‘ฝุ่นผงหรือแมลงตัวเล็กๆ?’
เป็นเรื่องที่น่าประหลาดชะมัด
ชัดเจนว่าวันนี้อากาศหนาวเหน็บแท้ๆ แต่ทำไมต่อมน้ำตาของฉันถึงได้มีเหงื่อไหลออกมาแบบนี้
แต่ไม่มีเวลามานั่งหดหู่ใจหรอกนะ
เพราะที่นี่คือศูนย์กลางของเหตุการณ์ไม่ผิดแน่
“เฮ้ย!”
“เข้าไปข้างในนั้นได้ยังไง……!”
“คุณนักประเมิน ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?”
ฉันหันไปบอกพวกฮันเตอร์ด้านนอกที่กำลังตื่นตระหนกตกใจ
“ไม่เป็นไรครับ ทุกคนใจเย็นๆ ก่อน”
ในเมื่อเข้ามาง่ายขนาดนี้ ถ้าคิดจะออกก็คงทำได้ตลอดเวลาแหละน่า
สำหรับฉันแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องรีบร้อนเลย
ไม่สิ นี่ถือเป็นโอกาสดีด้วยซ้ำ
เขตแดนเนี่ย ถ้ามองจากข้างในมันหาจุดอ่อนง่ายกว่าเห็นๆ
“อืม”
ฉันกลอกตามองเจ้าสัตว์ประหลาดที่อยู่กลางทุ่งดอกไม้แวบหนึ่ง
แล้วเอ่ยถามเจ้าหน้าที่ที่อยู่นอกเขตแดนอย่างระมัดระวัง
“ฮันเตอร์ซอนอูยอนครับ?”
“คะ?”
“มอนสเตอร์ตัวนั้นน่ะครับ มันมีการโจมตีทางกายภาพแยกต่างหากบ้างไหม?”
ซอนอูยอนส่ายหน้าให้กับคำถามนั้น
“ไม่ค่ะ ตามข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้ บารอนสวนดอกไม้สร้างความเสียหายทางจิตใจเพียงอย่างเดีย…….”
งั้นผลลัพธ์ก็ออกมาแล้วสินะ
ฉันใช้นิ้วโป้งชี้ไปด้านหลังพลางพูดว่า
“งั้นไหนๆ ก็เข้ามาแล้ว เดี๋ยวผมขอสำรวจข้างในสักครู่แล้วจะออกไปนะครับ”
“คะ?”
“แบบนั้นทำงานสะดวกกว่าน่ะครับ ไม่แน่ว่าตัวเขตแดนเองอาจจะมีโครงสร้างภายในที่หละหลวมก็ได้”
เมื่อได้ยินดังนั้น ซอนอูยอนก็ตกใจจนเผลอทำเสียงสูงปรี๊ด
“ไม่สิ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ…….”
ดูจากสายตาก็พอจะเดาได้เลาๆ ว่าอยากจะพูดอะไร แต่โชคดีที่แรงคัดค้านโดยรวมไม่ได้มากมายนัก
“โอ้! จะช่วยทำแบบนั้นให้จริงๆ เหรอครับ?”
“ยังไงซะขอแค่ทะลวงเขตแดนได้ก็…….”
“ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
“ใช่ๆ ตอนนี้การล้างสมองก็ยังป้องกันได้ดีอยู่นี่นา!”
ฮันเตอร์คนอื่นๆ ดูเหมือนจะเห็นด้วยกับคำพูดของฉันแบบส่งๆ
บารอนสวนดอกไม้เป็นบอสเรียบง่ายที่โจมตีด้วยเวทสายจิตใจเท่านั้น แถมสถานการณ์นี้ก็ยืดเยื้อมา 3 ชั่วโมงแล้ว
‘ทุกคนคงอยากจะรีบๆ จบงานกันเต็มแก่แล้วสินะ’
แค่ 5 นาที
ฉันทิ้งคำสัญญาว่าจะกลับมาภายใน 5 นาที แล้วเริ่มสำรวจเขตแดนโดยไม่ชักช้า
‘ดอกไม้เยอะขนาดนี้ แต่กลับไม่มีกลิ่นเลยแฮะ’
สวบ สาบ
พืชพรรณที่ขึ้นรกทึบเสียดสีกับพื้นรองเท้า
แต่ฉันเมินเฉยต่อสัมผัสเหล่านั้นทั้งหมด แล้วเพ่งสมาธิไปที่เขตแดน
‘ไหนดูซิ โครงสร้างของเจ้านี่มันคร่าวๆ……. โห เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นค้ำจุนเขตแดนขนาดใหญ่นี้ด้วยตัวเองเลยเหรอเนี่ย?’
