโลหะคล้ายหนามเตยของแหวนงอกออกมาอยู่รอบๆ ความหายากแบบนี้ปกติแล้วในตลาดถือเป็นปัจจัยอัปราคาชั้นดีเลยนะ

‘ดูยังไงก็ของมีราคาชัดๆ’

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมของล้ำค่าแบบนี้ถึงมาตกอยู่โทนโท่ แต่ยังไงซะก็ไม่มีปฏิกิริยาอันตรายอะไรและ…….

เหลียวมอง

คนอื่นคงมองไม่ค่อยเห็นหรอกว่าฉันทำอะไรอยู่เพราะระยะห่างขนาดนั้น

‘เฮะๆ ลาภลอยว่ะ’

ฉันหยิบหินมานาขึ้นมาโดยไม่ได้คิดอะไรมาก

แหวกกลีบดอกไม้นั้นออก แล้วฉกของที่อยู่ข้างในมาแบบเนียนๆ

“────!!”

“อ๊ากกก!”

“หูฉัน!”

แต่ไม่นึกเลยว่าการกระทำเล็กน้อยนั่นจะก่อให้เกิดผลลัพธ์เช่นนี้

“อึก!”

จู่ๆ เสียงคลื่นความถี่สูงที่หนวกหูก็ระเบิดออกมาจากที่ไหนสักแห่ง

และต้นตอของเสียงก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากผู้ปกครองสวนดอกไม้แห่งนี้นั่นเอง

“────!”

บารอนสวนดอกไม้สั่นไปทั้งตัวพลางกรีดร้อง

มันแหกปากโวยวายใส่ความว่างเปล่าราวกับจะขาดใจตายเสียให้ได้

‘ผมผิดไปแล้วครับ ท่านบารอน!’

ฉันคิดว่านี่ต้องเป็นสัญญาณไม่ดีอะไรสักอย่างแน่ๆ จึงเกร็งตัวเตรียมพร้อมสุดขีด แต่สิ่งที่ตามมากลับเป็นภาพที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่า

ตูม!

นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย

บารอนสวนดอกไม้กลายเป็นผุยผงหายวับไปในพริบตา

แถมดอกไม้ที่เคยบานสะพรั่งก็เหี่ยวเฉาลงทันที มิหนำซ้ำสุดท้ายเขตแดนก็พังทลายลงอีกต่างหาก

“หา?”

ทุกอย่างนี้เกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียว

“เฮ้ย?”

แถมยังเป็นจังหวะเดียวกับที่ฉันดึงหินมานาออกมาเป๊ะๆ

---

มาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้ไม่อยากรู้ก็ต้องรู้จนได้

หินมานาก้อนนั้นไม่ใช่สิ่งอื่นใด แต่เป็นแหล่งพลังงานของเจ้าสัตว์ประหลาดนั่น

แต่ดันมีแรงค์ F ที่ไหนไม่รู้มาถอดปลั๊กออกไปดื้อๆ ท่านบารอนก็เลยคงจะขาดพลังงานกะทันหันและ…….

-ไหนดูซิ โครงสร้างของเจ้านี่มันคร่าวๆ……. โห เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นค้ำจุนเขตแดนขนาดใหญ่นี้ด้วยตัวเองเลยเหรอเนี่ย?

แต่อย่างที่บอกไปเมื่อกี้ สัตว์ประหลาดตัวนั้นใช้มานาในร่างกายของตัวเองคงสภาพเขตแดน ‘โดยตรง’

กล่าวคือ เป็นสถานการณ์ที่ร่างกายกำลังเผาผลาญมานาปริมาณมหาศาลในระดับวินาที

‘อ๋อ…….’

เพราะงั้นก็……

สรุปง่ายๆ ก็คือแบบนี้

บารอนสวนดอกไม้ถูกเขตแดนที่ตัวเองสร้างขึ้นดูดพลังเวทจนแห้งตาย

พูดตามตรง มันตายโหงด้วยวิธีที่แทบจะเรียกได้ว่าฆ่าตัวตายชัดๆ

‘ไอ้เจ้านี่มันอะไรกันวะ?’

ถ้าที่นี่คืออัลฟาวูรี เรื่องนี้คงติดอันดับ 1 ใน 3 การตายที่งี่เง่าที่สุดเลยมั้ง?

[หินมานา -> บารอนสวนดอกไม้ -> เขตแดน]

ไม่สิ เชื่อมต่อวงจรแบบนี้มันก็ต้องเกิดอุบัติเหตุอยู่แล้ว

[หินมานา -> เขตแดน]

ถ้าจ่ายพลังงานตรงเข้าเขตแดนแบบนี้ ตัวเองก็คงไม่ต้องตายหรอก แถมแบบนี้ยังเดินพลังได้ง่ายกว่าด้วย

สรุปคือ นี่มันเป็นอุบัติเหตุที่ในมุมมองของจอมมหาเวทแล้วไม่เข้าใจเลยสักนิด…….

‘สรุปคืออะไรกันแน่?’

เรื่องใช้หินมานาไม่คุ้มค่านั่นช่างมันก่อนเถอะ

แล้วทำไมของสำคัญขนาดนั้นถึงมาวางระเกะระกะอยู่ในทุ่งดอกไม้ได้ล่ะ?

‘ไม่มีสัญชาตญาณเอาตัวรอดหรือไง?’

คิมกิรยอรู้สึกสงสัยกับการกระทำที่หละหลวมของอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก แต่ความจริงแล้วนั่นเป็นความเข้าใจผิดของเขา

บารอนสวนดอกไม้เองก็เตรียมการป้องกันไว้พอสมควรเหมือนกันนะ

-ทุ่งดอกไม้?