เหอะ ให้ตายสิ แต่พอคิดดูแล้วก็น่าโมโหอีกละ
กล้าดียังไงมาเปรียบเทียบอัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคอย่างฉันกับฝุ่นผง?
ถึงตอนนี้ฉันจะติดอยู่ในร่างกายกระจอกๆ นี่เพราะเหตุจำเป็นก็เถอะ แต่สมัยก่อนน่ะฉันคือของจริงนะโว้ย…….
“หือ?”
ตอนนั้นเอง
ฉันหันขวับไปมองตามสัมผัสพลังเวทแปลกปลอมที่รู้สึกได้จากรอบข้าง
วัตถุที่อัดแน่นไปด้วยมานามหาศาลเมื่อเทียบกับขนาดที่เล็กจิ๋ว
นี่มันแพทเทิร์นของหินมานาที่มักจะพบได้ในเกตชัดๆ
‘มีหินมานาอยู่ในทุ่งดอกไม้เนี่ยนะ?’
ฉันก้มตัวลงสำรวจที่พื้น
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา คืออัญมณีสีน้ำเงินที่โผล่พ้นยอดดอกไม้ออกมาอย่างเอียงอาย
‘โอ้’
พอลองตรวจสอบดูใกล้ๆ มันคือหินมานาคุณภาพดีที่หาได้ยาก
แถมยังแปลกตรงที่มีกรงเล็บโลหะคล้ายหนามเตยของแหวนงอกออกมาอยู่รอบๆ ความหายากแบบนี้ปกติแล้วในตลาดถือเป็นปัจจัยอัปราคาชั้นดีเลยนะ
‘ดูยังไงก็ของมีราคาชัดๆ’
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมของล้ำค่าแบบนี้ถึงมาตกอยู่โทนโท่ แต่ยังไงซะก็ไม่มีปฏิกิริยาอันตรายอะไรและ…….
เหลียวมอง
คนอื่นคงมองไม่ค่อยเห็นหรอกว่าฉันทำอะไรอยู่เพราะระยะห่างขนาดนั้น
‘เฮะๆ ลาภลอยว่ะ’
ฉันหยิบหินมานาขึ้นมาโดยไม่ได้คิดอะไรมาก
แหวกกลีบดอกไม้นั้นออก แล้วฉกของที่อยู่ข้างในมาแบบเนียนๆ
“────!!”
“อ๊ากกก!”
“หูฉัน!”
แต่ไม่นึกเลยว่าการกระทำเล็กน้อยนั่นจะก่อให้เกิดผลลัพธ์เช่นนี้
“อึก!”
จู่ๆ เสียงคลื่นความถี่สูงที่หนวกหูก็ระเบิดออกมาจากที่ไหนสักแห่ง
และต้นตอของเสียงก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากผู้ปกครองสวนดอกไม้แห่งนี้นั่นเอง
“────!”
บารอนสวนดอกไม้สั่นไปทั้งตัวพลางกรีดร้อง
มันแหกปากโวยวายใส่ความว่างเปล่าราวกับจะขาดใจตายเสียให้ได้
‘ผมผิดไปแล้วครับ ท่านบารอน!’
ฉันคิดว่านี่ต้องเป็นสัญญาณไม่ดีอะไรสักอย่างแน่ๆ จึงเกร็งตัวเตรียมพร้อมสุดขีด แต่สิ่งที่ตามมากลับเป็นภาพที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่า
ตูม!
นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย
บารอนสวนดอกไม้กลายเป็นผุยผงหายวับไปในพริบตา
แถมดอกไม้ที่เคยบานสะพรั่งก็เหี่ยวเฉาลงทันที มิหนำซ้ำสุดท้ายเขตแดนก็พังทลายลงอีกต่างหาก
“หา?”
ทุกอย่างนี้เกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียว
“เฮ้ย?”