ก่อนอื่น มอนสเตอร์ตัวนั้นได้สร้างดอกไม้นับหมื่นดอกขึ้นมาภายในเขตแดนเพื่อปกป้องแหล่งพลังงานของตน

หมายความว่ามันใช้กลีบดอกไม้ที่ตัดขาดพลังเวทห่อหุ้มหินเอาไว้ และคอยย้ายตำแหน่งไปมาอยู่ตลอดเวลา

-เฮะๆ ลาภลอยว่ะ

แต่ดันมีจอมมหาเวทตาไวแถมยังเก่งกาจคนหนึ่งมองทะลุปรุโปร่งได้ทันที

“────!”

มิหนำซ้ำ การโจมตีครั้งสุดท้ายที่บารอนสวนดอกไม้ปล่อยออกมาก่อนตายก็ถูกป้องกันได้อย่างง่ายดาย

ต่อให้รีดเร้นแรงเฮือกสุดท้ายออกมา แต่วิธีการโจมตีของมันก็ดันเป็นเวทสายจิตใจ

“────!”

การล้างสมองอันทรงพลังที่แม้แต่แรงค์ A ยังต้องกระอักเลือดล้มพับ กลับใช้ไม่ได้ผลกับฮันเตอร์คนนี้เพียงคนเดียว

‘อึก หนวกหูโว้ย!’

มอนสเตอร์แรงค์ B น่ะเหรอ จะมาแทรกแซงจิตใจของคิมกิรยอได้

สมองของผู้ชายคนนี้กำลังถูกบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าและไม่อาจหยั่งรู้ได้ควบคุมอยู่ต่างหาก

-ตูม!

และแล้ว บารอนสวนดอกไม้ก็สัมผัสได้ว่าการล้างสมองของตนถูกดีดสะท้อนกลับมา และจบชีวิตลงอย่างไร้ทางสู้

นั่นคือทั้งหมดที่เกิดขึ้น

“เฮ้อ”

แต่สถานการณ์ซับซ้อนขนาดนั้น ฝั่งนี้จะไปตรัสรู้ได้ยังไง

คิมกิรยอก็แค่คิดว่าเรื่องนี้เป็นเพียงความโชคดีธรรมดาๆ ไม่ได้เก็บมาใส่ใจอะไรเป็นพิเศษ

“ยังไงก็จบสวย…….”

แต่ในวินาทีนั้นเอง

“เอ๋?”

เหล่าผู้ตื่นรู้ที่อยู่นอกเขตแดนต่างพากันวิ่งกรูกันเข้ามาอย่างร้อนรนราวกับโดนของ

“คุณฮันเตอร์ครับ! เมื่อกี้ทำอะไรลงไปน่ะครับ?”

“จะ, จัดการบารอนสวนดอกไม้ได้ในพริบตาเดียว…….”

“เจ้านั่นต่อให้พวกเรารุมกินโต๊ะ ก็ไม่มีทางล้มมันได้เร็วขนาดนั้นหรอกนะครับ!”

ตามมาด้วยคำถามซ้ำซากเหมือนนกแก้วนกขุนทอง

ฆ่าบอสได้ยังไง ทำไมเขตแดนถึงหายไป เมื่อกี้ทำอะไรลงไป

กิรยอกระพริบตาปริบๆ ใส่ประโยคคำถามที่สาดเทเข้ามา

“มันแค่ตายของมันเองนี่ครับ?”

“ครับ?”

“ผมบอกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยมันก็ตายเอง ผมก็แค่เก็บหินมานามาเท่านั้นเอง…….”

แต่กิรยอที่กำลังสนทนาอยู่ก็สัมผัสได้ถึงสายตาแปลกๆ จึงรีบหยุดพูดทันที

-แชะ

เสียงชัตเตอร์ที่แหลมคมนี้

หลังกลับชาติมาเกิดใหม่ๆ ก็ไม่รู้หรอกว่ามันหมายถึงอะไร แต่ตอนนี้พอจะมองภาพออกแล้ว

‘กล้อง!’

มีใครบางคนกำลังถ่ายรูปอยู่แถวนี้

“อื๋อ?”

แถมการหาตัวตากล้องก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร

พอหันหน้าไปนิดหน่อย ก็เห็นชาวโลกถือกล้องเลนส์ยาวเท่าปืนใหญ่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบมาจากไกลๆ

“นักข่าวมา!”

“โห ไม่ใช่ไฮยีน่าสักหน่อย รู้ได้ไงว่าบอสตายแล้วถึงได้รีบมาไวขนาดนี้?”

“ข้างนอกยกเลิกการปิดกั้นพื้นที่แล้วเหรอครับ?”

ทันทีที่ได้ยินคำว่านักข่าว สีหน้าของกิรยอก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันที

‘โดนลักพาตัวรอบ 3 ไม่เอานะโว้ย…….’

บทเรียนที่ว่าแรงค์ F ดังไปก็ไม่มีอะไรดีน่ะ เรียนรู้มาจนเอียนแล้วไม่ใช่หรือไง

แน่นอนว่ามาถึงที่เกิดเหตุที่เป็นข่าวขนาดนี้ ก็ทำใจไว้บ้างแล้วว่าหน้าคงต้องออกสื่อบ้าง แต่ก็ยังไม่มีความกล้าพอจะไปเสวนาพาทีกับนักข่าวหรอกนะ

“แฮ่ก แฮ่ก! สวัสดีครับ เหล่าฮันเตอร์! ขอสัมภาษณ์สักครู่ได้ไหมครับ?”

ดังนั้น กิรยอจึงอาศัยจังหวะที่นักข่าวกำลังคุยกับฮันเตอร์แรงค์ A เตรียมตัวชิ่งแบบเงียบๆ

“แล้วจัดการท่านบารอนลงได้ยังไงหรือครับ?”

“อ๋อ นั่นไม่ใช่ฝีมือพวกเราหรอกครับ แต่เป็นคุณนักประเมินตรงนั้น……. อ้าว?”

พูดง่ายๆ ก็คือ หนีไปแล้วนั่นเอง

---

เย็นวันนั้น

ข่าว 6 โมงเย็นของช่อง YTV ได้รายงานข่าวการกำจัดบารอนสวนดอกไม้

[การล่าบารอนสวนดอกไม้ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า ในที่สุดก็สิ้นสุดลงแล้วครับ]

แต่กระแสตอบรับในอินเทอร์เน็ตกลับเฉยชา

วันนี้คดีก็คลี่คลายลงได้ด้วยความพยายามของเหล่าฮันเตอร์ที่รุดไปยังที่เกิดเหตุ

เนื้อหาเรียบง่ายแบบนั้น ผู้คนไม่ได้ให้ความสนใจอะไรเป็นพิเศษอยู่แล้ว

[ความคิดเห็น 0]

[ดีใจ : 2] [เสียใจ : 0] [โกรธ : 0]

สุดท้าย รายงานข่าวติดตามผลของเหตุการณ์กิลด์ฮันชินก็ทำยอดวิวได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน และถูกฝังกลบไปในมุมหนึ่งของมหาสมุทรข้อมูล

ทว่า…….

[ความคิดเห็น 88]

โพสต์ที่อยู่ที่นี่กลับสร้างกระแสตอบรับถล่มทลาย ตรงกันข้ามกับข่าวหลักอย่างสิ้นเชิง

ผลการล่าบารอนสวนดอกไม้

ชัดเจนว่าเป็นหัวข้อเดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมผู้คนถึงได้ให้ความสนใจที่นี่กันนักนะ

เหตุผลก็อยู่ที่เนื้อหาในโพสต์นั่นเอง

โพสต์ SNS นี้ พูดให้ถูกก็คือ กำลังแก้ไขข่าวที่สื่อนำเสนอผิดๆ ให้ถูกต้องต่างหาก

━━━━━━━━━━━━━━━

ว้าว ข่าว YTV ;;

ได้ยินว่ามีฉันออกด้วยเลยอุตส่าห์ดู

แต่นี่เล่นบอกแค่ว่า ‘ฮันเตอร์ที่รุดไปที่เกิดเหตุ

จัดการบอสได้’ แล้วก็จบข่าวกันดื้อๆ

แบบนี้เลยเรอะ 55

แถมยังตัดต่อบทสัมภาษณ์ฉันแบบลวกๆ

แล้วเอามาออกอากาศอีก เฮ้ย ทำแบบนี้คนก็

เข้าใจผิดว่าฉันเป็นคนฆ่าบอสกันหมดสิ~~

พวกเราไม่ได้เป็นคนฆ่าบารอนนะเว้ย!

━━━━━━━━━━━━━━━

ชื่อบัญชี ‘กุกพุลเน’ นี้ เป็นชื่อเล่นที่ฮันเตอร์แรงค์ A ของเกาหลีคนหนึ่งใช้

ในเมื่อเขาเป็นผู้ตื่นรู้ที่สังกัดอยู่ในทีมฮันเตอร์ชื่อดัง การที่โพสต์ของเขาจะดึงดูดความสนใจของชาวเน็ตจึงเป็นเรื่องธรรมดา

[โห ㅠㅠㅠ ทีมของพี่ไม่ได้เป็นคนจับบอสเหรอคะ?]

[งั้นใครได้คิล?]

จำนวนคอมเมนต์ในโพสต์เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

[มีนักประเมินที่ไหนไม่รู้โผล่มา แล้วฆ่าตายใน 3 วิ]

[พี่เมาป่ะเนี่ย?]

[เรื่องจริงนะโว้ย ;]

[? 55]

[เฮ้ย จริงๆ นะ มีนักประเมินที่ไหนไม่รู้มาลาสบอสใน 3 วิ แล้วก็เดินต๊อกๆ จากไปเฉยเลย? นี่ฉันลองมาคิดดูใหม่อีกทีก็ยังงงเลยเนี่ย 555]

ฮันเตอร์แรงค์ A คนนั้นค่อยๆ นึกย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้าแล้วพิมพ์ข้อความลงไป

[ตอนกลางวัน ฉันกับพวกแรงค์ B มารวมหัวกันจะทำลายเขตแดน พยายามกันแทบตาย จู่ๆ เจ้าหน้าที่สมาคมก็พาใครมาไม่รู้ แต่พอฟังดูเห็นว่าเป็นนักประเมิน บอกว่าจะมาใช้สกิลวิเคราะห์

ฉันก็เลยเออออห่อหมก ยืนดูอยู่แป๊บนึงแต่ว่า…….]

[อือฮึ]

[ที่ไหนได้ นักประเมินคนนั้นจู่ๆ ก็เดินทะลุเขตแดนเข้าไปเฉยเลย ;]

ตอนนั้นมันช็อกจริงๆ นะ

ป้อมปราการเหล็กที่แม้แต่พวกแรงค์ A ยังทำอะไรไม่ได้ กลับถูกผู้ชายลึกลับที่ไหนก็ไม่รู้เดินผ่านเข้าไปเหมือนแค่เดินสูดอากาศ

‘สรุปเขาใช้สกิลอะไรกันแน่นะ?’