แถมยังเป็นจังหวะเดียวกับที่ฉันดึงหินมานาออกมาเป๊ะๆ
---
มาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้ไม่อยากรู้ก็ต้องรู้จนได้
หินมานาก้อนนั้นไม่ใช่สิ่งอื่นใด แต่เป็นแหล่งพลังงานของเจ้าสัตว์ประหลาดนั่น
แต่ดันมีแรงค์ F ที่ไหนไม่รู้มาถอดปลั๊กออกไปดื้อๆ ท่านบารอนก็เลยคงจะขาดพลังงานกะทันหันและ…….
-ไหนดูซิ โครงสร้างของเจ้านี่มันคร่าวๆ……. โห เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นค้ำจุนเขตแดนขนาดใหญ่นี้ด้วยตัวเองเลยเหรอเนี่ย?
แต่อย่างที่บอกไปเมื่อกี้ สัตว์ประหลาดตัวนั้นใช้มานาในร่างกายของตัวเองคงสภาพเขตแดน ‘โดยตรง’
กล่าวคือ เป็นสถานการณ์ที่ร่างกายกำลังเผาผลาญมานาปริมาณมหาศาลในระดับวินาที
‘อ๋อ…….’
เพราะงั้นก็……
สรุปง่ายๆ ก็คือแบบนี้
บารอนสวนดอกไม้ถูกเขตแดนที่ตัวเองสร้างขึ้นดูดพลังเวทจนแห้งตาย
พูดตามตรง มันตายโหงด้วยวิธีที่แทบจะเรียกได้ว่าฆ่าตัวตายชัดๆ
‘ไอ้เจ้านี่มันอะไรกันวะ?’
ถ้าที่นี่คืออัลฟาวูรี เรื่องนี้คงติดอันดับ 1 ใน 3 การตายที่งี่เง่าที่สุดเลยมั้ง?
[หินมานา -> บารอนสวนดอกไม้ -> เขตแดน]
ไม่สิ เชื่อมต่อวงจรแบบนี้มันก็ต้องเกิดอุบัติเหตุอยู่แล้ว
[หินมานา -> เขตแดน]
ถ้าจ่ายพลังงานตรงเข้าเขตแดนแบบนี้ ตัวเองก็คงไม่ต้องตายหรอก แถมแบบนี้ยังเดินพลังได้ง่ายกว่าด้วย
สรุปคือ นี่มันเป็นอุบัติเหตุที่ในมุมมองของจอมมหาเวทแล้วไม่เข้าใจเลยสักนิด…….
‘สรุปคืออะไรกันแน่?’
เรื่องใช้หินมานาไม่คุ้มค่านั่นช่างมันก่อนเถอะ
แล้วทำไมของสำคัญขนาดนั้นถึงมาวางระเกะระกะอยู่ในทุ่งดอกไม้ได้ล่ะ?
‘ไม่มีสัญชาตญาณเอาตัวรอดหรือไง?’
คิมกิรยอรู้สึกสงสัยกับการกระทำที่หละหลวมของอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก แต่ความจริงแล้วนั่นเป็นความเข้าใจผิดของเขา
บารอนสวนดอกไม้เองก็เตรียมการป้องกันไว้พอสมควรเหมือนกันนะ
-ทุ่งดอกไม้?
ก่อนอื่น มอนสเตอร์ตัวนั้นได้สร้างดอกไม้นับหมื่นดอกขึ้นมาภายในเขตแดนเพื่อปกป้องแหล่งพลังงานของตน
หมายความว่ามันใช้กลีบดอกไม้ที่ตัดขาดพลังเวทห่อหุ้มหินเอาไว้ และคอยย้ายตำแหน่งไปมาอยู่ตลอดเวลา
-เฮะๆ ลาภลอยว่ะ
แต่ดันมีจอมมหาเวทตาไวแถมยังเก่งกาจคนหนึ่งมองทะลุปรุโปร่งได้ทันที
“────!”
มิหนำซ้ำ การโจมตีครั้งสุดท้ายที่บารอนสวนดอกไม้ปล่อยออกมาก่อนตายก็ถูกป้องกันได้อย่างง่ายดาย
ต่อให้รีดเร้นแรงเฮือกสุดท้ายออกมา แต่วิธีการโจมตีของมันก็ดันเป็นเวทสายจิตใจ
“────!”