ช่วงแรกของเหตุการณ์

เพราะอพยพคนธรรมดาออกไปได้ดีเกินคาด ทำให้พวกเขามองไม่ออกถึงเงื่อนไขในการผ่านเขตแดน

ยิ่งข้อมูลไม่เท่าเทียม ความเข้าใจผิดก็ยิ่งขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ

[แถมแค่นั้นยังตกใจไม่พอ ต่อมาพอนักประเมินคนนั้นไปขลุกขลักๆ อะไรสักอย่างในเขตแดน บอสมันก็ร่วงลงไปตายเลยอ่ะ??]

[เช้ด]

[ทำบ้าอะไรลงไปก็ไม่รู้ ; แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถามวิธีพิชิตมา เพราะจู่ๆ เขาก็ไปซะก่อน…….]

เขารัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดด้วยความรู้สึกว่างเปล่า

[เอาเป็นว่าเรื่องคราวนี้ คนคนนั้นเขาเหมาคนเดียวหมดเลย]

[แล้วนักประเมินคนนั้นเป็นใครเหรอคะ?]

ฮันเตอร์แรงค์ A ไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้อย่างชัดเจน ด้วยเหตุผลดังนี้

[ผมก็สงสัยเหมือนกันเลยมาดูข่าวนี่แหละ แต่ไม่มีที่ไหนลงข้อมูลจริงๆ จังๆ เลยอะ ㅜㅜ สงสัยเจ้าตัวคงปฏิเสธการสัมภาษณ์มั้ง]

เก่งขนาดจัดการบอสมอนสเตอร์ที่ฮันเตอร์รับมือยากได้ในพริบตา แต่กลับไม่เปิดเผยตัวตนต่อสื่อเลยแม้แต่นิดเดียว

[จำหน้าตาได้ไหมครับ?]

[จำได้ครับ แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ชอบให้หน้าตาเป็นที่รู้จัก งั้นขอปิดเป็นความลับแล้วกันนะ ผมแค่จะมาบอกว่าพวกเราไม่ได้เป็นคนจับบารอนสวนดอกไม้เฉยๆ]

ผู้คนเริ่มแสดงความสนใจในตัวผู้ตื่นรู้ปริศนาคนนั้น

[ฉันรู้นะว่าคนนั้นเป็นใคร]

[เฮ้ย ใครอะ]

[อา ไม่รู้ชื่อหรอก แค่เห็นรูปร่างไกลๆ เห็นว่าผมสีทองนะ??]

[นักประเมินสาวสวยผมทอง ㄷㄷㄷ พระเจ้าลำเอียงให้เธอหมดทุกอย่างเลยจริงๆ]

[ไอ้บ้าป่ะเนี่ย?]

ตอนนี้ การคาดเดาเริ่มแพร่กระจายจากบอร์ดนิรนามชายขอบ ไปสู่พื้นที่สาธารณะที่เปิดกว้างมากขึ้นเสียแล้ว

สารบัญตอน

กำลังโหลดรายการตอน...

95

20px

‘ฝุ่นผงหรือแมลงตัวเล็กๆ?’

เป็นเรื่องที่น่าประหลาดชะมัด

ชัดเจนว่าวันนี้อากาศหนาวเหน็บแท้ๆ แต่ทำไมต่อมน้ำตาของฉันถึงได้มีเหงื่อไหลออกมาแบบนี้

แต่ไม่มีเวลามานั่งหดหู่ใจหรอกนะ

เพราะที่นี่คือศูนย์กลางของเหตุการณ์ไม่ผิดแน่

“เฮ้ย!”

“เข้าไปข้างในนั้นได้ยังไง……!”

“คุณนักประเมิน ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?”

ฉันหันไปบอกพวกฮันเตอร์ด้านนอกที่กำลังตื่นตระหนกตกใจ

“ไม่เป็นไรครับ ทุกคนใจเย็นๆ ก่อน”

ในเมื่อเข้ามาง่ายขนาดนี้ ถ้าคิดจะออกก็คงทำได้ตลอดเวลาแหละน่า

สำหรับฉันแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องรีบร้อนเลย

ไม่สิ นี่ถือเป็นโอกาสดีด้วยซ้ำ

เขตแดนเนี่ย ถ้ามองจากข้างในมันหาจุดอ่อนง่ายกว่าเห็นๆ

“อืม”

ฉันกลอกตามองเจ้าสัตว์ประหลาดที่อยู่กลางทุ่งดอกไม้แวบหนึ่ง

แล้วเอ่ยถามเจ้าหน้าที่ที่อยู่นอกเขตแดนอย่างระมัดระวัง

“ฮันเตอร์ซอนอูยอนครับ?”

“คะ?”

“มอนสเตอร์ตัวนั้นน่ะครับ มันมีการโจมตีทางกายภาพแยกต่างหากบ้างไหม?”

ซอนอูยอนส่ายหน้าให้กับคำถามนั้น

“ไม่ค่ะ ตามข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้ บารอนสวนดอกไม้สร้างความเสียหายทางจิตใจเพียงอย่างเดีย…….”

งั้นผลลัพธ์ก็ออกมาแล้วสินะ

ฉันใช้นิ้วโป้งชี้ไปด้านหลังพลางพูดว่า

“งั้นไหนๆ ก็เข้ามาแล้ว เดี๋ยวผมขอสำรวจข้างในสักครู่แล้วจะออกไปนะครับ”

“คะ?”

“แบบนั้นทำงานสะดวกกว่าน่ะครับ ไม่แน่ว่าตัวเขตแดนเองอาจจะมีโครงสร้างภายในที่หละหลวมก็ได้”

เมื่อได้ยินดังนั้น ซอนอูยอนก็ตกใจจนเผลอทำเสียงสูงปรี๊ด

“ไม่สิ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ…….”

ดูจากสายตาก็พอจะเดาได้เลาๆ ว่าอยากจะพูดอะไร แต่โชคดีที่แรงคัดค้านโดยรวมไม่ได้มากมายนัก

“โอ้! จะช่วยทำแบบนั้นให้จริงๆ เหรอครับ?”