การล้างสมองอันทรงพลังที่แม้แต่แรงค์ A ยังต้องกระอักเลือดล้มพับ กลับใช้ไม่ได้ผลกับฮันเตอร์คนนี้เพียงคนเดียว
‘อึก หนวกหูโว้ย!’
มอนสเตอร์แรงค์ B น่ะเหรอ จะมาแทรกแซงจิตใจของคิมกิรยอได้
สมองของผู้ชายคนนี้กำลังถูกบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าและไม่อาจหยั่งรู้ได้ควบคุมอยู่ต่างหาก
-ตูม!
และแล้ว บารอนสวนดอกไม้ก็สัมผัสได้ว่าการล้างสมองของตนถูกดีดสะท้อนกลับมา และจบชีวิตลงอย่างไร้ทางสู้
นั่นคือทั้งหมดที่เกิดขึ้น
“เฮ้อ”
แต่สถานการณ์ซับซ้อนขนาดนั้น ฝั่งนี้จะไปตรัสรู้ได้ยังไง
คิมกิรยอก็แค่คิดว่าเรื่องนี้เป็นเพียงความโชคดีธรรมดาๆ ไม่ได้เก็บมาใส่ใจอะไรเป็นพิเศษ
“ยังไงก็จบสวย…….”
แต่ในวินาทีนั้นเอง
“เอ๋?”
เหล่าผู้ตื่นรู้ที่อยู่นอกเขตแดนต่างพากันวิ่งกรูกันเข้ามาอย่างร้อนรนราวกับโดนของ
“คุณฮันเตอร์ครับ! เมื่อกี้ทำอะไรลงไปน่ะครับ?”
“จะ, จัดการบารอนสวนดอกไม้ได้ในพริบตาเดียว…….”
“เจ้านั่นต่อให้พวกเรารุมกินโต๊ะ ก็ไม่มีทางล้มมันได้เร็วขนาดนั้นหรอกนะครับ!”
ตามมาด้วยคำถามซ้ำซากเหมือนนกแก้วนกขุนทอง
ฆ่าบอสได้ยังไง ทำไมเขตแดนถึงหายไป เมื่อกี้ทำอะไรลงไป
กิรยอกระพริบตาปริบๆ ใส่ประโยคคำถามที่สาดเทเข้ามา
“มันแค่ตายของมันเองนี่ครับ?”
“ครับ?”
“ผมบอกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยมันก็ตายเอง ผมก็แค่เก็บหินมานามาเท่านั้นเอง…….”
แต่กิรยอที่กำลังสนทนาอยู่ก็สัมผัสได้ถึงสายตาแปลกๆ จึงรีบหยุดพูดทันที
-แชะ
เสียงชัตเตอร์ที่แหลมคมนี้
หลังกลับชาติมาเกิดใหม่ๆ ก็ไม่รู้หรอกว่ามันหมายถึงอะไร แต่ตอนนี้พอจะมองภาพออกแล้ว
‘กล้อง!’
มีใครบางคนกำลังถ่ายรูปอยู่แถวนี้
“อื๋อ?”
แถมการหาตัวตากล้องก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร
พอหันหน้าไปนิดหน่อย ก็เห็นชาวโลกถือกล้องเลนส์ยาวเท่าปืนใหญ่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบมาจากไกลๆ
“นักข่าวมา!”
“โห ไม่ใช่ไฮยีน่าสักหน่อย รู้ได้ไงว่าบอสตายแล้วถึงได้รีบมาไวขนาดนี้?”
“ข้างนอกยกเลิกการปิดกั้นพื้นที่แล้วเหรอครับ?”
ทันทีที่ได้ยินคำว่านักข่าว สีหน้าของกิรยอก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันที
‘โดนลักพาตัวรอบ 3 ไม่เอานะโว้ย…….’
บทเรียนที่ว่าแรงค์ F ดังไปก็ไม่มีอะไรดีน่ะ เรียนรู้มาจนเอียนแล้วไม่ใช่หรือไง
แน่นอนว่ามาถึงที่เกิดเหตุที่เป็นข่าวขนาดนี้ ก็ทำใจไว้บ้างแล้วว่าหน้าคงต้องออกสื่อบ้าง แต่ก็ยังไม่มีความกล้าพอจะไปเสวนาพาทีกับนักข่าวหรอกนะ
“แฮ่ก แฮ่ก! สวัสดีครับ เหล่าฮันเตอร์! ขอสัมภาษณ์สักครู่ได้ไหมครับ?”
ดังนั้น กิรยอจึงอาศัยจังหวะที่นักข่าวกำลังคุยกับฮันเตอร์แรงค์ A เตรียมตัวชิ่งแบบเงียบๆ
“แล้วจัดการท่านบารอนลงได้ยังไงหรือครับ?”
“อ๋อ นั่นไม่ใช่ฝีมือพวกเราหรอกครับ แต่เป็นคุณนักประเมินตรงนั้น……. อ้าว?”
พูดง่ายๆ ก็คือ หนีไปแล้วนั่นเอง
---
เย็นวันนั้น
ข่าว 6 โมงเย็นของช่อง YTV ได้รายงานข่าวการกำจัดบารอนสวนดอกไม้
[การล่าบารอนสวนดอกไม้ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า ในที่สุดก็สิ้นสุดลงแล้วครับ]
แต่กระแสตอบรับในอินเทอร์เน็ตกลับเฉยชา
วันนี้คดีก็คลี่คลายลงได้ด้วยความพยายามของเหล่าฮันเตอร์ที่รุดไปยังที่เกิดเหตุ
เนื้อหาเรียบง่ายแบบนั้น ผู้คนไม่ได้ให้ความสนใจอะไรเป็นพิเศษอยู่แล้ว
[ความคิดเห็น 0]
[ดีใจ : 2] [เสียใจ : 0] [โกรธ : 0]
สุดท้าย รายงานข่าวติดตามผลของเหตุการณ์กิลด์ฮันชินก็ทำยอดวิวได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน และถูกฝังกลบไปในมุมหนึ่งของมหาสมุทรข้อมูล
ทว่า…….
[ความคิดเห็น 88]
โพสต์ที่อยู่ที่นี่กลับสร้างกระแสตอบรับถล่มทลาย ตรงกันข้ามกับข่าวหลักอย่างสิ้นเชิง
ผลการล่าบารอนสวนดอกไม้
ชัดเจนว่าเป็นหัวข้อเดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมผู้คนถึงได้ให้ความสนใจที่นี่กันนักนะ
เหตุผลก็อยู่ที่เนื้อหาในโพสต์นั่นเอง
โพสต์ SNS นี้ พูดให้ถูกก็คือ กำลังแก้ไขข่าวที่สื่อนำเสนอผิดๆ ให้ถูกต้องต่างหาก
━━━━━━━━━━━━━━━
ว้าว ข่าว YTV ;;
ได้ยินว่ามีฉันออกด้วยเลยอุตส่าห์ดู
แต่นี่เล่นบอกแค่ว่า ‘ฮันเตอร์ที่รุดไปที่เกิดเหตุ
จัดการบอสได้’ แล้วก็จบข่าวกันดื้อๆ
แบบนี้เลยเรอะ 55
แถมยังตัดต่อบทสัมภาษณ์ฉันแบบลวกๆ
แล้วเอามาออกอากาศอีก เฮ้ย ทำแบบนี้คนก็
เข้าใจผิดว่าฉันเป็นคนฆ่าบอสกันหมดสิ~~
พวกเราไม่ได้เป็นคนฆ่าบารอนนะเว้ย!
━━━━━━━━━━━━━━━
ชื่อบัญชี ‘กุกพุลเน’ นี้ เป็นชื่อเล่นที่ฮันเตอร์แรงค์ A ของเกาหลีคนหนึ่งใช้
ในเมื่อเขาเป็นผู้ตื่นรู้ที่สังกัดอยู่ในทีมฮันเตอร์ชื่อดัง การที่โพสต์ของเขาจะดึงดูดความสนใจของชาวเน็ตจึงเป็นเรื่องธรรมดา
[โห ㅠㅠㅠ ทีมของพี่ไม่ได้เป็นคนจับบอสเหรอคะ?]
[งั้นใครได้คิล?]
จำนวนคอมเมนต์ในโพสต์เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
[มีนักประเมินที่ไหนไม่รู้โผล่มา แล้วฆ่าตายใน 3 วิ]
[พี่เมาป่ะเนี่ย?]