“ยังไงซะขอแค่ทะลวงเขตแดนได้ก็…….”

“ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”

“ใช่ๆ ตอนนี้การล้างสมองก็ยังป้องกันได้ดีอยู่นี่นา!”

ฮันเตอร์คนอื่นๆ ดูเหมือนจะเห็นด้วยกับคำพูดของฉันแบบส่งๆ

บารอนสวนดอกไม้เป็นบอสเรียบง่ายที่โจมตีด้วยเวทสายจิตใจเท่านั้น แถมสถานการณ์นี้ก็ยืดเยื้อมา 3 ชั่วโมงแล้ว

‘ทุกคนคงอยากจะรีบๆ จบงานกันเต็มแก่แล้วสินะ’

แค่ 5 นาที

ฉันทิ้งคำสัญญาว่าจะกลับมาภายใน 5 นาที แล้วเริ่มสำรวจเขตแดนโดยไม่ชักช้า

‘ดอกไม้เยอะขนาดนี้ แต่กลับไม่มีกลิ่นเลยแฮะ’

สวบ สาบ

พืชพรรณที่ขึ้นรกทึบเสียดสีกับพื้นรองเท้า

แต่ฉันเมินเฉยต่อสัมผัสเหล่านั้นทั้งหมด แล้วเพ่งสมาธิไปที่เขตแดน

‘ไหนดูซิ โครงสร้างของเจ้านี่มันคร่าวๆ……. โห เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นค้ำจุนเขตแดนขนาดใหญ่นี้ด้วยตัวเองเลยเหรอเนี่ย?’

เหอะ ให้ตายสิ แต่พอคิดดูแล้วก็น่าโมโหอีกละ

กล้าดียังไงมาเปรียบเทียบอัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคอย่างฉันกับฝุ่นผง?

ถึงตอนนี้ฉันจะติดอยู่ในร่างกายกระจอกๆ นี่เพราะเหตุจำเป็นก็เถอะ แต่สมัยก่อนน่ะฉันคือของจริงนะโว้ย…….

“หือ?”

ตอนนั้นเอง

ฉันหันขวับไปมองตามสัมผัสพลังเวทแปลกปลอมที่รู้สึกได้จากรอบข้าง

วัตถุที่อัดแน่นไปด้วยมานามหาศาลเมื่อเทียบกับขนาดที่เล็กจิ๋ว

นี่มันแพทเทิร์นของหินมานาที่มักจะพบได้ในเกตชัดๆ

‘มีหินมานาอยู่ในทุ่งดอกไม้เนี่ยนะ?’

ฉันก้มตัวลงสำรวจที่พื้น

สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา คืออัญมณีสีน้ำเงินที่โผล่พ้นยอดดอกไม้ออกมาอย่างเอียงอาย

‘โอ้’

พอลองตรวจสอบดูใกล้ๆ มันคือหินมานาคุณภาพดีที่หาได้ยาก

แถมยังแปลกตรงที่มีกรงเล็บโลหะคล้ายหนามเตยของแหวนงอกออกมาอยู่รอบๆ ความหายากแบบนี้ปกติแล้วในตลาดถือเป็นปัจจัยอัปราคาชั้นดีเลยนะ

‘ดูยังไงก็ของมีราคาชัดๆ’

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมของล้ำค่าแบบนี้ถึงมาตกอยู่โทนโท่ แต่ยังไงซะก็ไม่มีปฏิกิริยาอันตรายอะไรและ…….

เหลียวมอง

คนอื่นคงมองไม่ค่อยเห็นหรอกว่าฉันทำอะไรอยู่เพราะระยะห่างขนาดนั้น

‘เฮะๆ ลาภลอยว่ะ’

ฉันหยิบหินมานาขึ้นมาโดยไม่ได้คิดอะไรมาก

แหวกกลีบดอกไม้นั้นออก แล้วฉกของที่อยู่ข้างในมาแบบเนียนๆ

“────!!”

“อ๊ากกก!”

“หูฉัน!”

แต่ไม่นึกเลยว่าการกระทำเล็กน้อยนั่นจะก่อให้เกิดผลลัพธ์เช่นนี้

“อึก!”

จู่ๆ เสียงคลื่นความถี่สูงที่หนวกหูก็ระเบิดออกมาจากที่ไหนสักแห่ง

และต้นตอของเสียงก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากผู้ปกครองสวนดอกไม้แห่งนี้นั่นเอง

“────!”

บารอนสวนดอกไม้สั่นไปทั้งตัวพลางกรีดร้อง

มันแหกปากโวยวายใส่ความว่างเปล่าราวกับจะขาดใจตายเสียให้ได้

‘ผมผิดไปแล้วครับ ท่านบารอน!’

ฉันคิดว่านี่ต้องเป็นสัญญาณไม่ดีอะไรสักอย่างแน่ๆ จึงเกร็งตัวเตรียมพร้อมสุดขีด แต่สิ่งที่ตามมากลับเป็นภาพที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่า

ตูม!

นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย

บารอนสวนดอกไม้กลายเป็นผุยผงหายวับไปในพริบตา

แถมดอกไม้ที่เคยบานสะพรั่งก็เหี่ยวเฉาลงทันที มิหนำซ้ำสุดท้ายเขตแดนก็พังทลายลงอีกต่างหาก

“หา?”

ทุกอย่างนี้เกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียว

“เฮ้ย?”

แถมยังเป็นจังหวะเดียวกับที่ฉันดึงหินมานาออกมาเป๊ะๆ

---

มาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้ไม่อยากรู้ก็ต้องรู้จนได้

หินมานาก้อนนั้นไม่ใช่สิ่งอื่นใด แต่เป็นแหล่งพลังงานของเจ้าสัตว์ประหลาดนั่น

แต่ดันมีแรงค์ F ที่ไหนไม่รู้มาถอดปลั๊กออกไปดื้อๆ ท่านบารอนก็เลยคงจะขาดพลังงานกะทันหันและ…….

-ไหนดูซิ โครงสร้างของเจ้านี่มันคร่าวๆ……. โห เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นค้ำจุนเขตแดนขนาดใหญ่นี้ด้วยตัวเองเลยเหรอเนี่ย?

แต่อย่างที่บอกไปเมื่อกี้ สัตว์ประหลาดตัวนั้นใช้มานาในร่างกายของตัวเองคงสภาพเขตแดน ‘โดยตรง’

กล่าวคือ เป็นสถานการณ์ที่ร่างกายกำลังเผาผลาญมานาปริมาณมหาศาลในระดับวินาที

‘อ๋อ…….’

เพราะงั้นก็……

สรุปง่ายๆ ก็คือแบบนี้

บารอนสวนดอกไม้ถูกเขตแดนที่ตัวเองสร้างขึ้นดูดพลังเวทจนแห้งตาย

พูดตามตรง มันตายโหงด้วยวิธีที่แทบจะเรียกได้ว่าฆ่าตัวตายชัดๆ

‘ไอ้เจ้านี่มันอะไรกันวะ?’

ถ้าที่นี่คืออัลฟาวูรี เรื่องนี้คงติดอันดับ 1 ใน 3 การตายที่งี่เง่าที่สุดเลยมั้ง?

[หินมานา -> บารอนสวนดอกไม้ -> เขตแดน]

ไม่สิ เชื่อมต่อวงจรแบบนี้มันก็ต้องเกิดอุบัติเหตุอยู่แล้ว

[หินมานา -> เขตแดน]

ถ้าจ่ายพลังงานตรงเข้าเขตแดนแบบนี้ ตัวเองก็คงไม่ต้องตายหรอก แถมแบบนี้ยังเดินพลังได้ง่ายกว่าด้วย

สรุปคือ นี่มันเป็นอุบัติเหตุที่ในมุมมองของจอมมหาเวทแล้วไม่เข้าใจเลยสักนิด…….

‘สรุปคืออะไรกันแน่?’

เรื่องใช้หินมานาไม่คุ้มค่านั่นช่างมันก่อนเถอะ

แล้วทำไมของสำคัญขนาดนั้นถึงมาวางระเกะระกะอยู่ในทุ่งดอกไม้ได้ล่ะ?

‘ไม่มีสัญชาตญาณเอาตัวรอดหรือไง?’

คิมกิรยอรู้สึกสงสัยกับการกระทำที่หละหลวมของอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก แต่ความจริงแล้วนั่นเป็นความเข้าใจผิดของเขา

บารอนสวนดอกไม้เองก็เตรียมการป้องกันไว้พอสมควรเหมือนกันนะ

-ทุ่งดอกไม้?

ก่อนอื่น มอนสเตอร์ตัวนั้นได้สร้างดอกไม้นับหมื่นดอกขึ้นมาภายในเขตแดนเพื่อปกป้องแหล่งพลังงานของตน

หมายความว่ามันใช้กลีบดอกไม้ที่ตัดขาดพลังเวทห่อหุ้มหินเอาไว้ และคอยย้ายตำแหน่งไปมาอยู่ตลอดเวลา

-เฮะๆ ลาภลอยว่ะ

แต่ดันมีจอมมหาเวทตาไวแถมยังเก่งกาจคนหนึ่งมองทะลุปรุโปร่งได้ทันที

“────!”

มิหนำซ้ำ การโจมตีครั้งสุดท้ายที่บารอนสวนดอกไม้ปล่อยออกมาก่อนตายก็ถูกป้องกันได้อย่างง่ายดาย

ต่อให้รีดเร้นแรงเฮือกสุดท้ายออกมา แต่วิธีการโจมตีของมันก็ดันเป็นเวทสายจิตใจ

“────!”

การล้างสมองอันทรงพลังที่แม้แต่แรงค์ A ยังต้องกระอักเลือดล้มพับ กลับใช้ไม่ได้ผลกับฮันเตอร์คนนี้เพียงคนเดียว

‘อึก หนวกหูโว้ย!’

มอนสเตอร์แรงค์ B น่ะเหรอ จะมาแทรกแซงจิตใจของคิมกิรยอได้

สมองของผู้ชายคนนี้กำลังถูกบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าและไม่อาจหยั่งรู้ได้ควบคุมอยู่ต่างหาก

-ตูม!

และแล้ว บารอนสวนดอกไม้ก็สัมผัสได้ว่าการล้างสมองของตนถูกดีดสะท้อนกลับมา และจบชีวิตลงอย่างไร้ทางสู้

นั่นคือทั้งหมดที่เกิดขึ้น

“เฮ้อ”

แต่สถานการณ์ซับซ้อนขนาดนั้น ฝั่งนี้จะไปตรัสรู้ได้ยังไง

คิมกิรยอก็แค่คิดว่าเรื่องนี้เป็นเพียงความโชคดีธรรมดาๆ ไม่ได้เก็บมาใส่ใจอะไรเป็นพิเศษ

“ยังไงก็จบสวย…….”

แต่ในวินาทีนั้นเอง

“เอ๋?”

เหล่าผู้ตื่นรู้ที่อยู่นอกเขตแดนต่างพากันวิ่งกรูกันเข้ามาอย่างร้อนรนราวกับโดนของ

“คุณฮันเตอร์ครับ! เมื่อกี้ทำอะไรลงไปน่ะครับ?”