[เรื่องจริงนะโว้ย ;]
[? 55]
[เฮ้ย จริงๆ นะ มีนักประเมินที่ไหนไม่รู้มาลาสบอสใน 3 วิ แล้วก็เดินต๊อกๆ จากไปเฉยเลย? นี่ฉันลองมาคิดดูใหม่อีกทีก็ยังงงเลยเนี่ย 555]
ฮันเตอร์แรงค์ A คนนั้นค่อยๆ นึกย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้าแล้วพิมพ์ข้อความลงไป
[ตอนกลางวัน ฉันกับพวกแรงค์ B มารวมหัวกันจะทำลายเขตแดน พยายามกันแทบตาย จู่ๆ เจ้าหน้าที่สมาคมก็พาใครมาไม่รู้ แต่พอฟังดูเห็นว่าเป็นนักประเมิน บอกว่าจะมาใช้สกิลวิเคราะห์
ฉันก็เลยเออออห่อหมก ยืนดูอยู่แป๊บนึงแต่ว่า…….]
[อือฮึ]
[ที่ไหนได้ นักประเมินคนนั้นจู่ๆ ก็เดินทะลุเขตแดนเข้าไปเฉยเลย ;]
ตอนนั้นมันช็อกจริงๆ นะ
ป้อมปราการเหล็กที่แม้แต่พวกแรงค์ A ยังทำอะไรไม่ได้ กลับถูกผู้ชายลึกลับที่ไหนก็ไม่รู้เดินผ่านเข้าไปเหมือนแค่เดินสูดอากาศ
‘สรุปเขาใช้สกิลอะไรกันแน่นะ?’
ช่วงแรกของเหตุการณ์
เพราะอพยพคนธรรมดาออกไปได้ดีเกินคาด ทำให้พวกเขามองไม่ออกถึงเงื่อนไขในการผ่านเขตแดน
ยิ่งข้อมูลไม่เท่าเทียม ความเข้าใจผิดก็ยิ่งขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
[แถมแค่นั้นยังตกใจไม่พอ ต่อมาพอนักประเมินคนนั้นไปขลุกขลักๆ อะไรสักอย่างในเขตแดน บอสมันก็ร่วงลงไปตายเลยอ่ะ??]
[เช้ด]
[ทำบ้าอะไรลงไปก็ไม่รู้ ; แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถามวิธีพิชิตมา เพราะจู่ๆ เขาก็ไปซะก่อน…….]
เขารัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดด้วยความรู้สึกว่างเปล่า
[เอาเป็นว่าเรื่องคราวนี้ คนคนนั้นเขาเหมาคนเดียวหมดเลย]
[แล้วนักประเมินคนนั้นเป็นใครเหรอคะ?]
ฮันเตอร์แรงค์ A ไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้อย่างชัดเจน ด้วยเหตุผลดังนี้
[ผมก็สงสัยเหมือนกันเลยมาดูข่าวนี่แหละ แต่ไม่มีที่ไหนลงข้อมูลจริงๆ จังๆ เลยอะ ㅜㅜ สงสัยเจ้าตัวคงปฏิเสธการสัมภาษณ์มั้ง]
เก่งขนาดจัดการบอสมอนสเตอร์ที่ฮันเตอร์รับมือยากได้ในพริบตา แต่กลับไม่เปิดเผยตัวตนต่อสื่อเลยแม้แต่นิดเดียว
[จำหน้าตาได้ไหมครับ?]
[จำได้ครับ แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ชอบให้หน้าตาเป็นที่รู้จัก งั้นขอปิดเป็นความลับแล้วกันนะ ผมแค่จะมาบอกว่าพวกเราไม่ได้เป็นคนจับบารอนสวนดอกไม้เฉยๆ]
ผู้คนเริ่มแสดงความสนใจในตัวผู้ตื่นรู้ปริศนาคนนั้น
[ฉันรู้นะว่าคนนั้นเป็นใคร]
[เฮ้ย ใครอะ]
[อา ไม่รู้ชื่อหรอก แค่เห็นรูปร่างไกลๆ เห็นว่าผมสีทองนะ??]
[นักประเมินสาวสวยผมทอง ㄷㄷㄷ พระเจ้าลำเอียงให้เธอหมดทุกอย่างเลยจริงๆ]
[ไอ้บ้าป่ะเนี่ย?]
ตอนนี้ การคาดเดาเริ่มแพร่กระจายจากบอร์ดนิรนามชายขอบ ไปสู่พื้นที่สาธารณะที่เปิดกว้างมากขึ้นเสียแล้ว