“จะ, จัดการบารอนสวนดอกไม้ได้ในพริบตาเดียว…….”

“เจ้านั่นต่อให้พวกเรารุมกินโต๊ะ ก็ไม่มีทางล้มมันได้เร็วขนาดนั้นหรอกนะครับ!”

ตามมาด้วยคำถามซ้ำซากเหมือนนกแก้วนกขุนทอง

ฆ่าบอสได้ยังไง ทำไมเขตแดนถึงหายไป เมื่อกี้ทำอะไรลงไป

กิรยอกระพริบตาปริบๆ ใส่ประโยคคำถามที่สาดเทเข้ามา

“มันแค่ตายของมันเองนี่ครับ?”

“ครับ?”

“ผมบอกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยมันก็ตายเอง ผมก็แค่เก็บหินมานามาเท่านั้นเอง…….”

แต่กิรยอที่กำลังสนทนาอยู่ก็สัมผัสได้ถึงสายตาแปลกๆ จึงรีบหยุดพูดทันที

-แชะ

เสียงชัตเตอร์ที่แหลมคมนี้

หลังกลับชาติมาเกิดใหม่ๆ ก็ไม่รู้หรอกว่ามันหมายถึงอะไร แต่ตอนนี้พอจะมองภาพออกแล้ว

‘กล้อง!’

มีใครบางคนกำลังถ่ายรูปอยู่แถวนี้

“อื๋อ?”

แถมการหาตัวตากล้องก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร

พอหันหน้าไปนิดหน่อย ก็เห็นชาวโลกถือกล้องเลนส์ยาวเท่าปืนใหญ่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบมาจากไกลๆ

“นักข่าวมา!”

“โห ไม่ใช่ไฮยีน่าสักหน่อย รู้ได้ไงว่าบอสตายแล้วถึงได้รีบมาไวขนาดนี้?”

“ข้างนอกยกเลิกการปิดกั้นพื้นที่แล้วเหรอครับ?”

ทันทีที่ได้ยินคำว่านักข่าว สีหน้าของกิรยอก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันที

‘โดนลักพาตัวรอบ 3 ไม่เอานะโว้ย…….’

บทเรียนที่ว่าแรงค์ F ดังไปก็ไม่มีอะไรดีน่ะ เรียนรู้มาจนเอียนแล้วไม่ใช่หรือไง

แน่นอนว่ามาถึงที่เกิดเหตุที่เป็นข่าวขนาดนี้ ก็ทำใจไว้บ้างแล้วว่าหน้าคงต้องออกสื่อบ้าง แต่ก็ยังไม่มีความกล้าพอจะไปเสวนาพาทีกับนักข่าวหรอกนะ

“แฮ่ก แฮ่ก! สวัสดีครับ เหล่าฮันเตอร์! ขอสัมภาษณ์สักครู่ได้ไหมครับ?”

ดังนั้น กิรยอจึงอาศัยจังหวะที่นักข่าวกำลังคุยกับฮันเตอร์แรงค์ A เตรียมตัวชิ่งแบบเงียบๆ

“แล้วจัดการท่านบารอนลงได้ยังไงหรือครับ?”

“อ๋อ นั่นไม่ใช่ฝีมือพวกเราหรอกครับ แต่เป็นคุณนักประเมินตรงนั้น……. อ้าว?”

พูดง่ายๆ ก็คือ หนีไปแล้วนั่นเอง

---

เย็นวันนั้น

ข่าว 6 โมงเย็นของช่อง YTV ได้รายงานข่าวการกำจัดบารอนสวนดอกไม้

[การล่าบารอนสวนดอกไม้ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า ในที่สุดก็สิ้นสุดลงแล้วครับ]

แต่กระแสตอบรับในอินเทอร์เน็ตกลับเฉยชา

วันนี้คดีก็คลี่คลายลงได้ด้วยความพยายามของเหล่าฮันเตอร์ที่รุดไปยังที่เกิดเหตุ

เนื้อหาเรียบง่ายแบบนั้น ผู้คนไม่ได้ให้ความสนใจอะไรเป็นพิเศษอยู่แล้ว

[ความคิดเห็น 0]

[ดีใจ : 2] [เสียใจ : 0] [โกรธ : 0]

สุดท้าย รายงานข่าวติดตามผลของเหตุการณ์กิลด์ฮันชินก็ทำยอดวิวได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน และถูกฝังกลบไปในมุมหนึ่งของมหาสมุทรข้อมูล

ทว่า…….

[ความคิดเห็น 88]

โพสต์ที่อยู่ที่นี่กลับสร้างกระแสตอบรับถล่มทลาย ตรงกันข้ามกับข่าวหลักอย่างสิ้นเชิง

ผลการล่าบารอนสวนดอกไม้

ชัดเจนว่าเป็นหัวข้อเดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมผู้คนถึงได้ให้ความสนใจที่นี่กันนักนะ

เหตุผลก็อยู่ที่เนื้อหาในโพสต์นั่นเอง

โพสต์ SNS นี้ พูดให้ถูกก็คือ กำลังแก้ไขข่าวที่สื่อนำเสนอผิดๆ ให้ถูกต้องต่างหาก

━━━━━━━━━━━━━━━

ว้าว ข่าว YTV ;;

ได้ยินว่ามีฉันออกด้วยเลยอุตส่าห์ดู

แต่นี่เล่นบอกแค่ว่า ‘ฮันเตอร์ที่รุดไปที่เกิดเหตุ

จัดการบอสได้’ แล้วก็จบข่าวกันดื้อๆ

แบบนี้เลยเรอะ 55

แถมยังตัดต่อบทสัมภาษณ์ฉันแบบลวกๆ

แล้วเอามาออกอากาศอีก เฮ้ย ทำแบบนี้คนก็

เข้าใจผิดว่าฉันเป็นคนฆ่าบอสกันหมดสิ~~

พวกเราไม่ได้เป็นคนฆ่าบารอนนะเว้ย!

━━━━━━━━━━━━━━━

ชื่อบัญชี ‘กุกพุลเน’ นี้ เป็นชื่อเล่นที่ฮันเตอร์แรงค์ A ของเกาหลีคนหนึ่งใช้

ในเมื่อเขาเป็นผู้ตื่นรู้ที่สังกัดอยู่ในทีมฮันเตอร์ชื่อดัง การที่โพสต์ของเขาจะดึงดูดความสนใจของชาวเน็ตจึงเป็นเรื่องธรรมดา

[โห ㅠㅠㅠ ทีมของพี่ไม่ได้เป็นคนจับบอสเหรอคะ?]

[งั้นใครได้คิล?]

จำนวนคอมเมนต์ในโพสต์เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

[มีนักประเมินที่ไหนไม่รู้โผล่มา แล้วฆ่าตายใน 3 วิ]

[พี่เมาป่ะเนี่ย?]

[เรื่องจริงนะโว้ย ;]

[? 55]

[เฮ้ย จริงๆ นะ มีนักประเมินที่ไหนไม่รู้มาลาสบอสใน 3 วิ แล้วก็เดินต๊อกๆ จากไปเฉยเลย? นี่ฉันลองมาคิดดูใหม่อีกทีก็ยังงงเลยเนี่ย 555]

ฮันเตอร์แรงค์ A คนนั้นค่อยๆ นึกย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้าแล้วพิมพ์ข้อความลงไป

[ตอนกลางวัน ฉันกับพวกแรงค์ B มารวมหัวกันจะทำลายเขตแดน พยายามกันแทบตาย จู่ๆ เจ้าหน้าที่สมาคมก็พาใครมาไม่รู้ แต่พอฟังดูเห็นว่าเป็นนักประเมิน บอกว่าจะมาใช้สกิลวิเคราะห์

ฉันก็เลยเออออห่อหมก ยืนดูอยู่แป๊บนึงแต่ว่า…….]

[อือฮึ]

[ที่ไหนได้ นักประเมินคนนั้นจู่ๆ ก็เดินทะลุเขตแดนเข้าไปเฉยเลย ;]

ตอนนั้นมันช็อกจริงๆ นะ

ป้อมปราการเหล็กที่แม้แต่พวกแรงค์ A ยังทำอะไรไม่ได้ กลับถูกผู้ชายลึกลับที่ไหนก็ไม่รู้เดินผ่านเข้าไปเหมือนแค่เดินสูดอากาศ

‘สรุปเขาใช้สกิลอะไรกันแน่นะ?’

ช่วงแรกของเหตุการณ์

เพราะอพยพคนธรรมดาออกไปได้ดีเกินคาด ทำให้พวกเขามองไม่ออกถึงเงื่อนไขในการผ่านเขตแดน

ยิ่งข้อมูลไม่เท่าเทียม ความเข้าใจผิดก็ยิ่งขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ

[แถมแค่นั้นยังตกใจไม่พอ ต่อมาพอนักประเมินคนนั้นไปขลุกขลักๆ อะไรสักอย่างในเขตแดน บอสมันก็ร่วงลงไปตายเลยอ่ะ??]

[เช้ด]

[ทำบ้าอะไรลงไปก็ไม่รู้ ; แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถามวิธีพิชิตมา เพราะจู่ๆ เขาก็ไปซะก่อน…….]

เขารัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดด้วยความรู้สึกว่างเปล่า

[เอาเป็นว่าเรื่องคราวนี้ คนคนนั้นเขาเหมาคนเดียวหมดเลย]

[แล้วนักประเมินคนนั้นเป็นใครเหรอคะ?]

ฮันเตอร์แรงค์ A ไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้อย่างชัดเจน ด้วยเหตุผลดังนี้

[ผมก็สงสัยเหมือนกันเลยมาดูข่าวนี่แหละ แต่ไม่มีที่ไหนลงข้อมูลจริงๆ จังๆ เลยอะ ㅜㅜ สงสัยเจ้าตัวคงปฏิเสธการสัมภาษณ์มั้ง]

เก่งขนาดจัดการบอสมอนสเตอร์ที่ฮันเตอร์รับมือยากได้ในพริบตา แต่กลับไม่เปิดเผยตัวตนต่อสื่อเลยแม้แต่นิดเดียว

[จำหน้าตาได้ไหมครับ?]

[จำได้ครับ แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ชอบให้หน้าตาเป็นที่รู้จัก งั้นขอปิดเป็นความลับแล้วกันนะ ผมแค่จะมาบอกว่าพวกเราไม่ได้เป็นคนจับบารอนสวนดอกไม้เฉยๆ]

ผู้คนเริ่มแสดงความสนใจในตัวผู้ตื่นรู้ปริศนาคนนั้น

[ฉันรู้นะว่าคนนั้นเป็นใคร]

[เฮ้ย ใครอะ]

[อา ไม่รู้ชื่อหรอก แค่เห็นรูปร่างไกลๆ เห็นว่าผมสีทองนะ??]

[นักประเมินสาวสวยผมทอง ㄷㄷㄷ พระเจ้าลำเอียงให้เธอหมดทุกอย่างเลยจริงๆ]

[ไอ้บ้าป่ะเนี่ย?]

ตอนนี้ การคาดเดาเริ่มแพร่กระจายจากบอร์ดนิรนามชายขอบ ไปสู่พื้นที่สาธารณะที่เปิดกว้างมากขึ้นเสียแล้ว